Knight Vs Queen! ศึกปราบเกรียน[อัศวินแด่ราชินี]

  • 96% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 35,036 Views

  • 1,107 Comments

  • 1,802 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    24

    Overall
    35,036

ตอนที่ 19 : 14th Round ::With out me!<rewrite>

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1674
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    31 มี.ค. 57

14th Round

With out me!

งี่ๆๆๆ งิงี่ปุ๊งี่ งี่ งี่ งิๆๆๆ!(วันใดขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก!)

เสียงพื้นรองเท้าหนังกระทบกับพื้นหินอ่อนที่ถูกปูทางเดินสิ่งก่อสร้างขนาดมหึมาดังก้องไปทั่ว เจ้าของเสียงเดินไปพลางโยนรับเหรียญในมือไปพลางก่อนที่มันจะถูกดีดด้วยแรงส่งขนามหาศาลไปยังด้านหน้า

ฟู่!

เพียงเสียววินาทีที่เหรียญพุ่งไปยังเป้าหมายมันก็ถูกหลอมละลายด้วยของเหลวสีใสที่ไม่ทราบที่มา คนดีดเหรียญหัวเราะแผ่วๆแล้วเอียงคอไร้เดียงสาใส่คนที่เดินออกมาจากมุมมืดด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์เท่าที่ควร

“คาร์ เจ้าเล่นบ้าอะไรอยู่?”

“เล่นทายหัวก้อยครับ หว๊า ท่านละลายเหรียญข้าเสียแบบนั้นแล้วข้าจะทายยังไงล่ะเนี่ย ทำแบบนี้เดี๋ยวไคซารี่ก็โกรธเอาหรอก เงินน่ะมันมีค่านะรู้ไหม~”

“เจ้านี่มัน...หึ้ย! แล้วนี่เจ้าหายไปไหนมา?”ชายหนุ่มแลดูหัวเสียอยางมากกับการที่อีกฝ่ายกวนประสาทใส่

“หนีออกจากบ้านครับ”

“คาร์! ข้าไม่มีเวลามาเสียเวลากับเรื่องไร้สาระของเจ้านะ!

เมื่ออีกฝ่ายขึ้นเสียงตวาดใส่ร่างสูงก็เบ้ปากไม่สบอารมณ์ก่อนจะเอามือล้วงกระเป๋าแล้วเดินผ่านร่างนั้นไปอย่างไม่ใส่ใจ

“คาร์!

“ข้าไปหาแอมไพร์มา”

สิ้นเสียงของชายหนุ่มคบเพลิงบนทางเดินก็ลุกขึ้นในทันใดราวกับว่ามันรอได้ยินชื่อที่โหยหามาแสนนาน แสงไฟส่องสว่างให้เห็นหน้าขอผู้สนทนาทั้งสอง แสงสีส้มกลืนเส้นผมสีฟ้าครามจนมันแลดูไม่สวยงามแต่กับอีกคน...แสงสีส้มกลับทำให้เส้นผมสีแสดมีชีวิตชีวาขึ้นมา นัยน์ตาเรียวและดวงตาสีเดียวกับเส้นผมเบิกโพลงเล็กน้อยก่อนที่เจ้าของดวงตาจะหันกลับไปมองยังร่างด้านหลัง

“มิคาเอลหลอกใช้พวกสิงโตมายาให้ทำร้ายแอมไพร์ พวกมันกำลังลอบกัดพวกเราผ่านทางเขา ข้าเลยคิดว่าเราควรจะเรียกประชุมกันก็ดีไม่หยอก แม้ข้าจะขี้เกียจเต็มทนก็ตามแต่”ชายผมสีฟ้าว่าพลางอ้าปากหาวผิดกับอีกคนที่แววตาวาวโรจน์ขึ้น

“เจ้าเศษสวะนั้น...กล้ามากที่เล่นไม่ซื่อ!”ชายหนุ่มว่าอย่างหงุดหงิด อารมณ์ของชายผมแสดเร่งให้เปลวเพลิงโหมกระหน่ำมากขึ้น

“ว่าแต่เจ้ารู้ได้อย่างไรว่ามันจะเอาเรื่องทั้งหมดไปลงที่แอมเพอร์?”

“ไคเซอร์รี่บอกข้าแลกกับเงินหนึ่งร้อยเหรียญทอง”

“ชิท! เจ้าบ้านั่นเห็นเงินดีกว่าข้ากับพี่ใหญ่งั้นหรือ? ได้...”ร่างสีแสดขบเขี้ยวฟันอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนออกคำสั่ง

“คาร์! เจ้าไปบอกคนอื่นๆว่าเราจะประชุม”

“ทำไมต้องข้า ไม่เอาข้าขี้เกียจ”

“เจ้าต้องทำ!

 

เพียงไม่นานนักร่างของบุรุษทั้งห้าก็มาประจำอยู่บนเก้าอี้ประจำตำแหน่งของตนโดนการตามของคาร์ ชายหนุ่มผมสีครามนั่งท้าวครางจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่มองพวกพี่ๆที่นั่งกอดอกหน้าเครียดไม่เลิก

“มีอะไรงั้นเหรออิมเพอร์ น้องเรียกพวกเรามาประชุมทำไม?”

ชายร่างสูงผู้เป็นเจ้าของเส้นผมสีแดงเอ่ยถามน้องคนรองที่นั่งส่งสีหน้าไม่สบอารมณ์อยู่

“มิคาเอลลอบกัดทางแอมเพอร์ ข้าไม่รู้ว่าใครรู้เรื่องนี้ก่อนแล้วบ้าง แต่ที่แน่ๆข้าไม่รู้!”อิมเพอร์ว่าพลางกระแทกปลายเสียง เขาแน่ใจว่าต้องมีไม่ต่ำกว่าครึ่งจากทั้งหมดที่รู้เรื่องนี้

“ที่แน่ๆข้าคนหนึ่งล่ะไม่รู้ พี่จะมาโกรธข้าไม่ได้นะ”ชายผมเขียวยกมือขึ้นมา

“ข้าก็ด้วย ข้าไม่เกี่ยวแน่ๆ”ชายผมสีน้ำเงินชูมือขึ้นตาม

“ข้าด้วย ข้าด้วย

“เจ้าไม่ต้องมาพูดเลยไคเซอร์รี่!”อิมเพอร์ตวาดกลับแล้วชี้ไปที่น้องคนที่สาม

ใบหน้าของน้องคนที่สามดูตกใจทั้งๆที่มีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า เขายกสองมือแนบแก้มก่อนเอ่ยถามเสียงใส

“อ๊า...ใครบอกพี่งั้นเหรอ? หน้าโง่ๆอย่างพี่ไม่น่ารู้ได้เองนี่ว่าข้าเป็นคนบอกข่าวนี้กับคนที่จ่ายเงิน

“เจ้า!!!!

