Knight Vs Queen! ศึกปราบเกรียน[อัศวินแด่ราชินี]

  • 96% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 35,040 Views

  • 1,107 Comments

  • 1,801 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    28

    Overall
    35,040

ตอนที่ 3 : 1st Round::The First Meeting<rewrite>

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4159
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    24 มี.ค. 57

1st Round

The First Meeting

แรกพบ สบตา...กับความเกรียน

“หมายความว่าไงน่ะ? เรื่องนี้พวกเจ้าล้อข้าเล่นใช่ไหม?”อัศวินหนุ่มพูดเสียงเรียบก่อนยกชาดอกไม้ตรงหน้าขึ้นดื่ม

“สีหน้าพวกข้าดูล้อเล่นมากหรือไงเลโอ?”

                ชายผมฟ้าอ่อนว่าอย่างหงุดหงิด คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างไม่ค่อยเข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นเท่าไหร่นัก ดวงตาสีมรกตกรอกไปมาอย่างใช้ความคิด

“แล้วหมายความว่าไงที่พวกเราต้องดูแลราชินีน่ะ!!”เคอร์รีสลุกขึ้นพรวดพลางทุบโต๊ะหวายอย่างแรง แต่สองคนที่นั่งอยู่ก็ไม่ได้ตกใจอะไรกลับกันทั้งคู่ยังทำเพียงแค่ยกแก้วน้ำชาตัวเองขึ้นเพื่อไม่ให้หกเท่านั้นเอง

“นั่งลงก่อนเคอร์รีส พี่อย่าโมโหไปเลยน่า”คาร์เรย์ฉุดชายเสื้อพี่ชายฝาแฝดเบาๆ

                เคอร์รีสยอมนั่งลงดีๆตามคำของน้องชายที่รัก แต่สีหน้าหงุดหงิดนั่นไม่คลายลงสักนิด

“จะบอกว่าข้าเองก็อึ้งพอตัวเหมือนกัน...”น้ำเสียงเอ่ยเฉื่อยเอ่ยขึ้นเรียบๆก่อนจิบชา”..และพอรู้ว่าราชินีเป็นไม่ใช่ผู้หญิง...”อัศวินผมแดงเสนัยน์ตาสีเทาอ่อนมองชาในแก้ว”...มันก็หนักใจ”

“ใช่ไหมล่ะ! ขนาดเจ้าชายน้ำแข็งยังสะทกสะท้านแล้วพวกข้าเล่า!”ชายผมเขียวทุบโต๊ะอีกรอบก่อนจิ๊ปากอย่างไม่พอใจ

“แต่พวกเราก็ทำอะไรไม่ได้นี่นา พระราชาไม่ฟังข้าคัดค้านสักนิด ขนาดบอกว่าเลโอจะหนักใจเอาก็ยังไม่ยอมเปลี่ยนใจ...”

“ขนาดนั้นเลยเหรอ?”

                อัศวินหนุ่มวางแก้วชาลงเงียบๆ เขากับพระราชาองค์ปัจจุบันอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กเพราะเขาเป็นลูกชายของที่ปรึกษาที่ราชาองค์ก่อนไว้ใจทำให้ทั้งเขาและพระราชานับถือกันเป็นพี่น้อง ถึงขนาดที่เขาสามารถเรียกชื่อพระราชาได้เฉยๆโดยไม่ต้องที่ศักดิ์ใดๆนำหน้า ทั้งอีกฝ่ายก็คิดถึงเขาทุกการกระทำ แล้วทำไม...

“ข้าชักอยากเห็นหน้าองค์ราชินีของเราแล้วสิ”เลโอเปรยเรียบๆแต่เพื่อนทั้งสองกลับหันมองอย่างหวาดหวั่น

“โรคติดพี่กำเริบเหรอะครับท่าน”เคอร์รีสพูดเสียงหวั่นๆ

                เลโอปรายตามองด้วยดวงตาที่ติดความเฉยชาเอาไว้”ข้าแค่อยากเห็นหน้าของคนที่ทำให้ไอโรจอมเจ้าชู้ยอมสยบได้”

สองพี่น้องที่ได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกโล่งใจ คิดว่าเพื่อนรักจะทำการฆาตกรรมราชินีเสียแล้ว

“นั่นสินะ ที่ผ่านๆมาพระราชาก็ออกจะ...เจ้าชู้จะตาย”อัศวินผมฟ้าลูบคางอย่างคิดหนัก ให้พวกเขาไปทำสงครามยังดีกว่ามานั่งรับมือกับราชินีที่เป็นผู้ชายเลย…

“ท่านอัศวินทั้งสาม องค์ราชาเรียกเพื่อเข้าพบองค์ราชินีขอรับ”

                ทั้งสามหันไปตามเสียงทหารชั้นผู้น้อย ดวงตาสองสีแต่มีสามคู่มองอยู่ครู่หนึ่งก่อนถอยหายใจออกมาอย่างพร้อมเพรียง ทั้งสามลุกขึ้นจากเก้าอี้หวายที่นั่งแล้วเดินจากไป ทิ้งน้ำชาที่ยังร้อนไว้บนโต๊ะโดยหวังว่าจะไม่ต้องกลับมานั่งดื่มมันด้วยความเครียดอีก

