บทเรียนรัก ❤ นักกีฬา [Yaoi, Boy's love]

  • 97% Rating

  • 9 Vote(s)

  • 244,245 Views

  • 3,172 Comments

  • 4,282 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    120

    Overall
    244,245

ตอนที่ 62 : บทเรียนรัก ❤ นักกีฬา [ภาคิน X พระพาย]......29 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3060
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    13 ธ.ค. 58






บทเรียนรัก นักกีฬา  [ภาคิน X พระพาย] ตอนที่ 29

Author :   (ยอนิม)

                        

               

                                                

 

 

 

               

ผ่านไปสักพัก ภาคินก็เดินกลับมาพร้อมกับตาของคนรัก ทั้งสองเดินเข้ามาในบ้านของพระพาย

“พ่อมาพอดีเลย ชั้นเตรียมกับข้าวเย็นเรียบร้อยแล้ว” แม่ของพระพายพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม แต่ยังเป็นรอยยิ้มที่ดูเหนื่อยๆล้าๆ ไม่ได้เหนื่อยล้าทางร่างกาย แต่เป็นจิตใจของเธอเองมากกว่า

 

 

“อืม” ตาตอบรับในลำคอ

 

 

“พายตักข้าวให้ตากับพี่ภาคินด้วยลูก” แม่ของพระพายบอกกับลูกชายตัวเอง

 

 

“พี่ช่วย” ภาคินบอกกลับ แล้วเดินไปหยิบจานเพื่อส่งให้พระพายตักข้าวใส่ ภาคินมองหน้าพระพายไปด้วย ในขณะที่พระพายก็ก้มหน้าก้มตาตักข้าว ไม่กล้าสบตาภาคิน เมื่อตักข้าวแล้ว ภาคินก็จัดวางจานให้ทุกคน แล้วนั่งลงกินข้าวเย็นไปพร้อมๆกัน บรรยากาศบนโต๊ะกินข้าวเงียบสนิท ต่างจากทุกทีที่ต้องพูดคุยเฮฮากันไป พอกินข้าวอิ่ม ภาคินกับพระพายอาสาเอาจานไปล้าง ส่วนตาของพระพายก็เรียกลูกสาวตนเองไปนั่งคุยด้วยกันที่หน้าบ้าน

 

 

“สร้อยเอ๊ย เอ็งจะทำยังไงต่อเรื่องพ่อของพระพาย” ตาประกอบถามลูกสาวตนเองเสียงจริงจัง ทำให้สร้อยชะงักไปนิด สร้อยผ่อนลมหายใจเบาๆ

 

 

“ชั้นก็ไม่รู้เหมือนกันพ่อ ชั้นคิดว่าชั้นกับเค้า ต่างคนต่างมีเส้นทางของตัวเองไปแล้ว แต่อยู่ๆเค้าก็กลับมาเจอชั้น แล้วมาถามเรื่องลูกอีก” สร้อยพูดออกมาอย่างสับสน ตลอดเวลาเธอถือเป็นหญิงแกร่งคนหนึ่ง ที่อดทนเลี้ยงลูกชายมาคนเดียว ถึงแม้ว่าจะมีพ่อและพี่ชายคอยช่วยเหลือก็ตาม แต่พอมาเจอเรื่องที่กระทบจิตใจในอดีตก็ทำให้เธอสั่นไหวขึ้นมาไม่น้อยเหมือนกัน

 

 

“พ่อบอกตรงๆ ว่าพ่อก็โกรธหมอนั่นนะ ที่มันทิ้งเอ็งไปแต่งงานกับคนอื่น โกรธจนอยากจะยิงมันให้ไส้ไหล” ตาประกอบพูดขึ้น ทำให้สร้อยยิ้มขำออกมานิดๆ ทั้งๆที่ดวงตายังคงดูเศร้าและเคร่งเครียด

“แต่พ่ออายุมากแล้วว่ะ จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ ไม่อยากตายแบบมีห่วง” ตาประกอบบอกออกมาอีก

 

 

“ทำไมพ่อพูดแบบนั้นล่ะ พ่อยังแข็งแรงอยู่นะ” สร้อยบอกออกมาอย่างไม่พอใจนิดๆที่พ่อตนเองพูดเรื่องเป็นเรื่องตายออกมา

 

 

“เออ พ่อรู้ว่าพ่อแข็งแรง แต่ชีวิตคนเรามันไม่แน่ไม่นอน เอ็งว่าจริงมั้ย” ตาประกอบบอกออกมาอีก สร้อยมองหน้าพ่อตนเองนิ่งๆ

 

 

“พ่อมีเรื่องอะไรจะบอกชั้นกันแน่” สร้อยถามออกมาอย่างสงสัย เพราะการที่พ่อตนเองเกริ่นออกมาแบบนี้ มันต้องมีอะไรที่มากกว่าการนั่งพูดคุยกันธรรมดา

 

 

“ถ้าเป็นเมื่อก่อน พ่อคงขัดขวางทุกอย่างทุกทาง เพื่อไม่ให้หมอนั่น มันมาวุ่นวายกับเอ็งได้อีก แต่ตอนนี้ พ่อมานั่งมองเอ็ง มองพระพาย มันทำให้พ่อคิดได้ว่า การโกรธหรือแค้นไป มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย มันทำให้เราทุกข์เปล่าๆ แทนที่เราเอาเวลาที่มานั่งโกรธแค้น สู้เราเอามานั่งพูดคุยกันไม่ดีกว่าเหรอ” ตาประกอบบอกออกมาตามที่คิด การได้นั่งพูดคุยกับภาคินก่อนหน้านี้ ทำให้เขาคิดได้มากขึ้นว่าคนเราควรให้โอกาสซึ่งกันและกัน ได้ลองเปิดใจรับฟังเหตุผลของแต่ละคน ว่ามีเหตุผลอะไรถึงทำบางอย่างลงไป ถึงแม้ว่าบทสรุปมันจะออกมาไม่เป็นอย่างใจ แต่อย่างน้อย มันก็ไขข้อสงสัยในใจเราได้ไม่น้อย

 

 

“พ่อกำลังจะบอกให้ชั้นคุยกับพี่สรงั้นเหรอ” แม่ของพระพายเป็นคนที่เข้าใจอะไรได้ง่าย

 

 

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ ให้หมอนั่นเข้ามาพูดคุยกันก่อน ถ้ามันมีท่าทางไม่ดียังไง พ่อเนี่ยแหละจะไล่ยิงมันกลับไปเอง” ตาประกอบพูดติดตลกเล็กน้อย เพราะไม่อยากให้ลูกสาวตนเองเครียด

 

 

“ยิงเค้าพ่อก็ติดคุกน่ะสิ ชั้นไม่ยอมให้พ่อติดคุกเพราะคนอื่นหรอกนะ” สร้อยบอกออกมาพร้อมกับยิ้มอ่อนๆ

“เฮ้อ อายุก็ปูนนี่แล้วเนอะพ่อเนอะ เราจะมาคิดอะไรกันมาก ถ้าถามความรู้สึกของชั้น ว่ายังรักพี่สรเค้ามั้ย ชั้นก็บอกไม่ได้หรอก ชั้นอยู่คนเดียวมานานเกือบ 20 ปี ความรักความใคร่ชั้นแทบจะไม่เคยคิดถึงมันแล้วล่ะ แต่ถ้าถามถึงความอาวรณ์มันก็คงมีอยู่ เพราะไม่เจอกันนาน ทุกวันนี้ชั้นมีพระพายคนเดียวชั้นก็มีความสุขดี แต่ถ้าเค้าอยากจะเข้ามาคุย ชั้นก็คุย” สร้อยพูดเสนอขึ้นมา

 

 

“แล้วนี่แกจะให้พายมันอยู่คุยด้วยรึเปล่า” ตาประกอบถามขึ้น

 

 

“ก็คงต้องให้อยู่ด้วยนั่นแหละพ่อ ไหนๆเรื่องก็มาถึงขั้นนี้แล้ว" สร้อยบอกออกมา แต่ในใจก็อดที่จะเป็นห่วงความรู้สึกลูกชายตัวเองไม่ได้ เพราะพอมองออกว่าลูกชายกำลังมีเรื่องบางอย่างให้คิดและตัดสินใจ และเป็นสิ่งที่พระพายไม่อยากให้ใครรู้และตัดสินใจแทนให้ ไม่งั้น พระพายคงเล่าให้เธอฟังแล้ว

..