พี่คนโตนวดขมับเบาๆกับการตีกันเล็กๆน้อยๆของเด็กๆ(?)ในสังกัด(?) นัยน์ตาสีแดงเลื่อนไปยังน้องคนที่เงียบที่สุดในตอนนี้...ซึ่งกำลังกัดผ้าเช็กหน้าของตนอยู่

“เจ้า...เป็นอะไรไคเซอร์น้องรัก?”

“พี่ข้า~ ทำไมข้าไม่ได้ไปหาแอมเพอร์! ทำไมถึงเป็นเจ้างั่งสล็อตตายด้านคาร์ด้วย!”ชายผมเขียวอ่อน...น่าจะบอกว่าเด็กชายเสียมากกว่า กำลังโวยวายตีโพยตีพายแล้วเข้าไปกอดชายผมแดง

“ไคเซอร์ร้องไห้แล้วนะ”

“ช่างหัวมันสิ!”สี่พี่น้องหันมาตวาดพร้อมกันแล้วหันไปทะเลาะกันต่อ

“ข้าแค่อยากรู้ว่าวันนี้เราจะได้ประชุมไหม?”

เปรี๊ยะ~/โครม!

สิ้นคำพูดของพี่ใหญ่หน้านิ่งโคมระย้าขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่กลางห้องก็ตกลงมาตรงกลางโต๊ะประชุม เป็นการแยกหมา...หมายถึงเหล่าน้องๆที่ทะเลาะกันอยู่ตรงกลางอย่างสมบูรณ์แบบ

“อ่า...นั่นสินะประชุมๆ”ชายผมสีน้ำเงินพูดแล้วปรบมือเบาๆอย่างร่าเริง

“เจ้าพูดถูกเซสซัท อ๊า...เดี๋ยวพี่ต้องจ่ายเงินค่าโคมไฟให้ข้าด้วยนะพี่ใหญ่”ไคซารี่ยิ้มกว้างแล้วถูมือไปมาเหมือนพ่อค้าที่กำลังเอาใจพระราชา

“ชิทส์! ถ้าไม่เห็นแก่ท่านนะพี่ใหญ่”อิมเพอร์รายกมือขึ้นกอดอกเหมือนว่าช่วยไมได้

“เกิดอะไรขึ้นกับแอมเพอร์บ้างเล่ามาสิคาร์ ชิ! ข้าอยากจะไปปกป้องแอมเพอร์ด้วยตัวเองมากกว่า”

“เจ้าน่ะปกป้องตัวเองให้ได้ก่อนดีกว่าไหม?

“เงียบปากไปเลยไคซ่า! ข้าจะฟังที่คาร์พูด!”ร่างเตี้ยๆตะโกนใส่แล้วทุบโต๊ะเสียงดัง

คาร์มองพี่ๆที่เริ่มเงียบก่อนจะเปิดปากหาวไปสองสามทีแล้วเริ่มเล่า เนื้อเรื่องไม่มีอะไรผิดเพี้ยนมากนะเพียงแต่เขาไม่ได้บอกหลายเรื่องอยู่เหมือนกัน ไม่ได้โกหกเพียงแต่ไม่ได้พูดความจริงทั้งหมดเท่านั้น พี่ๆทั้งห้าตั้งใจฟังอย่างเต็มเปี่ยมก่อนจะเป็นพี่ใหญ่ผมแดงที่เอนหลังพิงพนักพิงด้วยสีหน้าราบเรียบ

“ได้จากเราไปเสียขนาดไหนเหตุใดจึงยังมาระรานกันอีก”ชายผมแซดว่าอย่างหัวเสีย

“ดูท่าว่าต่อไปตัวเล็กเองก็คงไม่ปลอดภัยอีกแน่ๆ จะให้ไปคอยตามดูพวกเราก็ต่างมีหน้าที่เสียด้วย”เซสซัสว่าด้วยสีหน้าวิตก

“แต่ไม่ว่ายังไงเราก็ยังต้องตามประกบเด็กน้อยไม่ให้ห่าง เขายังเด็กมากขืนให้เจอมิคาเอลตรงๆได้เป็นเรื่องแน่ๆ

“สภาพร่ากายของแอมเพอร์ตอนนี้ก็น่าเป็นห่วงไม่น้อย เด็กนั่นทุ่มเทมากเกินไปแล้ว....”

“แต่เจ้าก็รู้ว่าเด็กดื้อนั่นไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับสิ่งที่เขาทำ”พี่คนโตว่าด้วยแววาราบเรียบ

“เรื่องนั้นน่ะไม่ต้องห่วงหรอกครับ....”

คาร์ว่าพลางยิ้มเรียกความสนใจจากพี่ๆได้เป็นอย่างดี

”องค์รักษ์ชั้นดีน่ะอยู่กับเขาแล้ว ผู้ชายที่ชื่อเลโอนั่นน่ะต่อให้มิคาเอลมีสักพันคนก็ทำอะไรเขาไม่ได้...ต้องบอกว่าไม่กล้าเสียมากกว่า”

 

หลังที่กลับจากการปะทะกันกับพวกเผ่าสิงโตมายาแอมไพร์ก็หลับไปนานถึงห้าวันเต็ม ถ้าไม่ใช่ว่าเพราะเบลได้บอกไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าร่างบางจะหลับยาวไอโรได้ตกใจโวยวายเมืองล่มแน่ ทางเผ่ามายาไอโรก็ได้ส่งคนไปให้ความช่วยเหลือในฐานะที่ถิ่นที่อยู่กว่าครึ่งนั้นตั้งอยู่ใบอาณาเขตของยูโนสซิส ทางด้านเบลหลังจากที่พาตัวแอมไพร์ไปส่งถึงปราสาทพร้อมทั้งกำชับ(กึ่งขู่)ให้พวกไอโรดูแลน้องของตนดีๆก็หายไปในทันทีราวกับว่าไม่เคยมีชีวิตอยู่....

