บทเรียนรัก ❤ นักกีฬา [Yaoi, Boy's love]

  • 97% Rating

  • 9 Vote(s)

  • 244,196 Views

  • 3,172 Comments

  • 4,279 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    71

    Overall
    244,196

ตอนที่ 9 : บทเรียนรัก ❤ นักกีฬา [ภาคิน X พระพาย].............1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3723
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    18 เม.ย. 58






 

บทเรียนรัก นักกีฬา  [ภาคิน X พระพาย] ตอนที่ 1

Author :   (ยอนิม)

                        

               

                                                

 

 

 

               

 

รักแรกพบ ใครว่าไม่มีจริง....

การแอบรัก รักแรก ถึงแม้ว่าจะไม่สมหวัง แต่ใช่ว่าจะไม่มีความสุข...

คนบางคนไม่ได้หวังอะไร นอกจากการแอบรัก แอบมองอยู่ไกลๆ...

..

..

..

“พระพาย หนูจะไปเรียนที่นั่นจริงๆน่ะเหรอ หนูจะไปอยู่คนเดียวได้เหรอลูก” เสียงหญิงวัย 40 กว่าๆ พูดถามขึ้น เมื่อลูกชายคนเดียวของตนเอง เดินมาบอกว่าจะไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ

 

 

“แม่ครับ พายอายุ 18 แล้วนะ พายดูแลตัวเองได้ครับ ส่วนเรื่องค่าหอพัก เดี๋ยวพายจะทำงานพิเศษหาจ่ายเอง แม่ไม่ต้องห่วงนะ” เด็กหนุ่มรูปร่างเล็กผิวขาวละเอียดพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

 

 

“แม่ไม่ได้ห่วงเรื่องเงินนะพาย ลูกคนเดียว แม่ส่งเรียนได้อยู่แล้ว แต่แม่เป็นห่วงที่หนูต้องไปอยู่คนเดียวมากกว่า” แม่ของพระพายพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง พระพายล้มตัวลงนอนหนุนตักแม่ตนเอง

 

 

“พายบอกแล้วไงครับ ว่าพายไม่ใช่เด็กแล้ว แม่อย่าห่วงพายเลยน๊า” เด็กหนุ่มพูดออดอ้อนออกมาอีกครั้ง แม่ของเด็กหนุ่มบกมือขึ้นมาลูบหัวลูกชายตัวเองเบาๆ

 

 

“พายบอกแม่ได้มั้ย ว่าเพราะอะไร พายถึงอยากไปเรียนที่นั่น” แม่ของเด็กหนุ่มถามขึ้นด้วยความอยากรู้ พระพายชะงักไปนิด ก่อนใบหน้าจะขึ้นสีระเรื่อ

 

 

“คือ...พายอยากไปเรียนรู้สังคมใหม่ๆ แล้วก็......เอ่อ...” พระพายมีท่าทีอึกอักเล็กน้อย ก่อนที่แม่ของพระพายจะยิ้มอ่อนๆออกมา

 

 

“อ่า แม่ว่า แม่รู้แล้วล่ะ ถ้าพายยืนยันว่าจะไป แม่ก็จะไม่ห้าม แต่เราต้องไปบอกตาของเราเองนะ” แม่ของพระพายพูดขึ้นมายิ้มๆ อย่างเข้าใจ เพราะถึงแม้ว่าลูกชายจะไม่พูดบอก แต่เธอคิดว่าเธอรู้แล้ว ทำให้พระพายยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ

 

 

“พายรู้ ว่าตาต้องอนุญาตแน่นอนครับ” เด็กหนุ่มบอกด้วยความมั่นใจ เพราะตาของเขารักเขามากที่สุด

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

“ปิดเทอม แทนที่จะกลับมาบ้านบ้างก็ไม่กลับ นี่ถ้าม๊าไม่โทรตาม แกก็คงไม่คิดจะกลับเลยสินะภาคิน” เสียงพูดของชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ในห้องรับแขกทักชายหนุ่มที่พึ่งเดินเข้ามาในบ้านด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิดนิดๆ ภาคินมองพี่ชายตัวเองด้วยหางตา

 

 

“ดื่มกาแฟซะ เดี๋ยวมันจะเย็นซะก่อน” ภาคินพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนจะเดินแยกไปทางห้องครัว ซึ่งพี่ชายของเขารู้ดีว่า น้องชายพูดเหน็บให้หยุดพูดและให้ดื่มกาแฟไปเงียบๆ

 

 

“ภาคิน!!” พี่ชายของภาคินโวยขึ้นมาอย่างไม่พอใจ แต่ภาคินก็ไม่คิดจะเถียงต่อ เขาตรงไปหาแม่ของตนเองที่เขารู้ว่าตอนนี้ต้องอยู่ในครัวแน่นอน

 

 