..

..

..

“พี่อยู่ด้วยแล้วทำให้พายอึดอัดงั้นเหรอ” เสียงของภาคินที่พูดออกมา ทำให้พระพายที่กำลังจะเช็ดจานต้องชะงักไปนิด เพราะตอนที่ล้างจานเขากับภาคินไม่ค่อยได้พูดคุยอะไรกันมากนัก

 

 

“เปล่านะครับ” พระพายรีบพูดบอก เพราะไม่อยากให้ภาคินเข้าใจผิด

 

 

“แล้วทำไมพายไม่มองหน้าพี่เลย หรือว่าพี่ทำอะไรผิด” ภาคินถามกลับเสียงจริงจัง ตอนนี้เขาสองคนอยู่ในครัว ส่วนแม่กับตาของพระพายนั่งคุยกันอยู่หน้าบ้าน

 

 

“พี่ภาคินไม่ได้ทำอะไรผิดหรอกครับ” พระพายพูดเสียงแผ่ว

(ผมเองตะหากที่ผิด) พระพายแอบคิดในใจต่อ

 

 

“งั้นพายบอกพี่มาได้มั้ย ว่าพายเป็นอะไร ถึงไม่มองหน้าพี่เลย” ภาคินถามย้ำอีกครั้ง พระพายเงยหน้าขึ้นมามองภาคิน พร้อมกับยิ้มฝืนๆ

 

 

“พายก็มองพี่ภาคินนี่ไงครับ ใครบอกว่าไม่มองล่ะ” พระพายแสร้งพูดพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าเป็นเสียงหัวเราะที่ขมขื่นแค่ไหน ก่อนที่พระพายจะหุบยิ้มลงช้าๆ เมื่อภาคินไม่ยิ้มด้วย และจ้องหน้าพระพายอยู่นิ่งๆแบบนั้น

 

 

“หรือว่าพายไม่อยากให้พี่นอนค้างด้วย บอกพี่ได้นะ พี่จะได้ไปนอนที่อื่น” ภาคินถามขึ้นมาเสียงนิ่ง

 

 

“กลับบ้านเหรอครับ” ด้วยความกังวลเกี่ยวกับบ้านของภาคิน ทำให้พระพายเผลอถามขึ้นมา ภาคินนิ่งไปนิด เขาพอจะมองออกว่าพระพายมีบางอย่างในใจ แต่เขายังไม่แน่ใจว่าเกี่ยวกับอะไรกันแน่ เพราะก่อนหน้าที่เขาจะออกไปเจอสรวิชญ์ พระพายก็ยังดีๆ กับเขาและ ยังมองหน้าเขาอยู่เลย

 

 

“พายไม่อยากให้พี่นอนด้วยจริงๆสินะ” ภาคินแกล้งกระตุ้นอีก เพราะคิดเดาได้ลางๆว่าน่าจะเกี่ยวกับบ้านของเขา

 

 

“เปล่านะครับ พายอยากให้พี่ภาคินนอนค้างด้วย” พระพายรีบบอกออกมาอีก

 

 

“งั้นก็เลิกทำท่าทางเหมือนไม่อยากให้พี่อยู่ด้วยสักที ถ้าพายไม่อยากให้พี่อยู่ก็บอกพี่ตรงๆ อย่าทำห่างเหินกับพี่ เพราะพี่ก็เจ็บเหมือนกัน” ภาคินพูดออกมาเสียงจริงจัง ทำให้พระพายรู้สึกเจ็บในอกไม่น้อย

 

 

“พายขอโทษครับ พายแค่คิดเรื่องพ่อนิดหน่อย” พระพายตอบเลี่ยงไป เพราะไม่อยากทะเลาะกับภาคิน และไม่อยากให้ภาคินเข้าใจตนเองผิด ภาคินถอนหายใจออกมาเบาๆ เพราะรู้ว่าพระพายจงใจเลี่ยงที่จะตอบอีกแล้ว

 

 

“ถ้าพายยืนยันว่าไม่ได้เป็นอะไร งั้นพี่ไปเอาเสื้อผ้าในรถก่อนละกัน พี่อยากอาบน้ำแล้วล่ะ” ภาคินบอกกลับ พระพายพยักหน้ารับก่อนที่ภาคินจะเดินออกไปทางหน้าบ้าน ซึ่งตากับแม่ของพระพายคุยกันเสร็จพอดี ทั้งสองจึงเรียกภาคินไปพูดคุยเรื่องการนัดแนะสรวิชญ์กันนิดหน่อย

“ตกลงว่าแม่สร้อย ยอมให้อาสรมาคุยกันใช่มั้ยครับ” ภาคินถามขึ้น

 

 

“ใช่ แม่อยากให้พระพายรับรู้เรื่องทุกอย่างด้วยเหมือนกัน” สร้อยตอบลูกเขยตนเองกลับไป

 

 

“ได้ครับ งั้นเดี๋ยวผมโทรนัดอาสรให้” ภาคินพูดบอกออกมา

 

 

“ได้สิ แม่ฝากหน่อยนะ แล้วก็ฝากภาคินดูๆพระพายหน่อย วันนี้คงมีหลายเรื่องกระทบจิตใจของพาย ท่าทางเลยไม่ค่อยดีเท่าไร” สร้อยบอกกับภาคินด้วยน้ำเสียงกังวล

 

 

“หลายเรื่อง? เรื่องไหนบ้างครับ” ภาคินถามกลับไปทันที เพราะเท่าที่เขาจำได้ มีแค่เรื่องพ่อของพระพายเท่านั้นที่เขารู้

 

 

“แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะนอกจากเรื่องของพ่อของเค้าแล้ว ก็มีคนรู้จักกับภาคินเข้ามาคุยกับพระพายด้วยน่ะ” แม่บอกออกมาตรงๆ เธอพอจะเดาได้ว่าลูกชายตนเองคิดมากอะไรบางอย่าง หลังจากที่คุยกับหญิงสาวที่มาหา แถมเพลินยังบอกด้วยว่า หญิงสาวคนนี้ชอบภาคินอยู่ ประสบการณ์ที่ผ่านมาของเธอ ทำให้สร้อย ไม่คิดจะให้ลูกดำเนินรอยตามตนเอง อะไรที่เธอจะทำเพื่อความรักของลูกได้เธอก็จะทำ เธอจะไม่ยอมให้ลูกต้องทรมานเหมือนกับตัวเองแน่นอน

 

 

