Knight Vs Queen! ศึกปราบเกรียน[อัศวินแด่ราชินี]

  • 96% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 35,038 Views

  • 1,107 Comments

  • 1,802 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    26

    Overall
    35,038

ตอนที่ 22 : 17th Round::Probability <rewrite>

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1545
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    29 มี.ค. 58

17th Round

Probability

ความน่าจะเป็น....

แอมไพร์กับเลโอเดินทางออกไปแล้ว ไอโรมองภาพรถม้าที่วิ่งออกไปด้วยรอยยิ้มก่อนจะหุบมันลงอย่างฉับพลันเมื่อที่ตรงนั้นไม่มีใคร พระราชามองรถม้าที่ไปไกลสุดสายตาก่อนจะหมุนตัวเพื่อเดินกลับเข้าวัง ราชาผมทองที่ยังอายุไม่ขึ้นเลขสองยิ้มรับบริวารที่เดินผ่านมาด้วยความเต็มใจก่อนจะเดินไปผลักประตูห้องทำงานใหญ่ที่ยังมีสองอัศวินพี่น้องคาร์เรย์และเคอร์ริสอยู่

“อรุณสวัสดิ์”

“ครับ...”

สองพี่น้องที่กลายเป็นซอมบี้ไปแล้วเงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสารที่สูงท่วมหัว ไอโรยิ้มก่อนเอ่ยคำที่เหมือนคำสั่งประหารชีวิต

“ข้าอาจจะไม่อยู่สักสองสามวัน ฝากพวกเจ้าดูแลปราสาทให้ข้าด้วยนะ”

แล้วพระราชาก็หายไปดั่งกับว่าเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้น ไอโรเดินไปยังคอกม้าพลาฮัมเพลงอย่างมีความสุข ความจริงที่เขาบังคับให้แอมไพร์เดินทางไปกับเลโอเพราะเขามีวัตถุประสงค์ เขามีที่ที่อยากจะไปมากมาตั้งแต่หกวันก่อนเพียงแต่แอมไพร์ยังไม่ยอมตื่นขึ้นมาเขาเลยไม่กล้าไปไหนเพราะเป็นห่วง ตอนนี้เขาคงไปยังสถานที่แห่งนั้นได้แล้ว...เมืองอาร์ตเธ

เพราะเป็นการเดินทางไปแบบเป็นการส่วนตัว คนที่รู้ว่าไอโรไปไหนมีเพียงสองพี่น้องมาริคเท่านั้น พระราชาผมทองเดินทางไปเพียงลำพังจึงสามารถไปถึงอาร์ตเธอย่างรวดเร็วในเย็นวันนั้น พระราชาเมืองอาร์ตเธแลดูตกใจที่ไอโรมายังเมืองของตนโดยไบอกกล่าวก่อน

“ข้าแค่จะมาเซอร์ไพรส์ท่านอา”

ราชาผมทองว่าด้วยรอยยิ้มดั่งดวงตะวัน...ทั้งที่คำพูดนั่นไม่มีความจริงอยู่เลยสักนิด ฟาทัสแลดูดีที่ใจที่พันธมิตรของตนมาเยี่ยมเยียน ไอโรอ้างอีกอย่างว่าตนจะมาพูดคุยกับเจ้าชายฟาเอสในเรื่องต่างๆ เนื่องจากเมื่องานวันเกิดเจ้าชายกลับมาไม่ทัน

“ถ้าเจ้าไม่มาวันนี้พรุ่งนี้ข้าว่าจะไปหาเจ้าพอดี”

ฟีเอสบอกกับไอโรแล้วยกยิ้มขึ้นนิดหน่อย แม้องค์ชายองค์โตแห่งอาร์ตเธจะมองเผินๆคล้ายเลโอแต่กลับมีรอยยิ้มที่พบเห็นได้ง่ายกว่ามาก ไอโรยิ้มรับคนที่เป็นดั่งพี่น้องอีกคน

“คิดถึงข้าขนาดนั้นเชียว”ไอโรว่าหยอกๆ

“นั่นเพราะเจ้ามีบุญคุณกับเมืองข้ารวมทั้งข้ามากต่างหาก”ฟีเอสพูดเสียงจริงจัง

“นั่นเจ้าก็จริงจังมากไป เราเป็นเมืองพี่เมืองน้องกันมาแต่ไหนแต่ไร ทำไมต้องทำเป็นเกรงอกเกรงใจขนาดนั้นด้วย”องค์ราชาบอกปัดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ถึงขั้นกับเลโอตายไปแล้วรอบหนึ่งนั่นมันหนักหนามากนะ เจ้าอย่าทำเหมือนมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยๆได้ไหม”องค์ชายผมฟ้าว่าพลางส่ายหัวเบาๆ เขากับไอโรรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ ไปเที่ยวเมืองยูโนสซิสก็บ่อยก็เลยพอเคยเจอเลโออยู่บ้าง ทั้งอีกฝ่ายยังพูดอยู่บ่อยๆว่าเลโอคือคนที่เข้าไว้ใจที่สุดในบรรดาคนทั้งหมด แล้วยังเป็นเหมือนน้องชายที่รักมากด้วย

“แต่เขาก็ฟิ้นขึ้นมาแล้วนี่ อย่ามาทำหน้าเครียดไปน่าฟีเอส”

“เจ้ามันเหลือเกินจริงๆ ช่างเถอะ เจ้าจะพักผ่อนก่อนไหมเดินทางมาตั้งไกล”องค์ชายถามอย่างเป็นห่วง

“อ่า...ข้าว่าจะขอใช้ห้องสมุดเจ้าหน่อยได้ไหม?”

“นี่เจ้าถ่อมาตั้งไกลเพราะตั้งใจมาห้องสมุดของข้างั้นเหรอ? เอาความดีใจของข้าคืนมาเลยเชียว”

“ฮ่าๆๆๆ เจ้ามันขี้ใจน้อย”

ไอโรหัวเราะชอบใจที่อีกฝ่ายตีหน้ายุ่งใส่ก่อนเข้าไปคล้องคออีกฝ่ายแล้วลากเดินไปด้วยกัน ความสนิทสนมขององค์ราชาหนุ่มและว่าที่ราชาทำให้ข้าหลวงมองด้วยความเอ็นดู แต่เดิมยูโนสซิสกับอาร์ตเธรวมทั้งเมืองอคาเนย์ของเซย์เนียลเป็นเมืองพี่เมืองน้องมาตั้งแต่อดีต องค์ชายของทั้งสามเมืองจึงสนิทสนมกัน ฟีเอสจัดเป็นพี่คนโต ไอโรเป็นคนกลาง และเซย์เนลเป็นน้องคนเล็ก

“เซย์เนลเป็นไงบ้าง ข้าไม่ได้ไปหาเขานานเพราะยุ่งๆ หวังว่าเขาจะเข้าใจข้า”ฟีเอสกล่าวพลางถอนหายใจมองหน้าไอโรที่เลือกหนังสือบนชั้นอยู่

“เขาสบายดี อาจโตขึ้นนิดหน่อยหลังจากพบกับที่ปรึกษาของข้า...ท่านอาเล่าให้เจ้าฟังแล้วช่ไหม?”ไอโรถาม

“ได้ข่าวว่าสวยและเก่งมาก ไปหามาจากไหนน่ะ?”

