Knight Vs Queen! ศึกปราบเกรียน[อัศวินแด่ราชินี]

  • 96% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 35,086 Views

  • 1,107 Comments

  • 1,792 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    42

    Overall
    35,086

ตอนที่ 15 : 11st Round::Question<rewrite>

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1938
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    25 มี.ค. 57

11st  Round

Question

ได้แต่ตั้งคำถาม...จึงอยากเอ่ยถาม???

ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงลมหายใจของทั้งสองที่ดังอยู่ แอมไพร์มองหน้าเลโอพร้อมอยยิ้มที่ค้างเติ่งอยู่บนใบหน้า เลโอเองก็มองแอมไพร์นิ่งไม่ขยับ นัยน์ตาสีเทาเต็มไปด้วยความเรียบเฉยดั่งเช่นทุกครา สองมือของแอมไพร์กำผ้าห่มบนตัวหลวๆก่อนจะเริ่มถามกัลบไป

“เจ้าพูดอะไรของเจ้าน่ะเลโอ? ตอนที่ตายนั่นสมองกระทบกระเทือนอะไรหรือเปล่า?”แอมไพร์แกล้งว่า

“ข้าคิดว่าไม่ และกรุณาตอบคำถามข้ามาด้วยครับ”

เลโกล่าวอย่างจริงจังจนแอมไพร์เลิกคิ้วมองอย่างประหลาด อัศวินผมแดงดูใส่ใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ อย่าบอกว่าเลโอคิดมากกับสิ่งที่บาวนี่พูดออกมาเพื่อกล่าวหาเขา? แอมไพร์นิ่วหน้า

“เจ้าคิดมากไปหรือเปล่า ข้าไม่ใช่อะไรอย่างที่เจ้าว่าสักหน่อย”ร่างบางกล่าวพร้อมเบนหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง

!!!

แอมไพร์สะดุ้งเมื่อเลโอจับใบหน้าของเขาด้วยมือเดียวก่อนจะเบนมันให้กลับมาเผชิญกับใบหน้าของคนผมแดง

“ทำไมเวลาตอบถึงไม่ยอมมองตาข้า”เลโอถามราบเรียบ

“ตัวเจ้าเองประสงค์สิ่งใดอยู่กันเล่า?”แอมไพร์เลิกคิ้ว นัยน์ตาสวยจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาของเลโอ”เหตุผลอะไรที่เจ้าคิดว่าข้าเป็นเจ้าชายปีศาจกัน?”แอมไพร์เอ่ยถาม

“ท่าทางที่สง่างามตั้งแต่แรกพบ ความเจ้าเล่ห์ที่ยากเกินคราดเดา พลังเวทย์ที่ไม่สามาถรับรู้ได้ถึงขีดจำกัด คำพูดจาที่ผิดกับสมัญชนทั่วไป จะให้ข้าคิดเป็นอื่นได้อีก?”

“หึหึหึ เจ้าพูดมากขึ้นเยอะนะเลโอ”

“นั่นเพราะท่านถาม”

อัศวินหนุ่มตอบเสียงเรียบ ในหัวนึกย้อนไปถึงภาพที่ตนเห็นหลังวิญญาณออกจากร่าง แอมไพร์ที่โอบกอดร่างไร้วิญญาณของเขาไว้ด้วยสองมือ หน้าผากที่แนบลงจรดหน้าผากเขาพร้อมพึมพำคำขอโทษที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจความหมาย เสียงกระซิบที่แผ่วเบาคล้ายสั่งการบางสิ่งในตัวทำให้บรรยากาศรอบตัวแอมไพร์เปลี่ยนไปเล็กน้อย ดูน่ากลัว น่าเกรงขาม...และน่าขนลุก วงเวทย์ที่ทอแสงไม่หยุดย่อนพร้อมหมุนอย่างอ้อยอิ่งบ่งบอกการใช้พลังที่ต่อเนื่อง มือเรียวทาบที่บาดแผลด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเศร้า ริมฝีปากที่พึมพำร่ายมนตร์ ดวงตาที่จ้องมองเขาด้วยความเว้าวอน ทุกสิ่งอย่างล้วนอยู่ในสายตาของคนที่วิญญาณหลุดออกจากร่าง

“เลโอ...”เสียงเรียกทำให้เลโอกลับมาอยู่กับคนตรงหน้า มือเรียวของร่างบางยกขึ้นปัดมือเขาออกจากหน้าของตนเบาๆ

“เจ้ารู้หรือไม่ว่ามนุษย์นั้นบางครั้งมีความคิดที่เจ้าเล่ห์จนแม้แต่ปีศาจยังเทียบไม่ติด มนุษย์บางคนมีความโสมมจนแม้แต่ปีศ่จยังหลีกหนี เดิมทีปีศาจไม่ได้เกิดจากสิ่งใดเลยเลโอ มันเกิดมนุษย์ทั้งสิ้น...

มนุษย์มีความเป็นปีศาจอยู่ในตัวทั้งหมดทั้งมวลเช่นเดียวกับที่ปีศาจมีความเป็นมนุษย์ มนุษย์คือสิ่งที่มีความรู้สึกนึกคิด รู้จักความดีและความชขั่ว แยกแยะมันออก หากมนุษย์คนใดที่ไม่มีมันนั่นแปลว่าเขากำลังกลายเป็น”ปีศาจ”กลับกัน ปีศาจที่เริ่มนึกคิดถึงผู้อื่น ใส่ใจบุคคลรอบกาย เขาผู้นั่นคือปีศาจที่เริ่มมีความเป็น”มนุษย์”ดังนั้นจะบอกว่าข้าเป็น”ปีศาจ”ก็ย่อมได้ ไม่แปลกอะไรนี่”

แอมไพร์กล่าวราบเรียบ ใบหน้าที่นิ่งสนิททำให้อัศวินหนุ่มมองอีกฝ่ายต่างไปจากทุกที กิริยาบถที่ดูสง่างามและเย่อหยิ่ง ริมฝีปากที่กำลังเอ่ยคำอธิบาบ ภาพของแอมไพร์ในตอนนี้ช่างน่าหลงใหลจนแม้แต่เลโอยังเผอเรอไปชั่วคราว

“นั่นไม่ใช่คำตอบของคำถาม ท่านแอมไพร์”

เด็กหนุ่มตีหน้ายุ่งเมื่ออีกฝ่ายเรียกจนแบบนี้ แอมไพร์เสตามองเลโอย่างเบื่อหน่าย

“แล้วเจ้าต้องการคำตอบแบบไหนกันเล่า?”

