Knight Vs Queen! ศึกปราบเกรียน[อัศวินแด่ราชินี]

  • 96% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 35,035 Views

  • 1,107 Comments

  • 1,802 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    23

    Overall
    35,035

ตอนที่ 28 : 21st Round::Mirage <rewrite>

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1179
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    9 เม.ย. 59

21st Round

Mirage

ภาพลวงหลอกตา...ที่เธอสร้างขึ้นมาให้ฉัน...ตายใจ

 

แอมไพร์หลับอยู่บนเตียงโดยมีเลโอนั่งเฝ้าไม่ห่าง หลังจากที่เห็นรูปวาดรูปนั้นอยู่ๆแอมไพร์ก็ร้องไห้ออกมาอย่างไม่มีเสียง ไม่ฟูมฟาย โวยวายหรืออะไร แต่เป็นการที่น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างและนั่นเป็นการร้องไห้ที่ยาวนานที่สุดที่เลโอเห็นอีกฝ่ายเป็น ถ้าถามเลโอว่าแอมไพร์เป็นคนขี้แยไหม? เขาคงตอบว่าไม่ ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายร้องไห้บ่อยแต่นั่นเพราะมีเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจหรือมีความเครียด...และครั้งนี้ก็อาจจะเช่นกัน

ภาพของร่างบางนั่งเหม่อมองไปยังท้องฟ้าที่มืดสนิทพลางปล่อยให้หยดน้ำตาล่วงลงมาไม่ขาดสาย เลโอเองรู้สึกเหมือนตัวเองไร้ค่าเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย เขาไม่มีทางเข้าใจถ้าแอมไพร์ไม่บอก ไม่ใช่ว่าไม่ถาม เขาถามแล้วแต่คำตอบที่ได้มาจากอีกฝ่ายคือความเงียบที่ดูเหมือนจะไม่มีจุดจบ ท้ายที่สุดแล้วเลโอก็ทำเพียงนั่งอยู่ข้างๆอีกฝ่าย เฝ้ามองน้ำตาที่หลั่งไหลอย่างทำอะไรไม่ได้ จนสุดท้ายแอมไพร์ก็เหนื่อยและหลับไปเอง

“เหมือนท่านกำลังบอกข้าว่า...ข้ายังไม่อยู่ในฐานะที่ท่านพร้อมจะเล่าทุกอย่างให้ฟังใช่ไหมองค์ราชินี?”

ไว้ใจ...แต่ไม่ที่สุด

วางใจ...แต่ไม่ทั้งหมด

มันเป็นความรู้สึกที่สำหรับเลโอแล้วอึดอัดน่าดู เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกไม่ดีแบบนี้

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดความคิดและความอึดอัดในใจ เลดอขมวดคิ้วนิดหน่อยพลางมองไปยังบานประตูที่อยู่ไม่ไกลออกไปและสุดท้ายก็ตัดสินใจขานรับออกไป

“ครับ?”

“ท่านเลโอครับ เรื่องรูปภาพเราได้นำไปเก็บรักษาแล้วนะครับ”

อีกฝ่ายตะโกนเข้ามาจากหลังประตู อัศวินหนุ่มกำลังจะอ้าปากตอบรับว่าตนรับรู้แล้วแต่ก็ต้องชะงักเมื่อมีเรื่องคาใจ ร่างสูงเดินไปเปิดประตูออก เผชิญหน้ากับผู้ใหญ่บ้าน นัยน์ตาสีเทาจับจ้องอีกฝ่ายเรียบๆ

“ข้ามีเรื่องจะถามเล็กน้อยน่ะครับ”

“มีอะไรงั้นหรือครับ?”ผู้ใหญ่บ้านว่าอย่างไม่เข้าใจ

“ผู้หญิงในรูปนั่น...คือใครงั้นหรือครับ?”

เหมือนจะเจอคำถามที่รู้อยู่แล้วว่าจะต้องถูกถาม ผู้ใหญ่บ้านคลี่ยิ้มบางเบาให้เลโอ นัยน์ตาสีดำเสมองนอกตัวก่อนจะเบนหลับมาหาเลโอ

“เป็นคนสำคัญน่ะครับ”

เลโอเลิกคิ้ว คำพูดแค่นั้นไม่สามารถให้คำตอบที่เขาอยากรู้ได้ทั้งหมด ผู้ใหญ่บ้านเองก็เหมือนจะรู้ตัวดีจึงเอ่ยต่อ

“เขาเป็นผู้หญิงที่ใจดีมากๆสำหรับพวกเราน่ะครับ ข้าเองก็เคยเจอเขาแต่นั่นก็ยี่สิบกว่าปีมาแล้ว”

“สรุปเขาเป็นใครกันแน่ครับ?”

“เขาก็คือ...”

