Knight Vs Queen! ศึกปราบเกรียน[อัศวินแด่ราชินี]

  • 96% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 35,040 Views

  • 1,107 Comments

  • 1,802 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    28

    Overall
    35,040

ตอนที่ 47 : Knight Vs Queen DLC :Miss you like crazy<100per>

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1080
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    20 เม.ย. 58

 

ชื่อของแฝดเคอร์ริสกับคารืเรย์สลับบทกัน เรามาแก้นะ สรุปคือคนไปที่อยู่แดนปีศาจคือเคอร์ริส แฝดพี่ ส่วนแฝดน้องที่อยู่ยูโนสซิสคาร์เรย์นะ เราบอกแล้วเราอยกมันไม่ออกกกกกกก

Tittle: Knight Vs Queen DLC
:Miss you like crazy

<เจ็บกว่าการไม่มี ก็คือเคยได้มี>

Pairing: All


 

 

  “เจ้า!!! เจ้าขึ้นมาที่แห่งนี้ได้เช่นไร!!!

น้ำเสียงสั่นเครือเอื้อนเอ่ยพร้อมร่างที่ถอยล่นลงไปด้านหลังด้วยความหวาดกลัว ดวงตาสีฟ้าใสจ้องมองร่างด้านหน้าด้วยความขบขันเสียเหลือเกิน

“ข้าก็...เดินขึ้นมาตรงบันไดไง”เสียงทุ้มเอ่ยบอกอย่างอารมณ์ดี

“นี่ จะรีบทำอะไรก็ทำเข้า ข้าไม่มีเวลามากนะ”

อีกร่างที่อยู่ด้านหลังชายตาฟ้ากล่าวออกมาด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ เขามองดูร่างตรงหน้าที่เล่นไม่เลิกมานานมากพอแล้ว

“แหม...ข้าแค่อยากจะสนุกนิดหน่อย...แล้วก็ตอบแทนให้สาสมกับสิ่งที่เขาทำ”

บริเวณที่ทั้งสามยืนอยู่ระเบิดเป็นวงกว้างจนทุกอย่างแทบจะพังทลายลง มีเพียงสิ่งเดียวที่ยังคงตั้งตระหง่านนอยู่ไม่เป็นอะไรแม้แต่รอยขีดข่วน...กรงขังทรงกลมที่ข้างในมีร่างบางนั่งมองด้วยแววตาตกตะลึง เส้นผมสีม่วงยามกรอมพื้นที่นั่งอยู่ มือเรียวยกขึ้นกำซี่ลูกกรงเอาไว้หลวมๆ

“ท่าน...เป็นใคร?”

“เขาจำเจ้าไม่ได้ล่ะ”

“ก็ไม่เจอตั้งนานเนาะ”คนตาฟ้าก่อนก่อนเดินตรงเข้าไปหาร่างนอกกรงที่มองเขาด้วยความหวาดกลัว รอยยิ้มงดงามฉายขึ้นบนใบหน้าก่อนชายผู้นั้นจะตวัดขาเตะเสยปลายคางคนตรงหน้าไปเต็มแรง มือเรียวจิกกระชากเส้นผมสีทองเพื่อดึงให้ร่างนั้นเงยหน้าขึ้นมองตาเขา

“มิคาเอล...รู้ถึงความผิดบาปของเจ้าหรือไม่”

ร่างตรงหน้าไม่ตอบเขาเพียงมองด้วยแววตาสั่นระริก มือที่กระชากเส้นผมปล่อยลงก่อนในมือเรียวปรากฏดาบเล่มบางที่เคยเป็นของคนผมทองอยู่ นัยน์ตาสีฟ้าเย็นชาปรายมองร่างที่กองอยู่กับพื้นด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึกใดๆ สองเท้าก้าวยาวตรงไปยังกรงที่ร่างบางถูกขังเอาไว้ เพียงแค่ดาบในมือแตะกับมันกรงก็พลันสลายไป

“สิ่งที่เจ้าทำเอาไว้มันไม่มีวันจะได้รับการให้อภัยจากข้า”เสียงเรียบบอกออกมาก่อนจะเบนสายตากลับมาที่ร่างตรงหน้า”ส่วนเจ้า...ข้าจะคืนช่วงชีวิตแด่เจ้าเพียงแต่ข้าอยากจะสอนบทเรียนเล็กๆน้อยๆแก่พี่ชายของเจ้า เพื่อนๆ และรวมถึงคนรักของเจ้าเสียหน่อย”

“ท่านจะทำอะไรพวกเขา!”เสียงทุ้มตวาดด้วยความตกใจ นัยน์ตาสีม่วงมีแววตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“ใจเย็นเด็กน้อยของข้า...ไม่มีอะไรรุนแรงหรอก”มือเรียวลูบเลือนผมสีม่วงอย่างแผ่วเบาก่อนจะแย้มยิ้มให้

“แค่บทเรียนหนึ่งบทที่จะทำให้ไม่มีใครกล้าละเลยจ้าอีกเป็นครั้งที่สอง”

 

 “ตอนนี้ทุกอย่างกำลังไปได้สวย ที่วิหารมีเรื่องก่อกวนนิดหน่อยเพราะมีพวกที่คิดจะเข้ามาขโมยผลึกที่เคอร์ริสกับคาร์เรย์สร้าง แต่ว่าก็โดนเซทซัสซัดกระเด็นกลับไปหมดแล้วล่ะ คิดว่าอีกไม่นานคงต้องหาผู้ที่มีฝีมือเป็นคอยดูแลวิหารอย่างจริงๆจังๆสักทีแล้ว ไม่งั้นก็ต้องนั่งปวดหัวแบบนี้ วันนี้ไคซารี่มาค้างที่ปราสาทอีกแล้วรู้ไหม ไอโรดีใจใหญ่เลยไม่รู้ไปสนิทกันตอนไหนข้าละสายตาไปแป๊ปเดียวเอง แล้วก็คาร์เรย์ได้จดหมายจากเคอร์ริสอีกฉบับแล้ว แต่ตัวเขาไม่เห็นกลับมาจากแดนปีศาจสักที นี่มันห้าปีแล้วนะ ข้าว่าไม่นานคาร์เรย์ต้องบุกไปเอาตัวพี่ชายตัวเองคืนแน่ๆเลย อีกเรื่อง วันนี้อิมไพร์เทเลพอร์ตมาหาข้าเพื่อนบ่นให้ฟังว่าอิมเพอร์ร่าไม่ออกจากห้องสมุดมาสามวันแล้ว ข้าว่าพอเจ้าตื่นมาคงไม่เจอห้องสมุดของปราสาทตัวเองแล้วล่ะ...ตอนนี้หลายคนมีความสุขมากนะ...แต่จะมากว่านี้ถ้าเจ้ายังอยู่นะแอมไพร์”

สิ้นเสียงพูดด้วยการเรียกขานชื่อทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบสงบ รอยยิ้มอบอุ่นที่คลี่ออกบางๆส่งให้ร่างที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงหลังใหญ่ แม้เวลาล่วงเลยมาห้าปีแต่ร่างนั้นยังคงงดงามไม่แปรเปลี่ยนราวกับแค่หลับใหลไปชั่วคราวก็เท่านั้น