“คำตอบที่ไม่ได้อธิบายสิ่งที่เป็นการเปรียบเปย ข้ารู้ดีความหมายของท่านปีศาจคือ”ความชั่ว” มนุษย์คือ”ความปกติ”คือมีทั้งดีและชั่ว ขึ้นอยู่แค่ว่าจะเอนเอียงไม่ทางไหน แต่สิ่งที่ข้าถามท่าน ปีศาจในความหมายของข้าคือสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์แต่มีความคิดเทียบเท่าหรือมากกว่ามนุษย์ สิ่งมีชีวิตที่มีอายุยืนยาวราวกับเป็นอมตะนั่น ไม่ปีศาจซึ่งเป็นตัวแทนแห่งความชั่วที่ศาสนาได้กล่าวเอาไว้”

“เจ้าพูดมากขึ้นจริงๆด้วย”แอมไพร์ว่าพลางหัวเราะในลำคอแล้วส่ายหัว นัยน์ตาสีม่วงน่าหลงใหลเหลือบมองคนข้างตัวแล้วเอ่ยถามอย่างไม่สนใจ”ถ้าข้าเป็นเจ้าชายปีศาจแล้วยังไง? มีอะไรสลักสำคัญงั้นหรือ?”

“ท่านก็รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และปีศาจไม่ดีกันมาตั้งแต่ลูซิเฟอร์ลักพาตัวเจ้าหญิงของแดนมนุษย์ไปเป็นภรรยาในวันที่มนุษย์กำลังจะถวายตัวนางแก่องค์มิคาเอล...”
                “นั่นมันเรื่องตั้งแต่สมัยปู่ยังเป็นผีพุ่งใต้ พวกเจ้ายังคงคลั่งแค้นอีกหรือ?”

“นั่นมันเรื่องเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนเท่านั้น”เลโอแย้ง

แอมไพร์ส่ายหัวอย่างหนื่อยหน่ายพลางจิ๊ปากอย่างหงุดหงิด เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่พูดอะไรต่อเลโอจึงเสริมอีก

“ตั้งแต่นั้นมนุษญ์ก็เหมือนถูกองคิ์คาเอลทอดทิ้ง ปีศาจเพียงสนใจเพียงตนเองเท่านั้น แม้จะไม่เกิดสงครามที่บานปลายแต่ความสัมพันธ์ของพวกเราก็ไม่ดีนัก ปีศาจเดินในแดนมนุษย์ได้ด้วยการอำพลางกายแต่มนุษย์เดินในดินแดนปีศาจไม่ได้เลย...”

“เจ้ากำลังพูดเหมือนทวงผลประโยชน์กลับคืนมาสู่ฝ่ายตนเอง เจ้าเองก็ไม่ต่างจากปีศาจแล้วล่ะตอนนี้ ในเมื่อใจเจ้าเรียกร้องที่จะเอาสิทธิที่เสียไปหรือไม่เท่าเทียมกันระหว่างปีศาจและมนุษย์กลับคืนมา เจ้าเอาแต่คิดว่าลูซิเฟอร์ผิดที่มาชิงตัวเจ้าหญิงไป แล้วมีใครถามสักคำหรือไม่ว่านางยินยอมจะไปอยู่กับองค์มิคาเอลหรือเปล่า?”แอมไพร์กล่าวเสียงเย็นเฉียบคล้ายกำลังโกรธ

“การกระทำนี้อาจทำให้เจ้ามองข้าเป็นเจ้าชายปีศาจขึ้นอีกสิบเปอร์เซน”แอมไพร์ว่าพลางหรี่ตามองคนที่มองเขาเรียบๆ เลโอเบนหน้าหนีก่อนพยักหน้ารับเบาๆ

“ข้าแค่กำลังพูดในรื่องที่ถูกต้องโดยไม่เข้าข้างฝ่ายใจฝ่ายหนึ่ง หรือเจ้าจะมองว่าข้าเข้าข้างฝ่ายปีศาจเล่า?”แอมไพร์หยุดเพื่อดูปฏิกิริยาของเลโอซึ่งอัศวินนภาทำเพียงเบนหน้ากลับมามอง”เรื่องนี้ทั้งข้าและเจ้าไม่มีใครรู้ความจริงทั้งนั้น เพราะตอนที่เรื่องเกิดข้ายังไม่ลืมตาดูโลกเลย ตอนนั้นบางทีข้ายังไม่ตายด้วยซ้ำ!! สิ่งที่ข้าพูดคือความน่าจะเป็นเท่านั้น”

ความเงียบโรยตัวเข้ามาอีกหน แอมไพร์รู้สึกอึดอัดที่ต้องมาคุยเรื่องแบบนี้ คุยไปก็พาลแต่จะทะเลาะกันบานปลายเสียเปล่าๆ อยากจะเปลี่ยนเรื่องเสียใจจะขาด องค์ราชินีเสนัยน์ตาออกไปมองนอกหน้าต่าง มองไปยังความวุ่นวายที่เริ่มสงบตัวแล้วที่ลานพิธี เห็นหัวทองๆของไอโรลอยไปลอยมาจากการวิ่งไปมาตรงโน่นตรงนี้เพื่อช่วยดูแลเก็บกวาดงานของเมืองนี้ทั้งๆที่ไม่ใช่หน้าที่

“ถ้าหากข้าเป็นเจ้าชายปีศาจดั่งเจ้าว่าจริงตัวข้าเองคงจะเลวมากเลยทีเดียว ข้าหลอกไอโรคนซื่อเสียสนิทใจ หมอนั่นเป็นคนดีนะ ดีมากด้วยเพียงแต่ติดชอบทำตัวปัญญาอ่อนไปสักนิด แต่เพราะแบบนั้นแหละข้าถึงได้รักเขา...”....แบบเพื่อนคนหนึ่ง แอมไพร์ต่อท้ายประโยคเองในใจ แม้ตอนนี้จะมีประเด็นใหญ่ที่สำคัญแต่ประเด็นนี้ก็ยังสำคัญไม่แพ้กัน นัยน์ตาสีสวยลอบมองปฏิกิริยาของเลโอเพื่อความแน่ใจว่าเขาโกหกได้อย่างแนบเนียน

“นั่นสินะครับ”มีเพียงคำตอบสั้นๆกลับมาจากเลโอ เขาไม่พูดอะไรต่อสักนิดแอมไพร์หายอึดอัดใจและเป็นอีกครั้งที่ต้องเปิดปากพูดขึ้นมาเอง

“เลโอ”

“ครับ”

“....”