“เลโอเราจะไปไหนกันอ่า”

แอมไพร์ถามด้วยสภาพแห้งเหี่ยว เขาไม่ได้ลืมตามาเลยตั้งห้าวันแต่พอลืมตาขึ้นมาปุ๊ปก็กลับถูกอัศวินนภาลากมาเฉยๆปั๊ปราวกับว่ารีบนักหนา

“ไปหาไอโรครับ เขาบอกว่าถ้าท่านฟื้นให้รีบพาไปหา”เลโอตอบพลางเดินดุ่มๆไม่รอคนที่นอนนิ่งๆมาห้าวันสักนิด แอมไพร์เกาะกำแพงแล้วไตร่ไปเรื่อยๆอย่างอ่อนแรง

“เลโอ้ว~รอข้าบ้างอะไรบ้างหมาที่บ้านก็ไม่ตายนะ!”แอมไพร์โวยวายซึ่งมันก็ไมได้มีผลกับเลโอเลยสักนิด

“มัวแต่ชักช้าแบบนี้เมื่อไหร่จะถึงล่ะครับ”

“แล้วถ้าถึงช้าหมาที่บ้านเจ้าจะตายหรือไง! ถึงข้าจะช้าแต่หมาที่บ้านเจ้าก็ยังอยู่ดีนะเลโอ!

แอมไพร์ว่าแง้วๆพลางย่นจมูก ร่างกายตอนนี้ปวกเปียกจนเจ้าของร่างเองยังไม่ชอบใจ เลโอหันมามององค์ราชินีของตนนิดหน่อยแต่กลับไม่เช้าไปช่วยอะไรสักนิด แอมไพร์แอบสาปแช่งร่างตรงหน้าอยู่ในใจก่อนจะมองอัศวินนภาที่กำลังพึมพำอะไรกับเจ้าปีศาจเยลลี่ที่กระโดดตัวลอยไปเกาะไหล่เลโอ สนิทกันตอนไหนล่ะหว่า....

“อะไรของเจ้า?”เลโอขมวดคิ้วหน่อยๆเมื่ออัลชิลิตส์ในร่างปีศาจเยลลี่กระโดดเข้ามาหาตน

“งี่ๆ ปุ๊งิ ปุ๊งิ งี่ๆๆงิ(ทำเป็นไม่สนใจเขาไปเหอะ)”

“อะไรอีกล่ะ”

“งี่ๆๆๆ งิงี่ปุ๊งี่ งี่ งี่ งิๆๆๆ!(วันใดขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก)!

“ไม่มีทางไปไหนหรอก คนพรรค์นั้นน่ะ....”

ไม่รู้ว่าเลโอไปเอาความมั่นใจมาจากไหนถึงได้ตอบอย่างไม่ต้องคิดทันทีว่าคนอย่างแอมไพร์ไม่มีทางไปไหน ทั้งๆที่ภาระที่จะฉุดรั้งร่างบางไว้แทบไม่มีเลย ต่อให้เป็นไอโร...เลโอไม่เคยคิดว่าไอโรจะเป็นเหตุผลที่แอมไพร์จะอยู่ยูโนสซิส เขาไม่มั่นใจแม้แต่ว่าทั้งคู่รักกันจริงๆหรือเปล่า แม้ทางท่า การแสดงออก หรือคำพูดต่างๆมันจะดูราวคู่รัก แต่สายตาที่มอง...มันไม่ใช่

“เลโอ...”

อัศวินนภากำลังจะหันไปทำสีหน้าเย็นๆใส่แอมไพร์แต่แล้วกลับต้องรีบวิ่งเข้าไปหาเมื่อแอมไพร์ทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นพร้อมหอบหายใจหนัก หน้าตาแลดูซีดๆจนน่าพะวง สรุปนี่แอมไพร์ไม่ได้แกล้งสำออยหรอกหรอ

“ไหวไหมครับ...”

“สภาพข้าตอนนี้เจ้ามองว่าไหวไหมล่ะ?”อีกฝ่ายถามย้อนก่อนจะค่อนๆพยุงตัวขึ้นโดยมีเลโอช่วย

“แลดูบอบบางกว่าเดิมนะครับ”

แอมไพร์เบะปากเมื่อเลโอพูดแบบนี้ เขามองใบหน้าที่อยู่ใกล้ๆก่อนเบนหนี เลโอคนใจดำคราวหลังข้าจะไม่ช่วยเจ้าอีก! เลโอคนโง่ที่รู้จักแต่คำว่าใจร้าย! ข้าจะสาปแช่งเจ้าคอยดู!

“เอาล่ะครับ ถึงแล้ว”

เลโอว่าก่อนจะเปิดประตูเข้าไปโดยมีแอมไพร์เกาะอยู่ ภายในห้องทำงานของไอโรที่แอมไพร์ไม่ค่อยย่างกายเข้าไปบ่อยนักมีเจ้าของห้องนั่งอยู่พร้อมกองเอกสารมากมายที่ไม่รู้ว่าคืออะไร พระราชาผมทองใส่แว่นสายตาประดับวงหน้าขับให้ดูเป็นผู้ใหญ่และสุขุมขึ้น ไอโรเหลือบตาขึ้นมองแอมไพร์ที่เข้ามาพร้อมเลโอแล้วยิ้มบางๆ

“ขอโทษที่ทำเจ้าลำบากนะแอมไพร์ แต่ข้าปลีกตัวออกไปไม่ได้น่ะ”ไอโรยิ้มบางๆก่อนจะถอดแว่นออกพลางนวดขมับเบาๆ

“ไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่เจ้าเถอะทำอะไรอยู่อ่ะ แลดูวุ่นๆ”แอมไพร์ย่อนตัวนั่งลงยังที่ว่างของโซฟาที่ไม่เอกสาร

“ไม่มีอะไรมากหรอก แค่อยากรู้อะไรนิดหน่อยน่ะ”

พระราชาบอกปัดก่อนจะมองหน้าแอมไพร์แลวยิ้มอีกหน ยิ้มพร่ำเพื่อจริงๆสินะเนี่ย....

“อาการเจ้าเป็นไงมั่ง ไหวหรือเปล่าบังเอิญว่าข้ามีเรื่องอยากให้เจ้าช่วยนิดหน่อยน่ะ”

แอมไพร์หัวเราะเหอะๆกับคำว่ามีเรื่องอยากให้เจ้าช่วยนิดหน่อยของไอโรแล้วยิ้มแปลกๆ

“ไหวไม่ไหวยังไงข้าก็ต้องทำใช่ไหมล่า”ร่างบางท้าวคางก่อนจะเสสายตามองรอบห้อง เอกสารที่ไอโรวางไว้อ่านไม่เข้าใจสักนิด เห็นแล้วเวียนหัวจนคลืนไส้ ไอโรผู้มีรอยยิ้มดั่งดวงอาทิตย์ตอนเที่ยงวันนี้อ่านอะไรแบบนี้ด้วยหรอเนี่ย

“เจ้ารู้ใจข้าจัง บังเอิญว่า....”

