Knight Vs Queen! ศึกปราบเกรียน[อัศวินแด่ราชินี]

  • 96% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 35,038 Views

  • 1,107 Comments

  • 1,802 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    26

    Overall
    35,038

ตอนที่ 34 : 27th Round::Lie <rewrite>

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1070
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    15 มิ.ย. 61

27th Round

Lie

ที่บอกว่ารัก..รัก..รัก..รัก..โกหกทั้งนั้น

 

เส้นผมสีม่วงพริ้วไปตามสายลม นัยน์ตาสีม่วงทอดมองไปยังผืนป่าด้านล่างอันเงียบสงบ ความรู้สึกต่างๆหลั่งไหลเข้ามาในยามที่ร่างบางปล่อยจิตปล่อยใจ ห้วงเวลาในความทรงจำย้อนเข้ามาเหมือนภาพม้วนเก่า เรื่องราวแย่ๆที่ผ่านมาราวกับไม่เคยอยู่ มันเทียบไม่ได้สักนิดกับความทรมานในเวลานี้ ร่างบางเหมือนคนโง่ที่ทำอะไรไม่ได้เลยสักนิด เขาไม่รู้อะไรสักอย่างเกี่ยวกับคนที่หายไปแอมไพร์ไม่รู้ว่าเรื่องทั้งหมดคือความจริงหรือเปล่า? ทำไมเลโอถึงหนีไป? ทำไมเลโอไม่ส่งข่าวคราวอะไรมาบ้าง? มีแต่คำถามเต็มสมองไปหมดจนหัวเหมือนจะระเบิด

วินาทีที่ได้ยินว่าเลโอคือคนผิดใจก็สลายแล้ว แต่ในวินาทีที่ความหวังที่ว่าเลโอจะกลับมาลิบหรี่หัวใจยิ่งแตกสลายหนักเข้าไปใหญ่ ทั้งที่ปักใจเชื่อว่าเลโอไม่ผิดแต่ใจหนึ่งก็เตรียมรับให้ไหวในวันที่ความจริงปรากฏออกมา เตรียมใจรับวันที่จะไม่มีเลโออีกแล้ว มันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินกว่าที่จะทำ

“ข้าจะไม่เชื่ออะไรทั้งนั้น นอกเสียจากสิ่งที่ออกมาจากปากของเจ้า”

แอมไพร์เอ่ยแผ่วเบาไปกับสายลม นันย์ตาเรียวสวยยังคงจ้องไปยังผืนป่ากว้างใหญ่ไม่แปรเปลี่ยน เขาไม่หวั่นกลัวสักนิดว่าสถานที่ที่ตนยืนอยู่จะเป็นริมหน้าผาสูงที่ด้านล่างมีแต่ป่ารกทึบ

“แต่สุดท้ายแล้วเจ้าก็ไม่พูดอะไรสักอย่าง ไม่แม้แต่จะเอ่ยคำล่ำลาว่าเจ้าจะไปไหน...แล้วข้าสมควรที่จะต้องรอเจ้าต่อไปไหม?”

แอมไพร์ไม่รู้จริงๆ แม้เรื่องสงครามร่างบางจะทำได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องแต่กับเรื่องนี้แอมไพร์เหมือนคนโง่คนหนึ่งที่ช่วยอะไรคนที่รักไม่ได้เลยสักนิด ได้แต่รอคอยว่าเมื่อไหร่ความจริงจะปรากฏ ได้แต่รอความจริงออกจากปากคนบางคน การรอคอยความจริงจากใครมันเป็นเรื่องยาวนานและทรมานที่สุด

ยิ่งอย่างคนที่ให้ความเชื่อใจของตนไปกับอีกฝ่ายยเต็มร้อยด้วยแล้วยิ่งแล้วใหญ่ ทั้งที่คิดว่าสามารถจะไว้ใจได้โดยไม่มีข้อแม้หรือปัญหา เป็นคนที่จะอยู่ด้วยในยามที่ท้อใจหรือมีเรื่อง แต่สุดท้ายคนคนนั้นกลับวิ่งหนีหายไปอย่างไร้หนทางที่จะย้อนกลับ ไม่ว่าจะทางไหนก็หาตัวคนคนนั้นไม่พบเลยสักที่

“ข้าแค่อยากบอก...ว่าไม่ว่าเส้นทางที่เจ้าจะก้าวไปมันจะยาวไกลและยากลำบากแค่ไหน ข้าก็พร้อมจะก้าวไปพร้อมกับเจ้า...อัศวินเฮงซวย”

น้ำตาพาลจะไหลออกจากดวงตามาเสียดื้อๆ ความร้อนผ่าวที่ขอบตาทำให้แอมไพร์ต้องรีบกระพริบตาถี่ๆเพื่อไล่น้ำตาออก ตอนนี้เขาจะอ่อนแอไม่ได้ จะร้องไห้เป็นผู้หญิงเหมือนที่ผ่านๆมาไม่ได้ ตอนนี้ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องเข้มแข็ง ไม่มีอะไรที่ควรทำไปมากกว่านี้แล้ว ไอโรยังไม่ฟื้น กองทัพของยูโนสซิสขาดกำลังใจไปเกือบครึ่งเพราะเลโอที่หายไปไหนไม่รู้ เขาต้องเป็นกำลังใจให้คนที่เหลือ ทั้งกองทัพอัศวิน และพี่น้องมาริคทั้งสองที่มีสีหน้าไม่สู้ดีแต่แกล้งยิ้มไม่เลิก

คาร์เรย์ยังคงเอ่ยอะไรเรื่อยเปื่อยไม่เดือดร้อนแต่คนผมฟ้ามักเดินไปดูที่ห้องทำงานของเลโอบ่อยๆ ปากก็พร่ำบอกกับความว่างเปล่าว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทั้งคำชื่นชมเขา ทั้งการด่าพวกขุนนางหมูตอน หรืออะไรต่อมิอะไรที่เขาจะเล่าแต่สุดท้ายน้ำเสียงนั้นกลับแฝงไปด้วยความเศร้าและบอกให้อัศวินหน้าตารีบกลับมาไวๆ ตัวคาร์เรย์เองเหมือนจะรับมือไม่ไหวแล้ว...ส่วนเคอร์ริส รายนั้นก็เล่นบ้าบอคอแตก...ไปมากกว่าปกติจนเหมือนการแสดง คนผมเขียวยังวิ่งป่วนไปทั่วปราสาทเพราะบอกว่าไม่มีงานเอกสารให้ทำแล้วด้วยความร่าเริง แต่ทุกครั้งที่หยุดพัก นัยน์ตาสีเขียวมักจะเหม่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยสายตาราวกับกล่าวโทษที่พระเจ้าทอดทิ้งเลโอ ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยความว่างเปล่าจนน่าตกใจ...

