Knight Vs Queen! ศึกปราบเกรียน[อัศวินแด่ราชินี]

  • 96% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 35,032 Views

  • 1,107 Comments

  • 1,802 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    20

    Overall
    35,032

ตอนที่ 37 : 30th::Round Dejavu <rewrite>

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1123
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    15 มิ.ย. 61

30th Round

Dejuvu

เป็นความทรงจำที่เจ็บช้ำ...ทำไมต้องมาทำให้เจ็บซ้ำ???

แอมไพร์มองตามร่างที่เลือนหายไปของพี่ชายด้วยความรู้สึกเหมือนหัวใจแตกสลาย ไอโรยังไม่ฟื้น เลโอหายไปอย่างไร้ร่องรอย แล้วนี่เบลยังมีถูกจับตัวไปอีก เรื่องราวที่เกิดขึ้นทำให้แอมไพร์รู้สึกเหมอืนหมดศรัทธาในชีวิตไปโดยปริยาย แขนเรียวที่เอื้อมคว้าอากาศตรงหน้าค่อยๆลดลงก่อนร่างบางจะกรีดร้องออกมาสุดเสียง

“เบล!!!!

“แอมไพร์!

ฟีเอสรับพุ่งเข้าหาร่างของราชินีร่างบาง แอมไพร์ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ความเศร้า ความเหนื่อยล้า ความสิ้นหวัง ความรู้สึกด้านลบั้งหมดทั้งมวลกำลังถาโถมเข้าใส่แอมไพร์เป็รว่าเล่น ราวกับว่าร่างบางเป็นแหล่งกักเก็บความรู้สึกร้ายๆทั้งหมดบนโลกใบนี้

“นึกจะพรากใครไปก็พราก ถ้าเกลียดข้าขนาดนั้นก็พรากชีวิตข้าไปด้วยสิ เอาไปเลย เจ้าไปสิพระเจ้างี่เง่า! เอาชีวิตข้าไปด้วยสิ!!!

ร่างบางเงยหน้าขึ้นตะโกนก้องใส่ท้องฟ้า เขารู้ว่าเบลยังไม่ตายแต่ก็ไม่ต่างอะไรกับตายไปแล้ว แดนมนุษย์ทั้งดินแดนกับชีวิตของเบลเพียงคนเดียว ไม่ต้องบอกก็รู้ส่าแอมไพร์ต้องเลือกอะไร ถ้าทำตามหน้าที่ที่แอมไพร์ต้องเลือกก็คือแดนมนูษย์แต่ถ้าเลือกตามความเป็นน้องแอมไพร์ต้องเลือกพี่ชายเป็นธรรมดา แต่สิทธิ์การตัดสินใจเองก็ไม่ได้อยู่ที่แอมไพร์คนเดียว แผ่นดินผืนนี้เป็นของคนทุกคนบนโลกนี้ แอมไพร์จะตัดสินใจเองคนเดียวไม่ได้

“ท่านแอมไพร์ ใจเย็นๆนะครับ กลับปราสาทก่อนไหม”อัศวินปัฐพีปรี่เข้ามาถามอย่างเป็นห่วง แค่มองด้วยสายตาเคอร์ริสก็รู้ว่าแอมไพร์รักพี่ชายของตนเองมากแค่ไหน เขาเองก็เป็นคนหนึ่งที่มีน้อง ความรักของพี่น้องเรื่องแค่นี้ทำไมเขาจะไม่รู้ แต่สิ่งที่เคอร์ริสไม่รู้คือเขาจะช่วยราชินีของตนยังไงเสียมากกกว่า เรื่องนี้เคอร์ริสจนปัญญาจริงๆ

“กลับปราสาทกันก่อนนะครับ”คาร์เรย์ช่วยกล่อมอีกแรง เขารู้ว่าจิตใจแอมไพร์ตอนนี้เปราะบางขนาดไหน มันคงไม่ต่างจากแก้วร้าว แค่เพียงแตะนิดเดียวมันก็พร้อมที่จะสลายกลายเป็นเศษแก้วในพริบตา

แขนทั้งสองข้างของราชินีถูกประครองเอาไว้ด้วยสองอัศวินหนุ่ม สองพี่น้องคลี่ยิ้มบางๆที่มองแล้วเหมือนกันราวกับแกะแก่ราชินีของตน

“ไม่เป็นไรนะครับ ท่านยังมีพวกข้าอยู่ อาจจะแทนที่ไม่ได้แต่เราจะไม่ทิ้งท่านไปไหน”

สองพี่น้องพูดออกมาพร้อมกันราวกับนัดแนะกันมา ความจริงแล้วมันอาจจะเป็นความสามารถพิเศษของฝาแฝดที่จะเชื่อมโยงจิตใจถึงกันได้

“นั่นสิแอมไพร์ กลับไปพักที่ปราสาทก่อนดีกว่านะ แล้วค่อยๆคิดค่อยๆปรึกษาหาลือกัน เดี๋ยวข้าจะเรียกคนอื่นๆมาให้”ฟีเอสเสนอตัวเป็นคนประสานงานจัดการแทนสิ่งที่แอมไพร์ต้องทำ ร่างบางหันไปพยักหน้ารับด้วยใบหน้าหมองๆ

“เบลจะปลอดภัยแอมไพร์ เขาจะปลอดภัย”ฟีเอสกำชับก่อนจะร่ายเวทย์พาตนและคนอีกสามคนกลับไปยังปราวาทยูโนสซิสเพื่อเรียกประชุมเหล่าผู้นำและหาลือกันต่อไป

 

เหล่าผู้ร่วมประชุมมาถึงเร็วเกินคาด เพียงครู่เดียวที่จดหมายเวทย์ถูกส่งไปบรรดาองค์ประชุมก็มากันครบคัน แอมไพร์นั่งที่เดิมคือหัวโต๊ะแต่สิ่งที่แตกต่างออกไปคือบรรยากาศของร่างบางที่ห่างไกลคำว่าน่าเกรงขามไปมากโขเพราะแอมไพร์ปล่อยแต่บรรยากาศชวนหดหู่ออกมาจนเหล่าสมาชิกชักแปลกใจขึ้นมาที่เห็นเด็กหนุ่มเป็นแบบนี้ ใบหน้าเรียบเฉยที่เหมือนจะเหม่อลอยตลอดเวลาไม่มีมาดความเป็นผู้นำเหมือนที่ผ่านๆมาเอาเสียเลย

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นหรือฟีเอส?”พระราชาแห่งอาคเนย์เอ่ยถามเจ้าชายจากอาร์ตเธอย่างแผ่วเบายามเมื่อเห็นบรรยากาศรอบตัวร่างบาง

“เดี๋ยวประชุมก็คงจะได้รู้เองล่ะครับ ข้ายังไม่อยากพูดอะไรมาก”ฟีเอสบอกปัด

“ท่านแอมไพร์ครับ ท่านแอมไพร์...คนมากันครบแล้วนะครับ”เคอร์ริสกระซิบเบาๆ

“งั้นเหรอ...”