“เจ้าไม่จำเป็นต้องรับรู้เรื่องนี้ก็ได้นะเลโอ”

เสียงแอมไพร์แทรกขึ้นมาทำให้ทั้งคู่หยุดบทสนทนาไป แอมไพร์ที่ปิดบังใบหน้าแบบทุกทีเดินอย่างเชื่องช้าเข้ามาหาเลโอ นัยน์ตาสีม่วงปรายมองอีกฝ่ายด้วยแววตาราบเรียบจนน่ากลัวก่อนจะเบนไปหาผู้ใหญ่บ้านแล้วยิ้มให้

“ขอโทษที่คนของข้าถามซอกแซกนะคะ คงไม่มีอะไรแล้วล่ะเชิญท่านไปทำงานต่อเถอะ”

ผู้ใหญ่บ้านมองแอมไพร์อย่างงงๆแต่สุดท้ายก็ยอมพยักหน้ารับแล้วเดินจากไป แอมไพร์ดึงเลโอเข้ามาด้านในก่อนจะดึงประตูปิดตาม ร่างสูงมองแอมไพร์แล้วขมวดคิ้วมุ่น ไม่เข้าใจว่าแอมไพร์กำลังจะทำอะไร

“ทำไมต้องห้ามไม่ให้ข้ารู้ด้วยครับว่าผู้หญิงในรูปเป็นใคร?”

“เพราะมันไม่สำคัญกับงานที่เราต้องทำไงเลโอ งานจบแล้ว บิชอบอัลลาเต้ตายแล้ว ไม่มีงานให้เราทำแล้ว เราจะกลับยูโนสซิสกัน”แอมไพร์ว่าก่อนจะเดินไปหยิบชุดนักบวชหญิงขึ้นมา

“ไม่ครับ มันไม่จบ”

“เลโอ! ข้าจะกลับยูโนสซิส!

แอมไพร์หันกลับมาตวาดใส่ นั่นเป็นสิ่งที่เลโอไม่คาดคิด สถานการณ์ตอนนี้แลดูกลับกันไปหมด แอมไพร์ที่เคยทำตัวเรื่อยเปื่อยเพราะไม่อยากกลับยูโนสซิสกลับยืนยันหัวชนฝาว่าอยากกลับขึ้นมาเฉยๆ ผิดกลับเขาที่ก่อนหน้านี้อยากรีบทำงานให้เสร็จๆแล้วกลับบ้าน

“ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้นจนกว่าจะรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร”อัศวินผมแดงมองหน้าแอมไพร์ก่อนจะหมุนตัวไปทำท่าจะเปิดประตู

“ไม่ได้! เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ข้าบอกแล้วไง!

แอมไพร์ร้องก่อนจะเข้าไปดึงมือเลโอเอาไว้ อัศวินหนุ่มหันมามองหน้าด้วยแววตาราบเรียบแบบทุกที แต่ครั้งนี้แววตาของแอมไพร์ที่มองเขามันต่างออกไป มันไปเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ตีกันวุ่นวาย

“ท่านจะไม่ให้ข้ารู้เลยหรือไงครับว่าเหตุผลใดราชินีของข้าถึงร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลังทั้งคืนจนสุดท้ายก็หลับไปน่ะ?”

ถึงคำตอบที่ได้มาจะน่าตกใจแต่แอมไพร์กลับยังยืนจ้องหน้าเลโอไม่วางตา มือทั้งสองยังรั้งแขนอีกฝ่ายเอาไว้ นัยน์ตาสีเทาสบกับนัยน์ตาสีม่วงเหมือนต้องการสื่อสารสิ่งที่อยู่ในใจให้อีกฝ่ายรับรู้

“ปล่อยข้า”

“ไม่”

“ข้าบอกให้ปล่อยไงครับ”

“ไม่!

“ท่านแอมไพร์!

เลโอสะบัดมืออกเป็นเหตุให้แอมไพร์กระเด็นเซถอยหลังไป แม้จะตกใจแต่เลโอก็ยังยืนนิ่งไม่ไปไหน แอมไพร์ลุกขึ้นมาเดินเข้าไปกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายให้โน้มลงมาหาเพื่อคุย นัยน์ตาสีม่วงทอแสงอันตรายที่เลโอยังขนลุก

“ไม่ต้องรับรู้ว่านางเป็นใคร รู้แค่นางไม่ได้มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้แล้วก็พอ เมนนาวิล เลโอ อัศวินนภา ข้าในนามราชินีแห่งยูโนสซิสขอสั่งให้เจ้าห้ามเอาตัวเข้าไปยุ่งกับเรื่องราวของผู้หญิงในรูปอีก”

เป็นครั้งแรกที่แอมไพร์ใช้ตำแหน่งของตนสั่งเลโอ นัยน์ตาสีสวยแลดูมีอำนาจยากจะหยั่งถึง ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้มีหลายเรื่องที่สำคัญแต่แอมไพร์กลับไม่คิดใช้ตำแหน่งของตนมาออกปากสั่ง ราวกับว่าตำแหน่งนั้นไม่ใช่ของตน เลโอสบตากับอีกฝ่าย ดวงตาที่บอบช้ำจากการร้องไห้ นัยน์ตาที่อ่อนล้าเต็มทน

“เข้าใจแล้วครับ”

เลโอกดศรีษะของแอมไพร์เข้ากับตัวเบาๆ ร่างบางไม่รั้งหรือขัดขืนใดๆ ใบหน้าเนียนซบกับอีกฝ่ายโดยดีพร้อมน้ำตาที่กลับมาไหลอีกครั้ง แม้อยากรู้ว่าผู้หญิงในภาพเป็นใครแต่ถ้าหากแอมไพร์ห้ามเขาเสียจนใช้ฐานะของราชินีมาสั่งนั่นย่อมเป็นเรื่องที่อันตรายหรือไม่...คงเกี่ยวข้องโดยตรงกับสิ่งที่ร่างบางปิดบังอยู่

 

เย็นวันนั้แอมไพร์ก็ดูเหมือนจะกลับมาเป็นปกติ เป็นการฟื้นตัวที่รวดเร็วจนเลโอตามอารมณ์คุณเธอแทบไม่ทัน แอมไพร์นั่งหัวเราะร่าอยู่กับชาวบ้านที่ร่วมกันฉลองเพราะเจอรูปวาดนั้น แอมไพร์ยังฟังชาวบ้านพูดถึงรูปนั้นอย่างอารมณ์ดี ไม่มีแววว่าจะเป็นอะไร เลโอชักเริ่มคิดว่าที่แอมไพร์ร้องไห้เมื่อคืนนั่นเขาคิดไปเองหรือเปล่า

“จะไปไหนน่ะครับ?”