“เจ้ากล้าปล่อยให้เคอร์ริสซึมงั้นหรือเจ้าอัศวินโง่ เจ้ากล้าที่จะปล่อยให้คาร์เรย์ยิ้มไม่ออกหรือ...ใจร้ายที่สุด”

แอมไพร์พึมพำกับลมฟ้าอากาศพลางกอดอกมองไปข้างหน้าด้วยดวงตาที่ทอความโกรธเคือง ท้ายที่สุดก็เริ่มอ่อนลงแล้วก้มมองไปยังพื้นดินสีน้ำตาล เขายอมรับว่าตัวเองคิดถึงเลโอ คิดถึงมากถึงขนาดที่ว่าตื่นมาก็ถามหาเลโอกับตนเอง ก่อนนอนก็ถามหาเลโอกับตนเอง ถ้าความคิดถึงฆ่าคนได้เขาคงจะตายเพราะเลโอนี่แหละ ยิ่งไม่มีข่าวคราวที่แท้จริงมามากเท่าไหร่ คนที่เหลืออยู่ยิ่งใส่สีตีไข่จนมากความ

“เจ้ารู้ไหม...ตอนนี้ที่ปราสาทพวกขุนนางลือกันว่าเจ้าตายไปกับระเบิดวันนั้นแล้ว...แต่ข้าไม่เชื่อหรอกนะ ตราบใดที่ยังไม่มีหลักฐาน ข้าจะไม่เชื่ออะไรเด็ดขาด”

แอมไพร์บอกพลางยิ้มด้วยใบหน้าเศร้า เขาเฝ้าหวังว่าข้อความเหล่านั้นที่ตนกล่าวไปจะไปถึงคนบางคนบ้าง อย่างน้อยๆก็ให้รับรู้ว่ามีคนหนึ่งคนคิดถึงอัศวินหน้านิ่งจนจะเป็นจะตาย คิดถึงจนถ้าว่างก็แทบไม่มีเรื่องใครในสมอง ในตอนนี้สมองแอมไพร์เต็มไปด้วยคำว่าเลโอจริงๆ

“ถ้าเจ้าไม่กลับมาข้าจะโกรธแล้วนะคนโง่...เจ้ามาทิ้งข้าไปในยามที่วางใจเจ้าที่สุด เชื่อใจเจ้าที่สุด และรักเจ้าที่สุด...”

น้ำตามันประท้วงว่าจะไหลออกมาอีกแล้ว แอมไพร์เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเพื่อห้ามมันไว้ อย่าไหลนะ ห้ามไหล!!

“เลโอคนบ้า!!!!

ฟุบ!

สิ้นเสียงตะโกนของแอมไพร์อยู่ๆสิ่งๆหนึ่งก็พุ่งขึ้นมาตรงหน้า แอมไพร์มองเห็นว่ามันเป็นชายร่างสูงผมแดงรุงรังกับใบหน้าเรียบสนิทประหนึ่งว่าต่อมความรู้สึกตกหายตอนมาเกิด ดวงตาสีเทายังคงประกายแข็งก้าว ก่อนจะได้เอื่อนเอ่ยคำใดมือของอีกฝ่ายก็คว้าเข้ากับแขนของแอมไพร์ก่อนดึงร่างบางมาแนบตัว แขนอีกข้างกอดรัดร่างบางเอาไว้จนแอมไพร์ตกใจ

“เล....ว๊ากกกกกกกก!!!!

จากเสียงร้องเรียกด้วยความดีใจแปรเปลี่ยนเป็นความตกใจเมื่ออัศวินนภาทิ้งตัวลงสู่พื้นเบื้องล่างอย่างไร้อุปกรณ์รับรองความปลอดภัย แอมไพร์แหกปากร้องลั่นป่าพลางจิกไหล่ร่างสูงไว้แน่น เลโอคนบ้า! บ้าที่สุดเลย! ไอ้อัศวินเฮงซวยเอ๊ย!แอมไพร์กู่ร้องในใจก่อนจะรีบเอาใบหน้ากดลงกับไหล่ของอีกฝ่าย กลิ่นหอมอ่อนๆที่เป็นกลิ่นเฉพาะตัวทำให้แอมไพร์รู้สึกสบายใจอย่างประหลาด

“จะปล่อยได้หรือยังครับ?”

“อ๊ะ...เลโอ! เจ้าอัศวินนิสัยเสีย!!

แอมไพร์รีบดีดตัวออกห่างอย่างระแวดระวัง นัยน์ตาสีม่วงครุกรุ่นอย่างโกรธเคือง

“เจ้ารู้ไหมว่าตอนนี้ที่อยู่โนสซิสวุ่นวายมากแค่ไหน ทั้งสงคราม ทั้งขุนนางหมูตอน ไอโรก็ยังไม่ฟื้น เจ้าคิดว่าข้าคนเดียวรับมือได้ไหม!! ข้าต้องอยู่คนเดียว รับมือคนเดียว คิดคนเดียว ไม่มีคนช่วยข้า ไม่มีคนมาให้ข้ากวนเพื่อระบายอารมณ์ เจ้ารู้ไหมมันทรมานแค่ไหนกับการไม่มีเจ้า...ทำไมอยู่ๆถึงหายออกมาโดยไม่บอกกล่าวอะไรเลย ยังคิดถึงใจกันอยู่บ้าง...”

นิ้วเรียวของเลโอแตะลงเบาๆที่ริมฝีปากนุ่มของแอมไพร์เพื่อให้ร่างบางหยุดพูดก่อนนิ้วหัวแม่ค่อยๆเกลี่ยแก้มเนียนเบาๆ

“สัญญาแล้วนี่ครับว่าจะไม่ร้องไห้ ทำตามที่พูดสิครับ”

“รู้แล้วน่า...”

