Knight Vs Queen! ศึกปราบเกรียน[อัศวินแด่ราชินี]

  • 96% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 35,032 Views

  • 1,107 Comments

  • 1,802 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    20

    Overall
    35,032

ตอนที่ 39 : 32ed Round::Unloveable <rewrite>

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1164
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    14 มิ.ย. 60

32ed Round

Unloveable

สองเราวันนี้...ยังรักกันไม่ได้


ทางเดินปราสาทดังก้องไปด้วยเสียงเดินของปีศาจทั้งเจ็ดตน นัยน์ตาเจ็ดสีมองตรงไปด้านหน้าเพื่อก้าวเข้าสู่ห้องโถงหลัก ทุกอย่างดูปกติสุขเว้นเสียก็แต่ร่างบางที่เดินรั้งท้ายอยู่ นัยน์ตาสีม่วงที่เรียบสนิทกับใบหน้าที่นิ่งเฉยราวรูปปั้นดูผิดวิสัยจนรูปปั้นหินกากอยที่เฝ้าทางเดินอยู่ต้องหันมองตามด้วยความสงสัย ไม่เห็นร่างนี้เสียนานกลับมากลับเปลี่ยนไปมากจนน่าใจหาย ร่างทั้งเจ็ดยังเดินไปยังทางเดินเรื่อยๆโดยไร้เสียงพูดคุยแม้พี่คนรองจะเหล่สายตามองไปยังน้องคนแล็กแล้วเบนกลับมามองที่พี่ใหญ่บ้างเป็นครั้งคราวแต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมา

“ยินดีต้อนรับกลับ ฝ่าบาท”

เสียงปีศาจรับใช้ในปราสาทนับร้อยเอ่ยออกมาพร้อมกันเมื่อร่างของพี่ใหญ่ก้าวเข้าสู่ห้องโถงกลาง

“ขอบใจ”

ลูซิเฟอร์หรืออิมไพร์เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะทรุดตัวนั่งลงยังหัวโต๊ะโดยมีข้ารับใช้หนุ่มเป็นผู้เลื่อยเก้าอี้ให้

“ข้าอยากได้น้ำส้ม เอมเพอร์เรอร์น้องจะเอาอะไรไหม?”

เดม่อนหรืออิมเพอร์ร่าถามไปยังน้องคนเล็กที่นั่งเงียบไม่พูดไม่จา แอมไพร์เบนสายตาที่เหม่อลอยมามองที่พี่คนรองก่อนะยิ้มอ่อนๆออกมาแล้วส่ายหัวเบาๆ

“ไม่ล่ะครับ”

นัยน์ตาสีแสดเหล่มองพี่คนโตอย่างขอความช่วยเหลือแต่ดูเหมือนอิมไพร์จะไม่รับรู้มันสักนิดจนปีศาจหัวแสดต้องเหยียบเท้าอีกฝ่ายไปแรงๆทีหนึ่งด้วยความหงุดหงิด ทางฝั่งปีศาจที่โดนเหยียบเท้าก็หันมามองด้วยสีหน้าไม่เข้าใจว่าตนไปทำอะไรผิด

“จริงสิเอมเพอร์เรอร์ เจ้ารู้หรือยังว่าภรรยาของเจ้าปุงิคลอดลูกแล้ว แฝดสามเชียวนะ

เมื่อเห็นท่าไม่ดีแมมม่อนหรือไคซารี่ก็แทรกขึ้นด้วน้ำเสียงสดใสก่อนจะสั่งคนให้ไปเอาตะกร้าที่เต็มไปด้วยลูกปีศาจเยลลี่มาให้แอมไพร์ดู

“น่ารักดีนะครับ”

แอมไพร์ปรายตามองเล็กน้อยก่อนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะร่าเริง ฝั่งพ่อคุณผมทองก็มองตาปริบๆแล้วสั่งให้คนเอาตะกร้าไปเก้บด้วยจิตใจห่อเหี่ยวตามน้องชายไปอีกคน ฝั่งเด็กหนุ่มยังคงเหม่อมองไปยังเปลวเทียนกลางโต๊ะด้วยใบหน้านิ่งเรียบ พี่น้องทั้งหกคนหันมองหน้ากันอย่างทำอะไรไม่ถูกก่อนที่ลิเวียร์ธานหรือไคเซอร์จะเอ่ยขึ้น

“นี่เอมเพอร์...”

“ข้าขอตัวไปพักก่อนนะครับ”

ยังไม่ทันได้พูดอะไรแอมไพร์ก็แทรกขึ้นก่อนจะยืนขึ้นแล้วค้อมให้พวกพี่ๆจากนั้นก็เดินออกไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้ไคเซอร์มองตามร่างของน้องคนเล็กไปด้วยใบหน้าเหมือนจะร้องไห้

“น้องเมินข้าอ่ะ!

“เขาอาจจะกำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่ ท่านก็รู้”เบลเซบับหรือเซทซัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงปลอบโยนแก่พี่คนที่สี่

“อาการหนักกว่าที่คิดนะครับท่านพี่”เบลเฟกอลหรือคาร์เอ่ยเรียบๆก่อนหันไปมองทางพี่ใหญ่ที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ ปีศาจผมแดงถอนหายใจยามออกมาเล็กน้อยก่อนจะเสมองไปยังทางเดินที่ร่างบางเดินหายไป

“แล้วจะให้ทำยังไงเล่า”อิมไพร์ว่าด้วยความหมดหนทาง

“คงต้องให้เวลาเขาทำใจสักพัก แอมไพร์ไม่เคยรักใครแต่ถ้าเมื่อรักเขาคงไม่อาจถอนใจได้โดยเร็ว”คาร์ว่าเรียบๆ

“ถ้าเรารู้ว่ามนุษย์ผู้นั้นจะทำให้จิตใจของเอมเพอร์เรอร์หวั่นไหวเราคงไม่ส่งเขาไป เรากำลังฆ่าเขาทางอ้อม”อิมเพอร์ร่ากล่าวเป็นคนถัดมาก่อนจะเสมองไปยังรูปภาพหญิงสาวรูปงามที่ดูเหมือนกำลังนิทรา

รูปภาพขนาดใหญ่ถูกนำมาประดับที่ห้องโถงกลาง หญิงสาวผู้มีใบหน้างดงามที่เหมือนแอมไพร์ไม่มีผิดเพี้ยนนี้จะเป็นใครอื่นใดไม่ได้นอกจากมารดาของปีศาจทั้งเจ็ด อิมเพอร์ร่ามองใบหน้าแม่ของตนก่อนจะถอนหายใจออกมา

“พวกเราทำถูกหรือเปล่าครับ ท่านแม่”อิมไพร์กล่าวออกมาอย่างไม่แน่ใจพลางจ้องใบหน้าของผู้เป็นแม่ราวกับว่านั่นจะทำให้เขาได้คำตอบ

“คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเวลาสินะ”

 

