Knight Vs Queen! ศึกปราบเกรียน[อัศวินแด่ราชินี]

  • 96% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 35,035 Views

  • 1,107 Comments

  • 1,802 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    23

    Overall
    35,035

ตอนที่ 43 : 36th Round::Please come back to me <rewrite>

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1283
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    14 มิ.ย. 60

36th Round

Please come back to me.

แล้วเธออยู่ไหนโปรดกลับมา...อยากให้อยู่ตรงนี้เพื่อสบตา


ร่างของแอมไพร์ถูกพามายังปราสาทยูโนสซิสแต่ก็ไม่สามารถึงชีวิตที่เสียไปกลับมาได้ ร่างอันไร้วิญญาณถูกพาไปไว้ยังห้องห้องเดิมที่แอมไพร์เคยพักเมื่อสมัยอยู่ที่นี่ เลโอเฝ้ามองร่างของอดีตราชินีไม่วางตาด้วยใจคาดหวังว่าอีกฝ่ายจะฟื้นขึ้นมา อัศวินนภาไม่กินไม่นอน เอาแต่เฝ้ามองร่างของแอมไพร์ ทั้งๆที่บอกกับพวกอิมไพร์ว่าจะคุยเรื่องสงครามให้จบแต่สุดท้ายตนเองกลับทานั่งมองดูร่างของเด็กหนุ่มผมม่วงอยู่แบบนี้

“เลโอ..ข้าเข้าไปนะ”

เสียงของไอโรไม่สามารถเรียกอัศวินนภากลับมาได้ นัยน์ตาสีเทายังคงจ้องมองที่ร่างของแอมไพร์ไม่เคลื่อนไปไหน

“เจ้าลงไปกินข้าวหน่อยเถอะเลโอ”ไอโรว่าด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ข้าวที่ถูกยกมาให้อัศวินเลโอยังไม่พร่องไปเลยแม้แต่น้อย

“ข้าไม่หิว”

“ไม่หิวได้ไง เจ้ายังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่กลับมา”ไอโรพยายามพูดอย่างใจเย็น

“ก็ข้าไม่หิว”

“กินข้าวเดี่ยวนี้เลโอ แล้วไปอาบน้ำนอนพักซะ”

นอกจากจะไม่ทำตามแล้วเลโอยังไม่แม้แต่จะตอบกลับ ไอโรเดินเข้าใกล้พลางสุดลมหายใจสงบสติอารมณ์ของตนเองก่อนจะเอ่ยกับน้องชายตน

“ไปพักผ่อนเสียบ้างเถอะเลโอหากเจ้าเป็นลมล้มป่วยเป็นอะไรไปอีกคนจะทำยังไง?”

“ข้าตายซะก็ดี”

ผลัวะ!!!

ไม่ต้องรอให้สมองได้คิดหรือทันสั่งการอะไร หมัดของพระราชาหนุ่มก็กระแทกเข้ากับแก้มขวาของเลโอไปเสียงดัง อัศวินนภาที่ไม่ได้กินไม่ได้นอนเลยจึงล่วงจากที่นั่งไปกองอยู่กับพื้น

“เลิกไร้สาระแล้วไปกินข้าวพักผ่อนซะเลโอ!

เสียงไอโรแข็งกร้าวพลางจ้องมองน้องชายด้วยนัยน์ตาแดงกร่ำ เลโอมองภาพตรงหน้าอย่างแทบไม่เชื่อสายตา ครั้งล่าสุดทีไอโรเป็นแบบนี้ก็ตอนเรื่องพ่อของเขา

“ถ้าเจ้าเป็นอะไรไปอีกคนแล้วข้าจะทำยัง! จะให้ข้าอยู่คนเดียว จะทิ้งข้า ทิ้งเคอร์ริสกับคาร์เรย์ไปอีกคนหรือไง! จะทิ้งกันอีกแล้วหรือไง...”ท้ายเสียงแผ่วลงเพราะคนพูดเหมือนจะหมดแรงไป มือเรียวยกขึ้นปิดใบหน้าตนเพื่อสกัดกลั้นอารมณ์เอาไว้

เลโอมองภาพนั้นด้วยใจกระตุกวูบก่อนจะตระหนักได้ว่าตนเองกำลังทำอะไรที่โง่เขลาเสียเหลือเกิน การจากไปของแอมไพร์ไม่ได้มีเพียงเขาที่เสียใจ ทุกคนเองก็เป็นไม่ต่างกัน ไอโรเองก็ดูเหมือนจิตใจเปราะบางเกินทนไปแล้ว ถ้าหากเขาที่เหมือนที่พักพิงอีกแห่งยังเป็นแบบนี้อยู่ แล้วไอโรจะหันหน้าไปพึ่งใคร

“ข้าขอโทษ...ไอโรข้าขอโทษ”

เสียงทุ้มที่สั่นเครือเอ่ยบอกก่อนโอบกอดร่างที่สั่นเทาของราชาผมทอง ไอโรกอดตอบน้องชายต่างสายเลือดพร้อมน้ำตาที่พรั่งพรูออกมาขาดสาย

หลังจากนั้นเลโอก็ไปล้างหน้าล้างตา อาบน้ำ ทานข้าวและเข้านอนเพื่อพักผ่อนให้ร่างกายกลับมาแข็งแรง ทางไอโรเองก็ไปบอกให้คนจัดเตรียมที่พักให้แก่จักรพรรดิปีศาจทั้งหกที่ถือว่าเป็นแขกของเขา ทั้งยังกำชับให้ปีศาจทั้งหมดพักผ่อน หากไม่ทำตามก็อาจจะเละไปข้างหนึ่งแม้สังขารชองไอโรเองจะไม่เอื้ออำนวยบ้างก็ตาม เวลาล่วงเลยถัดไปอีกวันกว่าร่างกายของแต่ละคนจะเริ่มเข้าที่เข้าทาง เมื่อเห็นว่าทุกคนพร้อมแล้วเลโอจึงเรียกทุกคนมาเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่ตนคิด

“เจ้ามีแผนอะไรอยู่ในใจหรืออัศวินนภา?”

