Knight Vs Queen! ศึกปราบเกรียน[อัศวินแด่ราชินี]

  • 96% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 35,034 Views

  • 1,107 Comments

  • 1,802 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    22

    Overall
    35,034

ตอนที่ 38 : 31st Round::Obstinate <rewrite>

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1100
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    14 มิ.ย. 60

31st Round

Obstinate

ปากบอกว่าไม่คิดมันติดอยู่ตรงที่หัวใจ


เลโอใช้ดวงตาสีเทามองไปยังร่างของอดีตราชินีด้วยความราบเรียบ นัยน์ตาของอัศวินแห่งแดนมนุษย์และจักรพรรดิแห่งแดนปีศาจสบกันเล็กน้อย กระแสความตึงเครียดในอากาศเพิ่มพูนขึ้นเสียจนน่ากลัว แอมไพร์ในฐานะจักรพรรดิปีศาจยังคงกอดอกและแสยะยิ้มที่มุมปากอย่างไม่ทุกข์ร้อนใจ ใบหน้าสวยยังคงความสง่างามไม่ต่างจากที่เคยเป็นมา

“นั่นจะจ้องน้องข้าอีกนานไหม เดี๋ยวน้องข้าก็ท้องกันพอดี”เบลเฟกอลเอ่ยแทรกก่อนจะดึงตัวแอมไพร์ไปหลบอยู่ด้านหลังตนตามหน้าที่พี่หวงน้องที่ดี

“จ้องมากๆเก็บเงินนะจ๊ะรูปหล่อ”แมมม่อนผสมโรงปกป้องน้องตัวเองด้วยอีกคนหนึ่ง

“ข้าเองก็ไม่ได้อยากจ้องเสียเท่าไหร่”เลโอกล่าวราบเรียบพลางเหลือบมองแอมไพร์ที่อยู่ด้านหลัง

“กล้าพูดนะเจ้าอัศวินเฮงซวย เดี๋ยวพ่อก็ปาด้วยสันดาบซะเลย!

“ใจเย็นน้องพี่...ใจเย็น”

เบลเซบับพยายามกดน้องตัวดีให้ใจเย็นลงโดยมีพี่ใหญ่ที่กดหว่างคิ้วด้วยความปวดหัวเป็นแบล็กกราวน์อยู่ด้านหลัง แอมไพร์สะบัดหน้าแล้วทำกอดอกทำแก้มบ่องอย่างงอนๆ

“ข้าว่าแล้วว่าคุ้นหน้าพวกท่านเสียเหลือเกิน...”

เสียงของเลโอทำให้เหล่าจักรพรรดิปีศาจทั้งเจ็ดเบนสายตากลับมาที่อัศวินนภาผู้อื่นอย่างสง่างามไร้ความเกรงกลัว นิ้วของอัศวินหนุ่มชี้ไปที่ชายผมน้ำเงินเป็นคนแรก

“คนที่เข้ามาหาท่านแอมไพร์เมื่อตอนไม่สบาย แล้วก็เป็นคนมาช่วยข้าออกจากคุก”

“ตอนนั้นข้าก็อยู่ด้านหลังนะ ไม่เห็นข้าหรือไง?”เดม่อนว่าพลางท้าวแขนลงบนไหล่ของเบลเฟกอล ใบหน้าแสดงความหาเรื่องต่ออัศวินนภา

“ท่านอาจตัวเล็กเกินไป...”

“เจ้า!!!

เสียงพึมพำของเลโอทำให้พี่คนรองปรอทแตกอยากจะเข้าไปเตะอัดก้านคออัศวินนภาให้รู้แล้วรู้รอดไปเสียจริงๆ เลโอก็ไม่ได้มีท่าทีทุกข์ร้อนใจอะไรเลยสักนิดเดียว เขาทำเพียงเบนสายตาไล่มองปีศาจตนอื่นๆแล้วพูดออกมา

“ส่วนท่านสามคนก็พวกขบวนการเสนอ สนอง สยอง...”มือเรียวไล่ชี้รวบตั้งแต่เบลเฟกอล แม่มม่อน และลิเวียร์ธาน

“ขบวนการผู้ผดุงความยุติธรรมหรอก!!!”สามเสียงประสานกันก่อนที่ลิเวียร์ทานจะมีแสงสีเขียวก่อขึ้นรอบตัว ร่างของปีศาจหนุ่มกลายเป็นร่างของเด็กชายผมเขียวคนเดิมที่เลโอเคยเห็น

“นี่มันจักพรรดิปีศาจหรือคณะปาหี่เนี่ย”ฟีเอสพึมพำ เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมจักรพรรดิปีศาจองค์โตอย่างลูซิเฟอร์ถึงได้ชอบกดหว่างคิ้วด้วยสีหน้าเครียดๆอยู่ตลอดเวลานัก ถ้าเขามีพี่น้องแบบนี้ก็อดที่จะปวดหัวไม่ได้เหมือนกัน

“จะเลิกไร้สาระ...กันได้หรือยัง?”

ครืน!

ฟ้าร้องคำรามดังสนั่นพร้อมแววตาน่ากลัวของพี่ใหญ่ทำให้จักรพรรดิปีศาจองค์น้องทั้งหกพุ่งมาเข้าแถวเรียงหน้ากระดานตามลำดับอายุอยู่กลางอาศเพราะกลัวว่าถ้าไปกระจายกันอยู่อาจจะกลายเป็นสายล่อฟ้าก็เป็นได้ ลูซิเฟอร์เบนนัยน์ตาสีแดงสดดั่งโลหิตมามองเหล่ามนุษย์ตรงหน้า นัยน์ตาคมปราดมองไล่ทีละคนและไปหยุดอยู่ที่อัศวินนภา

“ข้าหลงว่าเอมเพอร์เรอร์ฆ่าเจ้าไปแล้วเสียอีก”ลูซิเฟอร์กล่าวราบเรียบพลางปรายตามองที่น้องคนสุดท้องของตนเล็กน้อย

“ใช่เขาฆ่าข้าไปแล้ว แต่บังเอิญว่าข้าไม่ตาย”เลโอตอบกลับเสียงเรียบ ไม่มีท่าทีหวั่นเกรงต่อจักรพรรดิลูซิเฟอร์แม้แต่น้อย

“เจ้าช่างโชคดี”

“หากข้าจะกล่าวว่ามันไม่ใช่โชคเล่า”

คำพูดชวนสับสนเอ่ยออกมาจากปากของอัศวินนภา นัยน์ตาสีเทาจ้องไปยังร่างของอดีตราชินีของตนอย่างมีนัยยะก่อนจะเบนกลับมาที่จักพรรดิปีศาจองค์โต

“ก่อนจะเอื้อนเอ่ยอะไรให้มากความ ข้ามีเรื่องอยากพูดคุยกับอดีตราชินีของข้า ท่านจะอนุญาตหรือไม่?”แม้ร่างตรงหน้าจะขี้นชื่อว่าเป็นปีศาจ ขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่ต้องการมาแย่งชิงดินแดนของตนแต่เลโอก็ยังคงตวามสุภาพเอาไม้ไม่ต่างจากที่มีต่อคนอื่น

“เห็นทีคง...”