แต่ในใจอัศวินนภารู้ดีว่าหาใช่แค่หลับใหลแค่ชั่วข้ามคืนเท่านั้น เลโอมองร่างคนรักอยู่แบบนั้นก่อนจะยกมือลูบเลือนผมสีม่วงเข้มที่ไม่ยาวขึ้นเลยแม้แต่น้อยอย่างแผ่วเบา

“เจ้าเบื่อไหมที่ต้องฟังข้าบ่นแบบนี้เรื่อยๆ”เสียงนุ่มถามอย่างแผ่วเบา”เบื่อหรือเปล่าที่ข้าเอาแต่พูดอยู่คนเดียว...ถ้าเจ้าเบื่อก็ลุกขึ้นมาด่าข้าได้นะ ข้าไม่ว่าหรอก”

สรรพสิ่งรอบกายยังเงียบสงัด เลโอรู้ดีว่าตนเหมือนคนบ้าแค่ไหน แต่มันก็ยังดีกว่าเขาปล่อยให้ร่างบางเหงา อัศวินนภาชั่งใจอยู่นานจนพบว่าร่างของคนตรงหน้าไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงจึงยืนขึ้นแล้วเดินออกไปด้านนอกเพื่อสะสางงานอื่นๆ

“เลโอ!!!!!!

เสียงแหกปากดังแต่ไกลลิบ เลโอไม่ต้องเดาเลยสักนิดว่าเสียงใคร ชายหนุ่มหันหลังหมุนตัวกลับไปมองเจ้าของเสียงที่วิ่งตักๆเข้ามาหา เจ้าของเสียงคือพระราชาที่สมองน่าจะหยุดโตตั้งแต่สิบขวบ

“ข้าตามหาเจ้าตั้งนาน”

ไอโรในตอนนี้ เวลาที่ล่วงผ่านมาสามปีทำให้เลขอายุขึ้นเป็นเลขสองเช่นเดียวกับเลโอและพวกพี่น้องมาริค แต่แทนที่อายุมากขึ้นจะทำให้ไอโรตัวโตขึ้น(รวมทั้งสมอง)แต่มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น ไอโรกลับผอมลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงหนึ่งเดือนแรกหลังจากทุกอย่างจบลง น้ำหนักไอโรลดลงไปมากกว่าสิบโลจนหญิงสาวในเมืองแทบจะมาขอสูตรลดความอ้วนให้รู้แล้วรู้รอดไป ตอนแรกเลโอเดาว่าอาจจะเพราะเรื่องแอมไพร์รวมทั้งเรื่องที่ต้องสะสางอะไรต่อมิอะไรให้เข้าที่เข้าทาง และหลังจากนั้นครึ่งปีเลโอก็พบว่าตนคิดผิด บางทีสาเหตุที่แท้จริงอาจจะเป็นเกี่ยวข้องกับการที่คาร์ไม่มาปรากฏตัวเลยที่แดนมนุษย์ แม้แต่สักครั้งก็ไม่เคย เลโอเริ่มคิดว่านั่นคือเหตุผลที่แท้จริงแต่ก็ไม่กล้าพอจะถามไอโร เขาไม่อยากเห็นที่รักอีกคนสูญเสียรอยยิ้มไป

“มีอะไรหรือครับ?”

ไอโรยิ้มเมื่อเลโอถามกลับ พระราชานิ่งไปพักหนึ่งเหมือนสมองกำลังเรียบเรียงสิ่งที่จะพูด...แต่พักหนึ่งที่ว่าก็กินเวลาไปห้านาที...ห้านาทีเต็มที่เลโอเห็นหน้าไอโรที่เอาแต่ยิ้ม

“ไอโร”

“อ๊ะ!

พระราชาสะดุ้งก่อนจะยกมือลูบหน้าตัวเองหนึ่งที

“ท่านวูบกลางอากาศอีกแล้ว...นอนครั้งสุดท้ายนี่เมื่อไหร่?”

“อ่า...ราวๆสองวันก่อน”

“คาร์เรย์”

“ว่าไงล่ะ?”

อัศวินวารีโผล่มาทันทีที่สิ้นเสียงเรียก ไอโรพอเห็นหน้าอัศวินวารีของตนก็ตั้งท่าจะเผ่นหนีแต่เลโอก็คว้าคอเสื้อเอาไว้ทัน

“พาท่านราชาของเราไปพักที”

ว่าจบร่างของไอโรก็ถูกโยนไปให้คาร์เรย์ แฝดคนน้องรับร่างราชาผมทองเอาไว้ได้อย่างแม่นยำพร้อมรอยยิ้มใสซื่อ การที่ไอโรน้ำหนักลงเป็นผลดีต่อการแบกกลับไปพักผ่อนมากเลยทีเดียว

“เดี๋ยวสิเดี๋ยว!”ไอโรดิ้นไปมาบนไหล่ของอัศวินวารี เขาไม่รู้ตัวสักนิดว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่อัศวินวารีสามารถแบกเขาได้เหมือนปุยนุ่น

“อะไรอีกล่ะครับ?”

“ข้าจะบอกเจ้าวว่าเซย์เนลจะมาที่เมืองวันนี้ เขาเพิ่งส่งจดหมายมาและกำลังเดินทางมาก เตรียมรับรองด้วย!

“ได้ คาร์เรย์ พาไอโรไปนอนได้แล้ว”

“ได้เลย!

พอร่างคาร์เรย์หายไปเลโอก็ถอนหายใจ ในขณะที่กำลังหมุนตัวกลับไปนั้นตรงหน้าก็ปรากฏร่างหนึ่งขึ้นเสียก่อน

“อิมไพร์...”

เลโอคิ้วกระตุกหนึ่งทีเมื่อเห็นร่างจักรพรรดิปีศาจองค์โตยืนอยู่ข้างหน้าเขาห่างไปราวสองเมตร ใบหน้าอ่อนเยาว์ของจักรพรรดิปีศาจฉายความเคร่งเครียดออกมา และเลโอก็พอจะเดาได้ว่าสาเหตุคืออะไร

“อิมเพรอ์ร่ายังไม่ออกมาจากห้องสมุดเลยเลโอ ข้าควรจะทำยังไวดี?”

หัวคิ้วของอิมไพร์ขมวดมุ่นจนมันแทบจะผูกเป็นโบว์ เลโอถอนหายใจยาวหนึ่งครั้งก่อนจะเดินเข้าไปใกล้จักรพรรดิปีศาจ

“ปกติอิมเพอร์ร่าก็มักจะหายเข้าไปในห้องสมุดเป็นวันๆไม่ใช่หรือไง?”

“แต่นี่มันนานไปแล้วนะ”อิมไพร์หันมอง”ข้าว่าบางทีข้าควรสร้างแผนที่ห้องสมุดตามคำแนะนำเผื่อว่าบางทีน้องรองอาจจะหลงในห้องงสมุดจริงๆ”

“เดี๋ยว...ใครแนะนำเจ้า?”