อิมไพร์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เป็นปกติอย่างน่าตกตะลึง การฟื้นตัวของจักรพรรดิผมแดงถือว่าเร็วกว่าคนอื่นๆมากโข ที่แย่ที่สุดคงเป็นอิมเพอร์ร่าที่ยังมีอาการเหม่อลอยและไม่ยอมตอบสนองคำพูดของใครเลยจนอิมไพร์ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดไม่ห่าง

“ข้าคิดว่าการทำสงครามนั่นไม่ได้นำมาซึ่งสิ่งที่ดีเลย ผู้คนล้มตาย ทรัพยากรสูญสิ้น เราต่างก็เสียทั้งชีวิตและสุขภาพจิต ข้าคิดว่าไม่ควรทำให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก”

“เจ้ากำลังจะหมายความว่าอย่างไร?”เซทซัสถามอย่างให้ความสนใจ

“ก่อนหน้านี้มนุษย์รับรู้เพียงเรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดจากสวรรค์ ไม่รู้ในสิ่งบางสิ่ง มุมบางมุมที่ถูกมองโดยอีกบุคคลในเหตุการณ์อย่างปีศาจ ข้าว่ามันถึงเวลาแล้วที่มนุษย์ควรรับรู้ความจริงหรือฟังความสองข้างบ้างเสียที”

“เจ้ากำลังจะบอกให้เราเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นตอนนั้นงั้นหรือ?”

“ครับ และหลังจากที่รับรู้เรื่องพวกนั้นข้าอยากให้ทำสัญญาเป็นพันธมิตรระหว่างแดนปีศาจและแดนมนุษย์ เราสามารถไปมาหาสู่กันได้อย่างอิสระ สามารถทำมาค้าขายได้อย่างไม่ต้องเป็นกังวลใดๆ รวมไปถึงการห้ามทำสงครามระหว่างสองเผ่าพันธุ์ด้วย พวกท่านคิดว่าเช่นไร”

พี่น้องทั้งหกหันมองหน้ากันก่อจะเป็นไคซารี่ที่เอ่ยขึ้นมา”ข้าว่ามันก็เป็นความคิดที่ดีอยู่ เพียงแต่มนุษย์จะยอมรับฟังเรางั้นหรือ

“ข้าคิดว่าข้ามีวิธีที่จะทำให้คนพวกนั้นรับฟังครับ”

สิ้นคำพูดของอัศวินนภา นัยน์ตาสีเทาก็ปรายกลับไปมองที่ร่างของพระราชาผมทองซึ่งกำลังนั่งเหม่อลอยอยู่ข้างๆกับเคอร์ริสที่มีสภาพไม่ต่างกัน

 

“พวกนี้น่ะเหรอจักพรพรรดิปีศาจ น่ารังเกียจ!

“เจ้าจะให้เราญาติดีกับมันงั้นหรือ? ไม่มีวัน! เราสูญเสียไปเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่แล้ว!

“เจ้าคงไม่ได้โดนมันล้างสมองใช่ไหมอัศวินนภา!

“ชีวิตที่สูญเสียไปจะเอาคืนมายังไงห๊ะ!!!

โครม!!!!

เสียงโวยวายหยุดลงเมื่อพระราชาแห่งยูโนสซิสยกเท้าขึ้นถีบโต๊ะประชุมตัวยาวที่เลโอเคยใช้ดาบฝ่าขึ้นมาแล้วล้มหงายหลังไป นัยน์ตาสีทองกวาดมองบรรดาพระราชาเมืองต่างๆที่เงียบเป็นเป่าสาก

“ไหนใครมีปัญหาอีกไม่ทราบ? พวกเจ้าไม่เห็นหรือว่าเพราะสงครามอะไรเกิดขึ้นบ้าง เราสูญเสียชีวิตไปมากมายในนั้นคือคนสำคัญของเรา แอมไพร์ตายแล้วเพราสงครามบ้าๆนั่น! ต้องให้ข้าตายอีกคนไหมพวกเจ้าถึงจะเลิกทำอะไรโง่เง่าพรรค์นั้น       ! คิดว่าตัวเองจะชนะงั้นเหรอ? ยังไม่ตื่นหรือไงนะห๊า!!!

ไอโรตะโกนก้องอย่างคนหมดความอดทน ดวงตาสีทองที่เคยฉายแววขี้เล่นบัดนี้มองดูเหมือนดวงตาของอันธพาลที่จ้องจะหารเรื่องทุกคนที่ทำอะไรไม่เข้าหูเข้าตาเขา

“ถ้าใครอยากทำสงครามนี่! มาสู้กับข้าให้ชนะก่อนแล้วค่อยไปทำกับจักรพรรดิปีศาจ ล้มข้าให้ได้ก่อนไหมตาแก่ทั้งหลาย!

“ใจเย็นน่าไอโร ใจเย็นๆ”เลโอเข้ามารั้งแขนสองข้างของพระราชาเม้งแตกเอาไว้ ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าไอโรจะฟิวส์ขาดได้ขนาดนี้

“มนุษย์นี่น่ากลัวเนอะไคซารี่...”

“ข้าก็ว่าอย่างนั้น...”

“นินทาอะไรน่ะหา?”

“ใจเย็นพระราชานั่นพันธมิตรนะ พันธมิตร”

คาร์เรย์เอ่ยห้ามโดยมีจักรพรรดิปีศาจองค์โตนั่งกดหว่างคิ้วอยู่ข้างๆ นอกจากตอนนี้จะต้องปวดหัวเพราะพี่น้องแล้วต้องมาปวดหัวเพิ่มกับมนุษย์ที่ดูไม่น่าสมประกอบพวกนี้อีกเหรอเนี่ย

“ลูซิเฟอร์ เจ้าควรเล่าเรื่องทั้งหมดได้แล้ว”

ไอโรกระแทกก้นนั่งลงพร้อมทั้งออกปากสั่งจักรพรรดิผมแดงหน้าตาเฉย แต่ดูเหมือนอิมไพร์จะได้ถือสาอะไรเลยกับเรื่องพวกนี้ จักรพรรดิผมแดงหันกลับมาทางทุกคนที่ประชุมก่อนจะ...ยกโต๊ะที่หงายหลังลงไปกลับขึ้นมาไว้ที่เดิมให้อย่างใจดี...

