Knight Vs Queen! ศึกปราบเกรียน[อัศวินแด่ราชินี]

  • 96% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 35,034 Views

  • 1,107 Comments

  • 1,802 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    22

    Overall
    35,034

ตอนที่ 45 : Special Round : Love at first sight

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 964
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    11 มี.ค. 58

COCO:']MUSiC CA'fe

Specail Round

Love at firsst sight.

ไม่มีทางเรื่องเพ้อฝันความผูกพันธ์ไม่ง่ายดาย รักแรกพบมีอยู่จริงในนิยาย

 

ตอนนี้ในปราสาทกำลังเต็มไปด้วยเสียงอึกทึกจนน่าปวดหัว เด็กชายตัวน้อยได้แต่เบ้หน้าด้วยความไม่ชอบใจ ร่างเล็กๆอยู่ในชุดผ้าเนื้อดีที่บ่งบอกฐานะของเด็กชายตัวน้อยคนนี้เป็นอย่างดี เส้นผมสีม่วงเข้มถูกมัดรวมเป็นจุกเล็กๆที่ต้นคอ นัยน์ตาสีม่วงเข้มสวยเสมองรอบกายที่มีแต่พวกแปลกๆเดินไปมาด้วยความอยากฆ่าเวลา แต่ละร่างที่ผ่านไปช่างแปลกตาแต่ไม่ได้ประหลาดจนน่าวิ่งหนี แม้บางร่างจะมีเขางอก มีหาง มีหูเพิ่ม มีหลายแขน มีหลายขา หรือไม่ได้มีสภาพเหมือนเขาเลยสักนิดก็ตาม แต่เด็กชายก็ยังเห็นมันเป็นเรื่องธรรมชาติอยู่ดี

“เอมเพอร์ มานั่งทำอะไรตรงนี้น่ะ นี่วันเกิดน้องนะ”

เสียงทุ้มๆที่คุ้นเคยทำให้เด็กหนุ่มเบนหน้ากลับไปมองก่อนจะฉีกยิ้มหวานละลายใจผู้ที่เดินเข้ามาทักทายเขา

“พี่รอง วันนี้พี่สวยจัง”

คนถูกชมนิ่วหน้าอย่างไม่รู้จะแสดงอารมณ์อะไร การถูกชมว่าสวยไม่ใช่เรื่องที่เหมาะแก่เจ้าของบาปแห่งโทสะมากเท่าไหร่ นัยน์ตาสีแสดมองน้องชายตัวดีผ่านเลนส์แว่นสายตาอย่างไม่เข้าใจ

“สวยตรงไหน อะไรของน้องน่ะ”พี่คนสวยพึมพำอย่างไม่เข้าใจนัก

“น่าๆ พี่อิมเพอร์ร่าสวยเสมอสำหรับข้าแหละ อย่ามาคิดจีบพี่ข้านะ!!

ท้ายประโยคเด็กชายตัวน้อยหันไปชี้หน้าปีศาจที่เป็นแขกร่วมงานที่กำลังเหล่สายตามามองพี่คนรองของตระกูลที่กำลังทำสีหน้าเหมือนโลกจะแตกเข้าไปทุกทีๆ

“พูดอะไรของเจ้าเนี่ย”

มือเรียวยกขึ้นคลึงขมับอย่างไม่รู้จะทำยังไงดี แอมไพร์มองภาพนั้นด้วยหัวเราะเบาๆ เขาไม่ได้แกล้งพี่รองนะ แต่พี่รองของเขาสวยเจริงๆ เส้นผมสีแสดที่ไวยาวถึงกลางหลังเคียงใบหน้าเรียวขาวสะอาดตา นัยน์ตาสีแสดวาวสวยราวดวงตาของกวาง ริมฝีปากสีแดงระเรื่อนั่นยิ่งทำให้ดูสวยเข้าไปใหญ่ รูปร่างของพี่คนรองก็ไม่ใช่ว่าต่ำกว่ามาตรฐานผู้ชายเพียงแต่เลยมาตรฐานมานิดเดียวเท่านั้น เทียบกับพี่คนโตที่สูงยังกับต้นสนเดินได้แล้วพี่คนรองเลยดูตัวเล็กไปเลยทีเดียว ยิ่งอีกฝ่ายอยู่ในชุดพิธีที่ไม่รู้ว่าใครสั่งตัดซึ่งมันเป็นชุดคลุมยาวถึงตาตุ่มสีขาวขริบทอง แขนเสื้อยาวรุ่มร่ามแต่ดันเข้ากันดีจนน่าแปลกใจ

“ว่าแต่น้องเถอะ พี่ถามยังไม่ตอบเลยนะว่ามาทำอะไรตรงนี้ วันนี้วันเกิดเจ้านะเอมเพอร์”

“ข้าเบื่อนี่นา มีแต่ใครก็ไม่รู้เดินไปเดินมาเต็มไปหมด วันเกิดน่ะจัดแค่ในหมู่ครอบครัวก็พอแล้วนะ!”เด็กชายว่าพลางกอดอก แก้มขาวๆพองลมจนดูน่ารักปนน่าตลก

