Knight Vs Queen! ศึกปราบเกรียน[อัศวินแด่ราชินี]

  • 96% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 35,036 Views

  • 1,107 Comments

  • 1,802 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    24

    Overall
    35,036

ตอนที่ 42 : 35th Round Or I should say good bye? <rewrite>

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1127
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    14 มิ.ย. 60

35th Round

Or I should say good bye?

หรือฉันควรจะบอกลาเสียที?


เลโอมองภาพคนที่เข้ามาห้ามคมดาบที่กำลังจะสะบั้นคอเขาด้วยความตกใจ ไม่ต่างจากที่จักรพรรดิปีศาจเป็นเลยแม้แต่นิดเดียว มือเรียวสวยกำลงบนดาบที่ถูกครอบด้วยเพลิงจากขุมนรก นัยน์ตาสีแดงมองใบหน้าของน้องชายคนสุดท้องด้วยความไม่เข้าใจในสิ่งที่ร่างบางกำลังทำ แอมไพร์ปล่อยมือออกจากดาบของพี่ชายโดยไม่ปรายสายตามองเลโอแม้แต่น้อย

“โปรดอย่าทำเขา...”เสียงที่อ่อนล้าดูหมดแรงนั่นทำให้อิมไพร์ได้แต่มองใบหน้าน้องชายด้วยความไม่เข้าใจ

“ท่านแอมไพร์โปรดออกไป”

“อย่ามาแตะต้องตัวข้า!

แอมไพร์สะบัดตัวหลุดออกจากเลโอยิ่งสร้างความไม่เข้าใจแก่ผู้คนรอบตัวไปกันใหญ่ แอมไพร์ห้ามไม่ให้อิมไพร์สังหารอัศวินหนุ่มแต่ก็ไม่ต้องการให้อัศวินหนุ่มผู้นั้นจับต้องตัวของตนเองเช่นกัน นัยน์ตาสีม่วงเสมองเลโอเพียงชั่วครู่ก่อนจะเบนกลับหาพี่ชายตนเอง

“ข้ารู้ว่ามันผิดที่ข้าทำแบบนี้ เพียงแต่ข้าก็ไม่รู้ว่าตัวเองขยับตัวมาตอนไหน”ใบหน้างามก้มลงมองฝ่าเท้าของตนคล้ายคนที่กำลังสับสน

“ข้าเองรู้เพียงแต่ท่านไม่ควรก้าวเข้ามายังที่แห่งนี้”

เสียงทุ้มราบเรียบของเลโอกล่าวขึ้น อัศวินหนุ่มยกมือขึ้นปาดเลือดที่มุมปากตัวเองพลางจ้องมองแอมไพร์ไม่กระพริบตา ดาบถูกเรียกคืนสู่มือของเจ้าของเดิมก่อนอัศววินนภาจะยกมันขึ้นชี้ใบหน้าของจักรพรรดิปีศาจ

“ระหว่างข้ากับท่านยังไม่จบ”

“เจ้าทำบ้าอะไรเนี่ย!!!

แอมไพร์ตวาดใส่ร่างเลโอพล่างตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อด้วยใบหน้าอันโกรธเกรี้ยว นัยน์ตาสีม่วงแดงกร่ำเหมือนคนที่หมดความอดทนเต็มที

“เลิกล้มความตั้งใจของเจ้าซะ! เจ้าไม่มีวันชนะพี่ข้าได้!

“ถ้าข้าจะแพ้ ก็ขอแพ้เพราะสู้ไม่ได้ ไม่ใช่ไม่ได้สู้”

“อัศวินนภาเลโอ!!!

แอมไพร์กระชากคอเลโอไปมา อัศวินหนุ่มก็จับมือนั้นเอาไว้ทั้งสองมือเพื่อหยุดการกระทำของแอมไพร์พริบตาเดียวร่างของแอมไพร์ก็ถูกเหวี่ยงลงไปกองกับพื้นด้วยแรงอันมหาศาลของอัศวินนภา นัยน์ตาราบเรียบจ้องมองร่างที่ทรุดอยู่กับพื้นที่จ้องมองเขาด้วยดวงตาที่สื่ออารมณ์ไม่ต่างกัน โดมแก้วสีใสถูกสร้างขึ้นมาเพื่อคลอบร่างของเด็กหนุ่มผมม่วงให้อยู่กับที่โดยไม่ขยับไปไหน ร่างบางมองมันด้วยความตกใจก่อนจะลุกขึ้นทุบที่โดมนั่นเต็มแรง ริมฝีปากบางที่เปิดขึ้นคล้ายพูดอะไรบางอย่างแต่เสียงกลับไม่เล็ดลอดออกมาให้ใครได้ยินทั้งนั้น

“ข้าต้องสู่เพื่อดินแดนของตัวเอง”

สิ้นเสียงร่างของเลโอก็หันกลับมาประจันหน้ากับอิมไพร์อีกครั้ง ดาบเรียวตวัดขึ้นชี้หน้าจักรพรรดิลูซิเฟอร์อีกหน น้ำแข็งเกาะกินลามเลียดาบเล่มนั้นจนมันกลายเป็นเหมือนแท่งน้ำแข็งสักแท่ง นัยน์ตาสีเทาแน่วแน่พร้อมยอมรับชะตากรรมที่จะเกิดขึ้นหลังจากได้สู้เต็มที่

“เจ้าไม่คิดว่าที่เจ้าทำมันจะรุนแรงเกินไปหน่อยงั้นหรือ อัศวินนภา?”