เด็กหนุ่มเดินออย่างอื่อยเฉื่อยขึ้นสู่ห้องนอนของตนเองที่ไม่ได้ย่างกายเข้าไปนานเกือบปีนับตั้งแต่เขาถูกส่งเข้าสู่ดินแดนมนุษย์ในฐานะไส้ศึก ช่วงเวลาที่เร่ร่อนเรื่อยเปลื่อยก่อนจะเจอกับไอโรก็นับว่านานเอาเรื่องเอาราว เวลาที่อยู่ในปราสาทนั้นก็ไม่ใช่น้อยๆ เพราะแบบนั้นห้องเขาอาจจะกลายเป็นห้องปิดตายไปแล้วก็ได้ ร่างบางคิดก่อนจะยื่นมือออกไปผลักประตูห้องนอนของตนเองเบาๆ นัยน์ตาสีม่วงทอดมองมันด้วยความราบเรียบก่อนจะย่างกายเข้าไป

ห้องของเด็กหนุ่มผมม่วงเป็นห้องโทนสีขาวและม่วงอ่อน ที่กลางห้องมีเตียงขนาดใหญ่ที่มีเสากระโดงสี่เสาตั้งอยู่ มีมุ้งสีม่วงอ่อนโรยตัวลงมาเป็นฉากกลั้น หน้าต่างบานใหญ่ที่เยื้องกับหัวนอนและประตูกระจกบานใหญ่ที่เชื่อมไปยังระเบียงด้านนอก มีโซฟา เตาผิง ชั้นหนังสือ องค์ประกอบทุกอย่างที่ทำให้ห้องแห่งนี้ครบคัน ถ้าหากมองเผินๆแอมไพร์คิดว่าที่นี่ก็ไม่ต่างจากห้องที่เคยอยู่ที่ปราสทของไอโรสักนิด ติดที่นั่นแคบกว่าก็เท่านั้นเอง

“เฮ้อ...”

แอมไพร์ถอนหายใจออกมาด้วยใบหน้าเรียบๆ เขาใช้นัยน์ตาคู่สวยมองไปยังระเบียงห้องของตน

“จะไปไหนหรือครับ?”

เสียงคนผมแดงที่เอ่ยทักเขาเมื่อยามเอาข้าพาดระเบียงดังเข้ามาในหัว ดวงตาสีเทาดุๆฉายชัดอยู่ในความทรงจำ ต่อจากนี้มันจะไม่มีกฎระเบียงอะไรมากักขังเขาไว้อีกแล้วสินะ ไม่มีสายตาดุๆที่มองยามเมื่อเขาเล่นอะไรแผงๆ ไม่มีสีหน้าเหนื่อยใจที่ต้องมองอย่างมากถึงจะเห็นมาตามติดทุกฝีก้าว ไม่มีเสียงราบเรียบไร้ความรู้สึกมาเอ่ยตำหนิติเตียนทุกสิ่งที่เขาทำ ไม่มีอีกแล้วอัศววินนภาและราชินี...มีแต่อัศวินมนุษย์และจักรพรรดิปีศาจก็เท่านั้น

“ข้าจะคิดถึงเจ้าให้ได้อะไรขึ้นมานะคนบ้า”แอมไพร์บ่นพึมพำก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงหน้านุ่มของตน กลิ่นหอมอ่อนๆของน้ำยาซักผ้าโชยเข้ามาในจมูก

“หอมไม่ได้ครึ่งหนึ่งของเลโอเลยแหะ”

ร่างบางคิดในใจก่อนจะสะบัดหน้าไปมาแล้วเอาหน้าซุกกับที่นอนด้วยความเขินอาย เขาเอากลิ่นที่นอนไปเทียบกับกลิ่นของเลโอได้ยังไงเนี่ย ว่าแต่อีกฝ่ายโรคจิตที่เอาตัวเองไปเทียบกับโกโก้ เขาเองก็โรคจิตพอกันล่ะหว้า...

“ตอนนี้เจ้าจะทำอะไรอยู่นะเลโอ...จะคิดถึงกันบ้างหรือเปล่า”

เสียงนุ่มพึมพำก่อนจะหลับตาลงอย่างเชื่องช้า ปล่อยตนให้เข้าสู่ห้วงนิททราเพื่อทำลายความโศกเศร้าที่มี แค่เพียงชั่วข้ามคืนก็ดี ให้เขาได้มีพื้นที่ที่ไม่ต้องคิดถึงเจ้าอัศวินเฮงซวยนั่นก็พอแล้ว...

.

.

.

กึกกัก

เสียงไม่คุ้นหูที่แทรกเข้ามาท่ามกลางความเงียบทำให้แอมไพร์เปิดเปลือกตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ รอบกายตอนนี้มืดสนิทดูเหมือนจะเข้าสู่ช่วงเวลากลางคืนเสียแล้ว ดินแดนปีศาจเองก็มีช่วงเวลากลางวันกลางคืนเหมือนดินแดนอื่น ไม่ได้มีแต่ความมืดเหมือนอย่างที่นุษย์บอกไว้เสียหน่อย มนุษย์นะขี้โกหกเสมอแหละ! แอมไพร์คิดก่อนจะยันตัวลุกขึ้นด้วยสภาพหัวฟู่ฟ่อง ดูจากรูปการณ์แล้วพี่คนใดคนหนึ่งอาจจะเข้ามาเพื่อตามเขาลงไปทานข้าวเย็นมื้อแรกหลังจากกลับมาด้วยกันแน่ แต่อาจจะเพราะเห็นเขาหลับอยู่เลยไม่อยากจจะปลุก ใครๆก็รู้ว่าถ้าแอมไพร์นอนไม่พอจะงี่เง่าขนาดไหน ปลุกไปก็ไปหลับคาชามข้าวอยู่ดีนั่นแหละ

“ว่าแต่เมื่อครู่นั่นเสียงอะไรน่ะ?”เด็กหนุ่มพึมพำกับตัวเองพลางยกมือขึ้นทัดเส้นผมกับใบหู นัยน์ตาสีสวยสอดส่ายมองรอบห้องด้วยความสงสัย

ฉับพลันร่างบางก็รู้สึกคล้ายมีน้ำหนักกดทับลงที่ปลายเตียงทำให้สายตาที่มองรอบกายเบนกลับมาที่มันอย่างรวดเร็ว แสงไฟจากด้านนอกที่ส่องเข้ามาพอให้เห็นรอบกายอย่างเลือนราง เด็กหนุ่มมองเห็นเงาที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ปลายเท้าตนเอง เขารีบหดเท้าหนีในฉับพลัน นัยน์ตาคู่สวยมองภาพนั้นด้วยความตื่นตระหนก แอมไพร์ไม่รู้เลยว่าไอ้สิ่งที่กำลังย่างกายเข้ามาใกล้นี่คืออะไร

“จ่ะ...เจ้า...”

ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรออกมาร่างนั้นก็โถมเข้าใส่ร่างของเด็กหนุ่มในทันที ด้วยความตื่นตระหนกบวกความเหนื่อยล้าทำให้แอมไพร์ไม่สามารถหลบร่างนั้นได้พ้น สองมือของเงานั้นกดไหล่แอมไพร์ไว้กับเตียงก่อนจะนั่งทับร่างบางเอาไว้ไม่ให้ขยับ แอมไพร์เห็นใบหน้าที่ถูกพันด้วยผ้าอย่างลวกๆผ่านแสงที่ลอดเข้ามา ดวงตาแข็งกำลังจ้องเขม็งไปที่เขา เส้นผมที่ไม่ทราบสีเพราะความมืดลอดช่องว่างของผ้าที่พันไว้ออกมาปะปาย

“คนหรือผีเนี่ย...”

สิ้นคำพูดร่างที่อยู่ด้านบนก็ยกมือขึ้นดึงผ้าที่พันหน้าตนเอาไว้ออกอย่างเชื่องช้าราวกับกำลังทำให้แอมไพร์หัวใจวายตายด้วยความลุ้นละทึก เมื่อร่างนั้นเผยโฉมหน้าออกมานัยน์ตาสีม่วงถึงกับเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง

“เล..!!!

“อย่าเสียงดังไปสิครับ”

เสียงทุ้มกระซิบราบเรียบพร้อมกับมือที่ปิดปากร่างบางเอาไว้แน่น ดวงตาสีเทาจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสีม่วงของร่างตรงหน้าราวกับกำลังค้นหาคำตอบอะไรบางอย่างอยู่

“อื้อๆ”

เสียงที่ส่งออกมาประท้วงดึงให้ชายหนุ่มเลิกตามหาสิ่งที่ต้องการก่อนเลโอจะลดมือลงจากใบหน้าของร่างบาง แอมไพร์มองอัศวินนภาตรงหน้าด้วยดวงตาขุ่นมัวไม่พอใจ...แสนเสรแสร้ง

“เจ้าเข้ามาที่นี่ได้ยังไง คิดจะมาทำอะไรกันแน่”

คิ้วเรียวขมวดมุ่นยามคาดครั้นบางสิ่งบางอย่างจากคนตรงหน้า นัยน์ตาสีม่วงมองด้วยความไม่พอใจก่อนนัยน์ตาคู่เดียวกันนั้นจะฉายยแววความตัดพ้อออกมาชั่วครู่ แอมไพร์ไม่เข้าใจว่าเลโอมายังแดนปีศาจ มายังถิ่นที่เขาอยู่ มาให้เขาเห็นหน้าอีกทำไม ต้องการทรมานกันเล่นใช่ไหม อยากเห็นเขาแหลกคามือหรือไง? จะไปไหนก็ไปเสียทีสิอัศวินนภาเฮงซวยแห่งแดนมนุษย์

“ข้ามาเพื่อมาหาท่าน”เสียงทุ้มกล่าวรายงานตามจริง

จักรพรรดิปีศาจผมม่วงเสสายตาออกนอกตัวเล็กน้อยก่อนจะเบนกลับมามองใบหน้าของอัศวินหนุ่มพลางร้องเหอะในลำคอ เสียงนั้นทำให้เลโอขมวดคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย

“ข้าหารู้ไม่ว่าอัศวินนภาผู้สูงศักดิ์อย่างเจ้ารู้จักการโป้ปด...”

นิ้วเรียวยื่นไปเรียวปากสีแดงที่กำลังเอ่ยกล่าววาจาตัดพ้อคนตรงหน้าอยู่ แอมไพร์เบิกตาขึ้นมองใบหน้าจริงจังของอัศวินนภาด้วยความตกใจ

“โปรดอย่าใช้คำพูดห่างเหินแบบนั้นกับข้า”

นัยน์ตาคู่สวยเบิกโพลงค้างอยู่ชั่วคราวก่อนมือเรียวจะยกขึ้นปัดมือของเลโอออกจากใบหน้าของตน แอมไพร์มองอัศวินนภาก่อนจะเค้นเสียงในลำคออกมา เรียวปากสวยเค้นยิ้มออกมาอย่างดูถูก

“อย่าเอามือของเจ้ามาแตะต้องตัวข้า”

“มากกว่านั้นข้าก็ทำมาแล้วท่านเองก็รู้”

แอมไพร์ถลึงตามองคนพูดด้วยสีหน้ากึ่งโกรธกึ่งอายกับคำพูดคนตรงหน้า นัยน์ตาสีม่วงเบนออกนอกตัวไปอย่างไม่อยากจะสนใจเจ้าร่างตรงหน้านี่ ที่ตนเองล่ะสั่งเขาว่าอย่าใช้คำพูดห่างเหินกับมัน แต่พอทีมันพูดยังห่างเหินเสียยังกับอะไรดี คำว่าความเท่าเทียมกันของเลโอมันอยู่ตรงไหนกันเนี่ย!?

“ทำไมไม่มองหน้าข้าล่ะครับ?”

อัศวินนภายื่นหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะใช้มือจับด้านบนศรีษะของแอมไพร์ให้เบนกลับมามองยังตน แอมไพร์อ้าปากคล้ายจะด่าอีกฝ่ายแต่ก็ต้องหุบฉับเมื่อถูกต้องด้วยสายตาตรงๆ ร่างบางจึงเปลี่ยนไปใช้แรงแทน มือเรียวยกขึ้นยึดแขนข้างเดียวของเลโอด้วยมือทั้งสองแล้วพยายามดึง ขาข้างขวาก็ชันเข่าขึ้นส่งผลให้ร่างของอัศววินหนุ่มขยับเข้ามาใกล้แอมไพร์มากกว่าเดิม

“หน้าเจ้าไม่เห็นจะมีอะไรให้ข้าอยากมองเลยสักนิด จะไปไหนก็ไปซะข้าไม่อยากจะเห็นหน้าเจ้า! มาทางไหนก็กลับไปทางนั้นเลย แล้วข้าจะใจดีไม่ติดใจเอาเรื่องเอาความที่เจ้าบุกเข้ามาห้องข้า”

แอมไพร์เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่งสมกับตำแหน่งจักรพรรดิปีศาจที่ตนครองอยู่ เลโอหรี่นัยน์ตามองแอมไพร์ด้วยความไม่ชอบใจเล็กน้อย แอมไพร์ไม่เคยใช้น้ำเสียงแบบนี้ใส่เขา ถึงจะมีก็มีแค่เสียงที่ค่อนไปทางราบเรียบทรงอำนาจเสียมากกว่า แอมไพร์ตรงหน้าเหมือนคนที่เขาไม่รู้จัก เลโอไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย

“จะจ้องหน้าข้าอีกนานไหม? มันมีอะไรให้เจ้า...!!!

