Knight Vs Queen! ศึกปราบเกรียน[อัศวินแด่ราชินี]

  • 96% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 35,035 Views

  • 1,107 Comments

  • 1,802 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    23

    Overall
    35,035

ตอนที่ 16 : Special Round ::Thax 100+Fans and comments<Valentine's day>

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1709
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    14 ก.พ. 57

Special Round
Thank for 100+ fans 100+ comments
and Valentine's Day

When  love travel to meet.
เมื่อรักเดินทางมาเจอกัน...


หิมะ...กำลังตกลงมา

ดูแล้วราวกับว่า...ทั่วพื้นดินถูกระบายไปได้วยสีขาวที่ไร้ขอบเขต นัยน์ตาสีทองสว่างมองไปทั่วพื้นดินแล้วถอนหายใจออกมา ผ้าพันคอสีแดงที่สูงถึงครึ่งจมูกทำให้มองเห็นหน้าของเด็กหนุ่มผมทองไม่ชัดนัก เส้นผมสีทองยาวละคอซอยเผิดหูดูโดดเด่นในช่วงที่ทั่วบริเวณเป็นสีขาวโพน

“นี่...จะเดินไปถึงเมื่อไหร่?”เสียงจากคนด้านหลังเอ่ยถามอย่างเหนื่อยล้า เด็กหนุ่มหันไปมองแล้วยิ้มมุมปาก

“ก็จนกว่าข้าจะเจอถนน”

“แต่นี่เจ้าเดินมาเป็นชั่งโมงแล้วนะ!

อีกฝ่ายขึ้นเสียงใส่ด้วยความเหนื่อยอ่อน ใบหน้าสวยสะบัดหนีเส้นผมสีม่วงที่มัดรวบเป็นหางม้าสูงจึงสะบัดตาม ร่างบางกอดออกพ่นลมหายใจที่กลายเป็นไอสีขาวออกมา นัยน์ตาสีเดียวกับเส้นผมลอบมองเด็กหนุ่มที่เดินอยู่ด้านหน้านิดหน่อยก่อนพองลมในปาก

“จะเดินไปถึงเมื่อไหร่ หนาวจะตาย”

คนผมทองได้ยินเสียงพึมพำจากอีกฝ่ายจึงเริ่มสำรวจ ร่างบางใส่กางเกงขายาวแนบเนื้อสีดำกับรองเท้าบูทสีน้ำตาลที่สูงเลยตาตุ่มมานิดหน่อย เสื้อโอเว่อร์โค้ดสีเทาที่แขนยาวจนมองไม่เห็นมืออกฝ่ายมองดูแล้วก็มิดชิดและปกปิกความหนาวได้ดีแต่...ทำไมร่างนั้นยังสั่นอยู่หน่อยๆเล่า?

“นี่...หนาวมากหรือไง?”เด็กหนุ่มถามเมื่อเห็นท่าทีอีกฝ่าย

“หนาว..?? จะบ้าเหรอ! ใครจะหนาวกัน...”

ร่างนั้นโวยวายแล้วเสสายตาหลบ มองดูแล้วราวกับเด็กๆที่ไม่ยอมผ่ายแพ้ เหมือนกับว่าถ้ายอมรับว่ากำลังหนาวอยู่แล้วจะโดนยึดบ้านที่อาศัยอยู่อะไรทำนองนั้นนั่นแหละ

“ปากแข็งตามอากาศหรือไง?”เด็กหนุ่มผมทองพึมพำก่อนจะค่อยๆถอดผ้าพันคอสีแดงออกจากคอ

พรึบ!

“อ่ะ...อะไรเนี่ย????”

เด็กชายผมม่วงโวยเมื่อผ้าพันคอสีแดงกองอยู่บนตัวตนเอง นี่มันยาวมากๆเลยไม่ใช่หรือไงน่ะ? ผ้าพันคอหรือเชือกเล่นชักเย่อกันแน่??

“ใส่ซะ ถ้าหนาวก็ใส่ ข้าไม่อยากแบกเจ้าที่เดินไม่ไหวเพราะหนาวเข้าเมืองหรอกนะ”

“ใครว่าข้าหนาว!!

“จะใส่หรือไม่ใส่?”

คนผมทองเสียงแขงใส่ อีกฝ่ายสะอึกไปแล้วขยับมากขมุมขมิบราวกับบ่นอะไรไปเรื่อยแต่มือก็ยังคงพันผ้าพันคอสีแดงนั่นเข้ากับคอตัวเอง

“อุ่นแหะ...”

“ก็ดีแล้ว”

คนด้านหน้าพึมพำแล้วออกเดินต่อไป สองมือล้วงกระเป๋าเสื้อโค้ชพลางเหล่มองคนด้านหลังไม่คาดสายตา เด็กชายหางมากก็เดินตามต้อยๆไม่ทิ้งระยะห่างมากไปแต่ก็ไม่ใกล้เกินไป กลิ่นหอมอ่อนๆของคนตรงหน้าส่งกลิ่นออกมาจากผ้าพันคอที่ใส่อยู่เล่นเอาเด็กชายผมม่วงยู่หน้าไม่ชอบใจ กลิ่นอะไรเนี่ย?