“เอาสิ อยากจะคุยอะไรล่ะ”

แอมไพร์พูดแทรกพี่ใหญ่ของตนก่อนจะเบนสายตามองลูซิเฟอร์แล้วค้อมหัวเล็กน้อยเป็นการขอโทษจากนั้นค่อยเบนกลับไปทีเลโออีกครั้ง

“ไม่เจอกันนานนะครับท่านแอมไพร์”

คำพูดของเลโอทำให้แอมไพร์ชะงักเล็กน้อย เด็กหนุ่มแสดงสีหน้าค้ลายจะร้องไห้ออกมาครู่เดียวก่อนขยับยิ้มออกมาปิดบังอย่างรวดเร็ว

“ใช่ ไม่เจอกันนานเลยนะเลโอ อัศวินนภาของข้า สบายดีไหมล่ะ?”

“สบายดีครับ แล้วท่านล่ะ”

“สบายดี”

“แต่ดูท่านผอมลงไปนะครับ”

คำพูดที่ดูเหมือนใส่ใจลายละเอียดนั่นทำให้แอมไพร์ชะงัก ร่างบางกัดริมฝีปากตนเองอย่างอดกลั้นก่อนจะเชิดหน้าขึ้นเพื่อเอ่ยถามอย่างจริงจัง

“เลิกลีลาได้แล้ว มีอะไรก็พูดมา ถ้าเจ้าช้า เคอร์ริสอาจจะตายก็ได้นะ”แอมไพร์ยิ้มกริ่มพลางมองไปยังร่างของอัศวินปัฐพีที่มีน้องชายใช้เวทย์พยายามสมานแผลให้อยู่

“ทำไมต้องโกหกข้าด้วยครับ?”

“โกหก? ข้าเคยโกหกเจ้าด้วยหรือ?”แอมไพร์แสร้งทำสีหน้าตกใจที่มองก็รู้ว่าแกล้งทำ

“ข้าเคยถามท่านวว่าท่านเป็นเจ้าชายปีศาจหรือไม่ท่านปฏิเสธ เคยถามไปว่าเป็นปีศาจหรือไม่ท่านเองก็ปฏิเสธอีก”

แอมไพร์ยิ้มออกมาเมื่อได้ยินคำพูดของอัศวินนภาก่อนจะเอ่ยปากตอบคำถาม”ข้าหาได้โกหกโป้ปดไม่มนุษย์เอ๋ย หากแต่ตอนนี้ข้าก็หาใช่เจ้าชายปีศาจมิใช่หรือ เพราะข้าคือจักรพรรดิปีศาจ แล้วที่เคยบอกกล่าวว่าไม่มีทางเป็นเพราะเมื่อข้ากำเนิดออกมาข้าก็มีตำแหน่งจักรพรรดิปีศาจ เจ้าของปาบแห่งราคะตั้งแต่กำเนิด ครั้นเมื่อเจ้าถามข้าว่าข้าใช่ปีศาจหรือไม่ครั้งนั้นที่ข้าตอบว่าไม่ เพราะในตอนนั้นผนึกของข้ายังคลายไม่สมบูรณ์ ข้าหาใช่ปีศาจเป็นเพียงลูกครึ่งปีศาจก็เท่านั้น”

คำตอบที่เลโอได้มาจากร่างบางไม่ทำให้ชายหนุ่มมีท่าทีแตกต่างไปจากเดิมเลยสักนิด เลโอยังนิ่งสงบแม้รู้ว่าถูกเล่นลิ้นเข้าให้แล้ว อัศวินหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อย

“เช่นนั้นข้าคงโกรธท่านในฐานะที่ท่านหลอกข้าไม่ได้ แต่คงจะโกรธใรฐานะไส้ศึกได้”

“แล้วแต่เลย ตอนนี้ก็เป็นโอกาสดีว่าคำพูดที่เจ้าเคยบอกว่าไม่กล้าหันดาบใส่ข้านั้นจริงหรือแค่เอาใจ”

“แค่ไม่เคยโกหกเพื่อเอาใจใคร”

แอมไพร์ยกยิ้มมุมปาก เขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเลโอจะทำได้อย่างปากว่าหรือไม่ คนที่เคยเอ่ยบอกว่าจะไม่หันดาบใส่แอมไพร์คนนั้น ดูสิว่าจะทำได้อย่างปากว่าหรือไม่

“หมดเรื่องพูดคุยและเจรจาแล้วใช่ไหม? จะได้ถึงคราวของข้าเสียที”ลูซิเฟอร์ขัดขึ้นพลางดึงร่างของน้องชายกลับมาหาตนอีกครั้ง

“อย่ามามัวอาลัยอาวรณ์อยู่เลยอัศวินนภา เมื่อยามที่เขาอยู่กับเจ้า เจ้ากลับไม่เคยใส่ใจเอง”

“ข้าไม่เคยอาวรณ์ต่ออดีตราชินีองค์นั้น”

คำพูดของเลโอทำให้แอมไพร์หลุดหัวเราะในลำคออกมา ร่างบางเบนหน้าหนีออกไปมองยังจุดอื่นเพื่อซ่อนความรู้สึกภายในใจ แอมไพร์รู้ดีแต่แรกว่าเลโอเป็นเช่นไร แต่ยังทำใจแข็ง ทำฝืนยืนพูดโต้ตอบกันอยู่ได้

“แอมไพร์...”เบลเฟกอลขยับเข้าหาร่างของตนก่อนจะจับมือร่างบางเอาไว้แน่น”ไม่มีเขา เจ้ายังมีพี่ ยังมีพวกเรา”

“ข้ารู้เบล...ข้ารู้”

“เอาล่ะนะเลิกยืดยื้อกันได้แล้ว”เสียงของแมมม่อนดึงดูดความสนใจของสองพี่น้องไปยังเจ้าของเสียง จักรพรรดิปีศาจแห่งความโลภยกมือขึ้นแตะปากพร้อมรอยยิ้มการค้าก่อนจะเอ่ยยื่นข้อเสนอออกไป