นัยน์ตาสีแดงเบนสบกับเลโอช้าๆก่อนจะเอ่ยชื่อคนแนะนำ”เซทซัสกับไคเซอร์”

เลโอตบหน้าผาก ไอ้สองตัวนี้สมองไม่เคยปกติกับชาวบ้านเขาอยู่แล้ว นี่อิมไพร์ไปเชื่อไอ้สองบ้านั่นได้ยังไงกัน ถ้าราชาของเขาสมองหยุดโตตั้งแต่สิบขวบ สองคนนี้ก็คงสองหยุดโตตั้งแต่ออกมาจากท้องแม่! เลโอคลึงขมับเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยออกไป

“เจ้า...เจ้าไปเชื่อความคิดสองคนนั้นได้ยัง จำไม่ได้หรือไงว่าสิ่งที่พวกนั้นแนะนำไม่เคยใช้ได้”

พวกนั้นที่ว่ารวมไคซารี่ขี้งกที่นิสัยแก้ไม่หายด้วย อิมเพอร์ร่าบอกว่านี่เป็นนิสัยส่วนตัวที่แก้ไม่หาย ไม่ได้มีผลกระทบมาจากบาปที่เคยถือครองอะไรทั้งนั้น พ่อของพวกเขาเอาบาปนี้ให้ไคซารี่ถือครองก็เพราะไอ้นิสัยแบบนี้ที่แก้ไม่หายนั่นแหละ เผื่อว่าบางทีการเผื่อแผ่ความงกไปให้คนอื่นจะทำให้ไคซารี่งกน้อยลงบ้าง แต่ในทางกลับกันมันเหมือนทำให้ไควารี่งกมากขึ้นกว่าแต่ก่อนยังไงก็ไม่รู้สินะ

“แต่...”

“เจ้าลองนึกสิว่าตอนที่พวกชาวบ้านไม่ยอมให้ความร่วมมือแล้วต่อต้านเจ้า สามคนนั้นแนะนำอะไร?”

“ให้ข้าออกโฟโต้บุ๊ครูปตัวเอง...”

“แล้วตอนที่ไอโรโกรธเรื่องที่เจ้าว่าเขาว่าเหมือนผู้หญิง สามคนนั้นบอกอะไร?”

“ให้ไปกอดจากข้าหลัง แล้วบอกว่าขอโทษนะเพื่อนรัก...”

“แล้วผล?”

“ข้าโดนไอโรจับทุ่มตามด้วยเวทย์ไม่ซ้ำบทรวมทั้งเรียกเกราะออกมาสวมแล้วจะเอาหอกแทงข้าซ้ำ...”

เลโอพยักหน้าให้อิมไพร์หนึ่งครั้งเป็นการยืนยันคำตอบว่าอิมไพร์ไม่ได้ฝันไปเอง ตอนนั้นพระราชาวังแทบระเบิดเพราะไอโรโมโหจริงจังมาก(เนื่องมาจากไมได้พักผ่อนสะสมรวมทั้งไม่ได้กินข้าวด้วย) ตอนนั้นอิมไพร์ไม่มีช่องโต้กลับสักนิด แถมไอโรยังเรียกเกราะออกมาได้ทั้งที่ยังไม่อยู่ไม่หลังอัลราชิลล์ด้วย เรื่องตอนนั้นมีข้อดีคือทำให้เห็นว่าราชาไอโรก็ไม่ได้เก่งน้อยไปกว่าจักรพรรดิปีศาจเลย แต่ข้อเสียคือ...พระราชวังพังไปเกือบครึ่ง อิมไพร์บาดเจ็บหนัก...หนักกว่าตอนทำสงครามกันเสียอีก

“นี่ข้าโดนพวกน้องๆแกล้งอีกแล้วใช่ไหม?”

“ก็น่าจะเช่นนั้น...ว่าแต่เคอร์ริสเป็นไงบ้าง เขาส่งแต่จดหมายอย่างเดียวมาเป็นปีแล้วนะ”

เพราะไม่อยากถูกหาว่าเป็นต้นเหตุให้น้องทั้งสองถูกพี่ใหญ่ทำโทษ เลโอจึงเบี่ยงประเด็นออกไปทางเพื่อนสนิทที่ไม่เจอหน้ากันมาสามปีแทน

“อ๋อ”

อิมไพร์ลากเสียงยาวก่อนจะตอบกลับไปพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ

“เด็กนั่นเรียนรู้ไวมากจนน่าทึ่ง เขาเรียนเวทย์สายดำไปมากกว่าแปดสิบเปอร์เซน หรือถ้าคิดก็...สามารถใช้เวทย์ดำได้แล้วมากกว่าเจ็ดแสนคาถาจากแปดแสนสองหมื่นคาถาแบบตายตัว แถมยังพลิกแผลงคาถาเองจนเกิดคาถาใหม่แบบที่ข้านับไม่ไหวอีกตั้งเยอะ ข้าเคยคิดว่าบางทีเขาก็ควรเรียนเรื่องคำสาปแบบเชิงลึกไปเลยดีกว่า”

“ข้าไม่คิดว่าเพื่อนข้าจะเรียนเวทย์สายดำได้คล่องขนาดนี้ หน้าตาเขาเหมาะกับ...”

“ขี่ยูนิคอร์นสีรุ้ง บินไปในท้องฟ้าอันสดใส...”

เลโอพยักหน้ารับความคิดที่อิมไพร์เสนอขึ้นมาทันที ใครๆก็รู้ว่าเคอร์ริสเป็นพวกประเภทไร้เดียงสา และไม่คิดอะไรมาก โลกสดใสทั้งใบเหมือนกับไอโรนั่นแหละ แต่เคอร์ริสแค่ใช่พวกชอบยิ้มทั้งวันเท่านั้น

“แล้วเรื่องอื่นที่ให้เขาไปช่วยล่ะ?”

“หลายเรื่องดีขึ้นเยอะ การค้าระหว่างชายแดนเริ่มมีพ่อค้าแม่ข้าเพิ่มขึ้น ตอนนี้เป็นตลาดแข่งขันที่ค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว ตอนที่ข้าไปดูก็เห็นมีร้านขายอาวุธไม่ต่ำกว่าสิบร้านทั้งจากทางเราและแดนมนุษย์ อีกไม่นานลูกค้าเองก็คงมากขึ้น”

“ดีแล้วล่ะ ตัวข้าเองต้องขอโทษด้วยที่ไม่ค่อยได้ไปดูแลให้เลย”

“แค่เคอร์ริสกับไคซารี่ของข้าก็เกินพอแล้ว”อิมไพร์โบกบัด”แค่นี้ก็ดูแลทั่วถึงอยู่แล้ว เจ้าก็รู้ว่าเรื่องเงินล่ะก็ไคซารี่ไม่เคยคำนวณผิดแม้แต่เหรียญทองแดงเดียว”

