Knight Vs Queen! ศึกปราบเกรียน[อัศวินแด่ราชินี]

  • 96% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 35,036 Views

  • 1,107 Comments

  • 1,802 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    24

    Overall
    35,036

ตอนที่ 10 : 8th Round ::Kneel down<rewrite.>

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2203
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    25 มี.ค. 57

8th Round

Kneel down

ฉันกำลังขอร้อง...อ้อนวอน...หือ?

“เมื่อไหร่น้องจะเลิกล่นเสียที?”

“ข้าไม่ได้เล่น...”

“แล้วทำไมทุกสิ่งทุกอย่างไม่ไปถึงไหนเสียที น้องควรตระหนักถึงฐานะของตนเสียบ้าง”

“ใช่ข้าไม่ตระหนัก ข้าก็กำลังทำอยู่เพียงแต่...”

“เพียงแต่อะไร?”

“ข้าอยากมีเพื่อน...”

“หยุดทำตัวโง่ๆเสียที สิ่งที่น้องพึงกระทำคืออะไรน้องรู้ดี ถ้าพี่รู้ว่าน้องจะยังคงเป็นเด็กแบบนี้พี่ไม่ควรปล่อยน้องออกมา”

“ท่านพี่!!!

“หรือไม่จริง?”

“ใช่สิ! ข้ามันยังเป็นเด็กที่ไม่ประสีประสาเท่าท่าน ถ้าในเมื่อท่านยังไม่เห็นค่าของข้าเลยก็ตัดหางปล่อยวัดข้าเสีย ให้ข้าไปอยู่ที่ชอบๆ ได้ใช้ชีวิตอย่างเด็กอมมือดั่งท่านปรารถนาเถอะ!

คิดแล้วแอมไพร์ก็หัวเสีย ทำไมใครๆก็บอกว่าเขาเป็นเด็กอยู่ล่ำๆป ไม่ว่าใครหน้าไหน หัวเหลือง หัวแดง หัวดำ หัวหงอก! จะหัวไหนๆก็มองว่าเขายังเป็นเด็กน้อยอยู่เหมือนหันหมด! แอมไพร์ปาดน้ำหูน้ำตาทิ้งอย่างไม่สบอารมณ์ ถ้ามีใครมาเห็นคงจะตรอกใส่หน้าว่าเขาเป็นเด็กขี้แยอีกล่ะสิ! ไม่ว่าจะหน้าไหนๆก็คิดแบบนี้เสียหมด ให้คนสวยดิ้นตายเถอะ!

“ข้าจะไม่ทำอะไรแล้ว! น่าเบื่อ น่ารำคาญ ข้าจะหนีไปให้สุดขอบโลกแล้วจะไม่ให้ใครเห็นหน้าเลยคอยดู คิดว่าคนอย่างข้าขาดคนอื่นแล้วอยู่ไมได้หรือไง นี่ใครนี่ใคร นี่แอมไพร์นะเว้ย! ไอ้พวกเฮงซวยสังกระบ๋วย สมองหอยทาก สักวันเถอะขาดข้าไปแล้วจะรู้สึก ขาดไอ้เด็กอมมือคนนี้ไปแล้วพวกท่านทุกคนจะต้องร้องห่มร้องไห้ตามหาข้าคอยดู คอยดูเถอะ!!!

แอมไพร์โวยวายพลางทิ้งตัวนั่งลงบนขอบอ่างน้ำพุที่บัดนี้ยังคงพวยพุ่งอยู่ ใบหน้าสวยขุ่นมัวจนคงไม่มีใครกล้าสบตา หรือถ้ากล้าก็อาจจะตายทันที

“อะไรอีกเล่า!”แอมไพร์มองผีเสื้อกลางคืนที่บินมาใกล้เขา ดวงตาสีสวยขมวดมุ่นมองมันแล้วหัวเราะในลำคอ

“ไม่ต้องมายุ่งกับข้า ไปให้ไกลให้พ้นจากสายตาข้าเดี๋ยวนี้เลย ถ้ายังรักชีวิตน้อยๆของเจ้าอยู่ อย่า-มา-ยุ่ง-กับ-ข้า!”เด็กหนุ่มไล่พลางวาดมือไปกลางอากาศให้มันบินออกไปไกลๆ

“ไอ้พวกแมวอัดกระป๋องใสน้ำร้อนแล้วพองเอ๋ย!

“แม้แต่ผีเสื้อกลางคืนท่านยังพาลใส่มันได้ ช่างน่าประทับใจ”

ใบหน้าสวยเบนไปมองต้นเสียงแล้วตีสีหน้าไม่พอใจแบบสุดลิ่มทิ่มประตูแตกไปสามบ้านก็เอาไม่อยู่ เลโอเดินเข้ามาอย่างสงบ สมองที่คิดแต่การวางแผนการรบกำลังวางแผนที่ตรงกันข้ามและค่อนข้างละเอียดอ่อนอยู่ มันคือแผนการง้อที่เด็กหนุ่มผมแดงชักหวั่นวิตก แผนการรบมันมีแต่การทำลายแต่ไอ้แผนการง้อมันต้องเชื่อมสัมพันธ์เสียเต็มที่ เขาควรจะทำอย่างไรดี

“อย่าเพิ่งไปสิครับ”

เลโอรั้งร่างที่ลุกขึ้นพรวดตรงหน้า มือเรียวเอื้อมไปคว้าแต่ก็สูญเปล่า แอมไพร์หลบการจับกุมของเขาได้แล้วเดินดุ่มๆไปด้านในสวน  เลโอจำต้องก้าวเท้าตามไปอย่างช่วยไม่ได้ ถ้าไม่รีบง้อโดยเร็ว หายนะที่เรียกว่า”ไอโรโกธา”คงอุบัติแก่เขาแน่ๆ

“ท่านแอมไพร์”

“หุบปากของเจ้าไปซะ”

บทจะแรงแม่นาง(?)ก็ไม่ไว้หน้าใคร เลโอนิ่งไปเสียววินาทีก่อนจะเริ่มเดินตามต่อ ร่างตรงหน้านี่เป็นนักเดินเร็วมาราธอนหรือไงถึงได้ความเร็วไม่ตกลงเลยสักนิด เลโอพยายามเร่งฝีเท้าไปพลางเรียกชื่ออีกฝ่ายไปด้วย

“อย่ามายุ่งกับข้าน่า! ถ้ามีเวลาว่างมากพอจะมายุ่งกับเด็กอย่างข้าเอาเวลาไปเอาใจองค์หญิงฟีโอเน่ดีกว่ามั้ง!”แอมไพร์สะบัดหน้าไปบอกแล้วสะบัดกลับทางเดิม สองขายังก้าวไม่หยุด

“ทำไมข้าต้องเอาใจนางด้วยเล่า?”เลโอขมวดคิ้ว

“ก็เจ้าชอบนางไม่ใช่หรือไง? ก็นั่นสิเนาะมีผู้หญิงน่ารักๆอยู่ตรงหน้ามันก็ต้องดีกว่าเป็นธรรมดา เลิกยุ่งกับเด็กอย่างข้าแล้วกลับไปได้แล้วไป!