ริมฝีปากที่กำลังเอ่ยเจื้อแจ้วถูกปิดทับด้วยเรียวปากของคนหน้านิ่ง เลโอทาบริมฝีปากตนปิดปากร่างที่กำลังโวยวายอย่างนุ่มนวล ไม่มีการรุกล้ำให้เสียน้ำใจ มีเพียงริมฝีปากที่ปิกดสนิทเพื่อกลบคำพูดแสนจะตัดพ้อนั่นออกไป

“จะให้ข้าไปได้ยังไงล่ะครับ ในเมื่อข้ายังมีอีกหลายอย่างที่ยังไม่ได้ถามท่าน”

เลโอเอ่ยออกมาหลังจากถอนริมฝีปากออก มือที่จับหัวแอมไพร์อยู่ก็ลดลงท้าวกับเตียงเพื่อเป็นการกักร่างบางไปในตัว นัยน์ตาสีเทามองไปยังร่างตรงหน้าที่ยกหลังมือข้างหนึ่งขึ้นปิดปากตน ดวงตาเสมองข้างตัวด้วยใบหน้าแดงกร่ำเพราะความเขินอาย แอมไพร์ตอนนี้น่ารักจริงแหะ

“พ่ะ...พูดอะไร? เรามีอะไรที่ต้องพูดกัน”แอมไพร์เอยถามเสียงสั่น เจ้าตัวยังไม่กล้าสบตาคนบนร่างตนอยู่ดี

“หลายเรื่องที่ข้ายังไม่รู้ความจริง และข้าจะเชื่อก็ต่อเมื่อมันออกมาจากปากท่าน...ข้าเชื่อในทุกคำที่ท่านพูด”

“คิดจะมาหยอดคำหวานให้ข้าตายใจหรือไงอัศวินหน้าโง่ เสียใจที่มันไม่ได้ผล”

เสียงสั่นกลับมานิ่งและราบเรียบดังเดิม แอมไพร์สามารถหันมาสบตากับเลโอตรงๆได้แล้ว เพียงแต่ในดวงตานั้นยังคงความหวูบไหวเอาไว้เล็กน้อย

“หรือคิดจะมาล้วงข้อมูลกันแน่”

“ข้าไม่มีวันใช้วิธีสกปรกแบบนั้น”

“นั่นเจ้ากำลังว่าข้างั้นสิ เพราะข้าเองก็ใช้วิธีนั้น”

แอมไพร์กล่าวเรียบๆก่อนเค้นเสียงขึ้นจมูกเป็นการเย้ยหยันให้กับตนเอง เจ็บปวดซ้ำๆเสมอกับเรื่องเดิมๆเหมือนพวกไม่มีหัวใจ...ก็นั้นสินะ เขาไม่มีหัวใจตั้งนานแล้วนี่ ก็ในเมื่อเขาฝากมันไว้กับคนตรงหน้าและดูเหมือนว่านอกจากอีกฝ่ายคงไม่ส่งใจตัวเองคืนมาให้เขา แล้วยังไม่แม้แต่จะส่งใจเขากลับคืนมาด้วยซ้ำ ใจร้ายที่สุด เอาของของเขาไปนอกจากจะไม่เอาของของตัวเองมากแลกแล้วยังไม่ยอมคืนของของคนอื่นอีก ใจร้ายเป็นบ้า...

 “ข้าไม่เคยว่าท่านแบบนั้น”

“เจ้ามันพวกพูดไม่คิด”

เลโอมองใบหน้าของคนตรงหน้าก่อนถอนหายใจออกมา แอมไพร์ขึ้นชื่อเรื่องความดื้อแพ่งมาแต่ไหนแต่ไรเขาเองก็รู้ ถ้าอีกฝ่ายปักใจเชื่ออะไรลงไปแล้วก็ไม่คิดที่จะถอนความเชื่อนั้นออก ไม่คิดจะลดอะไรลงเลยรวมทั้งความรู้สึกด้วย

“ขอเวลาข้าแค่ไม่นาน ถ้าข้าได้คำตอบแล้วข้าจะไป”

“เป็นคำตอบตามที่เจ้าต้องการหรือคำตอบที่เป็นความจริงล่ะ? ถ้าเป็นตามที่เจ้าต้องการล่ะก็ข้าไม่มีให้หรอกนะ เพราะข้าไม่ได้รู้ใจเจ้าไปเสียหมด”แอมไพร์ตอบด้วยเสียงขุ่นๆเล็กน้อย

“เอาตามความเป็นจริงดีกว่าครับ ไม่ต้องเอาใจข้าหรอก”

“ใครเอาใจเจ้า อย่ามาหลงตัวเองน่าเลโอ”

อัศวินนภามองหน้าแอมไพร์เล็กน้อยก่อนจะขยับยิ้มอ่อนๆออกมาจนแอมไพร์ขนลุกเริ่มอยากขยับหนี รอยยิ้มแรร์ไอเทมนั่นออกมามาได้ไงเนี่ย ใครเชิญ ใครเคาะชามเชิญ ใครจุดธูปเชิญ!

“ยิ้มอะไรของเจ้า พิลึกที่สุด! หุบยิ้มไปเลยนะ!

“ในที่สุดท่านก็เรียกชื่อข้าเหมือนเดิมเสียที”

คำพูดของเลโอทำให้แอมไพร์เงียบลงไปถนัดตา แอมไพร์เบนสายตาออกข้างตัวอีกทั้งยังหลุบตาลงต่ำคล้ายคิดอะไรอยู่ เลโอไม่เข้าใจว่าเขาพูดอะไรผิดแต่ร่างตรงหน้ารู้สึกเหมือนจะนิ่งเงียบเอาไปเสียดื้อๆ ใบหน้าของอัศวินนภาฉายความประหลาดใจออกมาอย่างหาได้ยากยิ่ง

“เหมือนเดิมเหรอ...เจ้าพูดอะไรของเจ้า ฝันกลางวันอะไรอยู่น่ะอัศวินนภา...ผู้ไม่ได้เป็นของข้าอีกต่อไป”

“ท่านแอมไพร์...”

ใบหน้าของเด็กหนุ่มเงยขึ้นและสบตากับเลโอด้วยรอยยิ้มที่เคยเห็นอยู่บ่อยๆ แต่มีบางอย่างที่เลโอไม่เคยเห็น มันคือแววความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ในดวงตาคู่สวยซึ่งตอนนี้มันกำลังจับจ้องไปที่เขา

...เขาทำให้แอมไพร์เจ็บปวด...

“ท่านแอมไพร์...”

 

“...ยกโทษให้ฉันเถอะที่รัก...

 

“จะมากล่าววาจาหวานซึ้งให้ได้สิ่งใดกันเล่าอัศวินนภาผู้ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อใจเจ้าก็รู้ดีแก่ใจว่าข้าและเจ้าเป็นดั่งขั้วคนละขั้ว อัศวินแห่งแดนมนุษย์กับจักรพรรดิปีศาจงั้นหรือ เจ้าคิดว่าอะไรที่เหมือนเดิมล่ะ ข้าไม่ใช่ราชินีของเจ้าอีกแล้ว ไม่ใช่อีกแล้ว!!

 

...ยกโทษให้เรื่องในวันนี้...”

 

“ท่านแอมไพร์...”