“เลิกบังเอิญว่าแล้วว่ามาว่าเจ้าจะเอาอะไรไอโร ลีลามากเดี๋ยวข้าก็กลับไปนอนต่อสักหกวันหรอก”

“หลับขนาดนั้นข้ามั่นใจว่าตื่นมาท่านต้องเดินไม่ได้แน่”เลโอแทรกขึ้นมาก่อนจะมองหน้าแอมไพร์ อีกฝ่ายแลบลิ้นหลอกอัศวินผมแดงแล้ววเบนกลับไปหาไอโร

“ข้ามีที่อยากให้เจ้าไปน่ะ บังเอิญ....แฮ่ม!...แบบว่าเขาเป็นเมืองที่อยู่ในพันธมิตรน่ะ ก็เลยต้องไปช่วยเขา แต่ว่าอย่างที่เห็นว่าข้าไม่ว่าง เคอร์ริสกับคาร์เรย์ตอนนี้อยู่ในช่วงพักร้อนน่ะ เห็นจะเหลือก็แต่เจ้ากับเลโอ จะให้เลโอไปคนเดียวก็ไม่รู้จะไปสื่อสารกับคนทางนั้นยังไงในเมื่อเลโอของเราพูดมากเสียขนาดนี้น่ะ...”

อัศวินคนพูดมาส่ายสายตามามองทางไอโรที่ประชดประชัดเขานิดหน่อยด้วยสายตาแช่แข็งคนอัตโนมัติแต่ไอโรกลับคุ้นชินกับมันจนไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว

“แล้วจะให้ข้าไปไหนล่ะ ว่ามาสิ”

“เมืองอาร์เจลแลงค์ทางตอนเหนือน่ะ มีข่าวว่าเกิดเรื่องแปลกๆขึ้น ข้าอยากให้เจ้าไปดูว่าคืออะไรเป็นไปได้ก็ช่วยพวกเขาไปด้วยเลยก็ดี เจ้าทำได้ใช่ไหมแอมไพร์?”

“นั่นไม่มีปัญหา เพียงแต่...สภาพข้าตอนนี้...อาจต้องรออีกสักสองสามวัน”

“เจ้าต้องออกเดินทางพรุ่งนี้แอมไพร์ ข้าจะให้เลโอไปดด้วยไม่ต้องห่วง เรื่องบู้ให้เป็นหน้าที่เลโอ ส่วนเรื่องเจรจาก็หน้าที่เจ้า เจ้าฉลาด ข้าเชื่อใจเจ้า”

ไอโรร่ายยาวไม่เว้นที่ว่างให้แอมไพร์บอกปัดกับการไปทำงานกับเลโอไกลๆเพียงสองคน พระราชินีขยับปากงับๆแต่พูดออกมาไม่ได้ คำว่าข้าเชื่อใจเจ้ามันค่อนข้างกดดันและบังคับสุดๆยามไอโรพูดจนปฏิเสธไม่ออก

“ดูแลตัวเองด้วยนะแอมไพร์”

มัดมือชกหน้ายังไม่พอ...พอชกเสร็จยังอุตส่าห์ลากไปวางไว้ข้างสิงโตไร้มนุษย์สัมพันธ์อีก อะไรมันจะทำร้ายกันขนาดนี้....

 

แอมไพร์นั่งหน้าเครียดอยู่บนรถม้าระหว่างรอเลโอกับไอโรสั่งเสียกันเสียให้เสร็จ! มือเรียวจิ้มๆเจ้าปีศาจเยลลี่ที่ตามติดมาด้วย แอมไพร์แอบเห็นเลโอเลิกคิ้วนิดหน่อยพร้อมกับไอโรที่ยิ้มแฉ่งตบไหล่อัศวินนภาปุๆ คุยอะไรกันล่ะนั่น

“ที่รักของข้า”ไอโรโพล่หน้าเข้ามาเรียกแอมไพร์พลางยิ้มหวาน

“อะไรของเจาอีกล่ะ?”เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว

“ฮ่าๆ ข้าแค่จะถามเรื่องชื่อพี่เจ้า”

“พี่ข้า? เบลอ่ะนะ”

“เยสเซอร์มายดาร์ลิ่ง คือเค้าอยากรู้อ่ะตัวว่าพี่เจ้าชื่อเบลหรอ”ไอโรว่าพลายิ้มหวาน แอมไพร์แอบตงิดใจว่าทำไมพระราชาผมทองถึงสนใจอะไรนักหนากับพี่ชายไม่สมประกอบของเขา แต่ก็ขี้เกียจเกินจะซักไซร้ไล่เรียง

“นั่นเป็นชื่อที่มีแค่ข้าเท่านั้นที่จะรียกมัน คนอื่นๆเขาเรียกชื่อจริงเจ้านั่นทั้งนั้น แต่ข้าขี้เกียจเรียกตามก็เลยเรียกว่าเบลน่ะ”

“อ่อหรอ...ชื่อเหมือนผู้หญิงเลยเนาะ”

“เอาคืนเรื่องที่มันเรียกข้าแอมไพร์นี่แหละ...มันเป็นคนตั้งชื่อข้าน่ะ”

แอมไพร์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยเหตุผลออกมา ไอโรยิ้มหวานก่อนจะโบกมือลาแล้วถอยออกมาจากรถม้า อัศวินนภามองการกระทำของพี่ชายต่างสายเลือดแล้วได้แต่งุนงง ไม่เข้าใจว่าจะไปสนใจอะไรผู้ชายคนนั้นนักหนา เลโอมองไปโรที่โบกมือลาหยอยๆก่อนจะก้าวขาขึ้นรถไป

“คุยอะไรกัน นานเชียว ไหนว่ารีบนักไง”แอมไพร์ว่าเสียงหงุดหงิด

“ไอโรกำชับให้ข้าดูแลท่านดีๆ อย่าให้เป็นอะไรไป”

“ข้าดูแลตัวเองได้อยู่แล้วน่า!

“ท่านช่วยยืนให้ตรงก่อนเถอะครับ”

การเดินทางไปเมืองอาร์เจลแลงค์ต้องใช้เวลาถึงสองวันสองคืนด้วยกัน ยังไม่นับเวลาหากพักกลางทางหรือมีเหตุฉุกเฉินอีก แอมไพร์รู้สึกขอบคุณที่ไอโรให้เขากับเลโอขึ้นรถม้ามา ถ้าขืนให้เขาขี่ม้าสองวันสองคืนนี่ล่ะก็เขาได้เป็นลมตายก่อนแน่ๆ ตลอดการเดินทางเต็มไปด้วยความเงียบเพราะแอมไพร์เอาแต่นอนส่วนเลโอก็นั่งมองข้างทางไปเรื่อยๆ เจ้าปีศาจปุงิก็หลับตามนายของมันไปเช่นกัน

เมื่อเดินทางมาได้สักสามชั่วโมงเศษเลโอเองก็เริ่มง่วงบ้าง อัศวินผมแดงมองรอบตัวเพื่อดูให้แน่ใจว่าพ้นเขตอันตรายมาแล้วจึงหลับตาลงพักผ่อนบ้าง

โครม!