“ข้าคิดว่าไม่”นัยน์ตาสีเทาปรายมองร่างที่อยู่ในโดมกระจก”ถ้าหากข้าไม่ทำเช่นนี้เขาก็ยังคงเข้ามาวุ่นวายกับการประลองนี่ การประลองนี่เป็นของข้าและท่าน หากจะรอดก็ขอให้รอดเพราะฝีมือข้า หากจะตายก็ขอให้ตายเพราะความไร้ฝีมือของข้าเองเช่นกัน”

อิมไพร์ขยับยิ้มมุมปากชื่นชมความแน่วแน่ของอัศวินตรงหน้าที่ไม่คิดจะนำแอมไพร์ที่มีจิตใจไขว้เขว มาเป็นข้อต่อรอง เขาเองก็ไม่คิดจะเอาแอมไพร์มาเป็นเครื่องมือเช่นกัน แม้คราแรกแอมไพร์จะถูกวางตัวมาเพื่อใช้ความรักทำให้ฝ่ายศัตรูไขว้เขว้แต่เพราะร่างบางกลับไขว้เขว้เพราะความรักที่มอบให้อีกฝ่ายเอง ดังนั้นอิมไพร์จะตัดเรื่องนั้นทิ้งไปเสีย

“เราจะเริ่มสู้กันได้หรือยัง?”คำพูดที่แลดูอวดดีนั่นไม่ทำให้จักรพรรดิหนุ่มโกรธเลยแม้แต่น้อย กลับกันยังรู้สึกสนุกไปด้วยด้วยซ้ำ ดาบในมือถูกยกขึ้นมาด้านหน้าเพื่อเป็นสัญญาณพร้อมสู้

ไม่รอให้อิมไพร์เริ่มร่างของอัศวินนภาก็พุ่งเข้าใส่ก่อนตามตำราเริ่มก่อนได้เปรียบ ดาบน้ำแข็งตัดปะทะกับดาบเพลิงอีกหนฉับพลันลมหนาวก็กรรโชกแรงจนไม่อาจลืมตาได้ ดาบเพลิงถูกต้านไปด้านหลังเพราะลมหนาวที่กรรโชกเข้ามาทำให้อิมไพร์เสียจังหวะ ปีศาจผมแดงปัดดาบเล่มนั้นออกข้างตัวก่อนจะแทงสวนเข้าไปยังลำตัวของอัศวินนภา อัศวินผมแดงยกดาบขึ้นกันด้วยความรวดเร็วก่อนจะรุกไล่ร่างของอิมไพร์ให้ถอยหลังไปด้วยกำลังมหาศาลจนอิมไพร์เริ่มแปลกใจ ดาบของอัศวินนภาปะทะลงมาบนดาบของจักรพรรดิปีศาจ ดาบทั้งสองต้านกันอยู่เป็นเวลานาน

“เจ้าดูแปลกไปนะ”

“คิดเช่นนั้นหรือ?”

ว่าจบเลโอก็ดันส่งดาบอีกฝ่ายไปก่อนจะกระโดดถอยห่างพลางสะบัดดาบกลางอากาศเรียกพายุหิมะมาอีกระรอก อิมไพร์ยกดาบเพลิงในมือขึ้นป้องกันก่อนจะวาดเรียกเปลวเพลงจากขุมนรกมาป้องกัน พลังทั้งสองปะทะกันละหักล้างกันจนไม่เหลือสิ่งใดหลงเหลืออยู่ในอากาศ ทั้งคนและปีศาจต่างยืนหอบหายใจอยู่คนล่ะฝั่งลานประลองเพื่อดูเชิงของกันและกัน นัยน์ตาของเลโอมองไปยังร่างของเด็กหนุ่มผมม่วงที่นั่งอยู่ในโดมกระจก สีหน้าของอีกฝ่ายแลดูโกรธเคืองในสิ่งที่อัศวินนภาทำลงไป แต่ใครจะไปสน ตราบใดที่ร่างในโดมยังปลอดภัยคนที่อยู่ข้างนอกก็ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

“ข้าอยากจะทำให้มันจบๆไปเสียที”

อัศวินนภาเอื้อนเอ่ยกับร่างปีศาจตรงหน้าก่อนเรียกปีกน้ำแข็งขึ้นมาที่กลางหลัง นัยน์ตาที่เทาสงบนิ่งแลดูน่าเกรงขามก่อนร่างนั้นจะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าไป ร่างสง่าลอยอยู่กลางท้องฟ้าประดุจเทพจากสรวงสวรรค์ ดาบในมือตั้งอยู่ด้านหน้าเพื่อบ่งบอกสถานะที่ต้องการสู้ และหากอิมไพร์ยังไม่บุกเข้ามาในเร็วไวเลโอนี่แหละที่จะเป็นคนเริ่มโจมตีเอง จักรพรรดิปีศาจมองร่างของอัศวินนภาก่อนจะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยปีกค้างคาวคู่เดิมที่เคยใช้ นัยน์ตาสีแดงเสมองร่างของน้องชายที่อยู่ในโดมหวูบหนึ่ง ร่างในนั้นกำลังตะโกนบอกอะไรสักอย่างที่อิมไพร์ไม่สามารถได้ยินได้ คงจะห้ามไม่ให้เขาสู้กับอัศวินนภาเป็นแน่

“มองอะไรอยู่กันแน่ครับ รู้ไหมว่ามันเสียมารยาท”

ร่างสูงสะบัดหน้ากลับมาทางต้นเสียงก่อนจะเบิกตาโพลงเมื่อร่างนั้นวาดดาบจากหลังของตนมาด้านหน้าด้วยความเร็วระดับหนึ่ง ก่อเกิดเป็นร่างอวตารที่น่าตกตะลึง มังกรตัวยาวที่มีกายเป็นน้ำแข็งทั้งหมดกำลังพุ่งทะยานเข้าหาอิมไพร์อย่างรวดเร็ว จักรพรรดิปีศาจเบี่ยงตัวหลบมังกรที่โฉบโดนหัวไหล่เขาเรียกเลือดออกมา ร่างสูงหมุนตัวกลับไปมองมังกรน้ำแข็งตัวเดิมที่กำลังคำรามลั่นท้องฟ้า

“น่าแปลก...”