ช่างเป็นพี่ชายที่พูดถึงความงกของน้องชายตัวเองได้อย่างเป็นธรรมชาติจริงๆ

“ข้าว่าข้าต้องกลับแล้ว เดี๋ยวต้องไปลากอิมเพอร์ร่าออกจากห้องสมุดอีก ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะ”

เลโอพยักหน้ารับแล้วมองร่างของจักรพรรดิปีศาจองค์โตที่หายไปในที่สุด เขาว่าบางทีพรุ่งนี้อาจจะมีจักรพรรดิปีศาจมาพักเพิ่มที่ยูโนสซิสอย่างน้อยสามองค์ สององค์หนีหลบมือสังหารพี่ใหญ่ อีกองค์หลบมาอ่านหนังสือเงียบๆ...บางทีเลโอก็คิดว่าพวกเขาควรจะย้ายปราสาทมาตั้งที่ข้างๆกันเลย

“เมื่อครู่พี่ใหญ่คุยอะไรกับเจ้าน่ะเลโอ

พอคนหนึ่งไปอีกคนก็มา เลโอยังไม่ทันจะหายใจคล่องไคซารี่ที่ถูกกล่าวขาน(ถึงความงก)ก็โผล่ออกมาจากที่ไหนสักแห่ง ปีศาจผมทองยิ้มอย่างเป็นมิตรแล้วเดินตรงมาหา

“ก็เรื่องเดิมๆนั่นแหละ พี่รองของเจ้าหายไปในห้องสมุดอีกแล้ว”

“ข้าว่าทางทีดีสร้างห้องครัว ห้อน้ำ ห้องนอนให้พี่รองให้ห้องสมุดไปเลยดีกว่านะ ถ้าเขาจะเข้าไปแล้วไม่คิดจะออกมาแบบนั้น

ไคซารี่ว่ายิ้มๆ เขาคิดจริงๆว่าพี่รองควรจะได้รับอะไรแบบนั้น แต่ที่ไม่เคยบอกกับพี่รองตรงๆไม่ใช่ว่ากลัว...ความจริงก็กลัวถูกพี่รองสาดกรดใส่นั่นแหละ แต่ที่น่ากลัวกว่าคือพี่รองจะเอาจริงแล้วเขาจะต้องเสียเงินส่วนกลาง(ความจริงนั่นไคซารี่ไม่น่านับว่าเป็นของเขาไปได้นะ) แต่ที่น่ากลัวกว่าคือพี่ใหย่ที่ไมได้เจอพี่รองเลยจะฆ่าเขามากกว่านะ

“จริงสิเลโอ ข้ามี...”ไคซารี่อ้าปากจะสนทนาต่อ แต่ยังไม่ทันจะได้คุยอะไรร่างหนึ่งที่โผล่เข้ามาเสียก่อน

“เลโอ เซย์เนลเรียกข้ามาที่ยูโนสซิส...”

เสียงของอีกหนึ่งราชาดังขึ้นด้านหลัง พอหันกลับไปก็พบว่าฟีเอสเดินมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด และพอเห็นไคซารี่พระราชาแห่งอาร์ตเทก็เงียบเสียงลง

หลังจากผ่านสงครามที่ไม่น่าจดจำไปไม่กี่เดือน ฟีเอสก็ขึ้นเป็นราชาแทนอดีตราชาที่ผลันตัวเองไปเป็นคนเดินทางรอบโลกร่วมกับพ่อของไอโรและพ่อของเลโอ อาจจะเป็นเพราะเห็นว่าในไอโรและฟีเอสมีความคุ้นเคยกันมากกว่า การประสานงานเกี่ยวกับเรื่องต่างๆคงจะเป็นไปได้เรียบร้อยและราบรื่นกว่า คนหนุ่มคุยกับคนหนุ่มย่อมดีกว่าคนหนุ่มคุยกับคนแก่

แต่อีกหนึ่งปริศนาที่เลโอยังแก้ไม่ออกจนถึงตอนนี้ก็คือ ไคซารี่ที่คอยตามติดฟีเอสทุกฝีก้าวแล้วแง้วๆเป็นแมวใส่ เลโอไม่สามารถรู้ถึงความเป็นมาได้ แต่ทุกครั้งที่ไคซารี่ปรากฏกายฟีเอสจะคอยเดินเลี่ยง เดินหนี แต่เลโอก็มักเห็นไคซารี่อยู่ข้างกันกับฟีเอสประหนึ่งเป็นของประกอบฉากที่แถมมากับราชาหนุ่มอะไรทำนองนั้น ทั้งที่พอฟีเอสเห็นไคซารี่ทีไรก็ทำหน้าเย็นชาแล้วเดินหนีทุกที...

“ข้าคิดได้ว่ามีธุระ ไปก่อนนะเลโอ”

เดี๋ยวสิ...เลโอมองร่างไคซารี่ที่หายไปเหมือนผีประจำปราสาท นี่มันสลับบทกันหรือเปล่า? เลโอว่านี่มันแปลก ดูก็รู้ว่านี่คือการจงใจหลบหน้าอย่างเห็นได้ชัด ไคซารี่ไม่เคยมีธุระอะไรนอกจากเล่นกับไอโรซึ่งตอนนี้ถูกเขาไล่ไปนอน  อย่างเดียวที่เป็นธุระได้คือตลาดที่รอยต่อดินแดนมนุษย์และปีศาจซึ่งมันจะเริ่มช่วงหกโมงเย็นไปแล้ว แต่นี่ยังเช้าอยู่เลย เลโอกระพริบตาก่อนหันมองฟีเอส

“มีเรื่องอะไรกับหรือเปล่าครับ?”

“ข้าก็ไม่รู้...แต่ก็ดี ข้าจะได้ไม่ต้องรำคาญ”

ฟีเอสพึมพำแต่ก็นั่นแหละ เลโอได้ยินเต็มสองหู เขาเริ่มมองคนตรงหน้าว่าเหมือนตนในอดีต คนที่คอยแต่บ่นว่ารำคาญแต่พอสุดท้ายสิ่งที่รำคาญหายไปก็เหมือนขาดอากาศหายใจไปแบบนั้น แต่เลโอก็ไม่พูดอะไร เรื่องราวของฟีเอสอาจจะไม่เหมือนเขากับแอมไพร์ไปเสียทุกอย่างก็ได้

“ว่าแต่เมื่อครู่ท่านจะพูดอะไรเหรอครับ?”

“อ่อ ใช่ เซย์เนลให้ข้ามาที่นี่ มีเรื่องอะไร?”