แอมไพร์ว่าพลางสูดหายใจเข้าลึกๆ นัยน์ตาสีม่วงมองอีกฝ่ายด้วยความพิจารณา เลโอโทรมขึ้นนิดหน่อย มีไรหนวดไรเคราขึ้นมาเล็กน้อย ใบหน้าขาวๆที่เอะเทอะบ้าง เสื้อผ้าที่ใส่ก็เริ่มส่งกลิ่นตุๆทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ตอนกอดยังได้กลิ่นหอมๆอยู่เลย...ก็พอทำใจได้อยู่หรอก หนีออกมาโดยไม่มีอะไรติดตัวมาด้วยตั้งหกวัน จะไปขอความช่วยเหลือจากใครคงไม่ใช่เลโอ อีกอย่างเพราะเกิดเรื่องขึ้น เลโอคงไม่ยอมออกนอกยูโนสซิสเป็นแน่

“ก่อนหน้านั้นข้ามีเรื่องจะถามครับ”

เสียงราบเรียบที่คุ้นหูดึงแอมไพร์ออกจากการสำรวจร่างตรงหน้า ใบหน้าสวยเงยขึ้นมองหน้าอัศวินหนุ่มก่อนเลิกคิ้ว

“มีอะไรเหรอ?”

“มีคำถามสองคำถามอยากจะถามครับ”

“ว่ามาสิ”

“ท่านเป็นปีศาจหรือเปล่า?”

“คำถามนี้อีกแล้วเหรอ??”

แอมไพร์ทำหน้าเหมือนเบื่อหน่ายเสียเต็มประดา เลโอถามคำนี้กับเขารอบที่สองแล้วนะ ต่างกันแค่รอบแรกมันมีฐานะ”เจ้าชาย”มาด้วยก็เท่านั้น แอมไพร์ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ทำไมอัศวินนภาถึงได้ถามแต่คำถามที่เขาคิดไม่ถึงอยู่เรื่อย ไอ้เรื่องที่น่าสงสัยกลับไม่สงสัย แต่ไอ้เรื่องที่ไม่น่าสงสัยนี่สงสัยจัง แอมไพร์แอบขอนคอดในใจโดยไม่รู้เรื่องว่าเลโอก็สงสัยเขาทกุกเรื่องไปนั่นแหละ แค่ไม่ถาม

“ว่าไงครับ?”

“สภาพอย่างข้านี่เป็นได้ไหมล่ะ? ตอนนี้แค่เดินยังจะล้มเลย”

ที่เด็กหนุ่มว่าคงไม่เกินจริงนัก เพราะหลังจากปะทะกับมิคาเอลการฟื้นตัวของแอมไพรก์ก็ยังไม่ดีนัก อย่างที่มิคาเอลบอกคือแอมไพร์มีดวงวิญญาณแค่ครึ่งดวงเท่านั้นทำให้การฟื้นสิ่งต่างๆในร่างกายเป็นไปได้ช้ากว่าปกติ ถ้าวิญญาณมีครบป่านนี้เต้นแทงโก้พ่วงตีลังกาสิบตลบรอบปราสาทไปแล้ว

“แล้วรอยที่ตาตอนนั้น...”

นิ้วเรียวเกลี่ยใต้ตาของร่างบางเบาๆจนแอมไพร์เผลอสะดุ้ง นัยน์ตาสีม่วงสบกับเลโอด้วยความบังเอิญ

“มองตาข้าแล้วตอบอย่างจริงจังได้ไหมครับ ท่านแอมไพร์?”

“มีอะไรที่ข้าต้องตอบเจ้าอีก เมื่อใจเจ้าก็รู้คำตอบดีแก่ใจ”

เสียงทุ้ตอบกลับอย่างนุ่มนวล นัยน์ตาสีม่วงฉายแววจริงจังอย่างที่เลโอไม่เคยคิดจะเห็น

“งั้นคำถามสุดท้าย”

“นี่กำลังเล่นเกมส์อยู่หรือไง?”

ร่างบางว่าอย่างขบขันพลางส่ายหัวเบาๆเลโอดูไม่ต่างจากเด็กน้อยขี้สงสัยที่เอาแต่ถามอย่างเดียวไม่ยอมเว้นจังหวะในได้พูดอะไรเลยสักคำ

“ท่านเกี่ยวข้องอะไรกับราชวงศ์ของอาเจลแลงค์”

คำถามนั้นเรียกสีหน้าตระหนกของแอมไพร์ได้ครู่หนึ่งชนิดที่เลโอไม่มีทางสังเกตเห็น ใบหน้าสวยเงยขึ้นเพื่อสบสายตากับคนถาม

“เจ้าถามแบบนี้ ไปรู้อะไรมาหรือไง?”

“พระราชาของอาเจลแลงค์เรียกท่านว่า”อลิซ” และนั่นคือนามของน้องสาวของเขา เจ้าหญิงอลิซผู้ถูกถวายแด่องค์มิคาเอลแต่ถูกลูซิเฟอร์แย่งชิงไปเสียก่อน”

“เจ้าก็เลยสรุปโดยรวมไปว่าข้าอาจจะเป็นลูกของเจ้าหญิงอลิซและลูกซิเฟอร์งั้นสิ เจ้านี่สุดยอดจริงๆ”

แอมไพร์ว่าแล้วส่ายหัวไปมาอย่างทึ่งๆ เลโอช่างเชื่อมโยงเหตุการณ์ได้จนน่าขนลุก แต่บางที่เลโออาจจะอ่านนิยายมากไปก็ได้ถึงได้คิดออกมาเป็นตุเป็นตะแบบนี้

“ข้าไม่เกี่ยวข้องใดๆกับราชวงศ์นั้นทั้งสิ้น ก็แค่บังเอิญหน้าเหมือนล่ะมั้ง”

ร่างบางว่าอย่างไม่ใส่ใจพลางเบนหน้าออกข้างตัวอย่างเบื่อๆ แต่เลโอกลับจับคางคู่สนทนาให้หันกลับมามองที่ตนอีกครั้ง แอมไพร์กระพริบตาถี่ๆอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่อัศวินผมแดงกำลังทำ

“มองตาข้าแล้วตอบว่าท่านไม่ใช่”

“ข้า-ไม่-ใช่”

แอมไพร์เน้นน้ำเสียงอย่างติดจะรำคาญนิดหน่อย เลโอจะเอาอะไรกับเขานักหนากันเล่า

“ดีครับ”

สิ้นคำเลโอก็ดึงร่างของเด็กหนุ่มตรงหน้าเข้าไปกอด ราชินีตกใจจนทำตัวไม่ถูก แขนทั้งสองดูเกะกะเพราะไม่รู้จะเอาไปวางไว้ไหน สิ่งที่เลโอทำไม่น่าแตกตื่นเท่าคำพูดที่หลุดออกมา

“ข้าจะไดมั่นใจว่าคนที่ข้ารักไม่ใช่ปีศาจ”

“เดี๋ยว...อะไรของเจ้าน่ะ”

“แค่คิดว่าอยากลองพูดดูน่ะครับ เท่ห์ดี”

“มันใช่ที่ควรเอามาพูดเล่นไหม!