“เจ้าก็รู้ว่าเราจำเป็นจะต้องทำให้ปีศาจทั้งแดนปีศาจรู้ว่าเจ้าเป็นใคร เขาจะได้ไม่กล้ามายุ่งกับเจ้า”พี่คนรองชี้แจงก่อนจะก้มลงไปจูงมือน้องคนเล็กที่นั่งหน้ามุ่ยอยู่ที่เก้าอี้ตัวเล็ก

“ไปหาท่านพ่อกันเถอะ คาร์ก็อยู่นั่น เจ้าไปนั่งกับคาร์ก็ได้”

ร่างเล็กใช้ข้าสั้นๆเดินตามพี่ชายคนรองต้อยๆไปยังจุดหมายที่ปีศาจหัวแสดกล่าวถึง ดวงตาสีม่วงมองซ้ายมองขวาคล้ายหาอะไรสักอย่างอยู่อย่างตั้งใจจนเมื่อมาถึงที่หมายเด็กชายก็หยุดการกระทำลง

“แอมไพร์”

“ท่านแม่~”

เด็กหนุ่มร้องเรียกก่อนจะกระโดดโผลเข้าใส่ร่างที่มีเส้นผมสีเงินสวยยาวปะบ่าเต็มแรง คนถูกเรียกรับร่างนั้นเอาไว้ก่อนจะยู่หน้า

“พ่อบอกกี่ครั้งแล้วใครเรียกพ่อ เรียกแต่แม่ๆๆอยู่ได้ ใครเขาสอนเนี่ย”ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของเส้นผมสีเงินกล่าวออกมาอย่างไม่จริงจังเท่าไหร่นักก่อนจะหัวเราะไปกับเด็กชายในอ้อมแขนทีหัวเราะชอบใจไม่หยุด

“ถ้าจะบอกว่าใครสอนล่ะก็...เบลแน่ๆ!

“ไม่แอมไพร์ไม่ คาร์ไม่ขยันนาดนั้น”คนเป็นพ่อว่าด้วยน้ำเสียงจริงจังนิดหน่อยก่อนจะกวาดสยตามองลูกคนที่เหลือยกเว้นเด็กหัวฟ้าที่นั่งดูดน้ำหวานฟืดๆอยู่อย่างตั้งใจ

“พ่อถามจริงๆ ใครเป็นคนสอนน้องให้เรียกพ่อว่าแม่เนี่ยน่ะหา? เดี๋ยววิญญาณแม่เจ้าก็ได้กลับมาเขกหัวพ่อตายพอดี”

“ก็อยากให้กลับมานี่ครับ”

“เงียบไปน่าเซทซัส”

“สารภาพไปเถอะว่าเจ้าเป็นคนสอนน้องพูดน่ะไคเซอร์

“บ้านเจ้าสิไคซารี่!

“อ๊ะ...หลังเดียวกันนี่

คนเป็นพ่อได้แต่มองลูกคนที่สาม สี่ และห้าตีกันอย่างปลงๆ ไม่ว่าเมื่อไหร่เด็กสามคนนี้ก็ตีกันได้ตลอดจนมันกลายเป็นกิจวัตรไปแล้ว ความจริงมันอาจจะมีคาร์ร่วมเข้าไปด้วยแต่เพราเจ้าตัวนั้นขี้เกียจเกินกว่าจะขอมีส่วนร่วมก็เลยเอาแต่นั่งดูดน้ำหวานมองพี่ชายตัวเองตีกันแทนละครโรงหนึ่ง

“จะให้ข้าตอบไหมล่ะครับว่าทำไมเอมเพอร์เรอ์ถึงชอบเรียกท่านว่าแม่”พี่ชายคนโตส่าด้วยน้ำเสียงเรียบๆก่อนจะมองพ่อตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า

“นี่เจ้ากำลังหมายความว่าไงเนี่ยหา?”คนเป็นพ่อถามด้วน้ำเสียงหาเรื่องพร้อมวางมวยกับลูกชายคนโตเต็มที่

“ท่านก็เลิกส่องแสงแยงตาสิครับ แล้วก็ช่วยทำหน้าให้สวยน้อยๆกว่าปีศาจผู้หญิงแถวนี้หน่อย รวมไปถึงเก็บพลังบาปแห่งราคะเข้าไปด้วย นั่นจะทำให้เอมเพอร์กลับมาเรียกท่านว่าพ่อก็เป็นได้”

คนเป็นพ่ออ้าปากชี้หน้าลูกชายตัวดีที่ยืนวิจารณ์เขาปาวๆก่อนจะสะบัดหน้านี้จดเส้นผมสีเงินสะบัดตาม ดวงตาสีฟ้าครามแสดงความไม่พอใจออกมานิดหน่อย

“อย่าคิดว่าถือบาปแห่งยโสอยู่แล้วจะทำอะไรก็ได้นะ ยังไงข้าก็เป็นพ่อเจ้านะเว้ยเฮ้ย!