แอมไพร์ร้องเสียงแผ่วก่อนจะค่อยๆเบนหน้ากลับมามองเหล่าองค์ประชุมที่มองร่างบางด้วยความสงสัย แอมไพร์ไล่สายตามองเหล่าพระราชาหรือตัวแทนจากเมืองต่างๆก่อนจะเปิดปากพูด

“เลิกประชุมได้”

“เริ่มต่างหากล่ะครับ!”เคอร์ริสในฐานะมือขวาเฉพาะกิจต้องรีบแก้โดยฉับพลันก่อนเรื่องมันจะมากไปกว่านี้ อัศวินหนุ่มส่ายหัวแผ่วๆก่อนจะยิ้มแห้งๆให้ฟีเอสที่เป็นคนเดียวในองค์ประชุมที่รู้ว่าทำไมแอมไพร์ถึงเป็นแบบนี้

“ตอนนี้ท่านแอมไพร์ของเรามีสภาพที่ไม่พร้อมใช้งานเพราะแบบนี้ข้าเลยจะขอชี้แจงแทนไปก่อนนะครับ”อัศวินผมเขียวน้ำทะเลเอ่ยพลางยิ้มแห้งๆก่อนจะเริ่มรายงานออกไป

ทันทีทีได้ยินเสียงที่ชายหนุ่มรายงานสายตาหลายคนก็เริ่มเปลี่ยนไป มีทั้งสงสาร เห็นใจ หรือแม้แต่สมเพชในความโชคร้ายของร่างบาง แต่แอมไพร์กลับไม่สนอะไรทั้งนั้น สิ่งที่เขาต้องการที่สุดคือการได้พี่ชายที่รักคนนั้นกลับมาอย่างปลอดภัย ไม่มีอะไรที่แอมไพร์ต้องการมากไปกว่านี้อีกแล้ว

“ยังไงเราก็ต้องเสียสละ ชีวิตคนคนเดียกับแดนมนุย์ทั้งแดน มันก็เห็นกันอยู่นี่ว่าอะไรสำคัญ”พระราชาเมืองอะไรสักอย่างเอ่ยปากพูดขึ้นมาก่อนอย่างไม่สนใจสภาพจิตใจของแอมไพร์จนถูกฟีเอสและอัศวินปัฐพีมองตาขวางไปหนึ่งที

“แล้วไม่มีข้อเสนอมอะไรอีกงั้นเหรอ ให้แลกชีวิตของเบลกับดินแดนมนุษย์เท่านั้นเหรอ  ให้ได้เบลกลับมาแล้วทำสงครามต่อไมได้งั้นหรือ?”พระราชาจากเมืองอะไรก็ไม่รู้พูดขึ้นมาอย่างนุ่มนวล เขารู้สึกสงสารแอมไพร์จับใจที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ แค่ให้อีกฝ่ายมาเป็นผู้นำทัพนั่นก็เกินขีดความสามารถของเด็กหนุ่มที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะแล้ว

“ทางนั้นมีมาข้อเสนอเดียวถ้าไม่เลือกเบล ก็เลือกดินแดนมนุษย์”ฟีเอสชี้แจงอย่างใจเย็น

หลายคนเริ่มส่งเสียงถกเถียงประเด็นนี้ บางคนอยากให้ลอบเข้าไปเอาตัวเบลกลับมาก่อน บางคนก็ว่ายุ่งยากให้เบลอยู่ที่นั่นแลกชีวิตเพื่อช่วยแดนมนุษย์แล้วค่อยมาสร้างอนุสาวรีย์สรรเสริญทีหลังดีกว่า บางคนก็บอกกว่าปล่อยๆไปเถอะ ชีวิตของเบลไม่ได้สำคัญอะไรขนาดนั้น หลายเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนานาจนเสียงในห้องประชุมกึกก้องไปหมด

“ข้าจะช่วยเบล...”

แต่เพียงเสียงเสียงเดียวของราชินีผมม่วงก็ยุติเสียงต่างๆรอบตัวได้อย่างสนิท แอมไพร์เบนสายตาที่ไร้แววมองคนรอบตัวก่อนจะเอ่ยปนิพพานออกมา

“ข้าจะช่วยพี่ชายของข้า และจะไม่มีใครหยุดข้าได้”

“เจ้า!

พระราชาตัวประกอบที่หนึ่งลุกขึ้นชี้หน้าร่างบางด้วยความเกรี้ยวกราด

“เจ้ากำลังเอาแผ่นดินทั้งแนดินไปขายเพียงเพื่อช่วยพี่ชายของคนเอง!

“ข้าเองก็เป็นเพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่ง สิ่งที่ข้ารักที่สุดย่อมเป็นตนเองอยู่แล้ว คนที่ไม่เคยเลี้ยงดูข้า คนที่ไม่เคยให้ข้าวข้ากินข้าจะไปใส่ใจทำไม?”

ร่างบางกล่าวเสียงเรียบ แอมไพร์ในตอนนี้ไม่สนอะไรทังสิ้น จะหัวดำหัวหงอก จะราชา หรือราชินีแอมไพร์ก็ไม่สนที่เขาสนคือเบลเท่านั้น! เขาสูญเสียสารพัดสิ่งมามากพอแล้วและเขาจะไม่ยอมเสียอะไรอีกต่อไปแล้ว แอมไพร์จะไม่ยอมเสียอะไรอีกต่อไปแล้ว!

“ท่านกำลังจะบอกว่าจะเอาแผ่นดินทั้งแผ่นดินไปแลกกับชีวิตพี่ท่านเพียงคนเดียว”

“ถ้าตามหน้าที่ของผู้นำทัพข้าก็คงเลือกแผ่นดิน...แต่ถ้าในฐานะน้องชายคนหนึ่ง เวนเดล แอมไพร์ผู้นี้จะขอเลือกพี่ชาย และตอนนี้ข้าคือเวนเดล แอมไพร์ หาใช่ผู้นำทัพของแดนมนุษย์”

“เจ้า!!!

นิ้วเรียวที่ชี้ใบหน้าของเด็กหนุ่มไมได้ทำให้แอมไพร์สะทกทะท้านแต่อย่างใด ร่างบางปรายตามองมันอย่างเรื่อยเปลื่อยก่อนจะยิ้มขำออกมา

“ยอมเป็นคนขายชาติ ขายดินแดนเพียงเพื่อพี่ชายคนเดียว ข้าเสียอะไรมามากพอแล้ว และข้าจะไม่ยอมเสียอะไรอีกต่อไป ให้ปีศาจปกครองก็ดีเหมือนกัน ในเมื่อตอนนี้มนุษย์ก็ต่ำช้าไม่แพ้ปีศาจเหมือนกัน”

“เจ้าเด็กสามหาว!

พระราชาตัวประกอบที่สามลุกขึ้ชี้หน้าแอมไพร์ด้วยความเกรี้ยวกราดแต่แอมไพร์ก็ยังทำท่าทีสบายๆไม่ต่างจากเดิม แววตาที่เรียบเฉยไม่ต่างจากตุ๊กตากระเบื้องที่ไร้หัวใจยังคงอยู่ไม่จางหาย

“ไม่ใช่ว่าเจ้ากับพี่ชายสมทบกับฝ่ายปีศาจแล้วคิดทรยศเรา เล่นละครตบตาว่าถูกจับตัวไปหรือ? พอเราตกลงมอบแผ่นดินให้เจ้ากับพี่ชายก็จะมีส่วนได้ส่วนเสียในแผนดิน”

คำพูดนี้ทำให้แอมไพร์ตวัดสายตามองด้วยแววตาแข็งกร้าว คนพูดเป็นชายหนุ่มท่าทางภูมิฐานอาจจะเป็นเจ้าชายจากเมืองใดสักเมือง องค์ราชินีมองอย่างเกรี้ยวกราดก่อนจะเอ่ยปากออกมา

“หุบปากเน่าๆของเจ้าเอาไว้กินข้าวดีกว่า!