“เก็บได้ตั้งแต่ตอนที่จะเอาจดหมายมาให้เจ้าเมื่อสี่ปีก่อนโน่น”

“เฮ้ๆ นั่นคนนะไม่ใช่ก้อนหิน”

ฟีเอสว่าอย่างเซ็งอารมณ์ ไอโรมองหน้าอีกฝ่ายแล้วส่ายหัว ฟีเอสเหมือนเลโอ...แค่ความรู้สึกเท่านั้นแหละ ฟีเอสพูดมากกว่า กวนประสาทกว่า ยิ้มมากกว่า แต่โหดน้อยกว่า ที่รู้สึกว่าเหมือนกันเพราะถ้าอยู่เฉยๆชอบทำหน้าบึ้งล่ะมั้ง เวลาอยู่ต่อหน้าคนมากๆเขามักไม่แสดงอารมณ์อะไร แต่ถ้าอยู่กับเขาหรือฟีโอเน่ก็มักจะหลุดเก๊กบ่อยๆ

“แล้วนี่เจ้าสนใจอะไรอยู่...สงคราม?”

เจ้าชายผมฟ้าหยิบหนังสือที่ไอโรนำออกมาขึ้นมาดูแล้วเลิกคิ้วแปลกใจ ถึงไอโรจะเก่งกราจแต่สิ่งที่เจ้าตัวไม่ชอบเลยคือสงคราม ถึงสงครามเมื่อสองปีก่อนไอโรจะเป็นคนนำทัพและได้รับชัยชนะกลับมาแต่ทว่าเจ้าตัวก็ไม่ชอบนัก แล้วทำไมวันนี้ถึงสนใจขึ้นดื้อๆ

“แค่มีเรื่องที่อยากรู้นิดหน่อยน่ะ ถ้าเมื่อตอนนั้นข้าสนใจเรื่องประวัติศาสตร์สงครามมากกว่านี้ ข้าก็คงไม่ต้องมาถึงเมืองเจ้าหรอก”

“สรุปนี่เจ้ามาเมืองข้าเพราะหนังสือจริงๆใช่ไหมเนี่ยหา?”

“เฮ้ยๆ อย่าเพิ่งหาเรื่องข้าสิ”

ไอโรส่ายหัวกับคนที่พร้อมวางมวยกับเขาตลอดเวลา ฝั่งฟีเอสก็หัวเราะในลำคอก่อนจะผละลุกขึ้นไป

“ข้ามีงานที่ยังต้องจัดการอยู่ เชิญใช้ห้องสมุดของข้าตามสะดวกเถอะ พรุ่งเจอกันที่มื้อเช้าแล้วกัน”เจ้าชายว่าพลางจ้องหน้าคนที่กำลังอ่านหนังสือสงครามด้วยรอยยิ้มราวกับกำลังอ่านิยายรักหวานแหวว

“จัดไปพี่ที่รัก อ่อ พรุ่งนี้เจ้ามีเวลาว่างไหม?”

“...ทำไม...”

“เราไม่ไดประลองดาบกันมานานแล้วนะ!

“...แล้วเจอกัน....”

“แล้วเจอกัน”

ไอโรมองส่งพี่ชายที่เดิจากไปก่อนลุกขึ้นไปหาหนังสือมาอ่านเพิ่มเติมอีกเกือบสิบเล่ม

 

เคร้ง!

“ฝีมือดาบขึ้นสนิมแล้วนะ!

“เจ้าเสียมากกว่า!

ฟาทัสมองดูลูกชายหัวแก้วหัวแหวนและแขกเมืองที่เขาไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่ประลองดาบด้วยรอยยิ้ม ฟีเอสลูกชายของเขาจัดเป็นบุคคลที่มีฝีมือดาบยอดเยี่ยมเพียงแต่การประลองกับไอโรเจ้าชายกลับทำได้เพียงสู้อย่างสูสี ไม่อาจพลิกแต้ม ไม่อาจขึ้นนำ ว่ากันตามตรงไอโรเองก็ฝีมือไม่ใช่ย่อย ทั้งการเคลื่อนไหว การจับดาบ ท่วงท่าที่สง่างามราวกับเจ้าชายในนิยาย ฟาทัสรู้สึกอิจฉาพ่อของไอโรขึ้นมานิดหน่อย

“ข้าชนะ!

ไอโรประกาศพร้อมทั้งเอาดาบจี้คอฟีเอสที่ทำดาบหลุดมือไป เจ้าชายแห่งอาร์ตเอยกสองมมือขึ้นข้างตัวก่อนยอมรับอย่างว่าง่าย

“ใช่ เจ้าชนะ”

ไอโรหัวเราะกับท่าทีไม่ดื้อรั้นขออีกฝ่ายแล้วส่ายหัวเบาๆ ร่างสูงลดดาบลงข้างตัวก่อนจะเดินกลับเข้าร่มที่พักซึ่งมีพระราชาฟีทัสและองค์หญิงฟีโอเน่นั่งอยู่

“ฝีมือดาบเจ้าช่างยอดเยี่ยมนัก ลูกข้าแพ้ไม่เป็นท่าเลย”

“ท่านอาก็พูดเกินไป เดี๋ยวฟีเอสก็งอนเอาหรอก เขายิ่งมีนิสัยละเอียดอ่อนอยู่แก่กว่าข้าตั้งสองปีแต่กลับทำตัวเป็นเด็กๆ”

“เดี๋ยวข้าก็จับเจ้าเชือดกลางสนามเสียหรอก”

ฟีเอสที่เดินเข้ามาเอ่ยขู่ ซึ่งไอโรก็ไม่มีท่าทีจะกลัวเลยสักนิดกลับกันยังหัวเราะเสียงใสอย่างไม่วิตกอะไรเลย พระราชาและองค์หญิงต่างก็พากันหัวเราะร่วมไปด้วย

“ท่านพี่ไอโรเก่งจังเลยนะคะ แบบนี้ใครได้เป็นเจ้าบ่าวคงโชคดีไม่หยอก”ฟีโอเน่ว่าแล้วยิ้มแซวๆ”ไม่ทราบว่ามีหวานใจหรือยังคะ?”

“เอ๋?”