“พวกเรารู้ดีวาการที่จู่ๆเราจะมาเอาดินแดนของพวกเจ้าไปตามสัญญาเดิมนั่นมันไม่ค่อยยุติธรรมเท่าไหร่ เพราะคนที่ตกลงทำสัญญาก็เป็นฝ่ายเราทั้งหมด ลิเวียร์ธานกับแอสโมดิวส์...เพราะงั้นเราถึงมีข้อเสนอใหม่”เบลเซบับเป็นคนพูดขึ้นก่อนจะหันไปหาแมมม่อนที่รออธิบายอยู่

“อีกเจ็ดวันให้พวกเจ้าส่งตัวแทนมาหนึ่งคนเพื่อประลองกับตัวแทนของเรา ถ้าเจ้าชนะเราจะยอมถอยทับกลับแต่โดยดี รวมทั้งจะไม่ย่างกายเข้าไปยังดินแดนมนุษย์อีก แต่ถ้าพวกเจ้าแพ้ ดินแดนนี้จะต้องเป็นของพวกข้า

กระดาษแผ่นใหญ่ถูกเสกขึ้นมาในมือของผู้พูด ปีศาจผมทองส่งมันให้แก่อัศวินนภาก่อนจะเอ่ยต่อ

“นี่คือสัญญาแบบลายลักษ์อักษรที่ถูกต้อง มีรอยนิ้วมือของพวกข้าทั้งเจ็ดคน ถ้าพวกเจ้าตกลงก็ปั้มลายนิ้วมือซะ แต่ถ้าไม่ก็ฉีกมันทิ้งซะ แล้วมาเริ่มทำสงครามกันต่อ

“แต่บอกไว้ก่อนเลยว่ากองทัพปีศาจที่มาก่อนน่านี้เป็นแค่ภาพมายาเท่านั้น กองทัพของพวกข้ายังเหลือเต็มอัตตรารบ ทั้งยังแข็งแกร่งกว่านี้มาก คิดดูดีๆก็แล้วกัน”เดม่อนว่าเรียบๆลางจ้องมองไปยังเลโอโดยเฉพาะ

“ข้าตกลง”

สำหรับเลโอไม่มีคำว่าปรึกษาหาลือ เขาตกลงตามข้อสัญญาในทันทีโดยไม่รอฟังคำโต้แย้งใดๆจากใครด้วย สำหรับเลโอที่ปรึกษาที่ดีที่สุดก็คือตัวเอง

“อีกเจ็ดวันเราจะมาจบสงครามนี่เสียที”เลโอว่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะประทับลายนิ้วมือลงบนสัญญา”ข้าหวังว่าพวกท่านจะไม่คืนคำ”

“ข้ามิเคยคืนคำผู้ใด”ลูซิเฟอร์กล่าวก่อนจะจ้องมองเลโอไม่วางสายตา“เสียดายจริงๆที่ต้องมาสู้กับเจ้า สหายเก่าของท่านพ่อ”

จักพรรดิปีศาจทิ้งคำพูดน่าสงสัยเอาไว้ก่อนบรรดาจักพรรดิปีศาจจะหายไปกับอากาศ ทิ้งไว้เพียงบรรดามนุษย์ที่ได้แต่มองแอมไพร์ที่หายไปอย่างไม่เข้าใจ

 

เลโอ คาร์เรย์ เคอร์ริสและฟีเอสเดินทางกลับมายังปราสาทยูโนสซิสโดยเวทย์เคลื่อนย้ายของฟีเอส คนทั้งสี่จึงมาถึงปราสาทแห่งนี้ด้วยความเร็ว เมื่อมาถึงหน้าปราสาทเคอร์ริส็ถูกนำตัวไปหาหมอหลวงเพื่อรักษาในทันทีโดยมีคาร์เรย์ที่ตามไปอย่างเป็นห่วง ทางฝั่งฟีเอสก็ไม่รู้จะทำอะไร เขาได้แต่เดินตามเลโอที่ตรงดิ่งเข้าปราสาทยูโนสซิสด้วยใบหน้าเรียบเฉยท่ามกลางใบหน้าเหมือนเห็นผีของบรรดาขุนนาง บางคนยกมือขึ้นชี้เลโอแล้วเหมือนจะอ้าปากพูด แต่พออัศวินหนุ่มปรายตาไปมองเท่านั้นคนพวกนั้นก็เงียบลงไปในทันที

“กลับมากันแล้วเหรอ?”

เลโอค้อมหัวลงเล็กน้อยเป็นการรับคำก่อนจะใช้นัยน์ตาสีเทามองไปยังร่างของคนที่อออกมาต้อนรับ

“นี่ละเมอออกมาหรือเปล่าครับ?”

“จะบ้าหรือไงน่ะเจ้าบ้า”คนผมทองพูดเสียงเหนื่อยๆก่อนจะหันมองเจ้าชายแห่งอาร์ตเธที่ทำหน้าไม่ต่างจากคนเห็นผี

“ทำหน้าอะไรของเจ้า?”

คนถามขมวดคิ้วเป็นปมจนแทบจะผูกโบเมื่อเห็นเจ้าชายต่างแดนชี้มาที่หน้าเขาด้วยสีหน้าราวกับเห็นผี ทั้งยังปากสั่นๆคำพูดติดอ่างกึกๆเป็นอะไรดี

“จ่ะ..เจ้า...เจ้าฟื้นแล้ว...ไอโร!!! วันนี้จะมีเรื่องให้ข้าตกใจกี่เรื่องกันแน่เนี่ย!!!

ฟีเอสร้องลั่นหลังจากที่ตั้งสติได้และพบน้องชายเจ้าของเมืองยืนอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมคล้ายว่าที่ผ่านมาไมได้เป้นอะไรเลยสักนิดเดียว

“ก็ข้าน่ะสิ”ไอโรเลิกคิ้วขึ้นอย่างงงๆเมื่อเห็นปฏิกิริยาอันไม่สามารถอธิบายได้ว่าอะไรของพี่ชายต่างเมือง

พระราชาหนุ่มในสภาพใบหน้าสดใสแต่ติดที่หัวฟูฟ่องกับชุดนอนยาวสีขาวเท่านั้นที่ทำให้ดูแปลกตา ไอโรยกมือขึ้นปิดปากหาวก่อนจะมองไปยังฟีเอสที่จ้องเข้าตาไม่กระพริบ

“อะไรของเจ้า”

“ไอโร! คาร์เรย์ไอโรฟื้นแล้ว เขาฟื้นแล้ว!!!