“สวัสดีครับม๊า สวัสดีครับป้าสาลี่” ภาคินยกมือไหว้แม่ตนเองกับแม่บ้านเก่าแก่ที่อยู่กับครอบครัวของเขามานาน ซึ่งทั้งสองกำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว

 

 

“อ่า มาพอดี ว่าแต่พี่ชายเราเค้าโวยวายอะไร เสียงดังเข้ามาในครัวเลย” แม่ของภาคินหันมายิ้มให้ลูกชายพร้อมกับเดินเข้ามากอดเอาไว้

 

 

“ไม่รู้สิครับ” ภาคินตอบกลับด้วยท่าทีนิ่งๆเช่นเคย

 

 

“แล้วเจอป๊ารึยัง” แม่ของภาคินถามต่อ ทำให้ภาคินนิ่งไปนิด

 

 

“ยังครับ” ภาคินตอบสั้นๆ

 

 

“คุณรัศไปนั่งคุยกับคุณหนูก่อนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวป้าทำต่อเอง” ป้าสาลี่บอกออกมาอย่างนอบน้อม

 

 

“ฝากหน่อยนะคะ” แม่ของภาคินบอกกลับป้าสาลี่ยิ้มๆ ก่อนจะกอดแขนลูกชายตนเองเดินไปยังห้องนั่งเล่นอีกห้อง ที่ไม่ใช่ห้องรับแขกที่ลูกชายคนโตนั่งอยู่

“ทำไมไม่ค่อยกลับบ้านเลยล่ะคิน ปิดเทอมแล้วไม่ใช่เหรอ” แม่ของชายหนุ่มถามขึ้นทันที

 

 

“ผมมีซ้อมให้น้องๆเกือบทุกวันน่ะครับ ก็เลยไม่ค่อยได้กลับ” ภาคินตอบกลับ เมื่อนั่งลงที่โซฟาข้างแม่ตนเอง

 

 

“แต่ม๊าคิดถึงนะ เราเองก็ไม่ค่อยโทรกลับมา ป๊าเค้าก็คิดถึง ถามถึงทุกวัน” แม่ของภาคินพูดขึ้นด้วยความคิดถึง ภาคินถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

 

“ม๊า อย่าพูดแทนป๊าได้มั้ย” ภาคินบอกเสียงเรียบ ไม่ได้มีท่าทีหงุดหงิดอะไร

 

 

“ม๊าไม่ได้พูดแทนนะ ถึงแม้ว่าป๊าเค้าจะไม่พูดไม่แสดงออก แต่ม๊าก็รู้ว่าเค้าคิดคิดถึงคินเหมือนกัน” แม่ของชายหนุ่มพูดอธิบายออกมา ภาคินนิ่งเงียบไปนิด

“คิน ป๊ากับม๊าผิดเหรอที่เป็นห่วงอนาคตของคินน่ะ” แม่ของภาคินพูดถามออกมาด้วยน้ำเสียงปกติ

 

 

“ม๊าครับ ผมไม่อยากคุยกับม๊าเรื่องนี้อีก” ภาคินพูดเสียงจริงจัง

 

 

“ใช่ จะไปพูดกับมันทำไม ยังไงมันก็ไม่คิดจะลดความดื้อ ความหัวแข็งของมันอยู่แล้ว” เสียงของพ่อของภาคินดังขึ้น ก่อนจะเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นที่ภาคินนั่งอยู่กับแม่ ทำให้ภาคินถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

 

“คุณคะ พูดกับลูกดีๆ” แม่ของภาคินพูดปรามสามีตัวเอง ภาคินยังคงนั่งหน้านิ่ง ไม่ได้แสดงออกถึงอาการไม่พอใจอะไร ทั้งๆที่ในใจเขาเองรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย

 

 

“นี่ผมก็พูดดีกับมันแล้วนะ ผมไม่ได้ด่ามันสักคำ” พ่อของภาคินพูดขึ้น

 

 

“ม๊า จะตั้งโต๊ะตอนไหนครับ”  ภาคินถามแม่ตนเองขัดขึ้นมา

 

 

“ประมาณ 6 โมงเย็นน่ะ ทำไมเหรอ” แม่ของภาคินถามกลับ ภาคินยกนาฬิกาข้อมือตัวเองขึ้นมาดู

 

 

“ตอนนี้พึ่งจะบ่าย 3 ผมขอออกไปซื้อของข้างนอกแป๊บนะครับ แล้วจะรีบกลับมาให้ทันข้าวเย็น” ภาคินพูดขึ้น ก่อนจะลุกขึ้นยืนโดยไม่รอคำตอบรับของแม่ตนเอง

 

 

“ขับรถมาเหนื่อยๆ ไม่พักก่อนล่ะคิน..... คิน” แม่ของภาคินพยายามเรียกลูกชายตัวเอง แต่ภาคินก็ไม่ตอบรับ พร้อมกับเดินออกไปจากห้องนั่งเล่น

 

 