“...”

“....”

“เรียกแล้วเงียบทำไมล่ะครับ?”

นัยน์ตาสีเทาเบนจากหน้าต่างด้านนอกที่มองตามแอมไพร์ไปมายังคนที่จ้องหน้าเขาด้วยสายตาที่แตกต่างออกไปจากเดิม นัยน์ตาสีม่วงสอดส่ายไปมาคล้ายไร้ซึ่งความมั่นใจ ริมฝีปากเปิดๆปิดๆเหมือนจะพูดจะพูดไม่ออกอยู่อย่างนั้น

“...ถ้าสมมติว่าข้าเป็นเจ้าชายปีศาจขึ้นมาจริงๆ แล้วเรื่องจะยังไง?”

“ยังไง? ก็อะไรล่ะครับ?”เลโอไม่เข้าใจคำถาม

“ข้าหมายถึงว่า...เจ้าจะเดือดร้อนอะไรเล่า ถ้าข้าเป็นเจ้าชายปีศาจจริงๆ”

“เจ้าชายปีศาจในฐานะองค์ราชินีเมืองมนุษย์...นี่ไม่ใช่ละครน้ำเน่าครับ มันไม่ใช่ตำนานรักสะท้านโลก...มันคงเป็นอื่นใดไม่ได้นอกจากแผนที่พวกปีศาจวางเอาไว้เพื่อทำสงคราม”

แอมไพร์หรี่ตาลง เลโอใช้คำพูดประชดประชันกับเขาด้วยหรือนี่ ได้ยินแล้วเหมือนได้ความรู้ใหม่ เด็กหนุ่มยู่หน้าหน่อยๆแล้วพูดตอบกลับไป

“ก็แล้วยังไงถ้าจะเกิดสงคราม เจ้ากลัวว่าฝ่ายปีศาจจะชนะงั้นสิ?”แอมไพร์ว่า

“ไม่ได้คิดถึงตรงนั้นเลยครับ”

“แล้วเจ้าคิดอะไรอยู่เล่า”

“คิดว่าหากข้าเจอกับท่านในสนามรบ...”

“จะยากอะไร? เจ้าก็แทงๆข้าไปก็จบแล้วเลโอ”

แอมไพร์พูดอย่างไม่ใส่ใจ หลับหูหลับตายักไหล่เหมือนไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เบนหน้าเบนศรีษะไปทางหน้าต่างก่อนจะรับรู้ได้ถึงความเงียบที่เข้ามาอีกหน ทำไมเลโอชอบให้ทำโลกนี้เงียบนักนะ? แอมไพร์คิดก่อนเบนหน้ากลับมา นัยน์ตาสีม่วงสบกับนัยน์ตาสีเทาที่จ้องเขาไม่กระพริบ เลโอจ้องแอมไพร์อยู่นานจนเด็กหนุ่มอึดอัด หมอนั่นเหมือนจะพูดอะไรแต่ไม่พูดสักที!

“ท่านคิดว่าเรื่องจะง่ายขนาดนั้นเลยเหรอครับ?”

ในที่สุดเจ้าที่พูดออกมาสักที! แอมไพร์กู่ร้องในใจแล้วพยักหน้ารับเบาๆ

“สำหรับข้ามันไม่ง่ายหรอกครับ”

“หืม? ทำไมล่ะ? ฝีมือข้าเอาเข้าจริงก็อ่อนกว่าเจ้ามาก แค่จะแทงทะลุหัวใจข้ามันง่ายยิ่งกว่าบอกให้เจ้ายิ้มเสียอีก”

คำเปรียบเทียบช่างเหน็บแหนมนัก เลโอคิดในใจก่อนจะเบนสายตาออกนอกตัวหนึ่งครั้งคล้ายทำใจแล้วจึงเบนกลับมาหาแอมไพร์

“ใช่ครับ การจะแทงดาบทะลุหัวใจท่านง่ายกว่าการที่จะทำให้ข้ายิ้ม...”

แอมไพร์พยักหน้ารับตามอย่างเห็นด้วยที่เลโอยอมรับ

“...แต่ติดที่ข้าไม่กล้าหันดาบใส่ท่าน”

นัยน์ตาสีม่วงเบิกกว้างอย่างแปลกใจ มองใบหน้าเลโอที่นิ่งเรียบอย่างประหลาดใจ มือเรียวเอื้อมไปแตะแก้มขาวของคนตรงหน้าเพื่อพิสูจญ์ว่านี่ไม่ใช่ภาพลวงตา แอมไพร์กระพริบตาปริบๆหลังจากวางมือแนบแก้มอีกฝ่าย

“ทำไม...”

“ข้าไม่รู้ รู้เพียงว่าข้าทำมันไม่ลง ตอนที่ข้าคิดถึงความเป็นไปได้ข้อนี้...”...สองขาก็วิ่งมายังห้องแห่งนี้อย่างไม่ตั้งใจ ยืนรอไอโรออกมาจากห้องนานนับชั่วโมงกว่าที่ไอโรจะออกมาหลังจากแอมไพร์ตื่นแล้ว ในหัวเว้าวอนคำตอบที่ต้องการเป็นครั้งแรกในชีวิต เวนเดล แอมไพร์ มีความสามารถในการปั่นหัวเขาอย่างยอดเยี่ยม!

“ตอนที่เจ้าคิดถึงความน่าจะเป็นข้อนี้แล้วทำไมเหรอ?”

อาจเพราะไม่ได้ยินเสียงในใจของอัศวินนภาแอมไพร์จึงไม่รู้อะไรทั้งนั้น นัยน์ตาจดจ่ออยู่ที่เลโอจนเหมือนเวลารอบตัวหยุดเดินไป

“ข้าถึงต้องวิ่งมาถามคำตอบจากท่าน...ตอบข้ามาเถอะว่าเจ้าเป็นเจ้าชายปีศาจหรือเปล่า...แอมไพร์”

คำเรียกชื่อที่ห้วนสั้นไม่มีคำนำหน้า สรรพนามที่บ่งบอกระดับความใกล้ชิดที่เลื่อนจาก”ท่าน”เป็น”เจ้า”แม้จะชั่วคราวแต่มันก็ทำใหแอมไพร์เบิกตามองอย่างประหลาดใจ

“ข้าไม่ใช่...”