“เรื่องเริ่มต้นขึ้นเมื่อครั้งที่พระเจ้าสร้างโลกใบนี้...

...พระเจ้าผู้ส้รางโลกมีบุตรชายหนึ่งคนนามว่าลูซิเฟอร์ เขาเป็นเทวดาที่รูปร่างหน้าตางดงาม ไม่ว่าเทพหรือเทพีองค์ใดผ่านมาก็ต่างหลงใหลในใบหน้าที่เพียบพร้อมนั่น พระเจ้ารักลูกคนนี้มากเพราะเขาเปรียบเสมือนสิ่งแรกในชีวิตที่พระเจ้าสร้างขึ้น ไม่นานหลังจากนั้นพระเจ้าก็สร้างโลกมนุษย์ขึ้นท่ามกลางความยินดีของลูซิเฟอร์ พระเจ้ายกโลกในลูซิเฟอร์ช่วยดูแลซึ่งลูซิเฟอร์เองก็ชอบใจ เขารักในมนุษย์ที่พ่อของเขาได้ให้กำเนิดมา ทุกวันๆเขาเฝ้ามองดูอดัมกับอีฟในสวนเอเดนอย่างมีความสุข ไม่มีวันไหนที่ลูซิเฟอร์ไม่เฝ้ามองพวกเขา แม้จะมีเรื่องมากมายแต่ลูซิเฟอร์ยังมีเวลาให้แด่โลกใบนี้

จนวันหนึ่งเกิดเหตุไม่คาดฝันอดัมกับอีฟถูกล่อลวงให้ไปกินผลไม้ในสวนอีเดน พระเจ้าโกรธมากที่คนทั้งคู่ขัดคำสั่งและต้องการจะประหารทั้งคู่เสียเพียงแต่ลูซิเฟอร์กลับขอร้องว่าอย่างทำเช่นนั้นและให้เนรเทศคนทั้งคู่ออกไปจากสวนเอเดนซะ พระเจ้ายอมฟังเพราะเห็นแก่เป็นคำขอของลูกชายที่รัก นานวันไปลูซิเฟอรยังคงเฝ้ามองโลกมนุษย์และอดัมกับอีฟไม่ห่างหายจนวันหนึ่งที่คนทั้งคู่สร้างมนุษย์อีกคนขึ้นมา...จำนวนมนุษย์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนลูซิเฟอร์ดูแลไม่ไหว ดังนั้นพระเจ้าจึงสร้างลูกขึ้นมาอีกคนในนามของมิคาเอล

มิคาเอลเป็นชายหนุ่มรูปงามไม่ต่างจากที่ลูซิเฟอร์เป็น ลูซิเฟอร์รักน้องของเขามากเช่นเดียวกับที่มิคาเอลรักลูซิเฟอร์ทั้งสองช่วยกันดูแลโลกมนุษย์ด้วยกันเป็นเวลายาวนานจนวันหนึ่งสิ่งไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น นางฟ้าองค์หนึ่งถูกแนะนำให้ลูซิเฟอร์รู้จัก นางคือแองเจล่า ลูซิเฟอร์ตกหลุมรักนางในทันทีที่ได้พบหน้า เทพทั้งสองไปมาหาสู่กันทุกวัน ลูซิเฟอร์เอาใจใส่แองเจล่าแต่ยังไม่เคยทิ้งโลกมนุษย์เพียงแต่...ลูซิเฟอร์ละทิ้งมิคาเอลไป บางครั้งบางครามิคาเอลต้องนั่งจ้องโลกมนุษย์เพียงลำพังโดยไร้เงาของพี่ชาย นานวันเข้าความเหงาก็ทำให้ความนึกคิดเปลี่ยนแปลงไป มิคาเอลเริ่มคิดที่จะให้ได้พี่ชายของตนกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง จนในที่สุดเขาก็คิดออก เขาบอกกับลูซิเฟอร์ว่ารักแองเจล่า

เมื่อได้ยินน้องชายกล่าวแบบนั้นมีหรือที่ลูซิเฟอร์จะกล้ารักแองเจล่าต่อไป เมื่อน้องชายรักเขาก็ยินดีที่จะหลีกทางให้ เพียงแต่เพราะความเศร้าเสียใจที่ต้องจากนางอันเป็นที่รักไปวันวันหนึ่งลูซิเฟอร์จึงอยู่กับการนั่งจ้องมองโลกมนุษย์และไม่เคยกลับมาให้ความสนใจมิคาเอลเหมือนแต่ก่อนเลยสักนิด มิคาเอลไม่รู้ว่าตนต้องทำแบบไหนพี่ชายถึงจะกลับมาสนใจตนอีกหน นานวันไปพี่ชายยิ่งห่างเหิน เพราะความกลัวความกังวลต่างๆนานาว่าพี่ชายจะรักสิ่งอื่นมากกว่าทำให้จิตใจของเทวดาองค์ที่สองที่ถูกสร้างโดยพระเจ้าบิดเบี้ยว

มิคาเอลวางแผนใส่ร้ายว่าลูซิเฟอร์คิดจะก่อกบฏบนสวรรค์ส่งผลให้เทวดานามลูซิเฟอร์ถูกกักขังอยู่บนหอคอยบนสวรรค์เพราะมิคาเอลไม่ต้องการให้ลูซิเฟอร์พบใครและรักใครอีก แต่ถึงแบบนั้นลูซิเฟอร์ก็มิเคยโกรธหรือเกลียดมิคาเอลแม้แต่น้อย กลับกันเขายังอยากย้อนเวลากลับไปดูแลน้องชายคนนั้นให้มากกว่านี้ แต่มิคาเอลไม่รับรู้เรื่องนี้อีกแล้ว เขาใช้ชีวิตอยู่กับการดูแลโลกมนุษย์และเริ่มจะหลงรักแองเจล่าเข้าจริงๆ แต่เพราะใจของนางมีเพียงลูซิเฟอร์เท่านั้นมิคาเอลจึงต้องพบกับความเมินเฉย จากความเสียใจกลายเป็นความโกรธแค้นมิคาเอลสาบานว่าจะไม่ให้เทพทั้งสองได้สมหวังรักกัน