ครู่เดียวที่ฟีเอสแหกปากลั่นปราสาทก็มีเสียงฝีเท้าตึงตังวิ่งมาก่อนจะปรากฏร่างของคาร์เรย์ที่วิ่งมาด้วยสีหน้าแตกตื่น

“พระราชา!!

“สวัส...”

ผลั่ก!

“ท่านฟื้นแล้ว!

“แล้วเจ้ามากระโดดถีบหน้าข้าทำไมเล่า!!

ไอโรโวยวายก่อนจะยันตัวลุกขึ้นเหมือนพร้อมจะหาเรื่องคาร์เรย์เต็มที่ อัศวินวารีเกาหัวแก้เก้อก่อนจะลดมือลงแล้วกระพริบตาปริบๆ อาจจะเป้นอาการเขินผสมดีใจจนแสดงอาการออกมาไม่ถูกเพราะแบบนั้นเลยมาลงท้ายที่การกระโดดถีบหน้าเต็มแรงล่ะมั้ง...

“แล้วท่านฟื้นได้ไง...”

“ข้าฟื้นตั้งแต่สามวันแรกแล้ว”ไอโรว่าเสียงขุ่น

“อ้าว...แล้ว”

“แอมไพร์ร่ายมนต์ใส่ข้าทำให้ข้าหลับตลอดเวลาที่เขายังอยู่ในแดนมนุษย์ พอเจ้านั่นกลับไปแดนปีศาจข้าก็เลยตื่นขึ้นมา”ไอโรอธิบายเรียบๆราวกับมันเป็นเรื่องปกติสุข

“ท่านรู้”

“ถึงข้าจะซื่อบื้อแต่ก็ไม่โง่พอจะดูว่าไม่ออกว่าเพื่อนตัวเองเป็นอะไร”

“เพื่อน?”

คงมีแค่ฟีเอสคนเดียวในที่นี้ที่ยังไม่รู้ว่าแอมไพร์ไม่ได้เป็นราชินีตัวจริงเสียงจริงของไอโร เพราะแบบนั้นคาร์เรย์จึงต้องหันไปอธิบายให้เจ้าชายผู้ตามข่าวไม่ทันฟัง พอเมื่อได้ฟังฟีเอสก็เหมือนจะคิ้วกระตุกหน่อยๆด้วยความมึนและสับสน

“ท่านรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าท่านแอมไพร์เป็นปีศาจ”เลโอที่เงียบมานานเอ่ยถามขึ้น ไอโรเบนสายตากลับไปที่น้องชายต่างมารดาก่อนจะถอนหายใจ

“ตั้งแต่ที่พวกเจ้าไปอาร์เจลแลงค์กันนั่นแหละ ที่จริงเริ่มระแคะระคายตั้งแต่เจอกันแรกๆแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะเป็นถึงจักรพรรดปีศาจแถมยังาเป็นไส้ศึกด้วย...”

“พระราชาไม่หน้าโง่แล้ว!

“หุบปากน่าคาร์เรย์!”พระราชาไม่หน้าโง่ว่าอย่างหงุดหงิกอ่นจะเสยเส้นผมที่ปรกหน้าอยู่ขึ้น

“งั้นคนที่แทงเจ้าก็คือแอมไพร์”

“เบลต่างหาก”

พระราชารีบแก้ต่างก่อนจะถอนหายใจ มันเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดที่สุดเสียมากกว่า จะบอกว่าเขารนหาที่เองหรือมันอยู่ในแผนแต่แรกกันแน่ เขาไม่รู้ว่าเบลเฟกอลทำวิธีไหนถึงไปได้ดาบของเลโอมาได้ และสุดท้ายดาบนั่นก็ถูกเอามาใช้ทำร้ายเขาและโยนความผิดให้แก่เลโอ

“ใจร้ายกันจริงๆ...”

“ไม่หรอก...ข้าว่าไม่”ไอโรพูดแทรกขึ้นมาก่อนจะแตะยังบริเวณที่เคยเป็นแผลของตน”ถ้าเจ้านั้นใจร้ายจริงคงฆ่าข้าไปแล้ว ไม่ปล่อยให้ข้ามีชีวิตรอดหรอก”

ที่พระราชาหนุ่มพูดคือเรื่องจริง ถ้าเขาเป็นเบลเขาคงแทงให้ตายไปแล้ว แต่นั่นเหมือนเจ้าหัวฟ้ามันจะเลี่ยงจุดตายทำให้แค่บาดเจ็บสาหัสก็เท่านั้น ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่มีชีวิตเหมือนอย่างตอนนี้ อาจจะได้ไปพบกันที่โลกหน้าแล้วก็ได้

“จะว่าไปท่านแอมไพร์ก็ไม่ได้ฆ่าพี่”

“ถึงจะเป็นปีศาจแต่ก็ยังมีจิตใจ”เลโอกล่าวเรียบๆ นัยน์ตาไม่ได้มองคนที่อยู่ข้างตัวแต่มองไปยังท้องฟ้าที่สดใสด้านนอก เวลาแบบนี้น่าจะไปปิกนิกหรือไม่ก็เดินเล่นพักผ่อนย่อนใจเสียมากกว่า

“ขออนุญาตครับ”

อัศวินขั้นผู้น้อยเดินเข้ามาก่อนจะเบิกตาโพลงเมื่อเห็นไอโรยืนอยู่ และมากขึ้นไปอีกเมื่อเห็นเลโอยืนอยู่ใกล้กัน

“มีอะไรล่ะ”คาร์เรย์หันไปถามทำให้อัศวินคนนั้นได้สติคืนมาก่อนจะหันไปกระซิบบอกกับอัศวินวารีที่อยู่ใกล้ตนแล้วเดินออกไป

“อย่างที่ท่านฟีเอสบอกจริงๆด้วย จะมีเรื่องให้ตกใจกี่เรื่องกันแน่เนี่ย”

“ทำไมอีกล่ะ? มังกรบุกหรือไง?”ไอโรถามอย่างงุนงงเมื่อเห็นคาร์เรย์ยิ้มแห้งๆให้

“น่ากลัวกว่ามังกรอีกครับท่านไอโร”อัศวินวารียิ้มแห้งๆก่อนเฉลยคำตอบ

“พระราชาองค์ก่อนกับอัศวินนภาคนก่อนมารอพบอยู่ที่ห้องรับรองครับ!