“คนรู้จักกับผม ใครเหรอครับ” ภาคินถามทันทีอย่างข้องใจ

 

 

“เพลินบอกว่าชื่อจีน่ะ” สร้อยพูดขึ้น ทำให้ภาคินชะงักไปนิด พลางเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้างแล้ว ว่าท่าทีของพระพายแบบนั้น มันคืออะไร แปลว่าจีต้องมาพูดอะไรบางอย่างกับพระพายแน่ๆ ไม่งั้นพระพายคงไม่มีท่าทีหงอยๆ

 

 

“ขอบคุณแม่สร้อยมากนะครับ ที่บอกผม ไม่ต้องห่วงพระพายนะครับ ผมจะดูแลพระพายเอง” ภาคินพูดให้คำมั่นด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทำให้ทั้งตาและแม่ของพระพายยิ้มออกมาอย่างพอใจ สร้อยเชื่อมั่นในตัวของภาคิน และเชื่อว่า ภาคินจะไม่ทำอะไรให้ลูกชายตนเองเสียใจ เหมือนที่สรวิชญ์เคยทำกับเธอมาก่อนแน่นอน

“เดี๋ยวผมขออนุญาตโทรบอกอาสรก่อนนะครับ” ภาคินพูดขอตัว ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมากดหาสรวิชญ์ และนัดแนะให้อีกฝ่ายเข้ามาที่บ้านของสร้อยในช่วงประมาณ 11 โมงเช้า เมื่อตกลงกับสรวิชญ์ได้แล้ว ภาคินก็บอกกับตาและแม่ของคนรัก ซึ่งน้ำเสียงของสรวิชญ์ที่ภาคินได้ยินดูเหมือนจะดีใจมากที่ทางนี้ยอมคุยด้วยดีๆ เมื่อนัดแนะให้ทั้งสองฝ่ายเรียบร้อยแล้ว ภาคินก็เดินไปหยิบของที่รถ พลางคิดเคืองหญิงสาวที่มาพูดบางอย่างกับพระพาย ทำให้พระพายคิดมากแบบนี้ด้วย เมื่อหยิบเสื้อผ้าแล้ว ภาคินก็เดินกลับเข้าไปในบ้าน พระพายอยู่ในห้องนอนเพื่อเตรียมที่นอนให้ภาคิน

 

 

“พี่ภาคินอาบน้ำก่อนเลยครับ” พระพายหันมาบอกคนรักที่เดินเข้ามาในห้อง ภาคินวางเสื้อผ้าตนเองตรงปลายเตียง

 

 

“พรุ่งนี้เรากลับกรุงเทพฯช่วงบ่ายๆ หน่อยนะ” ภาคินพูดขึ้น เขายังไม่บอกพระพายเรื่องที่สรวิชญ์จะมาพูดคุยพรุ่งนี้ เขาอยากให้สร้อยบอกเองมากกว่า หรือไม่ก็ให้พระพายเจอต่อหน้าไปเลย

 

 

“ครับ” พระพายตอบรับด้วยน้ำเสียงแผ่วๆ ก่อนที่ภาคินจะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน พระพายทรุดตัวลงนั่งที่ปลายเตียงเมื่อภาคินแยกไปอาบน้ำแล้ว ใบหน้าของพระพายเศร้าหมอง เพราะนั่งคิดเรื่องครอบครัวของภาคิน พระพายไม่รู้เลยว่าภาคินต้องเจอกับอะไรบ้าง เมื่อต้องมาคบกับเขา ภาคินต้องแบกรับความรู้สึกทั้งหมดไว้ ภาคินต้องมีปัญหากับทางบ้านก็เพราะมาคบกับพระพาย พระพายนั่งคิดเรื่องของตนเองกับภาคินอยู่สักพัก ขนาดที่ภาคินเดินเข้ามาในห้องพระพายยังไม่รู้สึกตัว ภาคินยืนมองท่าทีของพระพายแล้วถอนหายใจเบาๆ เขาอยากจะคุยกับพระพายตอนนี้เลยด้วยซ้ำ แต่เขาไม่อยากให้แม่และตาของพระพายแตกตื่นหรือตกใจ เพราะงานนี้เขาต้องดุเด็กน้อยร้องไห้ก่อนแน่ๆ

 

 

“พาย ไปอาบน้ำสิ จะได้มานอน” ภาคินพูดบอกกับคนรัก ทำให้พระพายสะดุ้งเล็กน้อย เพราะไม่รู้ว่าภาคินเข้ามาตอนไหน

 

 

“ครับ” พระพายตอบรับเสียงแผ่ว ก่อนจะหยิบเสื้อผ้าของตนเองแล้วไปอาบน้ำทันที

..

..

“พี่ภาคินนอนก่อนได้เลยนะครับ พายขอไปดูแม่แป๊บหนึ่ง” พระพายพูดบอกกับคนรักที่นอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียง ภาคินพยักหน้ารับ พระพายจึงออกจากห้องไปหาแม่ตนเองที่ตอนนี้นั่งดูทีวีอยู่ ส่วนตาก็กลับไปนอนได้สักพักแล้ว

“แม่ครับ” พายเรียกแม่ตนเองเสียงแผ่ว แม่ของเด็กหนุ่มหันมามองแล้วยิ้มอ่อนๆ พระพายรู้สึกได้ว่าแม่ตนเองผ่อนคลายขึ้นกว่าเมื่อช่วงกลางวันพอสมควร

 

 

“มีอะไร มานั่งกับแม่สิ” สร้อยเรียกลูกชายตนเอง พระพายเดินไปนั่งข้างๆแม่ พร้อมกับกอดเอวแม่ตนเองเอาไว้

 

 

“พายกลับพรุ่งนี้ตอนบ่ายๆนะครับ” พระพายบอกแม่ตนเอง

 

 

“อืม” แม่ตอบยิ้มๆ

 

 

“แม่ครับ...ตอนที่พ่อต้องไปแต่งงานกับคนอื่น แม่รู้สึกยังไงบ้าง” พระพายถามเรื่องนี้ขึ้นมา ทำให้สร้อยเอะใจเล็กน้อย

 

 

“นึกยังไงถึงถาม” แม่ถามกลับ

 

 

“ผมแค่อยากรู้” พระพายบอกเสียงแผ่ว สร้อยมองหน้าพระพายนิ่งๆ ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ

 

 

“ตอนนั้นเหรอ...เสียใจ เจ็บ ผิดหวัง เสียความรู้สึก มันหลายอารมณ์นะพาย โกรธด้วย เพราะแม่รักพ่อของเรามาก” สร้อยบอกลูกชายออกไปตรงๆ

 

 

“แม่รักพ่อ แล้วทำไมถึงยอมให้พ่อไปแต่งงานกับคนอื่นล่ะครับ ถ้าแม่บอกพ่อว่าแม่มีพาย พ่ออาจจะคิดทบทวนใหม่ก็ได้” พระพายถามในสิ่งที่ตนเองสงสัย แม่ยกมือขึ้นมาลูบหัวพระพายเบาๆ

 

 

 

++++++++++++++++++++++++ 50% +++++++++++++++++++++++++

 