“หยุดร้องเรียกชื่อข้าด้วยน้ำเสียงเช่นนั้นได้แล้วอัศวินผู้ศักดิ์สิทธิ์เอ๋ย อย่าเสแสร้งแกล้งดีจนเกินเลย เมื่อใจเจ้ามิได้เป็นดั่งที่ปากกล่าววาจาหวาน”

“ข้าไม่เคยทำไปเพราะเสแสร้ง นี่คือสิ่งที่อยู่ในใจของข้า”เลโอกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง เขามองดูแอมไพร์ที่ยิ้มขมขื่นด้วยหัวใจที่ไม่เป็นสุข ทำไมแอมไพร์ถึงเจ็บปวดได้ขนานนี้

“งั้นเหรอ? แล้วเช่นไรเล่า? แล้วมันเช่นไร?”

เสียงหวานเอ่ยกล่าวด้วยโทนเสียงที่สูงขึ้น ใบหน้าสวยขมวดมุ่น นัยน์ตาสีม่วงแข็งกร้าวจนน่ากลัว แต่น้ำเสียงที่พูดออกมาสั่นเครื่อจนเลโอยังใจหาย

“ท่านทำเหมือนท่านไม่ได้รักข้า...”

แอมไพร์เบิกนัยน์ตาขึ้นมองเลโอชั่วขณะก่อนร่างบางจะหลุดปากหัวเราะออกมาในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสมเพช มีแต่ความเย้ยหยัน ความรังเกียจ หรือความรู้สึกด้านลบต่างๆนานาปนรวมอยู่ในนั้น ไม่รู้ว่าแอมไพร์มอบเสียงหัวเราะนี้ให้ใคร ตัวของร่างบางเองหรือตัวของเลโอ

“ก็เออไง ข้าไม่ได้รักเจ้า ได้ยินชัดไหม!

 

“ฉันไม่ต้องการให้ใครมองเธอเป็นคนไม่ดี”

 

“ท่านแอมไพร์...นี่ท่านกำลังพูดเรื่องอะไร”

“ก็พูดความจริงไง อยากได้ไม่ใช่เหรอความจริงน่ะ”

เสียงหวานแข็งกร้าวเอ่ยกล่าวอย่างมั่นคงแต่นัยน์ตากลับสั่นระริกคล้ายกำลังจะหมดซึ่งความอดทน เลโอมองดูแอมไพร์ที่แตกต่างออกไปด้วยความสับสน หมายความว่ายังไง มีอะไรที่เขาพลาดไปหรือเปล่า

“ท่านพูดเหมือนที่ผ่านมานั่น...”

“มันเป็นการแสดงไงเลโอ...อย่าโง่ไปหน่อยเลยเลโอ อย่าทำเป็นอ่านทางข้าไม่ออกสิ เรื่องอ่านทางข้าน่ะงานถนัดเจ้ามิใช่หรือ?”

อดีตราชินีเอ่ยถามออกมาพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า เสียงนุ่มยังเอ่ยออกไปอย่างไม่รู้จักเหนื่อย

“เจ้าก็รู้นี่เลโอว่าการแสดงของข้ามันดีเนี่ยมขนาดไหน เห็นมากับตานี่ ทั้งเรื่องที่เล่นเป็นภรรยาของพระราชางี่เง่า เรื่องที่อาร์ตเธไง สองละครโรงใหญ่เลยนะเลโอ เจ้าไม่รู้หรอ? ไม่รู้จริงๆน่ะเหรอ!

มือที่วางข้างตัวยกขึ้นมาจับไหล่ของคนที่นั่งอยู่บนตัวของตนพลางออกแรงเขย่าเล็กน้อยเพื่อให้คนตรงหน้าได้สติ เลโอปรับสายตากลับมาสบตากับแอมไพร์ด้วยความถามที่อยู่ในหัว

“ที่ท่านทุ่มเทพยายามที่จะทำให้ข้ายอมรับ เรื่องที่เคยร้องไห้น้อยใจที่ข้าไม่เข้าใจท่าน เรื่องที่ร้องไห้ที่อาร์ตเธ ทุกเรื่องนั่นท่านโกหกข้า...”

 

“ขอให้ทุกเรื่องในวันนั้น เป็นความทรงจำแค่เราที่มี”

 

แอมไพร์เงียบไปเล็กน้อย ร่างบางก้มหน้าลงมองตักของตนก่อนมือที่ยึดร่างเลโอเอาไว้จะค่อยๆลดลงด้วยเช่นกัน แอมๆไพร์เค้นเสียงในลำคออีกครั้งจนไหล่ไหวขึ้นเล็กน้อย

“ข้าโกหกเจ้าหมดนั่นเลยแหละ ข้าไม่มีความคิดอะไรต่อเจ้าเลยสักนิดเลโอ...ไม่มีเลย”

“ท่านทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรน่ะ!

“ก็เพื่อหลอกเจ้าไง! แค่นี้ยังต้องให้ข้าบอกอีกหรือไงเลโอ! ยังต้องให้ตอบอีกหรอว่าเพราอะไร! เพราะว่าข้าถูกส่งไปเพื่อเป็นสายให้ปีศาจ ข้าเข้าไปเพื่อทำลายเมืองเจ้า ทำลายไอโรเข้าใจไหมเลโอ เข้าใจไหม!

แอมไพร์ตวาดเสียงสั่น ใบหน้าสวยแดงกร่ำไม่รู้ด้วยสาเหตุใด มือเรียวกำแน่นเข้าหากันจนเลบแหลมๆจิกเข้าไปในเนื้อตัวเอง เลือดสีแดงไหลรินออกมาจนเปอะเปื้อนที่นอนของเด็กหนุ่ม ความเจ็บแค่นี้น่ะเล็กน้อย มันเทียบไมได้กับความเจ็บปวดในจิตใจของคนทั้งสองเลยแม้แต่น้อย เทียบไม่ได้จริงๆ

“ข้าเกลียดคนโกหก”

“ดี”

เสียงสั่นๆดึงให้เลโอเงยหน้ามองแอมไพร์ ร่างที่อยู่ตรงหน้าตนกำลังมองเขาด้วยดวงตาที่ไม่อาจจะตีความหมายออกมาได้ แอมไพร์เค้นยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยออกมา

“งั้นเจ้าก็เกลียดข้าด้วยเลยสิ”

“ท่านแอมไพร์!!