อัศวินนภามองหน้าราชาหนุ่มแล้วส่ายหัวเบาๆ”ข้าไม่ทราบเช่นกัน แต่ไอโรบอกว่าเจ้าชายเซย์เนลจะเดินทางมาที่นี่ และคงถึงในเย็นวันนี้ ส่วนเรื่องที่มีอะไรนั้นคงต้องรอเขามาบอกเอง”

“มีเรื่องอะไรกัน บอกให้ข้ามาที่ยูโนสซิสแบบเร่งด่วน แถมยังไม่ตอบคำถามอะไรข้าอีก เฮ้อ อีกเดือนเดียวเขาจะขึ้นเป็นราชาแล้วนะ”

พอฟีเอสพูดแบบนั้นเลโอก็เพิ่งนึกได้ อีกไม่นานเจ้าชายปีศาจที่ดื้อด้านหนักหนาจะขึ้นเป็นราชาของอาคเนย์แล้วงั้นเหรอ

“เร็วจังนะครับ เร็วกว่าไอโรเสียอีก”

“ก็พระราชาของอาคเน่อายุมากแล้ว โรคภัยเยอะแยะ เขาคงคิดว่าไม่รีบสืบทอดบัลลังก์ตอนนี้ เกิดตายไปกะทันหันจะยุ่งยาก”

เลโอพยักหน้ารับเบาๆ ไอโรเองก็ขึ้นเป็นราชาตอนยังหนุ่ม แต่นั่นก็นับว่าช้ากว่าเซย์เนล ตอนเป็นราชาไอโรอายุสิบแปดปี หรือก็คือหนึ่งปีก่อนเจอแอมไพร์ แต่เซย์เนลตอนนี้อายุสิบหกปีเท่านั้น ยังจัดว่าเป็นเด็กอยู่เลยด้วยซ้ำ แต่การเป็นราชวงศ์ ยิ่งเป็นรัชทายาทด้วยแล้วยิ่งต้องโตขึ้นกว่าเด็กทั่วไปเป็นไหนๆ

“เลโอ~ เจ้าฟ้องอะไรพี่ใหญ่!!!

ในระหว่างที่กำลังคิดไปเรื่อยเสียงเล็กๆของเด็กน้อยอายุไม่เกินสิบขวบดังแว่วมาก่อนตัวจะโผล่มาล่วงตุ้บขี่หลังเลโอเอาไว้ อัศวินผมแดงเบนสายตาไปมองร่างที่เกาะอยู่บนหลังตนแล้วพูดไม่ออก

“ไคเซอร์...อย่าโพล่มาแบบนี้ได้ไหม?”ฟีเอสเลิกคิ้วมองหนึ่งในจักรพรรดิปีศาจหัวเขียวที่โพล่มาเกาะหลังเลโอแน่น

“เจ้าก็ว่ามันบ้างสิ! มันบังอาจฟ้องพี่ใหญ่ว่าข้ากับไคซารี่รวมหัวกับเซทซัสแกล้งเขาน่ะ!

ไคเซอร์โวยลั่นแล้วทำหน้าบึ้งไม่พอใจ ถ้าฟีเอสไม่รู้มาก่อนก็คงหลงคิดว่าเจ้านี่เป็นลูกของแอมไพร์แน่ๆ นิสัยเล่นถอดแบบกันมาซะเหมือนเป๊ะขนาดนี้

“ก็เจ้าเองไม่ใช่หรือไงที่ไปแกล้งอิมไพร์ก่อน จะมาว่าคนอื่นได้ไง?”

องค์ราชาว่าด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายก่อนจะอุ้มร่างของไคเซอร์ออกจากหลังของเลโอ เมื่อขาแตะพื้นนัยน์ตาสีเขียวก็ตวัดขึ้นมองเลโอทันควัน แม้จะต้องแหงนหน้าคอตั้งบ่าก็ไม่หวั่นแต่อย่างใด ฟีเอสก็ไม่เข้าใจว่าทำไคเซอร์ไม่คืนร่างจริงให้รู้แล้วรู้รอดไป ทนลำบากแหงนหน้าทำไมไม่รู้ ทั้งที่ร่างจริงก็สูงกว่าเลโอเสียด้วยซ้ำไป

“เจ้าทำข้าโดนพี่ใหญ่ตัดค่าขนม!

เลโอไม่คาดคิดว่าระบบการลงโทษของพวกจักรพรรดิปีศาจยังคงเป็นการตัดค่าขนมอยู่ อัศวินนภาอึ้งไปชั่วคราวก่อนจะเอ่ยออกมาเหมือนตัดสินใจได้แล้ว

“ข้าขอโทษ พาไปซื้อขนมไหม?”

“เอา!

นั่นแหละ นี่มันแอมไพร์เวอร์ชั่นผมเขียวดีๆนี่เอง แค่ล่อด้วยขนมหรือของกินก็ยอมว่าง่ายเสียแบบนั้น คิดไปก็คิดถึงแอมไพร์มากเท่านั้น เลโอสะบัดศีรษะก่อนจะย่อตัวลงคุยกับไคเซอร์ด้วยความสงสาร

“แต่ต้องพรุ่งนี้ ได้ใช่ไหม? วันนี้ไคซารี่ก็ค้างที่นี่ เจ้าก็อยู่ค้างกับไคซารี่ซะ หรือไม่นั่นก็กลับไปรอที่ปราสาทเจ้า พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ ยังไงก็ไปกลับเหมือนที่นี่เป็นสวนหลังบ้านกันอยู่แล้วนี่”

ความเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งของเลโอที่เห็นได้ชัดคือเขาพูดยาวขึ้นมาก มากจนน่าประหลาดใจ แต่ทว่าใบหน้านั้นก็ยังคงไร้ซึ่งรอยยิ้ม และไม่เคยมีใครได้ยินเสียงหัวเราะจากเขาแม้แต่น้อยนับตั้งแต่ร่างบางไม่อยู่ ไคเซอร์รับรู้สิ่งนั้นแต่แส้รงมองข้ามไป เขารู้ว่าคนตรงหน้าก็เสียใจไม่น้อยไปกว่าพวกเขาพี่น้อง เขาคิดได้ และไม่คิดจะโทษว่านั่นเป็นความผิดของอัศวินนภาอีก ถึงแม้จะดื้อรั้นแต่ไคเซอร์มีเหตุผลเพราะเขาไม่ใช่อายุแค่สองสามขวบ อย่างต่ำก็หลักร้อยปีไปแล้ว

“ข้าค้างซะที่นี่ดีกว่า ขี้เกียจแล้วนะ ข้าจะไปหาเอมเพอร์ด้วย คาร์ฝากดอกไม้มาให้”

ว่าจบในมือก็ปรากฏดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ช่อใหญ่ นัยน์ตาสีเขียวหลุบมองมันเศร้าๆก่อนจะสลัดสายตานั้นทิ้งในเสี้ยววินาที

“แล้วเจ้านั่นทำไมไม่มาเอง?”

ฟีเอสย่อตัวลงมาคุยด้วยอีกคน ตอนนี้กลายเป็นว่าอัศวินนภาและท่านราชาแห่งอาร์ตเธนั่งกับพื้นกลางทางเดินคุยกับไคเซอร์ไปแล้ว จักรพรรดิปีศาจองค์กลางเบ้ปากซ้ายขวานิดหน่อยก่อนจะตอบอย่างจนปัญญา

“ข้าไม่รู้ หลังจากวันนั้นมันก็นั่งบื้ออยู่ที่หน้าต่างทุกครั้งที่ไม่ได้สอนเวทย์ให้เคอร์ริส พอเข้าไปถามก็ทำหน้ามึนใส่ พวกเจ้ารู้ไหมว่าข้าเกือบฆ่าน้องชายตัวเองทิ้งไปกี่รอบแล้วตลอดห้าปีมานี้! ถ้าขืนข้ายังเก็บมาใส่ใจล่ะก็ป่านนี้คาร์ตายเพราะข้าไปแล้ว! พูดแล้วก็หงุดหงิด!