“เจ้าจะเดินไปถึงเมื่อไหร่! ข้าเมื่อยแล้วนะ!

เพียงสิบนาทีที่ออกเดินอีกรอบร่างบางก็ทนไม่ไหวโวยออกมาอีกรอบ ร่างด้านหน้าพ่นลมหายใจพรืดอย่างเหลืออดก่อนจะหมุนตัวไปหาคนที่ทิ้งตัวนั่งลงกับพื้นหิมะอย่างไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น นัยน์ตาสีม่วงเหลือบขึ้นมองร่างที่ยืนอยู่อย่างไม่พอใจ

“ก็บอกแล้วว่าจะเดินจนกว่าจะเจอถนน”

“เจ้าพูดแบบนี้มาเป็นสิบรอบแล้วนะ!

“เจ้าเองก็ถามคำถามซ้ำๆมาเป็นสิบรอบแล้วเหมือนกัน”

“แล้วจะให้ข้าทำไงเล่าห๊ะ?”

“ถ้าเป็นไปได้ก็ช่วยย้อนเวลากลับไปตอนที่เจ้าทำม้าที่ข้าผูกไว้หลุดไปสิ ย้อนไปแล้วก็อย่าทำมันหลุดเราจะได้ไม่ต้องมาเดินเท้าแบบนี้”

“งั้นเจ้าก็อย่าจับข้ามาแต่แรกสิเจ้าหัวเหลือง!

“แล้วถ้าเจ้าไม่ขโมยเงินทั้หมดของข้าไปใช้ข้าจำเป็นต้องจับเจ้าเพื่อไปส่งตำรวจไหม? ตอบสิ”

พอเจอคำถามของอีกฝ่ายต้อนจนจนมุมเด็กชายผมหางม้าก็สะอึก ร่างที่นั่งอยู่ทำปากยื่นแล้วเสมองออกนอกตัว พยายามไม่สบสายตาที่บ่งบอกว่ากำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่ตรงหน้า ทางฝั่งคนผมทองก็ทำเพียงกอดออกมองอีกฝ่ายเท่านั้น

“ลุกขึ้นมา ถ้าเจ้ามัวแต่ช้ามืดเราก็คงไม่ถึงถนน”

“ไม่”

“ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้”

เสียงทุ้มสั่งคนที่ดูท่าจะเด็กกว่าตนด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ปกติเขาไม่ใช่พวกขี้โมโหขนาดนี้เพียงแต่กำลังหงุดหงิดเท่านั้น เพราะอีกฝ่ายเขาเลยกลับบ้านไม่ได้เพราะนอกจากกระเป๋าเงินแล้วร่างตรงหน้ายังเอาทั้งเอกสารการผ่านเข้าเมือง ของที่ต้องนำไปส่ง รวมทั้งของสำคัญๆหลายอย่างที่ร่างตรงหน้าทิ้งลงแม่น้ำไป! เด็กหนุ่มผมทองอยู่ในช่วงที่กำลังจะไปพบกับพรรคพวกที่รอในตัวเมืองที่กำลังจะไป แต่เพราะร่าบางนี้เขาถึงเข้าเมืองที่ว่าไม่ได้

“ข้าบอกให้ลุกขึ้นมาก็ลุกขึ้นสิ”

“ข้าบอกว่าไม่ก็ไม่ไง”ร่างที่นั่งบอกอย่างฉุนเฉียว เขาไม่ชอบให้ใครมาขึ้นเสียงใส่นะ!               

“ไม่ลุกใช่ไหม?...ได้”

“นี่เจ้าจะทำอะไรน่ะ!

ร่างบางร้องท้วงเมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามาหาตนก่อนจะย่อตัวลงตรงหน้า

“ก็ถ้าในเมื่อเจ้าไม่ยอมลุกเอง...ข้าก็ต้องอุ้มไป!

ปลายเสียงกระแทกลงพร้อมกับการอุ้มอีกฝ่ายขึ้นพาดบ่าอย่างง่ายดาย เด็กหนุ่มผมหางม้าอ้าปากค้างก่อนจะโวยวายออกมาเมื่อคนผมทองเดินได้สองสามก้าว

“ปล่อยข้าลงนะเจ้าบ้า! ปล่อยสิ!

“ถ้าเจ้ายังไม่หยุดดิ้นข้าจะจับเจ้ามัดไว้กับต้นไม้ซะ หิมะละลายเมื่อไหร่ข้าค่อยมาปล่อยเจ้า”

“นี่เจ้าขู่ข้าเหรอ?”