“ก็ไม่ได้คิดอยู่แล้วนี่ครับ ท่านละเมอเองล้วนๆ โอ๊ย!

“พี่ใหญ่! ทำไมท่านชอบว่าท่านพ่อแบบนี้นะ ให้ตายเถอะน่า”

ดวงตาสีโลหิมองหน้าน้องคนรองพลางลูบแขนตัวเอง่วนที่โดนอีกฝ่ายหยิดปอยๆด้วยความเจ็บ ทำไมอิมเพอร์ร่าชอบลงไม้ลงมือกับเขาจังเลย ไม่เข้าใจจริงๆ น้องชายผู้นอยมความรุนแรงหันไปรองเนอะกับคุณพ่อผมเงินก่อนจะกอดคอกันดี๊ด๊าจนแทบจะแยกไม่ออกว่าสรุปนี่พ่อลูกหรือกีงเพื่อนสาว ถ้ารวมไคซารี่ไปอีกคนก้คงได้อยู่

“นี่พี่ๆครับ...”

“มีอะไรเหรอคาร์? น้ำหวานหมดหรือไง?”

แม้จะมีแอมไพร์เข้ามาเป็นน้องคนสุดท้องแล้ว แต่ทุกคนก็ยังไม่วายเลิกทำเหมือนคาร์เป็น้องเล็กสุดอยู่ดี ก็อยู่กันแบบมีหกคนและมีเจ้าหัวฟ้าเป็นน้องคนเล็กมาเป็นร้อยๆปี มันเพิ่งจะขยับมาเป้นคนรองสุดท้องเมื่อสี่ห้าปีก่อนเองก็เลยไม่ค่อยชินเท่าไหร่

“ไม่ใช่ครับ...”

“หรือว่าอยากกินเค้กล่ะ

“นั่นก็ไม่ใช่อีก”

“หรือว่า...”

“ช่วยฟังข้าก่อนได้ไหมครับ ตอนนี้ข้าไม่ใช่เด็กน้อยสามขวบเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ อายุข้ากับพวกท่านห่างกันยังไม่ถึงสิบปีด้วยซ้ำ”เด็กผมฟ้าว่าเสียงเหนื่อยหน่าย ถึงร่างนั้นจะเหมือนเด็กอายุหกเจ็ดขวบแต่ความจริงแล้วคาร์ก็มีอายุขึ้นหลักร้อยมานานแล้ว ที่เขามีร่างเป็นเด็กตัวเล็กๆเพราะต้องการจะเติบโตคู่ไปกับน้องชายผมม่วงที่ยังเล็กอยู่เท่านั้น

“แล้วสรุปเจ้าจะบอกอะไรพี่ๆเขาล่ะ?”คนเป็นพ่อถามพลางมองลูกชายด้วยรอยยิ้ม

“แอมไพร์น่ะ...หายไปไหนแล้วล่ะครับ?”

“....”

“หายไปแล้ว...”

“....”

“ความจริงข้าเห็นเขาวิ่งไปที่ทางออก...”

“แล้วทำไมไม่บอกแต่แรกเล่าเด็กบ้า!!!

 

แม่ของเขาป่วย...ป่วยมานานแล้ว นานพอกว่าที่เขาจะรู้สึกหดหู่แม้จะเป็นเพียงเด็กน้อยอายุหกขวบก็ตามแต่ เส้นผมสีแดงยาวปรกหน้าปรกตาเพราไม่มีใครใส่ใจพอจะพาเขาไปตัด ดวงตาสีเทาดูเศร้าหมองยาวเมื่อมองภาพตัวเองที่สะท้อนในน้ำใสแจ๋วนั่น

“เมื่อไหร่ท่านจะหายนะ...ท่านแม่...”

“เจ้ามาทำอะไรตรงนี้น่ะ?”

ร่างของเด็กชายเงยหน้าขึ้นจากน้ำในลำธารมองไปยังอีกฝ่ายที่มีร่างเล็กๆไม่ต่างจากตนยืนเท้าเอวอยู่ เสื้อผ้าดูดีหรูหราขาดแหว่งเป็นบางส่วนคาดว่าคงไปเกี่ยวกิ่งไม้ที่ไหนแถวนั้นมา เส้นผมสีม่วงยุ่งเหยิงกระเซอะกระเซิงยิ่งกว่าที่เขาเป็น ใบหน้าขาวๆเปื้อนดินเล็กน้อยแต่ไม่อาจกลบความงดงามของใบหน้านั้นไปได้ เด็กผมม่วงเดินเข้าใกล้ลำธารก่อนจะวักหน้าขึ้นล้างหน้าตัวเองให้สะอาดเอี่ยม