แอมไพร์ปวดสมอง เลโอติดความเกรียนมาจากเขาหรือไงเนี่ย พักนี้จะว่าไปเขาเองก็ไม่ได้เกรียนเลยสักนิดเพราะมัวแต่จริงจังอยู่ ว่าแล้วก็น่าเป็นห่วงสุขภาพจิตตัวเองอยู่เหมือนกัน

“ขอบคุณนะครับที่ไม่โกหกกัน”

เสียงทุ้มของเลโอทำให้แอมไพร์ชะงัก เด็กหนุ่มยิ้มรับก่อนจะค่อยๆเคลื่อนหน้าเข้าไปหาเลโอ ริมฝีปากสีเชอร์รีประทับกับริมฝีปากของอัศวินนภาเป็นรอบที่สามในตลอดระยะเวลาที่รู้จักกันมา เลโอมองร่างบางอย่างไม่เข้าใจแค่กลับไม่ขัดขืนอะไร

“เลโอรู้ไหม?”แอมไพร์ว่าก่อนวางคางของตนลงบนไหล่อีกฝ่าย

“รู้อะไรครับ”

“ข้าน่ะไม่ใช่ปีศาจนะ”

“ครับ”

“แล้วก็ไม่ใช่...”

“แม้แต่เวนเดล แอมไพร์ด้วย”

สิ้นคำพูดที่น่าตกตะลึงความเจ็บปวดก็แลนเข้ามาจากทางด้านหลัง ร่างของคนที่กอดอยู่ค่อยๆถอยออกห่างทำให้เลโอเห็นปลายดาบที่เสือกเข้ามาจากทางด้านหลังด้วยฝีมือของคนตรงหน้า คมดาบทะลุกท้องของอัศวินนภาและแทงไปถึงช่องท้องของร่างบาง เลโอจ้องมองร่างตรงหน้าด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจก่อนจะค่อยๆทรุดตัวลงกับพื้น

“จูบนั่น...คือจูบบอกลา ลาก่อนนะอัศวินนภา เลโอ ลาก่อน...ตลอดกาล”

 

ตลอดระยะเวลาที่เหลือแอมไพร์ใช้เวลาทั้งหมดอยู่กับการประชุมกับเหล่าหัวหน้าป้อมย่อยทั้งสิบสองป้อมเพื่อวางแผนรับมือกับกองทัพปีศาจ รวมทั้งเปิดรับความคิดเห็นและแผนการจากตัวแทนของเมืองต่างๆด้วย นอกจากนี้แอมไพร์เองยังต้องทดสอบเหล่าหัวหน้าป้อมเพื่อหาจุดอ่อนจุดแข็งของแต่ละคน วันทั้งวันจึงแทบจะหมดไปกับเฝ้าสังเกตคนแต่ละคน

“พักบ้างเถอะครับท่านแอมไพร์”

คาร์เรย์ว่าเสียงอ่อนใจหลังมองราชินีของตนนั่งทำงานไม่หยุดพักมาตลอดสามวัน ยิ่งเหลือเวลาพรุ่งนี้อีกเป็นวันสุดท้ายแอมไพรยิ่งไม่ยอมพักเลยนอกจากเวลาทานข้าวหรือนอนเท่านั้น

“ถ้าอยากให้ข้าพักก็ปลุกพระราชาของเจ้าขึ้นมาสิ แล้วเวลานั้นแหละที่ข้าจะพักล่ะ”แอมไพร์หยุดมือที่กำลังเขียนแผนการแล้วเงยหน้าขึ้นมาบอกอีกฝ่ายก่อนจะก้มลงไปทำงานต่อ

“พอเลยครับ”

คาร์เรย์เดินเข้าไปกระชากปากกาในมือรวมทั้งรวบเอาเอกสารต่างๆมาไว้ในแขน

“ถ้าท่านไม่พักข้าจะมัดท่านเอาไว้กับเก้าอี้ ถ้าเกิดวันจริงท่านเกิดล้มป่วยขึ้นมาจะว่ายังไง ท่านเป็นแม่ทัพใหญ่นะ”

แอมไพร์ยู่หน้ามองเอกสารในมืออีกฝ่ายแล้วกอดอกสะบัดหน้าหนีไป อัศวินวารีถอนหายใจ คนรอบตัวเขามีแต่พวกแบบนี้ไปเสียหมด พอสนใจหรือได้ทำงานแล้วก็จะอยู่กับงานไม่ยอมพักผ่อน จะไม่ยอมไปไหนจนกว่างานจะเสร็จ

“งั้นข้าจะออกไปฝึกอัศวิน”ราชินีว่าพลางลุกขึ้น

“หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะครับราชินี”

เคอร์ริสรีบวิ่งเข้ามาขว้างหน้าร่างบางเอาไว้พร้อมกางแขนออกทั้งสองข้างกั้นไม่ให้แอมไพร์ไปไหน

“คาร์เรย์ต้องการให้ท่านพักผ่อนนะครับ อย่าดื้อแบบนี้สิ”อัศวินปัฐพีดุ คิดไม่ถึงว่าจะมีวันที่ตนได้พูดแบบนี้ออกมา

“ไม่! สงครามจะเริ่มในอีกสองวันข้างหน้านี้แล้ว พรุ่งนี้ก็เวลาเตรียมตัววันสุดท้ายเจ้าจะให้ข้านิ่งนอนใจได้ยังไง”

“แต่ท่านร้อนใจมากไปก็รังแต่จะเป็นผลเสีย สู้เก็บแรงเอาไว้ก่อนไม่ดีกว่าเหรอครับ?”