“อาจจะเป็นเพราะตอนนั้นแม่โลกสวยเกินไปล่ะมั้ง ใจหนึ่งแม่ก็อยากจะรั้ง แต่อีกใจแม่ก็ไม่อยากให้พ่อของเราเค้าต้องมาลำบากกับแม่ พ่อของเราเค้ามีชีวิตที่ดี มีชีวิตที่สมบูรณ์แบบทุกอย่าง แม่เลยขอถอยออกมาเองจะดีกว่า” แม่บอกออกมาตรงๆ ทำให้พระพายเจ็บในอกไม่น้อยเพราะมันแทงใจดำพระพายเข้าอย่างจัง พระพายรู้สึกเหมือนตนเองจะหายใจไม่ออกด้วยซ้ำ เมื่อคิดว่าตนเองต้องปล่อยมือจากคนที่ตนเองรัก เพื่อชีวิตที่ดีของเขา

“พาย ฟังแม่ดีๆนะ ฟังให้ขึ้นใจ” แม่ของพระพายพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและเหมือนจะเข้มงวด ซึ่งพระพายไม่ค่อยได้ยินน้ำเสียงแบบนี้จากแม่ตนเองบ่อยนัก จะได้ยินก็ต่อเมื่อแม่มีเรื่องสำคัญต้องเตือนหรือสอนเขาเท่านั้น

 

 

“ครับ” พระพายตอบรับ

 

 

“ตราบใดที่เราไม่ได้ไปแย่งผัวเขาเมียใครมาเป็นของตนเอง ไม่ได้ทำเรื่องเลวทรามต่ำช้าผิดกฎหมาย หรือไปบังคับให้ใครมารักเรา..... มันก็ไม่ผิดหรอกนะถ้าเราจะเห็นแก่ตัวในเรื่องของความรักบ้าง อะไรที่เป็นความสุขของเรา เราก็ต้องจับมันไว้ให้แน่น แต่อย่าแน่นจนดูเหมือนเห็นแก่ตัวและอย่าคลายมากเกินจนดูเหมือนไม่ใส่ใจ” แม่พูดออกมาเรื่อยๆ ทำให้พระพายอดคิดไม่ได้ว่า แล้วอย่างคำว่าคู่หมั้น พระพายจะถือว่าแย่งของเขามารึเปล่า แต่พระพายก็ไม่กล้าถามแม่ตนเองออกมา

“ถ้าวันนั้น แม่ยอมเห็นแก่ตัวสักนิด ยอมบอกพ่อเค้าเรื่องของพาย ป่านนี้ พายก็อาจจะมีครอบครัวที่ดีพร้อมกว่านี้ก็ได้” แม่ของพระพายบอกออกมาอีก

 

 

“ครอบครัวของพายตอนนี้ก็ดีที่สุดแล้วครับ พายมีแม่ มีตา มีลุง  ป้า เพลิน พายก็ถือว่าพายมีพร้อมมากแล้วล่ะครับ” พระพายบอกออกมาตามความรู้สึกจริงๆ เพราะทุกคนต่างเติมเต็มคำว่าครอบครัวให้แก่กันและกัน

 

 

“แล้วภาคินล่ะพาย เราไม่ได้คิดว่าพี่เค้าเป็นครอบครัวเดียวกับเราเหรอ” แม่แสร้งถามขึ้นมา เมื่อพระพายไม่ได้เอ่ยชื่อภาคินออกมาด้วย ทำให้พระพายชะงักไปนิด ใช่ว่าจะไม่คิดว่าภาคินเป็นคนในครอบครัว แต่ถ้าจะให้ดี พระพายก็อยากให้ภาคินได้อยู่กับครอบครัวของเขาด้วยเหมือนกัน

 

 

“พี่ภาคินจะเป็นคนในครอบครัวของเราตลอดไปเหมือนกันครับ” พระพายบอกออกมาเสียงแผ่ว

 

 

“พาย พายคิดว่าพี่ภาคินของพายจะเป็นเหมือนพ่อของพายมั้ย” แม่ของเด็กหนุ่มแสร้งถามออกมาอีกทำให้พระพายชะงักไปนิด เพราะใจหนึ่งพระพายก็คิดว่าภาคินจะไม่เป็นแบบพ่อตนเอง เพราะไม่อย่างนั้น ภาคินคงไม่ถูกไล่ออกจากบ้านมาแบบนี้ แต่อีกใจพระพายก็ยังไม่มีความมั่นใจในตัวเองมากพอ ว่าจะทำให้ภาคินรักตนเองได้มากแค่ไหนกันแน่ การคบกับภาคินครั้งนี้ มันยังมีเรื่องคาใจพระพายอยู่หลายอย่าง เรื่องที่ภาคินไม่เคยบอก และพระพายไม่กล้าถาม พระพายไม่รู้ว่าจริงๆแล้ว ภาคินแอบมองแอบชอบตนเองมานานจริงๆน่ะเหรอ หรือภาคินแค่จำเขาได้ว่าเป็นรุ่นน้อง แล้วเอามาเป็นข้ออ้างเท่านั้น

พระพายไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองคิดออกนอกทะเลไปมากแค่ไหน ความกังวล ความเครียด ความคิดมาก ทำให้พระพายที่อ่อนต่อโลกในเรื่องของความรัก คิดจินตนาการในแง่ลบมากเกินไป จนบดบังความจริง บดบังการกระทำทุกอย่างที่ภาคินแสดงออกมาให้เห็น เอาแต่คิดว่าตนเองรักภาคินมาก มากกว่าที่ภาคินรักตนเอง และรักมากพอที่ไม่อาจทนเห็นภาคินมีปัญหากับครอบครัวของภาคินได้ และถ้าใครจะเจ็บ พระพายขอเจ็บเองจะดีกว่า

ซึ่งพระพายก็ลืมคำสอนที่แม่พึ่งสอนไปเมื่อกี้ ว่าให้เห็นแก่ตัวในเรื่องของความรักบ้าง

 

 

“ไม่รู้ครับ” พระพายเลี่ยงที่จะตอบตรงๆ

 

 

“แม่ว่าพายไปนอนดีกว่านะ พรุ่งนี้ตื่นสายหน่อยก็ได้” สร้อยบอกกับลูกชายตนเองยิ้มๆ พายผละออกมาจากการกอดแม่ตนเอง

 

 

“แม่ก็อย่านอนดึกมากนะครับ พรุ่งนี้ไม่ได้ขายขนมก็นอนตื่นสายบ้างก็ได้” พระพายบอกแม่ด้วยความเป็นห่วงกลับไปเช่นเดียวกัน แม่ของพระพายพยักหน้ารับ ก่อนที่พระพายจะลุกขึ้นแล้วเดินไปยังห้องนอนของตนเอง พอเข้าไปในห้องภาคินยังนอนเล่นมือถืออยู่

“ยังไม่นอนเหรอครับ” พระพายถามเสียงแผ่ว เพราะที่ประวิงเวลานั่งคุยกับแม่ตนเอง เพื่อจะให้ภาคินหลับไปก่อน พระพายยังไม่พร้อมจะถูกคาดคั้นอะไรในตอนนี้

 

 

“พี่รอพาย” ภาคินบอกเสียงนิ่ง

 

 

“รอทำไมครับ ถ้าง่วงก็หลับก่อนก็ได้” พระพายพูดด้วยความเป็นห่วง แต่ในใจก็กำลังสั่นไหว และหลบสายตาภาคินตลอด ภาคินถอนหายใจเบาๆ

 

 

“พี่อยากนอนกอดพายน่ะ มานอนให้พี่กอดสิ พี่จะได้หลับ” ภาคินบอกกลับ พระพายนิ่งไปนิด แล้วยิ้มอ่อนๆออกมา เด็กหนุ่มเดินไปปิดไฟในห้องเหลือเพียงไฟหัวเตียงสีส้ม พระพายขึ้นไปบนเตียงนอน ภาคินก็ดึงพระพายเข้ามากอดทันที เด็กหนุ่มซุกหน้าเข้าหาอกอุ่นของภาคิน เหมือนกับต้องการซึมซับสิ่งดีๆเหล่านี้ให้ได้มากที่สุด