“นั่นซิไอโร เจ้าเองก็สิบเก้าแล้วนะแถมยังขึ้นเป็นราชาแล้วด้วย ไม่คิดจะหาราชินีมาเป็นคนเคียงใจบ้างหรอ”เจ้าชายฟีเอสถามด้วนสีหน้าประมาณว่า”ขนาดข้ายังมีแล้วเลย”

“ฮ่ะๆๆ เรื่องนั้นมันตอบยากนะ”ไอโรหัวเราะ ฟีเอสพูดแบบนี้แปลว่าเซย์เนลไมได้บอกใครอย่างที่แอมไพร์กำชับจริงด้วย หรืออาจจะเพราะไม่ได้ติดต่อกันนะ

“หรือเจ้าจะเล็งน้องสาวข้าอยู่”

“อุ๊ย!

“บ้าหรอฟีเอส!น้องเจ้าห่างกับข้าตั้งห้าปี แถมยังไม่สิบห้าปีเลย ข้าไม่อยากติดคุกฐานพรากผู้เยาว์นะ”ไอโรแย้ง

“แต่เมื่อก่อนจะสิบห้า ยี่สิบ สามสิบ สี่สิบเจ้าก็เอาไม่เลือกหน้านี่”ฟีเอสหรี่ตา

“ท่านพี่ไอโรเป็นคนประเภทนี้เองหรอคะ?”เจ้าหญิงทำหน้าซื่อ

“นั่นมันตั้งแต่สมัยไหน ตอนนี้ข้าไม่ทำแล้ว ขืนทำแบบนั้นก็ได้โดนฆ่าตายพอดี...”ไอโรพึมพำด้วยสีหน้าแปลกๆ หน้าแอมไพร์ที่ขู่เขาว่าหากไปมีสัมพันธ์กับหญิงอื่นในขณะที่ยังให้แอมไพร์อยู่ในตำแหน่งองค์ราชินีล่ะก็น่าดูลอยขึ้นมาเสียดื้อๆ

“เจ้าจะโดนใครฆ่าได้ เจ้าเคยกลัวใครที่ไหน นี่แปลว่ามีจริงๆใช่ไหมไอโร”

เจ้าชายช่างหูดีเกินควร ไอโรเบ้หน้าแล้วบอกปัดรัวๆ มันเป็นเหตุผลภายในเขาไม่อยากให้คนอื่นรู้เพราะแอมไพร์ก็ไม่ต้องการให้ใครรู้มากไปกว่านี้

“มีก็บอกฟีเอสไปเถอะ เกิดเขาสืบรู้เองรับรองเมืองเจ้าระเบิดเป็นจุลแน่”พระราชาว่าพลางหัวเราะชอบใจ

“ไม่มีหรอกครับ จะไปมีได้ไงในเมื่อยังดูแลตัวเองไม่ดีพอ ข้าคงไม่เสี่ยงไปดูแลใคร”

ไอโรตอบอย่างสุภาพ ในสายตาของเจ้าหญิง ไอโรจัดว่าใกล้เคียงคำว่าเจ้าชายมากที่สุด!

“งั้นเจ้าก็คงหาคนมาดูแลตัวเจ้าเอง”

“หา? นั่นเจ้าหมายความว่าไงเนี่ย?”ไอโรร้องเสียงหลง ฟีเอสจะบอกอะไรเขา

“ไม่หาภรรยาแต่ไปเป็นภรรยาคนอื่น”

“เจ้ามันบ้า คิดได้ไงกัน”ไอโรว่าพลงส่ายหัว ภาพของคนบางคนลอยขึ้นมาให้เขาสยองขวัญเล่น”ใครมันจะกล้าเอาข้าไปทำ...”

“ข้าว่ามีแน่เลยค่ะ!”อยู่ๆเจ้าหญิงก็โพล่งขึ้นมาเหมือนนึกได้ ใบหน้าน่ารักมองไอโรแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์”ท่านพี่ไอโรรู้หรือเปล่าคะว่าพวกผู้ชายเจ้าชู้นี่ส่วนใหญ่ถูกสยบอย่างไร?”

“เอ๋...ก็...เจอคนที่รักจริงๆล่ะมั้ง”ไอโรว่าอย่างไม่แน่ใจ เหตุผลทีเขาต้องเลิกเจ้าชู้เพราะกลัวโดนเพื่อนสุดที่รักฆ่าตาย

“มันมีอีกเหตุผลหนึ่งค่ะ”ฟีโอเน่ยิ้มกริ่ม

“เหตุอะไรงั้นเหรอ?”

“ก็....”

“ไปเป็นภรรยาเขาบ้างไงคะ”

“เฮ้ย!”ไอโรร้องแล้วมองหน้าฟีโอเน่ที่หัวเราะอย่างมีความสุข เขาทำหน้าที่ดูออกว่าไม่ค่อยดีนัก

“ข้าล้อเล่นค่ะ”เจ้าหญิงยิ้ม”แค่เพื่อนๆข้าเขาพูดกันว่าผู้ชายที่เห็นผู้หญิงเป็นของเล่นน่ะขอให้โดนไปเป็นเมียคนอื่นบ้างเถอะ! พวกนางหัวรุนแรงดีนะคะ”

สำหรับไอโรพวกนางไม่ใช่หัวรุนแรงหรอกแต่ว่าเป็นพวกน่ากลัวต่างหาก ถ้าสมมติให้เขาไปเป็นภรรยาใครจริงๆเขาได้บ้าตายแน่ แค่คิดอะไรที่มันแปลกๆแบบนั้นก็พาลขนลุกแล้ว ยิ่งถ้าคิดเรื่องอย่างว่า….

“ไอโร...เจ้าเป็นอะไรไปหน้าแดงเถือกเลย ร้อนหรอ?”ฟีเอสร้องทักเมอ่เห็นน้องชายหน้าแดงๆ

“หา? อ่ะ เอ่อ ใช่ร้อน ข้าร้อนมากน่ะ เราเข้าไปข้างในกันดีกว่านะฟีเอส ไปอาบน้ำกันดีกว่าเหม็นมากเลย”

ไอโรว่าก่อนจะบอกลาองค์หญิงและองค์ราชาเพื่อลากองค์ชายไปห้องอาบน้ำด้วยกัน

 

ในห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ที่มีเพียงอค์ชายและองค์ราชาเท่านั้นที่สามารถเข้าไปได้ตอนนี้มีหนึ่งองค์ราชาและหนึ่งว่าที่ราชานั่งแช่น้ำอยู่ด้วยกันในอ่างที่กว้างเท่าสระว่ายน้ำ! เพราะไอน้ำที่ลอยล่องในอากาศทำให้ไม่รู้สึกเขินอายที่จะอาบน้ำด้วยกัน อีกอย่างทั้งคู่กับอาบน้ำด้วยกันบ่อยๆเวลาที่ฟีเอสไปเที่ยวเมืองยูโนสซิส แต่เพราะไอโรไม่ชอบเดินทางไกลจึงไม่เคยมาอาร์ตเธเลยสักครั้งจนถึงงานวันเกิดครั้งล่าสุดของพระราชาฟีทัส