ร่างบางตอนเสียงแผ่ว เสนันต์ลงต่ำเพื่อไม่ต้องเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย

“ช่วยมองหน้าข้า แล้วตอบได้ไหม?”

เป็นครั้งแรกที่มันไม่ฟังเหมือนประโยคคำสั่ง เสียงที่ผสมไปด้วยความเว้าวอนและเรียบเฉยตามแบบตนทำให้แอมไพร์อดเสตากลับตามคำขอไม่ได้ ร่างบางสูดหายใจเข้าลึกเต็มปอดก่อนจะตอบกลับไป

“ไม่...ข้าไม่ได้เป็นเจ้าชายปีศาจเลโอ ข้าไม่ได้เป็นและไม่มีวันเป็น ข้าไม่ได้โกหกเจ้าแม้สักนิด”น้ำเสียงที่หนักแน่นและแววตาที่มั่นคงทำให้เลโอพึงพอใจและมันก็ทำให้อัศวินนภาทำในสิ่งที่แอมไพร์ไม่คาดคิดออกมา...

“ดีแล้วล่ะครับ...ดีแล้ว”

ใบหน้าเฉยชาขยับยิ้มมุมปากที่บางเบาแต่ทว่ามันชัดเจนในสายตาแอมไพร์ เลโอที่ทำสีหน้าโล่งใจออกมาพร้อมรอยยิ้มเล็กๆทำให้แอมไพร์หน้าขึ้นสีไม่รู้ตัว มือที่วางแนบแก้มอีกฝ่ายอยู่ลดลงมาทันทีพลางเบนหน้าหนี

“ท่าน...จะหน้าแดงทำไม ข้าไม่ได้สารภาพรักท่านนะ”เสียงนั้นกลับมาเย็นเฉียบตามปกติ แอมไพร์ยกมือปิดปากแล้วส่ายหน้าประมาณว่า”เจ้าไม่เข้าใจข้าหรอกน่า!”แล้วจึงพูดกับอีกฝ่ายอู้อี้

“ถ้าไม่อยากให้ข้าหัวใจวายตาย อย่าทำหน้าบบนั้นให้ข้าเห็นอีก!

เลโอขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่รู้ตัวหรอกว่าตัวเองทำอะไรลงไปนอกจากความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นในใจ

เมนนาวิล เลโอ เริ่มเปิดใจขึ้นมาเล็กน้อย....

อาจจะไม่ใช่ทั้งหมดที่เลโอเปิดใจ แต่เพราะการที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกันมานาน  หรือเรียกได้ว่าอยู่ด้วยกันแทบยี่สิบสี่ชั่วโมงทำให้เลโอเปิดใจรับแอมไพร์แบบไม่รู้ตัว แต่ด้วยความไม่ถูกชะตาแต่แรกทำให้เขาไม่ยอมรับความรู้สึกนั้นสักทีจนกระทั่งความคิดเรื่องเจ้าชายปีศาจเกิดขึ้น เลโอนึกภาพตนเองหันดาบสู้กับแอมไพร์ไม่ออกจริงๆ แม้แต่ภาพที่อัศวินเมืองอื่นสู้กับแอมไพร์เขาก็นึกไม่ออก หรือถ้านึกได้...ในภาพนั้นจะมีเขาที่ตั้งดาบยืนบังหน้าแอมไพร์อยู่เพื่อปกป้อง

คงจะเป็นแบบที่พระราชาเมืองอาร์ตเธว่า เลโอเปิดใจยอมรับแอมไพร์แล้ว แต่เลโอเองนั่นแหละที่ไม่ยอมรับมัน เลยชอบตั้งแง่และปั้นบึ้งใส่จนมีปัญหากันตลอด

“เป็นแบบนี้ต่อไปนะครับ”เลโอวางมือลงบนหัวคนที่ยังไม่เอามืออกจากหน้า

เมื่อรับรู้ได้ถึงสัมผัสบนหัวแอมไพร์ก็ปล่อยมืออกด้วยหน้าเอ๋อๆก่อนจะเงยหน้าขึ้นพร้อมยิ้มให้เลโอชนิดที่เรียกว่ายิ้มตั้งแต่ปากถึงตาเลยทีเดียว

“อยู่แบบนี้ต่อไปนะดีแล้วครับ เป็นพระอาทิตย์ของข้าต่อไปแบบนี้นานๆเถอะนะครับ”

 

“ทำไมพวกเราต้องเดินทางไปด้วยกัน?”เสียงทุ้มถามราบเรียบ

“ก็มาด้วยกันก็ต้องกลับด้วยกันสิ เจ้าก็ถามแปลก”เสียงของราชาหนุ่มตอบกลับพร้อมหัวเราะแผ่วๆ

“ไม่...ข้าหมายความว่าทำไมเราถึงมีตั้งสี่คน ทั้งๆที่ตอนมามีแค่สาม”

แอมไพร์ว่าพลางหรี่ตามอง”คนที่สี่”ในรถม้าด้วยความราบเรียบ ชายหนุ่มผมดำทำเพียงปรายตามองแล้วปรายตากลับ

นี่มันหาเรื่องกันชัดๆ!!!!

แอมไพร์ร้องในใจแล้วกำหมัดแน่น พยายามควบคุมลมหายใจเพื่อไม่ให้ตัวเองอาละวาดออกไป แอมไพร์อยากกรี๊ด!

หลังจากพักฟื้นที่เมืองอาร์ตเธได้วันกว่าๆไอโรก็ขอตัวกลับเพราะเป็นหัวพวกเคอร์ริสกับคาร์เรย์ เกรงว่าสองคนนั้นจะตายไปเสียก่อนถ้าเขาไม่รีบพาตัวเลโอกลับไปช่วย แน่นอนว่าองค์ราชินีดีใจเป็นบ้า เขาคิดถึงห้องนอนตัวเองและสถานที่อันไม่ต้องแอ๊บใส(?)จะแย่ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้อารมณ์แสนลั้นลาพัดหายไปจนเกลี้ยง

“เจเรมีจะไปกับเราด้วย?”แอมไพร์ทวนคำเมื่อเห็นหัวหน้านักบวชหน้าตายเดินถือกระเป๋าตามต๊อกๆมาด้วย

“อืม! ท่านอาบอกไว้ตั้งนานแล้วล่ะ”ไอโรพยักหน้ารับแล้วยิ้มสว่างไสวแต่แอมไพร์กลับทำหน้าที่ผสมทั้งเหวอทั้งไม่พอใจ

“เจ้าจะพาเขาไปได้ไง? เรื่องข้ากับเจ้าเล่า!”แอมไพร์ดึงหัวอีกฝ่ายลงมากัดฟันกระซิบ

“ข้าเตี๊ยมกับทางโน้นไว้แล้วเจ้าไม่ต้องห่วง”

“แต่เจ้าไม่เตี๊ยมข้าสักนิดเนี่ยนะ?”แอมไพร์ว่า

ไอโรได้แต่ยิ้มแห้งๆมอบให้อีกฝ่าย ร่างบางสะบัดมือออกแล้วกอดอกมองเจเรมีอย่างไม่เป็นมิตร...