เลโอถามขึ้นเมื่อเห็นร่างของราชินีลุกขึ้น ร่างบางหันมามองหน้าอัศวินหนุ่มก่อนจะกระซิบเบาๆ

“ไปหาวิลเลี่ยม”

เด็กหนุ่มผมทองตอนนี้หลับอยู่ในบ้านพักส่วนกลาง บนเตียงสีขาววิลเลี่ยมยังนั่งนิ่งไม่ขยับมาตั้งแต่เช้า สีหน้าอมทุกข์นั่นทำให้ใครต่อใครต่างพากันสงสาร...แต่ถึงแบบนนั้นก็ยังฉลองเรื่องรูปภาพที่เจองั้นหรือ? แอมไพร์ไม่รู้เลยจริงๆว่าสิ่งที่คนในหมู่บ้านแสดงออกมาอันไหนเป็นของจริงและอันไหนแสร้งทำเพื่อให้ดูดีเท่านั้น

“วิล”

“ท่านแอมไพร์...ท่านเลโอ...”

เด็กหนุ่มหันมามองทั้งสองคนด้วยใบหน้าที่ราวกับทำวิญญาณหายไป นัยน์ตาสีฟ้าดูหมองหม่นจนราชินีใจหาย ร่างบางเม้มปากแน่นยามมองหน้าอีกฝ่าย รู้สึกเหมือนเห็นตนเองในอดีต...

“เจ้าโอเคไหม?”

“ข้าไม่เป็นไร”อีกฝ่ายตอบแล้วส่ายหัวเบาๆ

“ไม่...เจ้าเป็น”

“แล้วท่านจะถามเขาทำไมกันเล่า”อัศวินหนุ่มบ่นงึมงำ แอมไพร์หันไปค้อนวงโตก่อนจะลูบหัววิลเลี่ยมเบาๆ

“ไม่มีใครที่เสียคนสำคัญไปโดยไม่เสียใจหรอกวิลเลี่ยม”นัยน์ตาสองคู่สบกัน

วิลเลี่ยมเห็นสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่นในแววตาของแอมไพร์ ทุกคนที่มาหาเขาต่างมีเววตาที่เต็มไปด้วยความสงสาร สมเพช หรือไม่ก็ไม่มีอะไรเลยในแววตานั้น การมายังที่แห่งนี้เพียงเพื่อมามองหน้าเขาแล้วกลับไป เป็นการกระทำที่ทำเพื่อให้ถูกมองว่า”เป็นคนดี”เท่านั้น แต่แอมไพร์กลับมีสิ่งหนึ่งที่เขาไม่คิดว่าจะได้เห็น แววตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ...สิ่งที่เป็นมากกว่าความสงสาร

“ฮึก...ท่าแอมไพร์~”

วิลเลี่ยมโผลเข้ากอดเด็กหนุ่มเต็มแรงแล้วร้องไห้โฮ แอมไพร์หัวเราะแห้งๆแล้วลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆ ดูเหมือนจะกลายเป็นคุณแม่ไปแล้วสิ

 

“เดี๋ยวเราก็จะได้กลับบ้านกันแล้วสินะ”

แอมไพร์เหยียดแขนขึ้นเหนือหัวพลางร้องออกมาอย่างอารมณ์ดี เลโอที่เก็บสัมภาระอยู่เลิกคิ้วมองก่อนส่ายหัว

“บิชอบคนนั้นจะเป็นคนร้ายจริงหรอครับ ความจริงเรายังวางใจไมได้เลยด้วยซ้ำ”เลโอว่า

“เอาน่า!เชื่อเถอะว่าข้ามองคนไม่ผิดหรอก”

อัศวินหนุ่มมองหน้าแอมไพร์แล้วไม่พูดอะไรต่อ ในความรู้สึกเขาอยู่ๆคนที่เป็นคนร้ายมาตายไปเสียเฉยๆมันเป็นการปิดคดีที่น่าสงสัย แถมมันยังแปลกๆด้วย  

“อีกอย่างต่อให้อัลลาเต้ไม่ใช่คนร้ายหน้าที่ของเราก็หมดอยู่ดี ที่ไอโรให้มาทำน่ะแค่มทาสืบดูว่าเกิดอะไรขึ้น เขาไม่ได้ให้เรามาตามจับคนร้ายเสียหน่อย ต่อให้ยูโนสซิสกับอาร์เจแลงค์จะเป็นพันธมิตรกันก็ใช่ว่าเราต้องวุ่นวายช่วยเหลือไปเสียทุกอย่าง ถ้ายังคิดจะเป็นเมืองอิสระต่อไปก็ยังยืนด้วยขาตัวเองบ้าง!