 

“มาแล้วๆ รอกันหน่อยจะเจ้าทั้งสาม เเอมไพร์กำลังแต่งตัวเชียวล่ะแหม่ ฮ่าๆๆๆ”

                พระราชาหนุ่มทักทันทีที่เห็นสามอัศวินคนสนิท ดวงตาสีทองเช่นเดียวกับเส้นผมแต้มไปด้วยความร่าเริงและสนุกสนาน เอาตามเจริงว่าตามตรงพระราชายังทรงมีอายุที่น้อยนัก เพียงสิบเก้าปีเท่านั้นแต่กลับต้องขึ้นครองเมืองด้วยเหตุผลน่าตบ...พระราชาองค์เก่าอยากเที่ยวรอบโลก

“ข้าไม่ยักรู้ว่าท่านไปถูกตาต้องใจกับใครไว้”เลโอทักเรียบๆเพื่อไม่ให้ท้องพระโรงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะพร่ำเพื่อของพระราชา

“ฮ่ะฮ่า น้องข้าอย่าเครียดไป ข้าแค่เจอรักแรกพบ สบตาก็พาเข้าวังน่ะ ฮ่าๆๆๆๆ”

“จะขำอะไรนักหนา”เคอร์รีสบ่นงึมงัมอย่างเซ็งจิต แต่ที่เซ็งกว่าคือคำตอบขององค์ราชาเสียมากกว่าแรกพบ สบตา ก็พาเข้าวัง นี่มันเพิ่งเจอกันชัดๆ

“อ๊ะ!แอมไพร์มาโน่นแล้วล่ะนั่น”มือเรียวชี้ไปยังประตูท้องพระโรงที่เปิดออก

                อัศวินทั้งสามหันไปอย่างเหนื่อยหน่ายแต่แล้วกลับต้องตกตะลึงเมื่อพบกับร่างที่เดินมา เส้นผมสีม่วงอ่อนยาวถึงเอวพริ้วไหวตามการเคลื่อนไหว ดวงตาเรียวสวยสีอเมทิสต์ดูเจ้าเล่ห์แต่แฝงไว้ด้วยสเน่ห์ รูปกายดูบอบบางน่าถนุถนอมอีกทั้งท่วงท่ายังสง่างามจนกลบความหรูหราของชุดสีชมพูอ่อนฟู่ฟ่องที่ใส่เสียจนหมด ดอกไม้ข้างทางเดินแทบพากันเหี่ยวเฉาเพราะไม่อาจสู้ความงดงามของบุคคลที่ย่างกายเข้ามาได้

“สวยแหะ สง่ามากด้วย”เคอร์รีสพึมพัมทั้งที่ยังอยู่ในภวังค์ นัยน์ตาสีมรกตมองตามร่างนั้นไม่วางตา

“ถ้าบอกว่าเป็นราชวงศ์ข้าก็เชื่อเลยนะเนี่ย”คาร์เรย์เปรยอย่างชอบใจ

“สวย สง่า เหมือนราชวงศ์จนไม่คิดว่าจะเป็นเด็กหนุ่มชาวบ้านธรรมดา”

                “....”

                บรรยากาศโดยรอบที่กำลังจะไปได้สวยโดนตัดพลันเพียงคำพูดที่ไม่รู้ว่าเน้นผิดที่หรือตั้งใจกันแน่ของเลโอ นัยน์ตาสีเทาอ่อนมองตามร่างนั้นไปเช่นคนอื่นๆเพียงแต่ไม่ใช่ความชื่นชมแต่เขากำลังจับผิดต่างหาก แม้ใครจะมองว่ารอยยิ้มบนใบหน้านั้นดูงดงามและสดใสแต่เขากลับเห็นมันเต็มไปด้วยเล่ห์กลมากมายเกินคาดเดา

“เจ้าสวยจริงๆนะเนี่ย”พระราชาเอ่ยอย่างตะลึงก่อนลุกจากบัลลังค์มาหาร่างบาง มือเรียวตวัดโอบเอวพลางดึงเข้าแนบชิดกายอย่างหวงแหน

“ข้าไม่คิดว่าเจ้าใส่กระโปรงแล้วจะสวยขนาดนี้ ข้าทำเจ้าลำบากใจหรือเปล่า?”