“ขู่ไม่ขู่เจ้าก็ลองดิ้นดูอีกสิ เจ้ากำลังทำข้าอารม์เสีย มากด้วย”

อีกฝ่ายพูดเสียงเย็นพร้อมเน้นย้ำระดับความอารม์เสียของตน ร่างบนบ่าหุบปากฉับ แม้อยากท้าทายแต่ใจกลับไม่กล้าลอง ตนกับคนผมทองเพิ่งพบกันได้ไม่นานจึงไม่รู้ว่านิสัยจะเป็นแบบไหน ถ้าอีกฝ่ายทำแบบนั้นจริงๆเขาได้ซวยแน่

“ไม่น่าหนีออกจากบ้านเล๊ยข้า คิดถึงท่านปานขาดใจท่านพี่จ๋า”

ร่างบางโอดครวญในใจพร้อมอยู่นิ่งไม่ขยับ แต่แรงกระแทกจากการเดินพาลเอาจุกไปหมด

“น่ะ..นี่ เอาข้าลงได้ไหม? มันจุกนะ”

เด็กชายร้องของ อีกฝ่ายไม่ตอบทำเพียงหยุดเดินแล้วปลายตามองเท้าที่ตีด๊อกแด๊กๆอยู่กลางอากาศ

“ถ้าปล่อยเจ้าลงข้าจะแน่ใจได้ไงว่าเจ้าจะไม่อู้อีก”

“ข้าไม่อู้แล้ว!”อีกฝ่ายว่าเสียงดังเด็กหนุ่มจึงยอมปล่อยร่างนั้นลงจากไหล่ตัวเอง

“แข็งแรงเป็นบ้า...ตัวก็แค่เนี๊ยะ”

“บ่นอะไร?”

“เปล๊า”

คนได้ยินเสียงพึมพำหรี่ตาลงก่อนจะเดินนำหน้าไปอย่างรวดเร็วเป็นเหตุให้ร่างบางต้องรีบเดินตาม ที่ต้องเร่งฝีเท้าขนาดนั้นเพราะว่าพระอาทิตย์ที่ไม่ได้โพล่ออกมาจากหมู่เมฆเริ่มลาลับฟ้าเสียแล้ว ด้วยว่าตอนนี้เจ้าฤดูหนาวอีกยิ่งทำให้ฟ้ามืดเร็วไปกันใหญ่ ทั้งคู่ก็เดนอยู่ในป่าที่มีแต่ตนไม้แห้งๆที่ถูกหิมะเกาะเต็มไปหมด

“อย่ารีบมากได้ไหมข้าเดินตามไม่ทันนะ!

เป็นอีกครั้งที่คนด้านหลังโวยวายออกมา เด็กผมทองผ่อนฝีเท้าลงขนอีกฝ่ายเดินตามทัน เจ้าของเส้นผมสีม่วงตีขึ้นมาคู่กับอีกคน ดวงตาสีอเมทิตส์สอดส่ายไปมารอบตัวคล้ายระแวดระวัง

“ถ้าเจ้ามัวแต่อืดอาดเราได้ค้างในป่านี่แน่”

“ไม่นะ! ข้าไม่นอนในป่านี่!”ร่างบางประท้วง สายตามองคนสูงกว่าเหมือนตัวประหลาด“รีบไปกันเถอะ รีบเลย”

ว่าจบก็เดินนำหน้าดุ่มๆไปทันทีโดยไม่หันมาสนใจว่าอีกฝ่ายจะเดินตามมาหรือเปล่า สองเท้าก้าวเร่งไปด้านหน้าอย่างคาดหวังว่าจะได้เจอถนนที่เชื่อมเข้าสู่หมู่บ้านสักหมู่บ้าน และที่แห่งนั้นจะมีคนใจดีให้เขาหลบเข้าไปพักอาศัย ผิงไฟอุ่นๆและอาหารร้อนๆ ร่างบางคาดหวังก่อนหยุดเดินเมื่อรู้สึกแปลกไป ร่างทั้งร่างหมุนตัวร้อยแปดสิบองศาไปมองด้านหลังก่อนจะสอดส่ายสายตาหาเมื่อร่างของคนตัวสูงไม่ตามมาด้วย!

“นี่! เจ้าหัวเหลืองเจ้าอยู่ไหนน่ะ!

อีกฝ่ายบอกให้เขารีบแท้ๆแต่กลับเดินอ้อยอิ่งอยู่ไหนกัน ร่างของเด็กชายยืนแข็งเป็นรูปปั้นประดับบ้าน สองมือยกขึ้นจับผ้าพันคอสีแดงที่คอแน่นด้วยแววตาสั่นระริก

“นี่...เจ้าจะเล่นซ่อนหาหรือไงน่ะ? เล่นซ่อนหาตอนกลางคืนเขาว่าเป็นวิธีเรียกผีนะ...ผีหรอ...”

อีกฝ่ายเผลอปากพูดสิ่งที่ตนกลัวที่สุดออกมาแล้วกระพริบตาปริบๆ ชื่อของคนผมทองก็ไม่รู้จักแล้วจะให้ตะโกนหายังไงเล่า!

“น่ะ..นี่ เจ้าอยู่ไหนน่ะ!”เสียงตะโกนไปแล้วไปลับไม่มีอะไรตอบกลับมาให้ชื่นใจ เด็กชายเริ่มใจแป๊ว เกิดมาสิบสามปียังไม่เคยมาหลงอยู่กลางป่าคนเดียวแบบนี้เลย

“ทำไมไม่มีใครตอบข้าเลยล่ะ....”