เสียงการชนกันของบางสิ่งเรียกใหเปลือกตาที่เพิ่งปิดไม่นาตื่นขึ้นอัตโนมัติ ร่างสูงโพล่หน้าออกไปหาทหารที่คุมบังหียรม้าด้วยสีหน้าราบเรียบ

“เกิดอะไรขึ้น...!!!

เลโอเบิกจาโพลงเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ม้าทั้งสองตัวที่ใช้ลากรถขาดเป็นสองท่อนแล้วทั้งๆที่ยังยืนอยู่! เลือดเจิงนองไปทั่วส่งกลิ่คละคลุ้งจนเลโอยังเบือนหน้าหนี

“ทำไมถึงเป็นแบบนี้?”

ไร้เสียงตอบรับกลับมาจากนายทหารทั้งสองที่อยู่ด้านหน้า เลโอผลุบหัวกลับไปเข้าไปมองเห็นแอมไพร์ยังหลับสนิทก็กระโดดออกจากรถม้าไปลงไปหาทหารทั้งสองผู้เป็นผู้คุมม้า เลโอใช้หลังมือปิดจมูกแล้วเดินช้าๆไปใกล้คนทั้งสอง เพียงแตะไหล่ร่างทั้งสองก็ล้มเอนไปด้านหน้า ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ในสภาพเบิกค้างแล้วกับเห็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด

“งี่!!!!!

เสียงกรีดร้องของเจ้าปุงี่ทำให้เลโอสะบัดหน้ากลับแล้วรีบสิ่งไปยังที่นั่งด้านหลัง

พลั่ก!

เพียงเลิกผ้าม่านขึ้นยังไม่ทันได้เห็นสิ่งที่เกิดในรถร่างสูงก็ถูกตีสลบด้วยไม้ท่อนใหญ่โดยที่ไม่รู้สึกตัวสักนิดว่ามีคนอยู่ เจ้าปีศาจปุงิร้องงี่ๆเสียงลั่นเมื่อเห็นว่าเลโอสลบไปและทางแอมไพร์ก็กำลังโดนพาตัวไปเช่นกัน เจ้าปีศาจเยลลี่ไม่อาจกลายร่างในที่คับแคบเช่นนี้ได้

“งี่ๆๆๆ!!!!

 

อัศวินนภาค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างมึนงง รอบกายมืดสนิทเพราะล่วงเลยเข้าเวลากลางคืนแล้ว ร่างสูงลุกขึ้นนั่งก่อนจะสะบัดหัวเบาๆเพื่อคลายความมึนงง รถม้าของเขาหายไปแล้วทิ้งไว้แต่ศพของทหารและซากม้าทั้งสองตัว รวมทั้งแอมไพร์และเจ้าปุงิก็หายไปด้วย

“น่าอับอายที่สุด”

เลโอสถบอย่างหัวเสีย เป็นถึงอัศวินนภาแห่งยูโนสซิสแต่กลับมาเสียท่าให้กับอะไรก็ไม่รู้ แถมยังไม่สามารถป้องกันตัวจากท่อนไม้ท่อนเดียวได้อีก คราวนี้เขาจะไปตามหาแอมไพร์ที่ไหนได้ล่ะเนี่ย ในยามที่หนทางแสนมืดมนกำลังปรากฎนั้นเอง...

“เมื่อประชาชนต้องการความช่วยเหลือ!

“เราสามพี่น้องก็พร้อมสนอง

“รับรองความสยองที่จะตามมา....”

“เจ้าบ้าเซท! แกพูดอะไรของแกเนี่ย!

“ท่านพี่ไคซาอย่ายืนบังข้าสิครับ”

“ฟังที่ข้าพูดก่อนเซ่เจ้าโง่!

เลโอมองสามร่างบ้าบอไม่สมประกอบบนยอดไม้อย่างไม่ใส่ใจก่อนจะหมุนตัวหนี้ไปอีกทาง คนแถวนี้ช่างประหลาดนักหวังว่ายูโนสซิสคงไม่ต้องรับมือกับประชาชนที่นิสัยแบบนี้ ให้หวังพึ่งเจ้าพวกนี้ที่โพล่ออกมาราวกับผู้ผดุงคุณธรรมในละครย้อนยุคล่ะก็ ฝันไปเถอะ! แค่ตัวเองก็ดูจะเอาตัวเองไม่รอดเลย

“อย่าเมินกันนะเจ้าหัวแดงนี่!

ร่างเตี้ยๆกระโดดลงจากยอดไม้ไปขวางหน้าเลโอ อัศวินผมแดงเลิกคิ้วมองร่างที่น่าจะเป็นเด็กชายอายุสักสิบสองสิบสามที่อยู่ในชุดรัดรูปกับผ้าปิดปากสีเขียวที่น่าจะประยุกต์มาจากผ้าพันคอผืนยาว

“ช่วยหลบข้าด้วย ข้าไม่มีเวลามาเล่นกับเด็กเล็กๆ”

“เจ้า!!!

“คิกคิก เด็กน้อย

“เงียบปากไปไคซ่า!

“ข้าเป็นพี่เจ้านะ”

“ข้าไม่เคยนับถือเจ้า!...แล้วนั่น! นั่นเจ้าจะไปไหน! กลับมาเดี๋ยวนี้นะเจ้าอัศวินสังกระบ๋วย!!

สัพนามเรียกแทนนี้ช่างทำให้เลโอหัวเสียได้อย่างน่าประหลาด ร่างสูงหันกลับมาพร้อมกับใบหน้าน่ากลัวและรังสีทมึนที่ปีศาจยังยอมยกธงขาวแล้วถอยหนีไปไกลสุดขอบโลก

“ชื่อนั้นข้าอนุญาตให้เรียกได้คนเดียวนั่นก็คือองค์ราชินีของข้าเท่านั้น แล้วตอนนี้เขากำลังมีอันตรายช่วยอย่ามากวนใจข้าด้วย”

เด็กผมเขียวตัวสั่นหงึกๆก่อนจะรีบกระโดดขึ้นยอดไม้ไปกอดร่างสูงที่ใส่หน้ากากฮีโร่ยอดมนุษย์ที่ขายตามงานเทศกาล

“เซท! เจ้านี่น่ากลัวที่สุด!