เลโอกำลังปวดหัวอย่างที่สุด หลังจากที่รวบรวมความคิดได้แล้วเขาก็พลันระรึกได้ว่า แอมไพร์เป็นพวกประเภทโมโหแล้วเหวี่ยงไปทั่ว พาลไปเรื่อย นิสัยแบบเดียวกับผู้หญิงเด๊ะ!

“ข้าไม่ได้ชอบนาง ท่านเอาอะไรมาพูด”เลโอพยายามมองข้ามประเด็นเด็กไม่เด็กของแอมไพร์ไป เขารู้ดีว่าถ้าขืนพูดขึ้นมาต่อให้ชมอยู่พอ่คุณก็สรุปย่อว่าด่าเขาอยู่ดี

“ก็เจ้าเรียกชื่อนางห้วนๆ แต่กับข้าเจ้าไม่ แต่พอนางบอกเจ้ากลับทำ ถ้าไม่ใช่เอาใจเพราะชอบจะให้ข้าคิดอะไรล่ะห๊ะ?!

มันชักจะไปกันใหญ่แล้ว! เลโอคิดแล้วสะบัดศรีษะ แอมไพร์จินตนาการลึกล้ำไปแล้ว เขาแค่ทำตามมารยาทต่อการเชื่อมสัมพันธ์เท่านั้น ไม่ได้หวังพิศวาสเด็กสาวที่อายุห่างจากตนถึงห้าปีคนนั้นเลย องค์หญิงเพิ่งอายุสิบสี่! ถึงแม้ว่าจะดูเป็นสาวแล้วแต่ยังไงเลโอก็ไม่อยากติดคุกฐานพรากผู้เยาว์หรอก!

“ท่านแอมไพร์ ท่านหยุดฟังข้าก่อนได้ไหม? ท่านทำแบบนี้ท่านเหมือน...”

“เหมือนอะไร? เหมือนเด็กอีกล่ะสิ!

แอมไพร์สะบัดหน้ากลับมาแล้วถามด้วยใบหน้าไม่พอใจ เอะอะๆเด็กหนุ่มผมยาวก็ชงเข้าเรื่องทะเลาะกันอย่างเดียว ปกติแอมไพร์ไม่ได้งี่เง่าขนาดนี้เลโอรู้ มันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ

“ข้าไม่ได้จะพูดแบบนั้น เพียงแต่ท่านแอมไพร์...ท่านเป็นอะไรหรือเปล่า?”เลโอถามเพราะเป็นห่วงจากใจจริงแม้สีหน้าที่มองด้วยตาจะไม่สามารถอ่านว่าเป็นเช่นนั้นได้เลยก็ตามแต่เถอะ

“ข้าจะเป็นอะไร?”แอมไพร์เชิดหน้าถามอย่างหยิ่งๆ

“ปกติท่านไม่ใช่แบบนี้ ถึงจะงี่เง่าแต่ก็มีขีดในระดับที่พอดี เพียงแต่วันนี้ท่านแปลกไป ข้าจึงรู้สึกเป็นห่วงเท่านั้น”เลโอบอกไปตามตรงหวังว่าแอมไพร์จะใจเย็นลงบ้าง...แต่ตรงกันข้าม แอมไพร์กลับโมโหขึ้นมากว่าเดิม

“อ๋อ...นี่นอกจากจะว่าข้าเป็นเด็กแล้วยังว่าข้างี่เง่าอีกสินะ! เจ้าจะไปไหนก็ไปเลยไป! ไปเลย!!!

นั่นไง เลโอว่าแล้วว่ามันแปลกๆ ปกติถ้าทะเลาะแอมไพร์ไม่มีทางไล่เขาหรอก อย่างมากก็คือหนีไปเอง เดินหนี วิ่งหนี หนีไปซ่อน ไม่ก็ยืนนิ่งให้เขาเดินออกไปเอง แต่ว่าตอนนี้แอมไพร์กำลังเอ่ยปากไล่เขาพลางกอดอกตนแล้วสะบัดหน้าหนีราวกับไม่อยากเห็นห้นามากกไปกว่านี้

“ท่านแปลกไปจริงๆ มีอะไรหรือเปล่า ตัวอย่างเช่น...ถูกคนที่ท่านรักสบประมาทมาก่อนหน้านี้”

แอมไพร์สะดุ้งพลางสะบัดสีหน้าตื่นๆของเขามามองที่เลโอ ร่างบางดึงความโกรธเกรี้ยวเข้ามากลบเกลื่อน

“คนที่รักบ้าบอคอแตกอะไร เจ้ามันพวกเพ้อเจ้อแล้ว ข้าไม่คุยกับเจ้าแล้วเสียอารมณ์!”ว่าจบก็ทำท่าจะเดินหนีไปอีกรอบเลโอเลยจำต้องรีบคว้าแขนของเด็กหนุ่มผมยาวเอาไว้

“ปล่อย!

“ไม่ครับ”

ทั้งคู่ยืนจ้องากันอยู่สักพัก ใบหน้าของแอมไพร์ดูไม่พอใจต่างจากเลโอที่ยังนิ่งได้นิ่งดีนิ่งทั้งปีนิ่งทั้งชาติไม่ขยับสักมิลเดียว จะมีเพิ่มมาสักนิดก็ไอ้คิ้วที่ขมวดขึ้นเล็กน้อยนี่แหละ

“ข้าหมด...อื้อ! อื้ออออ”

เด็กหนุ่มดิ้นเมื่อเลโอดึงเขาเข้าหาตัวแล้วใช้มือปิดปากเขาเอาไว้ ร่างสูงลากร่างบางไปชิดพุ่มไม้สูงแล้วแนบหลังอิงกับมัน นัยน์ตาเทามองลอดผ่านช่องว่างของพุ่มไม้ไปยังเป้าหมาย

“ช่วยเงียบก่อนครับ”เลโอกระซิบ แอมไพร์ขมวดคิ้วแต่ก็ยอมทำตามโดยดี

“ข้าบอกแล้วว่าที่นี่ปลอดคน ท่านก็ไม่เชื่อแต่แรก”เสียงแรกที่ลอดเข้าหูมาทำให้แอมไพร์ขมวดคิ้วมุ่น

“น่าๆ ข้าก็เชื่อเจ้าแล้วนี่ไงแล้วจะเอาอะไรอีกเล่า รีบๆว่าธุระของเจ้ามาเถอะ”เสียงที่สองว่าอย่างอารมณ์ผู้ใหญ่ง้อเด็ก

“เหอะ!พรุ่งนี้พระราชาจะทำพิธีมอบกริชสามระดับแก่อัศวินที่มีผลงาน นั่นคือโอกาสของเรา”

กริชสามระดับ? What is this???