“อยากให้ใครตอบเจ้าเหรอ....”

เด็กชายหันหน้ากลับไปมองด้านหลังก่อนจะกรีดร้องออกมาสุดเสียง

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด”

ร่างบางวิ่งสุดฝีเท้าไปด้านหน้า สิ่งที่เขาหันไปเห็นคือหัวขนาดยักษ์ที่แสยะยิ้มเห็นเขี้ยวสีขาว ตาเหลือกโปนน่ากลัวมองเขาราวกับอยากจะกลืนกินทั้งตัว

“ไม่นะ!!!

ฟุ่บ!

ร่างบางร้องก่อนจะวิ่งไปกอดบางสิ่งเต็มแรงเมื่อจมูกได้กลิ่นที่คุ้นเคย กลิ่นที่เหมือนกับผ้าพันคอนี่! สองมือโอบกอดร่างของเด็กหนุ่มจากด้านหลังจนคนผมทองสะดุ้ง

“เจ้า...ทำไมเจ้ามาจากด้านหลังข้าล่ะ?”

คนผมทองร้องถาม เขายืนอยู่ที่เดิมได้ห้านาทีเศษเพราะแค่พริบตาเดียวที่เขากระพริบตาร่างที่เดินนำหน้าเขาก็หายใจ เด็กหนุ่มเลยตัดสินใจยืนรออยู่กับที่เพรารู้สึกไม่ชอบมาพากล

“ไม่รู้ ข้าไม่รู้ พาข้าออกไปจากที่นี่ พาข้าออกไป!

เสียงนั้นตะโกนอู้อี้ใส่หลังเขา เด็กหนุ่มผมทองเหลือบตาไปมองคนที่ซุกหน้าเข้ากับแผ่นหลังเขา เตี้ยขนาดนั้นเลยเหรอ...

“นี่...”มือเรียวค่อยๆจับมือที่รัดรอบเอวเขาออก

“ปล่อยมือก่อนได้ไหม”

“ไม่! ข้าไม่ปล่อย!

เหมือนจะรู้สึกอุ่นๆที่หลัง...อ่า...ร้องไห้อยู่สินะ คนผมทองคิดแล้วยิ้มบางๆที่มุมปาก เด็กนี่ก็มีมุมน่ารักเหมือกันนี่ นึกว่าจะเป็นเด็กมีปัญหากล้าได้กล้าเสียซะอีก

“ไม่เป็นไร...ไม่เป็นไร... ใจเย็นๆนะ”ชายหนุ่มว่าก่อนจะค่อยๆจับมือนั้นออกจากเอวตน ร่างทั้งร่างหมุนกลับไปหาคนที่ยืนอยู่ด้านหลังตน

อย่างที่คิด เด็กชายผมม่วงกำลังร้องไห้อยู่จริงๆด้วย ร่างสูงย่อตัวลงเล้กน้อยก่อนจะเช็ดน้ำตาที่แก้มขาวเนียนเบาๆ ใบหน้าหล่อเหลาที่ฉายแววออกมาตั้งแต่หนุ่มๆย้อมอ่อนโยนที่มุมปากที่ปกติที่เคยทำ ความหงุดหงิดใจคลายออกไปหมดเมื่อเห็คนตรงหน้าเป็นแบบนี้

“อย่าร้องไห้เลยนะ”

ยิ่งปลอบร่างนั้นก็ยิ่งเบ้หน้าหนัก คนผมทองทำได้เพียงลูบหัวนั้นเบาๆอย่างปลอบโยน

“ข้าจะรีบพาเจ้าออกจากที่นี่ สัญญาเลย”...แม้ว่าข้ากำลังรู้สึกว่าเรากำลังเดินวนในป่านี้ก็ตาม...เด็กหนุ่มเติมในใจ

มือเรียวคว้าจับเข้ากับมือของอีกคน เด็กชายเงยหน้าที่ร้องไห้ขึ้นมองเขาอย่างสงสัย นัยน์ตาสีม่วงที่คลอไปด้วยน้ำตาจ้องมองเขาอย่างสั่นๆ

“จริงนะ ข้าอยากกลับบ้านแล้ว”

“ข้าก็อยากกลับแล้ว”

ร่างสูงหัวเราะ มือเรียวกุมมืออีกคนแน่นเพื่อเพิ่มความอุ่นใจ เด็กชายค่อยๆเผยยิ้มออกมาจากใบหน้า รู้สึกอุ่นที่หัวใจขึ้นมาจนความกลัวหายไป

แซดๆ

ร่างทั้งร่างสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงกิ่งไม้เสียสีกัน เด็กหนุ่มมองร่างที่สั่นเทาก่อนจะเสมองที่ต้นเสียง นัยน์ตาสีทองมองฝ่าความมืดเพื่อรับรู้ว่าสิ่งใดกำลังเข้ามา

“คำตอบ...ข้าจะให้คำตอบ...”