“ไม่หรอกครับ ถือว่าข้าได้มีอะไรทำขั้นเวลา อย่างน้อยๆนี่ก็ทำให้ข้ารู้ว่ากว่าอิสตรีจะสวยพร้อมนั้นลำบากเพียงใด”

                เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยกลับอย่างดูมองโลกในแง่ดี รอยยิ้มใสซื่อแต่งแต้มบนใบหน้าสวยจนสะกดสายตาคนมอง

“อ่อ...ข้าจะแนะนำให้เจ้ารู้จักอัศวินทั้งสามที่จะดูแลเจ้านะแอมไพร์”

                มือเรียวผายมือไปยังชายทั้งสามที่ยืนอยู่ ทั้งสามค้อมตัวพร้อมกันหนึ่งครั้งเพื่อทำความเคารพ

“ข้ามีนามว่ามาริค คาร์เรย์ อัศวินวารีครับ”ชายผมฟ้าว่าพร้อมยกมือแนบอกพลางแนะนำตัวด้วยรอยยิ้มจริงใจ

“ข้ามาริค เคอร์รีส อัศวินปัฐพีครับ”ทางฝั่งผู้เป็นพี่ออกจะแนะนำตัวแบบขอไปทีและรอยยิ้มฝืนๆเล็กน้อย

“พวกเจ้าเป็นพี่น้องกันหรอ? “ราชินีถามเสียงใสอย่างเป็นมิตร

“ครับ เป็นแฝดเสียด้วยซ้ำ”

                เคอร์รีสตอบด้วยท่าทีต่อต้านเล็กๆ แต่เขาก็ยอมรับว่ารูปกายอีกฝ่ายทำให้ใจอ่อนลงอย่างไม่รู้ตัว

“ว้าว! พวกเจ้าดูไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไหร่นั่นทำให้ข้านึกถึง...พี่ชายข้าทั้งสอง แต่พวกเขา....”

                ใบหน้าสวยหมองลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อกล่าวถึงบุคคลที่สาม พระราชามีท่าทีร้อนรนเมื่อเห็นอาการแบบนั้น

“อย่าทำหน้าเศร้าไปสิแอมไพร์ เจ้าเป็นคนที่เหมาะกับรอยยิ้มมากกว่านะ ถ้ายังไงให้ทั้งสองเป็นพี่ของเจ้าแทนก็ได้”

“หา?”

                สองคนที่ถูกพาดพิงร้องหาออกมาพร้อมๆกันอย่างงงวย พระราชาละสายตาจากราชินีขึ้นมามองทั้งสอง

“แอมไหร์อายุสิบเจ็ด อ่อนกว่าพวกเจ้าตั้งสองปีเชียวนะ”

“ตาแก่กินเด็ก”

“ข้าก็อายุเท่าพวกเจ้านะอย่าลืม”

“เอ่อ...ไอโร แล้วอีกคน”

                องค์ราชินีที่(น่าจะ)รักความสงบเอ่ยห้ามศึกด้วยการกล่าวถึงอัศวินอีกคนที่ยืนหน้านิ่งอยู่ตรงหน้า

“เอ้อ! จริงสิ นี่...”

“เมนนาวิล เลโอ อัศวินนภา”

                ทุกคนในท้องพระโรงต่างเงียบกริบเมือ่ได้ยินเสียงเลโอเอ่ยแนะนำตัว รวมทั้งพระราชาที่ทำหน้าเหวอด้วย หากจะไม่ให้ตกใจนั่นสิถึงเรียกว่าแปลกของแท้ ในเมื่อทุกคนในพระราชวังต่างรู้ดีว่าอัศวินนภาของพวกเขาไม่ชอบแนะนำตัวกับใคร เป็นพวกมนุษย์สัมพันธ์ติดลบแต่อยู่ๆกับแนะนำตัวออกมาหน้าตาเฉย ถึงจะแบบขอไปทีและหน้าตายสนิทก็ตามเถอะ

“สิงโตผู้ผงาดบนท้องฟ้างั้นหรือ...”

ครู่เดียวที่เลโอเห็นถึงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เผยออกมาอย่างเต็มรูปแบบ แต่นั่นอาจไม่ชัดพอให้พวกความรู้สึกช้าจับสังเกต

“ว้าวๆ เลโอแนะนำตัวเองแบบนี้ ไม่ใช่ว่าถูกใจแอมไพร์เข้าให้นะ นี่ของพี่นะเลโอ”ไอโรพูดกึ่งจริงกึ่งเล่น

“ข้าไม่ได้ถูกใจเสียหน่อย...”

“...เกลียดต่างหาก”

                ท้องพระโรงเงียบกริบหนักกว่าเก่าทันทีที่สิ้นเสียงอัศวินนภา พระราชาไอโรยิ้มค้างอยู่กับที่อย่างไม่กล้าเปลี่ยนสีหน้า

“เกลียดข้าจริงๆน่ะเหรอ?”ร่างบางเอียงคอถามอย่างฉงน

“แน่นอนครับ”

                แอมไพร์ยิ้มขำก่อนกล่าววาจาที่ทำให้เลโอเริ่มประเมินอีกฝ่ายใหม่”บอกกันตรงๆก็ดีใช่น้อยท่านอัศวิน ตั้งแต่เกิดมาข้าเองไม่เคยมีใครพูดแบบนี้ต่อหน้า มีท่านคนแรก ขอให้รักษาคำพูดนั้นให้มั่นเถอะ”แอมไพร์ยิ้มมุมปากก่อนเริ่มแนะนำตัวเองอย่างเป็นทางการ

“ข้ามีนามว่าเวนเดล แอมไพร์ ยินดีที่ได้รู้จักทุกท่าน โดยเฉพาะท่านอัศวินนภา เลโอ...”