“มีอะไรหรือไอโร?”ฟีเอสเอ่ยถามพระราชาผมทองที่นั่งพึมพำด้วยใบหน้าเคร่งเครียดทั้งๆที่อยู่ในสถานการณ์ที่เลโอกำลังเป็นต่อ

“เลโอมีพลังแบบนี้ด้วยเหรอ? ข้าพอจะรู้ว่าดาบของแม่หมอนั่นเป็นดาบน้ำแข็งแต่ไม่เคยได้ยินว่าถึงขั้นเรียกมังกรน้ำแข็งออกมาได้”

นัยน์ตาสีทองมองไปยังน้องชายที่อยู่บนฟ้าก่อนจะเบนกลับมามองคนข้างตัวอย่างอัศวินปฐพี เคอร์ริสเลิกคิ้วขึ้นก่อนลูบคางแล้วหันไปมองหน้าน้องชายตัวเองที่ทำตาปริบๆด้วยอาการไม่ต่างกัน

“นั่นสิ...เจ้านั่นไปแอบฝึกมาตอนไหนกันน่ะ?”

“ปกติเห็นแต่ฝึกแช่คนด้วยสายตานะ”คาร์เรย์ว่ายิ้มๆแล้วมองดูอิมไพร์ที่กำลังฟัดกับมังกรน้ำแข็งโดยมีเลโอยืนมองอยู่บนท้องฟ้า

“หมอนั่นอาจจะฝึกตอนที่พวกเจ้าไม่รู้ก็ได้ ยังไงก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงนี่”ฟีเอสว่าขึ้นเพื่อตัดความข้องใจของบุคคลทั้งสาม

“งั้นหรอ?”

“น่าจะมั้ง”

“อ่า...นั่นสินะ”

สายตาทั้งหมดเบนกลับไปมองที่การประลองด้านบนอีกครั้ง มังกรน้ำแข็งสามารถสร้างความเสียหายให้แก่จักรพรรดิปีศาจได้มากพอสมควร แต่ดูเหมือนว่าการที่เอาแต่บินโฉบไปเฉี่ยวมาอาจจะสร้างความรำคาญให้แก่ปีศาจผมแดงก็เป็นได้ ใบหน้าคมเริ่มตึงขึ้นเรื่อยๆคล้ายกำลังระงับอารมณ์อยู่ อิมไพร์ไม่ชอบพวกที่โจมตีแบบนี้ มันเหมือนแมลงหวี่แมลงวันที่น่ารำคาญ!

“พี่ใหญ่ทำอะไรอยู่ ทำไมเขาไม่เอาจริงซะที?”ไคเซอร์ถามด้วยความหงุดหงิดพลางหันไปมองทางเซทซัสที่กำลังจ้องมองพี่ของตนอย่างสังเกต

“ดูเหมือนพี่ใหญ่อยากจะออมมือ ทั้งที่กติกาบอกให้ฆ่าแต่พี่ใหญ่ทำไม่ได้ เพราะเอมเพอร์อยู่ตรงนั้นทั้งคน”มือเรียวชี้ไปยังร่างที่เอาแต่ทุบโดมกระจกแล้วขยับปากเหมือนพูดอะไรสักอย่างในนั้น

“พวกเราผิดหน่อยๆแหะที่ไม่ห้าม”คาร์ว่าพลางเกาท้ายทอย

“ปล่อยให้เด็กนั่นได้ทำตามใจตนสักครั้งเถอะ นี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะสามารถมองหน้าอัศวินนภาได้ก็ได้”อิมเพอร์ร่ากล่าวกับน้องๆที่นั่งตาแป๋วอยู่ข้างๆ

เขารู้ดีในแง่ของผู้เชี่ยวชาญความรักตัวเองไม่เอาไหนแต่ในเรื่องการเข้าใจความรู้สึกของคนอื่นอิมเพอร์ร่าถนัดที่สุดเพราะต้องคอยดูแลน้องๆมาตั้งแต่เด็ก คอยเอาใจใส่พวกเด็กๆแทนปีศาจไร้ความละเอียดอ่อนที่บินร่อนอยู่บนท้องฟ้านั่น เขารู้ว่าแอมไพร์ไม่ได้ต้องการจะอยู่ในสถานะคนรักของอัศวินนภา ร่างบางแค่ไม่ต้องการให้คนที่รักเป็นอะไรไป เมื่อทุกอย่างจบแอมไพร์คงจะไม่กลับไปพบอัศวินผมแดงคนนั้นอีก เพราะสิ่งที่ได้ทำไว้ทั้งผิดบาปและสาหัสเกินกว่าจะให้อภัย ทั้งการตัดสินใจในวันนั้นก็ชี้ชัดแล้วว่าแอมไพร์เลือกอะไร จะเจ็บปวดแค่ไหนก็ได้ขอเพียงคนที่รักไม่ถูกมองว่าไม่ดีเป็นพอ

“น่ารำคาญ!

เสียงจากปีศาจผมแดงเรียกความสนใจจากคนด้านล่างให้หันมองในฉับพลัน เพลิงในมือพวยพุ่งขึ้นไปทำลายมังกรน้ำแข็งให้สิ้นซากก่อนสายตาจะตวัดกลับมามองที่เลโอซึ่งกำลังจ้องมองกลับอย่างไม่ทุกข์ร้อน ปีศาจผมแดงหลับตาลงเพื่อรวบรวมสมาธิก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งพร้อมกับพลังที่ระเบิดออกมาเป็นลมกรรโชก อัศวินหนุ่มยกมือขึ้นกำบังลมที่โหมเข้าใส่กว่าจะรู้ตัวร่างของอิมไพร์ก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าเสียแล้ว ดาบเพลิงตวัดฟันฉับใส่ร่างของเลโอเป็นแนวแผลยาวตั้งแต่ไหล่ขาลงไปถึงชายโครงด้านซ้าย อัศวินนภาผละด้วยความตกใจก่อนจะรับถอยหลังออกไปตั้งหลัก

“พี่ใหญ่เริ่มแล้ว เขาเอาจริงแล้ว ได้ไงกัน?”ไคเซอร์สะบัดหน้ามาทางอิมเพอร์ร่าที่มีท่าทีแปลกใจไม่ต่างกัน