วันหนึ่งที่หอคอยที่ลูซิเฟอร์ถูกกักขัง ซานตานนามเดม่อนที่ลอบขึ้นมาบนสวรรค์ได้ได้เข้าไปหาลูซิเฟอร์ที่หอคอย ร่างนั้นคอยพูดคุยเป็นเพื่อนแก้เหงาแก่ลูซิเฟอร์จนท้ายที่สุดก็ชักชวนให้ลูซิเฟอร์ออกมาจากหอคอยนั้นแล้วลงไปสู้โลกมนุษย์พร้อมตนและแองเจล่าหญิงสาวที่ลูซิเฟอร์รัก อาจเพราะเบื่อกับการถูกจองจำเสียแล้วลูซิเฟอร์จึงตอบตกลงและหนีออกมาจากหอคอยนั้นได้สำเร็จ ทหารที่เฝ้าอยู่เกิดรู้เรื่องเข้าจึงรายงานต่อพระเจ้า พระเจ้าสั่งให้มิคาเอลออกมาขัดขวางไม่ให้ลูซิเฟอร์หนีไปไหนได้ แต่เพราะความทีเป็นเทพองค์แรกของสวรรค์ลูซิเฟอร์แข็งแกร่งกำจัดเทพทุกตนที่มาขัดขวางจนเรียบเป็นหน้ากลอง

มิคาเอลเฝ้าถามหาเหตุใดพี่ชายถึงต้องทิ้งตนไป ลูซิเฟอร์ตอบตามตรงว่าเบื่อที่ต้องนั่งๆนอนๆอยู่ในหอคอยอีกแล้ว และหากมิคาเอลเกลียดตนตนก็จะหายไปจากชีวิตของมิคาเอลเสียที มิคาเอลเข้าใจว่าลูซิเฟอร์ไม่ได้เห็นตนสำคัญและคิดหาทางที่จะออกห่างทุกเมื่อ มิคาเอลโกรธมากพรั่งพรูความจริงมากมายออกมาจากปากของตน ลูซิเฟอร์ทีได้ฟังถึงกับตกตะลึง แต่ที่ไม่คาดคิดคือพระเจ้าเองก็รับรู้เรื่องนั้นด้วย เพราะความรักลูกทั้งสองทำให้พระเจ้าไม่อาจทำอะไรมากได้ แต่พระเจ้าได้ส่งลูซิเฟอร์ แองเจล่าและสหายซาตานอย่างเดม่อนลงสู่โลกมนุษย์พร้อมทั้งบาปทั้งเจ็ด พระเจ้ามอบบาปเหล่านั้นให้ลูซิเฟอร์หาผู้มาดูแลมัน เพราะโลกมนุษย์จำต้องมีความชั่วเพื่อถ่วงความสมดุล

ลูซิเฟอร์ได้ปีศาจอีกทั้งหมดห้าตนมาเป็นพวกและได้ให้พวกเขาหล่านั้นรับผิดชอบบาปทั้งเจ็ดโดยมีเขาร่วมด้วย ลูซิเฟอร์ดูแลบาปแห่งความยโส เบลเซบับดูแลความตระกละ เดม่อนดูแลโทสะ แมมม่อนดูแลความโลภ ลิเวียร์ธานดูแลความริษยา แอสโมดิวส์ดูแลราคะ และเบลเฟกอลดูแลความเกียจคร้าน บุคคลทั้งเจ็ดดูแลบาปบนโลมนุษย์เรื่อยมาอย่างสงบสุข ทำให้จิตใจมนุษย์มีความสมดุลกันเพียงเท่านั้น ทางลูซิเฟอร์และแองเจล่าเองก็แต่งงานและมีลูกด้วยกันคนแรกและคนที่สองห่างกันเพียงปีเศษ แต่คนที่สามกลับห่างกับคนที่สองถึงห้าปีและคนที่สี่ห้าและหกก็ตามเป็นลำดับ ครอบครัวของลูซิเฟอร์อยู่ด้วยความสงบสุขเรื่อยมาจนวันหนึ่งมิคาเอลหาตัวเขาพบ...

มิคาเอลลงมาอาละวาดถึงสถานที่ของลูซิเฟอร์โดยไม่สนสิ่งใด คราแรกแพ้กลับไปเพราะผู้ดูแลบาปของลูซิเฟอร์นั้นแข็งแกร่งหาใครต้านได้เมื่อลงมาครั้งที่สองมิคาเอลจึงลงมาพร้อมกองทัพเทพกว่าหมื่นองค์ แม้จะเก่งเพียงใดแต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ผู้ดูแลบาปสิ้นชีพไปทีละคนๆจนเหลือเพียงลูซิเฟอร์และเดม่อนเท่านั้น และในวันนั้นเองที่มิคาเอลปะทะกับลูซิเฟอร์เพราะลูซิเฟอร์ต่อสู้อย่างหนักหน่วงมาเป็นเวลานานทำให้หมดเรี่ยวแรงจะต่อสู้ มิคาเอลกำลังจะสังหารลูซิเฟอร์แต่แองเจอล่ากลับเข้ามาใช้ตัวขัดขวางไว้จนสิ้นชีพ เดม่อนใช้พลังที่เหลือทั้งหมดจัดการส่งมิคาเอลกลับสวรรค์ไป ความสูญเสียครั้งนั้นทำให้ลูซิเฟอร์เหมือนตายทั้งเป็น ลูกทั้งหกคนขึ้นมารับตำแหน่งผู้ดูแลบาปแทนทีคนที่ตายไป แม้เดม่อนจะยังมีชีวิตแต่ก็ไร้กำลังพอจะดูแลบาป ลูซิเฟอร์เองก็ไม่มีอำนาจพอจะดูแลบาปที่ใหญ่ที่สุดอย่างยโสได้อีกแล้ว เขาลดลงมาดูแลบาปแห่งราคะแทน