“ท่านแอมไพร์ใจเย็นก่อนครับ”เคอร์ริสที่นิ่งเงียบมานานเริ่มต้องมีบทบาทในการดึงแอมไพร์ให้นิ่งลง

“เดือดเนื้อร้อนใจขนาดนี้แปลว่าเรื่องจริงสินะครับ ข้าก็ว่าแล้วเชียวว่าทั้งๆที่พี่ชายท่านออกจะเก่งกาจปานนั้นทำไมถึงถูกจับตัวได้ง่ายดายนัก”

“ถ้าพ่อเจ้าถูกจับตัวไปแล้วจะตายอยู่ตรงหน้า เจ้าจะเลือกแผ่นดินที่มีแต่คนที่ไม่รู้จักหรือพ่อเจ้าล่ะ! ในฐานะของลูกคนหนึ่ง ไม่ใช่เจ้าชาย ไม่ใช่ราชา ไม่ใช่จักรพรรดิ!

คำพูดของแอมไพร์ทำให้อีกฝ่ายเงียบกริบ นัยน์ตาที่จ้องชายหนุ่มเดือดพล่านเหมือนพร้อมจะเข้าไปหักคออีกฝ่ายได้เสมอแค่มีใครเผลอละสายตาจากเขา แอมไพร์ตอนนี้มีสภาพจิตใจที่ไม่คงที่ เขาสามารถฆ่าใครให้ตายคามือก็ได้ในเสียววินาทีถ้ามีใครพูดไม่เข้าหู แต่ก่อนที่จะเกิดสงครามภายในแดนมนุษย์ ณ กลางห้องประชุมก็ปรากฏภาพที่แปลกตาขึ้นมาเสียก่อน เป็นการยุติการปะทะคารมระหว่างร่างของราชินีแห่งยูโนสซิสและเจ้าชายต่างเมือง

“ท่านเสกอะไรออกมาน่ะครับ”อัศวินหัวเขียวถามอย่างสงสัย

“ข้าเปล่า”

แอมไพร์บอกปัดด้วยสีหน้างุนงงไม่แพ้กัน สายตาของทุกคนเริ่มเบนไปสนใจภาพที่ขาดๆหายๆซึ่งกำลังฉายอยู่กลางห้องประชุมด้วความใคร่รู้

“ฮาย~ สวัสดีจ้านี่คือการรายงายสดจากแดนปีศาจ โฮะๆๆ”

“ไอ้แมลงวันหัวเขียว!”แอมไพร์ร้องลั่นพลางชี้มือไปที่ภาพด้วยแววตาโกรธเกรี้ยว

อีกฝ่ายเบนสายตากลับมามองแอมไพร์แล้วยิ้มหวานใส่ร่างของราชินี นิ้วเรียวยกขึ้นมาส่ายไปมาพร้อมจุ๊ปากอย่างมีจริต

“จุ๊ๆ ไม่เอา ไม่เรียกแบบนั้นสิ ไม่หล่อเลย”ลิเวียร์ธานว่าอย่างยั่วโมโห”นี่คนเขาอุตส่าห์ใจดีจะรายงานสภาพพี่ชายสุดที่รักให้ตัวเองดูน๊า

ทันทีที่ได้ยินคำว่าพี่ชายนัยน์ตาสีม่วงก็เบิกกว้างอย่างสนใจ นัยน์ตาของแอมไพร์มองไปยังภาพนั้นเพียงอย่างเดียว เขาไม่สนใจอะไรอีกต่อไปแล้ว

“พี่ข้าอยู่ไหน!

“อยู่นี่ไงตัวเอง”

ลิเวียร์ธานหลบออกจากฉากไปเผยให้เห็นร่างของชายหนุ่มที่ถูกโซ่ล่ามมือล่ามเท้าเอาไว้ไม่ต่างจากสัตว์สักตัว ลำตัวมีรอยแผลสดๆใหม่ๆอยู่เล็กน้อย ใบหน้าก้มงมองพื้นคล้ายหมดสติ

“เบล!

ร่างบางร้องเรียกชื่อพี่ชายของตน ร่างทั้งร่างแทบจะถลาเข้าในภาพถ้าไม่ติดเคอร์ริสที่รั้งเอาไว้ อัศวินหนุ่มพร่ำบอกแอมไพร์ว่าให้สงบสติอารมณ์อย่างใจเย็น

“อย่างเพิ่งร้องสิ ยังไม่ถึงจุดสำคัญเลย ใกล้ได้เวลาแล้วล่ะ”เสียงกวนประสาทของลิเวียร์ธานดังอยู่เนื่องๆ แต่สิ่งที่แอมไพร์สนใจมีแต่พี่ชายของตนเท่านั้น ร่างบางจ้องเบลไม่กระพริบตาก่อนจะค่อยๆพบความผิดปกติจากร่างของพี่ชาย

ร่งของเบลกระตุกสองสามครั้งก่อนชายหนุ่มจะเงยหน้าขึ้นพลางกรีดร้องอย่างเจ็บปวดสุดเสียง เสียงกรีดร้องดังบาดลึกเข้าไปในจิตใจของแอมไพร์จนแหลกละเอียด นัยน์ตาสีม่วงจ้องมองพี่ชายของตนด้วยความสั่นไหว

“เบล...เบล...”

“หึ...ข้าไม่ได้..เป็นอะไรเสียหน่อย”

“เบล!!

แอมไพร์กรีดร้องเมื่ออีกฝ่ายตอกลับมาด้วยความฝืนทน เบลเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาอ่อนแรงคล้ายพร้อมจะหมดสติทันทีที่แอมไพร์ละสายตา

“พี่ไม่เป็นอะไรจริงๆนะแอมไพร์”

“เบล!!!

“หึ...จะกรีดร้องอะไรก็กรีดไป”ภาพของเบลถูกแทนทีด้วยถาพของปีศาจผมเขียว”ถ้าเจ้าไม่ยกดินแดนให้ข้า รับรองว่าพี่เจ้าจะต้องตายอย่างทรมาน...ต่อหน้าต่อตาเจ้า!

ภาพถูกตัดไปหลังจากคำพูดสุดท้ายจบลง แอมไพร์นิ่งงันมองไปยังที่แห่งนั้นอย่างไม่ยอมขยับก่อนใบหน้าสวยจะเบนไปยังเจ้าชายคนเดิมที่มีสีหน้าซีดเผือก

“ละคร...เล่นละคร...เจ้ายังเห็นว่ามันเป็นการเล่นละครอีกไหม!! พี่ข้าเจ็บปวดขนาดไหน ข้าเจ็บปวดขนาดไหน! เจ้ายังเห็นมันเป็นเพียงการแสดงละครอีกไหม!!!

“แอมไพร์!!