นัยน์ตาสีแสดเสมองไปทางร่างในโดมที่กำลังเงยหน้าขึ้นมองการต่อสู้ด้านบนที่ไม่รู้กันแน่ว่าใครที่ได้เปรียบก่อนร่างนั้นจะเบนกลับมาราวกับรู้ว่าอิมเพอร์ร่ามองอยู่ มือเรียวยกขึ้นทุบโดมกระจกรัวๆก่อนจะชี้ไปสองร่างด้านบนแล้วชี้กลับมาที่ปากตัวเอง แต่เพราะระยะห่างที่ไกลเกินไปทำให้อิมเพอร์ร่าที่สายตาย่ำแย่อยู่แล้วอ่านไม่ออกว่าร่างในนั้นกำลังจะบอกอะไร

“น้องจะพูดอะไรเอมเพอร์?”กระแสจิตถูกส่งโดยตรงแก่ร่างที่ต้องการสื่อสาร

“ท่านอยู่เฉยๆเป็นพอ”

เสียงคุ้นเคยตอบกลับมาด้วยเนื้อความที่ตรงกันข้ามกับการกระทำนั้น ร่างของแอมไพร์ยังคงทุบกระจกเร่าๆไม่หยุดหย่อน

“สรุปนี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?”

“เลโอ!!!

เสียงเรียกชื่ออัศวินนภาที่ดังออกมาจากปากตัวแทนมนุษย์ในที่แห่งนี้ดึงความสนใจของอิมเพอร์ร่าไปอีกหน นัยน์ตาตวัดเบนกลับจากที่นั่งคนดูขึ้นสู่ฟากฟ้าที่บัดนี้มีร่างของอัศวินนภาห้อยต่องแต่งอยู่ด้วยปีกน้ำแข็งเพียงข้างเดียว มือข้างที่ว่างยกขึ้นกดบาดแผลที่สีข้างพลางหายใจเข้าออกแรงจนตัวโยน มองจากอาการก็น่าจะพอรู้ได้ว่าสาหัสเพียงไหน

“ข้าว่าเจ้าควรจะยอมแพ้”

“หึ...เรื่องสิ”

คำพูดที่เหมือนยั่วยวนโทสะดังลอดออกมาจากปากอัศวินนภา เลโอยกยิ้มมุมปากที่เหมือนดูแคลงร่างของอิมไพร์เต็มทน ดาบในมือยกขึ้นชี้หน้าจักรพรรดิปีศาจอีกหน

“กติกาของผู้แพ้คือตายไปข้างหนึ่ง ท่านคิดจะมาเปลี่ยนอะไรเอาตอนนี้”

อิมไพร์ขมวดคิ้วมุ่นเมื่อได้ยินคำจากอัศวินนภา ฟังคราแรกๆมันอาจดูองอาจและกล้าหาญ แต่เมื่อฟังหลายๆหนเข้ามันกลับเมหมือนคำพูดของคนโง่ที่ต้องการจะตายเต็มทน มันไม่ใช่การฮึดสูเพื่อปกป้องดินแดนของตน เพราะในแววตานั้นไม่ได้มีความอยากสู้อยู่เลยแม้แต่น้อย แล้วทำไม...ทำไมเลโอถึงยังสู้

“เข้ามา...”

“เจ้าไม่ไหวแล้ว ยอมแพ้ซะ...”

“ข้าบอกให้เข้ามา!

พายุหิมะตรงเข้าใส่จักรพรรดิลูซิเฟอร์อีกครั้งพร้อมทั้งร่างของเลโอที่พุ่งเข้าปะทะกับร่างของอิมไพร์อย่างที่ไม่ทันตั้งตัว ดาบในมือดันส่งดาบของอีกฝ่ายเต็มแรง แต่เพราะอาการบาดเจ็บเลโอจึงต้องใช่มืออีกข้างขึ้นจับดาบเพื่อยันกลับไป

“ดูเหมือนเจ้าอยากจะตายเสียเต็มกลืน”

สิ้นคำพูดใบหน้าที่กำลังขมวดมุ่นก็คลายออกพร้อมทั้งรอยยิ้มที่ริมฝีปาก

“ท่านรู้ได้ยังไงกันน่ะ?”

“ข้าว่านี่มันแปลกๆแล้วนะ”

ไอโรร้องขึ้นพลางลุกขึ้นยืนจากที่นั่ง สายตามองน้องชายของตนด้วยความสงสัย เขาไม่ได้ยินบทสนทนาของผู้ประลองทั้งสองแม้แต่น้อยแต่กลับรับรู้ได้ถึงความแปลกประหลาดที่ฉายออกมา นัยน์ตาสีทองเบนไปมองร่างของอิมเพอร์ร่าที่อยู่ในทิศทางตรงกันข้ามกัน อีกฝ่ายเองก็ลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าไม่ต่างกัน ทั้งคนทั้งปีศาจมองหน้ากันเหมือนจะจับสัมผัสบางสิ่งได้

“มันแปลกเกินไป พวกเจ้าไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ?”

คำพูดที่เหมือนกันดังออกมาจากปากของทั้งปีศาจและราชาผมทอง ร่างทั้งสองหันกลับเข้าหาพวกพ้องและพี่น้องของตนเพื่อเอ่ยคำถาม

“อะไร? อะไรที่แปลก?”คำถามทำนองเดียวกันถูกส่งกลับมาจากคนถูกถาม ร่างทั้งสองที่รับรู้ความคิดเดียวกันจิ๊ปากก่อนหันกลับไปมองที่ร่างของแอมไพร์ในโดมใสที่กำลังทุบกระจกเอาเป็นเอาตาย

“ถ้าเจ้าอยากตายนัก ข้าเองคงไม่ขัดล่ะมั่ง?”

เสียงทุ้มทอดบอกราบเรียบเหมือนไมได้สนใจว่าชีวิตตรงหน้าจะเป็นหรือจะตาย ถึงแม้นี่จะเป็นคนที่น้องชายรักแต่ก็เป็นคนที่ทำให้น้องเขาเจ็บปวดแสนสาหัสเช่นกัน

“อึก!!