วันเวลาผันผ่านไปยาวนานนักเป็นพันปีที่ผ่านไป ในที่สุดแองเจล่าก็ได้ไปเกิดใหม่เป็นองค์หญิงของแดนมนุษย์ คราแรกที่ได้ยินลูซิเฟอร์ดีใจเสียจนจะเป็นบ้า ลูกๆต้องคอยบอกให้ใจเย็นและคิดหาทางให้ลูซิเฟอร์ไปพบกับแองเจอล่าที่เกิดใหม่ ลูซิเฟอร์ไปมาหาสู่นางทุกวันโดยไม่มีใครรู้จนวันหนึ่งมีข่าวร้ายส่งมา นางกำลังจะถูกส่งตัวไปเป็นเครื่องบูชามิคาเอล ลูซิเฟอร์ทำอะไรไม่ถูกทั้งตกตะลึงทั้งเสียใจ แต่ในที่สุดลูซิเฟอร์ก็ลักพาตัวนางมาที่แดนปีศาจ อยู่กันได้สามปีนางก็ท้องและให้กำเนิดลูกชายคนสุดท้ายไว้ดูต่างหน้าก่อนจะจากไปเพราะนางไม่อาจทนรับพลังของลูกคนสุดท้องได้ไหว เด็กคนนั้นคือเอมเพอร์เรอร์ ปีศาจที่เกิดมาพร้อมตำแหน่งจักรพรรดิปีศาจที่ถูกใส่พานมามอบให้ เขาเป็นดั่งแก้วตาดวงใจของทุกคน และเพราะยังเด็กลูซิเฟอร์จึงจำต้องช่วยพยุงการดูแลบาปแห่งราคะไปก่อน

เอมเพอร์เรอร์เติบโตมาอย่างสดใสและแข็งแรงท่ามกลางการดูแลของพี่ๆและพ่อ รวมไปถึงพี่เลี้ยงจำเป็นอย่างเดม่อนจนเมื่ออายุได้หกขวบเรื่องร้ายจึงเกิดขึ้นแก่ครอบครัวนี้อีกครั้ง มิคาเอลกลับมาเพราะเด็กหนุ่มมีใบหน้าเหมือนกับแองเจอล่าไม่มีผิดเพี้ยน มิคาเอลต้องการสังหารเอมเพอร์เรอร์ทิ้งซะแต่ไมอาจทำได้เพราะลูซิเฟอร์ได้เขาปกป้องลูกชายของตนเองพร้อมกับเดม่อนจนทั้งคู่สลายไป พี่น้องทั้งหกรวมพลังกันต้านมิคาเอลกลับสวรรค์และสร้างตราเอาไว้ไม่ให้มิคาเอลลงมายังแดนปีศาจได้อีก แต่ก่อนไปมิคาเอลได้นำรูปของแองเจอล่าที่เป็นของดูต่างหน้าไปซ่อนเอาไว้ยังเมืออาเจแลงค์และลงเวทย์เอาไว้ที่เมืองรอบนอกทั้งสามเมืองเพื่อกันไม่ให้ปีศาจเข้าไปเอามาได้ มันอาจจะดูเหมือนไม่สำคัญแต่นั่นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้เอมเพอร์เรอร์จำใบหน้าของแม่ตัวเองได้

“...ที่เหลือก็เป็นตามที่พวกท่านได้รับรู้”

บุคคลในห้องประชุมเงียบกริบหลังจากฟังเรื่องที่อิมไพร์เล่า จักรพรรดิหนุ่มไม่คาดหวังว่าคนเหล่านั้นจะเชื่อในสิ่งที่เขาเล่าแต่นั่นอิมไพร์เล่าตามสิ่งที่ตนรับรู้และได้พบมาทั้งสิ้น

“ข้าจะเชื่อคำโกหก...”

“ห๋า????”

คาร์เรย์รีบกระโดดเกาะร่างของไอโรที่พร้อมจะเข้าไปหาเรื่องคนที่พูดไม่เข้าหูทุกเมื่อเอาไว้อย่างเหนียวแน่นไม่อย่างนั้นอาจจะกลายเป็นสงครามกลางเมืองก็เป็นได้

“แต่ตอนนี้รูปนั่นไม่อยู่แล้ว”

“อิมเพอร์ร่าเข้าไปเอามันมาแล้ว”

“พวกท่านเข้าไปเอาได้ยังไง? ไหนว่ามีเวทย์อะไรนั่น?”

เพราะไม่มีใครจะอธิบายไปได้ดีกว่าคนคิดแผนอีกแล้วคาร์จึงยกมือขึ้นด้วยใบหน้าเพิ่งตื่นนอนแล้วอธิบายอย่างเชื่องช้า

“เวทย์นั่นอยู่ที่เมืองสามเมืองและถูกทำลายไปอย่างเรียบร้อยตั้งนานแล้ว...ที่ยูโสซิสฝีมือแอมไพร์ ที่อาคเนย์ก็ฝีมือแอมไพร์ที่ฝากติดไปกับเจ้าชายตัวน้อยนั่น ส่วนที่อาร์ตเธก็เป็นฝีมือข้าเอง”

คาร์อธิบายราบเรียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งๆที่เขาและน้องชายร่วมมือกันทำลายเวทย์ที่แข็งแรงที่สุดไปแล้วแท้ๆ หลายคนมองหน้าคาร์อย่างเหลือเชื่อและเริ่มฉุกคิดได้จริงว่าไม่ควรที่จะเป็นศัตรูกับพวกปีศาจจริงๆ

“ท่านพูดถึงคนที่ดูแลบาป แบบนี้ท่านแอมไพร์เขา...แล้วใครจะดูแลบาปแห่งราคะ”เลโอหลีกเหลี่ยงที่จะใช้คำพูดที่ทำร้ายจิตใจใครหลายคนในที่นี้รวมทั้งตัวเขาเองด้วย

“เรื่องนี้ก็เป็นปัญหาอยู่ ตอนนี้บาปแห่งราคะลอยล่องเป็นผีไม่มีที่อยู่และคงต้องรีบหาใครมาดูแลแทนโดยเร็ว

ไคซารี่ว่าด้วยใบหน้าเครียดๆทั้งที่ยังยิ้มอยู่ มือเรียวลูบคางตัวเองอย่างครุ่นคิดก่อนหันไปถามคนที่นั่งตรงข้ามกัน

“เจ้าว่าไงฟีเอส?”