“คุณดูมันล่ะกัน หน้าผมมันยังไม่อยากจะมอง ผมเดินเข้ามามันก็ไม่ยกมือไหว้ผมสักนิด” พ่อของภาคินพูดออกมาด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์

 

 

“ก็คุณเข้ามาหาเรื่องลูกก่อนนี่คะ ลูกถึงไม่ทันได้ไหว้น่ะ” แม่ของภาคินว่าสามีตนเองกลับไป

 

 

“คุณก็ให้ท้ายมันเข้าไป ดูมันสิ ทุกวันนี้มันทำอะไรตามใจตัวเองไม่เคยคิดถึงหัวอกผมกับคุณเลยสักนิด” พ่อของภาคินพูดตัดพ้อออกมา ทำให้แม่ของภาคินนิ่งเงียบไปทันที เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่กวนใจของเธอเช่นเดียวกัน ครอบครัวของภาคินทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ มีโครงการคอนโด และหมู่บ้านมากมาย ครอบครัวนี้มีลูกชายอยู่ 2 คน คนโตทำงานแล้วชื่อว่าภากร ซึ่งเข้ามาดูแลบริหารงานของครอบครัวต่อ ส่วนภาคินพ่อแม่ตั้งใจจะให้ลูกได้เรียนคณะที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจครอบครัว แต่ภาคินกลับไปเลือกเข้าคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา ซึ่งทำให้พ่อของภาคินโกรธมาก แต่ไม่ว่าจะเกลี้ยกล่อมภาคินยังไง เขาก็ไม่ยอมเปลี่ยนใจ และตอนนี้เขาก็กำลังขึ้นปี 3 แล้วด้วย

..

..

..

..

ภาคินขับรถออกมาจากบ้าน แล้วขับไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อนอะไร เขาขับรถไปจอดที่หน้าโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งซึ่งเป็นโรงเรียนเก่าที่เขาเคยเรียน ตอนนี้โรงเรียนปิดเทอมแล้ว จึงไม่มีนักเรียนสักคน เขาขับรถไปที่ป้อมยาม ก่อนจะเข้าก็เปิดกระจกรถทักทายกับยามที่อยู่หน้าโรงเรียน ซึ่งรู้จักกันดี และยามก็ปล่อยให้เขาเข้าไปได้ ภาคินขับรถไปจอดที่หน้าโรงยิมของโรงเรียน ก่อนจะลงจากรถแล้วมองไปรอบๆ แล้วยกยิ้มขึ้นมานิดๆ ภาพบรรยากาศเก่าๆหวนคืนเข้ามาอีกครั้ง เขาเดินเข้าไปในโรงยิมที่เปิดประตูเอาไว้ กลิ่นอายเก่าๆทำให้ภาคินรู้สึกผ่อนคลาย ถึงแม้ว่าจะจบไป 3 ปีแล้ว แต่โรงเรียนนี้ก็ให้ความรู้สึกสบายใจกับเขาไม่เคยเปลี่ยน

 

 

“ใครน่ะ” เสียงทักถามดังขึ้น ทำให้ภาคินหันไปมอง ก่อนจะยิ้มกว้างแล้วไหว้อีกฝ่ายทันที

 

 

“สวัสดีครับครูจา” ภาคินไหว้อาจารย์สอนพละศึกษาที่สนิทกันดีตอนที่เขาเรียนอยู่ที่นี่ และตอนนี้ก็ยังคงสนิทกันอยู่

 

 

“อ่าว ภาคิน กลับมาเที่ยวบ้านเหรอ ไม่เจอกันนานเลยนะ” อาจารย์จารึกทักกลับไปเมื่อเห็นว่าเป็นลูกศิษย์คนโปรดของตนเอง

 

 

“ครับ พอดีผมวุ่นๆเรื่องซ้อมที่มหาลัย เลยไม่ค่อยมีเวลาได้กลับมาบ้าน ครูสบายดีนะครับ” ภาคินถามกลับไปยิ้มๆ อาจารย์จารึกที่อยู่ตรงหน้าของเขาเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ ถึงแม้ว่าอายุ 50 แล้ว แต่ยังดูแข็งแรงอยู่

 

 

“เรื่องเรียนเป็นไงบ้าง ยังไม่คิดจะเปลี่ยนใจใช่มั้ย” จารึกถามยิ้มๆ

 

 

“ไม่คิดเปลี่ยนใจแน่นอนครับครู” ภาคินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง จารึกยกมือขึ้นไปตบไหล่แกร่งของภาคินเบาๆ

 

 

“ทำในสิ่งที่เรารักต่อไปล่ะกัน ครูเอาใจช่วย” จารึกบอกกลับไปด้วยน้ำเสียงจริงจังเช่นเดียวกัน ภาคินยิ้มรับ

 

 