แขนแกร่งยื่นไปบีบรัดลำคอของอัศวินนภาที่มีเลือดไหลย้อยออกมาจากมุมปาก นัยน์ตาสีเทามองอย่างไม่สื่ออารมณ์แต่ริมฝีปากกับฉายยิ้มที่อ่านไม่ออกมาให้

“อโหสิกรรมให้ข้าด้วยเทิด”

สิ้นคำพูดที่คล้ายคำสำนึกผิดดาบเพลิงในมือก็เสียบทะลุร่างของอัศวินนภาโดยไร้ซึ่งการปัดป้อง เสียงหลายเสียงประสานกันก่อนจะมีเสียงหนึ่งที่ดังกว่าเสียงไหนๆ

เพล้ง!

“นั่นไม่ใช่ข้า นั่นคือท่านแอมไพร์!!!!!

โดมแก้วแตกออกพร้อมพลังของผู้ใช้ที่สลาย เสียงที่ถูกกักเก็บจึงถูกปลดปล่อยออกมาดังก้องฟ้า คำพูดที่ถูกเอื้อนเอ่ยทำให้ร่างของอิมไพร์ผงะไป ร่างตรงหน้ามีละอองแสงสีทองค่อยๆปลิวล่องลอยไปกับสายลมพร้อมกับร่างที่แท้จริงซึ่งกำลังเผยโฉมให้ใครต่อใครได้มอง เช่นเดียวกับร่างที่นั่งทรุดกายอยู่ที่พื้นซึ่งกำลังกลับคืนสู่ร่างเดิมของตน

“แผนข้า...ใช้ได้ใช่ไหมล่ะ?”

เส้นผมสีม่วงพลิ้วไสวไปกับสายลมที่ผ่านพัดมา ด้วยความตกใจอิมไพร์ชักดาบออกจากบาดแผลของแอมไพร์ในทันที ร่างทั้งร่างจึงล่วงดิ่งสู่พื้นเบื้องล่างท่ามกลางความตกตะลึงของจักรพรรดิปีศาจองค์โตที่ไม่มีสติพอจะทำอะไรได้ เป็นร่างที่ทรุดอยู่กับพื้นเองที่รีบพยุงกายขึ้นด้วยความรวดเร็วก่อนจะเคลื่อนตัวเข้าไปรับรับร่างก่อนที่จะกระแทกพื้นลานประลอง

“ท่านแอมไพร์!!!

เสียงทุ้มคำรามก้องเรียกชื่อคนในอ้มแขนด้วยความรู้สึกที่เหมือนร่างกายจะแตกสลาย คนในอ้อมแขนแย้มยิ้มร่าเริงด้วยใบหน้าซีดเซียว

“ตะโกนทำไมหนวกหู อยู่แค่นี้เองคนโง่”

“ท่านแอมไพร์...”

“ในเวลาแบบนี้เจ้าก็ยังเรียกข้าว่าท่านอยู่ดีสินะ...น่าผิดหวังเสียจริง”

เสียงทุ้มบ่นงึมงำตามภาษาตนเอง นัยน์ตาสีม่วงปรือมองใบหน้าของอัศวินนภาที่ครานี้ใกล้กว่าทุกครั้งที่เคยเป็นมา มือเรียวยกขึ้นแนบใบหน้าคมที่รักอย่างอ่อนแรง

“ตัวเจ้าอุ่นจังเลยนะเลโอ”

“ท่านทำแบบนี้ทำไม? ทำไมต้องสร้างภาพลวงตาขึ้นมาสลับตัวข้ากับท่านด้วย...เพื่ออะไร”

“นี่เจ้าไม่รู้จริงหรือแกล้งโง่เนี่ย?”เสียงทุ้มว่าติดตลกแต่ไม่มีใครขำออกกับมุกพรรค์นี้”ข้าคิดว่าคงไม่มีใครคิดทำสงครามต่อหากข้าตายสักคน ถ้าพวกเขายังทำข้าจะตามมาขี่คอคนพวกนั้นให้จับไข้หัวโกร๋นไปเลยล่ะ”

“ท่านแอมไพร์...”

“อะไรกัน? นี่เจ้าร้องไห้หรอ? ตลกน่า”

เสียงอ่อนแรงว่าพลางเจือหัวเราะอย่างแผ่วเบา ยิ่งพูดมาเท่าไหร่พลังชีวิตอันน้อยนิดยิ่งจางหายไปเท่านั้น

“เลิกพูดเถอะครับ ท่านต้องได้รับการรักษา”เสียงเรียบว่าขึ้น แม้ในสถานการณ์แบบนี้แต่เลโอก็ยังมีสติพอจะรับรู้ว่าควรต้องทำอะไร

“ไม่ต้อง ไม่ต้องไป”แอมไพร์กล่าวพลางส่ายหน้าอย่างแผ่วเบา”จับมือข้าเอาไว้ได้ไหมเลโอ”

มือของอัศวินนภายกขึ้นแนบลงบนมือของร่างบางที่แนบใบหน้าเขาอยู่ แอมไพร์แย้มยิ้มงดงามอีกครั้งพร้อมเรียวปากที่เอื้อนเอ่ยคำพุดที่ไม่เข้าสถานการณ์

“ข้ารักเจ้านะรู้ไหม?”

“ท่านกำลังพูดอะไรของท่าน”น้ำเสียงของเลโอสั่นเครือไม่อาจจะควบคุมได้

“ข้ารักเจ้าเสมอรู้ไหม ไม่ว่านานแค่ไหนก็ยังรัก ในตอนนั้นที่ข้าบอกเจ้าว่าไม่รัก ข้าขอโทษ...ยกโทษให้ข้าเทิดที่รักของข้า ยกโทษในเรื่องในวันนั้น ข้าเพียงไม่ต้องการให้ใครมองเจ้าไม่ดี เรื่องราวที่ผ่านมาให้มันเป็นความทรงจำของข้าและเจ้าได้ไหม...”