 

ตอนนี้เหมือนสงครามสายตาหรืออะไรก็ตามที่พวกเขาเป็นอยู่ นัยน์ตาสีเดียวกันจ้องกันด้วยคนละอารมณ์ ตรงหน้าเลโอคือชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าอ่อนกว่าวัยมากนัก นัยน์ตาสีเทากับเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนทำให้เขาดูเป็นคนใจดี ใบหน้าที่แทบจะเป็นพิมพ์เดียวกับเลโอกำลังส่งยิ้มให้แก่ลูกชายคนดีที่นั่งหน้านิ่งประดุจรูปปั้น ส่วนทางไอโรเขานั่งกอดอกยกท้าขึ้นไคว่ห้างด้วยสีหน้าบูดๆ ตรงหน้าเขาคือชายวัยกลางคนที่มีเส้นผมสีดำสนิทเหมือนขนกาน้ำ ดวงตาสีทองตรงไปยังลูกชายด้วยความคิดถึงสุดซึ้ง....

“มาทำไมครับเนี่ย”

แค่คำแรกที่ไอโรเปิดปากออกมาก็พาลเอาคนฟังคิ้วกระตุกหยิกๆจนคนที่นั่งอยู่ข้างๆต้องกดไหล่ให้นั่งลงที่เดิม

“พ่อคิดถึงลูก”

“หรอ”

“ไอ้เด็กนี่!!!

“ใจเย็นฟารันใจเย็น”

คนผมน้ำตาลอ่อนพยายามเกลี้ยกล่อมเพื่อนสนิทให้นั่งลงหลังจากที่คนผมดำลุกขึ้นพร้อมวิวาทกับลูกชายตัวดี

“ก็อะไรเล่าครับ!

“ไอโรใจเย็นน่า”

เลโอห้ามพี่ชายต่างสายเลือดไม่ต่างจากที่พ่อเขาห้ามเพื่อนสนิท นิ้วเรียวกดหว่างคิ้วด้วยความปวดเศียรเวียนเกล้า เขาอาจจะจ้องหน้าลูซิเฟอร์มากไปหน่อยก็เลยติดท่าทางแบบนี้มา ส่วนทางสองพ่อลูกที่ลุกขึ้นก็จ้องหน้ากันราวกับจะงับหัวกันให้รู้แล้วรู้รอดไป

“ไอ้เรานี่ก็เป็นห่วงได้ยินว่าโดนแทงเลยรีบแจ้นกลับมา แต่พอมาถึงก็ดันมาถามว่ามาทำไม ถ้ารู้ว่ายังไม่ตายก็คงไม่มาหรอก!

“กว่าพ่อจะมาข้าก็ฟื้นไปแล้ว พ่อมาตอนนี้ก็มีประโยชน์อะไรเล่า กลับไปเที่ยวรอบโลกไร้สาระนั่นเหมือนเดิมแล้วทิ้งให้ข้ารับผิดชอบเมืองเหมือนเดิมเถอะ!

“ข้าอยากให้เจ้าโตเป็นผู้ใหญ่เร็วๆนะ!

“ด้วยการหนีไปเที่ยงรอบโลกน่ะเหรอครับ!

โป๊ก! / โป๊ก!

เสียงหมัดเน้นๆเขกเข้าที่หัวของสองพ่อลูกพร้อมเพรียงกันเสียงดังฟังชัด คนเขกทั้งสองลุกขึ้นแล้วขยับมือไปมาคล้ายจะเป็นการขู่ว่าถ้ายังไม่เลิกตีกันพ่อจะซัดให้ความจำเสื่อมจำกันไมได้เลยว่าใครพ่อใครใครลูกใคร สองราชาและอดีตราชาได้แต่มองอัศวินนภาของตนเองด้วยสายตาหวาดกลัวแล้วเข้าไปกอดกันกลมประหนึ่งว่ารักกันมากมาย

“คงไม่ได้จะมาดูเฉยๆใช้ไหมครับท่านพ่อ?”เลโอหันไปถามพ่อของตนด้วยน้ำเสียงราบเรียบแบบที่เคยเป็น

“พ่อมาเพื่อคุยกับลูกเลโอ”ไรอัลว่าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“เรื่องที่เกิดขึ้น?”

“เรื่องนั้นพวกเรารู้หมดแล้ว ที่จะมาคุยน่ะเกี่ยวกับแอมไพร์ต่างห่าง”

เลโอเสดวงตามองมองพ่อของตนก่อนถอนหายใจออกมาเบาๆ นัยน์ตาสีเทาหวูบไหวดูมีความรู้สึกขึ้นมากขึ้นกว่าตอนที่จากกันมากนัก เพียงเท่านั้นไรอัลก็แน่ใจแล้วว่าเด็กหนุ่มที่ชื่อว่าแอมไพร์เข้ามาเปลี่ยนชีวิตของลูกชายของตนได้มากขนาดไหน ชายวัยกลางคนยันตัวลุกขึ้นก่อนจะจัดเสื้อผ้าแล้วปรายตามองลูกชายผมแดง

“ตามพ่อมาสิ”

อัศวินนภาคนปัจจุบันเหล่สายตาข่มขู่ให้สองพ่อลูกพระราชาอยู่เฉยๆห้ามตีกันก่อนจะลุกขึ้นเดิมตามพ่อของตัวเองไป ทั้งคู่เดินผ่านทางเดินตรงไปยังสวนที่แอมไพร์เคยชอบมานั่งบ่อยๆก่อนร่างของไรอัลจะทรุดนั่งลงยังตำแหน่งที่แอมไพร์เคยนั่ง...ทำไมในหัวเลโอมีแต่ชื่อนี้เต็มไปหมด

“นั่งสิ เราต้องคุยกันหลายเรื่องเลยล่ะ”

เลโอพยักหน้ารับก่อนจะนั่งลงยังตำแหน่งตรงข้ามกับพ่อของตน ชายหนุ่มจ้องมองใบหน้าของพ่ออย่างเฝ้ารอว่าคนคนนี้จะพูดอะไรออกมา ทางฝั่งอดีตอัศวินนภาก็เสสายตามมองรอบตัวอย่างเรื่อยเปลื่อย เลโอก็ยังคงเฝ้ารออย่างอดทนไม่ผลีผลามถามอะไรออกไปอย่างใจร้อน จนท้ายที่สุดไรอัลที่เปิดปากออกมา

“การรอคอยมันน่าเบื่อไหมเลโอ?”

“ครับ?...ก็ใช่”

“แล้วลูกคิดว่าคนคนหนึ่งที่รอคอยลูกมาตลอดเขาจะเบื่อขนาดไหน”

“ท่านกำลังพูดถึงใคร?”

“แล้วลูกคิดถึงใครล่ะ?”