แอมไพร์คิดอย่างงงๆ กริชนั่นมันปรับระดับได้หรือไง เป็นอาวุธใหม่ที่เมืองนี้สร้างขึ้นเหรอ?

“โอกาสยังไงเจ้าว่ามาสิ”ชายคนที่สองถามอย่างสนใจ

“ก็พระราชาจะมอบกริชตัวต่อตัว เมื่อถึงจังหวะคนของเราก็ให้มันรับกริชแล้วพุ่งเข้าแทงพระราชาทันที แค่นั้นก็จบ”

สองร่างผู้แอบฟังเบิกตาโพลงแล้วหันมามองหน้ากัน จะบอกว่าสองผู้แอบฟังก็ไม่ถูก คงมีแต่แอมไพร์ที่เบิกตาโพลงคนเดียวทางเลโอแค่หันมามองหน้าเขาเฉยๆ

“แล้วพวกอัศวินราชองค์รักษ์เล่า?”

“พวกนั้นก็เข้ารับกริชทั้งหมดนั่นแหละ จะมีแต่ขุนนางที่ยืนขนาบข้างพระราชาหมูตอนนั่น พวกนั้นก็พวกเราทั้งหมด”ชายคนแรกตอบอย่างอารมณ์ดี

“คบกันมาตั้งนาน ข้าเพิ่งรู้ว่าเจ้าฉลาดก็วันนี้แหละ”

เสียงหัวเราะหน้าถีบลงโลงดังแว่วๆเข้ามาในโสตประสาทให้แอมไพร์อยากกระโดดงับคอเล่น เลโอส่งสายตาปรามแล้วจึงปล่อยมือออกจาปากของแอมไพร์

“เราต้องไปบอกเรื่องนี้กับไอโร เพื่อรึกษาหาทางแก้ไข”

“เจ้าอยากไปก็ไปคนเดียวสิ ข้าไม่เกี่ยวและไม่ขอยุ่งด้วย!”แอมไพร์ตอบกลับเสียงเบาแต่หนักแน่น

“องค์ราชินี...ท่านจะทำตัว..”

“อะไร? ทำตัวเป็นเด็กไง อะไรล่ะ? อะไร?”แอมไพร์ยกปลายเสียงขึ้นสูงปลายส่งสีหน้ากวนประสาทใส่อีกฝ่าย

“ข้าไม่ได้จะพูดแบบนั้น เพียงแต่...”

“เพียงแต่อะไร?”

เลโอก็แก้ตัวไปงั้น เขาตะพูดเหมือนเดิมว่าแอมไพร์ทำตัวเป็นเด็กๆตามความเคยชิน แต่ประเด็นนี้มันควรตกไปเพราะว่าที่เขาต้องมาตามง้อร่างบางอยู่ก็เนื่องด้วยประเด็นนี้แหละ

“คือ...เราต้องไปบอกเรื่องนี้กับไอโร”

“มันคนละเรื่องเลโอ เจ้ามันไร้สาระแล้ว สมองไปคนละทิศละทาง ซ้ายไปตะวันตกขวาไปตะวันออกแล้วมั้ง พูดอะไร...”

“แอมไพร์”

เด็กหนุ่มผมม่วงเลิกโวยวายแล้วเบิกตามองคนข้างๆด้วยสีหน้าตกใจ เมื่อครู่หูเขาไมได้ฝาดไปใช่ไหม? อีกฝ่ายเรียกชื่อเขา

“ไปบอกเรื่องนี้กับไอโรกันเถอะครับ แอมไพร์”

เหมือนเลือดสูบฉีดไปเลี้ยงใบหน้าอย่างรวดเร็วจนหน้าร้อนผ่าวๆ แอมไพร์ยิ้มแก้มปริพยักหน้าตกลงทันควันโดยไม่ต้องเอ่ยขอซ้ำ เลโอยันตัวลุกขึ้นแล้วลอบถอนหายใจ เขาได้ไม้ตายไว้ต่อกรกับตัวแสบผมยาวนี่แล้ว แค่เรียกชื่อทุกอยากก็เสร็จ ง๊ายง่ายจนเลโอแอบปวดหัวอยู่เหมือนกัน ฝั่งแอมไพร์ที่ดี๊ด๊าดีใจเพราะอัศวินภายอมเรียกชื่อก็รีบกุลีกุจอลุกขึ้นอย่างไม่ทันระวัง ส่งผลให้กระโปรงยาวๆไปเกี่ยวกับกิ่งไม้แล้วฉีกขาดขึ้นถึงต้นขา

“วอทเดอะ!!!!

แอมไพร์ร้องเสียงดังอย่างตกใจเป็นผลให้เลโอหันควับมาทางเขาทันทีและส่งผลให้คนที่พูดคุยกันอยู่ใกล้เคียงหันควับมาทันที

“ใครวะ?!

ร่างทั้งสองก้าวเข้ามาโดยเร็วหวังเห็นหน้าผู้ที่อาจล่วงรู้แผนของเขาทั้งคู่ แต่ภาพที่เห็นก็พาลเอาหน้าแดงรามไปถึงหู ร่างของบุรุษร่างสมส่วนกำลังจูบอย่างดูดดื่มกับอิสตรีร่างบางใต้แสงจันทร์ ใบหน้าของชายหนุ่มที่เขาเห็นหลับพลิ้มงดงามราวรูปปั้น แต่ถ้าทั้งคู่ได้มามองอีกมุมที่ชัดพอจะเห็นหน้าผู้(จำใจ)เป็นอิสตรีทั้งสองอาจจะรู้สึกแปร่งๆ เมื่ออิสตรีนางนั้นกำลังทำหน้าตาตื่นที่สุดในชีวิตที่ทำได้

“พวกเจ้า...”ชายคนแรกพูดโดยมีชายคนที่สองยกมือปิดตาอยู่ด้านหลัง

เลโอผละออกจากใบหน้าของร่างบางพลางกดใบหน้าของร่างนั้นแนบอก ความมืดทำให้ทั้งสองฝ่ายมองหน้ากันและกันไม่ชัดนัก เห้นเพียงเงารางๆก็เท่านั้น

“ข้าแค่กำลังตามง้อภรรยาแสนงอนคนนี้เข้ามาในสวน นางงอนเรื่องที่ข้าคุยกับหญิงอื่นในงาน ข้าพยามอธิบายว่าทั้งหมดเป็นหน้าที่แต่นางก็ไม่ฟังข้าจึงจำต้องลงไม้ลงมือ แต่ข้าไม่คิดว่ามีผู้ใดอยู่แถวนี้ ขออภัยที่ปฏิบัติตัวมิควรออกไปครับ”