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดด”

เสียงกรี๊ดแสบแก้วหูทำให้เด็กหนุ่มหน้าเหวอ ร่างบางถอดรองเท้าปาหัวขนาดยักษ์ที่ลอยออกมาจากพุ่มไม้ มันร้องโอดครวญเมื่อรองเท้าบูทปาโดนตาของมัน

“ข้าจะให้คำตอบ...โฮ!!!!

มันคำรามก่อนพุ่งเข้าใส่สองร่างที่อยู่ตรงหน้ามัน เด็กหนุ่มไม่รีรอรีบกอดร่างบางเข้ากับตัวแล้วกระโดดขึ้นสูงเพื่อหลบการโจมตี มือทั้งสองโอบกอดร่างที่ซุกหน้าเข้าหาเขาเพื่อไม่ให้หล่นลงไป

“เจ้าเป็นเพศไหนเนี่ย”

“ข้าก็เป็นผู้ชายน่ะสิ!

“แล้วเจ้ากรี๊ดทำไม???”

“ก็ข้าเคยชินนี่...มันมาแล้ว ไม่นะ!!

“อย่ากรี๊ดออกมาเด็ดขาด!

คนผมทองสั่งเสียงดังเมื่อเห็นอีกฝ่ายอ้าปากจะส่งเสียงกรี๊ดออกมา เด็กชายรีบใช้สองมือปิดปากแล้วพยักหน้ารัวระเร็ว

พลั่ก!

เด็กหนุ่มทิ้งตัวลงบนกลางหัวขนาดยักษ์นั่นเสียงดังจนมันร้องคำราม แม้ในอ้อมแขนจะมีร่างของอีกคนอยู่แต่คนผมทองก็ไม่กังวล มือเรียวผละออกหนึ่งข้างกอ่นจะเรียกหอกยาวสีดำออกมา สองขาถีบขึ้นกลางอากาสก่อนจะปาอาวุธในมือไปปักกลางหัวนั้น

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกก”

เสียงกรีดร้องดังลั่นป่า เสียงโหยหวนราวกับสัมภเวสีในนรกพาลเอาร่างที่เขากอดอยู่สั่นเป็นลูกนกเล็ก สองมือโอบกอดร่างนั้นไว้ด้วยใจอยากปลอบและใจที่ไม่อยากให้อีกฝ่ายเห็นในสิ่งที่เกิดขึ้น...ควันสีดำโพยพุ่งออกมาจากบาดแผลก่อนสีดำจะกลืนกินหัวนั้นไปเรื่อยๆโดยมีตำแหน่งที่หอกปักอยู่เป็นศูนย์กลาง เด็กหนุ่มหรี่ตามองมันก่อนจะสั่งการอาวุธผ่านสายตา มวลอากาศรอบตัวสั่นไหวครู่หนึ่งก่อนฆอกนั้นจะลอยกลับมาหาเจ้าของ

“คำตอบ...อ๊ากกกกกก...ข้าจะกินแก...จะตอบ..จะกิน..ลูกมนุษย์...เด็กนั่น...ลูซะ....”

ตู้ม!

เสียงระเบิดดังขึ้นพร้อมการหายไปของหัวขนาดยักษ์ เด็กหนุ่มผมทองมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่คาดไม่ถึงก่อนเสกลับมามองคนที่หอบหายใจอยู่ในอ้อมแขน เด็กชายผมม่วงกลางมือออกไปหาหัวนั้นก่อนจะส่งเวมทย์มนตร์ไปทำลายมันในวินาทีที่มันกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง

“นี่!

เด็กหนุ่มร้องอย่างตกใจเมื่อร่างในอ้อมแขนตัวอ่อนยวบลงเพราะสติที่ดับไป

 

“เจ้าจะไม่บอกจริงๆงั้นเหรอว่าเงินพวกนั้นเจ้าเอาไปซื้ออะไรน่ะ?”

เสียงร่าเริงถามขึ้นขณะที่ร่างบางกำลังขีดๆเขียนๆอะไรบางอย่างลงในกระดาษ แอมไพร์เงยหน้าขึ้นมองไอโรที่ท้าวคางมองเขาอยู่

“จะอยากรู้ไปทำไม?”ร่างบางว่าแล้วก้มลงไปทำงานของตนต่อ

“นี่...”

ปล่อยข้านะ! อย่ามากอดกันง่ายๆสิปัดโถ่!

แอมไพร์โวยเมื่ออีกฝ่ายลุกขึ้นมาจากที่นั่งแล้วสวมกอดเขาจากด้านหลัง ไอโรหัวเราะคิกคักไม่ฟังคำค้านของร่างในอ้อมแขนสักคำ

“อะไรกันเล่า ทีตอนนั้นน่ะกอดข้าแน่นเชียว”

“เรื่องมันตั้งสี่ปีมาแล้ว ตอนนั้นข้ายังใสๆ แบ๊วๆ อินโนเซนส์น่ารักอยู่เลย อย่ามานับรวมนะ!”แอมไพร์เถียง

“น่าๆ ข้าเปป็นพระราชานะ แล้วเจ้าก็เป็นราชินีจะกอดกันนิดๆหน่อยๆเป็นไรไป”ไอโรแย้งบ้าง

“ตอนนั้นข้าไม่คิดว่าไอ้เด็กขี้เก๊กอารมณ์หงุดหงิดนั่นจะเป็นว่าที่ราชาสักนิด!

