Knight Vs Queen! ศึกปราบเกรียน[อัศวินแด่ราชินี]

  • 96% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 35,037 Views

  • 1,107 Comments

  • 1,802 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    25

    Overall
    35,037

ตอนที่ 26 : 19th Round::Believe in <rewrite>

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1403
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    29 มี.ค. 58

19th Round

Believe in

แต่ว่าฉัน..ยังศัทธราใน..??

“นึกไม่ถึงเลยนะคะว่าจะมีนักบวชหญิงเดินทางมายังหมู่บ้านของเรา”

เสียงหญิงวัยกลางคนเอ่ยออกมาอย่างดีใจ  เธอมองนักบวชสาวด้วยความยินดี ร่างระหงส์บนหลังม้าและผู้ติดตามหนุ่มหน้าตาดีทำให้เป็นจุดสนใจของคนในหมู่บ้าน

“ท่านอย่าพูดเหมือนหมู่บ้านท่านไม่ดีเช่นนั้นเลย”เสียงหวานเอ่ยกล่าวกับหญิงวัยกลางคนอย่างสุภาพ

“อีกไม่นานจะมีพิธีกราบไหว้ฟ้าฝน หากจะรบกวนท่านนักบวชหญิงช่วยได้หรือไม่”

“เรื่องนั้น...”

“ได้เสมอ”

ผู้ติดตามหนุ่มเหล่มองคนบนหลังม้าด้วยแววตาทีอ่านไม่ออกก่อนจะเบนกลับมาแล้วส่ายหัวเบาๆ การกระทำนั้นไม่ได้อยู่ในสายตาของชาวบ้านเลยแม้แต่น้อยเพราะทุกคนกำลังให้ความสนใจกับนักบวชหญิงสาว..ล่ะมั้ง เพียงไม่นานนักที่พักก็ถูกจัดขึ้นเพื่อให้นักบวชหญิงและผู้ติดตามเข้าพัก แม้จะมีห้องเดียวแต่ทั้งสองก็ไม่ได้ขัดอะไรสักนิด เพราะเข้าใจว่าหมู่บ้านเล็กๆย่อมไม่มีหลายสิ่งหลายอย่างเพียงพอ...ทั้งๆที่เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ใกล้เมือวงหลวงแท้ๆ...

“ฮ่าห์~ในที่สุดข้าก็ได้พักสักที”

แอมไพร์ทิ้งร่างทั้งร่างลงบนฟูหนุ่มๆทีชาวบ้านเตรียมให้ เลโอเสสายตามองก่อนจะถอดรองเท้าร่างบางออก แอมไพร์เท้าแขนขึ้นมามองก่อนยิ้มร่าแล้วหัวเราะชอบใจ เลโอส่ายหัวเบาๆ องค์ราชินีดูมีความสุขมากไปแล้ว

“แล้วเรื่องเต้นรำในพิธีกราบไหว้ฟ้าฝนท่านจะทำยังไง?”

อัศวินนภาถามออกมพาร้อมทั้งถอดเสื้อนอกตนเองไปแขวนไว้ แอมไพร์ลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิก่อนจะกอดอกเอียงคอคล้ายใช้ความคิด

“ข้าก็ไม่ได้เต้นรำมานานแล้วสิ”

“ท่านเคยทำเรื่องพวกนี้ด้วยงั้นหรอครับ?”เลโอเลิกคิ้ว ไม่คิดว่าแอมไพร์จะเคยทำอะไรที่ค่อนข้างยากแบบนั้น

“อ่าฮ่า! เคยสิ ปกติเต้นทุกปีนั่นแหละแต่ก่อนเต้นก็ซ้อมก่อนตั้งเป็นอาทิตย์ แถมข้ายังถนัดเต้นเป็นคู่ด้วย”

“....นั่นท่านกำลังจะหมายความว่า...”

“ไปซ้อมกันเถอะเลโอ!

“ไม่ครับ เรายังต้องตามเบาะแสเรื่องเทพลักซ่อนอีก”

เลโอปฏิเสธทันควัน เรื่องอะไรเขาจะต้องไปทำเรื่องไร้สาระที่ร่างบางรับปากไว้ตัว ทั้งๆที่ตัวเขาจะบอกปฏิเสะแต่แอมไพร์กับแย้งขึ้นว่าจะทำ ใครพูดก็รับไปก็แลวกัน เลโอคิด แอมไพร์มองหน้าเลโอแล้วส่ายหัวเบาๆ

“เราจำเป็นต้องสร้างความเชื่อใจจากคนในหมู่บ้าน ถ้าเจ้าทำตัวแปลกแยกชาวบ้านจะรู้สึกไม่ชอบใจ”

“การไม่เต้นรำในพิธีกราบไหว้ฟ้าฝนข้าไม่เห็นว่าจะแปลกแยกตรงไหน”เลโอแย้ง

“เจ้าคิดถึงสายตาพราวระยิบอย่างมีความหวังของทุกคนยามที่เราเดินเข้ามาในหมู่บ้านสิ เจ้าจะทำลายความเชื่อใจของเขางั้นเหรอ? นักบวชส่วนใหญ่เองก็มักจะรับกิจที่เป็นการช่วยเหลือคนทั่วไป  แค่เต้นรำเอง การที่เจ้าปฏิเสธนั่นแหละที่เรียกว่าแปลกแยก!

“ข้าไม่สน”อัศวินผมแดงว่าก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง”ข้าจะออกไปหาเบาะแส เพราะข้าอยากกลับบ้านแล้ว”ว่าจบเลโอก็เปิดประตูออกไป

“โอ๊ย! เจ้านี่นิ! จะห่วงบ้านอะไรนักหนานะ!”แอมไพร์ร้องอย่างหงุดหงิดก่อนจะเปิดประตูตามออกไป

ร่างบางเดินต้อยๆตามเลโอที่เดินหน้าบึ้งอยู่ด้านหน้า ก่อนจะเร่งฝีเท้าขึ้นไปเดินเคียงกัน แอมไพร์สอดมือเก็บเอาไว้ในแขนเสื้อตัวโคร่ง เลโอเหล่ตามองหน้าอีกฝ่ายแล้วทำท่าทีไม่สนใจ

“น่าๆ เจ้าอย่าทำแบบนี้สิเลโอ”แอมไพร์เร้าก่อนจะรีบเดินตามเลโอที่เร่งฝีเท้าไป

“ท่านไม่เอาเวลาไปซ้อมเต้นรำล่ะครับ?”