เลโอโกหกลื่นไหนแนบเนียนเหมือนใบหน้าของตน แอมไพร์ยังหน้าตาตื่นเหมือนเดิม กว่าจะรู้ตัวก็ถูกชอนร่างขึ้นในอ้อมแขนเสียแล้ว ร่างเล็กช็อกจนพูดไม่ออกแล้วตอนนี้ ถึงแม้เมื่อครู่ไม่ใช่การจูบจริงๆเพราะเลโอใช้นิ้วหัวแม่มือของสองมือที่ประครองหน้าแอมไพร์มาทาบปากเจ้าตัวไว้แล้วกดปากลงมาทับนิ้วนั้น แต่ความใกล้ชิดขนาดนั้นแบบไม่ทันตั้งตัวก็พาลเอาแอมไพร์ช็อกได้ง่ายๆ

“อ่ะ..เอ่อ..ไม่ต้องหรอก ไม่ต้องขอโทษ ทางพวกข้าเองที่เสียมารยาทขัดจังหวะสามีภรรยา...ฝั่งนี้ก็ไม่คิดว่าจะมีใครมาจู๋จี๋กันแถวนี้เหมือนกัน”

ชายคนที่สองพึมพำท้ายประโยคแล้วส่งยิ้มแห้งให้เลโอที่ค้อมหัวให้เขาก่อนจะหมุนตัวพาร่างบางออกไปจากอาณาบริเวณโดยเร็ว

“ปล่อยได้แล้วมั้ง”องค์ราชินีว่าเสียงแผ่ว

“ขืนข้าปล่อยท่านก็หนีข้าอีก”

“ไม่หนีแล้วโว้ย!

“ข้าไม่เชื่อ”

“อะไรของเจ้าเนี่ยเจ้าบ้า!

 

ไอโรเดินวนไปมาในงานด้วยคววามเป็นห่วง ตอนนี้เขาทำได้เพียงยิ้มให้บรรดาผู้ที่เจ้ามาทักเขาเท่านั้น ไม่มีอารมณ์อะไรมากพอจะคุยด้วย ใจหนึ่งก็อยากจะไปดูให้เห็นกับตาว่าสองคนนั้นคุยกันรู้เรื่องไหม แต่ใจหนึ่งก็กลัวว่าเข้าไปแล้วจะโดนลูกหลงได้ง่ายๆ แอมไพร์ก็เก่ง เลโอก็เทพ ถ้าเกิดทะเลาะกันแล้วคุยกันไม่ลงรอยทั้งคู่คงได้มีซัดเพลงดาบใส่กันแน่! แอมไพร์ยิ่งเป็นพวกใจร้อนอยู่ด้วยสิ

“ไอโร หน้าตาเจ้าดูเคร่งเครียดเหลือเกินนะ”

“อ๊ะ! ท่านอาฟาทัส ท่านมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ข้าเสียมารยาทหรือเปล่า?”

ไอโรรีบร่ายยาวใส่พระราชาแห่งอาร์ตเธที่มองเขาแล้วยิ้มน้อยๆ จากความสนิทสนมที่ได้พูดคุยกันพอประมาณฟีทัสจึงตัดสินใจให้ไอโรเรียกเขาด้วยชื่อ เพราะส่วนตัวเองเขาก็รู้จักกับพ่อของไอโรซึ่งเป็นพระราชาเมืองยูโนสซิสคนก่อนอยู่แล้ว รวมทั้งทั้งสองเมืองต่างเป็นเมืองพี่เมืองน้องกันมาแต่ไหนแต่ไร แต่อาจจะเพราะนิสัยชอบเที่ยวเล่นเหมือนกันทั้งพ่อทั้งลูก ตอนที่พ่อมาพบก็ไม่ได้เอาลูกมาด้วยเพราะลูกไปเที่ยว พอลูกมาพ่อก็ไม่ได้มาเพราะพ่อไปเที่ยว ฟาทัสไม่เข้าใจว่าเมืองยูโนสซิสเจริญมาได้ถึงเพียงนี้ด้วยเหตุผลใดเมื่อราชาทั้งสองเป็นกันเสียแบบนี้

“เพิ่งเข้ามาเอง เจ้าไม่ต้องรนขนาดนั้น สีหน้าเจ้าดูไม่ดีเอาซะเลยนะ มีอะไรหรือเปล่า?”ฟาทัสยิ้มน้อยๆ

“ข้าแค่รู้สึกเป็นห่วงแลโอกับแอมไพร์ ทั้งคู่หายไปนานแล้ว...กลัวจะทะเลาะกันจนเกิดค่าเสียหาย ข้าไม่มีพอจ่ายนะ”ไอโรงึมงำท้ายประโยคแล้วทำสีหน้าหมองๆ ฟาทัสเลิกคิ้วแล้วคลี่ยิ้มบางๆ

“ทั้งคู่ทะเลาะกันแบบนี้ตลอดเลยเหรอ?”

“ก็ไม่เชิงหรอกครับ แอมไพร์น่ะส่วนตัวชอบเข้าสังคมแล้วก็เป็นมิตรมากเพียงแต่ใจร้อนไปหน่อย ส่วนเลโอเป็นพวกตายด้าน เขาไม่รู้แม้กระทั่งว่าพี่เลี้ยงที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เด็กเป็นผู้หญิงและหลงรักเขาอยู่...ปกติแอมไพร์จะพยายามตีสนิทแต่เลโอก็ปฏิเสธแล้วสุดท้ายก็ทะเลาะกัน พอดีกันได้เลโอก็มักจะปากพล่อยพูดแทงใจดำแอมไพร์ตลอด ฝั่งนั้นก็จุดเดือดต่ำตลอด นี่มันสองสามเดือนแล้วนะที่ข้ากับอัศวินอีกสองคนต้องยืนมองสองคนนี้ตีกันแล้วก็ดีกันสลับไปมาน่ะ”

ไอโรบ่นยาวพรืดด้วยสีหน้าปลงตก ตอนแรกเขาคาดว่าอีกสักอาทิตย์สองอาทิตย์เลโอก็คงเลิกตั้งแง่กับแอมไพร์เองนั่นแหละ ยิ่งเห็นเลโอเป็นคนอุ้มร่างแอมไพร์กลับมาจากตอนที่พาเจ้าชายน้อยไปเที่ยวป่าแล้วก็คิดว่าช่องว่างระว่างทั้งคู่จะลดลงบ้าง เปล่าเลย! เลโอยังหาอะไรมาขวางได้ตลอด ทั้งสายตา ท่าทาง คำพูด แอมไพร์ก็ความอดทนต่ำแต่พยายามสูง ทะเลาะเสร็จก็เดินหนี พอสบายใจแล้วก็เริ่มตีสนิทใหม่ เขาว่าชาตินี้ทั้งชาติสองคนนี้ก็เป็นเพื่อนดีๆกันไม่ได้หรอก!