“ท่านไม่ต้องพูดแล้วท่านแอมไพร์ ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว”เสียงที่สั่นเครือพาลเอาใจสั่นคลอน นัยน์ตาสีเทาสบอยู่กับนัยน์ตาสีม่วงที่มองเขาด้วยความรู้สึกที่ไม่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ยังมองเขาแบบเดิมเสมอ

“ข้ารักเจ้านะ...ข้าไม่รู้ว่าคำว่าข้ารักเจ้าคำนี้มันจะยื้อเวลาของเราได้นานแค่ไหน แต่เลโอ ไม่มีข้าต้องอยู่ให้ได้นะคนโง่ ไม่มีข้างี่เง่า ไม่มีข้างอแง ไม่มีข้าเอาแต่ใจ ไม่มีข้าโวยวาย ไม่มีข้าเซ้าซี้ ไม่มีข้าวุ่นวาย ไม่มีข้าอยู่บนโลก...ก็ต้องอยู่ให้ได้นะรู้ไหม?”

“ทำไมท่านพูดแบบนั้น”

คำพูดมากมายที่พรั่งพรูออกมาจกาปากเด็กหนุ่มทำให้อัศวินนภาน้ำตาล่วงเพาะอย่างไม่ทราบสาเหตุ แอมไพร์เพียงยิ้มรับอย่างแผ่วเบา

“เลโอ...งานเทศกาลน่ะสนุกมากเลยนะ ข้าอยากไปอีกจัง ไปกับเจ้าแต่ว่า...คงทำไม่ได้แล้วล่ะ ที่เจ้าเคยบอกว่าข้าทำให้เจ้ายิ้มได้น่ะ...ตอนนี้ข้าทำไม่ได้แล้วล่ะ เพราะข้ากำลังทำเจ้าร้องไห้...”

“อย่าจากข้าไปสิครับ ถ้าอยากให้ข้ายิ้ม...”

แอมไพร์ทำเพียงยิ้มบางๆออกมี่มุมปากเท่านั้น นัยน์ตาสีม่วงดูอ่อนแรงลงทุกทีๆ ริมฝีปากซีดเซียวเอ่ยคำพูดบางคำออกมา...

 “ลาก่อนนะเลโอ ขอบคุณในทุกเรื่องที่ผ่านมาแล้วก็...ขอโทษด้วย...”

มือเรียวที่เคยแนบใบหน้าอยู่อยู่ลงสู้พื้นพร้อมนัยน์ตาที่ปิดสนิท มือของอัศวินนภาค้างอยู่ที่เดมบนใบหน้าของตนเพียงแต่ในเวลานี้ไม่มีมือของร่างบางอยู่อีกแล้ว กระแสลมหายใจที่เลือนหายไปอย่างเชื่องช้าค่อยๆดึงสติเลโอกลับคืนมาสู่สิ่งที่อยู่ตรงหน้า ไม่มีความโวยวาย ไม่มีคำตะโกนลั่นฟ้าที่ไร้ประโยชน์ มีเพียงการโอบกอดสุดแรงเพื่อเหนี่ยวรั้งให้คนตรงหน้าไม่จากไป

“ขอโทษ...ข้าเองก็ขอโทษเช่นกัน ข้าโทษที่รู้ตัวข้าเกินไป ขอโทษที่ทำให้ท่านเจ็บปวดหลายต่อหลายครั้ง ขอโทษที่ไม่เข้าใจท่าน ข้าขอโทษ...กลับมาได้ไหม กลับมาอยู่กับข้า...อย่าทิ้งข้าไป...ข้ายังไม่ได้จีบท่านเลยนะท่านแอมไพร์....ได้ยินที่ข้าพูดไหม?”

เสียงทุ้มพร่ำบอกร่างที่กอดอยู่อย่างแผ่วเบา มีเพียงคำขอโทษที่พรั่งพรูออกมาจากปากของอัศวินนภา ที่ไม่เคยได้พูด ไม่เคยได้ขอโทษตอนนี้เขากลับมานั่งขอโทษกับร่างอันไร้วิญญาณ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้แลโอจะไม่ทำแบบนั้น จะไม่ปิดบังความรู้สึกตัวเอง จะบอกทุกคำพูดที่แอมไพร์อยากฟัง

“ข้าเองก็รักท่าน ท่านมากรักกว่าสิ่งใดในโลกใบนี้ แอมไพร์....”

เรียวปากจรดลงบนริมฝีปากของอีกฝ่ายคล้ายกำลังเรียกร้องให้กลับมา แต่นี่ไม่ใช้เทพนิยาอมตะอย่างเจ้าหญิงนิทราหรือสโนว์ไวท์ที่แค่จุมพิตเจ้าหญิงก็จะลืมตาตื่นขึ้น ไม่มีร่างใดที่สิ้นแล้วฟื้นขึ้นมา ไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย

“แอมไพร์...”

เสียงเรียกชื่อดังออกมาจากปากของไอโร ชายหนุ่มมองภาพน้องชายต่างสายเลือดและเพื่อนที่ขึ้นชื่อว่าสำคัญที่สุดด้วยแววตาสั่นระริก แอมไพร์จากเขาไปแล้ว จากไปโดยไร้ซึ่งคำล่ำลา

“แอมไพร์...เจ้าบ้า...เจ้ากล้าทิ้งข้าไปได้ยังไง ข้ายังไมได้จ่ายเงินเดือนเข้าเลยนะ กลับมารับเงินเดือนเจ้าก่อนสิ กลับมา...กลับมา...”

มือเรียวยกขึ้นปิดใบหน้าพร้อมน้ำตาที่อยู่ๆก็ไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย ไอโรแทบจะล้มทั้งยืนถ้าไม่ถูกประครองไว้ด้วยมือคู่หนึ่ง

“เบล...”

“ข้ารู้...”

ร่างของไอโรถูกโอบกอดด้วยอ้อมแขนของจักรพรรดิปีศาจผมฟ้า มือเรียวทุบไหล่อีกฝ่ายเหมือนระบายความเสียใจออกมา

“ข้าช่วยอะไรเขาไมได้เลยเบล ข้าช่วยอะไรน้องเจ้า ช่วยอะไรเพื่อนข้าไม่ได้เลยสักนิด!