เด็กหนุ่มสะอึกเมื่อเจอกับความจริงจากปากอัศวินผมเขียว อีกฝ่ายพูดถูก เขาเอาแต่ใจร้อนมากไปจนไม่คำนึงถึงอะไรเลย โดยปกติแอมไพร์ก็เป็นคนใจร้อนอยู่แต่แรกแล้ว แล้วยิ่งมาอยู่ในสภานการณ์แบบนี้ด้วยยิ่งแล้วใหญ่...มันทำให้รนไปหมด

“กำลังเป็นกังวลอยู่หรือเปล่าครับ? เกี่ยวกับคนบางคน?”

เคอร์ริสถามเสียงราบเรียบแต่ก็ทำให้เด็กหนุ่มสะดุ้งได้ ใบหน้าสวยเสมองอัศวินแห่งผืนดินที่มักมีความร่าเริงประดับใบหน้าอยู่เสอมแต่วันนี้มันไม่ใช่....เคอร์ริสไม่ยิ้มเหมือนที่ผ่านมา

“ยอมรับเถอะครับว่าที่นี่ไม่มีเขาอยู่อีกแล้ว เราจำเป็นต้องเดินด้วยขาของตนเอง”

อัศวินวารีกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มเล็กๆ เขาเองก็คราดหวังและเชื่อมั่นว่าเลไม่ใช่คนผิด ยังเฝ้ารอเสมอว่าเลโอจะปรากฎตัวขึ้นสักวันเพื่อช่วยเหลือยูโนสซิสในยามที่ไม่มีไอโร แต่มันกลับไม่ใช่ จนแล้วจนรอดเลโอก็ยังไม่กลับมา ทำให้ใจที่เคยเชื่อมั่นเสื่อมศรัทธาลง เลโอไม่ใช่คนที่กลัวความผิดมากกว่ากลัวว่าเมืองที่ไอโรรักจะพังสลาย

“หมอนั้นไม่กลับมาอีกแล้วล่ะครับ”เคอร์ริสเอ่ยย้ำ

“พวกเจ้าเองก็คิดแบบข้างั้นเหรอ...”

คำพูดของร่างบางเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิด นัยน์ตาสีม่วงทอประกายแสงอ่อนล้าจนน่าหดหู่ องค์ราชียันตัวลุกออกจากที่นั่งของตนก่อนจะเดินเข้าไปหาร่างของอัศวินทั้งสองที่ยังเหลืออยู่ แขนเรียวยกขึ้นโอบลำคอของสองอัศวินจากคนละฝั่ง แม้จะต้องพยายามเพื่อเอื้อมให้ถึง แม้จะต้องเขย่งแต่แอมไพร์ก็จะทำเพื่อมอบความอบอุ่นและเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปจากใจคนทั้งสอง

“ข้าว่าเขาไม่กลับมาแล้วล่ะ...”

น้ำเสียงเจื่อแววความเศร้าพร่ำบอก สองพี่น้องมาริคนิ่งไปก่อนทั้งคู่จะโอบกอดร่างเล็กๆของราชินีกลับ ใบหน้าของทั้งคู่ฝังลงกับไหล่เบาๆด้วยเนื้อตัวสั่นเทา แม้จะเป็นผู้ชายก็ใช่ว่าจะไม่มีความอ่อนแออยู่ในจิตใจเสียเมื่อไหร่ การสูญเสียใครสักคนที่เป็นดั่งที่พักพิงไปมันทำให้หัวใจเหมือนแตกร้าว

“เขาไม่กลับมาแล้วล่ะ...ที่นี้ ตรงนี้ เหลือแต่พวกเรา เข้าใจใช่ไหม?”

เข้าใจใช่ไหมตัวข้า....

แอมไพร์ปิดเปลือกตาลงช้าๆเพื่อเข้าใจในสิ่งที่ตนพร่ำบอกคนอื่น แม้จะพูดออกมาได้ก็ใช่ว่าตัวเองจะทำใจได้ แม้จะพร่ำบอกด้วยน้ำเสียงที่ราวกับไม่เป็นอะไรแต่ใครจะรู้ว่าคนคนนี้แทบจะตายทั้งเป็นอยู่แล้ว

“อึก!!

“ท่านแอมไพร์!!

สองพี่น้องมาริครีบพละตัวออกทันควันเมื่อร่างบางมีปฏิกิริยาที่ผิดแปลกไป มือเรียวทั้งสองข้างกุมท้องของตนเอาไว้แน่น ใบหน้าบิดเบี้ยวแสดงความเจ็บปวดออกมาอย่างชัดเจน

“ท่านแอมไพร์เป็นอะไรครับ??”คาร์เรย์ร้องถามด้วยความตกใจ

“ปวด...ปวดท้อง”

แอมไพร์ว่าเสียงขาดหายก่อนจะทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้น เคอร์ริสที่เห็นดังนั้นก็รีบชอนร่างบางขึ้นทันที

“ข้าจะพาท่านแอมไพร์ไปที่ห้องก่อน เจ้าไปตามหมอหลวงมาที”

คาร์เรย์พยักหน้ารับคำสั่งของพี่ชายก่อนจะรีบวิ่งออกไป ทางเคอร์ริสก็รีบพาร่างของแอมไพร์ไปยังห้องนอนทันที

 

“ดูเหมือนท่านแอมไพร์จะพักผ่อนน้อยบวกกับความเครียดในหลายๆเรื่องทำให้เป็นโรคกระเพาะ ยังไงก็ช่วยดูแลท่านแอมไพร์ดีๆด้วยนะคะ นะจุดจุดนี้ของบอกไว้เลยนะคะว่า...ต้องบังคับให้ทานอาหารมากๆ อย่าละเลยเป็นอันขาดนะคะ...ในส่วนของท่านด้านความเครียดต่างๆก็ควรจะแบ่งเบาบ้าง ไม่เช่นนั้นท่านแอมไพร์อาจจะทรงป่วยมากกว่าเดิมได้ค่ะ”

ไม่ว่าจะวินาทีไหนแพทย์หลวงพริตตี้ก็ยังคงทำหน้าที่ของตนโดยคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ได้ดีเกินคาดจนสองพี่น้องมาริครวมทั้งฟีเอสเงิบตามกันไปติดๆ

“ข้าขอตัวก่อน ดูแลกันดีๆนะคะ”

“ครับ...”