“ชอบให้พี่นอนกอดแบบนี้มั้ย” ภาคินถามขึ้น พระพายพยักหน้ารับช้าๆ

 

 

“ชอบครับ” เด็กหนุ่มตอบรับเสียงแผ่ว

 

 

“งั้นพี่จะกอดพายแบบนี้ไปตลอด และพี่หวังว่าพายจะไปหนีจากอ้อมกอดของพี่ไปหรอกนะ” ภาคินพูดขึ้นมา ทำให้พระพายชะงักทันที ไม่รู้ว่าภาคินจับสังเกตอะไรตนเองได้หรือไม่ โดยที่เด็กหนุ่มรู้เลยว่า ภาคินรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว พระพายเงียบไปนิด แล้วยกแขนไปกอดภาคิน

 

 

“พายรักพี่ภาคินมากนะครับ” พระพายพูดเสียงติดสั่นนิดๆ

 

 

“พี่ก็รักพาย รักมาก” ภาคินพูดย้ำ พระพายบอกกับตัวเองว่าจะจำน้ำเสียงของภาคินเอาไว้ให้ขึ้นใจ ก่อนที่ริมฝีปากนุ่มของภาคิน จะจูบเบาๆที่หน้าผากของพระพาย ทั้งสองนอนกอดกันนิ่งๆอยู่สักพัก พระพายก็ผล็อยหลับไป ภาคินนอนลืมตาอยู่คนเดียว

//พี่รู้ว่าพายรักพี่ แต่พายจะรู้บ้างรึเปล่า ว่าพี่เองก็รักพายไม่น้อยเหมือนกัน// ภาคินพึมพำเบาๆ แล้วหลับตาลงไปอย่างเหนื่อยใจ

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

ถึงแม้ว่าแม่จะบอกให้ตื่นสายบ้าง แต่พระพายก็ตื่นเช้าอยู่ดีด้วยความเคยชิน พระพายนอนมองใบหน้าของคนรักที่นอนอยู่ข้างๆตนเองด้วยความรัก พระพายนอนนิ่งๆอยู่อย่างนั้นสักพัก ก่อนจะลุกขึ้นนั่ง แล้วจูบเบาๆไปที่ปลายจมูกของภาคิน แล้วถึงลงจากเตียงเพื่อออกไปดูว่าแม่ตนเองตื่นหรือยัง

 

 

“อ่าว ทำไมตื่นเช้าจังละ แม่บอกให้ตื่นสายๆหน่อยไง” สร้อยทักลุกชายตนเอง

 

 

“ตื่นเช้าเคยนี่ครับ” พระพายพูดกับแม่ตนเอง

 

 

“แล้วภาคินล่ะ” สร้อยถามหาคนรักของลูกชาย

 

 

“หลับอยู่ครับ พายไม่อยากปลุก” พระพายบอกเสียงแผ่ว

 

 

“งั้นพายมาช่วยแม่ทำกับข้าวละกันนะ” สร้อยบอกยิ้มๆ ก่อนที่พระพายจะช่วยทำกับข้าวตอนเช้า

“พาย ภาคินบอกรึยัง” สร้อยถามลูกชายขึ้นมา พระพายทำหน้างง

 

 

“บอกอะไรครับ” พระพายถามกลับ

 

 

“วันนี้ พ่อของพาย เค้าจะเข้ามาคุยกับพวกเราที่นี่นะ” สร้อยบอกลูกชายออกไป ทำให้พระพายชะงักไปนิด

 

 

“พ่อ....เอ่อ เค้าจะมาที่นี่เหรอครับ” พระพายถามเสียงสั่นๆ

 

 

“ใช่ เค้าอยากเข้ามาคุยน่ะ แม่กับตาคุยกันแล้วว่าไหนๆ เรื่องมันก็มาถึงขั้นนี้แล้ว พายเองก็รับรู้แล้ว เลยให้เค้าเข้ามาคุยให้มันกระจ่างไปเลยจะดีกว่า” สร้อยพูดขึ้น

 

 

“แล้วจะมาตอนไหนเหรอครับ” พระพายถามอีก ตอนนี้ใจของเขาเต้นแรงและสั่นระรัว ด้วยความที่จะได้เจอหน้าคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อของตนเอง พ่อที่เขาไม่เคยรับรู้ว่ายังมีชีวิตอยู่มาตลอด 18 ปี

 

 

“คงสายๆหน่อยน่ะ” แม่บอกกลับ พระพายพยักหน้ารับช้าๆ แล้วยืนช่วยแม่ทำกับข้าวไปเงียบๆ

..

..

..

..

“มานั่งทำอะไรตรงนี้ หืม” ภาคินเดินมานั่งข้างๆพระพายในช่วง 10 โมงนิดๆ ที่แคร่ไม้หน้าบ้านคนรัก พระพายหันมามองภาคินพร้อมกับยิ้มอ่อนๆ สายตาของพระพาย มองไปที่ประตูรั้วหน้าบ้าน

“รอพ่องั้นเหรอ” ภาคินถามกลับไปอีก พระพายก้มหน้าลงเล็กน้อย

 

 

“ครับ” พระพายตอบรับตรงๆ ภาคินจับมือพระพายมากุมเอาไว้

 

 

“พี่อยู่ข้างๆพายนะ ไม่ว่าพายจะรู้สึกยังไง จะดีใจ ร้องไห้ เสียใจ พี่ก็จะอยู่ข้างพายเสมอ รู้มั้ยครับ” ภาคินบอกออกมาเสียงจริงจัง พระพายตาร้อนผ่าวเมื่อได้ยิน ตอนนี้พระพายขอคิดเรื่องของพ่อตนเองก่อน จึงพยายามไม่คิดเรื่องของภาคินมากนัก แค่มีภาคินอยู่ใกล้ๆแบบนี้ ในตอนนี้พระพายก็รู้สึกว่าตนเองเข้มแข็งขึ้นมากเหมือนกัน

 

 

“ขอบคุณครับ” พระพายบอกเสียงแผ่ว พอผ่านไปถึง 10 โมงครึ่ง ครอบครัวลุงสุขก็มานั่งรออยู่ที่บ้านของพระพาย เพราะจะรอคุยกับสรวิชญ์ทีเดียวเลย

 

 

“มาแล้วล่ะ” ภาคินพูดขึ้นเมื่อเห็นรถมาจอดที่หน้ารั้ว ภาคินอาสาไปเปิดประตูรั้วให้ พระพายเดินไปหาแม่ตนเอง พร้อมกับจับมือแม่ตนเองเอาไว้ พระพายรู้ตัวว่าตนเองมือเย็นเฉียบแค่ไหน พระพายมองแม่ ก็เห็นว่าแม่ตนเองมีท่าทีสงบนิ่ง ไม่ได้ร้อนรนเหมือนพระพาย สรวิชญ์ขับรถเข้ามาจอดที่ลานหน้าบ้าน พอลงจากรถ ภาคินก็เดินเข้ามาหา

 

 

“สวัสดีครับ” ภาคินยกมือไหว้สรวิชญ์ ซึ่งสรวิชญ์ก็รับไหว้ภาคิน

 

 