แอมไพร์ยืดขึ้นแล้วพูดอย่างมาดมั่น เลโอถอนหายใจไอ้คำพูดที่อีกฝ่ายพูดนั่นมันก็จริงอยู่หรอก แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี

“ยังไงพรุ่งนี้เช้าค่อยเดินทางก็ได้นี่ครับ เราจะได้ขอเสบียงชาวบ้านไปด้วย”อัศวินหนุ่มว่า เขาอยากจะยื้อเวลาอยู่นี่อีกสักนิด

“นั่นสินะ เอาแบบนั้นก็ได้”ร่างบางมองหน้าอัศวินหนุ่มก่อนจะพยักหน้าตกลงอย่างว่าง่าย ดูเหมือนแอมไพร์จะไม่ได้เอะใจอะไรเยยอมตามน้ำไปแต่โดยดี

“งั้นเราก็ไปบอกผู้ใหญ่บ้านกันก่อนเถอะครับ”

เลโอลุกขึ้นก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้องทางฝั่งแอมไพร์ก็รีบลุกขึ้นตามไปทันที

“อะไรน่ะ?”

ร่างบางร้องเมื่อเห็นว่าชาวบ้านวิ่งวุ่นไปมาเหมือนเกิดเรื่องใหญ่ ทุกคนมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก หลายคนแทบจะร้องไห้ในไม่ช้า องค์ราชินีหันหน้ามองเลโอคล้ายต้องการคำตอบ โดยลืมไปเลยว่าเลโอเองก็ออกมาจากห้องพร้อมๆกันกับเขา ร่างบางจึงหันไปสนใจชาวบ้านที่วิ่งไปมาผ่านหน้าแทน

“เกิดอะไรขึ้นงั้นหรอ?”แอมไพร์รั้งแขนชาวบ้านคนหนึ่งไว้ได้จึงรีบถาม

“เด็กๆหายตัวไปไหนกันหมดไม่รู้”

“หา!

ร่างบางร้องลั่นก่อนจะปล่อยแขนชาวบ้านคนนั้นไป ใบหน้าสวยหันไปมองเลโอเหมือนจะถามย้ำให้แน่ใจว่าได้ยินเหมือนกัน

“ถ้าในห้องนั้นเก็บไว้แค่รูปวาดนั่น บิชอบอัลลาเต้ก็ไม่มีอะไรให้น่าสงสัยสักนิด นั่นแหละที่ข้าคิด”เลโอว่าเรียบๆ แอมไพร์กลืนน้ำลายลงคอขาเองก็ลืมนึกไปเสียสนิท เพราะมัวแต่ปักใจว่าใช่ๆๆๆ จนลืมไปว่าเหตุผลที่คิดว่าใช่ มันไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว

“แปลว่าอัลลาเต้ไม่ใช่คนร้าย...แล้วคนร้ายเป็นใคร”

“เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากบิชอบตายไปแค่วันเดียว เหมือนกับว่าการมีบิชอบอัลลาเต้อยู่จะทำให้เขาไม่สามารถทำงานได้...”

“วิลเลี่ยม..”

สองคนหันมามองหน้ากันแล้วร้องออกมา เรื่องราวมันกลับกันไปหมดจนน่าเวียนหัวแต่นี่ไม่มีเวลามากพอให้เป็นแบบนั้น แอมไพร์และเลโอรีบวิ่งสวนกับชาวบ้านไปยังที่พักส่วนกลางที่เด็กหนุ่มผมทองอยู่ทันที

“บางทีบิชอบอัลลาเต้อาจจะเป็นเทพที่ลงมาจับตาดูคนที่ทำเรื่องนี้ เขาถึงได้มีพลังแสงสว่างมากขนาดนั้น”เลโอกล่าวกับแอมไพร์ขณะวิ่ง

“แต่เทพไม่ตายง่ายๆแค่โดนเผาหรอกเลโอ!”ร่างบางแย้ง

มีแต่จุดที่ขัดกันไปหมด อัลลาเต้มีพลังแสงสว่างมากเกินไปในขณะที่ถูกสงสัยก็กลับมาตายไปเสียดื้อๆ วิลเลี่ยมที่ไม่เคยถูกสงสัยเลยกลับเลื่อนขึ้นมาเป็นผู้ต้องสงสัยรายแรก ทั้งยังมีเรื่องผู้ชายปริศนาที่หน้าโบสถ์ ลัทธิแห่งดวงดาวที่ถูกตั้งชื่อได้ห่วยแตกที่สุด แอมไพร์เบื่อเรื่องซับซ้อนจนอยากขอเปลี่ยนตัวจริงๆ!

คลืน!

ประตูเลื่อนถูกกระชากออกอย่างแรง แอมไพร์เพ่งสายตาเข้าไปยังเตียงนอนสีขาวที่ตนเพิ่งมาเมื่อกลางวันทันที

“เอ๊ะ? ท่านแอมไพร์ มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าครับทำไมหน้าตาแตกตื่นแบบนั้น”

วิลเลี่ยมถามอีกฝ่ายหน้าซื่อ นัยน์ตาสีฟ้าใสแจ๋วเหมือนลูกหมาน้อยๆที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย นัยน์ตาสีม่วงหรี่ลงพร้อมกับเลโอที่ก้าวเข้าไปด้านในห้อง เด็กหนุ่มผมทองมองคนทั้งสองด้วยความไม่เข้าใจ อีกคนทำหน้าตาหน้ากลัว อีกคนทำหน้าเครียด นี่เขาพลาดอะไรไปหรือเปล่า?