                บรรยากาสโดยรอบราวกับหงส์ปะทะพยัคฆ์ ทั้งอึดอัด ทั้งทำตัวไม่ถูก นัยน์ตาสีทองของพระราชากรอกสลับไปมาระหว่างเลโอและแอมไพร์อย่างไม่รู้จะทำเช่นไรดี รอยยิ้มแห้งๆนั่นไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาสักนิด

“อ่ะ..เอ่อ..เคอร์รีส คาร์เรย์ พาแอมไพร์ไปที่ห้องพักเถอะ ป่ะ เลโอด้วยนะ”

                พระชาราสั่งกึ่งไล่สองคนที่นิ่งเป็นหินกับการพูดตรงๆแบบไม่ปิดบังของเลโอ ทั้งคู่พยักหน้ารับอย่างงงๆ อัศวินนภาเหลือบสายตามองพี่ชายต่างสายเลือดก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปโดยไม่บอกกล่าว จึงกลายเป็นสองพี่น้องที่บอดให้ร่างบางเดินตามมา

“เจ้าทั้งสามน่ะหรืออัศวินที่ไอโรกล่าวถึงบ่อยๆ น่าผิดหวังแหะ..”

                เสียงทุ้มเปลี่ยนอารมณ์ทันใดที่ไม่ได้อยู่ต่อหน้าพระราชา นัยน์ตาที่ใสซื่อและสดใสกลายเป็นแววตาที่ยียวนสิ้นดี

“มารยาทงามๆในท้องพระโรงมันหายไปไหนแล้วหรือครับ องค์ราชินี?”อัศวินนภาที่เดินนำใช้หางตามองอีกฝ่ายที่ตามหลัง

“มารยาท? ของพรรค์นั้นข้าไม่มีแต่แรกอยู่แล้ว ถึงมีก็ใช้ไม่ได้หรอก เดี๋ยวเสียมารยาทน่ะ”

“อ่า...องค์ราชินีหรือนี่...อนาคตยูโนสซิสแตกสลายแน่”

                เคอร์รีสบ่นเสียงดังให้อีกฝ่ายได้ยิน นั้ยน์ตาสีม่วงอ่อนปรายมองก่อนหันไปหาอีกฝ่าย ร่างระหงส์เดินเข้าใกล้ก่อนเชยคางอีกฝ่ายขึ้น

“ข้านี่แหละราชินี จงมองให้เต็มตาซะท่านอัศวินปัฐพี”

                หมับ!

“ปล่อยมือเถอะครับองค์ราชินี คนอื่นมองมาจะไม่งาม”คาร์เรย์เอ่ยเสียเรียบแต่มือเรียวยังจับที่ข้อมือบางเอาไว้

“หวงหรอ? นั่นสินะมีคนรักหน้าตาดีก็ต้องหวงเป็นธรรมดา ขนาดไอโรยังหวงข้าเลย”

                สองพี่น้องถึงกับอึ้งในสิ่งที่ราชินีพูด ไม่คิดว่าราชินีจะมามุกนี้ มือเรียวของคาร์เรย์บีบแน่นอย่างไม่ชอบใจ

“ข้าเจ็บนะเจ้าบ้า!

                เสียงตวาดอย่างไม่ชอบใจดังอยู่อีกด้านของทางเดิน ร่างบางบีบข้อมือตัวเองเบาๆท่ามกลางความตกตะลึงของอัศวินทั้งสองที่ไม่ทันรู้ตัวว่าอีกฝ่ายไปอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่

                เลโอปลายตาจ้องไปยังราชินีที่ท้าวเอวข้างหนึ่งมืออีกข้างจับกระโปรงโบกไปมาอย่างพิจารณา ดูท่าว่าองค์ราชินีที่น่าคารพจะไม่ใช่คนะรรมดาๆเสียแล้ว

“ไอโรคิดจะให้ข้าขังไก่แน่ๆ ถึงได้ให้ข้าใส่กระโปรงแบบนี้น่ะ!

                มือเรียวขยับหยุกหยิกที่เอวซ้ายก่อนจะดึงเชือกที่ไม่รู้ว่าเป็นเชือกอะไรสุดแรง

                พรึ่บ!

                ผ้าสีชมพูที่คาดว่าเป็นกระโปรงของเด็กหนุ่มถูกกระชากออกมาโดยฝีมือเจ้าตัวเอง อีกทั้งยังโยนทิ้งอย่างไม่ใยดีเพราะด้านในมีกางเกงหนังขายาวสีดำมันอยู่แล้ว โครงกระโปรงถูกกระชากออกโยนไปกองไว้ใกล้ๆกัน เสื้อแขนสั้นคอสูงก็ถูกโยนตามไปติดๆรวมทั้งคอสเซทที่ใช้รัดเอวให้คอดสวยเหลือไว้ก็แค่เสื้อก้ามสีดำเพียวๆหนึ่งตัว เชือกที่ข้อมือถูกแก้ออกมาผูกเส้นผมสีม่วงให้เป็นหางม้าสูง เลโอมองภาพนั้นก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“ไหนบอกว่าจะได้รู้ว่ากว่าอิสตรีจะงดงามต้องลำบากเพียงใดไงครับ ไม่ลำบากอีกสักหน่อยเหรอครับ?”