“เจ้ามาทำอะไรที่นี หน้าตาดูไม่ได้เอาซะเลย?”เด็กผมม่วงถามเสียงใสอย่างร่าเริง

“ว่าแต่ข้า เจ้าเสียมากกว่าที่ดูไม่ได้”เด็กชายผมแดงพึมพำก่อนจะมองอีกฝ่ายอย่างสงสัย

“เอ๊า! ทำไมทำหน้าแบบนั้นเล่า ข้าแปลกมากในสายตาเจ้าหรือไง? หรือว่ามีหูสามหู มีหางงอกมา ข้าว่าข้าไม่ได้เป็นแบบนั้นนะ”เด็กผมม่วงพูดออกมาอย่างคล่องปากพลางยับตัวสำรวจตัวเองเพราะเกรงว่าจะมีอะไรแปลกๆออกมาจริงๆ

“เด็กประหลาด”

“ห๊ะ...เจ้าว่ายังไงนะ?”

เด็กผมม่วงทำเสียงแข็งก่อนจะมองตาขวางๆ

“เจ้ามันเด็กประหลาด”

“หา??????”

อีกฝ่ายว่าเสียงแข็งก่อนจะเดินถอยหลังไปสองสามก่อน หลังจากนั้นร่างนั้นก็วิ่งกระโดดทะยานข้ามลำธารสายเล็กแห่งนั้นไปยังอีกฝั่งท่ามกลางความตกตะลึงของเด็กชายผมแดงที่ยืนมองอยู่

“เจ้าหาว่าใครประหลาดน่ะหา?”

เด็กผมม่วงเดินเข้าไปเขย่าคอเสื้อร่างที่สูงกว่าตนนิดหน่อยด้วยความหาเรื่อง นัยน์ตาสีม่วงใสแจ๋วนั่นออกแนวหาเรื่องคนตรงหน้าเต็มที่ แต่มันทำให้เด็กผมแดงหัวเราะออกมาเสียมากกว่า

“ฮ่าๆๆๆ เจ้ามันตลกจัง”

เด็กผมม่วงได้แต่กระพริบตาด้วยความไม่เข้าใจก่อนจะคลายมือที่จับอยู่ออกแล้วหลบออกไปพึมพำกับตัวเองเบาๆ

“เจ้านี่มันเต็มเต็งหรือเปล่าวะ?”

“ฮ่าๆๆ ว่าแต่ข้า แล้วเจ้ามาทำอะไรที่นี่?”

เด็กผมม่วงหันไปเพราคำถามของอีกฝ่าย นัยน์ตาสีม่วงมองหน้าร่างเด็กผมแดงตรงหน้าก่อนจะกระพริบตาถี่ๆพลางคิดหาคำตอบที่พอจะตอบออกมาได้อย่างไม่น่าแปลกใจนัก

“อารมณ์ประมาณ...มาหาประสบการณ์ชีวิต”

“ประสบการณ์ชีวิต? ตัวแค่นี้เนี่ยนะ?”

“เจ้าทำเหมือนว่าเจ้าตัวใหญ่กว่าข้ามากมายงั้นแหละ”

“อย่างน้อยข้าก็มั่นใจว่าข้าโตขึ้นต้องสูงกว่าเจ้าแน่ๆ”

“หน๊อย! อย่ามาดูถูกกันนะเจ้าหัวแดงนี่! คนหัวแดงนี่น่าโมโหหมดทุกคนเลยหรือไงกันน่ะ!

เด็กผมม่วงโวยวายด้วยความไม่พอใจก่อนจะลงไปนั่งจุมปุ๊กอยู่ข้างริมธารด้วยอารมณ์ไม่ดี เด็กผมแดงเห็นดังนั้นจึงเดินเข้ามานั่งลงข้างๆกันพลางหันมองใบหน้าที่มีคาบน้ำติดอยู่นิดหน่อย มือเล็กๆยกขึ้นก่อนจะใช้แขนเสื้อของตัวเองเช็ดใบหน้าอีกฝ่าย

“ทำอะไรน่ะ!

“เช็ดหน้าให้ หน้าเจ้าเลอะเนี่ย ดูไม่ได้เลย”เด็กชายว่าเรียบๆพลางตั้งหน้าตั้งตาเช็ดใบหน้าของเด็กชายผมม่วงอย่างตั้งใจเกินกว่าเหตุ

“ไม่ต้องมายุ่งกับข้าเลย งอนแล้ว!”เด็กผมม่วงว่าพลางปัดมือนั้นออกด้วยแรงอันน้อยนิดของตนเอง อีกฝ่ายได้แต่ขำเบาๆก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปหา

“งอนหรอ?”

“เอ๊อ!

“งั้นดีกันนะ อย่างอนเลย”

นิ้วก้อยป้อมๆถูกส่งมาหาเด็กผมม่วงที่หลับหูหลับตาเชิดหน้าหนีอยู่ ลูกแก้วสีม่วงใสค่อยเบนกลับมามองที่นิ้วมือนิ้วนั้นด้วยใบหน้าที่ยังมีความไม่พอใจอยู่

“คิดว่าแค่นี้จะพอหรือไงกันน่ะ?”