“ขอบคุณครับครู แล้วนี่ครูรีบไปไหนรึเปล่าครับ” ภาคินตอบกลับ ก่อนจะถามขึ้น จารึกส่ายหน้าไปมา

 

 

“ไม่รีบ มีอะไรรึเปล่า” จารึกถามขึ้น

 

 

“สักเกมมั้ยครับ” ภาคินถามกลับพร้อมกับมองเลยไปที่แป้นบาสเกตบอล ทำให้จารึกยิ้มออกมาทันที

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

“พระพายโต๊ะ 3” เสียงของพ่อค้าขายข้าวมันไก่ในช่วงเย็น ที่อยู่ริมถนน ส่งเสียงบอกออกมา ทำให้พระพายรีบเดินไปรับแล้วเดินไปเสริฟยังโต๊ะ 3  ตามที่พ่อค้าบอก ก่อนจะหันไปรับลูกค้าที่เดินมานั่งที่โต๊ะใหม่อีก 3 คน พระพายจำเมนูที่ทั้งสามสั่ง แล้วเดินมาบอกกับพ่อค้าที่กำลังง่วนอยู่กับการสับไก่

 

 

“มัน 1 หน้า 2 ไม่หนัง โต๊ะ 4 ครับลุงสุข” พระพายบอกกับเจ้าของร้าน

 

 

“ได้ๆ พระพาย เอ็งกินข้าวเย็นรึยัง” พ่อค้าตอบรับ ก่อนจะหันมาถามพระพายเมื่อนึกได้

 

 

“ยังครับ ยังไม่หิว” พระพายตอบกลับ

 

 

“ไม่หิวได้ไง ไปกินก่อนเลย เดี๋ยวก็เป็นโรคกระเพราะ เอาเหมือนเดิมใช่มั้ย เดี๋ยวข้าทำให้” ลุงสุขพ่อค้าขายข้าวมันไก่พูดเสียงติดดุนิดๆ พระพายถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะพยักหน้ารับ

“ไม่ต้องมาทำหน้าเซ็งเลย ถ้าตาเอ็งรู้ว่ากินข้าวเย็นไม่ตรงเวลา เดี๋ยวได้มาบ่นข้าว่าไม่สนใจหลาน” ลุงสุข พี่ชายแท้ๆของแม่พระพายพูดขึ้นมา ก่อนจะรีบทำข้าวหน้าไก่ให้หลานชายตัวเองก่อน พระพายเดินมารับจานข้าวของตัวเองพร้อมน้ำซุปร้อนๆ แล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะแยกสำหรับให้เขานั่งพักโดยเฉพาะ

 

 

“เลยเวลานิดหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอกครับ” พระพายพูดอุบอิบแต่ก็ยอมนั่งกินข้าวแต่โดยดี

 

 

“โห่ พ่อสนใจลูกสาวตัวเองบ้างสิ สนใจแต่หลาน” เสียงของเพลินหญิงสาววัย 17 ลูกสาวของลุงสุขพูดแซวขึ้นมา

 

 

“ไม่ต้องมาพูดมาก นี่ของเอ็ง ไปนั่งกินกับพระพายโน่นไป” พ่อของหญิงสาวส่งจานข้าวของลูกสาวมาให้ หญิงสาวก็เดินมารับไปนั่งกินกับพระพายทันที

 

 

“พี่พาย พี่จะไปเรียนกรุงเทพจริงๆน่ะเหรอ” หญิงสาวถามพี่ชายตนเองด้วยความอยากรู้

 

 

“อืม” พระพายตอบรับในลำคอ

 

 

“งั้น ถ้าเพลินเรียนจบมอปลาย เพลินจะสอบเข้ามหาลัยเดียวกับพี่พาย แล้วไปอยู่ด้วยนะ” หญิงสาวบอกยิ้มๆ พระพายยิ้มรับ

 

 

“ก็ขยันอ่านหนังสือหน่อยล่ะกัน จะได้สอบติด” พระพายบอกยิ้มๆ แล้วนั่งกินข้าวต่อ

 

 

“อ่าว ครูเชิญนั่งเลยครับ” เสียงทักทายของลุงสุขดังขึ้น ทำให้พระพายหันไปมองก่อนจะชะงักไปนิด

 

 

“สวัสดีครับครู...สวัสดีค่ะครู” พระพายกับเพลินรีบยกมือไหว้อาจารย์ที่เดินเข้ามานั่งที่โต๊ะทันที อาจารย์คนดังกล่าวพยักหน้ารับยิ้มๆ

 

 

“พี่พาย ไปรับออเดอร์สิ” เพลินเตะเท้าพระพายที่นั่งอยู่ ทำให้พระพายรีบลุกทันที

 

 

“กินให้อิ่มก่อนพาย” ลุงสุขหันมาพูดบอกเมื่อเห็นว่าพระพายลุกขึ้นจะไปรับออเดอร์ลูกค้า

 

 