“ขอบคุณมากนะภาคิน” สรวิชญ์บอกออกมาด้วยความรู้สึกขอบคุณจริงๆ

 

 

“ผมว่าอาสรเข้าไปข้างในก่อนดีกว่าครับ” ภาคินเชื้อเชิญ สรวิชญ์จึงเดินเข้าไปพร้อมกับภาคิน สรวิชญ์มองหน้าสร้อยและลูกชายของตนเองด้วยความรู้สึกเต็มตื้นในอก เขาอยากจะพุ่งตัวเข้าไปกอดคนทั้งคู่ แต่ก็ต้องห้ามตัวเองเอาไว้ก่อน

 

 

“สวัสดีครับ” สรวิชญ์ยกมือไหว้ตากับลุงของพระพาย ซึ่งทั้งสองก็พยักหน้ารับ

 

 

“เข้ามานั่งก่อนสิ” ตาของพระพายพูดเชิญ ทั้งหมดจึงพากันเข้าไปรวมตัวกันในบ้านของพระพาย สรวิชญ์มองรอบๆอย่างสนใจ เขาไม่เคยรู้เลยว่าลูกเมียของเขาอยู่กันยังไง  ตอนนี้ สรวิชญ์นั่งที่เก้าอี้ไม้ตัวเดี่ยว ส่วนตากับแม่และพระพายนั่งที่เก้าอี้ยาวด้วยกัน ภาคินลากเก้าอี้มานั่งข้างๆพระพาย ส่วนครอบครัวของลุงสุขก็นั่งอยู่อีกด้าน แต่ก็ไม่ไกลมากนัก เพราะพูดคุยกันได้ สรวิชญ์มองหน้าสร้อยกับพระพายสลับไปมาด้วยดวงตาที่แดงก่ำ

“เอา มีอะไรก็พูดมา” ตาพูดเกริ่นขึ้นมาก่อน สรวิชญ์หายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะยกมือไหว้ตาของพระพายอีกครั้ง

 

 

“ผมอยากจะมาขอโทษ ที่ทำให้สร้อยกับลูกต้องลำบาก” สรวิชญ์พูดขึ้นมา

 

 

“สองคนนี้ก็ไม่ได้ลำบากอะไร” ตาบอกออกมาเสียงนิ่ง

 

 

“ผมรู้ครับ แต่ผมก็ทำให้สร้อยต้องเสียอนาคต ผมทำร้ายจิตใจคนที่ผมรักมากที่สุดคนหนึ่ง เพียงเพราะความขี้ขลาดของผมเอง” สรวิชญ์พูดพร้อมกับมองหน้าสร้อย ที่ตอนนี้เศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด

 

 

“พี่สรรู้ได้ไง ว่าพระพายเป็นลูกของพี่ ชั้นอาจจะมีคนอื่นหลังจากที่เลิกกับพี่ก็ได้นะ” สร้อยถามขึ้นมาอย่างข้องใจ เพราะเธอไม่เคยบอกสรวิชญ์เรื่องลูกเลย สรวิชญ์เลยเริ่มเล่าเรื่องทุกอย่างเหมือนที่เล่าให้ภาคินฟัง ทุกคนก็นั่งฟังเงียบๆ และมองออกว่าสรวิชญ์ไม่ได้ต้องการจะแก้ตัว แต่เขาเล่าเรื่องจริง

“ผมไม่หวังให้ทุกคนยกโทษให้ผม แต่ผมก็อยากจะทำอะไรเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ผมได้พลาดไปบ้าง” สรวิชญ์บอกออกมาในตอนท้าย พระพายนั่งฟังเงียบๆ แต่ดวงตาก็เอ่อคลอไปด้วยน้ำตา มือข้างหนึ่งจับมือแม่ตนเองเอาไว้ อีกข้างก็จับมือของภาคินเอาไว้เช่นเดียวกัน

 

 

“ชั้นถามพี่อีกคำถามได้มั้ย” แม่ของพระพายถามต่อ สรวิชญ์พยักหน้ารับ

“ถ้าตอนนั้นชั้นบอกพี่ ว่าชั้นท้อง พี่จะทำยังไง” สร้อยถามขึ้น สรวิชญ์นิ่งไปนิด

 

 

“ถ้าสร้อยถามพี่ในตอนนี้ พี่บอกได้เลย ว่าพี่จะไม่ยอมปล่อยสร้อยกับลูกไปไหน พี่จะยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อมาอยู่กับสร้อยกับลูก แต่ถ้าสร้อยถามตัวพี่ในอดีต พี่ให้คำตอบไม่ได้ เพราะพี่เองก็ไม่รู้ว่า ณ เวลานั้น ในวุฒิภาวะแบบนั้น พี่จะตอบสร้อยยังไง พี่ไม่อยากพูดให้ตัวเองดูดี เพราะพี่ย้อนกลับไปช่วงเวลานั้นไม่ได้ แต่มีอย่างเดียวที่พี่ตอบสร้อยได้ ไม่ว่าสร้อยจะถามในช่วงเวลาไหน คือพี่รักสร้อย สร้อยเป็นผู้หญิงคนเดียวที่พี่รัก” สรวิชญ์ บอกออกมาตรงๆ ตามความรู้สึกจริงๆ พระพายหันมามองหน้าแม่ตนเองก็เห็นว่าแม่ตนเองยิ้มออกมาอ่อนๆ

 

 

“ขอบคุณ” สร้อยบอกกลับสรวิชญ์เพราะเธอรู้สึกดีกับคำตอบของเขาจริงๆ

 

 

“แล้วคุณจะเอายังไงต่อ ในเมื่อรู้แล้วว่าพระพายเป็นลูกของคุณ” ลุงสุขถามขึ้นมาบ้าง สรวิชญ์ มองหน้าพระพายด้วยสายตาอ่อนโยน

 

 

“ผมอยากจะขอเซ็นรับรองบุตรได้มั้ยครับ ขอให้ผมมีชื่อได้เป็นพ่อของพระพายก็ยังดี เพราะตั้งแต่เขาเกิดมา ผมไม่ได้ทำหน้าที่อะไรเลย ถ้าผมเป็นอะไรไป อย่างน้อย ก็ยังมีอะไรให้ลูกของผมบ้าง ส่วนนามสกุล ผมคุยกับพ่อของผมแล้ว ท่านบอกว่าไม่ต้องเปลี่ยนมาใช้นามสกุลของผมก็ได้ ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้ใช้นะครับ แต่เราเห็นว่าพระพายใช้นามสกุลแม่มานานแล้ว ก็อยากให้ใช้ต่อไป แล้วผมจะขอส่งเสียเรื่องเรียนให้พระพายเอง”สรวิชญ์บอกออกมาเสียงจริงจัง

“แล้วผม อยากจะขอโอกาส ได้เจอหน้าลูกบ้าง ให้ลูกไปนอนค้างที่บ้านผมบ้างจะได้รึเปล่าครับ พ่อของผมท่านก็อยากจะเจอหน้าหลาน อยากจะมาขอโทษทุกคนเหมือนกัน แต่ท่านนั่งรถไกลๆไม่ค่อยไหว สุขภาพท่านไม่ค่อยดีน่ะครับ” สรวิชญ์ พูดขอออกมาอีก สร้อย หันมามองหน้าลูกชายตนเอง ที่ตอนนี้นั่งเงียบ

 

 

“พาย” สร้อยเรียกลูกชายตนเองเสียงอ่อน

 

 