...เรื่องมันก็ด้วยประการนี้ แอมไพร์ถึงนั่งหน้าบูดเป็นแกงค้างปีอยู่นี่ไง

“ไม่พอใจที่ข้าตามท่านมาหรือไงครับ?”เจเรมีถามเสียงเรียบ

“ก็เปล๊า! ใครจะกล้า”แอมไพร์ว่าอย่างลอยหน้าลอยตาก่อนจะสะดุ้งเมื่อสบเข้ากับดวงตาของเลโอที่จ้องเขาไม่กระพริบ

“จะจ้องอะไรหนักหนาเล่า! จ้องมากไปหัวข้าก็ไม่หงอกออกมาเพิ่มหรอก!”แอมไพร์ว่าอย่างหงุดหงิด ออกจะติดอารมณ์พาลเสียด้วยซ้ำ

“ข้าแค่สงสัยว่าท่านไปกินรังแตนที่ไหนมา”เลโอว่าราบเรียบ

“เหอะ!

ร่างบางร้องในลำคอแล้วสะบัดหน้าหนีมองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่ว่าใครก็พาลเอาเจ้าตัวหงุดหงิดไปหมด เห็นหน้าไอโรก็หงุดหงิดเรพาเอาแต่ยิ้ม เห็นหน้าเลโอก็หงุดหงิดเพราะเอาแต่แขวะ เห็นหน้าเจเรมีก็หงุดหงิดเพราเอาแต่นิ่งแล้วไม่ยอมบอกสักทีว่าจะตามมาทำไม!

แปะ!

!!!!

แอมไพร์สะดุ้งเมื่อมีมือมาแตะที่หน้าผากตน ร่างบางสะบัดหน้าควับกลับไปมองก็พบเลโอที่ขยับมานั่งใกล้เขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้วางมือลงบนหน้าผากเขา

“ตัวไม่ร้อน แปลว่าดีขึ้นแล้วสินะครับ”

หลังจากที่คุยเรื่องราวที่ดูไม่เป็นเรื่องกันไปเมื่อตอนนั้น หลังจากนั้นครู่เดียวแอมไพร์ก็สลบเมือดพร้อมไข้ที่ขึ้นสูงปรี๊ดจนไอโรวิ่งเป็นหนูติจั่นไปทั่วพระราชวังของอาร์ตเธเพื่อตามหาหมอ ร่างบางสลบไปเกือบๆวันเล่นเอาพระราชาเมืองอาร์ตเธหน้าถอดสี ที่แอมไพร์เป็นขนาดนี้เพราะช่วยเมืองเขาและตัวเขาไว้แท้ๆ

“แล้วทีหน้าทีหลังก็ไม่ต้องทำอะไรแบบนี้แล้วนะครับ”

“รู้แล้วน่า เจ้าบ่นเรื่องนี้เป็นครั้งที่ยี่สิบห้าแล้วนะ”แอมไพร์ว่าแล้วยู่หน้า

“เพราะเป็นท่านข้าถึงต้องย้ำหลายรอบ พูดรอบสองรอบมันไม่เข้าหูท่านหรอกครับ”

“นี่เจ้าจะว่าข้าเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาหรอ????”

“ข้ายังไม่ได้พูด ท่านสรุปเอง”

“แต่รูปประโยคเจ้ามันบอกข้าแบบนั้นนี่!

แล้วสงครามปะทะฝีปากของแอมไพร์และเลโอก็อุบัติขึ้นกลางรถม้าอีกครั้งโดยมีไอโรและเจเรมีนั่งเป็นผู้ชมที่ดีมองอยู่อย่างเงียบๆ

 

“เลโอ! เจ้ากลับมาแล้ว เจ้ากลับมาแล้ว!

หลังจากที่มาถึงปราสาทไอโรก็สั่งให้คนพาเจเรมีไปพักที่ห้องพักเสียก่อนเพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะเหนื่อยอ่อน ส่วนทางด้านตนนั้นก็ตรงเข้าไปหาพวกเคอร์ริสและคาเรย์ทันที เมื่ออัศวินปัฐพีเห็นเลโอเดินเข้ามาก็รีบวิ่งเข้าไปกอดเต็มรักจนเลโอเซไปด้านหลังเล็กน้อย เคอร์ริสไม่ใช่ตัวเล็กๆ เขาสูงพอๆกับเลโอเลยด้วยซ้ำเพียงแต่ตัวบางและไหล่แคบกว่านิดหน่อย ร่างสูงของอัศวินผมเขียวกอดเลโอแล้วเอาหน้าฝั่งไหล่อีกฝ่ายแน่น

“เจ้าบ้า! ไอ้เพื่อนบ้า! รู้ไหมข้าเป็ห่วงเจ้ามากแค่ไหน ตอนที่ได้ยินว่าเจ้าตายข้าแถมจะยืนไม่อยู่ ยังดีที่ท่านแอมไพร์ฟื้นคืนชีพเจ้าได้ ไม่งั้นข้าจะบุกไปเผาอาร์ตเธให้ราบเป็นหน้ากลองเลย ฮื่อ!