“ข้าไม่รู้”

อีกฝ่ายตอบกลับทันทีด้วยสีหน้าเหม็นเบื่อเกินทน เห็นไคซารี่บ่นพึมพำว่า”ยังไม่เลิกงอนแหะ”

“ถ้าสมมติว่าผู้ดูแลบาปไม่ใช่คนได้ไหมครับ? เป็นอัญมณี?”

“หมายความว่ายังไงเคอร์ริส?”

ไคเซอร์หันไปถามอัศวินปัฐพีที่เหมือนจะดึงสติกลับมาได้แล้ว คนผมเขียวเกาคอนิดหน่อยคล้ายจะเขินอายแบบแปลกๆก่อนจะเอ่ยออกมา

“ข้าเคยเป็นเทวทูตเพราะงั้นถึงรู้ศาสตร์อยู่อย่างหนึ่งที่น่าจะพอช่วยได้”เคอร์ริสเงยหน้ามองปฏิกิริยาของปีศาจทั้งหกตรงหน้าที่เป็นศัตรูกับสิ่งที่เขาเป็นอยู่ เหมือนเห็นว่าไม่มีความไม่พอใจออกมาเคอร์ริสจึงรีบกล่าวต่อ”อัญมณีผู้ผนึก มันเป็นสิ่งที่เอาไว้ผนึกบาปที่มีมากเกินความจำเป็น ก้อนเล็กๆเท่าหัวนิ้วมือยังกักเก็บบาปได้ปริมาณหนึ่ง แต่ถ้าอาศัยการเล่นแร่แปรธาตุที่ข้ากับน้องทำได้มันน่าจะสามารถควบคุมบาปได้ เราน่าจะสร้างสักเจ็ดอันแล้วใช้คุมบาปทั้งเจ็ด พวกท่านจะได้ไม่ต้องถูกผูกมัดอยู่กับบาปพวกนั้น ดีไหม?”

“นี่พวกเจ้ามีความสามารถกี่อย่างกันแน่เนี่ย?”ไคเซอร์ว่าพลางเลิกคิ้วตื่นๆ เขาไม่คิดว่าคนที่หน้าตาไม่น่าเอาถ่านแบบสองพี่น้องมาริคจะทำอะไรได้หลายๆอย่าง

“นี่อัศวินวารีกับปฐพีของข้าเชียวนะ อย่าดูถูกไปเชียว”ไอโรว่าพลางเก๊กท่าหล่อ

“แล้วเรื่องอัญมณีผู้ผนึกนั่นจะใช้เวลาสร้างนานแค่ไหน แล้วจะเอาไปเก็บไว้ที่ใดกัน?”อิมไพร์ออกปากถาม เขาเองก็คิดว่าเป็นความคิดที่ดีเหมือนกัน

“ข้าคิดว่าบาปนี่เป็นของมนุษย์ เราน่าจะเอาไว้ในดินแดนมนุษย์ น่าจะสร้างวิหารสักแห่งแล้วก็เก็บมันไว้ด้านใน”ฟีเอสเสนอความคิดออกมาพลาสเหล่มองเลโอที่มีท่าทางครุ่นคิดไม่ต่างกัน

“โบสถ์ที่อาเจแลงค์ ที่นั่นเคยมีโบสถ์หลังหนึ่งที่ถูกเผาไปตอนมิคาเอลอาละวาด ที่ตรงนั้นเคยใช้เก็บรูปแม่ของพวกท่านข้าว่ามันน่าจะใช้ได้”เลโอว่าพลางนึกถึงสถานที่แหงนั้น ว่าไปเขาก็นึกถึงอัลลาเต้กับวิลเลี่ยมอยู่เหมือนกัน ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง เรื่องสงครามนี่น่าจะรู้แล้วรวมทั้งเรื่องแอมไพร์ด้วย

“เจ้าไปปะทะกับมิคาเอลตอนไหน ทำไมข้าไม่รู้?”ไอโรถามอย่างฉงน

“ก็ตอนที่ถูกท่านส่งไปที่อาเจแลงค์ เพราะแบบนั้นข้าถึงได้เชื่อที่ท่านอิมไพร์เล่า ก็เจอมากับตัว...”

“งั้นเราตกลงตามนี้นะ อัญมณีผู้ผนึกเจ็ดก้อนกับวิหารต้องเร่งสร้างในเร็ววันเพราะไม่รู้ว่าจะมีผลอะไรตามมาบ้างกับบาปที่ไม่ได้ถูกดูแล เรื่องวัสดุกับกำลังคนข้าจะส่งตามมาสมทบที่หลัง มีใครคัดค้านอะไรหรือไม่?”

แต่ละคนได้แต่ส่ายหน้าพรืดเพราะเห็นไอโรชักดาบอกมาเตรียมฟันคอคนที่คิดต่อต้านเต็มที่แล้ว อิมไพร์ได้แต่มองอย่างแปลกใจที่มนุษย์เห็นด้วยอย่างง่ายดาย พอหันกลับไปมองก็พบเพียงราชาผมทองที่นั่งยิ้มแก้มปริพลางโบกไม้โบกมือประดุจนางงามอยู่

 

หลังจากนั้นสัญญาสงบศึกระหว่างแดนมนุษย์และแดนปีศาจก็ถูกร่างขึ้นโดยผ่านความเห็นชอบของพระราชาทุกองค์ในแดนมนุษย์ ครั้งแรกที่ประกาศออกมาไปมีผู้คนจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยแต่พอได้เห็นหน้าเหล่าบรรดาจักรพรรดิปีศาจชัดๆก็ต่างพากันยินยอมแต่โดยดี หน้าตาดีก็ได้ประโยชน์ตรงนี้แหละนะ ส่วนทางวิหารเองก็ถูกสร้างด้วยความรวดเร็วจนออกมาสำเร็จภายในเดือนเดียวทั้งๆที่ใหญ่โตเอาการ ด้านในวิหารมีกระจกสีติดเป็นลวดลายต่างๆ มีน้ำพุอยู่ตรงกลางวิหารและน้ำพุนั้นก็ล้อมไปด้วยหินผลึกแท่งสูงเป็นรูปปริซึมปลายแหลมหกเหลี่ยม อัญมณีทั้งหมดแลกมาด้วยอาการโคม่าต้องหยอดน้ำข้าต้มของของพี่น้องมาริคที่เลนแร่แปรธาตุกันทั้งวันทั้งคืนจนต้องหามส่งโรงหมอกันแทบไม่ทันเลยทีเดียว