“อย่างเจ้าจะไปทำอะไรคาร์ได้ หมอนั่นแช่แข็งป่ามาแล้วทั้งป่า”เลโอว่าเสียงเรียบทำให้ไคเซอร์ปรายตามองก่อนเงื้อดอกไม้ในมือขึ้นสูงทำท่าจะฟาดแต่ก็เปลี่ยนใจเพราะเป็นดอกไม้ของแอมไพร์ มือเล็กๆยกขึ้นตบหัวเลโอจนเส้นผมสีแดงไหวเล็กน้อย เลโอยอมอยู่เฉยๆให้ไคเซอร์ตบ เพราะแรงเด็กมันไมได้สะทกสะท้านเท่าไหร่ ถูกแทงทะลุท้องก็โดนมาแล้ว ตายก็ตายมาแล้ว แค่นี้น่ากลัวที่ไหนกัน

“จะดูถูกข้ามากไปแล้วนะไอ้น้องเขย คิดว่าพี่คนกลางอย่างข้ากระจอกนักหรือไง พี่ใหญ่มีพลังไฟ พี่รองมีพลังน้ำกรด ไคซารี่มีพลังของลม เซทซัสมีพลังรักษา คาร์มีพลังน้ำแข็ง ส่วนเอมเพอร์เรอร์มีพลังทุกอย่างที่พวกเรามี แค่สรรพคุณพี่น้องข้าก็ล้นพ้น ข้าจะกระจอกขนาดสู้น้องชายคนรองสุดท้องที่เกิดหลังข้าตั้งเกือบสิบปีได้ไง ไม่มีทาง”

ฟีเอสมองหน้าปีศาจโม้มากแล้วถอนหายใจ”งั้นเจ้าทำอะไรได้ รีบบอกมาสักทีสิ”

“ข้าสามารถดับสลายสิ่งของได้”

“แค่นี้?”

“บังอาจมากที่กล้าพูดว่าแค่นี้!

“มันก็แค่...”

พรึ่บ!

ยังไม่ทันได้พูดจบ เสื้อคลุมตัวนอกของฟีเอสก็หายไปต้อหน้าต่อตาในทันที นอกจากนั้นพวกนกที่บินอยู่ด้านนอกก็หายไปตัวไปกลางอากาศเพียงแค่ไคเซอร์ปรายตามอง

“ข้าสามารรถดับสลายสิ่งของ...รวมทั้งสรรพชีวิตได้โดยไร้ความผิด และเอาคืนมาได้ด้วยนะรู้ยัง?”พูดจบในมือของไคเซอร์ก็ปรากฏพวกนักน้อยๆที่เกาะด้วยสีหน้าไม่รู้เรื่องรู้ราว

“แล้วเสื้อข้า”

“ข้าไม่คืนหรอก!

เลโอแอบคลึงขมับหน่อยๆเมื่อเริ่มได้ยินเสียงราชาและจักรพรรดิปีศาจเถียงกันเป็นตุเป็นตะเรื่องเสื้อคลุมตัวเดียว

“เลโอ! ข้าก็วิ่งหาเจ้าไปทั่ว ไม่คิดว่าเจ้าจะนั่งอยู่ที่เดิม แถมลงไปนั่งแบบนั้น อ๊ะ! สวัสดีครับท่านฟีเอส สวัสดีไคเซอร์”

คาร์เรย์วิ่งกระหืดกระหอบมาตัดการเถียงเรื่องเสื้อคลุมของราชาและจักรพรรดิ ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้เจ้าตัวจะวิ่งไปทั่วปราสาท นัยน์ตาสีเขียวน้ำทะเลมองเพื่อนสนิทที่ค่อยๆลุกขึ้นจากพื้นแล้วเริ่มปัดฝุ่นตามเนื้อตามตัว

“มีอะไร?”

“ก็ท่านเซย์เนลน่ะ มาแล้วน่ะสิ!

ฟีเอสเลิกคิ้วพลางหันมองอัศวินนภาด้วยความไม่เข้าใจ เลโอเองก็ส่ายหัวน้อยๆ ไอโรเองบอกเขาว่าเซย์เนลจาะถึงตอนเย็น แต่นี่มันเพิ่งเลยเที่ยงไปได้ไม่นานเอง นัยน์ตาสีเทากระพริบน้อยๆก่อนจะเอ่ยปากขึ้น

“งั้นก็ไปพบเขากัน ยังไงไอโรก็ต้องนอนก่อน ไม่อย่างนั้นจะเป็นลมไปอีก”

“นั่นสินะ”

“ไปไหน ข้าไปด้วย!

ไคเซอร์ร้องแล้ววิ่งไปกระโดดขึ้นหลังฟีเอสแทน พวกเขาชินเสียแล้วที่ถูกปีศาจแอ๊บเด็กขี่หลังแบบนี้ ทั้งสามคน(และปีศาจอีกหนึ่งตนที่เกาะหลังอยู่)เดินลงไปยังห้องรับรองที่มีอัศวินในเครื่องแบบสีแดงเข้มยืนอารักษ์ขาอยู่ เส้นผมสีทองเลยพ้นพนังพิงของโซฟาขึ้นมาเล็กน้อย เลโอเองก็ไม่ได้พบเซย์เนลมาราวครึ่งปีได้ ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็นเช่นไรบ้าง

“ขออนุญาตครับ”

“เลโอ!

น้ำเสียงดีใจดังขึ้นพร้อมเจ้าของเสียงที่ดีดตัวลุกขึ้นพร้อมหมุนตัวมามองอัศวินนภา นัยน์ตาสีส้มเรียวสวยฉายแววความดีใจออกมา ใบหน้าเรียวได้รูปขาวเนียนที่มองเผินๆก็มีส่วนคล้ายไอโรอยู่บ้างจนหลงคิดว่าเซย์เนลเป็นลูกไอโรเลยด้วยซ้ำ แต่ทว่าใบหน้าของเด็กหนุ่มมีความน่ารักซ่อนอยู่มากกว่าไอโร

“ดูท่าน...อารมณ์ดี?”

เลโอว่าหน่อยๆก่อนจะเดินเข้าไปนั่งลงยังโซฟาอีกตังที่ยังว่าง ปกติเซย์เนลไม่ใช่เด็กร่าเริงสดใส ติดจะดูเบื่อโลกเลยเสียงด้วยซ้ำตั้งแต่เกิดเรื่องกับแอมไพร์ นับว่าการจากไปของคนคนหนึ่งส่งผลให้คนที่มีชีวิตอยู่แปรเปลี่ยนตามจริงๆ

“ใคร?”

ไคเซอร์กระซิบถามฟีเอสในขณะที่ราชาแห่งอาร์ตกำลังเดินไปนั่ง

“เซย์เนลไง เจ้าจำเขาไมได้เหรอ?”