แอมไพร์ว่ากระแทกเสียงพลางพยายามที่จะสลัดอีกฝ่ายให้หลุดออกจากตัวเอง

“ฮ่ะๆ น่ารักจัง”ไอโรยิ้มหวานแล้วเอาแก้มถูแก้มอีกฝ่าย”ว่าแต่ตอนนั้นคนที่มารับเจ้าน่ะใครเหรอ?”

“เอ๋?”แอมไพร์ร้องแล้วหยุดดิ้น ร่างบางหันมามองหน้าไอโรก่อนจะเสสายตามองเพดาน

“ใครงั้นเหรอ?”

 

“ต้องขอโทษที่ไปก่อความเดือดร้อนให้นะครับ”

เด็กชายผมสีฟ้าครามโค้งตัวขอโทษทหารราชองค์รักษ์ที่มารับไอโรกลับปราสาท ทางฝั่งนั้นก็เพียงโบกมืออย่างไม่ถือสาเพราะไอโรเองก็บอกว่าทางฝั่งแอมไพร์ไม่ได้ทำอะไร เอกสารที่หายเป็นเพราะปีศาจที่เจอในป่าทำพัง เรื่องม้าก็บอกว่ามันตกใจปีศาจจนหนีไปเอง

“เจ้าเป็นเจ้าชายจริงๆน่ะเหรอ?”แอมไพร์เอียงคอมองเด็กหนุ่มตรงหน้าที่สูงกว่าตนเกือบฟุต ร่างนั้นยิ้มให้แล้ววางมือลงบนหัวแอมไพร์

“ก็ใช่น่ะสิ”

“ไม่เหมือสักนิด”

“อย่าเสียมารยาทน่าแอมไพร์”

ฝ่ายเด็กชายผมสีฟ้าที่มีโครงหน้าไม่แตกต่างจากแอมไพร์เท่าไหร่นักดุ เด็กชายผมม่วงหันไปแล้วเบ้หน้าใส่

“ข้ารู้น่าเบล”

“รู้แล้วที่ทำนี่อะไรเล่า?”

แอมไพร์ไม่เถียงแต่ทำปากยื่นใส่เท่านั้น ฝั่งเด็กชายผมฟ้าทำเพียงส่ายหัวเบาๆเท่านั้น

“อีกสักพักพี่ชายของพวกข้าก็คงมาพร้อมของแทนคำขอโทษ โปรดรอด้วยได้ไหมครับ?”

“ที่จริงไม่จำเป็นก็ได้นะ”ไอโรว่ายิ้มๆ เขาไม่ถือสาอะไรอยู่แล้ว

“คงไม่ทันแล้วมั้งครับ...”

เด็กชายหันไปมองทางประตูห้องพักที่ถูกเปิดออกด้วยชายหนุ่มผมแดงที่ก้าวเท้าเข้ามา แอมไพร์สะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นอีกฝ่ายก่อนจะหลบไปอยู่หลังไอโรทันที

“เบล...น้องเองก็อยู่ที่นี่ด้วยสินะแอมไพร์”

คนถูกเรียกชื่อสะดุ้งเฮือกก่อนจะโพล่หน้าออกจากหลังไอโร

“พี่ข้า...ท่านมาที่นี่ได้ยังไงกันเหรอ?”

“เบลบอกข้าเอง”

“ไหนเราตกลงว่าจะหนีออกจากบ้านกันไงเบล!

ร่างบางหันไปตวาดร่างของเด็กชายที่สูงกว่าเขามากโข ทางเด็กชายผมฟ้ากระพริบตาแล้วพูดออกมา”แค่วันแรกที่พาลเอาข้ามองไม่เห็นอนาคต ขอข้าติดต่อท่านพี่เพื่อพาพวกเราที่ไร้ความสามารถกลับบ้านดีกว่า ไว้ครั้งหน้าเราค่อยหนีกันใหม่...ต้องเตรียมตัวให้มากกว่านี้...”

“อ่า...อย่างนี้นี่เอง”แอมไพร์พยักหน้า

“ไม่มีครั้งหน้าเบล ไม่มี...แล้วใครกันที่เป็นหัวเรื่องหนีออกจากบ้าน”เสียงราบเรียบถาม

“เขาเลย”

“ข้าคิดแต่เบลวางแผนทั้งหมดนะ!