“ถ้าเจ้าเป็นผู้ชายแท้คงไม่ชอบแต่งหญิงหรอกใช่ไหมล่ะ เลโอ”แอมไพร์หัวเราะคิกคักต่อท้าย

“แล้วผู้ชายแท้ที่ไหนถึงยอมมาเป็นราชินีกันล่ะครับ หรือหวังจะเอาอะไรจากไอโร?”

                การปะทะคารมทั้งนี้ อัศวินที่เหลือทั้งสองได้แต่ส่ายสายตาไปมาเหมือนพระราชาเมื่อครู่ในท้องพระโรง บรรยากาศตรงหน้าทำเอาดูเหมือนโลกนี้เหลือที่ให้แค่สองคนนี้ยืนเท่านั้น สองพี่น้องได้แต่ถือคติยิ้มปัญญาอ่อนกู้โลกแล้วยิ้มใส่ทั้งคู่

“อ่า..เอ่อ ท่านแอมไพร์อากาศช่วงนี้เริ่มเย็น เอาเสื้อข้าไปใส่ทับเถอะครับ ข้าใส่ตั้งสามชั้น”

                เคอร์ริสถอดเสื้อให้อีกฝ่ายด้วยยิ้มแห้งๆ แอมไพร์เหลือบตามองก่อนยิ้มรับ

“ขอบคุณสำหรับเสื้อแม้มันจะใหญ่สำหรับข้าก็ตาม”ร่างบางบอกก่อนรับเสื้อเนื้อดีสีแดงไปใส่ทับด้วยสภาพโคร่งๆ

“ตัวเล็กขนาดนี้ ไม่ใช่เป็นผู้หญิงปลอมตัวมาหรอกนะครับ”เลโอยังกัดด้วยน้ำเสียงเรียบๆตามแบบตน

                ราชินีหันมองก่อนเดินเข้าไปใกล้ ดูท่าการเชยคางจะเป็นสิ่งที่เจ้าตัวทำบ่อยจนเป็นนิสัย”ชายจริงหรือหญิงแท้  พิสูจญ์ไหมล่ะ?”

“ใช้สายตาแบบนี้มากับคนกี่คนแล้วล่ะครับ?”

                มือเรียวสวยถูกจับออกจากตำแหน่งเดิม เรียวปากกระจับยกยิ้มก่อนหันหลังให้

“ก็ไม่รู้สิ เมื่อไหร่จะพาข้าไปห้องพักสักทีล่ะ ข้าอยากจะพักเต็มแก่แล้วนะ”

“งั้นก็เชิญเดินตามมา”

                อัศวินนภากล่าวเสียงเรียบก่อนนำไปอย่างไม่คิดจะสนใจว่าอีกฝ่ายตามมาหรือไม่ แอมไพร์ไหวไหล่อย่างไม่แยแสรท่าทางไร้มนุษย์สัมพันธ์นั่น เขาเดินตามอีกฝ่ายไปด้วยความเงียบพอๆกับสองคนด้านหลังที่เหมือนจะโดนเด้งไปเป็นตัวประกอบเพราะต่อปากต่อคำสู้ไม่ได้ เสียงรองเท้ากระทบพื้นดังก้องทางเดินแทนเสียงพูดคุย สีหน้าแต่ละคนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คนหนึ่งหน้าตาย คนหนึ่งหน้าลั้ลลา อีกสองคนหน้าซีดอย่างวิตก

“ถึงแล้วครับ”เลโอกล่าวเรียบๆเมื่อถึงประตูสีแดงที่สลักลวดลายสีทองบานใหญ่

“ทำไมราชินีถึงไม่นอนห้องเดียวกับพระราชาล่ะครับล่ะครับ?”

                คาร์เรย์ถามเมื่อเห็นว่าห้องที่แอมไพร์จะต้องพักไม่ใช่ห้องบรรทมของพระราชา เจ้าของนัยน์ตาเจ้าเล่ห์หันมามองพร้อมรอยยิ้ม

“อย่าชิงสุกก่อนห่าม ข้านั้นเป็นราชินีอย่างไม่เป็นทางการเพราะยังไม่ได้เข้าพิธีอภิเษกสมรส หากข้าเข้าพิธีเมื่อไหร่ก็คงจะนอนห้องเดียวกับไอโรอย่างไม่ขัดข้อง อย่างน้อยเมื่อถึงเวลานั้นก็จะไม่ตกเป็นขี้ปากชาวบ้านว่าใช้ร่างกายเข้าแลก”

                เด็กหนุ่มอธิบายร่ายยาวก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ใกล้ๆกับเลโอ ฝ่ายอัศวินหนุ่มเลิกคิ้วมองอย่างใคร่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรจากตน

“เจ้าน่ะ...เกลียดข้าจริงๆงั้นเหรอ?”