เคอร์ริสว่าทั้งๆที่ยังไม่เอาหน้าออกจากไหล่เลโอ ทางฝั่งอัศวินนภาก็ทำเพียงตบหัวหัวเขียวๆนั่นเบาๆซ้ำๆเพื่อปลอบ ไม่ต้องมองก็รู้ว่าอัศวินจอมโมโหกำลังร้องไห้ด้วยความดีใจ

“ข้าไม่เป็นไรแล้ว ไม่เป็นไร...”เลโอว่าอย่างใจเย็น นับเป็นภาพที่แอมไพร์ไม่เคยเห็นมาก่อนและไม่คิดว่าจะเห็นด้วย

“พี่เจ้า...ขี้แยขนาดนั้นเลยเหรอ?”ร่างบางหันไปถามกับคาร์เรย์ที่มายืนยิ้มอยู่ข้างเขา

“พี่เขาค่อนข้างอ่อนไหวนะครับ ไม่ได้เชิงขี้แย”อัศวินวารีแก้ไขความเข้าใจผิด

“อ่อหรอ...ถ้านับจากภาพลักษณ์วันแรกที่เจอข้าไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนแบบนี้นะ”

“ก็มีแต่กับเฉพาะเลโอนั่นแหละครับที่พี่จะเป็น ก็ตอนเด็กๆพอถูกตำหนิหรือโดนว่าคนเดียวที่จะเล่าให้ฟังได้ก็เป็นเลโอก็เลยชินกับการแสดงความรูสึกแบบตรงไปตรงมากับอีกฝ่ายนะครับ”

คนเป็นน้องว่ายิ้มๆพลางมองเลโอที่ลูบหัวเคอร์ริสราวกับเป็นลูกหมาตัวใหญ่

“แล้วเจ้าไม่อิจฉาเลโอหรือไงกัน เจ้าน่าจะเป็นพวกหวงพี่นี่”แอมไพร์ว่าพลางเลิกคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ

“ก็พี่เขามีบางมุมที่ข้าเท่านั้นที่จะเห็นนี่ครับ ไม่จำเป็นต้องอิจฉาเลย”

คำพูดคลุมเครือกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ทำให้แอมไพร์ชักเริ่มสงสัยในความสัมพันธ์ของพี่น้องคู่นี้ขึ้นมาฉับพลับ...มันมีอะไรในก่อไผ่จริงๆใช่ไหม...

“ไอโร...สองคนนี้...”

ราชาหนุ่มยกมือแนบปากแอมไพร์ที่หันมากระซิบแล้วส่ายหน้า”ละไว้ในฐานที่(แล้วแต่)เข้าใจ”

องค์ราชินีทำหน้าแปลกๆ เขากับไอโรเข้าใจตรงกันหรือเปล่า? ถ้าใช่แล้ว...มันมีความเป็นมายังไง? เขาควรอวยใคร ยังไง แบบไหน? ความจริงแล้วในปราสาทแหงนี้ก็มีเรื่องลึกลับหลายเรื่องทีเดียว

“อ่า...เคอร์ริส ข้าว่าพี่ควรไปนอนพัก การทำงานติดต่อกันมากๆอาจจะทำให้พี่สมองเบลอๆ”

คาร์เรย์เดินเข้าไปแยกเคอร์ริสออกมาจกาเลโอ คนผมเขียวร้องแง๊วๆเหมือนแมวโดนแย่งปลาแต่ก็ยอมออกมาแต่โดยดี ออกจากไหล่เลโอได้ก็ซบไหล่น้องชายต่อยิ่งตรอกย้ำความคิดแปลกๆของแอมไพร์(ที่มีไอโรร่วม)ขึ้นไปอีก คาร์เรย์หัวเราะ”ฮ่ะๆ”แล้วเดินกระเตงพี่ชายที่ร้องๆไห้ขี้มูกโป่งไปทางห้องพัก

“อ่า...ข้าเองก็ควรไปพักบ้าง เลโอฝากเจ้าส่งแอมไพร์แทนข้าทีนะ ข้าไม่ไหวแล้ว”ไอโรปัดความรับผิดชอบเฉยแล้วเดินกลับห้องไป ปล่อยทิ้งให้แอมไพร์ยืนอยู่กับเลโอสองคน

พระราชาหนุ่มเดินปิดปากหาวกลับไปที่ห้องตน ในหัวคิดว่าควรให้เลโออยู่กับแอมไพร์สองต่อสองเพื่อที่เลโอจะได้ดุแอมไพร์มากๆอีกฝ่ายจะได้เลิกทำอะไรเสี่ยงๆแบบรอบนี้อีก ยอมรับเลยครับว่า...มีแค่เลโอเท่านั้นที่กำราบแอมไพร์ได้อยู่หมัด แม้แต่เขายังทำอะไรแอมไพร์ไม่ได้เล๊ย...

ร่างสูงพาตัวเองเดินเซๆกลับไปที่ห้องอย่างเหนื่อยอ่อน เปิดประตูห้องเข้าไปได้ก็ถอดเสื้อออกแล้วทิ้งตัวลงบนที่นอนหนานุ่มทันที นัยน์ตาหลับลงอย่างอ่อนล้า อยากนอนให้เต็มอิ่มจังเลย!!!

“ข้าเพิ่งได้ความรู้ใหม่ว่าพระราชาแห่งเมืองยูโสซิสไม่ได้มีร่างกายกำยำเหมือนอย่างที่อัศวินของเขาเป็น”

“เฮ้ย!

ไอโรลืมตาโพลงแล้วร้องลั่นเมื่อเห็นว่าใครเป็นเจ้าของเสียง หัวหน้านักบวชนาม”เจเรมี”ผู้เป็นแขกของเขานั้นเอง

“เจเรมี...ข้าตกใจหมด”

ไอโรว่าพลางผ่อนลมหายใจ นักบวชหนุ่มเดินเข้ามาหาเขาด้วยใบหน้าราบเรียบ นัยน์ตาสีฟ้าครามมองไอโรอย่างสำรวจแล้วหัวเราะในลำคอ

“ข้าคิดว่าข้าผอมแล้วนะ...”นัยน์ตาสีฟ้าปรายมองเอวของไอโรแล้วเบนกลับ ไม่ต้องพูดอะไรมากราชาหนุ่มก็เข้าใจดีว่าเจเรมีหมายความว่าอย่างไร

“นี่เจ้า...ข้าว่าท่านเสียมารยาทไปแล้วนะ”ไอโรว่าอย่างหงุดหงิดเล็กๆ นอกจากการเข้ามาในห้องเขาโดยพละการแล้วยังมีหน้ามาติชมรูปร่างสียอีกแน่ะ!

“ข้าไม่รู้ว่าเจ้าเอาข้าไปเปรียบกับ...แอมไพร์ได้อย่างไร”

!!!