“ครับ” พระพายหันมาขานรับ

 

 

“พายอยากพูดอะไรบ้างมั้ย” สร้อยถามขึ้น พระพายค่อยๆหันไปมองหน้า สรวิชญ์ที่กำลังมองมาที่เขาด้วยสายตาอ้อนวอนและรู้สึกผิด พระพายหันไปมองภาคินที่นั่งข้างๆตนเองอีกคน ภาคินพยักหน้าช้าๆ พระพายหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะลุกเดินไปหาคนที่บอกว่าเป็นพ่อของตนเอง พระพายคุกเข่าตรงหน้า สรวิชญ์แล้วกอดเอวพ่อตนเองเอาไว้ สรวิชญ์น้ำตาไหลลงมาทันที พร้อมกับกอดพระพายกลับไป

 

 

“พ่อครับ” พระพายเรียกสรวิชญ์ออกมาเสียงแผ่ว แต่สรวิชญ์ก็ได้ยินชัดเจน พระพายไม่อยากต่อต้าน ไม่อยากโกรธเคืองที่พ่อตนเองทิ้งแม่ไปแต่งงานกับคนอื่น อาจจะเป็นเพราะแม่ของพระพายไม่เคยพูดถึงพ่อในทางที่ไม่ดี หรือพูดเสี้ยมสอนให้ลูกชายเกลียดพ่อตนเอง แค่ได้รู้ว่าพ่อตนเองมีชีวิตอยู่ และรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำในอดีตพระพายก็พร้อมจะให้อภัยทุกอย่างแล้ว พระพายไม่อยากเห็นใครทุกข์อีกแล้ว

 

 

“ลูกพ่อ....พ่อขอโทษ..” สรวิชญ์พูดออกมาเสียงสั่นเครือ พร้อมกับพรมจูบซับที่หัวพระพายอย่างแผ่วเบา สร้อยเองยังอดที่จะน้ำตาซึมไม่ได้

“เธอเลี้ยงลูกได้ดีจริงๆสร้อย.....พระพายเป็นเด็กดีจริงๆ” สรวิชญ์ เงยหน้ามาพูดกับสร้อยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเขาร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใครเลย พระพายเองก็สะอื้นเบาๆอยู่กับอกพ่อของตนเอง

..

..

..

หลังจากที่พูดคุยตกลงกันได้ด้วยดี ภาคินก็ปล่อยให้สร้อย พระพาย และ สรวิชญ์ ได้นั่งพุดคุยตกลงกันเรื่องพระพาย  ตา และลุงสุข ก็ปล่อยให้สร้อยตัดสินใจด้วยตัวเอง ทุกคนอภัยให้กับสิ่งที่ สรวิชญ์กับสร้อย ได้ทำผิดพลาดในอดีต เพราะทุกคนก็ไม่อยากมานั่งทุกข์หรือแค้นเคืองกันอีกแล้ว ภาคินนั่งเล่นอยู่หน้าบ้าน และคิดถึงเรื่องของตัวเองไปได้สักพักใหญ่ๆ สรวิชญ์ ก็เดินออกมาพร้อมกับสร้อย และพระพาย

“จะกลับแล้วเหรอครับ” ภาคินถามขึ้น เมื่อสรวิชญ์เดินตรงเข้ามาหาเขา

 

 

“อืม อามีธุระต้องไปจัดการอีกน่ะ” สรวิชญ์บอกเสียงจริงจัง

“ภาคิน อาขอบใจกับทุกเรื่องที่เราช่วยอา อาย้อนไปแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่อาจะจัดการกับปัจจุบันให้ดีที่สุด” สรวิชญ์ พูดออกมา

 

 

“ครับ” แต่ภาคินตอบรับกลับไป สรวิชญ์ หันไปหาพระพายอีกครั้ง

 

 

“เรากลับกรุงเทพฯวันนี้ใช่มั้ย” สรวิชญ์ถามลูกชายตัวเอง

 

 

“ครับ” พระพายตอบเสียงแผ่ว ดวงตาบวมแดงจากการร้องไห้

 

 

“เอาไว้ พ่อเสร็จธุระที่นี่เมื่อไร พ่อจะกลับกรุงเทพแล้วโทรไปหานะ” สรวิชญ์พูดบอกออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

 

 

“ครับ” พระพายตอบรับสั้นๆเช่นเคย  สรวิชญ์ยกมือไปลูบเส้นผมของพระพายเบาๆ

 

 

“พ่อจะทำหน้าที่ของพ่อให้ดีที่สุด.....พี่ขอบคุณสร้อยมากนะ ที่ยอมยกโทษให้พี่” สรวิชญ์พูดกับพระพาย แล้วหันมาพูดกับสร้อยอีกคน สร้อยพยักหน้ารับแล้วยิ้มอ่อนๆ สรวิชญ์กอดพระพายแล้วโยกตัวไปมาอีกครั้ง เขาอยากจะอยู่ตรงนี้นานๆ แต่ติดที่เขามีธุระต้องไปทำ สรวิชญ์กอดพระพายสักพัก ก็ผละออกมาช้าๆ

“พ่อไปก่อนนะ พี่ไปแล้วนะสร้อย.....อาไปก่อนนะภาคิน เดี๋ยวอาจะโทรหาอีกที” สรวิชญ์บอกกับคนทั้งสาม ภาคินยกมือไหว้ สรวิชญ์ส่งท้าย ก่อนที่สรวิชญ์จะเดินไปที่รถ และขับออกไป

 

 

“เดี๋ยวพายกับภาคินกินข้าวเที่ยงกันก่อนนะ แล้วค่อยกลับกรุงเทพ” สร้อยบอกกับลูกชายและคนรักของลูกชาย ก่อนจะพาคนทั้งสองเข้าไปในบ้านอีกครั้ง

 

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++ 100% +++++++++++++++++++++++++++++++++

 

2  Be  Con

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ครบร้อยแล้วคร่า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

37 ความคิดเห็น

  1. #3133 EarthMayer (@earth0118) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 16:08
    โอ้ยนี่น้องให้เลย5555555555
    #3133
    0
  2. #3015 Taeisme (@tsaijam) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2558 / 22:53
    เหลือฝั่งบ้านภาคิน
    #3015
    0
  3. #2996 °7o๓ัว๑ื้o° (@fonkisslove) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2558 / 21:39
    เรื่องำอเคียร์แล้ว เอาละทีนี้เรื่องภาคินแล้วว
    #2996
    0
  4. #2995 mon9228 (@mon9228) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2558 / 09:04
    เรื่องพ่อเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่เรื่องหัวใจนี่ล่ะนะ พายจะยอมถอยจริงหรอเนี่ย ไม่เห็นใจพี่ภาคินบ้างเลย
    #2995
    0
  5. #2994 =_=!!!KwAnZ@ (@kwan506) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2558 / 07:09
    รอตอนต่อไปอยู่น๊ายอนิม
    #2994
    0
  6. #2993 Nocha (@nuttha-cha) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 23:53
    พายหนักแน่นหน่อยนะลูก อย่าทิ้งภาคินไปนะ สงสารใจเธอเองอะพาย
    #2993
    0
  7. #2992 sosozee (@sosozee) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 22:51
    ทำตามใจตัวเองนะพาย 
    #2992
    0
  8. #2991 snow_box (@snowboxs) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 19:16
    ไม่รู้จะเม้นไร