“?”

                เลโอมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจในการกระทำและคำพูด นัยน์ตาสีอเมทิตส์สื่อความหมายที่ตีไม่ออก

“มองตาข้าแล้วบอกสิว่าเกลียดข้าจริงๆ”

“ท่านเป็นพวกสายMหรือไง?”

                คนโดนหาว่าเป็นสายMหัวเราะในลำคอ”ข้าแค่ต้องการความแน่ใจเท่านั้นเอง”

“งั้นท่านจงแน่ใจว่าข้าเกลียดท่านแบบอยากจะฆ่าให้ตายเสียด้วยซ้ำ”

“งั้นก็ดี”

                พอไดยินคำตอบที่ชัดเจนร่างนั้นก็เดินเข้าห้องไปซะเฉยๆทิ้งให้อัศวินทั้งสามงงงวยอยู่หน้าประตูห้องที่ปิดลงอย่างไม่ต้อนรับใคร

“เกลียดหรอ? ข้าไม่ไดเคยได้ยินใครพูดคำนี้กับข้าสักครั้งแล้วมาดูกันเลโอ ว่าระหว่างข้ากับเจ้ใครกันแน่ที่จะแพ้ก่อนกัน...แม้ว่าเจ้าจะไม่รู้ว่ากำลังเล่นเกมส์ของข้าอยุ่ก็เถอะนะ

 

“แล้วท่าน...มานั่งที่ห้องทำงานข้าทำไม?”

                เลโอเอ่ยถามโดยไร้ซึ่งอารมณ์ในน้ำเสียง พอตื่นเช้ามาเขาก็พบว่าอีกฝ่ายมายืนยิ้มรออยู่หน้าห้องอีกทั้งยังติดสอยห้อยตามไปห้องอาหารโดยอ้างว่าตนเองไม่รู้ทางแล้วนี่ยังมานั่งท้าวคางมองเขาทำงานหน้าตาเฉยอีก

“ข้าไม่มีอะไรทำนี่ ยังไงๆเจ้าก็ต้องดูแลข้าอยู่แล้วนี่”อีกฝ่ายตอบพร้อมรอยยิ้มร่าบนใบหน้าชนิดที่ไม่สะทกสะท้านต่อบรรยากาศหนาวๆที่ออกมาจากตัวคู่สนทนาสักนิด

“แล้วทำไมไม่ไปตามคาร์เรย์กับเคอร์รีส สองคนนั้นก็เป็นผู้ดูแลท่าน”

                เลโอเอ่ยถามเชิงไล่อย่างแล้งน้ำใจ นัยน์ตาสีเทาไม่สนคนที่มองตนอยู่อีกแล้วเพราะเขากำลังไล่สายตาอ่านเอกสารบนโต๊ะแทน

“ไอโรบอกว่าทั้งคู่ไปทำงานด้านนอก ข้าคงตามไปไม่ได้หรอก”คนตอบยังคงยิ้มรับอย่างไม่ทุกข์ร้อน

                เลโอเหลือบตามองคนผมม่วงเล็กน้อยก่อนเบนกลับ วันนี้แอมไพร์อยู่ในชุดเสื้อเชิตสีขาวกับกางเกงขายาวสีน้ำตาล เส้นผมละเอียดนุ่มถูกถักเป็นเปียเดียวพาดไหล่ซ้ายไว้ เลโอเพิ่งรู้ว่าชายคนนี้เป็นพวกพิเศษไม่ว่าอยู่ในชุดไหนก็ดูสง่าไม่เปลี่ยน ใส่กระโปรงก็ดูเป็นอิสตรีที่อ่อนหวาน ใส่กางเกงก็เป็นบุรุษผู้น่าหลงใหล

“นี่เลโอ...”

“ครับ”อีกฝ่ายตอบกลับโดยไม่ละสายตาออกจากหน้ากระดาษ

“ก้าวแรกคือการเริ่มต้น ก้าวที่สองคืออะไรเอ่ย?”

                คราวนี้เลโอหันมองหน้าคนพูดเล็กน้อย ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมาด้วยมุกคำถามอะไรเอ่ย เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบมันออกไป

“การล้มเหลวมั้งครับ”

“แอ๊ดๆ ผิดจ้า”

“แล้วอะไรล่ะครับ”อัศวินถามทั้งๆไมได้สนใจ แค่หวังให้มันจบลงก็เท่านั้น

“ก้าวสองก็สิบแปดไงจ๊ะ(9x2=18)”

“....”

                มือที่เขียนรายงานสรุปการประชุมหยุดไปเล็กน้อยก่อนเริ่มขยับเขียนใหม่อีกครั้ง ทางฝั่งแอมไพร์ก็หัวเราะท้องคัดท้องแข็งไปเป็นที่เรียบร้อย

“เลโอ”

“ครับ”

“วันก่อนน่ะวันก่อน”

“ครับ”

“ป้าข้างบ้านข้าเข้าโรงพยาบาลล่ะ!