“ฮ่ะฮ่าๆๆ อย่าเครียดไปเลยไอโรเป็นแบบนี้ข้าก็ว่าดีไม่หยอกนะ”พระราชาฟาทัสว่าด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“ยังไงครับ?”พระราชาผมทองไม่เข้าใจ นัยน์ตาสีเดียวกับเส้นผมทะท้อนความสงสัยออกมา

“ยิ่งอุปสรรค์มากมิตรภาพก็ยิ่งแน่นแฟ้น เหมือนคู่รักที่ฝ่าฟันอุปสรรคด้วยกันมามากนั่นแหละ บางทีใจเลโออาจจะยอมรับแอมไพร์แล้วก็ได้แต่อาจจะเพราะไอ้ความตั้งแง่ไม่จบไม่สิ้นก็เลยทำให้เลโอหาเรื่องมาทะเลาะกับแอมไพร์เสียตลอด แต่การที่ทั้งคู่ทะเลาะกันมันแปลว่าทั้งคู่พูดคุยกันบ่อยใช่ไหมล่ะ? คนที่เกลียดกัน ไม่ชอบกันจริงๆไม่มีใครคุยกันบ่อยๆหรอก”

พระราชาผมทองพยักหน้าก่อนจะยิ้มปัญญาอ่อนกู้โลกออกมาให้พระราชาฟาทัสแสบตาเล่น

”นั่นก็อาจจะจริงอย่างท่านว่า”

ไอโรว่าแล้วยิ้มอีกหน เขาลืมไปเสียสนิทว่าเลโอเป็นพวกพูดน้อย แต่ตั้งแต่แอมไพร์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวงจรชีวิตเลโอก็เริ่มพูดยาวขึ้น พูดมากขึ้น สีหน้าก็เริ่มมีการแสดงออกมากขึ้น เขาเห็นอีกฝ่ายเป็นแบบนี้ครั้งสุดท้ายก็ตอนที่ดัชเชสเรสเทียร์น่า...แม่ของเลโอยังคงมีชีวิตอยู่

“บางที่แอมไพร์อาจจะเป็นคนที่ท่านน้าส่งมาให้เลโอก็ได้มั้ง”ไอโรพึมพัมเบาๆพร้อมร้อยยิ้มอ่อนๆ ใบหน้างดงามเงยขึ้นจากการคุยกับตนเองแล้วเอ่ยถามพระราชาฟาทันเสียงใส

“ว่าแต่ท่านอามีเรื่องอะไรกับข้าหรือ? คงไม่ได้มาทักข้าแค่นี้หรอกใช่ไหม?”

“เจ้ามันช่างรู้ดีเหลือเกิน”

โอเค...ไอโรจะจัดว่ามันเป็นคำชมที่แสนไพเราะก็แล้วกัน

“ข้าจะมาแนะนำสองคนนี้ให้เจ้ารู้จัก เพราะงานเมื่อตอนเย็นเขาเลยต้องวิ่งวุ่นจนหาตัวไม่เจอ”พระราชาผายมือไปทางชายสองคนด้านหลังที่ไม่รู้ว่ายืนอยู่ตั้งแต่ตอนไหน

ชายร่างสูงมีเส้นผมสีเงินยวงยาวถึงกลางหลัง เส้นผมถูกมัดรวบเรียบร้อย มองจากเครื่องแบบสีแดงเลือดหมูพอเดาได้ว่าเป็นคุณนางระดับสูง ใบหน้าเปื้อนยิ้มประดับแว่นแลดูอบอุ่นใจดี ส่วนอีกคนเป็นชายร่างเตี้ยกว่าที่มีเส้นผมสีดำสนิทยาวละคอ รูปร่างสมส่วนอยู่ในชุดคลุมยาวสีขาวคล้ายชุดนักบวช มองดูแล้วความรู้สึกต่างกันลิบลับแต่พาลให้นึกถึงแอมไพร์ขึ้นมาเสียเฉยๆ

“คิดถึงข้ามากขนาดนั้นเชียวองค์ราชา?”

“แอมไพร์! เจ้ากลับมาแล้ว ข้านึกว่าเจ้าจะฆ่ากันกับเลโอตายจนสวนด้านนอกพังพินาจเสียอีก”ไอโรสะดุ้งเฮือกเมื่อคนที่นึกถึงเดินมายืนท้าวเอวมองหน้าเขา

“แล้วกระโปรงเจ้าไปโดนอะไรมาน่ะ?”ไอโรทักเมื่อเห็นว่ากระโปรงยาวสวยของเด็กหนุ่มฉีกขาดขึ้นมาถึงขาอ่อน แอมไพร์โบกมือไปมาอย่างไม่อยากจะตอบเพราะยังไม่ได้คิดคำแก้ตัวไว้

“เล่นซนเหมือนแมวตัวน้อยๆแล้วก็ไปเกี่ยวกับกิ่งไม้ในสวนมาน่ะครับ”เลโอตอบแทนเสร็จสับ

“เลโอ! ตอนแรกก็หาว่าข้าเป็นผู้หญิง แล้วก็มาว่าเป็นเด็ก นี่ยังว่าว่าข้าเป็นสัตว์เลี้ยงอีกงั้นหรือ? คอยดูเถอะกลับเมืองเมื่อไหร่ข้าจะเอาปุงิร้อยตัวไปปล่อยใส่ห้องเจ้า!

เห็นแอมไพร์ขู่ฟ่อๆแบบปกติแล้วไอโรก็ถอนหายใจ อย่างน้อยสถานการณ์ตอนนี้ก็ดีขึ้นมาโข อาจจะจริงอย่างที่ฟาทัสว่า หากคนเกลียดกันจริงคงไม่พูดคุยอย่างสนิทสนมอย่างนี้หรอก

“ดีกันแล้วสินะ เอาล่ะไอโรเรามาว่าธุระของเรากันต่อเถอะ”

นอกจากจะไม่ถือสาเรื่องทีไอโรเมินตนไปอย่างกะทันหันแล้วพระราชาหมู...เอ่อ พระราชาร่างท้วมยังคงยินดีปรีดากับการกลับมาด้วยกันของเลโอและแอมไพร์อีกต่างหาก ไอโรรีบเบนสายตากลับมาทางราชาฟีทัสพร้อมค้อมหัวหน่อยเพื่อขอโทษที่เสียมารยาทกับอีกฝ่าย

“ความจริงมันอาจจะรบกวนไปหน่อย แต่ว่า ข้าว่าข้าพูดตรงๆเลยดีกว่าเนาะ”ฟาทัสหันไปหาชายผมเงิน อีกฝ่ายส่ายหัวด้วยรอยยิ้มแล้วเอ่ยออกมา

“ตามแต่ท่านเถอะครับ”

พระราชาหัวเราะออกมาจนแอมไพร์นึกถึงเสียงหัวเราะพร่ำเพื่อของไอโรตอนที่เข้าวังใหม่ๆ วันนั้นทั้งวันไอโรหัวเราะตั้งแต่พาเขาเข้าวังยันอาหารเย็นที่แอมไพร์ต้องเอาขนมปังยัดปากอีกฝ่ายรายนั้นจึงหยุดหัวเราะ

“คือเราอยากให้ที่ปรึกษาของเราอเธดิน กับหัวหน้านักบวชเจเรมีไปดูงานที่เมืองเจ้าหน่อยได้ไหม?”