“เจ้าเนี่ยยังไม่มีคนที่ถูกใจจริงๆจริงน่ะเหรอ”

“เจ้ายังไม่จบประเด็นนี้อีกงั้นเหรอ”

ไอโรถามยิ้มๆก่อนวักน้ำขึ้นมาเล่น ฟีเอสมองคนที่นั่งแช่น้ำอยู่ซ้ายมือของเขาอย่างพิจารณาก่อนจะว่าตามตรง

“ข้าแค่ไม่สบายใจแล้วก็เป็นห่วงเท่านั้น กลัวเจ้าจะไปเป็นภรรยาใครจริงๆ”

“หา?! นี่เจ้าก็บ้าไปใหญ่แล้ว โดนฟีโอเน่ล้างสมองหรือไงกัน?”ไอโรว่าอย่างเซ็งอารมณ์ ทำไมชอบวกมาชนเรื่องเขาจะเป็นภรรยาใครอยู่เรื่อย”ข้าหล่อขนาดนี้ใครจะกล้าจับทำเมีย”

“หล่อก็ใช่ว่าจะเป็นเมียใครไมได้ คนมันจะเอาหล่อให้ตายก็เอานะ”

“นี่เจ้าคงไม่ได้ไปจับผู้ชายที่ไหนทำเมียมาใช่ไหมเนี่ย”

ไอโรชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างจับผิด ทางฝั่งฟีเอสก็เพียงปลายหางตามมามองแล้วส่ายหน้า”ข้าแค่เผื่อๆไว้”

“ไปเผื่อกับตัวเจ้าเองเถอะ! ทำยังกับจะสาปส่งข้าให้ไปเป็นเมียใคร หวังดีแบบนี้ข้าไม่ปลื้มนะ”พระราชาผมทองเบ้หน้า

“ใครจะไปรู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น อีกอย่างถ้าสมมติว่าเนื้อคู่เจ้ามาเกิดเป็นผู้ชายจะทำไงเล่า?”

“งั้นข้านี่แหละจะจับกดเขาเอง”

“ถ้ามันสูงกว่าเจ้า”

“ส่วนสูงไม่มีผลในแนวราบ”

“ถ้ามันล่ำกว่าเจ้า”

“กำลังไม่ใช่ปัญหาในการสร้างสัมพัน์รัก”

“ถ้ามันหล่อกว่าเจ้า”

“เจ้าบอกเองว่าหล่อให้ตายถ้าจะเอาทำเมียก็ทำได้”

“แล้วถ้ามันหน้าด้านกว่าเจ้า”

“ก็..เอ๊ะ? นี่เจ้าว่าข้าหน้าด้านงั้นเหรอฟีเอส!”ไอโรตวาดใส่อีกฝ่ายที่ดกำลังหัวเราะหึหึอย่างมีความสุข

“ข้าไม่มีทางเสียท่าให้ใครง่ายๆหรอกน่า เจ้าอย่ากังวลจนข้าวิตกไปด้วยสิ”

“ข้าว่าเจ้าน่าจะเสียท่ากับคนหน้าด้านนะไอโร ถ้าเจ้าไม่สนใจแต่อีกฝ่ายกลับรุกล่ะใส่ก็เจ้าไม่เหลือซากแน่ ใครเริ่มก่อนได้เปรียบก่อนนะ”

“ไว้ถึงตอนนั้นถ้าจะเพรียงพร้ำข้าจะพลิกขึ้นมาลุกเอง!

“ตอนเจ้าเคลิ้มๆน่ะไม่รู้ตัวหรอก รู้อีกทีก็ได้เขาเป็นสามีไปแล้วล่ะ”

“เจ้าพูดยังกับเคยเจอกับตัวแน่ะ!

ไอโรร้องแล้วทำหน้าประหลาดๆใส่ฟีเอสจนเขาหัวเราะ องค์ชายผมสีฟ้าวางมือลงเป็นหัวไอโรแล้วยิ้มให้”ข้าถึงได้พูดว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นเจ้าไม่มีทางรู้หรอกไอโร”

ราชาหนุ่มเบ้หน้าแล้วย่นจมูก เขาชักเกลียดฟีเอสขึ้นมาซะแล้วสิ

“เออ...ข้ามีเรื่องจะถามเจ้า”ไอโรว่าขึ้นคล้ายนึกอะไรได้

“เรื่อง?”

“เมืองเจ้า...มีหัวหน้านักบวชไหม?”

“มีสิ”ฟีเอสตอบแล้วมองไอโรอย่างแปลกใจ”อย่าบอกว่าเจ้าสนใจเรื่องศาสนากับเขาน่ะ”

“อ่า...ก็นะ แล้วหัวหน้านักบวชเจ้าเป็นยังไงบ้าง”

บางทีฟีเอสอาจจะไม่รู้เรื่องที่เจเรมีไปยังเมืองเขาเพราะฟีเอสชอบไปไหนมาไหนนานๆ เจ้าตัวยังเคยไปอยู่เมืองเขาเดือนกว่าไม่กลับบ้านเลย มันคงไม่แปลกถ้าฟีเอสจะมาถึงที่นี่หลังจากเบลกลับมาจากเมืองยูโนสซิสแล้ว ถึงได้ไม่รู้เรื่องที่อีกฝ่ายไปเมืองเขา...น่าจะเป็นแบบนั้น

 “ก็...ใจดี มีศีลธรรม อ่อนโยน แล้วก็ใจเย็นมากๆเลย มาร์คเป็นที่พึ่งที่ดีตลอดเลยล่ะสำหรับข้า”

“เดี๋ยวนะ...มาร์คนี่ใคร?”ไอโรหยุดคำพูดของฟีเอสที่ถูกร่ายออกมา เจ้าชายผมฟ้าหันมามองหน้าไอโรแล้วเลิกคิ้ว

“ก็...หัวหน้านักบวชเมืองข้าไง”

“แล้ว...เขาอยู่มากี่ปีแล้ว”

“ตั้งแต่ข้ายังไม่เกิด”

ไอโรสูดหายใจเพลางเม้มปากก่อนจะเบนหน้าออกข้างลำตัวด้วยความสับสน

หัวหน้านักบวชของอาร์ตเธอชื่อมาร์ค...ไม่ใช่เจเรมีหรือเบล

หัวหน้านักบวชอยู่มานานแล้ว...งั้นเจเรมีคือใคร?

“เจ้า...รู้จักคนที่ชื่อเจเรมีไหม?”ไอโรถามออกไปทั้งที่ยังไม่หันกลับไปมองฟีเอส

“ไม่”

“แล้วเบลล่ะ”

“นั่นก็ไม่ ชื่อใครกัน? กิ๊กเก่าเจ้าหรอ?”