“โถ่ๆ ถ้าเจ้าไม่ชอบข้าไม่ทำอะไรได้”

“ท่านจะไม่ทำหรอครับ? ไม่ทำลายความเขื่อใจของชาวบ้านแย่หรอ?”เลโอปลายตามอง

“โถ่ๆเจ้าคนบ้า ขี้ประชดที่สุด เจ้าอย่าทำแบบนี้สิ ถ้าเจ้าไม่ชอบข้าก็จะไม่ทำ”แอมไพร์ดึงแขนเสืออีกฝ่ายแล้วส่งสายตาวิ๊งวั๊บให้ คราดหวังว่าอีกฝ่ายจะเห็นใจเขาบ้าง

“ท่านเห็นแต่ความสนุกของตน เรื่องงานข้าทำเองก็ได้”

“เลโอคนโง่! เลิกประชดข้าเถอะน่า อย่ามาชวนทะเลาะสิ!”องค์ราชินีว่าแล้วทำปากยื่น ทำไมเลโอถึงได้งี่เง่าขึ้นมาขนาดนี้นะ สงสัยจะนอนมากไป

“ท่านนักบวชหญิงกับท่านผู้ติดตาม มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่าครับ?”

เด็กหนุ่มที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกับแอมไพร์เดินเข้ามาถาม แอมไพร์เบนสายตาอย่างหหน่ายๆเมื่อโดนขัดจังหวะไปยังเด็กหนุ่มผมทองที่ยิ้มร่าอยู่ตรงหน้า

“ไม่มี...”

“จริงสิครับ! พวกท่านยังไมได้ทานข้าวสินะ สนใจไปทานอาหารที่โบสถ์ไหมครับ?”เด็กหนุ่มยื่นข้อเสนอ ซึ่งมันก็ค่อนข้างได้ผล

“ข้าว...จริงสิเลโอ เจ้ายังไมได้กินข้าวนี่นา ถึงว่าหงุดหงิดเชียว”

“นั่นไม่ได้เกี่ยวเลยครับ”

“เจ้าจะบอกว่าเพราะข้างั้นสิ”

แอมไพร์ยิ้มขำภายใต้ผ้าปิดปากผืนบ้าง เลโอเสสายตามองอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะเบนไปหาเด็กหนุ่มตรงหน้าที่ยังคงยืนยิ้มไม่เลิก มองเผินๆดูเหมือนไอโรดีเหมือนกันแหะ

“นำทางไปสิครับ”เลโอกล่าว

“ครับ!

อีกฝ่ายรับแล้วยิ้มร่าเดินนำไป ระหว่างทางก็เปิดปากเล่าเรื่องของหมู่บ้านของตนไม่หยุดปาก แอมไพร์ฟังบ้างไม่ฟังบ้างแต่เลโอกลับเก็บทุกคำพุดใส่สมอง แม้แต่ประเด็นเล็กๆน้อยๆเลโอก็ไม่ยอมพลาดแน่ เด็กหนุ่มตรงหน้าที่แนะนำตัวว่าชื่อ”วิลเลี่ยม”เล่าเรื่องพิธีกราบไหว้ฟ้าฝนของหมู่บ้านตนว่าเป็นที่ขึ้นชื่อมาก ทุกปีจะมีพีธีนี้ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ตามกำลังที่หมู่บ้านมีในปีนั้นๆ ในงานจะมีทั้งเครื่องดื่ม อาหาร ของคาวหวานที่คนในหมู่บ้านเอามาแบ่งปันกันกิน จุดสำคัญคือพิธีกราบไหว้ที่ต้องมีนักบวชหญิงเต้นรำเพื่อบวงสรวง ซึ่งชาวบ้านกำลังเดือดร้อนเพราะนักบวชหญิงหนึ่งเดียวในหมู่บ้านเพิ่งหายตัวไปเมื่ออาทิตย์ก่อน การปรากฏตัวของแอมไพร์จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดี

“หายตัวไปงั้นหรอครับ?”เลโอถามย้ำ แอมไพร์ที่ไม่ได้ตั้งใจฟังแต่แรกจึงเบี่ยงหน้ากลับมามองที่วิลเลี่ยม

เด็กหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะเอ่ยเล่า”พี่อันนาเป็นนักบวชหญิงคนเดียวของหมู่บ้านเรามาตั้งแต่สิบขวบและก็เต้นรำบวงสรวงมาสิบปีติดต่อกันแล้ว แต่อยู่ๆเมื่ออาทิตย์ก่อนพี่อันนาก็หายไปจากบ้าน พวกเราออกตามหาแล้วก็ไม่เจอ...”

“...เทพลักซ่อนหรือเปล่า?”แอมไพร์กระซิบถามเลโอ อัศวินหนุ่มหันไปหาก่อนจะส่ายหัวเบาๆเพราะยังไม่แน่ใจ

“นอกจากท่านอันนาแล้วยังมีใครหายไปอีกหรือเปล่าครับ?”อัศวินหนุ่มเปิดปากถาม

“ไม่มีหรอก...มีแต่พี่อันนาที่หายไป แต่หมู่บ้านข้างๆมีข่าวแว่วมาว่ามีเด็กหายไปเยอะเหมือนกัน ท่านบิชอบเลยบอกให้ข้าระวังตัวบ้าง แต่ข้าไม่เด็กแล้ว! ข้าโตแล้ว!

เลโอมองหน้าวิลเลี่ยมก่อนจะเบนไปมองแอมไพร์”นิสัยคล้ายคนแถวนี้เลยนะครับ”

“เลโอ...”แอมไพร์กดเสียง

“หรือนี้จะเป็นลูกลับๆของท่านกับไอโรกันล่ะครับ”

“เจ้าก็รู้ว่าข้ามีลูกไม่ได้เจ้าบ้านี่!”แอมไพร์ตวาดอย่างไม่ชอบใจ

“มีลูกไมได้...??”

เหมือนทั้งคู่จะลืมไปว่าวิลเลี่ยมยังอยู่ตรงนั้น เด็กหนุ่มหันมามองหน้าแอมไพร์กับเลโออย่างสงสัย

“อ่ะ...เอ่อ...”