“มีอะไรจะสารภาพหรือเปล่าวิลเลี่ยม?”

“ห๊ะ? อะไรครับ? ท่านเลโอพูดถึงอะไร?”

เด็กหนุ่มถามอย่างตกใจเมื่อเลโอเปิดประเด็นขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ด้านนอกยังคงมีเสียงโวยวายไม่ขาดสายจนเลโอต้องเลิกคิ้วขึ้น

“ปกติแล้วด้านนอกมีเสียงดังขนาดนี้ไม่มีใครเขานอนได้โดยไม่รู้สึกรู้สาหรอกครับ”

วิลเลี่ยมทำหน้าตื่น เขาไม่เข้าใจที่เลโอกำลังสื่ออกมาสักนิด ทางฝั่งเลโอเองก็ยังกดดันอีกฝ่ายด้วยสายตาไม่เลิกจนแอมไพร์ทนไม่ได้ต้องแทรกเข้ามา

“วิลเลี่ยม เจ้าอยากพูดอะไรไหม?”

“พูด? พูดอะไรครับ? อย่าทำหน้าเหมือนข้าเป็นผู้ร้ายคดีใหญ่หลวงได้ไหม?”เด็กหนุ่มว่าก่อนหัวเราะเบาๆกับมุกตลกที่ตนเพิ่งหยอดไป แต่สองคนตรงหน้ากลับไม่ขำสักนิด เลโอน่ะไม่แปลกใจหรอก แต่แอมไพร์ด้วยเนี่ยสิ

“พวกเรามาจากยูโนสซิส ไม่ใช่นักบวชแต่เป็นอัศวินกับ...ที่ปรึกษาส่วนตัวของพระราชา”เลโอว่าขึ้น

“ที่นั่นได้ยินข่าวว่าที่เมืองนี้เกิดเรื่องขึ้นพระราชาเลยส่งเรามา แล้วก็ได้ความว่าเด็กๆในเมืองนี้หายตัวไปอย่างลึกลับ”แอมไพร์หยุดเพื่อมองสีหน้าของวิลเลี่ยมที่แลดูตกใจก่อนเอ่ยต่อ”มีแค่ที่นี่เท่านั้นที่ไม่มีคดีที่ว่าเกิดขึ้น หรืออย่างน้อยก็มีแค่คนเดียวคืออันนา แต่หลังจากที่บิชอบอัลลาเต้ตายไปเมื่อวาน วันนี้เด็กๆก็หายไปหมด”

“นี่กำลังจะบอกว่าข้าเป็นคนร้ายงั้นหรอครับ?”

“พวกเรายังไม่ได้พูดสักคำ”อัศวินนภาว่า

“แต่แค่การกระทำ สายตา คำพูด! พวกนั้นมันก็บอกอยู่แล้วนี่ว่าทั้งคู่สงสัยข้าน่ะ!”วิลเลี่ยมตวาด เหมือนความเชื่อใจหรืออะไรก็ตามได้พังทลายลงไปหมด

“คนที่ดูเหมือนจะอยู่ภายใต้การดูแลของบิชอบอัลลาเต้มีแต่เจ้าคนเดียว ทันทีที่เขาตายเจ้าก็เป็นอิสระ”

“ก็เลยสงสัยข้าจริงๆสินะครับ!

“วิล...”แอมไพร์เรียกเสียงอ่อน

“พวกท่านคิดได้ยังไงกัน! ยังไม่รู้จักข้าดีด้วยซ้ำก็มาสงสัยข้าแล้วงั้นหรอ! อะไรล่ะ? ไหนล่ะ?ที่มันชี้ว่าข้าเป็นคนร้าย ก็แค่ว่ามันบังเอิญตรงกัน เวลามันมาชนกันแค่นั้นข้าก็เป็นคนร้ายแล้วหรอครับ? ไม่อยากจะเชื่อเลย...”
                เด็กหนุ่มก้มหน้าลงกับตักตนเอง มือทั้งสองจิกผ้าห่มแน่นเหมือนกำลังอดทนกับเรื่องที่เกิดขึ้น เสียคนที่รักไปแล้วคนที่เหมือนจะไว้ใจได้ก็กลับมาสงสัยเขา พระเจ้าจะเล่นตลกไปแล้ว
!

“วิลเลี่ยมพวกข้าแค่สงสัย ถ้าไม่ใช่ก็คือไม่ใช่”แอมไพร์พูดประโยคที่ฟังไม่รู้เรื่อง เขาไม่ถนัดปลอบคนเลยไม่รู้จะพูดยังไงกับอีกฝ่าย

“ความบังเอิญมันไม่มีในโลก”

“เลโอ! ทำไมเจ้าถึงปักใจเชื่อว่าวิลเป็นคนร้ายจัง!

“มันก็เหมือนที่ท่านปักใจเชื่อว่าบิชอบอัลลาเต้เป็นคนร้ายนั่นแหละครับ”เลโอเถียงกลับทันควัน

“นี่...นอกจากจะสงสัยข้าแล้วยังสงสัยท่านบิชอบอีกงั้นหรอครับ?...ที่พวกท่านมาทำเป็นดี มาทำเป็นเข้าอกเข้าใจก็แค่หวังประโยชน์งั้นหรอ! เพราะสงสัยพวกข้าเลยต้องเข้ามาตีสนิทงั้นเหรอ!!