เลโอว่าเสียงดังจนปลายเสียงแกว่ง เลโอไม่เคยเป็นแบบนี้ ไม่เคยรนแบบนี้ ไม่เคยพูดกับใครดังขนาดนี้ ไม่เคยร้อนใจขนาดนี้แม้ครั้งที่ร่างบางหายไปเขายังไม่หวั่นใจขนาดนี้ ที่หวั่นใจจนรู้สึกเจ็บเพราะร่างนี้อยู่ตรงหน้าเขาแต่กลับให้ความรู้สึกว่าห่างไกลออกไปทุกทีๆ แอมไพร์มองใบหน้าของเลโอด้วยรอยยิ้มที่เห็นอยู่เป็นนิจ

“เกลียดข้าให้มากๆ ตอนเจอกันที่สนามรบเจ้าจะได้ฆ่าข้าลง”

“ข้าไม่มีวันฆ่าท่านได้”

“เจ้าทำแน่เลโอ...ทำแน่ๆ”

แอมไพร์เอยออกมาอย่างมั่นใจ ทางฝ่ายเลโอกลับเงียบกริบไม่เอ่ยต่อบทสนทนาอะไรออกมาอีกจนทั้งห้องถูกปรกคลุ่มไปด้วยความเงียบ แอมไพร์ก็ไม่ได้สนใจมันเท่าไหร่เพราะตอนนี้เด็กหนุ่มก็ตกอยู่ในความเงียบไม่ต่างกัน

“แล้วเจ้าจะมาถามข้าให้ได้อะไรขึ้นมา...คิดจะเอาความรู้สึกของข้าไปเป็นเครื่องมือของเจ้าหรือไง?”

สุดท้ายแอมไพร์ก็เอ่ยออกมาเอง นัยน์ตาสีม่วงไล่ตามเรือนผมสีแดงที่ไม่เห็นมานาน ไล่ไปเรื่อยๆจนสุดท้ายก็ไปถึงดวงตาสีเทาที่กำลังจ้องมองมาที่เขาเช่นกัน

“ข้าไม่เคยเอาความรู้สึกใครมาเป็นเครื่องมือเหมือนอย่างที่ท่านทำ”

“เริ่มโกรธแล้วล่ะสิ”

“ท่านแอมไพร์!

อัศวินหนุ่มขึ้นเสียงก่อนจะจับไหล่คนตรงหน้าดันไปชิดหัวเตียงด้วยความรวดเร็ว เข่าทั้งสองข้างคุกลงบนเตียงแทนที่จะทิ้งน้ำหนักลงไปบนร่างแอมไพร์เหมือนที่เคย นัยน์ตาสีเทาจ้องมองใบหน้าที่ตื่นตระหนกของคนตรงหน้าด้วยความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามา อันนี้ใช่ที่มันเรียกว่าอกหักหรือเปล่า? สงสัยต้องลองเก็บกลับไปถามไอโรดู

“ท่านทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร ทำไมต้องทำเหมือนอยากให้ข้าเกลียดท่านนัก”

“เพราะข้าเองก็ไม่จำเป็นต้องใช้ความรู้สึกใครมาเป็นเครื่องมืออีกแล้วไงล่ะ!”แอมไพร์ตอบกลับก่อนจะปัดมือทั้งสองข้างของเลโอออกจากไหล่ของตน

“เจ้ารู้ไหมว่าแผนพวกข้ามันผิดออกไปมากขนาดไหน ไอโรที่ข้าลงทุนยอมเป็นภรรยาปลอมๆกลับไม่ได้หลงรักข้าเลยแม้แต่น้อย ท่านพี่เลยให้ข้าเบี่ยงประเด็นไปหาเจ้า! ซึ่งเจ้าก็ไม่ได้สนใจข้าเหมือนกัน พวกเราจึงต้องเริ่มคิดแผนใหม่ด้วยการให้เจ้าถูกคนเข้าใจผิดว่าเป็นคนร้ายและส่งเจ้าออกไปนอกเมืองจะได้หมดเสี้ยนหนาม ส่วนไอโร...เขาซวยเพราะเจ้า! ถ้าเจ้ายอมรักข้าแต่แรกไอโรก็ไม่ต้องโดนเบลแทงไงเลโอ แต่นั่นก็ดีอย่างเพราะข้าก็หมดตัวปัญหาไปอีกหนึ่ง”

แอมไพร์พักหายใจมองดูหน้าเลโอที่ทั้งตะลึงทั้งไม่เข้าใจตรงหน้าด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ดีมากเลโอ ทำหน้าเหมือนกับว่าเขาเป็นตัวประหลาดแบบนั้นแหละ ถูกต้องแล้ว!

“ข้าต้องพยายามชงให้เกิดสงครามและพยายามทำให้ตัวเองเป็นหัวหน้าเพื่อจะได้ควบคุมทุกคนง่ายๆ ไม่ว่าจะเคอร์ริส คาร์เรย์ ฟีเอส หรือแม้แต่พระราชาเมืองอื่นๆ แต่แผนมันผิดไปมากพอตัวเลยล่ะ ข้าไม่คิดว่าเจ้าสองพี่น้องนั่นจะเก่งขนาดนี้ พี่ใหญ่เลยส่งเบลมาช่วยข้าคิดแผนที่จะพาพวกทหารเข้าเมืองง่ายๆ แน่นอนว่าไอ้มังกรตัวที่ข้าปล่อยให้หลุดไปไงล่ะ แต่เคอร์ริสดันมีดีซ่อนอยู่มังกรนั่นเลยเสร็จเขาไป แต่เพราะสติปัญญาของเบลเขาเลยเอาตัวเองไปให้ลิเวียร์จับและเข้าสู่ข้อสัญญา...”

หลังจากนั้นแอมไพร์ก็ไม้ต้องอธิบายอะไรเพิ่มเลโอก็เข้าใจได้โดยง่าย ร่างบางใช้วิธีการตลบหลังเพื่อให้เบลถูกฆ่าตามบท ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงอยู่นั้นแอมไพร์ก็เข้าไปทำร้ายเคอร์ริสที่ดูเหมือนจะเป็นกำลังอันแข็งแกร่งอีกหนุ่งเพื่อตัดตัวปัญญหาออก

“ว่าแต่ข้าทำไปเพื่ออะไร แล้วเจ้าล่ะเลโอ บุกเข้ามาที่ปราสาทนี่ทำไมถ้าเจ้าไม่ได้ต้องการเอาความรู้สึกข้าไปใช้ประโยชน์”

นัยน์ตาสีเทาจ้องมองไปยังร่างตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่กดดัน แม้จะเป็นเวลาแบบนี้ แต่เลโอกลับไม่กล้าที่จะพูดออกไป นัยน์ตาสีม่วงที่มองอย่างใคร่รู้ในคำตอบทำให้เลโออึดอัด

“ยังต้องให้ข้าอธิบายเพิ่มอีกอย่างนั้นหรือครับ?”

สุดท้ายอัศวินนภาก็เลือกที่จะเอื้อนเอ่ยคำพูดที่เยิ้นเย้อออกไป แอมไพร์ยักไหล่ทำเหมือนว่าตัวเขาไม่ได้รู้อะไรเลย

“ข้าไม่ได้รู้ใจเจ้าไปเสียหมด”

เหมือนเลโอถูกบังคับให้เขาพูดคำนั้น ตัวเขาเองก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าที่รู้สึกอยู่นี่ใช่ความจริงหรือเปล่า แต่ก็คงต้องลองพูดไปหน่อยก็แล้วกัน

“นั่นเพราะข้า...”

“รักท่าน”

พูดไปแล้วแหะ...