คนถูกกอดหัวเราะแห้งๆก่อนจะโบกมือให้เลโออย่างเป็นมิตร

“ถ้าเจ้าอยากช่วยแอม...แอมไพร์ ถ้าเจ้าอยากช่วยเขาข้าสามารถให้การสนับสนุนเจ้าได้เพราะข้ามั่นใจว่าเจ้าคงไม่รู้ว่าเขอยู่ที่ไหน”

“คงไม่ใช่ว่าพวกท่านเป็นคนพาตัวเขาไปแล้วจะมาเรียกค่าไถ่ที่หลังหรอกนะ...”

เลโอเรียกดาบออกมาก่อนถือไว้เตรียมฟันแหลกทุกเมื่อถ้าเขาได้คำตอบรับเป็นคำว่า”ใช่!

“ฮ่ะๆๆ น่ากลัวจริงๆเสียด้วย สงสารแอมไพร์จังเลย ”ชายที่ใส่เพียงแว่นกันแดดในยามกลางคืนยิ้มหวานๆก่อนจะจับคอเสื้อผู้ชายที่ใส่หน้ากากแล้วกระโดดลงมาจากหยอดไม้ ส่งผลให้เด็กชายตัวเล็กที่เกาะชายใส่หน้ากากอยู่ตามลงมาด้วย

“พวกข้าเป็น...ผู้พิทักษ์คุณธรรม...เขาน่าจะเรียกแบบนั้นเนาะ”ชายใส่แว่นกันแดดว่า

“ข้าชื่อไคซา นั่นน้องข้าไค และเซท ยินดีที่ได้รู้จักท่านอัศวินนภา เลโอ”ไคซาแนะนำตัวเองก่อนจะผายมือไปทางเด็กชายและชายใส่หน้ากากตามลำดับ

“ท่านรู้จักข้า?”เลโอมองอย่างไม่เป็นมิตร

“อย่าทำเหมือนพวกเราน่ากลัวขนาดนั้น...ทำเหมือนไม่รู้อย่างนั้นแหละว่าชื่อเสียงของท่านโด่งดังแค่ไหน”

“ชื่อเสียง? ท่านพูดเรื่องอะไร”เลโอไม่เข้าใจในสิ่งที่เซทพูดถึงนัก

“นี่เจ้าไม่รู้จริงหรือเจ้าแกล้งโง่กันแน่เนี่ยหา...โอ้ย! ปล่อยข้านะเซท! บอกให้ปล่อย!

ไคโวยวายเมื่อเซทดึงคอเสื้อเขาไว้ไม่ให้เข้าไปหาเรื่องเลโอ เด็กชายตัวน้อยแลดูไม่ถูกใจเลโอที่สุด เหมือนอัศวินหนุ่มไปทำอะไรที่ขัดหูขัดตาเอาไว้

“น่าแปลกนักที่ท่านไม่รู้...งั้นข้าจะใจดีบอกให้”ไคซายิ้มหวานก่อนเอ่ยต่อ”ท่านผู้มีทั้งฝีมือดาบและรูปกายที่ยอดเยี่ยมนั่นย่อมเป็นที่กล่าวขานในหมู่ผู้คน อีกทั้งเมืองยูโนสซิสเองก็จัดเป็นเมืองต้นๆที่ถูกกล้าวถึงในแง่ดี การที่อัศวินนภาแห่งยูโนสซิสจะเป็นที่สนใจและกล่าวถึงย่อมไม่แปลก ที่แปลกคือท่านไม่รู้เสียมากกว่า

เลโอรู่สึกขนลุกเมื่อเห็นรอยยิ้มของอีกฝ่าย เรียวปากสวยที่ยกมุมขึ้นสูงเพียงข้างเดียวทำให้มองดูราวกับกำลังยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เลโอเสสายตาออกนอกตัวก่อนจะกลับมาทีคนตรงหน้าทั้งสาม ในสมองประมวลความน่าจะเป็นก่อนจะเอ่ยออกไป

“ในเมื่อหากข้าเป็นอย่างที่ท่านกล่าวจริง...ความเกรงใจก็น่าจะมีกันบ้าง...และคงไม่คิดหลอกข้า”

ไคมองอัศวินผมแดงก่อนพึมพำเบาๆ”เจ้านี่หน้าหมันไส้เป็นบ้า!”สิ่งที่เลโอกล่าวหมายความว่า หากสิ่งที่ไคซากล่าวเป็นความจริงนั่นแปลว่าอีกฝ่ายคงไม่กล้าพอที่จะโกหกเรื่องที่จะสามารถช่วยอัศวินหนุ่มตามหาแอมไพร์ได้ ไคซายิ้มพลางเอียงคอเป็นสัญญาณว่าพวกเขาเป็นมิตรที่สุด...ในตอนนี้

“ข้ารู้ว่าท่านร้อนใจที่องค์ราชินีที่รักยิ่ง รักเหนือสิ่งอื่นใดในสถานหายตัวไป เพียงแต่ไม่ต้องรีบหรอกเขาอยู่ไม่ไกล

เลโอแปลกใจทั้งที่อีกฝ่ายเรียกแอมไพร์ว่า”ราชินี”แต่กลับแทนตัวทางนั้นว่า”เขา” ปกติจะต้องเป็น”หล่อน”ไม่ก็”นาง” อีกฝ่ายทำเหมือนรู้แต่แรกแล้วว่าแอมไพร์ไม่ได้เป็นผู้หญิง ฝั่งนั้นถ้าไม่ได้ยินเสียงพูดหรือถูกแนะนำก็มักถูกเข้าใจว่าเป็นผู้หญิงบ่อยๆ แล้วทำไม....

“เรื่องบางเรื่องอย่าไปใส่ใจนักก็ไม่น่าจะเสียหาย

ไคซาขยิบตให้เลโอพลางยกนิ้วชี้ขึ้นแนบปากก่อนจะเดินนำอัศวินผมแดงออกไปโดยมีอีกสองคนเดินตาม

“ตามมาเถอะครับ เป็นห่วงนี่เนาะ”เซทหันมายิ้มให้เลโอแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่เห็นหน้าก็ตาม

แม้ยังไม่วางใจเท่าไหร่แต่เลโอกลับรู้สึกเป็นห่วงความปลอดภัยขอแอมไพร์มากกว่า ก่อนมาไอโรก็ย้ำนักย้ำหนาว่าให้เขาดูแลให้ดี แล้วถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมาเขาไม่ถูกไอโรกินหัวหรอ ถ้าห่วงนักหนาขนาดนั้นทำไมไม่เก็บไว้ที่วังเฉยๆเล่า จะปล่อยให้ออกมาเผชิญโลกกว้างทำไม?!