“ไม่ใช่นะวิลเลี่ยม”

พรึ่บ!

“วิล!

แอมไพร์ร้องเมื่ออีกฝ่ายสะบัดผ้าห่มออกแล้วกระโจนออกไปทางหน้าต่าง แอมไพร์ค้างมือที่คว้าไว้ก่อนจะหันไปมองกหน้าเลโออย่างหมายหัว

“เพราะเจ้า!

ร่างบางชี้หน้าก่อนจะกระโจนออกตามไป อัศวินหนุ่มไม่รู้ว่าเขาไปทำอะไรผิด ก็แค่พูดออกไปตามตรงเท่านั้น เลโอเลิกคิ้วกับตนเองก่อนจะออกตามทั้งสองคนไป

“วิลเลี่ยมกลับมานี่นะ! มาคุยกันก่อน!

“ข้าไม่มีอะไรจะคุยกับคนหลอกลวงอย่างท่าน!

“อย่าพูดแบบนั้นนะเจ้าเด็กโง่!

แอมไพร์ร้องประท้วง คำพูดนั่นเหมือนพวกหลอกให้รักแล้วจากไปเลย! วิลเลี่ยมยังคงวิ่งตรงเข้าไปในป่าอย่างไม่ลดความเร็วลง แอมไพร์เองก็วิ่งตามไปด้วยเช่นกัน และที่รั้งท้ายสุดคือเลโอที่เหมือนจะไม่จริงจังกับการตามจับคนร้ายนัก คนที่มันร้องอยู่เพื่อจับคนร้ายมันจ้าไม่ใช่เหรอ!

“เลโอเร็วๆเซ่!

แอมไพร์หันไปเร่งอัศวินหนุ่มที่วิ่งเหมือนมาออกกำลังกายตอนเช้า เห็นแล้วอยากจะคว้าเอาอะไรปา...

แพละ!

“เจ้าเต่าเอ๊ย!

แอมไพร์ล้วง(?)เอาเจ้าปุงิที่พักนี้ไร้บทออกมาแล้วหันไปปาไปเลโอที่วิ่งตามหลังอยู่ เจ้าปุงิไหลลงมาจากหน้าเลโออย่างเชื่องช้าในขณะที่อัศวินหนุ่มใจดีเอามือมารับเอาไว้ก่อนจะ...

เพละ!

“คืนครับ”

“ไม่เอ๊า!

แพละ!

“คืนให้ครับ”

แพละ!

“ฮ่ะๆ ไม่โดนๆ...เอ๋...”

แอมไพร์หยุดล้อเลโอทั้งๆที่ยังวิ่งอยู่ ร่างบางหันหน้ากลับมาทางเดิมโดยยังยิ้มค้างอยู่ไม่เลิก ถ้าสมมติว่าเจ้าปุงิไมได้โดนเขาแล้วมันไปโดน....

“นี่พวกท่านจริงจังกันไหมเนี่ย!”วิลเลี่ยมร้องลั่นก่อนจะดึงเจ้าปุงิออกจากหน้าตนเอง

“งี่...”

“ห่ะ...”

เจ้าปีศาจเยลลี่ค่อยๆเคลื่อนลูกตตาของตนไปทางวิลเลี่ยม นัยน์ตากลมๆเท่าลูกมะนาวเสไปคนละทิศละทางก่อนจะกันมาบรรจบกับวิลเลี่ยมพอดี

“งี่!!!!

“เหวอ!!!

เด็กหนุ่มร้องลั่นก่อนจะปาเจ้าปุงิคืนไปที่แอมไพร์ เจ้าปีศาจเยลลี่ชนเข้ากับใบหน้าของร่างบ้างจนผงะไปด้านหลัง วิลเลี่ยมมองแล้วเบ้หน้าก่อนจะวิ่งหนีออกไป

“หยุดน๊า!!

แอมไพร์ดึงเจ้าปุงิมาเก็บแล้ววิ่งตามไป เขาไม่น่าเล่นเลยจริงๆพับพ่าเซ่! แค่รู้สึกหงุดหงิดเลโอที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวก็เท่านั้นแหละ! วิลเลี่ยมยังวิ่งนำอยู่ แอมไพร์วิ่งตามและมีเลโอรั้งท้ายไม่เปลี่ยนแปลง ดูเหมือนแรงของเด็กหนุ่มผมทองจะไม่ตกลงไปเลยสักนิด นี่เข้ามาพูดคุยทำควาเมข้าใจนะไม่ใช่มาฝึกวิ่งมาราธอน แอมไพร์จะเป็นลมตายอยู่แล้วทั้งยังเริ่มเหนื่อยบ้างแล้วด้วย เลโอเห็นท่าแอมไพร์จะไม่ไหวเอาจึงวิ่งขึ้นมาตีคู่

“เดี๋ยวข้าตามต่อเองครับ”

แล้วพ่อคุณก็วิ่งตามวิลเลี่ยมไปด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิมเกือบสิบเท่า! แอมไพร์อ้าปากค้าง ที่พ่อคุณวิ่งเยาะๆเพราะจะเก็บแรงไว้วิ่งผลัดกับเขาหรอกหรอ แอมไพร์คนงามหลงผิดคิดว่าเลโออู้ตั้งนาน ข้าขอโทษนะอัศวินคนโง่ เรื่องที่ข้าสาปแช่งเจาไประหว่างวิ่งข้าจะยกเลิกกก็แล้วกัน อีฟๆ

ทางฝั่งเลโอก็สามารถวิ่งตามหลังวิลเลี่ยมได้อย่างสูสี ห่างอีกแค่สามก้าวก็จะตามทัน เด็กหนุ่มเหลียวหลังมามองก่อนจะแสดงสีหน้าตกใจออกมาเมื่อเห็นหน้าเลโออยู่ไม่ห่าง แถมพ่อคุณยังวิ่งด้วยสีหน้าตายสนิทไม่เปลี่ยนแปลง ถามจริงเถอะเคยคิดจะเปลี่ยนสีหน้าบ้างไหม!