ชายผมเงินผงกหัวรับชื่อแรกส่วนชายผมดำผงกหัวรับกับชื่อที่สองจึงไม่ต้องแนะนำตัวอย่างเป็นทางการว่าใครเป็นใคร

“แหมท่านอา ท่านทำเป็นคนอื่นคนไกลไปได้ ท่านเอ่ยปากเองขนาดนี้ข้าจะปฏิเสธได้เสียเมื่อไหร่ เนอะแอมไพร์...”

ไอ้ที่ต้องหันไปถามเพราะร่างบางส่งสายตาขู่ฟ่อๆใส่เขาจากด้านหลัง แน่ล่ะถ้าเกิดว่าให้คนอื่นมาดูงานความลับเรื่องราชินีของยูโนสซิสคือแอมไพร์อาจจะรั่วไหลออกไปก็ได้ใครจะไปรู้ แค่เจ้าชายน้อยตัวป่วนนั่นแอมไพร์จัดการปิดปากไปตั้งนานแล้ว ใช่ตาสวยๆคู่นี้แหละขู่ว่าถ้าเปิดปากบอกคนอื่นเมื่อไหร่ล่ะก็แอมไพร์จะไม่ยุ่งกับเจ้าชายน้อยตลอดชีวิต สำหรับเด็กแค่นั้นก็มากพอแล้ว สำหรับไอโรที่เผลอบอกไปอย่างลืมตัวก็โดนร่างบางจับทุ่มพื้นไปสี่ห้าทีเป็นที่เรียบร้อย

“ก็แล้วแต่”ปากบอกว่าแล้วแต่แต่ท่าทางกลับไปกันคนละเรื่อง

“ฮ่ะๆ งั้นสินะ...อ๊ะ!....!?”

พระราชาร่างท้วมผงะไปเล็กน้อยเมื่ออยู่ๆไอโรก็ร้องขึ้นมาแล้วหันไปมองหน้าร่างบางผมม่วงก่อนจะตีสีหน้าเครียดๆ ฝั่งเลโอเข้าใจดีเลยล่ะว่าเกิดอะไรขึ้น

“เอ่อ...ท่านอา ข้ามีเรื่องอยากจะคุยกับท่านเป็นการส่วนตัวหน่อยได้ไหม?”พระราชาผมทองกล่าวพร้อมรอยยิ้มปัญญาอ่อนกู้โลกอีกครั้ง

“ได้สิ”พระราชาฟาทัสเข้าใจเป็นอย่างดีว่าไอโรต้องการกันชายสองคนด้านหลังออกไป

“แอมไพร์เจ้าเองก็มากับข้า....”

“ให้เลโอไปเถอะ ข้าหูไม่ค่อยดูเท่าไหร่ ความจำสั้นด้วย”แอมไพร์บอกปัดเหมือนเรื่องที่ไม่ตรงประเด็นแต่ไอโรเข้าใจว่าหมายความถึงอะไร

เมื่อครู่ร่างบางตรงหน้าเขาเพิ่งส่งกระแสจิตมาบอกเรื่องแผนการลอบสังหารของบุคคลปริศนาที่เขาเห็นหน้าไม่ชัดกับไอโรเพื่อแจ้งให้พระราชาทราบ แต่แล้วร่างบางกลับปฏิเสธการอธิบายแล้วโยนไปให้ทางอัศวินนภาแทน ทางเลโอก็ไม่แย้งอะไรนอกจากพยักหน้ารับแล้วเดินตามสองพระราชาไป แอมไพร์ยิ้มงามพลางค้อมตัวลาชายหนุ่มสองคนที่มองตามพระราชาของตนไปอย่างไม่เข้าใจ

“ท่านมาที่นี่ทำไมเนี่ย? ไม่ไว้ใจเด็กดื้อคนนี้อีกล่ะสิ”

น้ำเสียงไม่พอใจเอ่ยกับร่างสูงที่ยืนหันหลังอยู่ตรงบริเวณระเบียงด้านนอกโถงจัดงาน ร่างสูงสง่าในชุดสีขาวกับเส้นผมยาวละคอสีแดงเพลิงที่ปลิ้วไสวอาจทำให้หลายๆคนละสายตาไม่ได้ แต่ไม่ใช่กับเวนเดล แอมไพร์ผู้สง่างาม! ร่างสูงหันหน้ามาตามเสียงประชดแง่งอนด้านหลังก่อนถอนหายใจยาวเหยียดจนเกรงว่าจะขาดอากาศหายใจตาย

“อะไรจะขนาดนั้น...”แอมไพร์พึมพัมแล้วเดินไปยังขอบระเบียงสีขาว มือเรียวดันส่งตัวเองขึ้นไปนั่งบนนั้น ใบหน้างามมองตรงไปในงานเพื่อมองดูใหแน่ใจว่าสถานที่แห่งนี้ปราศจากคนที่รู้จักแล้วจึงเบนกลับมาทางบุรุษร่างสูงผมแดง

“นี่มันงานวันเกิดนะครับ ไม่ใช่งานแฟนซี ใส่หน้ากากมาเพื่อ?”

“แล้วถ้าพี่มาโดยปราศจากหน้ากากน้องจะเห็นพี่เร็วกว่านี้หรือเปล่าล่ะ?”

“คงไม่”แอมไพร์ยัไหล่

“พี่รู้ว่าน้องรู้ตัวตั้งนานแล้วว่าพี่อยู่ที่นี่ แต่ทำเป็นไม่สนใจใช่ไหม?”

“อาจจะใช่ หรือไม่ใช่ เด็กดื้อคนนี้เอาแน่เอานอนไม่ได้หรอก”

บุรรุษร่างสูงไม่รู้จะต่อบทสนทนาต่อไปเช่นไร มือเรียวยกขึ้นปรับหน้าตาแฟนซีครึ่งใบบนใบหน้าให้เข้าที่เข้าทาง พอมองกลับไปยังร่างบางแล้วก็ทำได้เพียงอึกอัก

“พี่ใหญ่! พี่ต้องไปขอโทษน้องเดี๋ยวนี้เลย! พี่จะพาลเอาหายนะมาใส่ทุกคน ตาแก่พันปี!!