“ก็เป็นนักบวช จะไปมีครอบครัวได้ยังไงล่ะครับ”

เพราะแอมไพร์เอาแต่อ้ำๆอึ้งๆ เลโอเลยจัดการตอบให้เสร็จสับ รู้สึกขอบคุณสมองอันชาญฉลาดของเลโอที่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างทันท่วงที และดูเหมือนเด็กหนุ่มผมทองจะเชื่อด้วยเพราะเอาแต่พึมพำ นั่นสินะๆ ไม่เลิก แอมไพร์ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะเขม่นสายตาใส่เลโอที่ทำเขาหลุดพูดออกไป

“ถึงแล้วล่ะครับ”วิลเลี่ยมว่า

สถานที่ตรงหน้าคือโบสถ์สูงสีขาวที่ดูงดงาม ที่หน้าต่างมีกระจกสีที่ตัดแต่งเป็นเรื่องราวอยู่ทุกบาน แอมไพร์มองภาพนั้นทึ่งๆ มันเป็นความสวยงามที่เขาไม่เคยค้นพบ ร่างบางมองประตูบานใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า บนบานประตูมีลวดรายสลักสวยงามที่คุ้นตาจนเขาเองยังแปลกใจ มือเรียวยกขึ้นลูบมันเบาๆ

“ชอบหรอครับ?”

“อ๊ะ! เออ...ก็ใช่”

วิลเลี่ยมยิ้มเมื่อแอมไพร์ตอบกลับมาในเชิงบวก นัยน์ตาสีฟ้าเหมือนลูกแก้วใสมองที่ลายลสักบนบานประตูแล้วยิ้ม

“มีคนสำคัญออกแบบไว้ให้นะครับ ทุกคนในหมู่บ้านบอกแบบนั้น”

“คนสำคัญ?”

“ครับ คนที่เขาไม่อยู่กับเราแล้ว เข้าไปข้างในกันเถอะครับ ท่านบิชอบน่าจะอยู่ด้านในด้วย จะได้ทำความรู้จักกันไว้ ไหนๆก็นักบวชเหมือนกัน”

แอมไพร์พยักหน้ารับก่อนจะดึงแขนเสื้อเลโอเพื่อให้อีกฝ่ายตามมา ร่างบางเดินตามวิลเลี่ยมไปอย่างเชื่องช้า สายตามองสอดส่ายดูศิลปะกระจกสีบนหน้าต่างที่เล่าเรื่องราวที่เขาไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ ภาพปีศาจตัวใหญ่ หญิงงาม เทวดา นั่นล้วนแต่ถูกถ่ายทอดบนประจกสีทั้งสิ้น

“ท่านบิชอบคร้าบ~ ข้าพาแขกมาด้วยแหละ”

วิลเลี่ยมพูดเสียงร่าก่อนวิ่งเข้าไปหาชายร่างสูงในชุดนักบวชสีขาว

“งั้นเหรอ ดีจังนะ”อีกฝ่ายหันพูดกับวิลลเลี่ยมก่อนจะหันมาหาแอมไพร์และเลโอ

ใบหน้าอ่อนเยาว์เดาอายุไม่ได้กำลังยิ้มอ่อนโยนสมเป็นบิชอบให้กับทั้งคู่ นัยน์ตาสีเขียวมรกตสวยรับกับเส้นผมสีแดงเข้ม และแว่นสายตาสีดำกรอบเหลี่ยมที่อยู่บนใบหน้า บิชอบหนุ่มเดินเข้ามาหาแอมไพร์ด้วยท่าทีเป็นมิตร...ก่อนจะสะดุดล้มหน้าทิ่มแล้วรีบลุกขึ้นมา

“ท่านนักบวชหญิงสินะครับ”บิชอบยื่นมือให้แอมไพร์หลังจากบัดเนื้อบัดตัวเสร็จแล้ว

“อ่ะ..เอ่อ..ค่ะ”ร่างบางมองมือนั้นอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะยอมส่งมือไปจับตอบ

“ข้าชื่ออัลลาเต้ เป็นบิชอบของโบถส์นี้ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”บิชอบอัลลาเต้ส่งมือให้กับเลโอบ้าง ซึ่งเลโอก็ยอมจับแต่โดนดีแม้สายตาจะมองอย่างไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ก็ตาม

“จริงสิ! ทั้งคู่ยังไม่ได้ทานข้าวเลยครับ วันนี้ท่านบิชอบมีอะไรให้ทานบ้าง!”วิลเลี่ยมร้องขัดขึ้น เด็กหนุ่มเดินไปดึงแขนเสื้อของบิชอบหนุ่มราวกับเป็นเด็กน้อย

“มีไก่งวงกับสลัดผัก แล้วก็พายสับปะรดอยู่ในครัว เจ้าไปเอามาให้แขกของเราสิ”อัลลาเต้บอกพร้อมลูบหัววิลเลี่ยมเบาๆ

“ครับ!

เด็กหนุ่มขานรับก่อนจะวิ่งหายเข้าไปด้านหลัง บิชอบหนุ่มมองตามก่อนหันกลับมาหาแอมไพร์และเลโอที่อยู่ตรงหน้า

“เขาค่อยข้างร่าเริงและพลังงานเยอะเกินไป ถ้าเขาทำให้พวกท่านรำคาญก็ขออภัยด้วย วิลเลี่ยมเป็นเด็กกำพร้าเขาจึงทำตัวให้คนอื่นสนใจเขาเสมอ”

“เหมือนคนแถวนี้จริงๆด้วย”เลโอพึมพำแต่แอมไพร์ไม่ได้สนใจ ร่างบางมองไปยังกระจกสีต่างๆ

“สนใจหรอครับ?”อัลลาเต้ถาม

แอมไพร์เบนสายตากลับมาจ้องครตรงหน้า นัยน์ตาสีม่วงจ้องบิชอบหนุ่มราวกับจะล้วงลึกลงไปถึงก้นบึ้งหัวใจ

“ค่ะ...มันสื่อถึงอะไรหรอคะ?”

ร่าบบางตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบผิดวิสัย เลโอรู้สึกถึงความผิดปกติแต่กลับไม่พูดอะไรออกมา การที่แอมไพร์จะต่างจากปกติมันย่อมมีที่มาและเหตุผล

“เมื่อคราวที่ชาวบ้านกำลังบวงสรวงองค์สวรรค์ชั้นฟ้า ด้วยสตรีรูปงามหาอื่นใดเปรียบ ปีศาจร้ายที่แปลงกายเป็นมนุษย์ปะปนได้เข้ามาทำลายพิธีและชิงนางไป ชาวบ้านเศร้าโศกเสียใจที่นางผู้เป็นที่รักจากไปด้วยน้ำมือปีศาจ...”