“เหวอ! นี่ท่านยังเป็นคนอยู่หรือเปล่าเนี่ย!

“หยุดวิ่งได้แล้ววิลเลี่ยม ถ้าเจ้าไม่ใช่คนร้ายเจ้าจะหนีทำไม?”

“ข้าจะไปรู้ไหมล่ะ ถ้าข้าหยุดวิ่งท่านอาจจะจับตัวข้าไปเป็นแพะก็ได้นี่”

“ข้าไม่ชั่วช้าขนาดนั้นหรอก”

“ขมขู่ผู้หญิงท่านยังทำได้เลย!

“ขมขู่ผู้หญิง?”

อัศวินนภาชักไม่เข้าใจขึ้นมาเสียเฉยๆ นี่เขาไปทำเรื่องที่เป็นบทของร่างบางตอนไหนเนี่ย? จำได้ว่าตั้งแต่มาถึงหมู่บ้านนี้เขายังไม่ได้คุยกับผู้หญิงคนไหนเลยจะมีก็แต่...

“ท่านแอมไพร์เป็นผู้ชาย...”

“หา?”วิลเลี่ยมร้องเสียงหลงแต่ยังไม่หยุดวิ่ง”ท่านกำลัง...”

“ท่านแอมไพร์เป็นผู้ชายทั้งแท่ง มีอะไรๆเหมือนกับที่ข้ากับเจ้ามี ข้าพิสูจญ์มาแล้ว...”

“หา!

คราวนี้วิลเลี่ยมยิ่งร้องเสียงดังกว่าเดิมอีก เหมือนว่าคำพูดกำกวมจะทำให้จินตนาการของเด็กหนุ่มเตลิดไปกันใหญ่ เลโอได้ยินเสียงแอมไพร์โวยวายแง๊วๆมาจากด้านหลังแต่ไม่อยากจะสนใจมากนัก คงบ่นไปตามปกตินั่นแหละ

“ท่านแอมไพร์เป็น...เหวอ!

วิลเลี่ยมที่หันมาคุยกับเลโออยู่ๆก็ร้องเสียงหลงแล้วเหมือนจะล่วงลงไป โชคดีที่อัศวินนภามีความเร็วเป็นเลิศเขาถึงเข้าไปจับตัวอีกฝ่ายได้ทันก่อนจะล่วงลงไปจริงๆ

“หน้าผา...”

วิลเลี่ยมลอบกลืนน้ำลายลงคอ นี่เขาเกือบตายไปถ้าเลโอไม่เร็วพอสงสัยได้เข้าเฝ้าพระเจ้าแน่

“วิลเลี่ยม! ขอบคุณที่เจ้าปลอดภัย”

แอมไพร์ที่วิ่งตามมาทันถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นเลโอกำลังดึงตัวเด็กหนุ่มขึ้นมาจากหน้าผา เด็กหนุ่มผมทองร้องเหอะก่อนย่นจมูกใส่แอมไพร์

“ท่านจะมาเป็นห่วงข้าทำไม กลัวไม่มีแพะรับบาปล่ะสิ”

“วิล...”

“แค่เพศท่านยังหลอกข้าเลย แล้วนับภาษาอะไรกับสิ่งที่ท่านทำมาท่านจะไม่หลอกข้า!

“มันเป็นงานนะ แถมนี่ก็ไม่ใช่ความคิดข้าด้วย!”แอมไพร์โวยพลางชี้ไปที่เลโอเป็นนัยๆ

“ข้าไม่รู้แหละ...”

“เงียบก่อนครับ”

อัศวินหนุ่มดูเหมือนจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่างได้ เลโอเอื้อมมือไปปิดปากเด็กหนุ่มผมทองก่อนจะควักมือเรียกแอมไพร์ให้เข้ามาหา เมื่อร่างบางเดินเข้ามาใกล้จุดที่ตนอยู่อัศวินหนุ่มจึงชี้ไปยังด้านล่างที่เป็นเส้นทางเหมือนถนน แต่สิ่งที่เลโอต้องการชี้ให้แอมไพร์ดูไม่ใช่ถนนที่ทอดยาวอยู่ด้านล่างแต่เป็นสิ่งที่ดูเหมือนขบวนอะไรสักอย่าง

“นี่มันชุดของลัทธิดวงดาว”เลโอจำชุดสีขาวยาวลุ่มล่ามนั่นได้

“หา!? งั้นเจ้าพวกนั้นก็ไอ้ลัทธิบ้าบอนั่น...”แอมไพร์ขมวดคิ้ว

“อื้อๆๆ!”เด็กหนุ่มส่งเสียงอู้อี้ค้ลายอยากจะบอกอะไร เลโอจึงยอมปล่อยมือที่ปิดปากอีกฝ่ายอยู่ออก