“โอ๋ๆ ข้าขอโทษ ไม่ว่าเจ้าโกรธอะไรข้าขอโทษทั้งนั้น อย่างอน อย่าโกรธเลยนะ คิกคิก”

“ขำอะไรเนี่ย...”

อีกฝ่ายว่าเหมือนไม่พอใจแต่สุดท้ายก็ยิ้มแล้วก็หัวเราะตามคนง้อไปจนได้ นิ้วก้อยป้อมๆยอมส่งมาหาแล้วเกี่ยวเอาไว้เพื่อบ่งบอกว่ายอมดีด้วยแล้ว

“ข้าถามจริงๆนะ สรุปเจ้ามาทำอะไรที่ริมธารนี่ เห็นทำหน้าไม่ค่อยจะดีเลย”

ที่ใบหน้าของเด็กผมม่วงมีป้ายที่เหมือนจะแปะไว้กลางหน้าผากว่า”ข้ามองอยู่นานแล้ว”อยู่ เด็กผมแดงได้แต่หัวเราะแผ่วๆก่อนจะตอบกลับไปอย่างไม่เต็มเสียง

“แม่ข้าป่วยน่ะ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะหาย”

ใบหน้าของเด็กหนุ่มผมม่วงสลดไปชั่ววูบห่อนจะกลับมายิ้มให้อีกครั้ง มือเล็กๆเอื้อมไปจับมือของอีกคนที่อยู่ใกล้ๆก่อนจะส่งยิ้มให้อย่างอ่อนโยน

“ขอให้แม่เจ้าหายไวๆนะ เจ้าโชคดีที่ยังมีแม่ ถ้าแม่เจ้าหายแล้วดูแลท่านให้ดีๆนะ”

“หมายความว่าไงกันน่ะ...”

เขาเข้าใจว่าเด็กผมม่วงกำลังอวยพรแต่ไอ้คำพูดแปลกๆนั่นหลังจากคำอวยพรคืออะไร เด็กหนุ่มผมม่วงบิ้มกว้างให้อีกครั้งก่อนใบหน้านั้นจะค่อยๆสลดลงไปเล็กน้อย

“แม่ข้าเสียไปแล้วล่ะ เสียตั้งแต่ตอนคลอดข้า และวันนี้ก็เป็นวันครบรอบวันตายของท่าน”

เด็กผมแดงได้ยินแบนั้นก็ตกใจปนเศร้าใจ นัยน์ตาสีเทาจับจ้องใบหน้าของเด็กข้างกายอย่างเหลือเชื่อ เด็กคนนี้ดุแล้วอายุไม่ห่างจากเขาไปเท่าไหร่แต่กลับเข้มแข็งรับความปวดราวแบบนั้นได้ กล้าพูดได้เต็มปากว่าแม่จากไปแล้วโดยไม่มีความอ่อนแอฉายออกมา มีแต่ความเศร้าที่มอบให้แด่คนที่จากไปเท่านั้น

“งั้น...เรามาทำอะไรเพื่อแม่เจ้ากันไหม?”

“ทำอะไร?”

เด็กชายผมแดงไม่ตอบ เขาเพียงดึงมือคนข้างๆตัวลุกขึ้นแล้วพาเดินไปตามริมลำธารเรื่อยๆท่ามกลางความเงียบ เด็กผมม่วงไม่เข้าใจหรอกว่าอีกฝ่ายกำลังจะพาเขาไปไหน รูแค่ว่าเดินตามไปก็ไม่มีอะไรที่เป็นอันตรายแน่ๆ

 มือคู่นี่อุ่นมาก....อุ่นจนเหมือนจะโอบอุ้มหัวใจที่อ้างว้างลึกๆให้หายไป

ดวงตาคู่นั้นเข้มแข็ง...เข้มแข็งจนมั่นใจว่าคนคนนี้จะปกป้องเขาได้

แผ่นหลังเล็กๆนั้นมั่นคง...มันคงมากพอจะให้เขาซ่อนตัวอยู่ด้านหลังในยามที่หวาดกลัวอันตราย

เด็กหนุ่มผมม่วงไม่รู้ว่าความรู้สึกแบบนี้มันเรียกว่าอะไร ทั้งๆที่ไม่ได้มีอะไรให้น่าประทับใจเลยแท้ๆ ก็แค่เด็กคนหนึ่งที่ทำอะไรไปอย่างไร้ความหมาย ก็แค่ง้อเขาเหมือนอย่างที่คนอื่นๆทำยามที่เขางอนหรือไม่พอใจ ไม่มีวาจาหวานๆมาหยอด ไม่มีของดีๆมาให้ ไม่มีถ้อยคำหวานซึ้งที่แสนกินใจ มีแต่คำพูดบ้านๆ รอยยิ้มง่ายๆ วิธีการง้อแบบไร้เซนส์ชนิดที่หาเจอได้ทั่วไป แต่แปลกที่มันทำให้เด็กหนุ่มผมม่วงชอบอย่างประหลาด

“นี่ไงๆ”

เสียงของคนด้านหน้าเรียกให้คนเดินตามได้สติ ใบหน้าของคนที่เพิ่งเจอกันไม่รู้แม้แต่ชื่อกังหันมามองเขาแล้วฉีกยิ้มกว้างให้อย่างไม่เสแสร้ง มืออีกข้างที่ไมได้จับมือเขาไว้ผายออกไปด้านหน้า

“ท่ะ...ทุ่งดอกไม้?!