เมื่อสามคนในห้องรับคำแพทย์สาวก็เดินออกไปจากห้องทันที สองพี่น้องมาริคจึงมองส่งร่างนั้นก่อนจะเดินเข้าไปมองดูแอมไพร์ใกล้ๆ ตอนนี้ร่างบางหลับไปเพราะฤทธิ์ยาที่แพทย์สาวมอบให้ ใบหน้าดูซีดเซียวกว่าเดิมเท่าตัว

“ดูเหมือนว่าข้าเองก็คงต้องรักษาการแทนแอมไพร์ก่อน”ฟีเอสว่าเรียบๆ

“เป็นไปได้ทำแทนไปเลยครับ งานนั้นน่ะ”เคอร์ริสว่าพลางถอนหายใจ เลโอหาย ไอโรบาดเจ็บ แอมไพร์ก็มาป่วย นี่มันปีชงของยูโนสซิสหรือเปล่าเนี่ย?

“จะว่าไปไหนๆก็ว่างแล้วใช่ไหมครับเจ้าชายฟีเอส?”คาร์เรย์เบนสาตากลับจากร่างของราชินีมายังร่างของเจ้าชายจากต่างแดน

“อืม...มีอะไรหรือเปล่า?”

ฟีเอสถามกลับเรียบๆพลางมองอัศวินวารีของน้องชายต่างสายเลือดด้วยสายตาไม่เข้าใจ นัยน์ตาของอัศวินวารสบเจ้าชายต่างแดนก่อนจะตัดสินใจถามในสิ่งที่สงสัยมานานออกไป

“ข้าจำได้ว่าประมาณอาทิตย์สองอาทิตย์ก่อนพระราชาไปเมืองอาร์ตเธ จะเสียมารยาทหรือเปล่าถ้าข้าจะเอ่ยถามว่าเขาไปทำไม?”

อัศวินวารีเอ่ยถามด้วยท่าทางนอบน้อมและคงไว้ซึ่งมารยาทที่พึงมี ตระกูลมาริคก็ไม่ใช่ตระกูลพื้นๆเป็นขุนนางชั้นสูงกันมาหลายชั่วอายุคน รับใช้ราชามาก็หลายรุ่นทำไมจะไม่รู้การปฏิบัติตัวต่อราชวงศ์เมืองอื่น

“อ่อ...เรื่องนั้นน่ะเหรอ ก็ไม่มีอะไรนี่ เจ้าสงสัยอะไรเหรอ?”

“ข้าแค่รู้สึกว่ามันต้องมีความเกี่ยวข้องแปลกๆกับเรื่องที่เกิดขึ้นยังไงไม่รู้สิครับ ข้าไม่ได้สงสัยอาร์ตเธนะครับเพียงแต่...มันเป็นเซนส์”

คำพูดของอัศวินวารีช่างไม่น่าเชื่อถือสักนิดเรื่องที่เขาไม่ได้สงสัยอาร์ตเธ แต่เจ้าชายฟีเอสก็ยังใจดีพอจะตอบคำถามเหล่านั้นอย่างไม่ถือสา และถือเสียว่านี่คือการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของเมืองเขาด้วย

“ไอโรไปหาหนังสืออ่าน เรื่องประวัติศาสตร์สงคราม ดูเหมือนจะครอบคลุมถึงเรื่องขององค์มิคาเอลและลูซิเฟอร์ด้วย”

“ลูซิเฟอร์? หัวหน้าของปีศาจพวกนั้นน่ะเหรอครับ?”

“นั่นแหละๆ”

สองพี่น้องกันมองหน้ากันก่อนจะลงความเห็นเหมือนกันว่ามันแปลกที่ไอโรจะสนใจเรื่องพวกนี้ ปกติแล้วไอโรเป็นพวกรักสงบ ถึงจะชอบหาความรู้ใส่ตัวก็ตามแต่ก็มีเรื่องหนึ่งที่ไอโรจะไม่ยอมแตะต้องถ้าไม่ถูกบังคับให้อ่านหรือมีความจำเป็นจริงๆ คือเรื่องสงคราม และเรื่องขององค์มิคาเอลและลูซิเฟอร์ ไอโรมักพูดเอาไว้เสมอว่าเรื่องราวหนึ่งเรื่องใครจะผิดหรือใครจะถูกก็ได้ถ้ามันเป็นเรื่องเล่าออกมาแบบปากต่อปาก มันขึ้นอยู่ว่าคนเล่ากับคนฟังประสงค์แบบไหน ถ้าคนฟังอยากจะรับรู้แต่เรื่องที่องค์มิคาเอลถูก มิคาเอลก็จะถูก แต่ถ้าคนฟังรับฟังแต่เรื่องที่ลูซิเฟอร์ถูก ลูซิเฟอร์เองก็สามารถถูกได้เช่นกัน เช่นเดียวกันกับคนผู้ถ่ายทอดเรื่องราว ถ้าเขาถ่ายทอดแต่ด้านที่ผิดของลูซิเฟอร์ลูซิเฟอร์ก็จะผิด แต่ถ้าตีแผ่ความชั่วร้ายของมิคาเอลบ้าง มิคาเอลก็เป็นฝ่ายผิดได้เช่นกัน

“มีรายละเอียดปลีกย่อยเกี่ยวกับเรื่องพวกนั้นหรือเปล่าครับ?”เคอร์ริสละความสนใจในสิ่งที่ไอโรเคยพูดไว้กลับมาตั้งคำถามอย่างสงสัย

“ก็มีอยู่เล็กน้อย ข้าเองก็อยากจะถามเหมือนกันว่าเขาเป็นอะไรถึงได้รีบไปที่อาร์ตเธเพื่ออ่านเรื่องพวกนั้นและเดินทางกลับมาด้วยความรีบร้อนทันทีที่ถามเรื่องบางเรื่องเสร็จ”เจ้าชายต่างแดนว่าพลางลูบคางครุ่นคิด

“เรื่องบางเรื่อง? เขาถามอะไรครับ?”

“รู้สึกเหมือนจะถามถึงคนที่ชื่อ...เบล ใช่เขาถามถึงคนที่ชื่อเบลแล้วก็หัวหน้านักบวชของเมืองข้า ไม่รู้ว่าสนใจอะไรเกี่ยวกับศาสนาอยู่”

ฟีเอสโพลงออกมาเมื่อนึกขึ้นมาได้ จะว่าไปเขาก็ติดใจตั้งแต่ตอนนั้นแต่ยังไม่มีโอกาสได้ถามอะไรไอโรเลยสักคำเพราะอีกฝ่ายรีบกลับ มาเจอกันอีกทีไอโรก็เป็นแบบนี้ไปแล้ว

“เบล...”