ไอโรส่ายหัวแล้วยิ้มแห้งๆ บางทีเจเรมีอาจจะเป็นชื่อที่คนภายนอกเรียก ส่วนเบลแอมไพร์เองก็เคยบอกเอาไว้ว่าเป็นชื่อที่ร่างบางตั้งให้กับอีกฝ่าย ถ้างั้นอาจจะควรพูดถึงชื่อจริง...

“คาร์...เจ้ารู้จักคนที่ชื่อคาร์ไหม?”

“นั่นยิ่งแล้วใหญ่กว่าเบลอีก ทำไมกัน? เจ้าถามทำไม?”

“อ่อ...แค่...ไม่มีอะไรหรอก ถามไปงั้นเพื่อเจ้าจะแอบมีกิ๊กชื่อนี้ ข้าจะได้ไปฟ้องภรรยาเจ้า”

“นี่ข้านะไม่ใช่เจ้า”

ไอโรหัวเราะชอบใจกับหน้ายุ่งๆของอีกฝ่ายก่อนจะลุกขึ้นจากน้ำ

“บางทีนี่อาจจะกะทันหันไปหน่อยแต่ข้าว่าข้าจะเดินทางกลับเมืองน่ะ”

 

ด้วยการตัดสินใจที่รวดเร็วและกะทันหัน ไอโรถูกร้องขอให้อยู่ต่ออีกสักพักซึ่งเจ้าตัวก็ปฏิเสธแต่สัญญาว่าจะมาใหม่อีกแทน ฟีเอสแลดูไม่พอใจที่อยู่ๆไอโรคิดจะไปก็ไปคิดจะมาก็มา พระราชาผมทองเอ่ยขอโทษว่าที่ราชาที่แก่กว่าเขาถึงสองปีแต่ยังงอนเป็นเด็กๆก่อนจะเดินทางกลับเมืองอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะถึงยูโนสซิสให้ทันค่ำ ราชาผมทองเดินทางโดยการพักเพียงเพื่อให้ม้าหายเหนื่อยเท่านั้นก็เดินทางต่อทันที

“ท่านกลับมาแล้ว!”เคอร์ริสแทบกู่ร้องเมื่อเห็นไอโรกลับมา แม้ว่ามันจะค่อยข้างเร็วมากกว่าที่บอกไว้ก็ตาม

“อ่า ดีใจด้วย”ไอโรว่าอย่างรวดเร็วก่อนจะหายไปราวกับว่าไมได้อยู่ตรงนั้น สองพี่น้องมาริคที่ยืนรอคนมาช่วยได้แต่ยืนน้ำตาตกในอยู่กับที่เมื่อท่านราชาที่เคารพรักไม่พูดถึงงานเอกสารสักนิด

ไอโรเดินตรงไปที่ห้องทำงานของตนทันทีด้วยความรีบเร่ง กลัวอะไรหลายๆอย่างที่คิดได้จะพาลหายไปจากสมองเสียก่อน ร่างสูงเปิดประตูเข้าไปหอบเอากองเอกสารที่จำเป็นทั้งหมดออกมาจากห้องทำงานแล้วตรงกลับเข้าห้องนอนทันทีโดยไม่ลืมกำชับทหารเวรยามว่าหากเขาไม่เรียกก็ห้ามใครเข้าไปในห้องทั้งนั้น

“ถ้ามันเป็นเรื่องจริงแล้วข้าต้องทำเช่นไรดี”ร่างสูงว่าก่อนทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วเริ่มเปิดเอกสารทั้งหมดเพื่ออ้างอิงสิ่งที่คิดอยู่

ตรงหน้าเป็นกองเอกสารที่เขาหามาจากหนังสือหลายเล่มที่อยู่กับชั้นหนังสือตามทางเดินของปราสาท ทางซ้ายมือคือสิ่งที่เค้นมากจากสมอง และขวามือคือข้อมูลที่คัดลอกมาจากห้องสมุดของฟีเอส คืนนั้นเขาไม่ได้นอนเลยด้วยซ้ำเพราะรีบคักลอกสิ่งที่จำเป็นอยู่ สายตาไล่อ่านข้อความที่เป็ยลายมือของตนสลับไปมากับลายมือของผู้อื่น

“ไม่มีข้อมูลเลยงั้นเหรอ?”ไอโรพึมพำก่อนกรีดหนังสือเล่มหนาเพื่อหาข้อยืนยัน”นี่มันตำนานสมัยไหนเนี่ย”ร่างสูงพึมพำ

“สามเหลี่ยมศักดิ์สิทธิ์...คืออะไร? มันคืออะไรเนี่ย!!”ไอโรโวยลั่นก่อนเริ่มทึ้งหัวตัวเองสองสามทีแล้วจึงเปิดหนังสือหาเรื่อยๆ

เวลาล่วงเลยจากหัวค่ำเข้าสู่เวลาเกือบเที่ยงคืน พระราชายังคงนั่งงงมกับสิ่งที่สงสัยไม่เลิก เอกสารต่างๆกองกระจายเต็มที่นอนไปหมด แต่ถึงแบบนั้นไอโรก็ยังหาข้อสรุปให้ตัวเองไมได้

“ไม่ใช่...นี่มันไม่ ชื่อก็ได้มาแล้วทำไมมันไม่มีบันทึกเอาไว้เล่า เบลมันคนไหนเนี่ยโอ๊ย!!!

“อยากรู้อะไรงั้นเหรอ?”

“ก็เรื่องที่ว่า....!!!!

ไอโรกำลังจะเปิดปากตอบตามปกติต้องชะงักเมื่อระลึกได้ว่าตนอยู่เพียงลำพังในห้อง ร่างสูงหันซ้ายแลขวาอย่างตกใจว่าเมื่อครู่นั้นมันเสียงใคร

“เจ้ามองหาใครอยู่...”

วงแขนที่ไม่ค่อยอยากจะคุ้นเคยค่อยๆเลื่อนมาโอบรอบคอเขาอย่างเชื่องช้า น้ำหนักบนไหล่ที่ถูกกดลงมาพอจะเดาได้ว่าเป็นคางของอีกฝ่าย ไอโรก้มลงมองมือที่คอตนเอง...ซึ่งมันโปร่งแสง....

โครม!!

“อ่ะ...เอกสารข้า!!!

ไอโรร้องอย่างตกใจก่อนรีบรวบรวมเอกสารที่เริ่มกระจายขึ้นไปบนอากาศมากองรวมกันอย่างหวงแหน

“เจ้าควรห่วงคนที่เจ้าเพิ่งจับเหวี่ยงข้ามหัวไปมากกว่า”

“อย่างเจ้าคงไม่ตายง่ายๆ...แล้วทำไมเจ้าถึงได้โปร่งแสงแบบนั้นเล่า!