เลโอไม่เปิดปากพูด ใบหน้าของคนที่เขาคิดถึงปรากฏขึ้นในหัวก่อนจะเลือนหายไปอย่างไร้ร่องลอย นัยน์ตาสีเทาเสมองสบดวงตาของพ่อก่อนจะเอือนเอ่ย

“ไม่มีนี่ครับ”

“แน่ใจงั้นเหรอ?”

คนเป็นพ่อยังไงก็เหนือกว่าวันยันค่ำ เลโอไม่เคยแพ้ทางใครนอกจากพ่อของตน อาจจะเพราะชีวิตกว่าครึ่งที่มีมาเขาก็อยู่กับพ่อมาโดยตลอดเลยถูกจับไต๋ได้อย่างง่ายดาย เลโอถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะเบนสายตาออกนอกตัว

“สองครั้งแล้วนะ”

“ครับ?”อัศวินหนุ่มขานรับคำพูดของพ่อตนเองด้วยความไม่เข้าใจ ทางฝั่งคนพูดก็มองกลับมาแล้วคลี่ยิ้มบางๆ

“ลูกถอนหายใจสองครั้งแล้วนะเลโอ ในเวลาแค่ไม่ถึงชั่วโมงที่เราพบกันลูกถอนหายใจไปสองครั้งแล้วนะ”

เลโอหรี่นัยน์ตามองพ่อของตวเองก่อนเอ่ยถามออกไป”แล้วยังไงล่ะครับ?”

“แถมลูกยังหลบตาตอนคุยกันด้วย รู้ไหมว่าตัวเองเปลี่ยนไปมากจนน่าตกใจ ลูกคิดว่าเพราะใครกัน?”

“ไม่ใช่เพราะใครทั้งนั้นแหละครับ”อัศวินหนุ่มว่าเสีงเรียบไม่ต่างจากเดิม เข่าไมได้ต่างไปจากเดิมเสียหน่อย เขายังคงเป็นเขาไม่ว่าจะวันนี้ เมื่อวาน หรือวันไหนๆ

“ปากแข็งมากๆระวังจะเสียเขาไปโดยไม่รู้ตัวนะเลโอ”เสียงพ่อทำให้เลโอหันมองคนพูดอีกครั้ง ไรอัลยิ้มที่มุมปากก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสบายๆ

“พ่อไม่รู้ว่าลูกจะรับหรือไม่ แต่พ่อคิดว่าลูกรักคนคนนั้นไปแล้ว ตั้งนานแล้วด้วยเพียงแต่มันอาจจะติดอยู่สองข้อที่ทำให้ลูกไม่ยอมรับเรื่องนี้ คือหนึ่งสถานะที่เขาเป็นภรรยาของไอโร และสองเพราะลูกไม่เคยรู้จักความรัก”

“ท่านกำลังจะบอกว่าข้ารักท่านแอมไพร์?”

“นั่นพ่อยังไม่ได้พูดนะ”

แล้วภรรยาไอโรที่เด่นชัดที่สุดตอนนี้มันมีหลายคนหรือไงกัน เลโอแอบคิดในใจก่อนจะมองหน้าพ่อตัวเองด้วยอารมณ์ที่เริ่มรู้สึกว่าหงุดหงิดเล็กน้อย พ่อกำลังเล่นแง่ เล่นลิ้น เล่นอะไรสักอย่างกับเขาอยู่ แต่มันน่าหงุดหงิดที่อีกฝ่ายไม่พูดออกมาตรงๆเสียที ทำไมต้องทำเหมือนอยากให้เขาตีความนัก

“ลูกกำลังจะปฏิเสธว่าตัวเองไม่ได้รักแอมไพร์หรือไง ทำหน้าแบบนั้น”

“ข้าทำหน้าแบบไหน?”

“ขมวดคิ้ว เหมือนไม่พอใจ ไม่เคยเห็นแหะ มหัศศจรรย์แท้”ไรอัลว่าก่อนหัวเราะกับตัวเองก่อนจะเปลี่ยนท่าทีมาเป็นจริงจังเมื่อเห็นว่าลูกมองอยู่

“ข้า....”

“เลโอ พ่อถามจริงๆเลยนะ เอาแบบจริงจังไม่เล่นแล้ว”ไรอัลเว้นจังหวะมองหน้าลูกชายหน่อยๆ”ก่อนหน้านี้พ่อเคยได้ยินว่าลูกบอกว่ารักแอมไพร์ไม่ได้เพราะนาง...พ่อหมายถึงเขา..เอ่อ...เป็นภรรยาของไอโร แต่ตอนนี้ล่ะเลโอ เขาไม่ได้เป็นแล้ว รวมถึงไม่เคยเป็นด้วย แล้วเจ้าคิดยังไงกับเขา”

อัศวินนภามองหน้าพ่อตัวเองก่อนถอนหายใจออกมาเป็นครั้งที่สามในช่วงเวลาๆสั้น เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงได้ถอนหายใจแต่กับเรื่องพ่อคุณตัวเกรียนหัวม่วงที่วันๆเอาแต่วิ่งป่วนรอบปราสาทแล้ววันดีคืนดีก็วิ่งไปยืนอยู่ฝั่งปีศาจแล้วประกาศตนว่าตัวเองเป็นจักรพรรดิปีศาจ...

“นี่ไม่ใช่นิยายรักน้ำเน่าระหว่างอัศวินแดนมนุษย์กับจักพรรดิปีศาจ มันไม่ใช่รักต้องห้ามนะครับ ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โต”

“ก็เพราะมันไม่ใช่ไงเลโอ พ่อให้ลูกคิดในฐานะสิ่งมีชีวิตที่มีหัวใจคนหนึ่งบนโลกใบนี้ ถ้ามันไม่มีหน้าที่ ไม่มีฐานะมาเป็นข้ออ้าง คำตอบที่อยู่ในใจลูกคืออะไร ไม่ต้องคิดถึงความเป็นไปได้หรือไม่ได้ คิดแค่ว่าหัวใจมันเรียกร้องอะไรก็พอ”

นัยน์ตาสีเทาสองคู่สบกันเล็กน้อยก่อนเลโอจะเบนสายตาออกข้างตัวเหมือนที่เคยทำก่อนๆหน้า คิ้วเรียวขมวดมุ่นคล้ายคิดไม่ตกกับปัญหาทั้งหมดที่เกิด คำพูดสวยหรูที่หลุดออกมาจากปากพ่อคล้ายกับคำพูดที่ออกมาจากนิยายรักน้ำเน่าที่เขาเคยอ่านผ่านๆ เลโอไม่คราดคิดหรอกว่าจะต้องมาเจอประโยคแบบนี้ด้วยตนเอง อัศวินหนุ่มใช้เวลาครุ่นคิดถึงคำพูดนั้นอยู่ชั่วครู่ สุดท้ายคิ้วนั้นก็คลายลงพร้อมคำตอบที่ไม่เป็นที่ต้องการนัก

“ข้าบอกแล้วไงครับว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่ทีเราจะต้อง...”