แอมไพร์ไล่สายตามองภาพที่ละภาพ ตั้งแต่ภาพของหญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าไม้กลางเขนขนาดใหญ่ ภาพเทวดาที่ยื่นมือลงมาหา ภาพชาวบ้านที่มองด้วยน้ำตานองหน้า ภาพมนุษย์ที่มีปีศาจออกมาจากร่าง ภาพปีศาจที่นำร่างหญิงสาวไป และสุดท้ายคือภาพหญิงสาวที่ร้องไห้เสียใจ ร่างบางเบนสายตากลับมายังคนตรงหน้าแล้วเอ่ยถาม

“ท่านกำลังจะบอกว่าหากหญิงสาวจากไปด้วยน้ำมือขององค์สวรรค์ชั้นฟ้าชาวบ้านจะยินดีงั้นเหรอ?”

“ท่านแอมไพร์...”

“ถ้านางเป็นที่รักของชาวบ้านจริง ไม่ว่าจะถูกพรากไปด้วยบุคคลใดชาวบ้านย่อมเสียใจด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น แต่หากไม่เสียใจ...นั่นแปลว่าไมได้มีใครรักนางจริงสักคน บางทีการจากไปอาจจะทำให้นางเจอกับคนที่รักนางจริงก็ได้”

เลโอมองแอมไพร์เรียบๆ เรื่องราวที่ถูกเล่าออกมาเหมือนเรื่องที่เขากับร่างบางถกกันเมื่อตอนอยู่อาร์ตเธ แล้วครั้งนี้ปฏิกิริยาของร่างบางก็เหมือเดิม ต่อต้าน ไร้ศรัทธา ไร้ซึ่งความเชื่อในสิ่งที่ออกมาจากปากมนุษย์ด้วยกัน ราวกับมองว่านั่นคือคำลวงทั้งหมดทั้งมวล

“ข้าก็ไม่รู้สิครับ”บิชอบหนุ่มยิ้มหลังจากเงียบไปนาน

“กับข้าวมาแล้วครับ...อ่ะอ้าว ท่านนักบวชหญิง ท่านจะไปไหนน่ะครับ?”

เด็กหนุมผมทองร้องทักเมื่ออยู่ๆแอมไพร์ก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ร่างบางหันมามองเลโอพร้อมออกคำสั่ง

“เจ้าอยู่ทานข้าวไปเถอะเลโอ ข้าจะไปฝึกเต้นรำ”

ดูเหมือนนั่นจะเป็นข้ออ้างเสียมากกว่า อัศวินหนุ่มดูดก็รู้เพียงแต่ไม่อยากทำลายน้ำใจของวิลเลี่ยมที่อุตส่าห์พาพวกเขามาด้วย นัยน์ตาสีเทามองส่งแอมไพร์ไปด้วยความห่วงแต่ก็ไม่อาจะละออกจากมื้ออาหารที่เด็กหนุ่มผมทองตั้งใจเอามาให้ได้

แอมไพร์เดินออกมาจากโบถส์ด้วยความหงุดหงิด ไอโรส่งเขามาได้ถูกที่มาก ส่งมาราวกับรู้ว่าเขาเกลียดตำนานพวกนี้เลยส่งมาถึงต้นตำหรับตำนานเลยทีเดียว น่ารักที่สุด! พี่สะใภ้ข้า! แอมไพร์หมุนข้อมือไปมาอย่างหัวเสีย ก่อนจะเดินออกไปจากบริเวรโบสถ์ ทว่าบางสิ่งบางอย่างกลับดึงให้เขาอยู่ต่อ

“งี่ๆ ปุงี่ๆ”

“เจ้าปุงิ?”

แอมไพร์ร้องเรียกเจ้าปีศาจเยลลี่ที่ซ่อนอยู่ในชุดเขาตั้งแต่เข้าหมู่บ้านมา  ปีศาจเยลลี่สีม่วงร้องเรียกแอมไพร์ก่อนจะกระโดดดึ๋งๆกลับเข้าไปยังบริเวณโบสถ์ แอมไพร์มองมันอย่างใม่ชอบใจก่อนจะเดินตามไปพลางส่งเสียงเรีกย

“ปุงิ! เจ้ากลับมานี่นะ! ฟังข้าบ้างสิเจ้าบ้า!

นอกจากจะไม่ฟังแล้วมันยังสลับตัวกับอัลชิลิตส์แล้วเดินกุบกับตรงไปยังด้านข้างของโบถส์ มันเดินไปยังส่วนที่มองดูราวห้องเก็บของที่สร้างแยกออกมาจากตัวโบสถ์ก่อนจะเอาหัวดุนประตูที่ปิดไม่สนิทเบาๆ แอมไพร์เดินเข้าไปหามันแล้วลูบหัวมันช้าๆ

“ในที่สุดเจ้าก็หยุด มีอะไรอยู่ข้างในงั้นเหรอ?”

องค์ราชินีร้องถามก่อนจะรีบเก็บม้าหนุ่มกลับที่ไปพร้อมทั้งเอาเจ้าปุงิเข้าไปซ่อนในเสื้อตามเดิม มือเรียวบางผลักประตูไม้หนักตกหน้าเข้าไปนิดหน่อย ภายในมือสนิทราวกับไม่ใช่กลางวัน ขาเรียวก้าวเข้าไปด้านในอย่างเชื่องช้า

หมับ!

!!

แอมไพร์สะดุ้งก่อนหันควับไปมองเจ้าของมือที่มาจับไหล่เขา เพียงเห็นหน้าเจ้าของมือแอมไพร์ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“เลโอ...เจ้าทำข้าตกใจ”

“ท่านกำลังจะทำอะไรครับ จะเข้าไปในนี้ทำไม?”อัศวินผมแดงถามอย่างสงสัย

“อยู่ๆเจ้าปุงิกับอัลชิลิตส์ก็นำข้ามา เลยคิดว่าข้างในน่าจะมีอะไร”

เลโอขมวดคิ้วพลางเพิ่งมองเข้าไปด้านในที่มืดสนิท เขาไมได้สามารถจับเค้าความรู้สึกของสิ่งที่อยู่ข้างในได้ ร่างสูงดันแอมไพร์ออกมาจากหน้าประตูก่อนจะเป็นคนสาวเท้าเข้าไปเสียเอง

“อ๊ะๆๆๆ อย่าเข้าไปนะครับ”

“บิชอบอัลลาเต้”

แอมไพร์เลิกคิ้วทันทีที่อีกฝ่ายวิ่งเข้ามาห้ามปราม บิชอบหนุ่มสะดุดขาตนเองล้มก่อนจะลุกขึ้นลูบหัวตนเองปอยๆแล้วเดินต่อเพื่อเข้าไปปรามทั้งคู่

แก่ก!