ไม่ทันตั้งตัวเจเรมีก็พลักไอโรลงไปนอนกับเตียงก่อนจะตามไป”คร่อม”หน้าตาเฉย ใบหน้าหล่อเหลาที่คุ้นตาแปลกๆโน้มลงหาใบหน้าของไอโรจนอีกฝ่ายสะอึก นัยน์ตาสีครามเป็นประกายระยิบยับซึ่งมันน่าหวาดระแวงด้วยเช่นกัน

“อย่าลืมนะครับว่าท่านเป็นนักบวช”

“แล้วถ้าบังเอิญว่าข้าเป็นปีศาจ?”หัวหน้านักบวชเถียงทันควัน

“เพ้อเจ้อไปใหญ่ ลุกออกไปจากตัวข้าเถอะครับ”

“ไม่ล่ะ ข้าขี้เกียจ”

ไอโรเริ่มเข้าใจความรู้สึกแอมไพร์เวลาที่เขาเล่นแบบนี้ขึ้นมาทันที ก็มีบ่อยไปไอโรจะเล่นอะไรๆที่มันส่อๆกับร่างบาง แต่ไม่เคยเป็นฝ่ายถูกเล่นนี่สิ

“อ่า...ท่านอาคงไม่ได้ให้ท่านมาทำเรื่องไร้สาระ”

ไอโรรีบอ้างไปถึงพระราชาเมืองอาร์ตเธเพื่อหวังว่าเจเรมีได้ยินชื่อราชาของตนแล้วจะฉุกคิดได้บ้างว่าตนไม่ควรทำอะไรราชาหัวทองที่นอนทำตาปริบๆอยู่

“ถ้าท่านไม่พูดก็ไม่มีใครรู้แล้ว”

เถียงกลับทุกดอก! ไอโรจิ๊ปากหงุดหงิดแต่ไม่กล้าทำอะไรรุนแรงเพราะจะกระทบกระเทือนต่อสัมพันธ์ระหว่างเมือง ยิ่งถ้าไปอ้างเหตุผลว่าอีกฝ่ายกำลังจะทำอะไรๆที่มันล่อแหลมต่อสวัสดิภาพของตนแล้วยิ่งทำไม่ได้ใหญ่! ใครๆก็รู้ว่าเจรีมีเป็นหัวหน้านักบวช สาวกมีให้พรึ่บเป็นดอกเห็ดแต่เขามันราชาจอมเจ้าชู้ที่ใครก็รู้! ถ้าคนจะเชื่อเรื่องนี้ก็คงต้องขึ้นว่า”ราชาไอโรเป็นคนเริ่ม”ทุกคนถึงจะยอมปักใจเชื่ออย่างทันท่วงที น่าเสียใจชะมัด!

“ตอบข้ามาว่าท่านกับแอมไพร์เป็นอะไรกัน?”นัยน์ตาสีฟ้าสวยหรี่ลงอย่างพิจารณาคนตรงหน้า มือเรียวแตะคออีกฝ่ายไว้เบาๆ

“ก็เป็นอย่างที่ท่านเห็นนั่นแหละ”ไอโรพยายามข่มใจ เขาต้องไม่โกรธน่า....

“ความสัมพัน์คลุมเครือนั่นน่ะหรือ? นายบ่าวก็ไม่ใช่ เพื่อนสนิทก็ไม่เชิง หรือจะเป็นสามีภรรยายิ่งแล้วใหญ่ ดูท่าท่านคงรักเขาข้างเดียวเสียมากกว่า”

“นั่นปากหรือนั่น”ไอโรพึมพำ คิดอยากถีบร่างนี้ออกไปจากตัวขึ้นมาตงิดๆ

“หรือจะปฏิเสธว่าแอมไพร์ให้ความสำคัญกับเลโอมากกว่า”

ไอโรสะอึก มองหน้าเจ้าของมือที่ลูบตนคอเขาด้วยความฉงน”ท่านต้องการอะไรจากข้า ถ้ารู้อะไรไปแล้วจะมีอะไรดีขึ้นหรือไง?”

“ข้าแค่หวังว่าแอมไพร์จะเป็นราชินีของเมืองนี้ และเจ้าจะรักแอมไพร์เท่านั้น”

เจเรมีพูดตรงๆอย่างขี้เกียจจะอ้อมค้อม นัยน์ตาสีฟ้าสุกสกาวจ้องลึกไปในตาของไอโร นัยน์ตาทั้งสองสบกันอยู่นานจนเหมือนมีแรงดึงดูดมันจึงโน้มเข้าหากัน

“จะเปิดปากพูดหรือไม่?”

“ข้ากับแอมไพร์เป็นเพียงนายกับบ่าว....”

ริมฝีปากของไอโรถูกแนบสนิทด้วยริมฝีปากของอีกคนแต่พระราชาหนุ่มกลับไม่ได้โวยวาย สองมือยังท้าวที่เตียงนอน นัยน์ตาสีสว่างมองตาของคนตรงหน้าอย่างท้าทาย เจเรมีกดปากแนบลงไปอีกเมื่อถูกมองด้วยแววตาแบบนั้น มือเรียวก็อยู่ไม่สุข..ลูบโน่นลูบนี้ไปเรื่อย ไอโรเริ่มขมวดคิ้วมองมือที่ไล้ขึ้นมาเรื่อยๆ

“ข้าต้องการคำตอบที่แท้จริง ท่านรักแอมไพร์?”

เมื่อถอนใบหน้าออกมาเจเรมีก็ถามอีกครั้ง เขามองดูใบหน้าที่สงบนิ่งของไอโรอย่างประหลาดใจแม้จะหอบหายใจหน่อยๆ แต่คนที่โดนเพศเดียวกันจูบ(บวกลูบนิดๆหน่อยๆ)นิ่งได้ขนาดนนี้เชียว? อยากจะรู้ว่าพระราชาองค์ก่อนสอนไอโรอย่างไรถึงไดนิ่งสงบได้ขนาดนี้

“ขอปฏิเสธ และข้าแน่ใจว่าทั้งข้าและแอมไพร์จะไม่มีอะไรเกินเลยเพื่อน”ไอโรว่าอย่างเรียบนิ่ง

“หึ”เสียงหัวเราะแผ่วดังมาจากลำคอร่างที่อยู่เหนือกว่า เจเรมีแลบลิ้นเลียริมฝีปากตนเองแล้วยิ้มมุมปาก

“ถ้าแอมไพร์จะไม่รักเจ้าข้าก็ไม่แปลกใจ”ร่างโปร่งลุกขึ้นแล้วเสยเส้นผมที่ลงมาปรกหน้าตนขึ้นจากนั้นจึงเดินไปทางประตู