“อื้อ! พ่อข้าบอกว่าสายน้ำเป็นสื่อกลางระหว่างคนเป็นและคนตาย เพราะงั้นถ้าฝากดอกไม้ไปกับสายน้ำต้องไปถึงแม่เจ้าแน่!

“ทำไม...”

เด็กหนุ่มผมม่วงได้แต่กลืนคำถามลงไปในลำคอเมื่อเห็นใบหน้าของคนตรงหน้า เสียงของเขาหายไปแห้งผากจนเหมือนพูดไม่ได้ขึ้นมาเสียเฉยๆ

“เจ้าน่ะรักแม่ไม่ใช่เหรอ?”

“ถ้าไม่รักแม่...แล้วจะให้ไปรักใครล่ะ?”

เด็กหนุ่มม่วงตอมอ้อมแอ้มพลางก้มลงมองเท้าตัวเอง มืออีกข้างที่ว่างเปล่ากำเข้ากำชายเสื้อคลุมยาวที่ตในส่อยู่ก่อนร่างจะถูกดึงไปด้านหน้า ร่างผมแดงเดินไปโดยมืออีกข้างยังจับมือคนผมม่วงไว้แน่น

“ช่วยกันเก็บดอกไม้ ไปใส่ลำธารกัน”

“แต่...แต่เอาไว้แบบนี้มันสวยกว่าไม่ใช่เหรอ!

เสียงที่คัดค้านขึ้นทำให้เด็กผมแดงหันมอง เห็นใบหน้าของเด็กผมม่วงที่ก้มลงมองเท้าตัวเองก่อนดวงตาสีม่วงนั้นจะเสขึ้นมอง

“ให้มันอยู่ที่ต้น มันสวยกว่าไม่ใช่เหรอ? หรือเจ้าไม่คิดแบบนั้นกันล่ะ”

คำถามของเด็กผมม่วงทำให้เด็กผมแดงนิ่งงัน นัยน์ตาสีเทาเบิกขึ้นเล็กน้อยด้วยความไม่คาดคิด ไม่คิดว่าจะมีใครสักคนใส่ใจใจสิ่งที่ไม่มีปากมีเสียงอย่างต้นไม่ใบหญ้า ร่างของคนที่เขาจับมืออยู่ใส่ใจทุกสรรพสิ่งเป็นโลก ไม่แบ่งแยกว่ามีชีวิตหรือไม่มีชีวิต พูดได้หรือพูดไม่ได้ มีจิตใจหรือไม่มีจิตใจ ขอแค่มันคงอยู่ก็พร้อมจะใส่ใจและปล่อยให้มันเป็นไปอย่างไม่ต้องการไปเปลี่ยนแปลง

...เขาชอบคนแบบนี้...

...ชอบความอ่อนโยนแบบนี้...

...ชอบความคิดแบบนี้...

...เขาชอบคนคนนี้...

“นี่...เป็นอะไรน่ะ?”

“ห่ะ..อ๋อ เปล่า”เด็กชายปฏิเสธเสียงแผ่ว รู้สึกใบหน้าร้อนๆเมื่ออีกฝ่ายยกมือขึ้นทาบหน้าผากเขาด้วยใบหน้าเป็นห่วงเป็นใย

“เจ้า...”

“หือ?”

“โตขึ้นมาเป็นเจ้าสาวข้านะ”

“หา!!!

เด็กผมม่วงร้องลั่นทำหน้าเหมือนคนเห็นผีแต่ทางเด็กผมแดงกลับมีสีหน้าจริงจังจนน่าหวาดหวั่น เด็กผมม่วงเม้มปากจนเป็นเส้นตรงก่อนจะตอบกลับเบาๆ

“ข้าเป็นผู้ชายนะ”

“ใครจะสน”

พอได้ยินคำตอบแบบนั้นก็รู้สึกเหมทอนหน้าชาไปทั้งแทบ เด็กนี่มันโรคจิตเกินไปแล้ว! เด็กผมม่วงร้องในใจ เห็นดวงหน้าที่ในอนาคตคราดว่าจะหล่อจนสาวหลงแน่ๆ มองย้อนตัวเองแล้วแอบรู้สึกแพ้ ก็เขาออกจะสวยเหมือนแม่ขนาดนี้ แต่ก็มีคนบอกว่าสวยเหมือนพ่อนะ...

“เจ้าชื่ออะไร?”