“อ่ะ..เอ๋!! แว่นข้า”บิชอบหนุ่มร้องเมื่อเห็นรางๆว่าที่ตนเหยียบอยู่คือแว่นสายตาของตน

องค์ราชินีหันไปมองหน้าอัศวินของตนแล้วถอนหายใจก่อนจะเดินเข้าไปหาอัลเลาเต้ มือเรียวยกขึ้นลากผ่านแว่นตาที่แหลกละเอียด เจ้าแว่นเคราะห์ร้ายแยกร่างกระจัดกระจายกลับคือสู่สภาพก่อนหน้า องค์ราชินีหยิบมันขึ้มาแล้วส่งคือให้แก่บิชอบผมแดง

“ของท่าน”

“ขอบคุณครับ ท่านเก่งจัง”อัลลาเต้ยิ้ม

“เพื่อตอบแทนเรื่องแว่น บอกหน่อยว่าทำไมข้าเข้าไปด้านในนั้นไม่ได้”แอมไพร์ถามพลางยกนิ้วโป้งชี้ข้ามไหล่ไปยังห้องเก็บของ

“อ๋อ...ในนั้นรกมาก ฝุ่นก็เยอะเพราะไม่ได้ใช้งานมาหลายสิบปี แถมยังมีพวกสัตว์มีพิษอยู่ด้วย รอบก่อนที่พยายามจะเข้าไปทำความสะอาดก็ถูกงูกัดไปรอบหนึ่งน่ะครับ ถ้าท่านเข้าไปแล้วป่วยล่ะก็ข้าต้องโดนพวกชาวบ้านดุแน่ๆ”บิชอบอัลลาเต้อธิบาย

“งั้นหรอ...”แอมไพร์พยายามทำเหมือนเชื่อก่อนจะลุกขึ้นเดินกลับไปหาเลโอ

“เรากลับกันเถอะ ข้าว่าจะซ้อมเต้นรำเจ้าก็เต้นคู่กับข้าซะ”

“ไม่ว่ายังไงท่านก็จะแกล้งข้าให้ไดใช่ไหมครับ?”

“น่าๆ”แอมไพร์ร้อง”ข้าไปก่อนนะท่านบิชอบ แล้วเจอกันวันพิธีกราบไหว้ฟ้าฝน”

“ครับ แล้วเจอกัน”

ร่างบางยิ้มให้อัลลาเต้แล้วเดินออกมาพร้อมกับเลโอ นัยน์ตาสีม่วงที่ฉายแววเป็นมิตรถูกเก็บไปในทันที่พ้นเขตโบสถ์ มือเรียวยกขึ้นลูบคางอย่างครุ่นคิด อัศวินนภาเสตามองอย่างสงสัย เกิดอะไรขึ้นกับองค์ราชินีจอมป่วน ทำไมอยู่ๆถึงได้ทำท่าทีจริงจังแบบนั้นออกมา

“ได้เบาะแสอะไรงั้นหรอครับ?”

“เบาะแส...หรือเปล่าก็ไม่รู้สิ”แอมไพร์เบนสายตาขึ้นมองเลโอก่อนจะหลุบลงมองพื้น

“บิชอบคนนั้นแปลกๆ...แปลกเกินไป”

“ยังไงครับ?”เลโอเลิกคิ้ว”ถึงสายตาที่มองท่านมันจะกรุ้มกริ่มแต่นั่นก็ไม่แปลกสำหรับการเจอสาวสวยๆ”

“นั่นไม่ใช่ประเด็นเสียหน่อยเลโอ นี่เจ้ามองไปถึงนั่นเลยเหรอ?”

แอมไพร์ว่าพลางขมวดคิ้ว ไอ้สายตากรุ้มกริ่มนั้นเลโอคิดไปเองคนเดียวมากกว่า บิชอบอัลลาเต้ไมได้กรุ้มกริ่มใส่เขาแค่ดูเหมือนจะสนใจนิดหน่อย แต่บิชอบเป็นนักบวชที่เคร่งมากดูจากการใส่ชุดนักบวชเรียบร้อยเต็มยศทั้งๆที่อากาศร้อนเพราะฝนใกล้จะตกนี่

“แล้วท่านมองจุดไหนล่ะครับ?”

“เรื่องนั้น...บิชอบอัลลาเต้ตอนที่ข้าจับมือเขาน่ะ...ข้ารู้สึกว่าแสงสว่างในตัวเขามันแปลกๆ?”

“แสงสว่าง?”เลโองุนงง แอมไพร์กำลังพูดถึงเรื่องอะไรกัน

“ปกติคนเราจะมีแสงสว่างและคยวามมืดอยู่ในตัวอย่างละครึ่ง แต่หมอนี่ไม่ใช่”

“ความมืดมากไปงั้นหรอครับ?”

“ไม่ มันตรงกันข้ามเลย ปกติคนเราจะมีแสงสว่างในร่างกายแค่ยี่สิบห้าถึงเจ็ดสิบห้าเปอร์เซน เพราะไม่ว่ายังไงตราบใดที่ยังเป็นคนก็ต้องมีทั้งสองอย่างอยู่ในตัว เว้นเสียแต่เด็กแรกเกินที่จะมีแสงสว่างสูงสุดถึงเก้าสิบห้าเปอร์เซน”องค์ราชินีอธิบายเรียบๆจนลืมไปเลยว่าตนไม่สมควรจะรู้เรื่องพวกนี้เยอะมากนัก เมื่อรู้สึกถึงสายตาที่มองมาแอมไพร์ก็มองกลับ

“...บาทหลวงที่โบถส์ที่เคยไปช่วยทำงานเขาสอนมาน่ะ..สอนวิธีวัดค่าความสว่างกับความมืดด้วย”แอมไพร์ยิ้มแห้ง

“งั้นหรอครับ...แล้วบิชอบอัลลาเต้มีค่าแสงสว่างขนาดไหนล่ะครับ?”

“มากขนาดไหนหรอ....มากขนาดที่ข้าจับความมืดในตัวไม่ได้เลยเนี่ยสิ”

“ครับ?”

เลโอหันกลับไปมองแอมไพร์ ร่างบางกำลังบอกว่าบิชอบคนนี้บริสุทธิ์มากขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ องค์ราชินีเสสายตามองเลโอก่อนจะเริ่มกอดอกขมวดคิ้ว

“ร้อยเปอร์เซนงั้นหรอ...มันสว่างเกินจะเป็นแค่นักบวชแล้ว สว่างขนาดนั้นก็ต้องเป็น....”