เขาคิดว่าความรู้สึกนี้มันใช่นะ

แต่ทำไมแอมไพร์ไม่ตกใจเลยล่ะ หรือจะรู้อยู่แล้ว? เลโอมองหน้าแอมไพร์ที่มองเขากลับนิ่งๆด้วยความไม่เข้าใจ ร่างบางหัวเราะในลำคอรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ที่พบกัน

“แล้วไงล่ะ?”

คำตอบไร้ความรู้สึกถูกตอบกลับมาจากปากคนตรงหน้า เลโอแทบไม่เชื่อหู ทั้งที่เขาพูดความจริงออกไปแล้ว พูดคำที่คนตรงหน้ารอฟังตั้งนานออกไปแต่แอมไพร์ตอบกลับมาว่าแล้วไงล่ะงั้นเหรอ?

“ก็แค่รัก มันไม่ทำให้โลกสวยขึ้นมาหรอก เลิกฝันกลางวันซะเลโอ เจ้าไม่ได้รักข้าหรอก แต่มันเป็นอำนาจของบาปแห่งราคะต่างหากเล่า”

มือเรียวยกขึ้นไล้ใบหน้าของอัศวินหนุ่มอย่างเชื่องช้าพร้อมนัยน์ตาคู่สวยที่เย้ายวนชวนหลงใหล จะว่าไปตอนนี้แอมไพร์คือปีศาจเต็มตัวเพราะผนึกที่ถูกถอนออกไปจนหมด ไม่น่าแปลกที่อำนาจของบาปจะทำงานและเล่นงานเลโอที่ได้พบหน้าแอมไพร์ตอนปลดผนึกแล้ว

“ว่าไงล่ะ คิดว่างั้นไหม?”

มือของเด็กหนุ่มยังซุกซนไล้ลงมายังแผ่นอกของเลโอแต่อัศวินนภากลับรวบสองมือนั้นไว้แล้วจ้องมองแอมไพร์ด้วยสายตาดุๆ

“หยุดล้อเล่นได้แล้วครับ”

เด็กหนุ่มเค้นยิ้มมองหน้าเลโออย่างไม่ทุกข์ร้อน ดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคนกับคนที่ตะโกนใส่เลโอปาวๆเมื่อครู่ อย่าบอกว่านั่นคือการแสดงด้วย? แอมไพร์หลอกเขามาตลอด หลอกมาทั้งหมด เริ่มหลอกตั้งแต่ก้าวเขามาในชีวิตตอนนั้น แล้วก็หลอกมาตลอดจนเลโอปักใจว่าทั้งหมดคือเรื่องจริง ดูเหมือนคนโง่เลยสิ

“ทั้งหมดที่ผ่านมาท่านหลอกข้าในทุกๆเรื่อง”เลโอมองเห็นแอมไพร์พยักหน้ารับ

“ขอบคุณครับ”

เสียงคำเอ่ยขอบคุณหลุดออกมาจากปากของอัศวินนภาก่อนเจ้าของเสียงจะปล่อยมือของร่างบางลง เลโอลุกขึ้นจากเตียงของเด็กหนุ่มก่อนจะเดินออกไปยังประตูระเบียงที่เขาใช้เป็นทางเข้ามายังห้องแห่งนี้

“แล้วก็ลาก่อน”

สิ้นเสียงเลโอก็กระโดดลงไปจากระเบียง ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่โรยตัวเข้ามาช้าๆและรอยยิ้มส่งลาที่ค่อยๆจางหายไปจากเด็กหนุ่มผมม่วงบนเตียง

“ลาก่อนเลโอ...ที่รักของข้าคนเดียว”

 

ไม่มีอะไรจะพูดเกี่ยวกับตอนนี้เลยแหะ...


#ขอบคุณคอมเม้นที่699 คุณ YamiYuraมากๆเคยครับที่ช่วยแก้คำผิดให้
ตอนนี้ก้กำลังเร่งแก้เหมือนกัน แต่ว่าเยอะมากจนตาลาย5555 มีส่วนที่แก้ไปแล้วรอบหนึ่ง แล้วก็คิดว่าอาจจะทยอยลงวันไหนสักวันเพราะเน็ตกากเกินชาติต้องการ(?) แต่ยังไงก็ขอบคุณที่ช่วยบอกครับ บางคำนี่ไม่ร้จริงๆว่าเขียนแบบนี้ เพิ่งมาเห้นก็ อ่อ สรุปเขาเขียนงี้หรอ นี่ข้าพเจ้าเขียนผิดมาตลอดเลยเหรอ55555 มีใครพบเห็นก็แจ้งได้ครับ บางทีคนแต่งก็ตาลายคล้ายจะเป็นลมเหมือนกัน555
#อย่าเพิ่งร้องไห้กับฉากนี้นะครับ ฉากที่น่ากลัวกว่ากำลังจะปรากฎในอีกสามบทข้างหน้า หึหึหึ#หัวเราะแล้วจากไป
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

22 ความคิดเห็น

  1. #1069 เนเธเธเธเธธเธ (@Night-kito) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 23:50
    น้ำตาไหลตั้งแต่ตอนที่สู้กับมิคาเอลแล้ว ซึ้งมากกกก ฮือออออออออ

    #1069
    0
  2. #1036 Bloody_Mary (@bloody-marry) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 04:08
    เฮ้ย!น้ำตาไหล
    #1036
    0
  3. #887 w-rabbit (@nene-zero) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 29 มีนาคม 2558 / 23:43
    อ้ากกกกกกกก กรีดร้องงงง
    #887
    0
  4. #732 KillerKill (@valasmps) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 21 กันยายน 2557 / 21:28
    ทำไม TT
    #732
    0
  5. #699 nejan12 (@kijsanee) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2557 / 14:14
    แงง น่าแปลกที่เราอ่านตอนนี้แล้วยิ้มไปด้วยหัวเราะเป็นบางครั้งบางครา น่าแปลกเนาะทั้งๆที่เราควรจะเศร้าไม่ใช่หรอ
    #699
    0
  6. #698 Katty Cheerfully (@kattycheerfully) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2557 / 13:22
    น้ำตาจะไหล โอ๊ยยย มันซึ้ง.. TT^TT
    #698
    0
  7. #696 จีจี้ซัง (@jiji-love) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2557 / 11:22
    ฮื่อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    เศร้าไปแล้วน่ะ นี่ขณะคู่แรกยังขณะนี้ แล้วคู่ต่อไปจะเศร้าขณะไหนอ่ะ
    #696
    0
  8. #695 |||No_Name||| (@oom-kanyarat) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2557 / 00:35
    เจ็บไหมแอมไพร์...แต่ว่านะก็แอบสะใจเลโอเบาๆ//ฮือออออออส่งสารแอมไพร์
    #695
    0
  9. #694 Dilecial (@ciliga) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2557 / 00:27
    อยากให้เลโอได้ยินประโยคสุดท้ายจุง T^T ว่าแต่ทีแสดงเรื่องอื่นละรู้หมดไหงไม่รู้แค่เรื่องนี้เนี่ยเลโออออ (ขอยืมประโยคแอมไพร์มาใช้เลย 'เลโอคนโง่' ) อยากร้องไห้จุง T^T
    #694
    0
  10. #693 YamiYura (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2557 / 18:37
    สวัสดีค่าาาา ^O^ บังเอิญมาเจอนิยายเรื่องนี้ตอนกำลังหานิยายในเวบอ่านนนน อ่านไปอ่านมาเลยติดงอมแงมชนิดอ่านรวดเดียวจบ เลยขอยกยอด comment มาไว้ในตอนนี้เลยนะคะ ^_^"