ฟีเอสถามเสียงฉงน ไคเซอร์เองก็เคยเจอกับเซย์เนลมาแล้วช่วงสมานฉันท์แรกๆ เพราะไคเซอร์เองมีส่วนในการประสานงานอยู่มากพอตัว แต่เพราะหลังจากทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางไคเซอร์ก็ไม่ค่อยกลับมาที่แดนมนุษย์ส่วนอื่น จะไปก็แค่ปราสาทยูโนสซิสกับปราสาทของอาร์ตเธเท่านั้น

“เจ้าเด็ก...เด็กเตี้ยนั่นน่ะนะ?”

อาจจะเพราะไม่คิดว่าจะมีคนสนใจ หรือเจ้าตัวไม่ได้จงใจพูดเบาก็ไม่ทราบ เซย์เนลหันมามองไคเซอร์ที่เกาะแกะฟีเอสไม่เลิกด้วยสายตาเรียบๆ

“ก่อนจะว่าใคร ดูตัวเองก่อนไหม?”

“เจ้า! เป็นแค่เจ้าเด็กอายุไม่กี่ขวบ อย่ามาลามปามกับข้านะ!

“ไม่เอาน่าไคเซอร์”

ฟีเอสดุด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังก่อนจะกอดร่างเล็กๆนั่นไว้เพื่อรั้งไม่ให้เจ้าตัวไปวุ่นวายกับเซย์เนล

“ท่านสูงขึ้น...บ้างนะ?”ท้ายเสียงเลโอไม่แน่ใจกับตัวเองเท่าไหร่

“เรื่องส่วนสูงข้านี่เลิกวุ่นวายก่อนได้ไหม? พี่ไอโรอยู่ไหน?”

“หลับอยู่แหละครับ เขาไม่ได้พักผ่อนมานาน”

คาร์เรย์ที่เดินเข้ามาพร้อมแก้วชาเป็นคนตอบคำถาม เซย์เนลหันมองก่อนจะถอนหายใจยาวเหมือนคนเซ็งอารมณ์ นัยน์ตาสีส้มมองรอบตัวอย่างเหนื่อยหน่ายใจเหมือนปกติที่เป็น

“ข้าอุตส่าห์พาเรื่องน่าดีใจมา ทำไมเขาถึงหลับไปได้นะ”

“เจ้าพาเรื่องอะไรมา?”ฟีเอสเลิกคิ้วถาม มือก็เอื้อมไปหยิบแก้วชามาให้ไคเซอร์ที่นั่งอยู่บนตัก ถึงมีสภาพน่าอนาถเพราะแขนสั้นจนเอื้อมไม่ถึงโต๊ะที่ตั้งอยู่กลางห้อง

“ข้าพาแขกมา พี่ฟีเอสอาจจะไม่รู้จัก แต่เลโอน่าจะรู้จัก เขาบอกว่าเขารู้จักเจ้านะ”

เลโอเลิกคิ้ว คนรู้จักของอัศวินนภามีไม่มาก มีก็แต่บรรดาราชวงศ์และจักรพรรดิปีศาจทั้งเจ็ด เขาไม่คิดว่าจะมีใครอีก ในเมื่อคนรู้จักของเขาตอนนี้ก็นั่งอยู่ที่นี่จนเกือบหมด

“คงไม่ใช่เคอร์ริส?”

“ถ้าเคอร์ริสข้าจะพามาทำไม”เซย์เนลว่าเสียงเหนื่อยหน่ายก่อจะหันไปสั่งอัศวินของตน”ไปพาเจ้าสองคนนั้นมาทีสิ นี่มันเดินไปเข้าห้องน้ำกันถึงไหน?”

“ข้าบอกแล้วว่าเลี้ยวซ้ายท่านก็ไม่เชื่อ”

“ก็เจ้าชอบหลงทางนี่”

“แต่ครั้งนี้ข้าจำได้นะ!

สิ้นคำสั่งของเซย์เนลเสียงพูดคุยก็ดังขึ้นทันควัน นัยน์ตาสีส้มกลอกไปมาด้วยความเหนื่อยหน่ายใจอีกหน แต่ทางเลโอเลิกคิ้วสูงเพราะรู้สึกคุ้นในน้ำเสียง แต่ทางไคเซอร์กลับมีปฏิกิริยาที่แปลกที่สุด จักรพรรดิปีศาจนั่งนิ่งเหมือนโดนแช่แข็ง

“ห้องนี้แน่ล่ะ!

ประตูห้องโถงเปิดออกพร้อมร่างสองร่างที่หน้าประตู ครั้งแรกในรอบห้าปีที่เลโอเบิกตากว้างอย่างเห็นได้ชัด ภาพความทรงจำไหลย้อนเข้ามาในหัว ก่อนริมฝีปากจะพึมพำเรียกชื่อออกไป

“วิลเลี่ยม...บิชอปอัลลาเต้”

“เลโอ! เลโอจริงๆด้วย!

เสียงของเด็กหนุ่มผมทองดังลั่นห้องโถง เจ้าตัววิ่งเข้ามาใกล้เลโอ แต่ก่อนจะได้แสดงความดีใจก็ถูกชายผมแดงในชุดคลุมลุ่มล่ามคว้าคอเสื้อเอาไว้ก่อน

“อย่าทำตัวเสียมารยาทสิวิลเลี่ยม”อัลลาเต้ดุ

เลโอมองภาพตรงหน้าด้วยความทึ่งปนทำตัวไม่ถูก เมื่อห้าปีที่แล้วตอนสร้างวิหารกักเก็บบาปทั้งเจ็ด เขาได้ไปที่หมู่บ้านแห่งนั้นแต่ก็พบว่าวิลเลี่ยมและบิชอปอัลลาเต้ออกจากหมู่บ้านไปแล้ว ไม่ว่าจะตามตัวเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ เขาตั้งใจจะให้อัลลาเต้ดูแลวิหารให้ชั่วคราว เพราะรู้สึกว่าในตัวของบิชอปจอมซุ่มซ่ามคนนี้มีสิ่งพิเศษอยู่

“ขอโทษที่พวกข้าหายไปนาน...มานั่งนี่ไหม?”

ประโยคสุดท้ายหันไปพูดกับไคเซอร์ที่จ้องตนตาไม่กระพริบ พอได้รับคำชวนแบบนั้นแทนที่จักรพรรดิปีศาจจะปฏิเสธแต่กลายเป็นว่าไคเซอร์รับพุ่งไปนั่งตักอัลลาเต้พลางเอาหน้าซุกบิชอบหนุ่มเหมือนลูกสุนัขฟัดตุ๊กตา อัลลาเต้ลูบหัวไคเซอร์น้อยๆท่ามกลางความประหลาดใจของทุกคน

“นี่...”