พระราชาหนุ่มร้องทักแขกไม่ได้รับเชิญก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงเพื่อนำเอกสารที่กอดอยู่ไปเก็บ

“เจ้าควรจะตกใจว่าทำไมข้าถึงมาอยู่ในห้องเจ้ามากกว่า”

“นั่นไม่น่าแปลกใจเลยสักนิดในเมื่อตัวตนของเจเรมีสามารถหายไปจากระบบสารของอาร์ตเธได้โดยที่เหมือนกับว่าบุคคลๆไม่เคยมีตัวตนอยู่เลย!

ไอโรกระแทกเสียงใช่ชายผมสีฟ้าที่นอนเท้าชี้ฟาพาดปลายเตียงของเขาอยู่อย่างไม่เดือดไม่ร้อน ไอโรมองอีกฝ่ายอย่างไม่ชอบใจ

“เจ้าน่าจะหายไปจากความทรงจำข้าด้วย มันไม่น่าพิสมัยสักนิด”ร่างสูงพึมพำ

“เรื่องระหว่างเราต่อให้ตายไปสิบชาติเจ้าก็ไม่ลืมหรอก”

“อย่ามาจับนะ! แล้วอย่ามาทำว่าระหว่างข้ากับเจ้ามีอะไรมากกว่าเรื่องที่เจ้าคิดไปเองด้วย”

ไอโรบอกปัดพลางตีมื่ออีกฝ่ายเสียงดังเพลี๊ยะแล้วรีบผละออกเพื่อเอาเอกสารตั้งใหญ่ไปเก็บ เบลมองตามร่างของอีกฝ่ายไปก่อนจะถอนหายใจเบาๆ พระราชาหันมามองร่างนั้นก่อนย่นจมูก

“จะไปไหนก็ไปเลย ไอ้ผีไร้ญาติ”

“ข้ายังไม่ตาย”

“เห็นโปร่งแสงก็นึกว่าไปกวนประสาทใครจนโดนฆ่าหมกส้วมซะแล้ว”

“ข้าแค่ถอดวิญญาณมาเท่านั้น อีกอย่างข้าตายไมได้หรอกเดี๋ยวเจ้าเป็นหม่าย”

“อย่ามาทะลึ่งกับข้านะเจ้านี่นิ!

ไอโรตวาดก่อนจะกอดอกมองคนที่มาในร่างวิญญาณอย่างหัวเสีย เพราะแบบนี้สิน่าเบลถึงได้มาถึงห้องเขาได้โดยไม่มีใครเอะใจหรือแม้แต่รู้สึกตัว คนถูกจ้องเลิกคิ้วก่อนลอย(?)เข้าไปใกล้ไอโรมากขึ้น มือเรียวๆโปร่งแสงยกขึ้นจับผมไอโรเล่นแบบที่เคยทำ

“เจ้าสงสัยอะไรอยู่กัน?”

“ไม่มีนี่”

“แล้วเอกสารกองเท่าบ้านนั่นอะไร”

“ก็กองเอกสารไง เจ้าเห็นเป็นหมาพุดเดิ้ลเดินสองขามีม้าตัวยักษ์เป็นภรรยาหรือไงล่ะ?”

“ข้าว่าเจ้าอยู่กับแอมไพร์มากไปแล้ว”

เบลว่าราบเรียบก่อนจะจ้องตากับอีกฝ่ายตรงๆ ไอโรเองก็ไม่ขัดศรัทธาจ้องกลับอย่างไม่หวั่นเกรงใดๆ

“เจ้ากำลังอยากรู้เรื่องข้า”

“ใช่...ข้าอยากรู้เรื่องเจ้า”

“สนใจกันขนาดนั้นเลยเชียว?”

“นั่นเพราะเจ้าประหลาดและน่าสงสัยต่างหาก”

ไอโรปัดมืออีกฝ่ายออกหลังจากตามใจให้เบลเล่นจนมากพอแล้ว ร่างสูงเดินผละออกมาอย่างไม่อยากมองหน้าอีกฝ่ายอีกต่อไป...กลัวเท้ากระตุก

“ข้าไม่มีอะไรที่น่าสงสัย”

“เหอะ! พูดมาได้เต็มปากเต็มคำ”ไอโรโต้กลับก่อนหมุนตัวไปหาเบลอย่างรวดเร็ว

อยู่ๆความรู้สึกแปลกๆก็โถมเข้ามาอย่างไม่รู้ที่มา ภาพของเบลแลดูเบลอๆจนไอโรต้องสะบัดหัวไล่ เขาอาจจะหน้ามืดเพราะหมุนตัวเร็วเกินไป ราชาหนุ่มคิดพลางยกมือคลึงขมับตัวเองเบาๆ

“บางครั้ง....บางเรื่อง....ก็ไม่จำ...ต้องรู้.....”

“จะ..เจ้าพูดอะไร...”

ไอโรถามอีกฝ่ายเสียงแผ่ว คำพูดของเบลแลดูเหมือนภาษาต่างดาวในเมื่อเขาฟังไม่รู้เรื่องสักนิด

“ไอโร...นั่นเจ้าเป็นอะไร”

“ไม่....ข้าเปล่า”

พะราชาบอกปัดพร้อมทั้งยกมือห้ามเบลที่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่ตื่นกังวลเล็กน้อย ไอโรพยายามผลักคนที่คล้ายจะเข้ามาประครองเขา ภาพคนตรงหน้ามันหมุนเคว้งไปหมดจนน่าปวดหัว ไอโรนิ่วหน้าอย่างไม่ชอบใจพลางเดินถอยหลังออกห่างจากเบล

“อย่า...มายุ่ง!

“เจ้าไม่ไหวแล้วไอโร เจ้าหน้าซีดขนาดนี้”เบลร้องทัก

“ข้า..ไหว...”

พูดไม่ทันขาดคำร่างทั้งร่างก็ทรุดฮวบลงไปทันที เบลรับร่างของไอโรไว้ได้ทันแล้วส่ายหน้าอย่างไม่รู้จะแสดงอารมณ์ใดออกไป ไอโรหน้าซีด ตัวเย็นเฉียบแต่เหงื่อแตกพลั่ก นี่มันอาการคนที่เป็นลมชัดๆ เบลพาร่างของพระราชาขี้ดื้อไม่ต่างจากราชินีและอัศวินในสังกัดของตนขึ้นไปบนเตียงแล้วห่มผ้าให้ ส่งอีกฝ่ายเข้านอนด้วยสายตาราวผู้ใหญ่มองเด็ก

 

“ฟื้นแล้วงั้นสิ”

เสียงแว่วๆดังมาให้ไอโรได้ยิน เขาเห็นเงาสีฟ้าๆอยู่ตรงหน้าแต่ไม่รู้ว่าใครกันแน่ อาจจะเป็นคาร์เรย์?