ฟีเอสร้องประสานเสียงกับเคอร์ริสพลางพุ่งตัวไปรับร่างของราชินีที่ล้มพับไปทันที หัวใจของแอมไพร์ตอนนี้แตกสลายไม่เหลือชิ้นดีอีกแล้ว

เช้าวันรุ่งขึ้นแห่งการตัดสินใจมาเร็วกว่าที่ใครคาดคิด แอมไพร์ในสภาพที่ไม่ต่างจากศพนั่งอยูหน้ากระจกโดนมีคาร์เรย์หวีผมให้อย่างแผ่วเบา แอมไพร์เหม่อลอยย ไม่สดใส ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นกำลังใจให้คนรอบตัวเพียงแค่เบลถูกจับไป คาร์เรย์เข้าใจดีว่าทำไมแอมไพร์ถึงเป็นแบบนี้ เขาเองก็มีพี่ ถ้าคนที่ถูกจับไปเป็นเคอร์ริสเขาก็คงมีสภาพไม่ต่างจากแอมไพร์ ผิดกันแค่ตรงที่เขาไม่สามารถทำอะไรได้ก็เท่านั้น

“ไปกันเถอะครับ...ไปจบเรื่องกัน”

มีเพียงเสียงครางแผ่วเบาในลำคอเท่านั้นที่ส่งกลับมา แอมไพร์ยันตัวลุกขึ้นด้วยใบหน้านิ่งเรียบเหมือนหุ่นเชิด คาร์เรย์ทำได้แค่มองอย่างไม่รู้จะช่วยอะไรร่างบางได้ ถ้าเป็นเจ้า เจ้าจะทำยังไงนะเลโอ...

ราชินี เจ้าชาย และอีกสองอัศวินมาถึงจุดนัดเจรจาอย่างพร้อมเพรียงกันในเวลาชั่วพริบตาจากเวทย์เคลื่อนย้าย แอมไพร์เห็นกองทัพปีศาจตั้งอยู่ไกลลิบๆด้วยสายตาปกติ ใบหน้าสวยหม่นลงเมื่อคิดถึงเรื่องที่ต้องเจรจาออกไป ชีวิตของเบลแลกกับดินแดนหรอ ไม่ว่าอย่างไหนก็สำคัญทั้งนั้นอยากรู้ว่าถ้าเป็นไอโรจะจัดการเรื่องนี้ยังไงกัน

“มาเช้าจังเลยนะคนสวย”

แอมไพร์เบนสายตาขึ้นมองด้านบนเหนือหัวของตนด้วยแววตาราบเรียบ เขาเห็นปีศาจหัวเขียวกับทหารปีศาจสองคนที่รั้งตัวพี่ชายเขาไว้ ด้านหลังของปีศาจพวกนั้นมีรถม้าคันใหญ่จอดลอยฟ้าอยู่เป็นฉากหลัง แต่แอมไพร์ไม่ได้สนใจอะไรมันมากนัก

“ข้าแค่อยากมาทำให้เรื่องมั้นจบๆไป”แอมไพร์ตอบเสียงเรียบก่อนจะเบนสายตามองคนข้างกายทั้งสองฝั่ง

“ข้าจะยกแผ่นดินให้เจ้า เอาพี่ชายข้าคืนมา”

คำตอบที่ได้รับทำให้ลิเวียร์ทานแปลกใจเล็กน้อยแต่ไม่ใช่กับฟีเอสและสองอัศวินพี่น้องที่รู้คำตอบอยู่แต่แรกแล้ว แอมไพร์จ้องมองปีศาจผมเขียวด้วยแววตาแข็งกระด้างก่อนจะมองเลยไปยังพี่ชายของคนที่ไม่ได้สติ

“เป็นคำตอบที่น่าตกใจ”ลิเวียร์ทานว่าด้วยน้ำเสียงประหลาดใจเล็กน้อย เขาเบนสายตามองไปยังเบลก่อนจะเบนกลับมา

“จะเอาแบบนี้จริงหรือ? ปรึกษาใครหรือยัง?”

“ใครจะสน”แอมไพร์บอกปัดอย่างไม่สนใจใยดี สิ่งที่แอมไพร์สนใจเห็นทีตอนนี้คงจะมีแค่เบลก็เท่านั้น

“เด็ดเดี่ยวดี ข้าชอบ”ปีศาจหนุ่มว่าอย่างถูกใจก่อนจะหันไปคว้าตัวพี่ชายแสนดีมาจากทหารของตน เบลยังไม่ได้สติ เขายังหลับลึกเหมือนคนไร้ชีวิต แต่แอมไพร์รู้ว่าเบลยังไม่ตาย

“เอายาถอนพิษมา!”ปีศาจหนุ่มหันไปสั่งกับทหารของตน เพียงครู่เดียวจอกสีเงินก็ถูกส่งให้แก่จักพรรดิปีศาจ ลิเวียร์ธานยกมันให้แอมไพร์ดูคล้ายการยกแก้วเพื่อชวนดื่มก่อนจะค่อยๆบีบปากของเบลแล้วกรอกมันลงไปช้าๆ

“แค่ก!

“เบล!!!

เพียงชายหนุ่มได้สติลิเวียร์ธานก็ทิ้งร่างของเบลลงมาจากบนท้องฟ้าอย่างไม่ใยดีจนแอมไพร์ต้องถลาไปรับอย่างรีบร้อน สองมือของเด็กหนุ่มประครองร่างของพี่ชายเอาไว้ด้วยใบหน้าราวกับจะร้องไห้ออกมา ปากก็พร่ำเรียกชื่อพี่ชายไม่หยุดเพื่อเรียกสติอีกฝ่ายให้กลับคืนมาเร็วๆ

“เจ้าทำแบบนี้ทำไมเด็กโง่...ข้าบอกแล้วไงว่าข้าไมเป็นไร”

“ไม่! ข้าไม่เชื่อเจ้า! ข้าจะไม่ยอมเสียเจ้าไปอีกคนนะเบล!”แอมไพร์ว่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครื่อก่อนจะโอบกอดร่างของพี่ชายของตนแน่นราวกับกลัวว่าเบลจะไปจากเขาอีก

“แหวะ...บทโศก ไม่ชอบเลย”ลิเวียร์ทานเบ้หน้าก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปาก

“เอาล่ะทีนี้ก็...เข้าสู้ดินแดนมนุษย์สินะ ทหาร!!!

เสียงทุ้มเอ่ยเรียกเหล่ากองทัพปีศาจที่อยู่กับพื้นก่อนจะชี้นิ้วไปยังประตูป้อมปราการที่เปิดอ้าไว้รอปีศาจทั้งหลายย่างกายเข้าไป กองทัพปีศาจนับพันค่อยๆเดินก้าวเข้าสู่ดินแดนมนุษย์อย่างไม่ขาดสาย พวกมันมุ่งหวังที่จะได้เข้าไปเหยียบดินแดนมนุษย์ที่ตนเอ่ยอ้างว่าเคยเป็นของมัน

“กับดักเวทย์...ทำงาน”

สิ้นเสียงกระซิบที่แผ่วเบาทันทีที่บรรดาทหารปีศาจเหยีบย่างเข้าดินแดนมนุษย์กับระเบิดก็ทำงานในทันที เสียงระเบิดกึกก้องกัมปนาจไปทั่วพร้อมรอยยิ้มแสยะที่ออกมาจากปากของเด็กหนุ่มผมม่วง อัศวินวารีถือคทาเวทย์ไว้ในมือ อัศวินปัฐพีมีคันศรเพลิง ส่วนเจ้าชายฟีเอสก็ถือดาบประจำตัวที่ไม่เคยหยิบออกมาใช้ไว้ด้วยมือข้างขวา ปีศาจผมเขียวมองความวินาจสันตะโรด้วยความสับสนก่อนจะเบนสายตาไปพบร่างที่กอดเบลเอาไว้ เด็กหนุ่มก้มหน้าแสยะยิ้มชั่วร้ายที่มุมปากอย่างร้ายกาจก่อนเจ้าตัวจะเงยหน้าขึ้นสบตากับลิเวียร์ธานด้งยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“โลกเรามันอยู่ยาก ถ้าไม่ขี้โกงซะบ้างแล้วจะอยู่ได้ยังไง”

“เจ้า!!!!