คาร์ได้แต่โอบกอดร่างในอ้อมแขนที่พบกับความเสียใจเกินจะรับไว้เอาไว้ ทุกคนในที่นั้นต่างอยู่ในอาการตระหนกและไร้เรี่ยวแรง เคอร์ริสทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นด้วยสภาพเหมือนไร้วิญญาณ คาร์เรย์ทำได้เพียงโอบกอดร่างของพี่ชายเอาไว้แล้วร้องไห้ไปพร้อมๆกัน ฝั่งจักรพรรดิปีศาจผมแดงอยู่ในอาการตกตะลึงเกินกว่าจะทำอะไรได้ รู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อมีมือคู่หนึ่งยื่นมาจับมือเขาเอาไว้ อิมไพร์เบนสายตากลับมาพบกับน้องชายคนรองที่มีสีหน้าคล้ายฝืนยิ้มอยู่

“ท่านไม่ผิด อย่าโทษตัวเองเลย อย่าโทษ”

คำพูดที่ต้องการปลอบหลุดออกมาจากปากของร่างเล็กพร้อมน้ำตาที่ค่อยๆหยดลงมาจนอิมเพอร์ร่าต้องก้มหน้าลงกับพื้น อิมไพร์ทำได้เพียงกอดร่างของน้องชายเอาไส้ด้วยความรู้สึกผิด ครั้งนี้จักรพรรดิปีศาจเดม่อนร้องไห้หนักกว่าครั้งไหนๆ หยาดน้ำตาที่หยดลงสู้อาภรณ์ของพี่ชายคนโตหยดแล้วหยดเล่าก็ไม่อาจนำพาความโศกเศร้าของอิมเพอร์ร่าไปได้

“เจ้าพรากเขาไปอีกแล้ว...พรากคนที่ข้ารักไปอีกแล้วใช่ไหมพระเจ้า”

เสียงทุ้มเอ่ยพึมพำพร้อมทั้งใบหน้าที่เงยขึ้นมองท้องฟ้าที่สดใสผิดบรรยากาศ ท้องฟ้าสีครามที่มีเมฆสีขาวลอยล่องเหมือนต้องการจะสื่อว่ามันไมได้เศร้าเสียใจกับการจากไปของแอมไพร์แม้แต่น้อย กลับกันมันยังดีใจเสียด้วยซ้ำไป

“ทำไม้องพรากเขาไปจากเราด้วย...”

“เวทย์คืนชีพ...เบล! เวทย์คืนชีพล่ะ!

ไอโรร้องขึ้นเหมือนนึกขึ้นได้ แต่เหมือนคาร์จะไม่ได้ยินดีด้วยเลยสักนิด มือเรียวลูบเรือนผมสีทองของคนตรงหน้าที่กำลังยิ้มอย่างมีความหวังพร้อมเอ่ยคำตอบที่ทำให้ความหวังอันน้อยนิดดับลง

“แอมไพร์เป็นผู้ที่ใช้เวทย์คืนชีพ เป็นบุคคลที่ไม่สามารถใช้เวทย์คืนชีพกับเขาได้ แอมไพร์คือคนที่ใช้เวทย์นั่นไมได้ไอโร...”

“ไม่จริงน่า...”

ไอโรพึมพำ ทางสุดท้ายที่คิดได้กลับถูกดับลงอย่างง่ายดาย นัยน์ตาสีทองปรายไปมองน้องชายของตนที่โอบกอดร่างของแอมไพร์เอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยด้วยใจสงสาร เลโอไม่เคยรักใคร จึงไม่รู้ว่าสิ่งที่ประสบอยู่คือความรัก และเมื่อรู้ตัวคนที่รักเป็นคนแรกกลับมาจากไปอย่างไม่ทันเตรียมใจ หัวใจของเลโอบอบช้ำเกินกว่าใครจะคาดคิด ดีไม่ดีร่างนั้นอาจจะปิดตายหัวใจไปตลอดชีวิตเพราะไม่กล้าที่จะรักใครได้ลง

“ทำไมเอมเพอร์เรอร์ถึงตายง่ายๆแบบนั้น...ทำไมล่ะไคซารี่! ทำไม!

“เพราะเขายกวิญญาณครึ่งหนึ่งในการคืนชีวิตของอัศวินผมแดงคนนั้นไงไคเซอร์ วิญญาณในร่างของเอมเพอร์เรอร์มีเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เพราะแบบนั้นถึงได้เปราะบางกว่าปกติ”

“เจ้านั่น! ข้าจะไปฆ่ามัน”

“พอแล้วไคเซอร์! ไม่เห็นเหรอว่าแค่นี้เขาก็เจ็บปวดขนาดไหนแล้ว เขาเจ็บปวดไม่ต่างจากเราเลยสักนิด..”

เซทซัสบอกกับพี่คนที่สี่ด้วยความใจเย็น ไม่ใช่ว่าเขาไม่คิดโทษเลโอเพียงแต่โทษไปซะก็เท่านั้น แอมไพร์ไม่ได้ฟื้นขึ้นมากลับกันเขาอาจจะกำลังไปทำลายชีวิตอีกชีวิตหนึ่งเสียด้วยซ้ำไป แค่เพียงเท่านี้เลโอก็รู้สึกผิดบาปมากพอยู่แล้ว ยิ่งไปตรอกย้ำ ยิ่งไปซ้ำเติมนอกจากจะไม่มีอะไรดีขึ้นมาแล้ว มันจะทำให้ทุกอย่างแย่ลงไปอีกด้วยซ้ำ

“ท่านคงไม่คิดจะทำสงครามกันแล้วใช่ไหม?”

เสียงของเลโอค่อยๆดังขึ้นด้วยความราบเรียบยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ร่างสูงชอนร่างของคนรักเอาไว้ในอ้อมแขนพร้อมกับหันมองบรรดาจักรพรรดิปีศาจที่อยู่ด้านหลังตนด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่งยิ่งกว่าเดิม

...เลโอสูญเสียหัวใจไปแล้ว...