“เส้นทางนี้มักมีปัญหาหญิงสาวหายตัวไปบ่อยๆจนเกิดการร้องเรียนแต่ทว่าถนนเส้นนี้ไม่ได้อยู่ในการดูแลของใคร เป็นที่สาธารณะก็เลยไม่มีใครสนใจนัก”ไคพูดขึ้นมาลอยๆเหมือนพูดกับลมกับอากาศ

“พวกนั้นจะชิงเอาทรัพย์สินกับผู้หญิงไปส่วนพวกผู้ชายก็จะถูกฆ่าทิ้งเพราะว่ามันถือว่าทาสที่เป็นแรงงานมีราคาน้อยกว่าทาสที่จะไปเป็นนางบำเรอ”

เปรี๊ยะ!

กิ่งไม้ที่เลโอจับอยู่หักคามืออัศวินนภา ร่างสูงมีสีหน้าราบเรียบแต่แววตาครุ่กรุ่นจนสามพี่น้องต้องทิ้งระยะห่างมากขึ้น

“คิดขนาดจะเอาราชินีของข้าไปทำนางบำเรอเลยงั้นหรอ...น่าสนใจดี”

สามพี่น้องหัวเราะแห้งๆกับความสนใจของเลโอ คำว่าน่าสนใจดีของเลโอคงไม่ใช่ทางในแง่บวกนัก ดูจากกิ่งไม้ที่ละเอียดคามือและรังสีรอบๆตัวแล้ว...กองโจรมีสักล้านคนก็ทำอะไรเลโอไม่ได้ล่ะมั้ง

“ว่าแต่...ทำไมข้าถึงไม่เป็นอะไรล่ะครับ ในเมื่อบอกว่าพวกนั้นจะฆ่าผู้ชายทุกคน”เลโอเปลี่ยนประเด็นกลับมาถามเสียงเรียบ

“ก็เพราะว่าท่านถูกมองว่าตายแล้วน่ะสิ”ชายหนุ่มยิ้มสวยพลางเอียงคอ

อัศวินนภาไม่เข้าใจสักนิดแต่ก็ขี้เกียจเกินจะถามต่อ ประเด็นที่ว่าเขาตายไม่ตายมันไม่สำคัญเท่าแอมไพร์อยู่ที่ไหนและปลอดภัยดีหรือเปล่า

“กองโจรนั่นน่าจะมีไม่ต่ำกว่าร้อย แล้วเราสี่คนจะไหวหรอครับพี่?”เซทถามขึ้นหลังจากเดินมาได้สักพัก

“แหมๆ...ทำเหมือนไอ้ที่มาเนี่ยเป็นแค่คนขายก๋วยเตี๋ยวอย่างนั้นแหละ!”ไคว่าพลางกระแทกเสียง ปลายตามองเลโอสลับไปมากับพี่น้องของตนก่อนจะหัวเราะเหอะในลำคอ

“อ๊ะ!เจอซะแล้วล่ะ

ไคซาร้องพลางแหวกพุ่มไม้ออกเล็กน้อย ทั้งสี่อยู่บนหน้าผาสูง ด้านล่างเป็นกองคารวานที่มีชายร่างยักษ์เดินถืออาวุธเดินไปมา ริมสุดมีทั้งรถม้าจอดเต็มไปหมด ทั้งยังมีกรงที่บรรจุร่างของสตรีนับสิบอยู่ด้านใน แต่ในนั้นไม่มีแอมไพร์...

“ฮ่ะๆๆๆ เลโอใจเย็นสิ

ไคซารีบห้ามอัศวินผมแดงที่ชักดาบออกมาจากฝักพร้อมจะลงไปประกาศหาองค์ราชินีของเขาเต็มที ไม่ใช่เลโอไม่คิดหน้าคิดหลังแต่สำหรับเขาแค่พวกกองโจรที่เหมือนก้อนเนื้อเดินได้นี่แค่วิ่งผ่านก็คงล้มแล้วซะล่ะมั้ง การได้ตัวแอมไพร์กลับมาเร็ว นั่นแปลว่าเขาจะได้ออกเดินทางเร็ว และจะทำงานเสร็จเร็ว เขาจะได้กลับยูโนสซิสสักที!

“ข้าไม่สบายใจไอโร ขอข้าไม่ไปได้ไหม?”

“จะบ้าหรอเลโอ เจ้าต้องไปดูแลแอมไพร์ อย่าทำเหมือนข้าเป็นเด็กๆสิข้าดูแลตัวเองได้”

“ข้าแค่ไม่สบายใจ...”

“ข้าเป็นพระราชาแล้วนะเลโอ ไม่ใช่เจ้าชายคนเก่าแล้วนะ มีเมียแล้วด้วย ฮ่ๆๆๆ”

“ท่านนี่มัน...”

“น่าๆไปเถอะ ข้าไม่เป็นไรหรอก”

“...ดูแลตัวเองด้วยนะครับ...”

“แน่นอน! ดูแลแอมไพร์แทนข้าด้วยล่ะน้องรัก!

แม้จะออกมาอย่างไม่เต็มใจและยังเป็นห่วงไอโรไม่หายแต่เลโอก็จำต้องออกมา ถึงจะรู้สึกไม่ดีที่ทิ้งไอโรออกมาทัง้ที่ปกติงานนอกเมืองจะเป็นของคาร์เรย์กับเคอร์ริส มันมีเหตุผลอะไรที่เลโอต้องออกมากับแอมไพร์ด้วย ที่สำคัญกว่าคืนความรู้สึกไม่อยากจะไปนั่นแหละ...ราวกับรู้ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น

“อย่าเพิ่งเหม่อสิเจ้าอัศวินนี่! เราต้องหาแอมไพร์ก่อนนะ!

เลโอถูกเรียกสติกลับมาจากเด็กชายหัวเขียว รายนั้นมองหน้าอัศวินหนุ่มก่อนจะเบนนี้เหมือนเจอของแสลงตา

“ข้าว่าไม่ต้องหาหรอกมั้ง....”

เซทว่าก่อนจะชี้ไปยังร่างที่นั่งหน้ามุ่ยอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ข้างชายร่างสูงที่เหมือนจะเป็นหัวหน้ากองโจร ใบหน้าห่างไกลคำว่าอัปลักษ์ไปมากโขเพราะมันน่าเกลียดยิ่งกว่าอะไรดี ตาโตโบน หูกาง สิ้วเต็มหน้าฝาเต็มแก้ม ปากหนาแถมทั้งดำทั้งแห้ง ทั้งยังมีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่อีก เส้นผมก็รุงรังจนเกินจะรับไหว แอบเห็นแอมไพร์เบ้หน้าด้วยความรังเกียจด้วย...