เสียงตวาดดังออกมาจกาปากของปีศาจหัวเขียว แอมไพร์ยังไม่เลิกยิ้มเจ้าเล่ห์ เพียงพริบตาเดียวร่างบางก็หายไปจากที่ที่ตนเคยอยู่พร้อมกับร่างของเบล ไม่มีใครทันสังเกตว่าแอมไพร์พาร่างของพี่ชายไปไว้ยังจุดที่ไร้การปะทะก่อนจะเคลื่อนไหวออกมาจากที่ตรงนั้นอย่างเงียบเชียบและเข้าร่วมการต่อสู้ด้วย

แผนของแอมไพร์ไม่ใช่การยอมรับข้อเสนอที่เต็มไปด้วยความเสียเปรียบของเด็กหนุ่มที่เจ้าปีศาจหัวเขียวมอบให้ แต่มันคือการตลบหลังอย่างร้ายกาจชนิดที่ปีศาจเองก็ยังตามไม่ทันเมื่อราชินีผู้ถือสัจจะวาจาที่สุดไม่ยอมทำตามสัญญา เอาเข้าจริงแอมไพร์ก็ไม่ได้ละเมิดสัญญาเสียหน่อย เขายกแผ่นดินให้ปีศาจแล้วจริงๆ ในกรณีที่อีกฝ่ายมีปัญญาเข้ามานั่นแหละนะ เพราะงั้นแอมไพร์จึงออกมาสร้างกับดักเวทย์เอาไว้ตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ยังไม่เริ่มสงครามด้วยซ้ำ แต่นี่เอาไว้ใช่ในกรณีที่พวกปีศาจประชิดเข้ามาเกือบถึงป้อมปราการเท่านั้น และนี่ก็คือกรณีที่ว่า อาจจะไมได้บุกเข้ามาด้วยปัญญาของตนเองเพราะใช่ลูกไม้แบบคิดไม่ซื่อมา แอมไพร์เลยจำต้องตบกลับด้วยความซื่อให้ปีศาจได้อายม้วนกลับบ้านไป

นอกจากกับดักเวทย์ที่แอมไพร์สร้างเอาไว้แล้วยังมีกองสมทบจากพี่น้องมาริค เจ้าชายฟีเอส รวมไปถึงอัศวินระดับสูงที่ถูกดึงตัวมาตามแผนที่แอมไพร์วางเอาไว้เมื่อคืนด้วย เด็กหนุ่มช่วยพี่ชายจริงๆอย่างทีปากว่าแต่ก็ยังไม่ลืมที่จะช่วยแผ่นดินไปด้วยในตัว แม้มันจะเสี่ยงแต่ด้วยระดับการแสดงละครขั้นเทพที่รับประกันด้วยคนทั้งปราสาทยูโนสซิสลามไปถึงระแวกใกล้เคียงแล้วเรื่องแค่นี้น่ะเล็กน้อย แอมไพร์ขยับยิ้มมุมปากก่อนจะเตะอัดทหารปีศาจที่เข้าประชิดตัว

“หยุดเดี๋ยวนี้!!!!

เสียงตวาดลั่นทำให้แอมไพร์รวมทั้งคนอื่นๆชะงักในทันที ร่างบางตวัดสายตามองเจ้าของเสียงอย่างหงุดหงิดแต่แล้วก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นความตกใจแทนเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือของลิเวียร์ธาน...ร่างของเบล! แอมไพร์ตวัดสายตามองจุดที่ตนพาเบลไปหลบแต่ก็ไม่พบร่างของพี่ชายอีกแล้ว ลิเวียร์ธานเข้าไปด้านในได้ยังไงโดยไม่โดนกับระเบิด!

“เจ้าคิดว่ากับดักแค่นี้จะทำอะไรข้าได้อย่างนั้นเหรอ ไร้สาระสิ้นดี!”ปีศาจผมเขียวตวาดอย่างโกรธเกรี้ยวก่อนจะใช้มือบีบที่คอของเบลแล้วยื่นร่างนัน้มาด้านหน้า

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”แอมไพร์ร้องออกไปทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีประโยชน์ ลิเวียร์ธานไม่มีทางหยุดอย่างที่เขาสั่ง ดวงตาสีเขียวมะนาวเสมามองแอมไพร์ก่อนเจ้าของดวงตาจะหัวเราะในลำคอ

“จะให้ข้าหยุดอะไรล่ะ?...หยุดบีบคอมัน หรือหยุดควักหัวใจออกจากตัวมัน!

สิ้นเสียงมือที่เต็มไปด้วยเล็บแหลมคมก็ทะลวงเข้าไปยังอกด้านซ้ายของเบลก่อนจะคว้าเอาก้อนเนื้อสีแดงออกมาท่ามกลางความตกตะลึงของหลายฝ่าย แอมไพร์มองภาพร่างไร้วิญญาณของพี่ชายที่ถูกโยนทิ้งไปด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ออก ร่างทั้งร่างทรุดลงไปนั่งกับพื้นด้วยความหมดเรี่ยวแรง

“เจ้ามันเลว...”

“ไม่ใช่พวกเจ้าหรือไงที่เลวตลบหลังข้ากอ่น!”ลิเวียร์ธานกล่างรอดไรฟัน”ข้าจะไม่ถือว่าอะไรเป็นโมฆะทั้งสิ้นเมื่อพวกเจ้าผิดข้อสัญญาก่อน ข้าเองก็มีสิทธิ์ผิดข้อสัญญา พวกเจ้ายกดินแดนให้ข้าแล้ว”

“ไม่จริงน่า...”ฟีเอสพึมพำอย่างคนไร้สติ แผนที่คิดว่าดีแล้วกลับพังไม่เป็นท่าเพราะไม่คาดคิดว่าเบลจะถูกจับตัวไปอีกรอบ ไม่คิดแม้แต่ว่าเบลจะถูกควักหัวใจออกมาต่อหน้าต่อตาแอมไพร์ด้วยซ้ำ

“เบล...”