ทุกอย่างล้วนพลันแปรไปตามกาลเวลาราวกับจะมีความสุข แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่ สิ่งที่ขาดหายยังไม่ถูกเติมเต็ม ร่างที่ไร้วิญญาณยังไร้วิญญาณเพียงแต่กลับไม่เน่าสลายไป ความเศร้าอาจจะปลิวหายไปจากใจคนแล้วบ้างแต่ก็ยังไม่หมดเลยเสียทีเดียว

“ที่นี่สวยมากเลย ข้าชอบนะ”

“ท่านชอบก็ดีครับ ถ้าไม่ชอบข้าคงสาปแช่งท่านจนตาย”เคอร์ริสว่าออกมาด้วยหน้าป่วยๆหลังจากเดินตามไอโรที่มาเดินชมวิหารที่เพิ่งสร้างเสร็จ

“ที่นี่ดูสว่างและสดใสจนไม่ทันคาดคิดว่าจะเป็นวิหารเก็บบาป”คาร์เรย์ว่าพลางยิ้มแห้งๆ

“เราคงต้องเปิดการคัดเลือกอัศวินมาประจำที่วิหารนี่แล้วล่ะ  เรียกว่าอัศวินศักดิ์สิทธิ์เป็นไง? มีเกียรติดีนะข้าว่า”

“อะไรก็เอาเถอะครับ ข้าคนหนึ่งล่ะที่จะไม่สมัคร”

“ถ้าเจ้าสมัครสิเคอร์ริส ข้าจะโกรธเจ้ายันหลานบวชแน่”

ไอโรขู่อาฆาตก่อนสายตาจะพลันเบนไปเห็นร่างๆหนึ่งที่อยู่อีกฟากของวิหาร

“เบล...”

“หว๋าๆ พวกข้าต้องพักแล้ว คุณหมอบอกให้พักมากๆเสียด้วย”

“นั่นสินะ เราไปกันเถอะครับพี่”

“เอ้ย เดี๋ยวสิ”

ไอโรเอ่ยรั้งสองศรีพี่น้องอัศวินแต่เจ้าพวกนั้นกับเดินลิ่วหายไปจากวิหารอย่างรวดเร็ว นี่มันคนป่วยที่ไหนกัน! คนปกติแล้วทั้งคู่เลย!

“ไอโร? เจ้ามาทำอะไรที่นี่?”

เสียงราบเรียบติดง่วงนอนดังออกมาจากด้านหน้าเรียกให้ไอโรหันกลับไปมองพลางยิ้มแห้งๆใส่ คาร์เลิกคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจกับปฏิกิริยาของอีกฝ่าย

“มาเดินเล่นน่ะ แล้วเจ้าล่ะ?”

“แค่มาดูผลงานว่าทำกันได้ดีหรือเปล่า สวยกว่าที่คิดเยอะเลย”

พอจบคำตอบของคาร์ทุกอย่างก็เงียบลง ไอโรสอดส่ายสายตาลอกแลกไปมาอย่างไม่รู้จะพูดอะไรออกไปดี

“เอ่อ...นี่ บาปแห่งความเกียจคร้านก็ออกไปแล้ว ทำไมยังทำตัวง่วงนอนอยู่ได้”เพราะไม่รู้จะคุยอะไรก็เลยออกปากบ่นไปเสียทีหนึ่ง ทางฝั่งคนถูกบ่นปรายตากลับมามองก่อนถอนหายใจ

“นี่มันกลายเป็นนิสัยข้าไปแล้ว คนที่ไม่อินกับบาปมีแค่พี่ใหญ่กับพี่รองเท่านั้นแหละ ถึงพี่รองจะชอบทำตัวขี้โมโหแต่จริงๆแล้วเขาใจดีมากนะ เจ้าก็เคยกินขนมที่เขาทำมาให้ใช่ไหมล่ะ?”

“อ่ะ..เอ่อ..ใช่ เคย”ไอโรตอบแบบเก้ๆกังๆก่อนจะตัดสินใจได้ว่าควรออกไปจากทีนี่เสีย

“ข้าว่าข้าขอ...”

“ข้าจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีกแล้วล่ะ”

“หา? ทำไม? กลัวกลับมาแล้วคิดถึงบาปที่เคยรักษาหรือไง?”

คาร์ละสายตาจากการเงยหน้ามองแท่งผลึกสีเดียวกับเส้นผมตนลงมายังคนข้างกายที่ทำสีหน้าแปลกๆอยู่ ร่างสูงคลี่ยิ้มบางๆก่อนเอ่ยออกมา

“ข้าหมายถึงข้าคงไม่กลับมาที่ดินแดนมนุษย์อีก”

“ห๊ะ?! ทำไมล่ะเบล? เขาไม่ได้ห้ามเข้านะ”

“เขาไม่ไดห้ามแต่ข้าละอายเกินกว่าจะเข้ามา เจ้าก็รู้ดีว่าข้าทำอะไรกับแผ่นดินแห่งนี้ไว้บ้าง...รู้ดีกว่าใครเพราะเป็นเจ้าเองที่ถูกข้าทำร้าย”

นัยน์ตาสีครามวูบไหวเล็กน้อยหลังจากเอื้อนเอ่ยประโยคนั้นออกมา คาร์ถอนหายใจยาวก่อนจะเดินเข้าหาไอโรที่อยู่ข้างตัวจนพระราชาผมทองผงะไปเล็กน้อย

“มีอะไร?”