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวกินต่อ” พระพายตอบกลับ เพราะเห็นว่าลุงตนเองยังคงวุ่นอยู่กับการสับไก่ให้ลูกค้าที่มาซื้อกลับบ้าน ก่อนที่พระพายจะเดินมาที่โต๊ะของอาจารย์ในโรงเรียนมัธยมของตนเอง

“รับอะไรดีครับ” พระพายถามขึ้น

 

 

“เอาอะไรดี” เสียงของอาจารย์ถามคนที่นั่งตรงกันข้ามของตัวเอง

 

 

“ขอข้าวหน้าไก่ไม่เอาหนังครับ” อีกฝ่ายตอบกลับ

 

 

“งั้นเอามาสองเลยนะ” อาจารย์หันมาบอกกับพระพายที่ยืนรับออเดอร์อยู่

 

 

“แล้วรับน้ำอะไรดีครับ” พระพายถามกลับพร้อมกับมองหน้าอาจารย์ ไม่ได้มองคนที่มากับอาจารย์ของตนเองเลยสักนิด

 

 

“เอาโค้กกับน้ำแข็งเปล่าล่ะกัน” อาจารย์เป็นฝ่ายตอบ

 

 

“รอสักครู่นะครับ” พระพายตอบกลับ ก่อนจะรีบไปบอกออเดอร์ให้ลุงตนเองรับรู้และเดินไปตักน้ำแข็งพร้อมกับเปิดโค้กเย็นๆ มาเสริฟที่โต๊ะอาจารย์ของตนเองทันที

 

 

“ได้ที่เรียนต่อรึยัง” เสียงของอาจารย์ถามขึ้น ทำให้พระพายต้องหยุดคุยกับอาจารย์ที่โต๊ะเสียก่อน

 

 

“เอ่อ..ได้แล้วครับ” พระพายตอบกลับ

 

 

“อ่าๆ ดีๆ ตั้งใจเรียนล่ะ” อาจารย์ตอบกลับมายิ้มๆ ก่อนที่พระพายจะเดินกลับไปนั่งกินข้าวกับน้องสาวตนเองต่อทันที

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

“ม๊านึกว่าคินจะกลับมาไม่ทันอาหารเย็นซะอีก แล้วไหนของที่ไปซื้อมาล่ะ” แม่ของภาคินถามขึ้นเมื่อเห็นภาคินลงจากรถ

 

 

“พอดีไม่มีของที่ผมอยากได้น่ะครับ ผมก็เลยเดินเล่นไปเรื่อย” ภาคินตอบกลับเสียงเรียบ

 

 

“อ่อ..งั้นม๊าว่า เราไปที่ห้องกินข้าวกันเลยดีกว่าน่ะ ตอนนี้ป้าสาลี่เค้ากำลังจัดโต๊ะอยู่” แม่ของชายหนุ่มพูดบอก ก่อนจะเดินกอดแขนลูกชายคนเล็กเข้าบ้าน ทั้งสองพากันเข้ามาในห้องอาหาร ซึ่งตอนนี้พ่อและพี่ชายของภาคินนั่งประจำที่แล้ว ภาคินเดินไปนั่งที่เก้าอี้ถัดจากแม่ตนเอง โดยที่พ่อของภาคินนั่งหัวโต๊ะ ส่วนพี่ชายนั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะ

 

 

“แกไปไหนมา” พี่ชายของภาคินถามขึ้น ภาคินมองหน้าพี่ชายตนเองนิดๆ

 

 

“หิวไม่ใช่เหรอ กินข้าวซะสิ” ภาคินตอบกลับไป ซึ่งภากรพี่ชายของภาคินรู้ได้ในทันที ว่าน้องชายตนเองกำลังกวนประสาทอยู่

 

 

“ม๊าว่าเรากินข้าวกันเลยดีกว่านะ” แม่ของภาคินพูดขัดขึ้นมาก่อนที่ลูกชายคนโตจะพูดอะไร ทำให้ภากรได้แต่มองน้องชายตนเองด้วยความหงุดหงิด ภาคินนั่งทำหน้านิ่งๆ ไม่สนใจอาการของพี่ชายตนเองเลยสักนิด เมื่อได้ยินที่แม่พูดบอก ทุกคนก็นั่งกินข้าวไปพร้อมกัน

 

 

//อาหารไม่ถูกปากเหรอคะคุณคิน// ป้าสาลี่เดินเข้ามากระซิบถาม ภาคินหันไปยิ้มให้ป้าสาลี่อ่อนๆ

 

 

“เปล่าครับ กับข้าวอร่อยมาก แต่พอดีช่วงนี้ผมกินอะไรไม่ลงเท่าไร” ภาคินตอบป้าสาลี่กลับไป ก่อนจะวางช้อนหลังจากที่กินเข้าไปเพียงครึ่งจาน