“ครับ”

                แอมไพร์ยู่หน้าอย่างไม่พอใจที่ไปๆมาๆอีกฝ่ายกลับตอบแบบขอไปทีเท่านั้น ร่างบางเอามือตีเข่าตัวเองป้าดๆก่อนจะว่าเลโอเสียงดัง

“นี่เจ้าไม่เป็นห่วงป้าข้างบ้านเลยหรือไง?!

                อัศวินนภาปรายตามองอย่างอ่อนอกอ่อนใจกับการเอาใจราชินีผู้นี้ เสียงทุ้มถามออกไปแบบขอไปที”แล้วคุณป้าเป็นอะไรครับ?”

“ฮี่ๆ เป็นหมอ”

“....”

                เป็นอีกครั้งที่ได้ยินเสียงหัวเราะด้วยความสะใจของแอมไพร์ ร่างบางแทบหงายหลังตกเก้าอี้ไปกองรวมกับพรมปูพื้นอยู่แล้ว

“อีกข้อๆ”เจ้าของเรือนผมสีม่วงอ่อนชูนิ้วชี้ก่อนวางมือลงตรงพื้นเก้าอี้แถวหว่างขา ท่านั่งช่างห่างไกลจากราชินีที่ดีจริงๆ

“นับ1-3ให้ข้าฟังหน่อย”

“1..2..3..”

“ครบหรือยัง?”

                อัศวินหนุ่มเหลือบตามองคนที่ถามออกมาด้วยเสียงตื่นเต้นอย่างเดามุกอีกฝ่ายไม่ออก

“ครบครับ”

“คบแล้วห้ามเลิกนะ”

                เลโอถอนหายใจก่อนวางปากกาในมือลง ร่างสูงหันไปหาคนที่นั่งอยู่ข้างๆโต๊ะทำงานของตนเอง

“ถ้าจะให้คบกันตอบคำถามผมให้ได้ก่อนสิครับ”

                แอมไพร์เอียงหัวไม่คิดว่าเลโอจะคิดจริงจังเรื่องคบไม่คบนั่น แต่เหมือนแอมไพร์จะมองอีกฝ่ายผิดไปหน่อย

“ว่ามาสิ”

“ข้าชื่ออะไรครับ?”

“แน่นอนว่าเลโอ”

“ผิดครับ”

“อ้าว?”

                ราชินีอ้าปากหวออย่างงงวย เขาเรียกอีกฝ่ายมาตั้งนานอีกทั้งอีกฝ่ายยังเป็นคนแนะนำตัวเองด้วยซ้ำไป

“ทำไมอ่ะ?”

“ก็คนไม่ใช่ ทำอะไรก็ผิดไงครับ”

                เลโอลุกขึ้นจากก้าวอี้ก่อนเดินออกนอกห้องไปโดยไม่ฟังเสียงเรียกของแอมไพร์สักนิด

“เฮ้!นั่นมันมุกสลัดหญิงนี่ เลโอ เลโอ เลโอ! ชิ!

                แอมไพร์พองลมในปากอย่างเซ็งๆเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมฟัง สงสัยว่าตัวเองจะไปทำให้รำคาญเข้าถึงได้เดินหนีออกไปแบบนั้น

“บทสนทนาเมื่อครู่น่ะ ยังกับเจ้าจีบกับเลโออยู่เลยนะแอมไพร์ แบบนี้ข้าก็หึงแย่น่ะสิ”

                องค์ราชาเดินเข้ามาในห้องด้วยหน้าตาแจ่มใสขัดกับคำพูดยิ่งนัก คนโดนหึงยกมือขึ้นประสานเหนือหัวอย่างอารมณ์ไม่ดี

“ข้าแค่อยากจะชวนเขาคุยเท่านั้นเอง”

“ดูท่าเลโอจะไม่ชอบเจ้าเอามากๆเลยนะนั่น”

                ไอโรทรุดตัวลงที่เก้าอี้ข้างๆแอมไพร์ นัยน์ตาสีทองเสมองอีกฝ่ายอย่างร่าเริง

“ทำไมถึงได้เกลียดข้าขนาดนั้นน๊า...ยังไม่ได้ทำอะไรให้สักหน่อย”

“เขาคงมองว่าเจ้าจะมาแย่งข้าไปมั้ง พวกเราโตด้วยกันมาและเจ้านั่นก็ติดข้าอยู่หน่อยๆ”

“เห!!!!!!!!!! อย่าบอกว่าเจ้าสองคนกิ๊กกัน!

“อย่าเอาความคิดบ้าๆของเจ้ามาพูดได้ไหม?”ไอโรพูดอย่างเหนื่อยหน่าย ภรรยาเขาช่างมีความคิดที่บรรเจิดดีแท้

องค์ราชาเอนหลังพิงพนักพิงอย่างไร้การวางหมาดใดๆ นัยน์ตาสีสวยเสมองหน้าไอโรอย่างเบื่อหน่ายแล้วเบนกลับไปยังโต๊ะของเลโอราวกับว่าตรงนั้นมีอะไรที่น่าสนใจมากกว่า

“อีกไม่นานก็คงดีขึ้นเองนั่นแหละ อย่าได้แคร์เลย”ไอโรเอ่ยปลอบ

“ถ้ามันเป็นแบบนั้นก็ดีสิ ข้าชอบเจ้านั่นนะ”

“หา?”