“เจ้ากินข้าวมื้อล่าสุดตอนไหนกัน”

“...มื้อเช้าที่อาร์ตเธ...”ไอโรว่าเสียงแผ่ว แล้วนี่เขาจะตอบทำไมเนี่ย

“นี่ก็เป็นมื้อเช้าของเจ้าเช่นกัน แปลว่าเจ้าไมได้กินข้าวมาสองมื้อ...นั่นก็ไม่มากนะ”ร่างนั้นพึมพำ พระราชายกมือขึ้นก่ายหน้าผากอย่างรู้สึกเพลียๆ

“แล้วนอนล่ะ?”

“...ก่อนไปอาร์ตเธ...”

“เห้ๆ นี่เจ้าไม่ได้นอนมาตั้งสองวันสองคืนเลยสิ เจ้านี่มันแอมไพร์โคลนนิ่งจริงๆ”

เสียงทุ้มยังพึมพำบ่นไม่เลิก มืออุ่นๆจับทีข้อมือเขาเพื่อยกมือที่เจ้าตัวใช้ก่ายหน้าผากตนเองออกก่อนจะวางผ้าเย็นๆลงแทนบนหน้าผาก

“นอนซะเจ้าเด็กโง่...พักผ่อนเสียบ้างตื่นอีกรอบค่อยกินข้าวแล้วกัน ตอนนี้เจ้ายังตายไมได้นะ”

“...ทำไม...”

“เออน่า นอนไป ข้าจะอยู่กับเจ้าเอง”

เปลือกตาปิดลงพร้อมสติที่หายไป

..ข้า....

..ข้า...

..ข้าเป็นลม!!!

ไอโรเด้งตัวขึ้นอย่างตกใจก่อนจะเอนลงไปนอนกับเตียงอีกครั้งด้วยอาการหน้ามืด แค่เรื่องที่เป็นลมนั่นก็น่าอายเกินเยียวยาแล้วนี่ยังมาหน้ามืดอีก!

“เอ๊าๆๆ สมน้ำหน้า”

พระราชาหนุ่มปลายสายตาไปทางร่างที่เดินเข้ามาพร้อมถาดข้าวต้ม...คาร์เรย์?...ไม่ใช่ หมอนั่นไม่มีทางพูดคำว่าสมน้ำหน้าใส่เขา

“...เบล...”

“นั่นแหละชื่อข้า”

เบลว่าก่อนวางถาดข้าวต้มลงข้างเตียง ไอโรอยากจะถามเสียเหลือเกินว่าเบลไปเอามาได้อย่างไร แต่ก็พอเดาได้ว่าอีกฝ่ายคงปลอมตัวเป็นใครสักคนแล้วไปเอามาล่ะมั้ง ทางฝั่งคนผมฟ้าก็มองไอโรเรียบๆก่อนจะส่ายหน้า

“ข้อเสียของเจ้าคือเวลาที่สนใจหรือสงสัยอะไรมักจะทุ่มตัวลงไปกับเรื่องนั้นจนเกินตัว เรียกว่าลงไปจนขึ้นมาไม่ได้จนกว่าจะได้คำตอบ มันทำอย่างกับว่าถ้าไม่ได้รู้เรื่องที่มันสงสัยแล้วพรุ่งนี้ปราสาทมันจะไฟไหม้อย่างนั้นแหละ แอมไพร์ได้กล่าวเอาไว้...”

เบลว่าขึ้นลอยๆก่อนมองคนที่เริ่มเอื้อมมือไปหยิบชามข้าวต้มขึ้นมากินเอง ไอโรมองหน้าอีกฝ่ายแล้วย่นจมูกใส่

“เด็กคนนั้นชอบเล่าเรื่องเจ้าให้ข้าฟังบ่อยๆ แลเขาจะถูกใจเจ้าเอามากๆ”

“ข้าแทบไม่เคยเห็นเจ้าสองคนติดต่อกันเลย”ไอโรแย้งขึ้นก่อนจะตักหมูสับชิ้นโตเข้าปาก

“บางครั้งนั่นก็เป็นเรื่องของพี่น้อง”

“เจ้าจะว่าข้าเสือกว่างั้นเถอะ?”

“นั่นเจ้าคิดไปเอง”คนผมฟ้ายักไหล่ก่อนไล่นัยน์ตาสีอความารีนมองใบหน้าไอโรยามตั้งใจกินข้าววต้มอย่างเต็มที่

“ข้าวติดปากแล้ว มูมมามเป็นบ้า”เบลตำหนิก่อนหยิบเม็ดข้าวที่ติดปากอีกฝ่ายเข้าปากตนหน้าตาเฉย

“...ไอ้บ้า!

ไอโรตวาดใส่ก่อนหน้าจะแดงกล่ำขึ้น เขาวางชามข้าวต้มที่หมดแล้วลงก่อนเบนหน้าไปทางอื่น เห็นหน้าเบลแล้วพาลจะลมจับ เบลมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจว่าเขาทำอะไรผิด...ต้องบอกว่าแกล้งไม่เข้าใจมากกว่า

“เจ้ามาทำอะไรที่นี่”ไอโรถามอย่างไม่มองหน้าคู่สนทนา

“ก็เห็นกันแอมไพร์ออกไปนึกว่าอยากเจอข้า”

“นั่นเจ้าคิดไปเอง!

“อ่อหรอ...”

แล้วทั้งคู่ก็ตกอยู่ในความเงียบ ชายผมฟ้าทำเพียงมองเส้นผมสีทองของอดีตคู่สนทนาไปเรื่อยเปื่อย เขานั่งรอจนกว่าอีกฝ่ายจะเปิดปากพูดขึ้นมาเอง

“นี่ต้องเหนื่อยตั้งขนาดนั้นถึงได้เป็นลม แอมไพร์ต้องเหนื่อยแบบนี้หลายรอบสินะเขาถึงเป็นลมตั้งหลายรอบ”อยู่ๆไอโรก็พูดขึ้นมาเรียบๆเรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากเบลได้เป็นอย่างดี

“ขำอะไร!

“เปล๊า...ข้าแค่คิดว่าบางทีเจ้าก็ดูใสซื่อและไม่รู้เรื่องแอมไพร์บ้างเหมือนกัน”

“หมายความว่าไง?”