“แต่ก่อนจะไปข้าคงต้องจัดการกับบางเรื่องก่อน”

เสียงราบเรียบเอ่ยก่อนคาร์จะจับมือของไอโรเอาไว้ พระราชาหน้าขึ้นสีอย่างไม่ทราบสาเหตุเพียงแค่ถูกจับมือ นัยน์ตาสีครามที่มองมาที่เขาช่างแน่วแน่จนไม่กล้าถอนสายตาออกเลยจริงๆ

“ข้ารู้ว่าทีแรกที่เข้ามาเพราะเพียงต้องการรู้ว่าเจ้ารักแอมไพร์หรือไม่และเรื่องก็เลยเทิดไปไกลเกินกว่าข้าจะควบคุมได้ ข้ารู้ว่าที่ผ่านมาข้าผิด เพียงแต่ไม่เคยได้เอ่ยคำขอโทษ ข้าอยากพูดมันก่อนที่จะสายเกินไปเหมือนคนบางคน”

ตัวอยู่ตรงนี้แต่ปากยังคงกระแนะกระแหนอีกคนไม่เลิกจนไอโรอ่อนใจ เข้าใจว่าคาร์รักน้องมากแต่ไม่จำเป็นจะต้องอะไรขนาดนี้ก็ได้นี่

“ไอโร...”

“หือ?”

“ข้ารักเจ้านะ”

คำพูดที่อยู่ๆก็กล่าวออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้ไอโรหน้าเหรอ ร่างตรงหน้าไม่มีสี่แววว่ากำลังล้อเล่นหรือหลอกให้เขาหัวปั่นเล่น มันมีแต่ความจริงใจที่ส่งออกมาจากสายตา

“ข้า...”

ไม่ทันได้เอ่ยอะไรออกไปริมฝีก็ถูกประทับด้วยปาดของอีกคน คาร์ประกบปากกับไอโรอยู่เนิ่นนาน น่าแปลกที่ไอโรไม่ได้ผลักออกหรือขัดขืนใดๆ

“ไม่ต้องหรอก...ข้ารู้ไอโร...ข้ารู้คำตอบดี”

“เจ้าไม่...”

“ข้าว่าเจ้าคงไม่คิดกับคนที่เคยทำร้ายเจ้าคนนี้เกินไปกว่าเพื่อนหรือเพียงพันธะมิตรปีศาจเท่านั้น”

คาร์ปล่อยมือของไอโรออกให้เป็นอิสระก่อนจะเผยรอยยิ้มที่อบอุ่นออกมา มือเรียวยกขึ้นลูบหัวของไอโรก่อนจะฝั่งจมูกลงบนเรือนผมสีทองสว่างนั่น

“ลาก่อนนะ”

รู้สึกตัวอีกทีกับคำพูดสุดท้ายคาร์ก็หายไปจากที่ตรงนั้น ไอโรทำได้เพียงแตะที่เส้นผมของตนเองก่อนจะเอ่ยพึมพำเบาๆ

“ทำไมเจ้าไม่ฟังข้าบ้าง...ว่าข้าก็รักเจ้าเหมือนกัน...”

 


ฮือ...บทสุดท้ายแล้วอ่า...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

15 ความคิดเห็น

  1. #1048 kwa_rkh (@kwa_rkh) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 22:12
    แอมไพร์ละ แอมไพร์ ต้องมีทางช่วยสิ??
    #1048
    0
  2. #1039 Bloody_Mary (@bloody-marry) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 12:18
    จะจบแล้วอ่ะ
    #1039
    0
  3. #805 hayama aya (@marioto) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2557 / 09:33
    ไม่อยากให้จบเลยย แอมไพร์ทำไมต้องจากเลโอไปด้วยย;(
    #805
    0
  4. #803 ..BBooKK.. (@horseaholic) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2557 / 09:02
    ใจหายจริงๆด้วย จบแล้วจริงๆหรอจบแบบนี้มันเศร้าไปนะT^T ขอบคุณไรท์มากๆนะคะที่แต่งเรื่องดีดีแบบนี้มาให้อ่านจะรอติดตามเรื่องถัดไปนะคะ
    #803
    0
  5. #795 N เอ็น (@nlm1122) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2557 / 02:34
    เว้นวรรคให้คนอื่นพูดบ้างสิเฮ้ย!
    #795
    0
  6. #781 บุคคลนิรนาม436 (@bowvee436) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2557 / 15:34
    เอาแอมไพร์คืนมาน้าาาาาา TT^TT
    #781
    0
  7. #780 run-runfry (@run-runpick) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2557 / 23:41
    เอาแอมไพร์คืนมาาาาาาาา
    #780
    0
  8. #779 ชิน เรย์ (@chin-rei) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2557 / 09:08
    ไรเตอร์ เอาแอมพ?คืนมาาาาา
    #779
    0
  9. #778 |||No_Name||| (@oom-kanyarat) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2557 / 19:40
    แอมไพร์ต้องกลับมาฮืออออออออออ
    #778
    0
  10. #777 ..BBooKK.. (@horseaholic) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2557 / 18:47
    จะจบจริงๆแล้วหรอคะ ไม่เอาน้าาาาประท้วงงงจบแบบนี้ไม่เอาจริงๆนะToT
    #777
    0
  11. #775 Katty Cheerfully (@kattycheerfully) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2557 / 09:46
    คิดถึงแอมไพร์อะ ไอโรไม่ต้องแอ๊บโหดหรอก ฮ่า ๆ ๆ
    #775
    0
  12. #773 KillerKill (@valasmps) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2557 / 08:22
    แอมไพร์ กลับมาเถอะ TT
    #773
    0
  13. #772 mytrick (@thevanz) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2557 / 22:20
    ไม่อยากให้จบเลยอ่ะ น่าจะมีตอนพิเศษมาบ่อยๆด้วยนะ พลีส~
    #772
    0
  14. #771 annaaa (@anna_anna) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2557 / 21:10
    มาอัพต่อไวไวน้า
    #771
    0
  15. #770 guinw55 (@guinw55) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2557 / 20:13
    ไอโรฟิวส์ขาดแล้วโหดอ่ะ... ทำเอาราชาเมืองอื่นหัวหดกันหมดเลย 555 สะใจ

    แอมไพร์จะไม่ตื่นขื้นมาจริงๆเหรอ TT__________TT

    เหมือนคุ้นๆว่าเลโอจะมีพลังอะไรบางอย่างที่ยังไม่ได้ใช้แต่จำไม่ได้อ่ะ(รึจำผิดก็ไม่รู้)...พลังเทพเพอร์ซิอุซ? ถ้ามีก็รีบใช้สิเลโอวววว
    #770
    0