“อ่าห์! นั่นมันพี่อันนานี่ครับ!”วิลเลี่ยมร้องแล้วชี้ไปยังจุดเล็กๆในกลุ่ม

“พวกเรามองไม่รู้หรอกนะว่าพี่อันนาของเจ้าคือคนไหน”แอมไพร์ว่าพลางขมวดคิ้วก่อนจะไล่สายตามองไปเรื่อยๆ

“คนพวกนี้ใช่เด็กๆในหมู่บ้านหรือเปล่าวิลเลี่ยม”

อัศวินหนุ่มถามในขณะที่ยังไม่ละสายตาออกจากขบวนนั้น วิลเลี่ยมใช้สายตาไล่มองกลุ่มคนในนั้น ซึ่งมันลำบากที่จะแยกว่าใช่หรือไม่เพราะเขาก็จำหน้าคนในหมู่บ้านได้ไม่หมดเสียด้วย ที่จำอันนาได้เพราะเธอเป็นคนที่มาที่โบสถ์บ่อยๆเท่านั้น นอกจากนี้แล้วเขาก็ไม่ได้สนิทหรือจดจำใครในหมู่บ้านได้เป็นพิเศษ

“ข้าคิดว่าน่าจะใช่ นอกจากนั้นน่าจะมีเด็กจากหมู่บ้านข้างๆด้วย”วิลเลี่ยมจำเจ้าเด็กหัวน้ำตาลได้ หมอนั่นเคยมาแกล้งเขาแล้วก็ถูกเขาเตะส่งกลับไป

“เลโอ...เจ้าช่วยมองที่หัวขบวนที่ว่านั่นมันใคร”แอมไพร์ชี้ไปยังร่างด้านหน้าที่ถือไม้เท้าสูงท่วมหัวและคบเพลิงทั้งๆที่ยังไม่มืด

เลโอกับวิลเลี่ยมที่คุยกันเรื่องสมาชิกที่อยู่ในขบวนหันไปตามนิ้วที่ชี้ของแอมไพร์ ทันทีที่เห็นร่างนั้นวิลเลี่ยมก็เบิกตาโพลงอย่างตกใจ ทางเลโอก็หรี่นัยน์ตาลงราวกับกำลังคิดวิเคราะห์อะไรบางอย่าง

“ความจริงแล้วศพก็ไม่พบ...เรายังไม่น่าสรุปว่าเขาตายเลย”แอมไพร์พึมพำก่อนหันไปถามวิลเลี่ยม

“เจ้าน่าจะยืนยันได้ดีที่สุดว่าหัวขบวนนั่นใครวิลเลี่ยม...”

เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายคออย่างยากลำบาก นัยน์ตาสีฟ้าสั่นระริกเหมือนว่าแน่ใจในคำตอบดีที่สุด

“บิชอบอัลลาเต้”




ฮัลโหลเม้น แวร์อาร์ยู!!!
เก๊ามาอัพแล้วนะตัวเอง แล้วเจอกันตอนหน้า ฝากนิยายเรื่องใหม่ด้วยนะจุบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #1031 Bloody_Mary (@bloody-marry) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 เมษายน 2559 / 22:12
    มิคาเอลจริงๆด้วย
    #1031
    0
  2. #552 Nunal (@nunal) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2557 / 18:34
    ปริศนาจงซับซ้อนขึ้นอีก 
    #552
    0
  3. #458 xxx_versus (@krona) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 20:16
    มาต่อเร็วๆนะคะ
    อยากรุ้ๆ คึ คึ
    #458
    0
  4. #457 คิคุโญะจัง (@kikuyoth) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 19:04
    ซับซ้อนซ่อนเงื่อนซ้อนแล้วซ้อนอีก =*=
    #457
    0
  5. #455 may (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 05:25
    รีบๆมาต่อน้า อยากอ่านอ่ะ

    สนุกมากๆเลย
    #455
    0
  6. #451 'violettie (@phattanun) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 / 01:52
    ซับซ้อนนน~ มึนไปหมดละ@w@;;
    #451
    0
  7. #447 มิ้งกิจัง (@chanapa-nako) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 21:45
    อะอะมันช่างซับซ้อนเกิน
    #447
    0
  8. #445 guinw55 (@guinw55) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 20:35
    ง่ะ ใครคือคนร้ายตัวจริงกันแน่...โดนหลอกซ้ำซ้อนจนงง
    #445
    0
  9. #442 Blue Rose (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 16:54
    ครึ่งแรกว่าซับซ้อนแล้ว ครึ่งหลังซับซ้อนหนักกว่าเดิม อุ้ต้ะ มันส์จุงเบยยย >< มาต่อเร้วๆน้าาา



    เลโอ นายรักแอมไพร์ยางงงงงง รอฉากจูจุ้บอยุ่น้าาาาา เว้ยเฮ้ย >\\\< 555
    #442
    0
  10. #425 _Silver_ (@tarusung) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2557 / 20:22
    ซับซ้อนยิ่งนัก รอต่อน้าาา
    #425
    0
  11. #424 คิคุโญะจัง (@kikuyoth) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2557 / 13:36
    ชักจะงงงวย
    #424
    0
  12. #423 Blue Rose (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2557 / 11:30
    ช่างซับซ้อน =_=;;
    #423
    0
  13. #422 มิ้งกิจัง (@chanapa-nako) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2557 / 08:51
    แล้วตกลงใครเป็นคนร้าย
    #422
    0