แต่ถ้ามาขอโทษหายนะนั้นก็พุ่งใส่เขาตรงๆเลยนะสิ ชายหนุ่มอยากจะแย้งเสียจริงเพียงแต่ติดสายตาเชือดเฉือนที่ไล่ส่งเขามานั่นแหละ พี่ชายคนดีทำได้เพียงถอนหายใจเมื่อเวลาล่วงเลยไปนานพอควรแล้วน้องชายผมยาวก็ยังไม่พูดอะไรกับเขาสักที มือเรียวหยิบฟรุตสีทองแวววาวขึ้นมาแนบริมฝีปากแล้วเป่ามันเบาๆ

เสียงเพลงใสก้องกังวานไปทั่วงานสะกดให้หลายคนตกอยู่ในภวังค์ เสียงดนตรีจังหวะสบายๆออกมาจากเจ้าเครื่องดนตรีเรียวยาวสีทอง ทั้งที่จังหวะออกจะดูสดใสน่ารักแต่ทว่ากลับแฝงความเศร้าสร้อยไว้ภายใน แอมไพร์ขมวดคิ้วมองเครื่องดนตรีในเมือชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ

“ท่านจะเปล่าฟรุตทำไม?”

“น้องรู้ความหมายของเพลงเมื่อครู่หรือเปล่า?”

แทนที่จะตอบชายผมแดงกลับถามกลับ แขกหลายคนหลุออกจากมนตร์สะกดของเสียงดนตรีแล้วหันกลับไปสนุกกับงานต่อ ไม่มีใครสนใจบุรุษผมแดงสักคน

“ข้าจะไปรู้ได้ไง”แอมไพร์จิ๊ปากตอบอย่างหงุดหงิด เขาน่าจะแกล้งทำเลยผ่านไปให้ชายผมแดงคนนี้คอยเก้อ ไม่เข้ามาทักก็ดีอยู่หรอก

“น้ำตาของข้ามันไหลออกมาตอนได้พบเจ้า  คนโง่งมอย่างข้าพูดอะไรไม่ได้เลย  บอกข้าสิว่า" Merry Merry Christmas"  สวัสดี สบายดีใช่ไหม กับเกล็ดหิมะที่ล่วงหล่น จะกลบใจที่แสนบอบช้ำของข้าได้ไหม? ข้าเสียใจที่เคยทำไม่ดีต่อเจ้า คริสต์มาสครั้งนั้นมันเต็มไปด้วยความเสียใจ”

“ท่านจะเอาไปง้อสาวที่ไหนน่ะ?”แอมไพร์ฟังความหมายของเพลงแล้วถามอย่างงงๆ

“พี่จะเอามาง้อน้องนั่นแหละเด็กดื้อ”ชายผมแดงว่าเรียบๆ นัยน์ตาสีเดียวกับเส้นผมมองอกฝ่ายด้วยความสงบ

                แอมไพร์อ้าปากเหวอแล้วหุบฉับพลันแสร้งเสหน้าไปทางอื่นก่อนจะแอบลอบยิ้มคนเดียว

“อย่ามาทำได้ใจนะเด็กดื้อ อย่าหวังว่ามันจะมีครั้งที่สองให้น้องอีกเลย”

“แค่ครั้งเดียวข้าก็พอใจแล้วล่ะน่า”แอมไพร์หันมาตอบยิ้มๆ สีหน้าชายผมแดงตอนนี้พาลเอาเขาหัวเราะจะตกขอบระเบียงเอา

“ข้าก็พอรู้ตัวอยู่ว่าตัวเองทำตัวงี่เง่า เพียงแต่ตอนนี้หลายๆอย่างมันสับสนปนเปไปหมดจนข้าแยกสมองไม่ออก แต่การเห็นท่านทำหน้าตาตลกๆแบบนี้ก็พาลเอาสมองขาวโผนเชียวล่ะ”

“หน้าพี่มันตลกขนาดนั้นเลยหรือไง?”อีกฝ่ายขมวดคิ้วใต้หน้ากาก แอมไพร์ยักไหล่ใส่แล้วไม่ตอบกลับไปปล่อยให้เจ้าตัวคิดอยู่คนเดียว

“เวลาน่ะ เหลือมากสักเท่าไหร่เชียว”เสียงทุ้มทอดผ่านไปกับสายลม ดวงตาสีสวยมองผู้คนที่เดินไปมาภายในงานแล้วยิ้มเศร้าๆ มือเรียวยกขึ้นทัดเส้นผมสีสวยเข้ากับใบหู

“เหตุใดใจเจ้าต้องคำนึงถึงด้วยหรือน้องข้า บอกความจริงในใจให้พี่ผู้โง่เขลาคนนี้รับรู้บ้างได้ไหม?”เสียงนุ้มอ่อนโยนกับมืออบอุ่นที่ลูบเส้นไหมสีสวยอยู่ทำให้จิตใจสงบ แอมไพร์ก้มหัวน้อยๆเหมือนแมวที่โดนลูบหัว ใบหน้าสวยคลี่ยิ้มบางๆออกมา

“พี่ข้า...ถ้าหากข้าจะขอใช้ชีวิตอย่างอิสระได้หรือเปล่า หลังจากนั้นข้าจะกลับไปอยู่ในขอบเขตดั่งใจท่านหวังอีกครั้ง จะไม่วุ่นวายหรือสร้างปัญหา เด็กดื้อคนนี้ขอเช่นนั้นได้ไหมครับ”นัยน์ตาสีอเมทิตส์เหลือบขึ้นมองร่างสูงใกล้ชิดตน ความรู้สึกทุกสิ่งอันถูกปลดปล่อยออกมาราวกับน้ำที่ทะลักออกจากกำแพงเขื่อนที่แตก แม้จะรุนแรงและรวดเร็วแต่เมื่อสิ้นสุดก็จะพบเพียงความสงบ

“น้องพี่...พี่ขอโทษ”มือเรียวดึงร่างนั้นเข้าโอบกอด ความทุกข์ใจ เศร้าสร้อยและหดหู่จากร่างในอ้อมแขนถูกส่งผ่านมาให้ชายผมแดงรับรู้โดยตรง”พี่คนนี้ช่างโง่เขลานัก เหตุใดจึงมองไม่เห็นความต้องการที่แท้จริงของน้องบ้างเลย หากจะกล่าวหาว่าใครสักคนเป็นเด็กเอาแต่ใจคงจะมีเพียงพี่คนนี้ที่เอาแต่ใจตนเท่านั้น พี่ไม่เคยมองเห็นความสุขของเจ้าบ้างเลย”

บุรุษผมแดงว่าพลางทอดสายตามองท้องฟ้ายามราตรีที่มีดาวพรางพราย นัยน์ตาสีแดงสะท้อนกับแสงของดวงดาวเป็นประกายน่ามอง มือเรียวดึงร่างเล็กออกจากอ้อมแขนของตนอย่างแผ่วเบาพลางเช็ดหยาดน้ำบนแพรขนตายาวอย่างแผ่วเบา