“ผมอิ่มแล้ว ขอตัวก่อนนะครับ พอดีผมอยากอาบน้ำ” ภาคินพูดบอกกับทุกคนบนโต๊ะ ทำให้พ่อกับพี่ชายทำหน้าไม่พอใจทันที แต่ภาคินก็ไม่สนใจอะไร เขาลุกจากโต๊ะอาหารแล้วเดินออกไปจากห้องอาหารทันที ป้าสาลี่รีบเดินตามไปเช่นเดียวกัน

 

 

“คุณคินคะ” เสียงป้าสาลี่หยุดเท้าของภาคินที่กำลังจะเดินขึ้นบนห้องนอนของตนเองเอาไว้

 

 

“ครับป้า” ภาคินหันมาขานรับ

 

 

“แอบกินข้าวจากข้างนอกมาแล้วใช่มั้ยคะ” ป้าสาลี่ถามอย่างรู้ทัน ภาคินยกยิ้มนิดๆ แต่ไม่ตอบอะไร เพราะรู้ว่าตนเองไม่สามารถโกหกป้าสาลี่ได้

“คุณคิน ไม่สงสารคุณรัศเหรอคะ” ป้าสาลี่ถามขึ้น

 

 

“ผมไม่ได้ทำอะไรผิดนะครับ แล้วอีกอย่าง ป้าสาลี่คิดว่าคนที่น่าสงสารมีแค่ม๊าคนเดียวเหรอครับ” ภาคินถามกลับไปด้วยรอยยิ้ม และไม่รอฟังคำตอบ ชายหนุ่มเดินขึ้นไปบนห้องของตนเองทันที ทำให้ป้าสาลี่ทำได้แค่ถอนหายใจออกมาเบาๆเท่านั้น

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

“เอ็งอยู่ได้แน่นะพระพาย” เสียงของลุงสุขถามขึ้นเมื่อขับรถเอาของใช้ส่วนตัวของพระพายย้ายมาที่หอพักในกรุงเทพ หลังจากที่ให้คนรู้จักติดต่อเช่าห้องไว้ให้

 

 

“อยู่ได้ครับลุง สบายมาก” พระพายตอบยิ้มๆ แต่ลุงสุขของเขาก็ยังคงทำหน้ากังวลอยู่ดี

 

 

“แหม พ่อ พี่พายเค้าเป็นผู้ชายนะ ไม่ต้องห่วงอะไรขนาดนั้นก็ได้” เพลินพูดแซวพ่อตนเองขึ้นมา

 

 

“ข้ารู้ ว่าพี่เอ็งเป็นผู้ชาย แต่มันก็น่าห่วงไม่น้อยเสียเมื่อไร” ลุงสุขพูดขึ้น เพราะหลานชายของเขาตัวก็เล็ก แถมใบหน้าก็ดูน่ารักเสียจนผู้หญิงบางคนยังอายเสียขนาดนี้

 

 

“ลุงครับ ไม่ต้องห่วงผมหรอก ผมดูแลตัวเองได้ ยังไง ผมก็ฝากแม่ด้วยนะ  แม่ครับ ไม่ต้องห่วงผมนะ” พระพายเน้นย้ำกับลุงและแม่ของตนเองอีกครั้ง พร้อมกับฝากฝังแม่ไว้กับลุงด้วย นี่ยังดีที่ตาของเขามาด้วยไม่ได้ ไม่งั้นตาของเขาคงบ่นเป็นห่วงหลานชายคนนี้ด้วยอีกคน

 

 

“ถ้าพายยืนยันว่าอยู่ได้ แม่ก็ไม่ห่วงแล้วล่ะ ถ้ามีอะไรก็โทรหาแม่ไม่ก็ลุงนะ” แม่ของพระพายกำชับเอาไว้

 

 

“ครับ” พระพายตอบรับยิ้มๆ ก่อนที่ลุงกับแม่ของเขาจะหันไปคุยกันเรื่องเส้นทางกลับบ้านอีกเล็กน้อย เพราะไม่ค่อยได้เข้ามาในกรุงเทพบ่อยนัก

 

 

//พี่พาย สู้ๆนะ// เพลินกระซิบบอกพี่ชายตัวเองยิ้มๆ

 

 

//เรื่องไหน// พระพายถามกลับไป

 

 

//ทุกเรื่อง// เพลินกระซิบกลับ พระพายขยี้หัวน้องสาวตนเองเบาๆ

 

 

//ขอบใจสำหรับทุกอย่างเลยนะเพลิน// พระพายกระซิบบอกน้องสาวด้วยรอยยิ้ม เพลินก็ยิ้มกว้างออกมา

 

 

//ไม่เป็นไร เพื่อพี่พายเพลินทำได้ทุกอย่างแหละ// หญิงสาวตอบกลับ

 

 

“ซุบซิบอะไรกัน” ลุงสุขถามขึ้นเมื่อหันมาเห็นลูกสาวกับหลานชายคุยกันเบาๆ

 

 