“....ตามนิทานพื้นบ้านบอกว่าเป็นคนที่ถูกตาต้องใจเทพเกินไปก็เลยถูกพาตัวขึ้นไปบนสวรรค์น่ะครับ....”

“...เทพงั้นหรอ???”

ร่างบางสะบัดหน้ามองเลโอด้วยความคิดเดียวที่เริ่มตรงกัน อัศวินผมแดงมองหน้าองค์ราชินีของตนพลางพยักหน้า บางทีเรื่องทั้งหมดอาจจะจบลงเร็วกว่าที่เขาคิดก็เป็นได้

“ยังไงคืนนี้ก็เหมาะสมดี เราค่อยว่ากัน”

 

ท่ามกลางท้องนภายามราตรีที่ผู้คนหลับใหล เงาร่างเพรียวสองร่างทาบผ่านดวงจันทร์เพ็ญสีนวลเหลืองไปมาบนหลังคาบ้านเรือนในหมู่บ้าน แอมไพร์เร้นกายไปในความมืดก่อนยืนมองโบถส์ที่อยู่ใจกลางหมู่บ้านจากหอคอยสูงด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ร่างบางอยู่ในชุดรัดรูปสีดำสนิทพร้อมผ้าปิดปากสีเดียวกัน เส้นผมสีม่วงถูกรวบขึ้นเป็นหางม้า ทางฝั่งอัศวินนภาก็นั่งย่อตัวอยู่บนหลังคาบ้านเรือนที่ใกล้เคียงกัน ใบหน้าคมถูกปิดด้วยผ้าสีน้ำเงินที่โพกปิดทั้งหัวเหลือไว้แค่ไรผมเล็กน้อยกับดวงตาทั้งสองข้าง เลโอต่างจากแอมไพร์ตรงที่ไมได้ใส่ชุดรัดรูปแต่ใส่เพียงเสื้อผ้าธรรมดาที่ซื้อมาจากแหล่งพักที่แล้ว

“เราจะได้เรื่องอะไรไหมครับ?”

“ต้องได้สิ...ในห้องเก็บของนั่นข้ามั่นใจว่ามันไม่ได้มีแค่งูหรือฝุ่นแน่ รีบร้อนจนสะดุดล้มขนาดนั้น”ร่างบางกล่าวพลางยกยิ้ม

“แต่ข้าก็เห็นเขาซุ่มซ่ามเสมอ...”เลโอแย้ง”...วันนี้ทั้งวันเขาสะดุดล้มไปสิบสี่ครั้ง ชนขอบประตูห้าครั้ง แถมยังเกือบตกน้ำด้วยซ้ำไป...”

แอมไพร์ยิ้มเครียด มันจะมีคนสักกี่คนที่ซุ่มซ่ามได้ขนาดนี้บนโลก พระราชินีกำมะลอเดาะลิ้นก่อนจะชี้ไปที่โบสถ์

“ไม่ว่ายังไงก็ต้องลองไปดูก่อน อย่างน้อยๆมันต้องได้เบาะแสอะไรบ้าง แต่ว่าเลโอข้าว่าเจ้าไปสืบดูแถวๆในป่าดีกว่า”

“ทำไมครับ?”

“วิลเลี่ยมบอกว่าเด็กที่หมู่บ้านข้างๆหายไปใช่ไหม ถ้าสมมติว่าคนร้ายคือบิชอบอัลลาเต้จริงนั่นแปลว่าในป่าที่เป็นทางเชื่อมของหมู่บ้านนี้กับหมู่บ้านข้างๆต้องมีเบาะแสอยู่ ฝากด้วยนะ!

ไม่ทันรอฟังคำตอบแอมไพร์ก็พุ่งตัวลงไปจากหอสูงทันที อัศวินนภามองตามแล้วได้แต่ส่ายหัว พ่อคุณเล่นตัดสินใจเองเออเองแบบนี้เขาจะเอาอะไรไปแย้งได้ อีกอย่างเลโอก็ไม่ได้รู้สึกติดใจห้องเก็บของเหมือนที่แอมไพร์เป็น ดังนั้นเขาจะไปดูที่อื่นก็ไม่เลว

องค์ราชินีเร้นตัวกับความมืดตรงไปยังโบสถ์ด้วยความเงียบ ร่างบางแนบตัวกับต้นไม้หน้าโบถส์เพื่อรอรอบมองภายในบริเวณ มือเรียวยกขึ้นลูบตาขวาของตนครู่เดียวภาพที่ร่างบางเห็นก็เปลี่ยนไป บริเวณลานกว้างหน้าโบถส์ซึ่งไร้สิ่งอื่นใดบัดนี้ในสายตาแอมไพร์กลับเต็มไปด้วยวงเวทย์สีต่างๆทอแสงและหมุนวนบ่งบอกสัญญาณการทำงานอยู่ องค์ราชินีเดาะลิ้นอีกรอบก่อนจะเริ่มเพ่งมองเพื่อดูชนิดของวงเวทย์

“เบล...”

“เห๋อ?...”

อีกฝ่ายรับเสียงง่วง ดูท่าจะนอนแล้วแต่ว่ายังอุตส่าห์ตื่นขึ้นมาตอบการติดต่อของน้อง ช่างเป็นพี่ชายดีเด่นเสียจริง

“เวทย์กับดักระฆังแก้ยังไง?”

“ลบตัว’I’ที่อยู่ในมุมสี่มุมตรงกลางออก แล้วก็ตามด้วยทำลายตัวอักษรในวงกลมย่อยที่เรียงกันอยู่รอบวงเวทย์จากซ้ายไปขวา เริ่มจากสิบสองนาฬิกา”

สมเป็นเบล แค่บอกไปว่าเวทย์ตรงหน้าเป็นแบบไหนก็สามารถบอกวิธีแก้ได้ทันที

“แล้วข้าจะรู้ได้ไงว่าวงกลมเล็กไหน แล้วทางไหนคือสิบสองนาฬิกา?”