“สำหรับแอมไพร์เรื่องลูกใหญ่เสมอเลโอ”

“นี่ท่านเป็นปีศาจปลอมตัวมาหรือเปล่า”

ไรอัลหัวเราะหน่อยๆเมื่อได้ยินคำพูดที่ลูกชายเอ่ยออกมา เขาไม่เห็นเลโอมีความคิดหลุดโลกแบบนี้มานานแล้วตั้งแต่ภรรยาเสียชีวิตไป เขาไม่เห็นลูกคนเดียวถอนหายใจ แสดงสีหน้าไม่พอใจ หรือทำอะไรอย่างที่ผู้ชายคนหนึ่งควรจะเป็น ถึงแม้แอมไพร์จะเป็นไส้ศึกที่ทำให้เกิดสงครามแต่ไรอัลก็อดที่จะขอบคุณคนคนนั้นไม่ได้ที่ทำให้เลโอกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

“พ่อไม่ใช่ใครทั้งนั้นแหละ พ่อเป็นพ่อของเจ้าตัวจริงเสียงจริงแน่นอน”

“ก็เห็นทำพูดเหมือนจะเข้าข้างกันเสียเต็มประดา...”

“อ้าวๆ มีงอนกับเขาด้วยแหะ แปลกดี”

เลโอตวัดสายตามองพ่อตัวเองเล็กน้อยก่อนจะส่ายหัวอย่างแผ่วเบา สองมือยันโต๊ะเหล็กดัดก่อนจะยันตัวลุกขึ้น

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วข้าขอตัวนะครับ”

“เดี๋ยวสิ จะรีบไปไหนเล่า พ่อยังคุยไม่จบเสียหน่อย”

ไรอัลรั้งลูกชายคนเดียวด้วยใบหน้าขำๆก่อนชายวัยกลางคนจะประสานมือไว้ในระดับสายตา นัยน์ตาสีเทาจ้องมองสำรวจลูกชายตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า

“โตก็ตั้งขนาดนี้แล้วเพิ่งจะมีความรัก ก็เข้าใจอยู่หรอกว่าทำไมถึงทำตัวไม่ถูก”

“ข้าว่าท่านเริ่มเลอะเทอะไปกันใหญ่แล้วนะครับ”เสียงเรียบๆว่าอย่างเหนื่อยหน่ายใจ

“เลโอ ถ้ามีเวลาที่ยังอยู่ด้วยกันได้ก็จงใช้ให้คุ้ม อย่ามามัวลังเล มัวแต่ลีลาให้เวลามันผ่านเลยไปเฉยๆ ถ้ามันหมดลงเมื่อไหร่เจ้าอาจจะเสียใจ”

“ข้าไม่เคยคิดเสียใจ”

“หึ พูดน่ะใครก็พูดได้ แต่ถ้าเจอกับตัวแล้วไม่มีใครช่วยอะไรลูกได้นะ แม้แต่พ่อเองก็ตาม”

นัยน์ตาสีเทาเหลือบมองร่างของพ่อตนเอง อดีตอัศวินนภาเสตามองต้นไม้ใบหญ้าในสวนด้วยความเรื่อยเปลื่อย จิตใจล่องลอยและลองปล่อยมันไปตามอิสระของมันสักครั้ง

“ถ้าข้ารักแล้วได้อะไร? เมื่อทำไปมันก็ไม่สมหวัง”

“ความรักถ้าไม่เจ็บปวดซะบ้างเขาจะเรียกมันว่าความรักงั้นเหรอ? ทุกอย่างมีสองด้านเสมอลูกรัก เหรียญมีหัวมีก้อย มีดมีคมมีด มีสันมีด มีทั้งอันตรายและปลอดภัย ไม่มีอะไรที่ให้แต่คุณหรอก มันต้องมีโทษบ้างปะปายไป”คำตอบถูกส่งกลับมาอย่างรวดเร้วราวรอที่จะตอบคำถามนี้อยู่แล้ว

อัศวินนภายังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับตัวไปไหน เขามองสวนแห่งนี้ที่เคยเข้ามาในหลายๆครั้ง แต่ความรู้สึกที่มีต่อที่นี่มันต่างออกไป สวนแห่งนี้เงียบเหงา ดอกไม้ใบหญ้าดูเหี่ยวเฉาไร้ชีวิตชีวา ผีเสือที่บินมาดูเหมือนพยายามฝืนทำอะไรบางอย่าง

“ข้ารู้ได้ยังไงว่าทั้งหมดคือเรื่องจริง”

“เจ้าก็ไปเอาคำตอบจากเจ้าตัวสิเด็กโง่ ต้องให้พ่อบอกทุกอย่างเลยหรือไง”ไรอัลว่าเสียงตำหนิ

“นั่นสินะ”อัศวินนภาครางในลำคอก่อนจะหมุนตัวเพื่อเดินออกจากสวนแห่งนี้ไปเอาคำตอบที่เขาต้องการ

 “ช๊ะ! สวนสวยนะท่านพ่อ”

“อ่ะ...เอ่อ...นั่นสิ ผีเสื้อส๊วยสวยนะไอโร ดูสิดูโน่นแนะนกเขากรู”

“จุ๊ก จุ๊กกรู ฮู้วววววววววว”

“....”