    แค่จะบอกว่าน้ำตาไหล
    #2991
    0
  9. #2990 Tangma Satthapong (@tangmaaa) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 15:33
    นี่ถ้า พ่อพี่คินมรู้ว่าพระพายเป็นใคร ไม่เปลี่ยนใจแบบทันทีใช่มั้ย???? // อยากให้พ่อพระพายช่วยภาคินเรื่องคบกันนน อิอิ
    #2990
    0
  10. #2987 อนุบาลตัวแม่ (@ice-cream-kati) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 11:28
    เรื่องพ่อของพายเรียบร้อยไปเรื่องนึงแล้ว เหลือแต่เรื่องครอบครัวพี่ภาคินหละนะ
    #2987
    0
  11. #2986 s-cute (@s-cute) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 10:49
    อยากรู้ว่าพระพายจะทำไงเรื่องภาคินต่อไป รำคาญจีแบบสุดๆ
    #2986
    0
  12. #2985 cipher (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 10:22
    รอๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #2985
    0
  13. #2984 ยิ้งฉุบ (@nongwanjang) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 10:13
    ภาคินจัดการรร
    #2984
    0
  14. #2983 may love shinee&SJ&FT&BB (@may0904) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 09:31
    ภาคินจัดการจีแบบเด็ดขาดทีดิ๊
    #2983
    0
  15. #2982 End Ace (@silver-ns) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 09:17
    ทำไมพายขี้มโนแบบนี้ว่ะ คิดว่าตัวเองเป็นคนดีมากไหม เสียสละได้ ไม่เป็นไร ยอมเจ็บคนเดียวพองี้หรอ?
    โอ๊ยยย ดีออกกกค่าา มามโนว่าเรารักเค้ามากกว่า เราจะเสียสละเอง เราจะยอมเจ็บเอง ทุกอย่างจะจบที่เรา คนดีมากไหม? ไหนตอบ!
    -ที่นางคิดๆอยู่เนี่ยมันไม่ได้นึกถึงใครเลยนะ คิดแต่ในมุมของตัวเอง อ่อนต่อโลกมาก เหรียญไม่ได้มีด้านเดียวนะ หัดมองหลายๆมุมแล้วเอาใจเขามาใส่ใจเรามั่งว่าถ้าเรื่องเป็นแบบนี้แล้วทำอย่างนี้ถ้าเราเป็นเขาจะรู้สึกอย่างไง แต่ไม่ใช่เอามาตรฐานของตัวเองไปวัดแล้วตัดสินแบบมโนๆนะ
    ที่สำคัญคือทำไมนางคิดถึงแต่คนรอบข้าง แต่ไม่คิดถึงคนที่ตัวเองบอกว่ารักหนักหนาเลยว่ะ เนี่ยะะ ถ้าเรายังคบกับพี่ภาคิน พ่อแม่พี่ภาคินพี่จีจะเสียใจนู่นนี่นั่น บลา บลา... เดี๋ยวนะแกรรรร แกเอาพี่ภาคินของแกไปไว้มุมไหนของโลกวะ ฮัลโหลลลววววว
    แล้ว-ที่จะเลิกภาคินอะ มันทำร้ายทุกคนหมดนั่นแหละ ทั้งตัวเอง ทั้งภาคิน แถมพอตัวเองเศร้าเสียใจ กินไม่ได้นอนไม่หลับ แงๆ พ่อแม่พี่น้องก็เศร้าตามไปอี๊กกกก
    ฮ่วยยยย อ่านแล้วขัดใจค่าา ทนไม่ไหว ; ^;
    ปล.ไม่เคยเม้นยาวขนาดนี้มาก่อน อินจัดจริงๆ 55555
    #2982
    0
  16. #2981 creamlovepon (@creamlovepon) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 09:15
    พาย เข้าใจป่ะ คำว่า เชื่อใจ ต้องเชื่อใจพาคินสิ แม่สอนไรจำบ้าง
    #2981
    0
  17. #2980 raoa (@puyfay-nalak) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 08:50
    รำคาญพายมาก เป็นเชี่ยไรนักหนา คือที่แม่บอกที่ภาคินเคยขอไว้ลืมหมดแล้ว? งั้นก็เลิกๆไปเลิกไปเลย คินก็ไปหาคนอื่นเถอะ เบื่อจริงๆเคะแบบนี้
    #2980
    0
  18. #2979 shshshx (@shxtaop) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 08:13
    ตอนนี้พายต้องเลิกคิดมากก่อนนนนนน พายตั้งสตินะลูกกก
    จำคำพูดแม่ไว้บ้างงง เชื่อใจพี่คินบ้างสิ
    ยิ่งอ่านก็ยิ่งอยากตบปากอิจีจริงๆๆเลยสาระแนตลอด
    #2979
    0
  19. #2978 zominho (@zominho) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 08:07
    พายทำไมต้องมองแต่ด้านลบอะ ถ้าพายจะเป็นคนดีโดยที่ตัวเองกับภาคินเสียใจก็จะยอมหรอ คือเยอะๆหน่อย
    #2978
    0
  20. #2977 achaneeaw375 (@achaneeaw375) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 07:32
    พาย~~ หนูไม่ได้รักพี่ภาคินฝ่ายเดียวนะลูก... ภาคินก็รักหนูไม่แพ้กัน เจ๊พูดเลย~~ ภาคินรักหนูมาก และมั่นคงด้วย หนูก็ต้องเชื่อเจ๊พี่ภาคิน แล้วมั่นคงกับพี่ภาคินเหมือนกันนะ อย่าไปเชื่ออีพวกปากนกปากกานะพาย พาย~ทบทวนลูกทบทวนนะ ภาคินสู้ๆนะเจ้าค่ะ #ทีมพี่ภาคินเจ้าค่ะ
    #2977
    0
  21. #2975 Taeisme (@tsaijam) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2558 / 12:02
    พายค่อยๆคิดทบทวนนะลูก หนูต้องเชื่อใจพี่ภาคินนะ
    #2975
    0
  22. #2973 achaneeaw375 (@achaneeaw375) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2558 / 10:00
    พายใจดีเกินไปรึเปล่า? พี่คินเคยบอกแล้วไม่ใช่หรอว่าให้เชื่อใจ~ สงสารพายนะ แต่สงสารคินมากกว่าอะ ทำไมอะ? แค่อีจีมาพูดแค่ว่าให้เลิกกันแค่นี้เนี่ยนะ? พาย~ ภาคินรักพายมากนะ มากๆด้วยแหละ #ทีมพี่ภาคิน
    #2973
    0
  23. #2970 อนุบาลตัวแม่ (@ice-cream-kati) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2558 / 07:47
    พายเป็นคนจิตใจดีมาก คำนึงถึงความรู้สึกคนอื่นตลอดจนเกือบจะลืมนึกถึงความรู้สึกความต้องการของตัวเอง พี่ภาคินทำขนาดนี้พายยังจะผลักไสพี่ภาคอนออกไปอีกเหรอ
    #2970
    0
  24. #2969 Giraffe_pop (@piyawan-pp) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2558 / 07:15
    เอาคำถามนั้นมาย้อนถามตัวเองนะพาย รักพี่คินขนาดนั้นทำไมถึงคิดจะเลิก ได้คำตอบจากแม่ก็ควรรู้ตัวได้ละว่ากำลังเดินตามรอยแม่อยู่....
    #2969
    0
  25. #2968 s-cute (@s-cute) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2558 / 00:08
    ภาคินอย่าลืมจัดการจีน๊าาา ทำพระพายไม่สบายใจ
    #2968
    0