ก่อนจะเดินออกไปด้านนอก หัวหน้านักบวชยังไม่วายหันมายิ้มให้ไอโรแล้วบอกด้วยเสียงราบเรียบ

“ก็ปากเจ้ามันไม่อร่อยเลยสักนิด หมาเลียปากยังดีเสียกว่า”



อยากสอนให้แอมไพร์เข้าใจสัจธรรมที่ว่า"ผัวเราเป็นเมียเขา"ครับ*โดนโบกฐานใช้คำไม่สุภาพ
จะมีใครว่าอะไรไหมถ้าไอโรจะ...โดนเจเรมีรุก...ถึงพ่อนักบวชของเราถูกไอโรบรรยายไว้ว่าร่างบางเหมือนแอมไพร์แต่นั่นพระราชาทรงเข้าใจไปเองคนเดียวต่างหาก! อย่างไอโรเจ้าชู้ๆแบบนี้...เจอเจเรมีเข้าไปจะได้หาย หายไม่ธรรมดาหายแบบสนิทเพราะคุณนักบวชเขาจะดัดนิสัยด้วย...ปาก!
#ชักหื่นขึ้นเรื่อยๆแล้วครับท่านผู้ชม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

29 ความคิดเห็น

  1. #1060 DarkNyx (@darknessnyx666) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 23:03
    ทำไมฉาก เจxไอ คร่อมให้ความรู้สึกเหมือนสามีเค้นคอภรรยาว่าแอบไปมีกิ๊กมารึเปล่าจัง? หรือเราคิดไปเอง?
    #1060
    1
    • #1060-1 Night Demon (@pimmie1204) (จากตอนที่ 15)
      19 พฤศจิกายน 2560 / 09:25
      ไม่นะคะ เราก็รู้สึก555555
      #1060-1
  2. #1058 Yaluc_1100 (@warin-2000) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 23:35
    โอ๊ะ ตอนแรกแอบเชียร์ไอโรกับแอมไพร์...//คู่นี้ก็น่าสนนะ!!
    #1058
    0
  3. #1020 Bloody_Mary (@bloody-marry) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 เมษายน 2559 / 16:47
    กรี๊ดดด~เจเรมี~
    #โดนทุกคู่
    #1020
    0
  4. #856 MY dear (@chatrapon7145) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 มีนาคม 2558 / 21:39
    กร๊๊ดดดด เจเรมีรุกได้ใจมากกกกก
    #856
    0
  5. #540 Nunal (@nunal) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2557 / 15:58
    โดนกดๆ
    #540
    0
  6. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  7. #448 Tashi Xz (@tashiixza) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 23:37
    ไอโร เพิ่งรุ้ว่านายรับ -.-
    #448
    0
  8. #436 •-MaMaI-• (@mai032671597) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 22:45
    เย้ยยย ตกใจกับเจเรมีอ่ะ เจเรมีพูดแรงดี 5555
    #436
    0
  9. #408 ✿elleeetc•♪™ (@Kinnawong) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 เมษายน 2557 / 23:17
    แอบขนลุกเล็กๆ
    แต่หากเจอฉากแบบนี้บ่อยๆคงจะหายเป็นแน่แท้(???)
    -..-
    #408
    0
  10. #345 zindatea (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 เมษายน 2557 / 08:52
    เชึยร์สุดชีวิต ขอให้ไอโรโดนกด
    #345
    0
  11. #334 KillerKill (@valasmps) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 เมษายน 2557 / 10:37
    บุกเลยเชียร์เต็มที่ 555 ไอโรเอ๋ย~ แต่พี่น้องนี่มีอะไรในก่อไผ่จริงๆ ใช่มั้ย *o*
    #334
    0
  12. #212 namsai (@nongtonpor) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 มีนาคม 2557 / 19:34
    โอ๊ยเจเรมี เจ็บมากอ่ะ
    #212
    0
  13. วันที่ 4 มีนาคม 2557 / 23:02
    สนุกมาก
    #190
    0
  14. #173 มิ้งกิจัง (@chanapa-nako) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2557 / 10:25
    น่าสนเฮะคู้นี้
    #173
    0
  15. #153 จอมโจรแมวดำ (@kurai) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557 / 20:23
    อร๊ายยยยยยยยย ความฟินอีกสองคู่ค้าาา 
    #153
    0
  16. #133 guinw55 (@guinw55) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557 / 20:40
    ตอนนี้กำเนิดสองคู่เลยทีเดียว... คู่พี่น้อง กับนักบวชปะทะราชา
    #133
    0
  17. #128 ชิน เรย์ (@chin-rei) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557 / 15:23
    อย่าบอกนะว่าพี่คู่นี้เป็น....กัน ไม่จริงใช่บ่ โห เจเรมี่ แรงอ่ะ
    #128
    0
  18. #127 _Silver_ (@tarusung) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557 / 18:11
    กร๊ากก+ ฟินตั้งแต่ต้น แต่ดันมาสะดุดตรงตอนจบนี้ละ 555+ 
    #127
    0
  19. #126 (เร้นลับ) (@rarenrenla) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557 / 08:46
    อ้าง ราชาโดนกิน 555
    #126
    0
  20. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557 / 00:24
    กดบวกให้ไไอโรโดนกด
    #125
    0
  21. #124 I'm not perfec but I'm limited edition (@meennaruto) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:31
    สนับสนุนให้ไอไรโดนกด =..= !!!
    #124
    0
  22. #123 hertzz (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 / 00:36
    มุ้งมิ้งจริงด้วย

    บรรยากาศชมพูอมม่วงวิ้งๆนี่มันอะไรกัน

    เมื่อไหร่จะ...กันซักที!!!



    แอมไพร์น่ารักออกขนาดนี้
    #123
    0
  23. #122 _Silver_ (@tarusung) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2557 / 21:59
    โอ๊ยยยย เขินไปหมดเลยคร๊า >>>///<<< รอตอนต่อน้าา
    #122
    0
  24. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2557 / 13:14
    โอ๊ย ไรท์ทำเราฟินอ่ะ เขิน>//< น่ารักมากๆ เอาจริงๆ ลืมไปแหละว่าแอมไพร์เป็นภรรยาไอโร-_- เหอๆ มาต่อไวๆนะค่ะไรท์
    #120
    0
  25. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2557 / 12:28
    น่ารัก
    #119
    0