เลโอมองสองพ่อลูกพระราชาเงียบๆก่อนจะเดินจากไป ต่อให้หมามองหมายังรู้ว่าสองคนนี้มาแอบฟัง! ไอโรมองตามร่างน้องชายที่เดินลับตาไปก่อนจะพุ่งถลาเข้าไปในสวนโดยไม่ลืมที่จะคว้าคอเสื้อพ่อตัวเองให้ตามมาด้วย

“ท่านน้า สรุปนี่ยังไง น้องข้าจะเป็นฝั่งเป็นฝาสักทีแล้วใช่ไหม ใช่มะๆ”

ไอโรรีบเข้าไปท้าวคางจ้องหน้าไรอัลอย่างอยากรู้อยากเห็นทางฝั่งของชายผมน้ำตาลอ่อนเขาแค่หัวเราะแผ่วๆในลำคอ

“ยังหรอกไอโร เจ้าก็รู้ว่าน้องเจ้ามันปากแข็งขนาดไหน”

“โห่ววววว ข้านี้ก็อุตส่าห์ลุ้น ปากแข็งแบบนี้ล่ะน่า สักวันจะเสียใจ”

“นั่นก็เสียใจอยู่ไม่ใช่หรือไง”

ฟารันว่าพลางเหลือบไปทางทางเข้าสวนคล้ายจะแอบมองว่าคนที่นินทาอยู่ยังอยู่ที่ตรงนั้นหรือเปล่าก่อนนัยน์ตาสีทองจะเบนกลับมาที่เพื่อนสนิท

“ข้าพูดตามตรงนะไรอัลข้าอยากให้เรื่องนี้จบลงแบบมีความสุข ถ้าเลโอรักกับเด็กนั่นจริงข้าก็พร้อมจะยินดีเกลี้ยกล่อมคนทั้งโลกให้เห็นด้วย และข้าคิดว่าฝั่งนั้นจะเห็นแก่ความรักของเด็กทั้งสอง”

“เห็นทีมันจะไม่ง่ายแบบนั้นน่ะสิฟารัน”ไรอัลถอนหายใจหน่อยๆ”หรือท่านว่าไงตัวต้นเรื่อง”

“บู้ๆท่านน้า อย่าพูดแบบนั้นสิ ใครใช้ให้ท่านพ่ออยากได้สะใภ้ขนาดนั้น คนคนเดียวที่ข้าคิดว่าเขาจะมาเป็นราชินีได้อย่างบริสุทธิ์ใจที่สุดก็คือแอมไพร์ ใครจะไปคิดว่าเจ้านั่นจะไม่บริสุทิ์ใจต่อแดนมนุษ์ แถมยังมาสปาร์คกับน้องเลโอของข้าอีก”

ไอโรว่าพลางทำปากยื่น อย่าให้ไปแก้ปัญหาใครเลย เรื่องตัวเองยังคิดไม่ตกเลยตอนนี้น่ะ

“ตัวเองยังเอาไม่รอดเลยอย่ามาถามความเห็นจากข้าเลย”

สองคุณพ่อมองดูพระราชาผมทองที่เหม่อมองไปบนท้องฟ้าด้ยความไม่เข้าใจ นี่ข่าวเลโอว่าน่าตกใจแล้ว ไอโรที่เหม่อลอยเหมือนคนมีความรักนี่น่าตกใจกว่าอีกนะเนี่ย!

 

ไอโรมีบทแล้ว เย้!!! ตอนนี้เรื่องนี้แต่งจบแล้วครับผม จบลงที่ตอนที่36 รวมบทส่งท้ายด้วยก็ประมาณ498หน้า...เป้นนิยายที่ยาวที่สุดเท่าที่เคยแต่งมาเลยทีเดียวฮ่ะๆ...น้ำตาพี่จะไหลว่ะน้องเอ๊ย ในที่สุดมันก็จบสักที พี่ไม่รู้ว่าตอนจบจะโดนตักตบหรือปล่อย//สปอยบ์แล้วจากไป
อย่าลืมคอมเม้นนะรับจุบุ
ปล.ถ้าเรื่องนี้จบกำลังลังเลว่าจะลงอะไรต่อดี
ปล.2 เรื่องคาร่าแต่งไม่ออกจริงๆ เศร้ามาก ไม่อยากทิ้งเอาไว้แบบนี้หนอกครับT^T
ปล.3เรื่องLittle Rapbitอย่าเพ่ิงไปกดแฟนสิครับ มันกดดันนะ ต้นฉบับยังไปแค่บทที่สองในขณะที่เรื่อ่งอื่นๆนี่นำไปเป็นโยชน์แล้ว ถถถว์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #1096 Night Demon (@pimmie1204) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 10:20
    ไอโรกับเบลไง ฮิ้ววว
    #1096
    0
  2. #678 |||No_Name||| (@oom-kanyarat) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2557 / 16:46
    คือมันก็หน่วงใจนะตอนนี้แต่เจอสองพ่อลูกเข้าไปไม่ไหวจะเคลียร์ถึงว่าเลโอนิสัยแบบนี้-*-
    ไม่งั้นคุมราชาไม่อยู่สินะ
    #678
    0
  3. #677 ถังเถียน (@gochawan) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2557 / 16:26
    กะ...ใกล้ จบแล้วเหรอ!? ข้าน้อยซาบซึ้งแทนท่านจริงๆ ว่าแต่อ่านตอนนี้แล้วทำไมมันรู้สึกหน่วงๆ หัวใจพิกล...
    #677
    0
  4. #673 hayama aya (@marioto) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2557 / 19:26
    ค้่างมากเลยค่ะ แต่ก็สนุกไม่อยากให้จบเลยยย
    #673
    0
  5. #672 aquajung (@apple-oor) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2557 / 09:52
    'ฉึกๆ'(?) ไรเตอร์อะะะQ-Q ค้างมากพระเจ้าข้า สงสารแอมไพร์มากๆเยยอะ เลโอก็เกินปายย กลัวเรื่องมันจะBad End จังเยย//โดนตรบ QWQ
    #672
    0
  6. #671 |||No_Name||| (@oom-kanyarat) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2557 / 20:00
    เลโอซื่อบื้ออออออออออ!!!!
    ไม่เคยรู้รึไงว่าแอมไพร์คิดยังไงกะซิกๆ สงสารแอมไพร์T^T
    #671
    0
  7. #670 Blueyu (@pluza89) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2557 / 18:26
    น้ำตาจิไหล เวลาแอมไพร์พูดกับเลโอ เเต่ละคำทิ่มเเทงทั้งใจแอมไพร์เเละใจคนอ่าน ฮือๆๆๆ ใจร้ายมากเลโอ
    รีบๆอัพต่อน้าาา รอลุ้นต่อใจจะขาดเเล้วว 
    #670
    0
  8. วันที่ 4 สิงหาคม 2557 / 16:03
    จะร้องไห้แล้วจริงๆT^T
     
    #669
    0
  9. #667 guinw55 (@guinw55) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2557 / 22:43
    เห็นเค้าลางว่าอัศวินอาจได้สู้กับ(อดีต)ราชินีแฮะ....
    แต่ส่วนตัวส่งพี่ใหญ่มาสู้เลยดีกว่า...รอดไม่รอดเดี๋ยวรู้กันไปเลย
    #667
    0
  10. #666 Unvaried (@lostrose) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2557 / 20:42
    ค้างงงงงงงงงงง  อัพน้าาาาาาาาา
    #666
    0