“ไม่มีอะไรครับ พายแค่บอกให้เพลินไปช่วยงานที่ร้านลุงทุกวันเท่านั้นเอง” พระพายตอบกลับ ก่อนจะมองหน้าเพลินยิ้มๆ เมื่อได้ยินแบบนั้น ลุงสุขก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ พูดกำชับเรื่องต่างๆกับพระพายอีกสักพัก แล้วถึงได้พาแม่ของพระพายและลูกสาวของเขาเองกลับบ้านที่ต่างจังหวัดในทันที เหลือเพียงพระพายที่อยู่ในหอพักคนเดียว

“พระพายสู้ๆ” พระพายให้กำลังใจตัวเอง ก่อนจะลงมือจัดข้าวของที่ขนมาจากบ้านให้เข้าที่เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเป็นนักศึกษาปีที่ 1 ในรั้วมหาวิทยาลัย

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

วันนี้เป็นวันรายงานตัววันแรกพร้อมกับทำการปฐมนิเทศ พระพายลุกขึ้นมาแต่เช้าเพื่ออาบน้ำแต่งตัว เมื่อวานเขาพึ่งไปสมัครงานพาร์ททามที่เซเว่นฯแห่งหนึ่ง ไม่ไกลจากหอพักของเขาเท่าไรนัก ซึ่งทางผู้จัดการร้านก็ใจดีรับเขาเข้าทำงานด้วย ถึงแม้ว่าตอนแรกผู้จัดการร้านจะทำหน้างงๆ ตอนที่เขาเข้าไปสมัครก็ตามเถอะ ซึ่งพระพายดูออกว่าผู้จัดการร้าน คงคิดว่าเขาเป็นลูกคุณหนูจากครอบครัวคนรวยที่อยากออกมาหาประสบการณ์แน่ๆ ซึ่งมันเป็นแบบนี้มาตลอดอยู่แล้ว ซึ่งพระพายเองก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมคนถึงได้มองเขาว่าเป็นคุณหนูเสียขนาดนั้น พระพายออกจากหอพักมาขึ้นรถประจำทางเพื่อไปยังมหาวิทยาลัย ไม่นานนักก็มาถึง พระพายมาถึงแต่เช้า จึงไม่ต้องรีบร้อนอะไรมากนัก พระพายจึงใช้เวลาเดินสำรวจไปเรื่อยๆก่อน และเมื่อเดินมาถึงหน้าตึกคณะหนึ่ง พระพายก็ยิ้มออกมา

 

 

“ที่นี่เองสินะ” พระพายพูดกับตัวเองเบาๆ เด็กหนุ่มเดินไปนั่งที่โต๊ะใต้ต้นไม้หน้าตึก ก่อนจะนั่งมองไปรอบๆ เหมือนกับอยากจะซึบซับบรรยากาศของที่นี่เอาไว้ให้ได้มากที่สุด ตอนนี้เริ่มมีนักศึกษาปีหนึ่งทยอยกันมาเรื่อยๆ

 

 

Tru…Tru…Tru

 

เสียงโทรศัพท์ของพระพายดังขึ้น เด็กหนุ่มจึงหยิบขึ้นมากดรับ

“โทรมาแต่เช้าเลยเพลิน มีอะไรรึเปล่า” พระพายถามน้องสาวตนเองกลับไป

 

 

(“พี่พายไปมหาลัยรึยัง”) เสียงของหญิงสาวถามด้วยความตื่นเต้น จนพระพายยิ้มขำออกมา

 

 

“มาถึงแล้ว ตอนนี้พี่อยู่...” พระพายกำลังจะตอบ

 

 

“น้องๆ เด็กปี 1 ใช่มั้ย” เสียงทักทางด้านหลังดังขึ้น ทำให้พระพายชะงักไปนิดก่อนจะหันไปมอง

 

 

“ครับ” พระพายรีบตอบรับ เมื่อเห็นว่าเป็นรุ่นพี่

 

 

“น้องเรียนคณะนี้เหรอ” รุ่นพี่ถามต่อพร้อมกับมองพระพายอย่างงุนงง

 

 

“เปล่าครับ ผมเรียนคณะสถาปัตยกรรมภายในครับ” พระพายตอบกลับไป

 

 

“อ่อ งั้นน้องคงต้องเดินไปทางตึกสีส้มโน่นนะ เพราะที่นี่เป็นคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา” รุ่นพี่ตอบกลับมาเพราะคิดว่าพระพายคงเดินมาผิดคณะ

 

 

 

 

2   Be   Con

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ตอนแรกของ ภาคินพระพาย ยังไม่มีอะไรมากนะคะ

แค่ดำเนินเรื่องของแต่ละคนไปก่อน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