“รอบนอกสุดจะมีวงกลมสิบสองอันเรียงกันอยู่ในระยะห่างเท่าๆกันและถูกเชื่อมไว้ด้วยเส้น เจ้ามองจากสัญลักษณ์ระฆังแก้วตรงกลาง เจ้าจะรู้ว่าไหนคือสิบสองนาฬิกา”

“โอเค..เจอแล้ว”

แล้วไพร์ร้องเมื่อยามดีดตัวขึ้นไปเหนื่อวงเวทย์ที่ใหญ่ที่สุด ร่างบางปาแท่งเหล็กสีดำที่ถูกเหลาจนปลายแหลมลงไปปักตัว’I’ทั้งสี่ตัว ก่อนจะเริ่มปาไปปักลงที่ตัวอักษรทั้งสิบสองตามที่เบลบอก เพียงครู่เดียวที่เหล็กอแท่งสุดท้ายปักลงดิน เวทย์นั้นก็กระพริบถี่ๆก่อนดับไปพร้อมเวทย์ทั้งหมดในบริเวณ

“ขอบใจมากที่ช่วย เดี๋ยวกลับบ้านเมื่อไหร่จะเลี้ยงไวน์นะ”

อีกฝั่งครางรับในลำตอแล้วเหมือนจะหลับไป แอมไพร์มองซ้ายขวาก่อนจะพุ่งไปเอาหลังแนบต้นไม้อีกต้นที่อยู่หน้าโบสถ์ สายตามองเข้าไปด้านในเพื่อตรวจดูให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอยู่ แสงไฟจากในโบสถ์ดับไปจนหมดตั้งแต่เมื่อตอนสองทุ่ม แอมไพร์มองอยู่ และในตอนนี้ก็ไม่ได้มีใครสวดมนตร์ภาวนาอยู่ทั้งนั้น บิชอบอัลลาเต้อาจจะออกไปลักพาตัวเด็กถ้าเขาคือคนร้าย ส่วนวิลลเลี่ยมคงหลับไปแล้ว

“อย่างนี้ก็แจ๋ว”

แอมไพร์ร้องอย่างลิงโลดก่อนจะรีบพุ่งกายเข้าใกล้ห้องเก็บของเมื่อตอนกลางวัน นัยน์ตาสีม่วงต้องแสงกับดวงจันทร์เหนือหัวเป็นประกายลึกลับ มือเรียวที่สวมถุงมือเปิดนิ้วเอื้อมไปแตะที่บานประตูเบาๆ

ควับ!

เด็กหนุ่มรับรู้ได้ถึงอันตรายที่มาจากด้านหลังร่างบางจึงกลิ้งตัวหลบไปด้านข้าง ตรงบริเวณที่เขาเคยอยู่มีมีดสั้นสองเล่มปักคาอยู่บนพื้น ใบหน้าสวยสะบัดไปยังต้นตอของอาวุธที่ซัดมาด้วยความสงสัย ร่างโปร่งนั่งไคว่ห้างอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ ในมือมีมีดสั้นอีกเล่มถูกโยนขึ้นโยนลงอย่างคุ้นมือ แอมไพร์หรี่ตามองร่างที่พรางกายไม่ต่างจากเขาก่อนกระโดดถอยหลังเมื่อถูกโจมตีอีกครั้ง

“แกเป็นใคร?”

“ทางนี้มากกว่าที่จะควรจะถาม”

แอมไพร์ย้อนคนที่กำลังทิ้งตัวลงมาจากต้นไม้ ร่างบางล้วงเอาแท่งเหล็กแบบเดียวกันกับที่ใช้ทำลายเวทย์ออกมาปาใส่อีกฝ่าย บุคคลปริศนายกมีดสั้นขึ้นตวัดกันอย่างง่ายดาย สิ่งนั้นอยู่ในความคราดคิดของเด็กหนุ่มอยู่แล้ว แอมไพร์ล้วงเอามีดสั้นออกมาเพื่อเตรียมรับมือคนที่กำลังพุ่งเข้ามา

“คิดจะเข้ามาทำอะไรกันแน่!”อีกฝ่ายถามก่อนจะโถมตัวเข้าใส่พร้อมมีดในมือที่ตวัดใส่ใบหน้าของแอมไพร์

“ทางนี้ก็อยากจะรู้เหมือนกัน!”แอมไพร์ตตอบกลับก่อนยกขาขึ้นถีบท้องอีกฝ่าย

ขาเรียวถูกพันธะนาการด้วยมือของอีกฝ่าย แอมไพร์ถูกดึงเข้าไปหาร่างนั้น แต่เด็กหนุ่มก็ตวัดมีดสั้นในมือใส่อีกฝ่ายก่อนที่ตนจะเสียหลัก คู่ต่อสู้กระโดดถอยหลังเพื่อหลบเหมือนแอมไพร์ที่กระโดดออกมาเพราะต้องการตั้งหลัก ร่างบางยิ้มภายใต้ผ้าปิดปากก่อนจะยกปลายมีดขึ้นชี้หน้าอีกฝ่าย

“เก่งนี่”

“เจ้าก็ใช่ย่อย แค่ทำลายเวทย์กับดักระฆังของข้าได้ก็เยี่ยมยอดแล้ว”

“ของเจ้า...”

แอมไพร์ทวน หากว่าเวทย์ระฆังนั่นเป็นของคนตรงหน้าแปลว่าเจ้าคนที่เขาสู้อยู่ก็ย่อมต้องเป็นคนของโบสถ์ นัยน์ตาสีม่วงหรี่ลงมองคนตรงหน้า มันเป็นร่างที่ไม่คุ้นตาสักนิด คู่ต่อสู้ของเขาสูงกว่าวิลเลี่ยมแต่ก็เตี้ยกว่าอัลลาเต้ แปลว่าไม่ใช่ทั้งสองคน แต่ว่าเขาก็ไม่เห็นใครโบสถ์อีกนอกจากสองคนนั้น

“พวกของคนในโบถส์หรอ?”แอมไพร์ว่าอย่างประหลาดใจ ไม่อัลลาเต้ก็วิลเลี่ยมที่ร่างตรงหน้าเป็นพวก

“ไม่จำเป็นต้องตอบ”

อีกฝ่ายว่าก่อนพุ่งตัวเข้าใส่ แอมไพร์ก้มหลบมีดสั้นของอีกฝ่ายก่อนจะวาดขาเตะเท้าอีกฝ่าย ทางนั้นก็มีไหวพริบที่ดีรีบกระโดดขึ้นด้านบนเพื่อหลบหลีก แอมไพร์ยิ้มกริ่มก่อนหมุนตัวศอกใส่อีกฝ่ายเต็มแรง บุคคลปริศนาไม่สามารถหลบการโจมตีของแอมไพร์ได้ มือทั้งสองยกขึ้นกุมท้องตนเองก่อนจะไอโขลก

“เจ็บไหมอ่า~”แอมไพร์ถามเสียงใสพลางยกมือกุมหน้าเหมือนรู้สึกผิด ซึ่งมันยั่วโมโหอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี

เส้นใยสีขาวถูกพ่นใส่ร่างบางแบบไม่ทันตั้งตัว นิ้วทั้งสิบกรีดร่ายในอากาศราวนักเปียโน ใยสีขาวพันรอบร่างแอมไพร์จนมิดหัว เจ้าของใยดึงร่างแอมไพร์เข้ามาใกล้ก่อนจะดันศรีษะของร่างบางเข้าใกล้ตน

“ถ้าขาดอากาศหายใจตายเมื่อไหร่ค่อยเปิดออกก็แล้วกัน”

“คิกคิก

“อะไรน่ะ!