    ไรต์แต่งได้สนุกมากเลยค่าาาา พระเอกซึนได้โล่ นายเอกก็รั่วและเกรียนจริงๆ แต่หลังๆเริ่มมีดราม่ามาเต็มขนาด

    โดยรวมเนื้อเรื่องสนุกดีค่ะ ตัวละครแต่ละตัวช่วยเพิ่มสีสันให้กับเนื้อเรื่อง โดยรวมแล้วแต่ละตอนยังมีคำที่สะกดผิดอยู่เรื่อยๆนะคะ ^ ^"

    อย่างเช่นในตอนนี้ "เลื่อยเก้าอี้" => "เลื่อนเก้าอี้", "ก่อนะยิ้มอ่อนๆ" => "ก่อนจะยิ้มอ่อนๆ", "เร่ร่อนเรื่อยเปลื่อย" => "เร่ร่อนเรื่อยเปื่อย", "ย่างกาย" => "ย่างกราย", "ฉากกลั้น" => "ฉากกั้น", "ครบคัน" => "ครบครัน", "ปราสท" => "ปราสาท", "กฎระเบียง" => "กฎระเบียบ", "เล่นอะไรแผงๆ" => "เล่นอะไรแผลงๆ", "เตียงหน้านุ่ม" => "", "พอกันล่ะหว้า" => "", "นิททรา" => "นิทรา", "อย่างที่นุษย์บอก" => "อย่างที่มนุษย์บอก", "หัวฟู่ฟ่อง" => "หัวฟูฟ่อง", "ปะปาย" => "ประปราย", "แสนเสรแสร้ง" => "แสนเสแสร้ง", "คาดครั้น" => "คาดคั้น", "เค้นยิ้ม" => "แค่นยิ้ม", "ที่ตนเองล่ะ" => "ทีตนเองล่ะ", "ถูกต้องด้วยสายตา" => "ถูกจ้องด้วยสายตา", "อัศววินหนุ่ม" => "อัศวินหนุ่ม", "เจื้อแจ้ว" => "เจื้อยแจ้ว", "ปิกดสนิท" => "กดปิดสนิท", "ใบหน้าแดงกร่ำ" => "ใบหน้าแดงก่ำ", "หวูบไหว" => "วูบไหว", "ก็นั้นสินะ" => "ก็นั่นสินะ" โดยคร่าวๆแล้วคงประมาณนี้นะคะ

    นอกจากนี้บางประโยคสำนวนภาษาแอบแปลกๆนิดนึง อย่างเช่น "ติดที่นั่นแคบกว่าก็เท่านั้นเอง" อันนี้น่าจะเป็น "ติด'แค่'ที่นั่นแคบกว่าก็เท่านั้นเอง" มากกว่านะคะ, "เค้นเสียงขึ้นจมูก" อันนี้น่าจะเป็น "'แค่น'เสียงขึ้นจมูก", "ออกมามาได้ไงเนี่ย" อันนี้ 'มา' เยอะเกินไปนิดเนอะ ^ ^" ส่วน "นิ่งเงียบเอาไปเสียดื้อๆ" เนี่ย ควรจัด 'เอา' ออกไปรึเปล่าคะ ถ้ามันถูกอยู่แล้วต้องขออภัยไรต์ด้วยนะคะ เนื่องจากข้าน้อยก็ไม่สันทัดในการใช้ภาษาเท่าไหร่ เพียงแค่อ่านแล้วรู้สึกว่ามันแปลกๆ

    comment มาซะยาว เค้าขอลาแต่เพียงเท่านี้ค่าาา แล้วจะมาติดตามแลั comment เรื่อยๆค่าาา เป็นกำลังใจให้ค่าาา ไรต์สู้ๆ ^O^
    #693
    0
  11. #692 ..BBooKK.. (@horseaholic) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2557 / 17:04
    น้ำตาจิไหล รีบมาต่อนะคะ
    #692
    0
  12. #691 Katty Cheerfully (@kattycheerfully) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 21:34
    มันเจ็บตรงนี้.. ที่ตรงหัวใจ
    #691
    0
  13. #689 Blueyu (@pluza89) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 18:01
    ดราม่าง่า เเงๆๆ มันเศร้าน้าาา ฮือๆๆๆ เจ็บปวดเเทนเเอมไพร์ง่าา เลโอปากเเข็งเกินไปเเล้วหมั่นไส้ ชิชะ
    รีบๆอัพต่อน้าา รออยู่ค้าา
    #689
    0
  14. #688 จีจี้ซัง (@jiji-love) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 17:42
    เศร้าอ่ะ TOT
    แล้วมาต่อน่ะ
    #688
    0
  15. #687 saccharine. (@miniwhite) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 06:43
    เลโอน่าจะมาหลอกถามแฮะ รู้สึกเชื่อใจไม่ได้ สถานการณ์แบบนี้ยากที่จะทำอะไรแบบเดิม
    #687
    0
  16. #686 kavasarew (@narinnakin) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 06:19
    เศร้า~~~~~
    #686
    0
  17. #685 RabBiTaN (@keaw1542542) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 02:01
    ว๊ายยยย ย
    ชอบตอนจูบสุดๆแล้ววววววว ว
    ซึ้งเว่อร์
    #685
    0
  18. #683 Semi - Sweet (@semi_sweet) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2557 / 22:21
    o.O ปุงิ ... ไปมีลูกตอนไหนแว๊!!!!


    #683
    0
  19. #682 bumeja (@15bume15) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2557 / 21:37
    เลโอเริ่มรุกซะที รอมานานนนน
    #682
    0
  20. #681 guinw55 (@guinw55) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2557 / 21:13
    แอมไพร์.... HPหมดหรือยังลูก ตอนนี้รู้สึกพลังชีวิตหนูอ่อนแรงมากอ่ะ

    เป็นฉันก็ไม่เชื่อนายว่ะเลโอ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายใส่ เดาใจไม่ถูก
    #681
    0
  21. #680 _Silver_ (@tarusung) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2557 / 20:58
    เศร้าอ้า ไหนจะคู่เบลไออีก จบมาม่าแล้วจัดของหวานๆมาด้วยนะค่า Y.Y
    #680
    0
  22. #679 Mela( ̄^ ̄)ゞ (@zebza) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2557 / 18:54
    100% รึยังอ่ะ
    #679
    0