เสียงขององค์ราชินีรอดเข้าหูของฟีเอส แอมไพร์ก้มหน้าลงมองพื้นด้วยเนื้อตัวสั่นเทา แค่ประครองสติเอาไว้ได้แอมไพร์ก็ถือว่าเก่งแล้ว ความรู้สึกผิดปาบคงประดังประเดเข้าสู่ร่างบางอย่างไม่ขาดสาย นอกจากจะรักษาชีวิตพี่ชายไว้ไม่ได้แล้ว ดินแดนก็ยังต้องเสียไปอีก ไม่รู้ว่าแอมไพร์จะต้องเจอกับอะไรบ้างหลังจากนี้

“จะว่าไปไหนๆก็ไหนๆแล้วนะ”เสียงขอลิเวียร์ธานเรียกให้ทุกคนเงยหน้าขึ้นมองร่างที่แสยะยิ้มอยู่บนน่านฟ้า

“ไหนๆก็ต้องเป็นทาสของพวกข้าแล้ว ยังไงก็คงต้องแนะนำให้รู้จัก มันคงไม่เสียหายเท่าไหร่”

คำพูดชวนให้สงสัยของปีศาจผมเขียวทำให้หลายคนเริ่มระแวง ไม่รู้ว่าข้างหน้าจะมีอะไรโพล่ออกมาอีกบ้าง

“มนุษย์ผู้โง่เขลารู้ไหมเอ่ย...ว่าจักพรรดิปีศาจมีเจ็ดคน”

คำพูดของลิเวียระานสร้างความตื่นตะหนกแก่ผู้รับฟังเป็นอย่างมาก บางคนก็เบิกตากว้งอย่างเพิ่งนึกขึ้นได้ บางคนก็ทำสีหน้าสงสัยเพราะไม่เคยรับรู้เรื่องราวพรรค์นี้เลยสักนิด แต่ดูเหมือนฟีเอส เคอร์ริสและคาร์เรย์จะพอรู้เรื่องนี้อยู่บ้าง

“วันนี้ข้าเลยจะมาแนะนำให้รู้จักัน อ้าวๆ เริ่มจากพี่ใหญ่เลยจ้า”

ร่างของปีศาจผมเขียวหันไปทางรถม้าที่ลอยอยู่กลางท้องฟ้าด้วยใบหน้ามีความสุข มือสองมือปรบสามสี่ครั้งเป็นการเรียกคนที่อยู่ภายในให้ออกมาด้านอก มือเรียวค่อยๆโพล่ออกมาจากประตูผ้าก่อนร่างทั้งร่างจะปรากฎแก่สายตาของคนทุกคน ร่างสูงในชุดสีเลือดหมู เส้นผมสีแดงยาวละต้นคอกับดวงตาสีเลือดที่จ้องมองทุกอย่างด้วยความเรียบเฉย

“นึกว่าจะไม่ได้ออกมาเสียแล้ว”เสียงราบเรียบบ่งบอกว่าเขาไม่ได้คาดหวังว่าลิเวียร์ธานจะทำสำเร็จ

“แหมท่านพี่ลูซิเฟอร์นี่ล่ะก็ ข้ามันระดับไหนแล้ว”ปีศาจผมเขียวยืดอย่างยกยอปอปั้นตนเองจากนั้นก็เริ่มหันไปสนใจที่รถม้าต่อ

“ต่อไปพี่คนรอง เดม่อนจ้า”

“นึกว่าจะมัวประจบพี่ใหญ่อยู่เสียอีก”เสียงทุ้มเอ่ยอย่างหงุดหงิดก่อนจะปรากฏกายร่างบางที่ย่างออกมาจากรถม้าคันเดิม เส้นผมสีแสดยาวเลยต้นคอลงไปเล็กน้อย ดวงตาสีส้มภายใต้กรอบแว่นมองดูรอบกายด้วยความหงุดหงิด ใบหน้าหล่อติดหวานเบนไปมาเพื่อสำรวจพื้นที่ตรงหน้าก่อนจะเบนลงไปมองกลุ่มคนด้านล่างที่ดูโดดเด่น

“พวกนี้น่ะเหรอ”คำพูดชวนให้งุนงงหลุดออกมาจากปากของเดม่อนเล็กน้อยก่อนเจ้าตัวจะเงียบไปเป็นเหตุในลิเวียร์ธานเริ่มแนะนำต่อ

“ต่อไปก็ตาแก่เขี้ยวลากดิน แมมม่อน”

“พูดแบบนี้เดี่ยวก็ตัดค่าขนมเสียหรอก

เสียงทุ้มติดหวานดังมาก่อนตัว ร่างที่มีขนาดไม่ต่างจากเดม่อนย่างกายออกมาจากรถม้าคันหรูพร้อมใบหน้ายิ้มแย้มที่ดูคล้ายไม่ยินดียินร้ายต่อรอบกาย ปีศาจหนุ่มมีเส้นผมสีทองเหมือนทองคำแท้ ดวงตาสีอัมพันปรายมองรอบตัวไม่ต่างจากที่คนก่อนหน้าเป็นก่อนจะไปหยุดที่กลุ่มคนกลุ่มเดิมแล้วยกมือขึ้นโบกทักทาย

“ฮาย

“แฮ่ม! คนที่สี่ก็ข้านี่แหละน๊า ไม่ต้องแนะนำ คนต่อไปก็เบลเซบับ”

“ตาข้าแล้วตาข้าแล้ว”

เสียงทุ้มร้องอย่างดีใจก่อนปีศาจผมสีน้ำเงินจะโพล่ออกมาจากรถม้าคันเดิมที่ไม่รู้ว่าอัดคนเอาไว้กี่คนกันแน่ ร่างสูงเกือบเท่าลิเวียร์ธานก้าวเท้าออกมาพร้อมรอยยิ้มที่ไม่ต่างจากแมมม่อน ดวงตาสีเดียวกับเส้นผมไม่ได้มองรอบตัวเหมือนอย่างที่คนอื่นๆเป็น เจ้าตัวทำเพียงเลียริมฝีปากตนเองเบาๆก่อนจะแย้มยิ้มเผยเขี้ยวสีมุกออกมา

“เอ...นี่ก็ใกล้ครบแล้วลาะน๊า มากันแค่ห้าคนยังช็อกตาตั้งกันขนาดนี้เลยเหรอ พวกข้ารู้ว่าพวกข้าหล่อไม่ต้องชม”ปีศาจหัวเขียวว่าพลางยิ้มอย่างภูมิใจ

“สรุปเจ้าอยู่ปาบแห่งความอิจฉาหรือปาบแห่งความยโสกันแน่เนี่ย”เดม่อนเหน็บน้องชายนิดหน่อย

“พี่ไม่เคยหลงตัวเองแบบนั้นนะเดม่อน”เจ้าของปาบแห่งความยโสตัวจริงแก้ความเข้าใจผิดของน้องขาย ปีศาจที่เหมือนจะเข้าใจผิดหันมายักไหล่เบาๆเหมือนไม่ใส่ใจว่าความเป็นจริงแล้วพี่ชายจะเป็นอย่างไรบ้าง

“เอาล่ะยังไงก็เหลือแค่สองคนแล้วนะ ต่อไปขอเชิญน้องคนรองสุดท้องครับผม เบลเฟกอล~”

มีเพียงความเงียบที่โถมเข้ามายังสถานที่แห่งนี้ ลิเวียร์ทานกระพริบตาปริบๆแล้วผายมือไปที่รถม้าอีกรอบหนึ่ง

“เบลเฟกอล~”

ปีศาจหัวเขียวกระพริบตาปริบๆอีกครั้งก่อนจะเกาแก้มตัวเองอย่างงงๆ ซึ่งมีสภาพไม่ต่างจากเหล่ามนุษย์ผู้ยืนมองตาปริบๆอยู่ด้านล่างด้วยความสงสัย

“เบลเฟกอล...อ่อ...ไอ้สลอทตายด้านเลิกนอนขึ้นอืดได้แล้วนะเจ้าบ้า!