25 ความคิดเห็น

  1. #1096 อนุบาลตัวแม่ (@ice-cream-kati) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2558 / 16:07
    พระพายมาทำอะไรกันนะที่คณะนี้ มารอใครหรือเปล่าน๊า
    #1096
    0
  2. #490 ยิ้งฉุบ (@nongwanjang) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 10:22
    ดูแบบ สองเส้นทางชีวิตมาจบกันไรงี้ อรั่ยยยย
    #490
    0
  3. #412 smilejaebeer (@smilejaebeer) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 เมษายน 2558 / 03:15
    พระพายร้ายไม่เบานะ มาคณะวิทย์กีฬาก่อนเลย
    #412
    0
  4. #392 °7o๓ัว๑ื้o° (@fonkisslove) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 11:29
    พระพายสู้ ๆ
    #392
    0
  5. #374 คยองซู_lovelove (@aimmydek-d) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 เมษายน 2558 / 02:29
    >///< พระพายน่าร้าก
    #374
    0
  6. #365 พัณณพัฒน์ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 เมษายน 2558 / 13:30
    คุ่รองจะมาดึงเรตติ้งอีกหรือป่าวนะ พระพายภาคิน
    #365
    0
  7. วันที่ 20 เมษายน 2558 / 10:39
    เอาใจช่วยนะ...
    #343
    0
  8. #342 เต็นเทน (@darkpluslight11) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 เมษายน 2558 / 16:27
    พระพายขยันแถมยังน่ารักอีก โอยยยยยหลงจ้าหลง

    คินเอ้ยรู้ตัวรึยังว่ามีรุ่นน้องแอบชอบน่ะ อิอิ

    พี่ที่ถามพระพายอ่ะความจริงแล้วพระพายไม่ได้มาผิดคณะหรอก เนอะๆๆๆ แอบมาดูคนรักในอนาคต 55555555555555
    #342
    0
  9. #341 Riodreamlove (@riodreamlove) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 เมษายน 2558 / 11:21
    พระพายสู้ๆน้าาาา น่ารักแบบนี้พี่คินหลงชัวร์

    เดวให้โจช่วย อิอิ....
    #341
    0
  10. #340 Parn_Parn0328 (@parn_parn) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 เมษายน 2558 / 08:51
    คู่นี้น่าสนุกจัง;))
    #340
    0
  11. #339 Aimzilla (@aemza302) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 เมษายน 2558 / 02:59
    คู่นีน่าอ่านมากๆเลยอ่า
    #339
    0
  12. #338 nam-Sriyaphai (@nam6530) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 19:37
    พระพายนู๋น่ารักมากเลยลูก โจแกต้องเป็นพ่อสื่อเลยน่ะ
    #338
    0
  13. #337 nam-Sriyaphai (@nam6530) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 19:35
    พระพายมาตามหารักแท้เหรอ พาคินจะจำน้องได้ไม๊หน๊าาา
    #337
    0
  14. #336 sosozee (@sosozee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 19:19
    พระพายตามภาคินมาเรียนเลยอ่ะ ทุ่มเทมากกกกก
    #336
    0
  15. #335 alpha (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 18:46
    พระพายน่ารักจังเลย แสดงว่าแอบชอบพี่เค้ามานานแล้วจิเลยมาเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน พี่ภาคินเป็นรักแรกพบของพระพาย
    #335
    0
  16. #334 Ploy FakeParty (@nungployba) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 16:04
    พระพายแอบชอบใคร ภาคินรึ?
    #334
    0
  17. #333 Taeisme (@tsaijam) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 15:47
    พระพายสู้ๆ
    #333
    0
  18. #331 หนูนิว คิ้วโก่ง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 13:53
    อรั้ยยยยยๆๆ มาหาพี่ภาคินอ้ะเปล่าาาจ้า หนูพระพายย><
    #331
    0
  19. #330 love-season (@love-season) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 13:34
    ชอบบบ พระพายน่ารัก เชียร์มากๆ
    #330
    0
  20. #329 snow_box (@snowboxs) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 12:05
    ว้ายๆๆๆ พระพายตกหลุมรักพี่ภาคินตั้งแต่ ม.อะไรจ๊ะ
    #329
    0
  21. #328 s-cute (@s-cute) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 08:16
    พระพายสู้ๆน๊าา
    #328
    0
  22. #327 KARN_JUNSEOB (@karnlovebeast) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 08:08
    เย้ๆๆๆๆ พระพายกับพี่คินมาแล้ว
    #327
    0
  23. #326 Zevaress (@anontaporn) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 07:10
    อ้าว พี่อ่ะ มาไม่ได้อ่อ 5555
    #326
    0
  24. #324 ojarumaru (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 06:55
    คู่นี้ พระพายแอบหลงรักภาคินก่อนสินะ อืมมม น่าติดตามอ่ะ ท่าทางจ่ะน่ารัก คริ คริ
    #324
    0
  25. #320 dek_pee mark (@dek-pee-mark) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 04:48
    นี่แค่ตอนแรก...ก้อหลงพระพายซะแล้ว : )
    #320
    0