แคว่ก!!!

ปลายมีดสีเงินแทงทะลุดออกมาจากส่วนที่เป็นศรีษะของแอมไพร์เฉี่ยวหน้าบุคคลปริศนาไปนิดหน่อย มีดเล่มบางกรีดเส้นใยให้ขาดออกเป็นสองฝั่งก่อนเผยใบหน้ายิ้มเจ้าเล่ห์ของแอมไพร์ ร่างบางซ่อนเศษใบมีดที่หักเอาไว้ในปากและใช่มันในการตัดเส้นใยออก แอมไพร์พ่นใบมีดใส่หน้าร่างตรงหน้าก่อนจะทำลายเส้นใยสีขาวออกมา

“รสนิยมเห่ยเป็นบ้า คิดจะขังข้าให้หายใจไม่ออกเลยหรอ ร้ายกาจ~”แอมไพร์ร้องก่อนยกยิ้มมือเรียวกระชากผ้าปิดหน้าลงแล้วส่งยิ้มให้อีกฝ่ายอีกครั้ง

“เจ้า...”

“เค้าสวยล่ะสิตัวเอง~”แอมไพร์ทำท่ายิ้มเขินบิดตัวเก็บมือไปด้านหลังก่อนจะคว้าเอาแท่งเหล็กออกมาแล้วซัดใส่อีกฝ่าย

“เจ้าเล่ห์เป็นบ้า!

“ขอบคุณที่ชม”

กริ๋ง... กริ๋ง...

เสียงไม่ทราบที่มาดังขึ้นเบาๆแต่พอให้ทั้งคู่ที่เงียบเพราะดูเชิงกันอยู่ได้ยิน อีกฝ่ายมองหน้าแอมไพร์อย่างเคืองแค้นก่อนจะซัดเวทย์ลมใส่แล้วหายตัวไปในทันที แอมไพร์ลดมือที่กำบังลงแล้วร้องร้องหัวเสีย

“เกือบจะได้ตัวแล้วเชียว...แต่เสียงลูกกระพรวนนั่นมันอะไรน่ะ”

 

ไปเที่ยวสงกรานต์กันมาสนุกไหมค้าบบบบบบ ส่วนตัวผมนั้น...ไม่ได้ไปไหนเลย*ยืด* คือความจริงก็ไม่เล่นน้ำมาปีนี้ปีที่4แล้วครับ(ทำไมดูแก่ๆ- -") คือความจริงร้อนด้วย แล้วก็ขี้เกียจตากแดดอบผิว ส่วนที่ไม่มาอัพนั่น...เพราะว่า....ขี้เกียจครับ*เกิบผู้ใด๋ลอยมา* เห็นหลายคนไม่อยู่เลยหาโอกาสอู้ พรุ่งนี้ผมก็ไปโรงเรียนอีก ไปรับน้องเรียนปรับพื้นฐาน...คือน้องเรียนแล้วพี่เกี่ยวไรแว๊!!!
บ่นไปงั้นแหละครับ อาสาไปเอง ถถถถถ 
ตอนนี้เรื่องนี้ก็ปั่นเข้าใกล้เส้นชัยขึ้นเรื่อยๆแล้วครับ เป็นช่วงที่เหมือนจะจบแต่ยังไม่จบ คลืนลูกนี้ว่าใหญ่แล้ว คลืนอีกลูกใหญ่กว่าอีกครับ หึหึหึ
*ทิ้งคำใบ้ไว้แล้วเผ่นอย่างรวดเร็ว*

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #1029 Bloody_Mary (@bloody-marry) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 เมษายน 2559 / 21:14
    สารภาพนะตอนแรกเราอ่านพิธีกราบไหว้ฟ้าฝนเป็นพิธีกราบไหว้ฟ้าดินล่ะ555+
    #1029
    0
  2. #719 himawari (@yuyu7283) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 กันยายน 2557 / 23:10
    อิเลโอ๊วววววววว 5555555555555555
    #719
    0
  3. #550 Nunal (@nunal) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2557 / 18:11
    เกือบจะรู้เรื่องแล้ว 
    #550
    0
  4. #418 ✿elleeetc•♪™ (@Kinnawong) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 เมษายน 2557 / 01:42
    ใครกัน!!!!??
    #418
    0
  5. #372 I'm not perfec but I'm limited edition (@meennaruto) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 21:51
    เค้าไม่เคยขว้างเกิบใส่ไรต์นะ อย่างมากแค่เผาพริกเผาเกลือ เค้าไม่นิยมความรุนเเรง...พูดเล่น(เเต่คิดจริงนะ) ^__^
    #372
    0
  6. #371 guinw55 (@guinw55) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 21:39
    คนที่แอมไพร์สู้ด้วยเป็นใครกันล่ะเนี่ย...อยู่ดีดีก็โผล่มา
    #371
    0
  7. #370 Karamail (@ciella04562) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 เมษายน 2557 / 01:03
    คคคะค้างงงงงงงงงงงงง O[    ]o //กรีดร้องอย่างโหยหวน
    #370
    0
  8. #369 .•:*´Lenna`*:•. (@koystar) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 เมษายน 2557 / 14:07
    ค ค ค้างงงงงง // กรีดร้อง
    #369
    0
  9. #366 มิ้งกิจัง (@chanapa-nako) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 เมษายน 2557 / 20:33
    โอ้ยค้างมากอยากรู้ที่สุด
    #366
    0
  10. #364 RabBiTaN (@keaw1542542) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 เมษายน 2557 / 02:00
    ค้างมากค่ะ โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮออ
    แต่บิชอปคะ...คือ สะดุดล้มหน้าทิ่มแล้วลุกขึ้นมาใหม่นี่...(?)
    (#ไม่เป็นไรค่ะ ไม่มีใครเห็นๆ(???))
    #364
    0
  11. #362 _Silver_ (@tarusung) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 เมษายน 2557 / 00:31
    แงๆ ทำให้ค้าง แย้วจากปายยยยย  YOY
    #362
    0
  12. วันที่ 17 เมษายน 2557 / 00:29
    ค้างนะไรท์T^Tมาอัพไวๆเลยน้า
    #361
    0