เสียงที่คราแรกใจดีร่าเริงเริ่มขุ่นมัวขึ้นเรื่อยๆ บรรดาพี่ๆที่ออกมากันแล้วได้แต่ทำสีหน้าเอือมละอามอบให้แต่น้องชายคนรองสุดท้องอย่างไม่ไหวจะเคลียร์

“ไอ้เบลเฟกอล!

“เขาไม่ได้อยู่ในรถนะลิเวียร์”แมมม่อนว่า

“อ่อ..จริงด้วย”

“ค่าบอกเรื่องนี้หนึ่งเหรียญเงิน

“เรื่องเซ่!

ลิเวียร์ธานตวาดกลับพี่เขี้ยวลากดินก่อนจะเสกหินออกมาหนึ่งก้อน ในขนาดพอเหมาะมือก่อนก้อนหินก้อนนั้นจะถูกกว้างไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง เพียงไม่นานก็มีเสียงร้องออกมา

“โอ๊ย!...เจ็บนะครับเนี่ย ปามาได้”

“แล้วใครใช้ในเจ้าหลับขนาดนั้นกันเล่าน้องพี่...”ลูซิเฟอร์กดหว่างคิ้วหน่อยๆด้วยความปวดเศียรเวียนเกล้ากับน้องชายตัวดีคนนี้

“ก็ในบทในแกล้งตายนี่ครับ เลยหลับตา แล้วก็เผลอหลับจริงๆ...”

“ไอ้เบลเอ๊ย...”

เหล่ามนุษย์ที่อยู่ด้านล่างค่อยๆเบนสายตาไปมองต้นเสียงก่อนจะเบิกตาโพลงด้วยความตกใจเมื่อเห็นคนที่คิดว่าตายไปแล้วลุกขึ้นมาขยี้หัวสีครามให้ฟูฟ่องเป็นสายไหม เบลเฟกอลหันมองพวกฟีเอสก่อนจะค่อยๆยันตัวลุกขึ้นแล้วลอยขึ้นสมทบกับจักพรรดิปีศาจที่เหลือด้านบน

“เลือดปลอมนี่เปอะนะครับ เดี่ยวแม่บ้านก็บ่นตาย”เบลเฟกอลว่าก่อนจะยกมือขึ้นป้ายเลือดที่อกตัวเองแล้วเอาไปป้ายปากเบลเซบับ มือเรียวยกขึ้นทาบบริเวรที่เป็นรูจนมันสมานกัน

“อร่อยดีนะ ใช้อะไรทำ”

“ซอสมะเขือเทศ”

“เดี๋ยวนะ...”

ที่ฟีเอสรั้งรอเอาไว้ไม่ใช่รู้สึกปวดหัวเหมือนอย่างทีพี่ใหญ่ลูซิเฟอร์เป็นเพียงแต่เขากำลังเพิ่งนึกอะไรบางอย่างได้

“ถ้าเบลเป็นจักพรรดิปีศาจ...”

“งั้นขอเชิญพบน้องคนสุดท้องของเรา แอสโมดิวส์จ้า!!

ฉึก!!

“งั้นก็หมายความว่า...”

คาร์เรย์พึมพำก่อนเขากับเจ้าชายฟีเอสจะค่อยๆเบนศรีษะกลับไปหาราชินีของตน แต่สิ่งที่เห็นคือร่างของเคอร์ริสที่เบิกตากว้าง ที่ช่องท้องมีดาบเล่มบางแทงทะลุคาเอาไว้ก่อนดาบนั้นจะถูกชักออกอย่างรวดเร็ว ร่างของอัศวินปัฐพีเซล้มไปด้านหน้าเข้าหาร่างของน้องชายที่รอรับอยู่แล้ว ทันทีที่เคอร์ริสล้มลงร่างของผู้ถือดาบก็เปิดเผย ไม่ต้องเดาให้เสียเวลา ไม่ต้องขบคิดให้เปลืองสมองเมื่อภาพที่เห็นก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าชัดอยู่แล้ว

“แอมไพร์...”

“ไม่ใช่เสียหน่อย...เพอร์คัส อิวิล แอสโมติวส์ ดิ เอมเพอร์เรอร์ต่างหาก”เรียวปากสวยขยับยิ้มก่อนจะโยนดาบที่เปื้อนเลือดในมือทิ้งอย่างไม่ใยดี

“แอมไพร์...เจ้า..”

“ก็บอกว่าไม่ใช่แอมไพร์ไงเล่า...งี่เง่าเสียจริง”ร่างบางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะใช้หลังมือปัดเส้นผมสีม่วงไปด้านหลัง

“ปลดผนึกห้าส่วนแปด’O’

“ปลดผนึกหกส่วนแปด’M’

“ปลดผนึกเจ็ดส่วนแปด’S’

“ปลดผนึกทั้งหมด’A’

คลื่นอากาศระเบิดออกมาผลักให้ร่างของคนที่อยู่ใกล้กับร่างบางกระเด็นออกไปเล็กน้อย เส้นผมสีม่วงพริ้วไสวตามแรงลม ดวงตาสีม่วงน่าหลงใหลจ้องมองบุคคลเหล่านั้นราวกับคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักกัน แอมไพร์...หรือในตอนนี้คือแอสโมดิวส์เป็นเสมือนคนแปลกหน้าสำหรับฟีเอสและสองพี่น้องมาริคด้วย

“ไม่ได้คลายผนึกเต็มซะนาน เมื่อยจังเลย”ร่างบางบิดขี้เกียจก่อนจะลอยขึ้นไปสมบบกับพวกพี่ชายด้านบน

“เฮ้พวก!

“เฮ้”

เบลเฟกอลรับคำของน้องชายก่อนจะตีมือกันเสียงดัง ยามเมื่อร่างของเด็กหนุ่มผมสีม่วงไปยืนอยู่กับเหล่าจักพรรดิปีศาจแล้วเขาดูสง่างามขึ้นมาเป็นเท่าตัว

“เจ้า...หลอกพวกเรา”ฟีเอสเค้นเสียง

“อ่าฮะ ใช่”

“ทั้งหมเคือละคร”

“ฮ่าฮะ ตั้งแต่เดินเข้าปราสาทเลยทีเดียว”

“ท่านทำแบบนี้ทำไม!”คาร์เรย์เอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ

แอมไพร์ค่อยๆหุบยิ้มลงก่อนจะเอื้อนเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ”เพื่อให้ได้สิ่งที่เคยเป็นของเรากลับคืนมา”

“เพราะงั้นท่านถึงทรยศเรา!

“หุบปาก! ข้าไม่เคยทรยศใคร เพราะข้าไม่เคยมีความภักดิ์ดีแด่พวกเจ้า”

“ท่านโกหกแม้กระทั้งเรื่องเลโองั้นเหรอ!

“เจ้า!”แอมไพร์ตวาดเสียงดังก่อนจะเสกดาบออกมาเล่มหนึ่งแล้วปาใส่ร่างของคาร์เรย์ที่ประครองเคอร์ริสเอาไว้

เคร้ง!