“ข้าหมายถึงถูกใจในนิสัยน่ะ ทั้งแววตาแล้วก็บรรยากาศรอบๆ ไม่ไดหมายความอย่างที่เจ้าคิด”

                แอมไพร์ว่าด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กๆที่อีกฝ่ายกำลังคิดไปไกล

“เอาน่าใจเย็นๆ เจ้ายังมีเวลาตีสนิทกับเลโออีกมาก”

 


อยากบอก ณ ที่แห่งนี้ว่า...นายเอก เอ๊ย! พระเอกเราป่วงได้มากกว่านี้อีก รอดูนางต่อไปก็แล้วกัน เหอะๆ
สำหรับเรื่องนี้เหมือนเดิมเม้นด้วย//กระโดดหลบร้องเท้าที่ปามา//555+ ใครมีข้อข่องใจอะไรกับแม่นางแอมไพร์ พ่อคุณเลโอ ท่านไอโร สองหนุ่มเคอร์ริส-คาร์เรย์ สามารถทิ้งคำถามไว้ได้แล้วเราจะลากตัว(?)พวกเขาเหล่านี้มาตอบให้ครับผม!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

18 ความคิดเห็น

  1. #1062 Zethius (@alisia-w-) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 20:01
    เป็นคู่ที่สูสีกันมากมาก 555
    #1062
    0
  2. #854 MY dear (@chatrapon7145) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2558 / 15:22
    ราชินีเริ่ดมากกกกก
    #854
    0
  3. #528 Nunal (@nunal) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2557 / 11:35
    วาจาร้ายกาจ ชอบ!!!
    #528
    0
  4. #444 Tashi Xz (@tashiixza) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 20:07
    ชอบ
    #444
    0
  5. #426 •-MaMaI-• (@mai032671597) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 00:28
    ราชินี แบบ........... 5555
    #426
    0
  6. #397 ✿elleeetc•♪™ (@Kinnawong) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 เมษายน 2557 / 19:57
    เอิ้มมม เลโอ...
    ไม่คิดเลยว่านิ่งๆอย่างนายจะมีโมเม้นต์นี้ 55555
    #397
    0
  7. #230 Bo[S]se[S] (@morto-season) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2557 / 14:38
    ถ้ามีคนจะลอบฆ่าพระราชา แล้วล่อราชินีด้วยโกโก้เนี่ย... จบสิ้นกันละ
    #230
    0
  8. #201 namsai (@nongtonpor) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มีนาคม 2557 / 18:07
    ชอบมากอ่ะ
    #201
    0
  9. #178 สายลมแห่งการเริ่มต้น (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 / 14:36
    ชอบเลโออ่ะ >< "คนไม่ใช่ ทำอะไรก็ผิด 555+ โดนอ่ะ
    #178
    0
  10. #161 มิ้งกิจัง (@chanapa-nako) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:58
    ผิดถนัดไม่คิดว่าจะมามุกนี้สนุกมากค่ะ
    ติดตามๆ
    #161
    0
  11. #156 Snowflake (@no-matter) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2557 / 14:48
    สนุกมากๆเลย ชอบอ่ะ ฮาดี
    #156
    0
  12. #143 จอมโจรแมวดำ (@kurai) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557 / 18:52
    เห..แล้วไม่ใช่ว่ากิ๊กพระราชารึ
    #143
    0
  13. #48 เงาจันทรา (@wanalee12) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2556 / 01:32
    สนุกมากเลย แต่ที่ยิ้มปัญญาอ่อนช่วยโลกนี้ช่วยได้มากเลยสินะ555
    #48
    0
  14. #37 DearL (@dearl) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2556 / 14:41
    สนุก ฮามากอ่ะ จะติดตามเรื่อยๆ เลย //จิ้นไปไกลแล้วววว
    #37
    0
  15. #27 guinw55 (@guinw55) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2556 / 23:49
    แอมไพร์เลโอ สองคนนี้อยู่ด้วยกันเมื่อไหร่คนอื่นกลายเป็นวอลเปเปอร์ประดับวังไปทันใด..
    เลโอ...นายเป็นบราคอนรึเปล่าเนี่ย แต่ตอนนี้ดูๆไปเหมือนจะยังไม่ถึงขั้นนั้นแฮะ
    แอมไพร์กับคิงคิดจะทำไรน่ะ มีเลสนัยนะทั้งคู่
    #27
    0
  16. วันที่ 7 พฤศจิกายน 2556 / 18:34
    สนุกมาก
    #18
    0
  17. #3 kurohana rido (@ooinw01) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2556 / 11:36
    สนุกมากมาต่อไวๆนะ
    #3
    0
  18. #1 pinglang (@pinglang) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2556 / 18:05
    แนวนี้เพิ่งเคยเจอชอบๆ
    มาต่อไวไวนะคร้าบอิอิ
    #1
    0