“ทำไมข้าต้องบอกเจ้าด้วย”

“เจ้าเป็นเจ้าสาวข้านะ”

“ใครเขาไปตกลงกัน!

เด็กผมม่วงว่าเสียงแข็ง เขาไม่เคยเจอใครน่ากลัวเท่าเด็กผมแดงมาก่อนเลย! ในระหว่างที่กำลังระแวงอีกฝ่ายเต็มกำลัง นัยน์ตาสีเทาของอีกฝ่ายก็เบนออกไปจากหน้าเขา มองไปยังอีกฝั่งของแม่น้ำซึ่งเป็นป่า

“เจ้ามาทำอะไรที่นี่เนี่ย! ข้าหาเจ้าตั้งนาน!

เด็กชายผมทองโผล่ออกมาจากหมู่แมกไม้ เขามองใบหน้าเด็กผมแดงแล้วย้ายมาทางเด็กผมม่วง

“นั่นใครเนี่ย?”

“เจ้าสาวข้า”

“หา??!!!”คนผมทองร้องลั่น”มันเร็วไปแล้วเจ้าเด็กบ้า เจ้ายังไม่อายุขึ้นเลขสองหลักเลย มาๆกลับบ้านได้แล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้มาเล่นใหม่นะ”

พอเห็นเด็กผมแดงทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ท้ายเสียงจึงรีบอ่อนลงทันใด เด็กชายหันมองหน้าคนมาตามสลับกับหน้าของว่าที่เจ้าสาวด้วยใบหน้าไม่ค่อบอยากจาก

“พรุ่งนี้เจ้าจะมาไหม?”

“อาจจะ”

“ข้าอยากให้เจ้ามา”

เด็กผมม่วงนิ่งเมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความเว้าวอนจากคนผมแดง เห็นแบบนั้นเด็กผมม่วงก็เริ่มใจอ่อนยวบ ราวกับแพสายตาแบบนี้ของอีกฝ่าย

“ก็ได้ ข้าจะมา”

นิ้วก้อยยื่นออกไปเพื่อรักษาคำสัญญา แต่ทว่าใครจะไปรู้ว่าเมื่อกลับถึงบ้านจะพบในสิ่งที่ไม่คาดคิด เด็กชายผมม่วงเสียผู้เป็นพ่อไปเพราะการปะทะกับผู้ไม่หวังดี ส่วนเด็กชายผมแดงกลับเสียแม่ไปเพราะโรคร้ายที่นางเป็นอยู่ เด็กทั้งสองไม่ได้กลับมาที่ริมธารอีกเลยราวๆหนึ่งอาทิตย์กว่าเรื่องทุกอย่างจะจบ เมื่อเวลานั้นทั้งคู่จึงคิดถึงเพื่อนใหม่ที่เพิ่งพบกัน ทั้งสองกลับมายังริมธารอีกครั้งโดยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเองจะกลับมาหรือเปล่า

“ข้าคงไมได้มาที่นี่อีกแล้ว”

เด็กทั้งสองพูดพร้อมกัน เรียวปากเม้มแน่นเป็นเส้นตรงไม่ต่างกัน ในดวงตาเต็มไปด้วยความเศร้าหมองที่ต่างเคลือบเอาไว้ด้วยความเย็นชาไร้ความรู้สึกทั้งคู่

“ทำไม?”เป็นเด็กผมม่วงที่ถามก่อน

“ข้ากลับมาไม่ได้อีกแล้ว แต่ข้าอยากรู้ว่าเราจะได้พบกันอีกไหม?”เด็กผมแดงตอบเสียงแผ่ว รอคนตรงหน้าตอบรับกลับมาในสิ่งที่คาดหวัง

เด็กผมม่วงกัดปากตัวเองก่อนจะประสานมือทั้งสองข้างที่หน้าอก พลันเกิดแสงสีทองสว่างเรืองรองขึ้น มันค่อยๆลอยเข้าไปหาเด็กชายผมแดงและซึมหายเข้าไปในหน้าอก

“มันจะทำให้เราได้พบกันในสักวัน”

“แล้วเราจะแต่งงานกัน”

เด็กผมม่วงยิ้มบางๆก่อนตอบกลับไปตามประสาเด็ก”เอาแบนั้นก็ได้ ถ้าตอนนั้นเจ้ายังอยากแต่งกับข้าอยู่”

เด็กทั้งสองมองหน้ากันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเดินหันหลังแยกจากกันมา

หนึ่งจากเพื่อไปเป็นอัศวินนภาที่ยิ่งใหญ่

อีกหนึ่งจากไปเพื่อเป็นจักรพรรดิปีศาจผู้ถือครองบาปแห่งราคะ

แม้ภายภาคหน้าจะได้พบกัน แต่ใครเล่าจะรู้ว่าเด็กทั้งสองจะมิได้เคียงคู่กันดั่งใจปรารถนา...