สองพี่น้องมาริคทวนชื่อที่ว่าก่อนจะลูบคางครุ่นคิด ใบหน้าของคนที่ชื่อว่าเบลและสนิทกับไอโรค่อยๆลอยเข้ามาในหัวเรื่อยๆ จะเป็นเบลล่าที่ไอโรเคยจีบไว้เมื่อตอนสิบห้าก็คงไม่ใช่ บลูเบลที่ไอโรเคยสัญญาว่าจะแต่งงานด้วยตอนสิบหกก็ไม่เชิง ยิ่งจิงเกิลเบลที่ไอโรเคยชมว่าชื่อเพราะมาก(?)เมื่อตอนสิบเจ็ดก็ยิ่งไม่ใช่ใหญ่....จะเหลือก็แต่

“พี่ชายของท่านแอมไพร์?”

สองพี่น้องร้องออกมาพร้อมกันก่อนจะหันไปหาเจ้าชายฟีเอสที่ทำสีหน้าไม่เข้าใจอยู่

“คนที่มีความเป็นไปได้ว่าเขาจะกล่าวถึงก็คงมีแต่ท่านเบลพี่ชายของท่านแอมไพร์เท่านั้นแหละครับ”คาร์เรย์ว่า

“แต่พระราชาถามถึงคนคนนั้นทำไม?”เคอร์ริสครุ่นคิด

“ยังไงก็พี่ของภรรยานี่นะ”

“นั่นสิ”

“เดี่ยวนะ...พี่ของภรรยา?”

ฟีเอสเบรกสองพี่น้องหัวทิ่ม ทั้งคู่สะดุ้งเฮือกก่อนหันมององค์ชายต่างแดนที่แสดงสีหน้าไม่เข้าใจก่อนจะค่อยๆเบิกตาขึ้นโพลงคล้ายจะสามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ได้แล้วด้วยตัวเอง

“อย่าบอกนะว่า...”

นิ้วเรียวชี้ไปที่แอมไพร์ก่อนจะได้รับสีหน้าแห้งๆของสองพี่น้องพยักกลับมา ฟีเอสกระพริบตาปริบๆชนิดที่ถ้าไม่ใช่อัศวินวารีกับอัศวินปัฐพีพูดเขาคงไม่เชื่อแน่ๆว่านี่คือความจริง

“ไหนบอกว่าไม่พร้อมดูแลใครไง?”

“เรื่องนั้นพวกข้าก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ก็อยู่ๆก็ประกาศว่าได้ราชินีแล้วจากนั้นไม่ถึงวันก็พาท่านแอมไพร์มาแนะนำให้รู้จัก มองเผินๆก็เหมือนจะรักกันดีแต่มันก็ดูแปลกๆยังไงไม่รู้”อัศวินวารีว่าเสียงแห้ง

“ถึงจะมีข่าวว่าพระราชาหัวทองไม่เลือกเพศก็เถอะ แต่ตอนนั้นพวกเราก็ตกใจมากที่เขาตกลงปลงใจออกมาเป็นตัวเป็นตน”

องค์ชายผมฟ้ามองหน้าสองพี่น้องมาริคที่ยิ้มแห้งๆให้เขาก่อนถอดถอนหายใจ

“เรื่องนั้นช่างแถอะ แต่ที่ข้าสงสัยคือไอโรจะถามเกี่ยวกับพี่ม่ะ แฮ่ม! หมายถึงพี่ของแอมไพร์กับข้าทำไม?”

สองพี่น้องพยักหน้ารับพลางคิดตามคำถามขององค์ชายตรงหน้า คนสามคนตกอยู่ในวังวนความคิดของตัวเองแบบกู่ไม่กลับ ครู่ใหญ่เคอร์ริสก็ดีดนิ้วพร้อมกล่าวออกมาคล้ายนึกขึ้นมาได้

“รู้สึกเหมือนท่านเบลจะปรากฏตัวขึ้นหลังจากที่พวกพระราชากลับจากงานวันเกิดของพ่อท่านนะครับ”

“แต่ตอนนั้นข้าไม่อยู่นี่ จะว่าเจอกันในงานก็ไม่น่าใช่...อะไรล่ะนั่น”

ฟีเอสทำหน้าจนปัญญาเต็มแก่ เขาเองก็ไม่เข้าใจการกระทำของไอโรมาแต่ไหนแต่ไร รู้แค่ว่าทุกการกระทำของไอโรย่อมมีเหตุผลเสมอ และเขาก็แน่ใจว่าครั้งนี้ก็ด้วย เรื่องที่ไอโรถามถึงคนชื่อเบลเขาเองก็ลองมาทบทวนดูว่าในรายชื่อคนรู้จักของพ่อมีคนชื่อนี้หรือเปล่า แต่เขากลับพบว่าเขาไม่เคยได้ยินเชื่อนี้มาก่อน พ่อเองก็บอกกับเขาว่าไม่รู้จักคนชื่อนี้เหมือนกัน ซ้ำยังถามกลับด้วยซ้ำว่าใครกันล่ะนั่น

“อีกเรื่องคือ...ทำไมอยู่ๆพระราชาของเราถึงไปศึกษาเรื่องเกี่ยวกับพวกปีศาจกันล่ะครับ?”

“พี่ชายของแอมไพร์ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้ และข้าว่าไอโรต้องรู้อะไรแน่ๆ...”

ฟีเอสว่าพลางลูบคาง เขาแน่ใจว่าไอโรต้องระแคะระคายอะไรกับเรื่องพวกนี้อยู่บ้างเพียงแต่ว่ากลับยังไม่บอกอะไรใครออกไปเพราะไม่อยากให้รอบข้างเป็นกังวลหรือจิตตกไปกับข้อสงสัยของตนเอง

“เราต้องรอจนกว่าพระราชาหน้าโง่จะฟื้นสินะ”อัศวินปัฐพีพึมพำ

“แล้วเมื่อไหร่เขาจะตื่นล่ะครับ?”อัศวินวารีว่าบ้าง

“...ข้าจะไปปลุกเขาเดี๋ยวนี้แหละ!!!