“เขาขี้เกียจะเกินจะทำแบบนั้นแอมไพร์”

เด็กชายชะงักก่อนจะหดคอกลับเข้าไปอยู่ด้านหลังไอโรพลางส่งสายตาอาฆาตนิ้วที่ชี้มาทางเขาด้วย

“ข้าต้องขอโทษแทนน้องชายข้าด้วย”ชายผมแดงว่าเรียบๆก่อนจะหยิบสิ่งที่เหมือนกับแหวนออกมาจากกระเป๋า

“ถือว่านี่เป็นคำขอโทษ...ข้าไมได้อยากทำเท่าไหร่ แต่คนอื่นบอกว่าควรแล้วก็ยัดมันใส่มือข้ามา ข้าจะให้เจ้าก็แล้วกัน”ข้อความยาวๆท้ายประโยคเป็นระดับเสียงที่กระซิบให้ได้ยินกันแค่กับไอโรเท่านั้น แอมไพร์โพล่หน้าออกมาจากด้านหลังของเด็กหนุ่มผมทองแล้วยิ้มแปลกๆพลางพึมพำ”พี่ข้าเอาอีกแล้ว”

“กลับบ้านได้แล้วเจ้าทั้งคู่น่ะ”

“อ๊ะ...”

“ข้าไม่กลับ”

แอมไพร์ร้องออกมาก่อนจะเป็นเด็กคนที่แอมไพร์เรียกว่าเบลบอกปฏิเสธ คนที่ดูเป็นพี่ชายเอียงคอแล้วหรี่ตามองน้องชายทั้งสองที่สูงแค่หน้าอกกับไหล่แล้วเอ่ยสั่ง

“กลับบ้าน”

“ไม่!/ไม่~”

คนเป็นพี่ทำหน้าที่ได้ดี ก้มลงอุ้มน้องทั้งสองเข้าเอวเหมือนอุ้มลูกหมาสองตัว คนเพิ่งกลายเป็นลูกหมาอ้าปากค้างทั้งคู่ก่อนจะเป็นแอมไพร์ที่ดิ้นแด๊กๆ

“ไม่เอา ท่านรู้ไหมกว่าข้าจะหลุดออกมาได้มันแสนเข็นขนาดไหนน่ะ! ท่านจะพาข้ากลับแบบนี้ไม่ได้นะ!

“เดี๋ยวเราค่อยออกมาใหม่ก็ได้ ข้ารู้ทางแล้ว”เบลว่า

“อ่า~นั่นสินะ”

“ไม่มีครั้งที่สอง พี่บอกแล้วไงเบลว่าไม่มีครั้งที่สอง”

คนเป็นพี่พูดเสียงแข็งจนแอมไพร์ที่กำลังวางแผนห่อเหี่ยวใจ ข้าไม่คิดถึงท่านแล้วพี่บ้า!

“ด่ะ...เดี๋ยวก่อนสิ!

ไอโรรั้งร่างที่อุ้มลูกหมาสองตัวไว้ที่เอวข้างละตัว ชายผมแดงหันเสียวหน้ามามองเป็นเชิงถามว่ามีอะไรอีก

“เจ้านี่มันใช้ยังไงล่ะ?”

“แค่เรียกมันมันก็ออกมาแล้วล่ะ”

“เรียกว่าอะไรไร?”

“อัลราชิลล์”

 

“ก็ต้องเป็นพี่ข้าสิ เขาเรียกข้าว่าว่าน้องในขณะที่เรียกแทนตัวเองว่าพี่แล้วจะให้เขาเป็นอะไรกับข้าเล่า?”

“ก็แค่แปลกใจนี่ เจ้าบอกว่าบ้านเจ้าเป็นครอบครัวจนๆแต่กลับมีอาชาปีศาจในครอบครอง”

ไอโรว่าพลางเอาคางเกยไหล่แอมไพร์ ร่างบางขมวดคิ้วก่อตอบออกไป”คงไปเก็บได้ที่ไหน หรือมีใครให้มามั้ง พี่ข้าไม่ชอบม้าเท่าไหร่น่ะ”

“งั้นเหรอ....”

“แล้วนี่เจ้าจะปล่อยข้าได้หรือยัง? ข้าอึดอัดนะ”ร่างบางโวย ไอโรแรงเยอะยังไงก็เยอะอย่างนั้น

“ไม่ล่ะ”

“อะไรของเจ้าเนี่ย”แอมไพร์ถามอย่างหงุดหงิดแต่ไอโรกลับหัวเราะร่าไม่หยุด อารมณ์เหมือนมาจากคนละเรื่องกันเลย

“บอกข้ามาก่อนสิว่าเจ้าทำอะไรอยู่”

แอมไพร์เบนหน้าหนีอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะหยิบสิ่งที่เขียนอยู่ให้ไอโรดู”อ่านเอา”

ไอโรรับมันมาทั้งๆที่มือยังซนจับโน่นนี้ไปเรื่อยจนแอมไพร์ต้องตีมือเพื่อปราม ร่างสูงอ่านข้อความในกระดาษสีชมพูก่อนจะยิ้มแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ

“ทำอะไรพรรค์นี้เป็นด้วยเหรอเนี่ย?”