 




 

 

 แต๋วแน่วววววววววววว ตอนพิเศษจ้า ลืม ขอโทษษษษษษษษษ
#กอดเลโอร้องไห้หนักมาก

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

20 ความคิดเห็น

  1. #1049 kwa_rkh (@kwa_rkh) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 22:27
    ฮื่ออออออออออออออออออออ
    #1049
    0
  2. #1041 Bloody_Mary (@bloody-marry) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 12:54
    เหตุผลที่โซโลมอนอยู่กับเลโอสินะ
    #เอาแอมไพร์คืนมาาา
    #เลโอสัญญากับแอมไพร์แล้วนี่
    #1041
    0
  3. #892 Choco'l Pis (@nekoy) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 30 มีนาคม 2558 / 12:47
    ทำม๊ายยยยยยยยยย ฮรึก #น้องไห้หนักมากกก
    #892
    0
  4. #876 KillerKill (@valasmps) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 29 มีนาคม 2558 / 01:14
    ฮืออออออ TT ขอตอนพิเศษแอมไพร์ฟื้นมาได้มั้ย งือออ นี่มันเศร้าจริงๆ //ถ้ามีภาค 2 ก็คงดี
    #876
    0
  5. #862 เเมวนางฟ้า (@computor) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 00:51
    ใจร้าย....
    #862
    0
  6. #859 FrontierZ (@magic_queen) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 21 มีนาคม 2558 / 00:48
    ฮือออออ. ไรท์ใจร้ายยยยย เอาแอมไพร์ที่รักเค้าคืนมาน้าาาาา!!!
    #859
    0
  7. #853 himawari (@yuyu7283) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 16 มีนาคม 2558 / 15:15
    ไรท์ใรร้ายอ่าาาา แต่งงี้ ฮือออออออออออออออออออออออ ทำไมต้องตายด้วยยยย TOT
    #853
    0
  8. #851 ภูตินิรันดร์ (@variana) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 12:42
    ฮือออออ ขอตอนพิเศษหวานๆตอนโตแล้วหน่อยน้า อยากอ่านค่า เอาแบบเลโอฝันก็ยังดี อย่างอ่านนนนนน
    #851
    0
  9. #850 God Girl (@gamlleboy) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 14 มีนาคม 2558 / 18:27
    นำ้ตาจิไหลT_______T ขอร้องนะไรท์ ให้แอมไพร์ฟื้นมาเป็นเจ้าสาวของเลโอเถอะTT
    #850
    0
  10. #849 rinsa5 (@rinsa5) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 14 มีนาคม 2558 / 09:16
    อั๊ย๊ะะะะะ
    #849
    0
  11. #848 Ace2000 (@aceluffy) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 13 มีนาคม 2558 / 17:22
    คือเราพึ่งตามอ่านเรื่องนี้เมื่อวานแล้วคือจบแล้ว?เหมือนไม่ได้ติดตามเท่าไหล่เลยอ่า แต่สนุกมากๆเลยค่ะ!ต่อภาค2เถอะ!><
    #848
    0
  12. #847 Miruna:D (@shadow-light) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 มีนาคม 2558 / 20:20
    ฮือออออ อ่านแล้วคิดถึงคู่นี้มากๆ เลย T____T ว่าแต่เลโอตอนเด็กนี่นิสัยต่างจากตอนโตเยอะเลยนะ5555555
    #847
    0
  13. #846 ..BBooKK.. (@horseaholic) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 มีนาคม 2558 / 17:16
    เศร้าไปแล้วนะฮืออออออ
    #846
    0
  14. #845 hayama aya (@marioto) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 มีนาคม 2558 / 16:38
    สงสารสองคนเนี่ยย
    #845
    0
  15. #844 |||No_Name||| (@oom-kanyarat) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 มีนาคม 2558 / 13:13
    แง๊ไม่ขึ้นภาค2ก็ขอสเปแอมไพร์ฟื้นเถอะค่ะToT
    #844
    0
  16. #843 graveyard (@kartung) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 มีนาคม 2558 / 13:05
    ขอภาคสองงงงงง
    #843
    0
  17. #842 nen gon (@14127703) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 มีนาคม 2558 / 01:55
    ชอบเรื่องนี้มากเลยยยยย ไม่อยากให้จบเลยยย ชอบมากกๆๆๆๆๆ ><
    #842
    0
  18. #840 guinw55 (@guinw55) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 21:37
    คิดถึงแอมไพร์ คิดถึงเลโอววววว.... 
    เลโอตอนโตนิสัยเปลี่ยนไปเยอะเนอะ
    #840
    0
  19. #839 T_T (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 21:04
    มีภาค2 ต่อเถิ้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    T_T ไรท์อ่าาาาาาา ไรท์ใจร้ายยยยยยยยยยยยยยย
    #839
    0
  20. #838 Doopae (@doopae) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 20:27
    ไรท์จะร้องไห้แล้วนะ
    ไรท์ทำร้ายอ่าาาา อยากให้เขารักกัน ทำไมต้องตายด้วยยย
    #838
    0