ตอนที่แล้วเม้นน้อยจัง 6เม้น....คนเม้นไปไหนกันหมด เค้ารู้ว่าเค้าหายไปนานมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เพระาเค้ายุ่งมากกกกกกกกกกกกกกกกกก พอบอกว่า"เราจะพักลงนิยายอาทิตย์นึงน๊า"งานราช งานหลวงมาประหนึ่งว่าเป็นบุคคลสาํารณะ ทั้งวันครู รับเข็มของเด็กม.4ที่ต้องไปช่วย ไหนจะคอนเสิร์ตที่โรงเรีย น#นอนตายแป๊ป
ตอนนี้อย่าลืมเม้นกันนะ><

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

23 ความคิดเห็น

  1. #1095 Night Demon (@pimmie1204) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 09:29
    งงใจแอมไพร์มาก คร่ำครวญอยากเจอเลโอแล้วท้ายสุดแทง?
    #1095
    1
  2. #884 w-rabbit (@nene-zero) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 มีนาคม 2558 / 23:04
    หนุกมากมายค่าาาา
    #884
    0
  3. #630 ถังเถียน (@gochawan) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2557 / 18:00
    ในที่สุดก็ได้มาอ่าน ฮือๆ ซาบซึ้ง  ว่าแต่ทำไมพอข้าน้อยกลับมาท่านก็มาตาย(รึเปล่า?) ไปซะนี่ เลโอ๊!!!! รู้สึกถึงลับลมคมนัยแปลกๆ สงสัยต้องไปเรียกเด็กแว่นมาแก้ปัญหา (เกี่ยว)?
    #630
    0
  4. #611 ..BBooKK.. (@horseaholic) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2557 / 16:54
    ทำไม ทำไม ทำมายยยยย เรื่องมันเครียดขนาดนี้ เลโอจะตายไหมไม่หรอกมั้งมันเป็นพระเอก ไอโรจะฟื้นไหมแล้วรู้อะไรมา แล้วใครกันแน่ที่ทำร้าเลโอ โอ้ยยยยคาใจ55 เอาเป็นว่าจะรออ่านนะคะสู้ๆ
    #611
    0
  5. #610 RabBiTaN (@keaw1542542) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2557 / 12:39
    เลโอตายจริงเรอะ ม๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ยTwT 
    #แอบคิดถึงเบลไอโร(?)
    #610
    0
  6. #608 DarkPierro (@--francis--) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2557 / 14:01
    ว้าว เลโอตายแล้ว 0w0//ร่าเริง#ผิด

    #608
    0
  7. #604 Unvaried (@lostrose) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2557 / 06:45
    รอค่าาา
    #604
    0
  8. #603 _Silver_ (@tarusung) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2557 / 21:58
    ตัดได้ค้างงงงงงงงงงงงงงงงมากกกกกกกกกกกกกกกกกคร๊าาาา Y.Y
    #603
    0
  9. #602 Ene_Takane (@kamisama111) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2557 / 20:02
    จุดยาวววววๆๆๆ
    #602
    0
  10. #601 Haruse (@g-i-o-t-t-o) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2557 / 19:58
    มาต่อไวๆน้าาาาา รออยู่
    ประโยคสุดท้ายเบลพูดแน่เลยอ่ะ
    #601
    0
  11. #600 nejan12 (@kijsanee) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2557 / 23:54
    ทำไมมมกานนนนนนน เลโอโดนแทงงง? ไม่น้าา
    #600
    0
  12. #597 rinsa5 (@rinsa5) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2557 / 22:09
    ...// ไรคำบรรยายจริงๆ เลโอออออออออแแ๊><
    #597
    0
  13. #596 Shawnita (@pet9) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2557 / 22:02
    เม้นแล้ว.....มาต่อไวๆนะ
    #596
    0
  14. #594 Soche de proche (@zurface) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2557 / 17:31
    ค้างครับ- -
    #ดีใจที่ท่านมาต่อ
    #594
    0
  15. #593 kuro shiro (@khwanloveyaoi) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2557 / 15:50
    อ้าว งงงงงงงงงง รีบมาต่อน้าเค้าอยากรู้
    #593
    0
  16. #591 hayama aya (@marioto) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2557 / 12:02
    เมื่อกี้มันคืออะไร๊
    #591
    0
  17. #590 ความตายสีขาว (@tsuyoko-1827) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2557 / 11:54
    เกิดไรขึ้นเนี่ยยยยย มึนเลย
    #590
    0
  18. #589 N เอ็น (@nlm1122) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2557 / 11:12
    เฮ้ยยยย เมื่อกี้ยังคร่ำควญถึงเลโออยู่เลยนะแอมไพร์ ไปแทงเลโอทำม๊ายยยย

    ตอนนี้ปริศนาคาใจมากมายอ่ะ //ดิ้นๆ อยากรู้อ่าาา ไม่รู้แล้วมันจะนอนไม่หลับนะเนี่ย T^T
    #589
    0
  19. วันที่ 30 มิถุนายน 2557 / 01:24
    ทำมายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย //พิมเหนื่อย หักมุมมากเลยค่ะ
    ว่าแต่ ตอนที่สัญญาไว้ถึงไหนแล้วคะ
    #588
    0
  20. #587 guinw55 (@guinw55) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2557 / 21:37
    เฮ้ย!! แดรกจุดเลยสิงานนี้...
    ตะกี๊ยังบอกคิดถึงอยู่เลย เผลอแป๊บเดียวจิ้มฉึกๆบอกลากันซะงั้น
    #587
    0
  21. #586 bumeja (@15bume15) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2557 / 20:43
    "ลาก่อน......ตลอดกาล" ห่ะ!!!!! โอ้ววววววม่ายยยยยยยยยยยย!!!!!!!
    #586
    0
  22. #585 frozen-sn (@snowcharisma) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2557 / 20:18
    เอ๊ะ! อะไร มันยังไง!!!
    แอมไพร์ ไม่ใช่ แอมไพร์?
    หรือ เลโอ ไม่ใช่ เลโอ?

    เอิ่มมมม มึนเลย
    #585
    0
  23. #584 _Silver_ (@tarusung) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2557 / 20:15
    กะ เกิด...อะไรขึ้นนนนนนนนนนนนนนนนนน!!
    #584
    0