ยังไม่ทันที่จะมีใครขยับตัวดาบที่ถูกปามาก็พลันถูกปัดกระเด็นไปเสียก่อน แอมไพร์สะบัดสายตาไปมองคนที่ขัดขว้างเขาก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

“จะมีเรื่องให้ตกใจกี่เรื่องกันแน่นะวันนี้”ฟีเอสพึมพำเมื่อเห็นร่างของผู้ที่เข้ามาปกป้องสองพี่น้องมาริค ดวงตาสีเทาจ้องมองไปที่แอมไพร์ด้ยความราบเรียบ

“ข้าคิดแล้วว่าท่านไว้ใจไม่ได้”

คำพูดที่เหมือนหนามแหลมทิ่มเข้ามาในใจ แต่เด็กหนุ่มไม่ต้องการความสงสาร มันคือสิ่งที่เขาควรได้รับที่สุดแล้ว มุมปากเรียวแย้มยิ้มยินดีอย่างเสแสร้ง ยามเมื่อถูกมองด้วยแววตาที่ห่างเหินมันทำให้รู้สึกเหมือนตายทั้งเป็น

“สวัสดี ไม่ได้เจอกันนานเลย ไม่คิดว่าจะจเอเจ้าอีกนะ...”

“อัศวินนภา เลโอ!


 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

22 ความคิดเห็น

  1. #1035 Bloody_Mary (@bloody-marry) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 03:28
    ไรท์ใจร้าย
    #1035
    0
  2. #886 w-rabbit (@nene-zero) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 29 มีนาคม 2558 / 23:22
    เลโอววววว โผล่มาสักที สนุกมากๆเลยค่า
    #886
    0
  3. #684 RabBiTaN (@keaw1542542) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 01:33
    เห็นเค้าลางความดราม่ามาแต่ไกลเลยทีเดียว ฮืออออ
    #684
    0
  4. #665 'violettie (@phattanun) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2557 / 19:47
    เมื่อไหร่จะรักกานนนนน#น้ำตานอง ;_____________; 
    #665
    0
  5. #664 จีจี้ซัง (@jiji-love) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2557 / 18:34
    หักมุมสุดๆ
    ชอบมากค่า
    มาต่อเร็วๆน่ะ
    #664
    0
  6. #663 ..BBooKK.. (@horseaholic) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2557 / 15:20
    -..-หักมุมสุดๆ ไม่มีคำพูดอื่นนอกจากคำนี้แล้วค่ะ55 โอ้ยไม่นึกว่าเรื่องนี้จะออกมาแบบนี้บอกเลยตกใจนี้มันรักต้องห้ามชัดๆ สู้ๆนะคะไรท์
    #663
    0
  7. #660 Mela( ̄^ ̄)ゞ (@zebza) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2557 / 06:41
    ทำไมเลโอยังไม่ตายอ่ะ โดนจ้วงไปแล้วนี่!! =[]=
    #660
    0
  8. #659 Mela( ̄^ ̄)ゞ (@zebza) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2557 / 06:41
    ทำไมเลโอยังไม่ตายอ่ะ โดนจ้วงไปแล้วนี่!! =[]=
    #659
    0
  9. #658 N เอ็น (@nlm1122) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2557 / 02:42
    =[]= ซะงั้นเลยอ่ะนะ คือเอมไพร์ก็ชอบเลโอ เบลก็ชอบไอโรใช่ป่ะ? แต่คือไม่อยากทำให้ลูซิเฟอร์เสียใจเลยยอมร้ายงั้นดิ นางเอกมากนะบอกเลยยย
    #658
    0
  10. #656 guinw55 (@guinw55) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2557 / 21:31
    บอกตรงๆนี่คิดว่าเบลคือเบลเซบับแหละ ไม่นึกว่าจะเป็นเบลเฟกอลนะเนี่ย
    โชว์ง่าวอีกหนึ่งครั้งไม่คิดว่าจักพรรดิปิศาจที่มาหาเรื่องจะเป็นหนึ่งในพี่ชายแฮะ (ทั้งๆที่บอกชื่อลิเวียร์ธานมาโต้งๆเลย)
    เลโอโผล่มาอีกแทนที่จะดีกลายเป็นมาม่าซะงั้นอ่ะ
    งั้น...กลับไปซะไป๊!
    #656
    0
  11. #655 Ba Low (@bowkhim3642) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2557 / 09:29
    จะรอนะคะ >0<
    #655
    0
  12. #654 Mela( ̄^ ̄)ゞ (@zebza) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2557 / 21:02
    อยากให้แอมไพร์คู่มิคาเอล หมั่นไส้เลโอมานาน
    #654
    0
  13. #653 ..BBooKK.. (@horseaholic) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2557 / 20:11
    สงสารแอมไพร์จับใจ TT เลโอจะมาใช่ไหมเลโอจะมาจริงๆนะห้ามหลอกกันนะสงสารแอมไพร์ไม่ไหวแล้วได้กินมาม่าเกินพอแล้วของแบบแฮปปี้ๆบ้างสิ จะรอนะคะอย่าให้รอนานนะอยากอ่าน55 สู้ๆค่ะ
    #653
    0
  14. #652 groovyicy (@groovyicy) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2557 / 19:09
    รอๆๆๆๆๆ เป็นกำลังใจให้มาอัพเร็วๆน้าาาาา
    #652
    0
  15. #649 Anazegious (@zevalious) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2557 / 22:19
    รอๆๆๆเลโอ้ววววว เมื่อไรจะมาาาาา
    #649
    0
  16. #648 _Silver_ (@tarusung) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2557 / 21:46
    ใจร้ายกันสุดๆเลยละค่า Y.Y พอจบมาม่าแล้วต้องจัดฉากหวานๆมดขึ้นมาเยอะๆนะค่า หึ หึ หึ
    #648
    0
  17. #644 milkTea (@mewchrt) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2557 / 10:01
    ไรต์ใจร้าย งือๆๆๆๆ งอนแล้ว เชอะ ทำร้ายแอมไพร์ของเราทำม่ายยยยย
    #644
    0
  18. #643 จีจี้ซัง (@jiji-love) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2557 / 09:27
    มาต่อเร็วน่ะค่าาาาา

    #643
    0
  19. #641 Moon red (@kartung) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2557 / 00:57
    ค้างจุง -0-
    #641
    0
  20. วันที่ 27 กรกฎาคม 2557 / 00:35
    แอมไพร์โดนตึ้บแน่
    #640
    0
  21. #639 เด็กสาวผู้เฝ้ารอฤดูใบไม้ผลิ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2557 / 00:00
    ไรท์ใจร้ายง่า T^T ทำแบบนี้กับเบลเค้าได้ไงง่า จะรอตอนต่อไปน้าค่ะ รีบๆมาต่อน้าาา เปนกำลังใจให้ค่ะ ^^
    #639
    0
  22. #638 Khaosan P. (@liming) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2557 / 22:43
    555+ ขอขำไรท์แปบ  ก่อนหน้านี้อาจมีสงสัยบ้างว่าเลโอหายไปไหนโผล่มาแปบๆแล้วก็หายยาววว  เพราะฉะนั้นขอรอเซอร์ไพร์ยาววเลยค่ะ  หวังว่าจะมีบทสวีทหวานๆสักนิดนะคะ
    #638
    0