“ทำไม่เป็นแล้วเจ้าจะเห็นหรอ?”แอมไพร์ย้อน

“ฮ่ะๆ น่ารักจริงๆเลยนะแอมไพร์ของข้าเนี่ย”

“ข้าไปเป็นของเจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่”เด็กหนุ่มตอบอ้อมแอ้ม

ไอโรหัวเราะก่อนจะว่า”การ์ดวันวาเลนไทน์”ลงบนโต๊ะตัวเดิม จมูกโด่งๆฝั่งเข้ากับเรือนผมสีม่วงอย่างแผ่วเบา

“ไม่สัญญาแต่จะทำให้ได้นะ”

.

.

.

.

.

.

 

Valentine’s Day!!! จากแอมไพร์ถึงไอโร

มีความสุขมากๆนะเจ้าซื่อบื้อ! หาภรรยาเป็นตัวเป็นตนได้แล้วอย่ามัวแต่ลอยชาย

ข้าไม่อยู่กับเจ้าไปตลอดหรอกนะ! บอกไว้ก่อนเลยนี่!

แต่ในระหว่างที่ข้าเป็นภรรยาเจ้า อย่านอกใจกันนะเว้ย! ถ้าเจ้านอกใจข้าล่ะน่าดู!

ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง

อย่าทิ้งข้าไปไหนอีกนะ เพราะถ้าข้าหาเจ้าเจออีกครั้งข้าจะกอดเจ้าแน่นกว่าตอนนั้นอีก

จำไว้เจ้าซื่อบื้อ อยู่แบบนี้ไปนานๆนะ!

รักเจ้าไหมเดาเอาสิ

เวนเดล แอมไพร์

ภรรยาของเจ้า(ตอนนี้เท่านั้นแหละ ฮ่ะฮ่า!)

+++++++++++++++++++++++++++++
ความจริงแล้วคนที่มอบอัลราชิลล์ให้ไอโรก็คือพี่ชายของแอมไพร์นั่นเอง
ตอนพิเศษนี้นั่งงมอยู่นานมากเลยผลัดไปเรื่อยๆจนพอมาพิมพ์ดูมันก็มีฟิลล์ออกมาของมันเอง โชคดีที่ตรงกับวาเลนไทน์ก็เลยมีฟิลลิ่งน่ารักๆลอยมา ตอนแรกว่าจะจัดดราม่าสักนิด5555+
ตอนหน้าเราจะรู้แล้ว่าสรุปเจเรมีเป็นใครหนอ...
เป้าหมายที่จูบไอโรคืออะไรหนอ...
ตอนนี้ขอให้สครีมไอแอมก่อนครับ ตอนหน้าจะจัดให้สครีม เลแอม และ เจไอ จนเส้นเสียงอักเสบเลย55555+

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #1021 Bloody_Mary (@bloody-marry) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 เมษายน 2559 / 17:14
    น่ารัก~ สายซึน555+
    #1021
    0
  2. #917 Asuna Jan (@hibaritsuna) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 เมษายน 2558 / 05:23
    เเอมไพร์จะทำตัวน่ารักไปไหนลูก
    #917
    0
  3. วันที่ 10 ตุลาคม 2557 / 09:47
    แลดูแฮปปี้.....แต่.....แอมไพร์ล่ะ!แอมพายยยยยยยยยยยย
    #776
    0
  4. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  5. #541 Nunal (@nunal) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2557 / 16:06
    เจมี...หนูเบล....ฉันเลือกนาย!!!!

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 2 มิถุนายน 2557 / 16:09
    #541
    0
  6. #437 •-MaMaI-• (@mai032671597) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 22:56
    น่ารักจังเลยย 55
    #437
    0
  7. #409 ✿elleeetc•♪™ (@Kinnawong) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 เมษายน 2557 / 23:33
    เบลน่าร๊ากกกก
    ตอนนี้ไปไหนซะล่ะะะ
    อย่าบอกนะว่าเป็นหัวหน้านักบวช(ที่จ้องจะงาบไอโร)
    #409
    0
  8. #335 KillerKill (@valasmps) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 เมษายน 2557 / 10:45
    คนชื่อเบลนิสัยดูน่ารักจัง~
    #335
    0
  9. #213 namsai (@nongtonpor) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มีนาคม 2557 / 19:41
    หวานเวอร์ๆ
    #213
    0
  10. #174 มิ้งกิจัง (@chanapa-nako) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2557 / 11:04
    น่ารักสุดๆ

    #174
    0
  11. #134 guinw55 (@guinw55) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557 / 21:06
    อ๊ากก!! ชอบไอแอมอ่ะ น่ารักๆ
    #134
    0
  12. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557 / 15:30
    ว้าวๆ น่ารักจังเลย ไอแอมนี่ เกือบลืมล่ะ555+เจไอสุดยอด อยากรู้เร็วๆแล้ว มาอัพไวๆน้า
    #131
    0
  13. #130 _Silver_ (@tarusung) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557 / 00:35
    เพิ่งจะมีความรู้สึกชัดๆ ก็วันนี้ละค่ะ ลืมไปเลยว่าตอนแรกอวย ไอแอม

    เจอกระแส เลแอม ทำให้ลืมไปเลยละค่ะ 555+
    #130
    0