เบลหรี่ตาก่อนเริ่มเปิดปากเล่า“แอมไพร์...เป็นลูกครึ่ง ร่างกายเขาเลยไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่มาตั้งแต่เด็ก พอเครียดมากๆหรือฝืนตัวเองนิดหน่อยก็เป็นลมแล้ว แบบนั้นพวกข้าถึงเลี้ยงเขาเหมือนไข่ในหิน และก็เป็นสาเหตุที่แอมไพร์ชวนข้าหนีออกจากบ้านเมื่อสี่ปีก่อน...วันที่เจอกับเจ้า”

“ตอนนั้นเจ้าดูน่ารักกว่านี้”ไอโรโพลงขึ้น

“ตอนนี้ก็น่ารัก”

“ใครบอกเจ้ากัน”

“ข้าบอกตัวเอง”

“แหวะ...หลงตัวเองว่ะ”

“นั่นติดมาจากเจ้า”

ไอโรร้องเหอะก่อนหันไปย่นจมูกใส่อีกฝ่ายอีกรอบ เบลส่ายหัวเหมือนไม่ใส่ใจก่อนจะมองไปยังกองเอกสารที่วางอยู่

“แอมไพร์เขาคาดหวังกับเจ้ามาก...ดูเขาใส่ใจเจ้าเป็นพิเศษ...ให้ความสำคัญมากกว่าคนอื่นๆที่เขารู้จัก เด็กนั่นไม่รู้จักคำว่าใส่ใจเพิ่งมาเข้าใจก็ตอนที่เจอกับเจ้า”

ไอโรเงยหน้ามองคนที่กำลังพูดเรื่อยๆอย่างไม่รีบร้อน ไม่ระบุว่าพูดกับเขาแต่ทั้งห้องก็มีกันอยู่แค่สองคนเท่านั้น

 “เขารัก คาดหวัง และถูกใจเจ้ามาจนแทบจะหลง เพียงแต่ในฐานะเพื่อนเท่านั้น แววตายามเขามองเจ้าเหมือนเขาเห็นดวงอาทิตย์ของตนเอง เหมือนได้ของที่เขาไม่คิดว่าจะพบเจออีกแล้วมาไว้ในครอบครอง เพราะแบบนั้นไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่มีทางปล่อยเจ้าไป เด็กคนนั้นผูกพันธ์กับเจ้ามากเกินไป”

“เจ้ากำลังจะบอกอะไรข้าเบล?”

“ถ้าเจ้า...อยากจะให้แอมไพร์ยิ้มให้เจ้าอยู่...”เบลหยุดพูดก่อนเสนัยน์ตาที่ฉายความจริงจังออกมามองไปยังร่างบนเตียง“...หยุดเรื่องที่เจ้ากำลังอยากรู้เถอะไอโร แอมไพร์ไม่อยากทำร้ายเจ้า ข้าเองก็ด้วย”เบลว่าก่อนหลุบตาลงมอต่ำ พึมพำเสียงแผ่วกับตนเอง

“ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น”

...ไม่มีใครอยากทำรายเจ้าสักนิดไอโร ถ้าเลือกได้ข้าอยากให้แอมไพร์เป็นใครสักคนที่ไม่ใช่น้องของข้า ให้เขาพบเจอกับเจ้าในฐานะที่ดีกว่านี้ ให้เขาสามารถให้ความสำคัญกับเจ้าได้มากเท่ากับที่เจ้ามอบให้เขา....

กลับมาแล้วครัซซซซซซซซซซซซซซซ นอนตี4ตื่น6โมงเช้าครึ่ง ถถถถถ คิดว่าง่วงมั๊ยครับ5555 ค่ายนี้สนุกดี อยากให้มีแฟนคลับอยู่ค่ายนี้บ้าง เพระาผมเด่นมากสำหรับค่ายนี้ อย่างรั่ว5555 ตอนนี้ก็เดี๋ยวรู้เลยว่ายังไง 
ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับเม้นครับ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #1026 Bloody_Mary (@bloody-marry) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 เมษายน 2559 / 19:29
    ระหว่างไอกับแอม.....ใครซึนกว่ากัน?
    #1026
    0
  2. #881 w-rabbit (@nene-zero) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มีนาคม 2558 / 21:08
    หนุกมากค่ะ
    #881
    0
  3. #874 Choco'l Pis (@nekoy) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มีนาคม 2558 / 17:25
    เขิน
    #874
    0
  4. #547 Nunal (@nunal) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2557 / 17:32
    ไอจัง...เคะน้อย 
    #547
    0
  5. #415 ✿elleeetc•♪™ (@Kinnawong) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 เมษายน 2557 / 01:09
    แหม่ะ มีการแอบมาหากันด้วยย
    #415
    0
  6. #346 มิ้งกิจัง (@chanapa-nako) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 เมษายน 2557 / 13:37
    ไอโรน่ารักแบบซึนๆ
    #346
    0
  7. #300 Blue Rose (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 เมษายน 2557 / 23:42
    คำพุดเป้นนัยๆยิ่งนานไปยิ่งเยอะขึ้น อ้ากกก >< อยากกกรุ้ความจริ้งงงงงง สงสัยๆๆ ตื่นเต้นด้วยอ่ะ ไรท์มาต่อเร้วๆน้าา ไรโอเคะอ่าาาา กริ้ดด >\\< า
    #300
    0
  8. วันที่ 3 เมษายน 2557 / 15:07
    เคะตัวน้อยๆ~
    #299
    0
  9. #297 Butterfly in love (@honey-blacklist) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 เมษายน 2557 / 01:44
    ไอโรเป็นเคะหรอ แง T^T จิ้นไอโร แอมไพร์ตั้งนาน # อ่าวผิดคู่ 
    #297
    0
  10. #295 luz-ifer (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 เมษายน 2557 / 20:46
    ไอโร รุสึกว่าตอนนี้นายเมะไม่ขึ้นแล้วล่ะ 555
    #295
    0
  11. #294 _Silver_ (@tarusung) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 เมษายน 2557 / 20:32
    สู้ๆนะค่ะ อิอิอิ
    #294
    0
  12. #293 Karamail (@ciella04562) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 เมษายน 2557 / 18:12
    100% เต็มมมม
    #293
    0
  13. วันที่ 1 เมษายน 2557 / 14:51
    ไอโร เมะไม่ขึ้นแล้วลูกเอ้ย! 555555
    #291
    0
  14. #290 _Silver_ (@tarusung) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 มีนาคม 2557 / 20:33
    ไอโรเจ้าเมะไม่ขึ้นแล้วละ 555+
    #290
    0
  15. วันที่ 31 มีนาคม 2557 / 16:08
    ไอโรเคะ ฟีเอสนี่.....อาจจะเป็นเมะให้ไอโรก็ได้แฮะ ฟีไอ ฟีไอ(โดนตรบ)
    มาต่อไวๆนะค่ะ^^
    #289
    0
  16. #288 parn ™🍭🎈 (@drakprincess) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 มีนาคม 2557 / 10:57
    ไอโรเป็นเมะไม่ได้หรอก -W-

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 31 มีนาคม 2557 / 10:57
    #288
    0
  17. #287 guinw55 (@guinw55) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มีนาคม 2557 / 21:28
    ไอโรไปทำไรเมืองนั้น...ตามหาว่าที่สะมีเหรอ??
    แหม่...มีแต่คนเชียร์ไห้ไอโรเป็นเคะแฮะ
    #287
    0