“จากนี้ไปพี่จะมอบอิสระแด่เจ้าน้องรัก พี่รู้แล้วว่าน้องคนนี้เติบโตขึ้นมาจากวันที่พี่เข้าใจ พี่ไว้ใจในความคิดของเจ้า จงเป็นเทียนไขผู้นำทางแห่งเราทั้งปวงเทิดน้องรักแห่งเรา”

สุรเสียงเปรียบดั่งระฆังออกรบ ร่างบางสะบัดชายกระโปรงที่ฉีกขาดออกดั่งผ้าคลุมของอัศวินผู้สูงศักดิ์ ลำตัวย่อลงชันเข่าขึ้นอย่างสง่างาม ใบหน้าสวยก้มลงพร้อมเส้นไหม้สีม่วงที่ทิ้งตัวเรียงกันสวย มือขวาเรียวงามดั่งเทพสรรค์สร้างยกขึ้นแนบอกพลางกล่าวออกมาด้วยสุรเสียงที่แผ่วเบาแต่มั่นคงยิ่งกว่าผืนพสุธา

“รับด้วยเกล้าแห่งตัวข้า ข้าผู้นี้จะมิทำให้พระองค์ผิดหวัง”

“พี่เชื่อใจเจ้านะ...”มือเรียวยกขึ้นถอดหน้ากากสีงาช้างออกเผยดวงตาเรียวไม่ต่างจากเด็กหนุ่มผู้นอบน้อมตรงหน้า รอยยิ้มมากเสน่ห์ประดับอยู่บนวงหน้าที่งามหาใครเปรียบก่อนริมฝีปากสวยจะเอ่ยนามชื่อของคนตรงหน้าอย่างมั่นคง

“เอมเพอร์เรอร์”



สุขสันต์ปีใหม่นะครนักอ่านที่น่ารักทุกคน
สำหรับคนที่ไม่ได้อ่านQMSนะครับ อย่าลืมไปอ่านตอนที่4อีกรอบนะครับ ผมลงไม่ครบล่ะ 555555
ตอนนี้ก็....ก็ไม่รู้สินะ? เอ....ใครกันหนอใครกันน๊า พี่ชายคนนี้ของแอมไพร์เป็นใครกันน๊า แล้วแอมไพร์เป็นใครน๊า เอ๊ๆๆๆ#โดนถีบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

19 ความคิดเห็น

  1. #1090 sprinkle star (@aleenaaom) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 12:49
    ชื่อสวยขนาดนี้ ฐานะคงยิ่งใหญ่มาก ????????
    #1090
    0
  2. #1009 Yuuse (@Yuuse) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 13:08
    หรือแอมไพร์จะเป็นราชาปีศาจ...เรานี่เริ่มมั่วแล้ว
    #1009
    0
  3. #821 Black Demon (@quizsyjang) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2557 / 18:25
    The first snow ของ exo เราจำเนื้อเพลงได้นะเว้ยย 555
    #821
    0
  4. #535 Nunal (@nunal) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2557 / 14:06
    ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว!!!
    #535
    0
  5. #404 ✿elleeetc•♪™ (@Kinnawong) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 เมษายน 2557 / 22:09
    แอมไพร์หรือจะไม่ใช่มนุษย์ 0.0!!!!

    หรือเราจะจินตนาการบรรเจิดเกินไป??? 555555
    #404
    0
  6. #332 KillerKill (@valasmps) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 เมษายน 2557 / 23:38
    แอมไพร์ดูท่าจะเป็นคนยิ่งใหญ่พอควรแฮะ ว้าวววว~
    #332
    0
  7. #276 Panna_Cotta (@xylopohon) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มีนาคม 2557 / 18:51
    เพลงนี่คือคุ้นๆ ใช่เพลงของ exo. ป่ะคะ  first. Snowwww
    #276
    0
  8. #208 namsai (@nongtonpor) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มีนาคม 2557 / 18:52
    อลังการโคตรคะ 
    #208
    0
  9. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 / 00:00
    สนุกมาก
    #177
    0
  10. #168 มิ้งกิจัง (@chanapa-nako) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2557 / 08:37
    เอ้จริงๆแล้วแอมไพร์เป็นใครกันแน่นนะ
    เป้นมนุษย์หรือเปล่า
    เป็นองค์ชายหรือเปล่า
    แล้วคนที่เรียกว่าพี่คนนี้คนละคนกับที่มาหาตอนแอมไพร์ไม่สบายสินะ

    #168
    0
  11. #150 จอมโจรแมวดำ (@kurai) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557 / 20:01
    หรือ..แอมไพร์ไม่ใช่คน!!~(?)
    #150
    0
  12. #84 guinw55 (@guinw55) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มกราคม 2557 / 17:31
    พี่ชาย พี่เป็นราชาเมืองไหนสักเมืองรึเปล่า

    #84
    0
  13. #74 Pair p. (@Deat_p) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มกราคม 2557 / 21:24
    (-*-) เขม่นเลโออย่างรุนแรง แอมไพร์น่าจะกลับไปกับพี่ชายนะ จะได้ไม่ต้องมาทนกับเจ้าบ้าตายด้านไม่รู้จักอ่านบรรยากาศใจร้ายนิสัยไม่ดีโทษแต่คนอื่นไม่รู้จักความผิดของตัวเองไม่ละเอียดอ่อนแถมยังโง่วยิ่งกว่าพระเอกละครไทย
    //โดนแม่ยกกระทืบ
    //ขอโต้ดก๊าบบบบบ
    //ตอนต่อไปจงมา
    //โอมเพี้ยง
    //what the...?
    #74
    0
  14. #73 ballet shoes (@ballet-shoes) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มกราคม 2557 / 21:24
    รอน๊า ๆ ๆ ๆ ๆ
    #73
    0
  15. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  16. วันที่ 4 มกราคม 2557 / 22:13
    แอมไพร์น่าจะเป็นเจ้าชายมีพี่ชายที่เป็นราชา
    เอ๊ะ? แต่มีช่วงที่บอกว่าวิ่งหนีผู้หญิงที่ตบแย่งตน รึว่าจะไม่ใช่เจ้าชาย
    เอ๊ะ? หรือว่าจะใช่ เอ๊ะ? รึไม่ใช่
    โอ๊ย ช่างมันๆ รอตอนต่อไปดีกว่า-3-
    #69
    0
  17. #67 _Silver_ (@tarusung) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 มกราคม 2557 / 21:17
    จะรอนะค่ะ อิอิ
    #67
    0
  18. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  19. วันที่ 2 มกราคม 2557 / 00:10
    3วันหรอค่ะ............ยังไงก็จะรอค่ะ^^
    #63
    0