“เกิดเรื่องขึ้นเสียแบบนี้ จะให้เราทำสงครามลงก็คงจิตใจต่ำช้าเกินไป”อิมไพร์กล่าวพร้อมทั้งลูบเรือนผมของน้องชายคนรองที่ร้องไห้จนหลับไป

“งั้นเราคงต้องกลับไปคุยเรื่องนี้กันที่ปราสาทยูโนสซิส ใครขัดขวาง...ข้าจะฆ่าทิ้งให้เอง”

วงเวทย์สีทองปรากฏขึ้นครอบคลุมทั่วบริเวณที่คนทั้งหมดยืนอยู่ก่อนจะส่งทุกร่างไปยังปราสาทยูโนสซิส สิ่งที่ยืดเยื้อกันมานานกำลังจะจบลงในไม่ช้านี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

21 ความคิดเห็น

  1. #1038 Bloody_Mary (@bloody-marry) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 11:47
    ฮือ...ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ เป็นไปไม่ได้
    #1038
    0
  2. #888 w-rabbit (@nene-zero) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 30 มีนาคม 2558 / 00:11
    TT ไม่จริ้ง....
    #888
    0
  3. #769 KillerKill (@valasmps) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2557 / 11:03
    ไม่จริง!!!!!!!!!!!! ToT ไม่จริง ไม่จริงใช่มั้ย! มันจะจบเศร้าหรอ ฮือออออ อ่านไปน้ำตาคลอไป TT
    #769
    0
  4. #768 himawari (@yuyu7283) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2557 / 19:51
    ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    #768
    0
  5. #767 จีจี้ซัง (@jiji-love) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 17:59
    มะ..มะ..ม่ายยยยยยยยยยยยยยน่ะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ
    #767
    0
  6. #766 Chanaporn Promrit (@chanapron69) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 17:40
    ค้างมากกกกกกก
    #766
    0
  7. #765 Chanaporn Promrit (@chanapron69) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 17:40
    ค้างมากกกกกกก
    #765
    0
  8. #764 Chanaporn Promrit (@chanapron69) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 17:39
    สงสารเลโออออออออ
    #764
    0
  9. วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 14:43
    ไม่น้าาาาาาาาาาาาาา
    แอมไพร์ลูกแม่  ต้องอยู่กับเลโอสิ
    #763
    0
  10. #761 ..BBooKK.. (@horseaholic) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 11:52
    ไรรรรรรรรรรรรรรรรท์ ทำไมทำร้ายกันอย่างี้ .ต้องร้องเพลงให้เลยว่า"อย่าทำอย่างงี้ไม่ว่ากับใครเข้าใจไหมอย่าทำอย่างี้เพราะเค้าจะมองว่าใจร้ายยยย" แอมไพร์ต้องฟื้นสิฟื้นมารักกับเลโอก่อนโถ่ๆๆๆขอให้มันเป็นการจัดฉากด้วยเถอะมาต่อไวๆเถอะนะคะลุ้นๆ สู้ๆนะคะไรท์
    #761
    0
  11. #760 |||No_Name||| (@oom-kanyarat) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 09:12
    ไม่ตายหรอก...ฮืออออออออ
    #760
    0
  12. #759 Blueyu (@pluza89) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 08:49
    ม่ายยยจริงใช่มั้ย ฮือๆๆ แอมไพร์ต้องไม่ตายสิ มันเปนตอนที่สะเทือนใจมาก แบบนางเอกลมหายใจค่อยๆหายไปต่อหน้าพระเอก เปนฟิวที่เจ้บแทน เเล้วเลโอจะเปนไงเนี่ย T T รีบๆอัพตอน้าาา รอต่อค้า ค้างมากแงๆ
    #759
    0
  13. #757 Akira (@mini_jin) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 02:13
    แอมไพร์!!!!!!!!!!!!!!! แงงงงงงงงงงงงงงงง ตายจริงหรอไม่น้าาาา ค้างมากกกกกกกก มาต่อเลยๆๆๆๆด่วนๆๆๆๆ (T ^ T)//เศร้า
    #757
    0
  14. #756 N เอ็น (@nlm1122) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 01:14
    แงงงงงงงงงงงงง เอมไพร์จะตายจริงๆเหรอ T^T
    #756
    0
  15. #755 กิ้บกิ้ววว (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2557 / 21:06
    น้ำตานองอาบสองแก้มมมมมมมม อ่านไปนี้น้ำตานองไหลแบบก๊อกแตกพรั่กๆๆๆ

    หนูแอมรีบไปทำไมลูกกกกกก ฮื่ออออออออออ //เรื่องมันเศร้า
    #755
    0
  16. #754 guinw55 (@guinw55) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2557 / 20:46
    แอมไพร์!!!ม่ายยยยยยยยยยย ตายจริงๆเหรอ...

    ขุ่นพระ! ใครขัดขวางจะฆ่าทิ้งนี่คือเลโอพูดเร๊อะ โหดสลัด 
    #754
    0
  17. #753 Teito-Klein (@bishop-caster) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 30 กันยายน 2557 / 18:18
    จบแบบโครตค้าง อึน มึน กันไปตามเสตปเลยเจ้าาาา Y - Y ไม่มีต่ออีกแล้วฤา ใยเจ้าจะให้มันจบเเค่นี้หรือ? ใจข้าทรมานยิ่งนัก ได้โปรดแต่งต่อเถิดเพื่อเอ๋ย.... #นี่ตรูเกรียนใส่นักเขียนเเล้วเรอะ!??
    #753
    0
  18. #752 |||No_Name||| (@oom-kanyarat) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 30 กันยายน 2557 / 15:57
    ร้ายกาจที่สุด...ท่านผู้เขียนนะที่ร้ายกาจ
    #752
    0
  19. #751 God Girl (@gamlleboy) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 30 กันยายน 2557 / 13:31
    ค้าง...
    #751
    0
  20. #750 _Silver_ (@tarusung) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 กันยายน 2557 / 21:45
    ค้างสุดๆเลยละค่ะ Y.Y
    #750
    0
  21. #749 guinw55 (@guinw55) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 กันยายน 2557 / 21:23
    ร้ายกาจมาก....ค้างเลยขอรับ.. สรุปว่าใครจะอยู่ใครจะไป จะจบยังไงเนี่ย!!
    #749
    0