“คนสวยจ๋า...”

“อะร๊ะ!

“ดื่มเหล้าไหม?”

“ไม่”

“ไก่ไหมจะ?”

“ไม่!

“โกโก้ร้อน...”

“เอามาสิ!

เลโอตบหน้าผากแปะด้วยความปวดเสียเวียนเกล้า โรคหลงโกโก้ของแอมไพร์กำเริบออกมาอีกแล้ว....



เม้นไปไหนกันหมดอ่ะครับTT^TT ยุ่งกันหรอไม่มีคนมาเม้นให้เลอ เค้าเสียใจนะ เม้นให้เค้ามั่งจิ เค้าอยากได้เม้นอ่า*โวยวายแล้วลงไปนอนดิ้นกับพื้น*
แฮ่ม! เตือนอีกครั้งสำหรับคนที่ยังไม่ได้กดไลค์เพจนะครับ ระวังจะพลาดสปอยล์เจ๋งๆ หรือเรื่องราวเด็ดๆที่ปูทางไปสู่ตอนจบ หุหุหุหุ แล้วจะหาว่าเค้าไม่เตือน=W=

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

19 ความคิดเห็น

  1. #1059 Yaluc_1100 (@warin-2000) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 06:59
    เจ็ดพี่น้องป่าวหว่า...แห่งบาปไรเงี้ย555
    #1059
    0
  2. #1024 Bloody_Mary (@bloody-marry) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 เมษายน 2559 / 18:08
    องค์ราชินีที่รักยิ่ง~ท่านช่าง...
    #1024
    0
  3. #879 w-rabbit (@nene-zero) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 มีนาคม 2558 / 19:37
    หมดกัน โกโก้
    #879
    0
  4. #873 Choco'l Pis (@nekoy) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 มีนาคม 2558 / 15:21
    โกโก้ร้อน วินเค่อะ..
    #873
    0
  5. #544 Nunal (@nunal) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2557 / 16:46
    ไคซา...ทำไมต้องหัวใจตลอดด้วย!? ❤ // ทำตาม
    #544
    0
  6. #440 •-MaMaI-• (@mai032671597) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 23:43
    55555 เราก็ชอบกินโกโก้นะ ชอบมากด้วย ><
    #440
    0
  7. #412 ✿elleeetc•♪™ (@Kinnawong) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 เมษายน 2557 / 00:22
    เอิ่ม แอมไพร์จ๋า...

    คือ ณ จุดๆนี้นะฮ่ะะ อยากบอกกองโจรมว๊ากกก!!!
    ว่าไม่ต้องลำบากลำบนลอบสังหารทหารหรือดักตีหัวเลโออะไรร๊อกกก
    อยากได้ตัวแอมไพร์แค่ล่อด้วยโกโก้ร้อน เดี๋ยวเขาคงเดินตามไปเอง!!!!
    #412
    0
  8. #338 มิ้งกิจัง (@chanapa-nako) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 เมษายน 2557 / 21:54
    อะไรๆก็ไม่สำคัญเท่าโกโก้
    #338
    0
  9. #257 'violettie (@phattanun) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 มีนาคม 2557 / 17:40
    คือนางถูกล่อด้วยโกโก้? ถ้าจะคลั่งโกโก้ขนาดนี้นะ...#กุมขมับ

    มาต่อเร็วๆนะค้าา
    #257
    0
  10. #255 Butterfly in love (@honey-blacklist) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 มีนาคม 2557 / 16:39
    แอมไพร์แอบเกรียนตอนท้าย 55555
    #255
    0
  11. #248 ชิน เรย์ (@chin-rei) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มีนาคม 2557 / 17:14
    เบลเมะ!!!>
    #248
    0
  12. #237 pommijika (@5354) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 มีนาคม 2557 / 20:47
    ในที่สุด................ก็เปิดตัวเรื่องนี้เป็นyaoiอย่างทางการ!!!!

    ชอบแอมไพร์ตอนบ้าโกโก้ น่ารักดี ชอบเลโอตอนกำลังหึงหวง น่ารักกว่า ชอบไอโร กวนๆดี และชอบสุดท้าย

    เบลจัง เป็นเคะให้ไอโรแทนเถอะนะ!!!!

    แอบเซ็งนะถ้าจะให้ไอโรไปแต่ก็ถ้าจะเป็นคู่นี้ ขอเบลเคะมันจะน่ารักกว่านา~ ก็รุกอย่างงี้นี่แหะแต่ให้เบลon topไอโรได้ไหมอ่า
    #237
    0
  13. #236 ballet shoes (@ballet-shoes) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 มีนาคม 2557 / 18:21
    โกโก้...

    าชินีของประเทศถูกล่อได้ด้วยโกโก้จริงด้วย!!!!
    #236
    0
  14. #228 guinw55 (@guinw55) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 มีนาคม 2557 / 22:41
    เฮ้ย เจอโกโก้ร้อนถึงกับว่าง่ายเลยเร๊อะ!
    #228
    0
  15. #224 _Silver_ (@tarusung) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 มีนาคม 2557 / 16:09
    รู้สึกอยากได้พาราแทนเลโอจริงๆค่ะ อิอิ
    #224
    0
  16. วันที่ 15 มีนาคม 2557 / 11:08
    เฮ้ย!?! แอมไพร์ถูกพาตัวไป แม่นดีเนอะ = =' แอมไพร์นี่สุดยอดจริงๆ แค่พูดว่าโกโก้ร้อนก็เอาแหละ พี่ๆของแอมไพร์แบบ.....ฮีโร่!?! เฮ้ย จริงดิ ช่างมันๆ มาต่อไวๆนะค่ะ ไรท์^0^
    #223
    0
  17. #222 แทนจัง (@timelife111716) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 มีนาคม 2557 / 10:03
    เม้นแล้วค่ะอย่าเสียใจนะ สนุกมากเลยค่ะ
    #222
    0
  18. วันที่ 12 มีนาคม 2557 / 13:35
    รู้สึกชอบพี่ๆของแอมไพร์จัง><
    ไอโร ให้แอมไพร์ไปทำงานสภาพแบบนี้เนี่ยนะ? อืม...อาจจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น แอมไพร์อาจจะหายไป ก็ชื่อตอนมันบอกแบบนี้อ่ะ! 
    ช่างมันๆ รอต่อนะค้าบบบ
    #221
    0
  19. #220 _Silver_ (@tarusung) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 มีนาคม 2557 / 23:55
    รู้สึกเงิบนิดๆ กับบรรดาพี่ๆของแอม...
    #220
    0