“อย่าไปสนใจเขาเลย ข้าแค่ป๊อปในหมู่เด็กๆ”บิชอบผมแดงว่าพลางขยับแว่นของตน”ที่มาวันนี้เพราะข้ามีเรื่องจะบอกพวกท่าน”

ใบหน้าสะอาดสะอ้านคลี่ยิ้ม นั่นทำให้เลโอเริ่มรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ ทำไมชายตรงหน้าเขาไม่เปลี่ยนไปเลยจากเหมือนห้าปีก่อน...ทำไมถึงดูไม่แก่ลงเลยสักนิด...

“มีอะไรหรือ?”ฟีเอสที่ไม่ได้รู้จักอัลลาเต้เป็นการส่วนตัวแต่เคยได้ยินผ่านเลโอเป็นฝ่ายถาม

“หรือจะมาคุยเรื่องศาสนาจักร?”

วิลเลี่ยมถอนหายใจยาวเมื่อเลโอพูดแบบนั้น เด็กหนุ่มนั่งลงบนที่พักแขนของโซฟาตัวที่อัลลาเต้นั่งอยู่ ก่อนริมฝีปากของเขาจะเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้หัวใจทุกคนหยุดเต้นชั่วคราว

“แอมไพร์จะฟื้นขึ้นมาในวันพรุ่งนี้”

 

ขอเปลี่ยนเวลาจากสามปีเป็นห้าปีเพื่อความยาวนานของคนใจดำเลโอนะครับ//โดนเลโอถีบกระเด็น//ขอซบอกท่านบิชอบอัลลาเต้ผู้ป๊อปในหมู่เด็กๆหน่อยยยยยยยยยยยย

ดูเหมือนเรื่องนี้จะไม่ค่อยมีตัวละครดีๆที่ใช้แล้วทิ้งเลยแหะ...แล้วก็...ไคเซอร์น่ารักจัง-///- ขอกินเด้กแป๊ป//อายุจริงก็รุ่นทวดของทวดแล้วมั้ง//รู้สึกเหมือนเอียงบทไปทางไคเซอร์ชอบกล เอ๊ะ หรือไคเซอร์จะได้กับฟีเอสนะ?! ทบทวรคู่สมการสิทุกคนนนน

มาทำให้เม้นครบ1000กันเถอะ!!!//โดนเตะไปดาวอังคาร//วิ่งกลับไปซบอกบอชอบผู้ป๊อปในหมู่เด็กๆต่อ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

16 ความคิดเห็น

  1. #1043 Bloody_Mary (@bloody-marry) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 14:17
    แอมไพร์จะฟื้นแล้ว!!!ดีใจมากอ่ะ!
    #อะไรคือป็อปในหมู่เด็กๆ?555+
    #1043
    0
  2. #920 หมีน้อย (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 17 เมษายน 2558 / 12:40
    อัพทีน้าาาาาาา
    #920
    0
  3. #918 God Girl (@gamlleboy) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 14 เมษายน 2558 / 15:07
    ฮูเร่~~^O^
    #918
    0
  4. #912 Asuna Jan (@hibaritsuna) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 14 เมษายน 2558 / 05:14
    เเอมไพร์จะฝืนนน กรี๊ดดดดดดดีจุงเบย
    #912
    0
  5. #910 เมียอี้ψ (@mathzaza) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 12 เมษายน 2558 / 00:04
    ในที่สุดเอมไพร์ก็จะฟื้นแล้วหย๋ออดีจุงเบย><~
    #910
    0
  6. #909 w-rabbit (@nene-zero) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 11 เมษายน 2558 / 11:21
    แอมไพร์จะฟื้นแล้วๆๆๆ ดีใจโลด มาต่ออีกไวๆๆนะคะ สู่ๆๆ
    #909
    0
  7. #908 Rinkaki-chan (@030744_maii) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 11 เมษายน 2558 / 10:47
    เเอมไพร์จะฟื้นเเล้ววว โอ้ย น้ำตาจะไหล UvU
    #908
    0
  8. #907 |||No_Name||| (@oom-kanyarat) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 11 เมษายน 2558 / 05:12
    บางทีเค้าก็สงสัยนะฮะ อัลเฮอร์ไนท์ นี่ลูกของใครกับใครเหรอฮะ *0* //แอร๊ฟฟฟฟโดนตบข้อหาผิดเรื่อง คริๆๆๆ

    #907
    0
  9. #906 N เอ็น (@nlm1122) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 11 เมษายน 2558 / 00:32
    กรี๊ดดดด! กรี๊ดดดดดด!! กรี๊ดดดดดดดด!! อย่าหลอกเค้าเล่นนะ อย่านะ เอมไพร์จะฟื้นจริงๆนะ >_<
    #906
    0
  10. #905 ภูตินิรันดร์ (@variana) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 10 เมษายน 2558 / 22:28
    อ๊าาาาา แอมไพร์จะฟื้นแล้วววว //ตะโกนลั่นห้องจนโดนแม่ด่า// โฮฮฮฮฮ ดีใจจังเลย ว่าแต่อัลลาเต้เป็นคนรึเปล่าเนี่ย ไม่เห็นแก่ขึ้นเลย! แล้วไปรู้จักมักจี่กับไคเซอร์ได้ไงอ่า อ๊า ขอพูดอีกรอบเลย เรื่องนี้ขนาดจะจบยังมิวายทิ้งปริศนาไว้ให้แก้ เฮ้ออออ อยากอ่านตอนแอมไพร์ฟื้นง่าาาาา
    #905
    0
  11. #904 nen gon (@14127703) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 10 เมษายน 2558 / 21:14
    แอมไพร์กลับมาาาาาาาาแว้วววววว อิอิ เลโอดีใจด้วยน้า
    #904
    0
  12. #902 KillerKill (@valasmps) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 8 เมษายน 2558 / 22:26
    แอมไพร์ใกล้จะกลับมาแล้วสินะ! เฝ้ารอๆ >o<
    #902
    0
  13. #901 hellalin (@hellalin) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 8 เมษายน 2558 / 08:41
    ชอบตอนพิเศษค่ะ แอบลุ้นนะให้แอมไพร์ฟื้น ฟฟฟฟฟ ฟื้นสักทีครับเฮ้ย... #เขย่าโลงแก้ว(???) เอาเป็นว่าไม่ว่าจะจบยังไงก็ชอบเรื่องนี้ไม่เปลี่ยนแปลง 5555555 ขอบคุณมากค่ะที่มาแต่งเรื่องนี้
    #901
    0
  14. #896 Dewz Michaelis (@tiwawann-00) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 01:13
    อิมไพร์ น่ารักดีเน้ออออออออ > <
    #896
    0
  15. #895 |||No_Name||| (@oom-kanyarat) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 17:40
    =____=บางทีเค้าก็คิดนะว่าพี่ใหญ่นี่ซื่อที่สุดในบรรดาพี่น้องแล้วล่ะ!!
    ว่าแต่...มาดท่านในตอนแรกๆที่โผล่มามันหายไปไหนหม๊ดดดดดดดดTTUTT

    #895
    0
  16. #894 ภูตินิรันดร์ (@variana) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 17:08
    งือออ แอมไพร์ยังไม่ตื่นอ๋อ คิดถึงแล้ววว ว่าแต่เบลโง่เง่ายังไม่ยอมมาสู่ขอไอโรอีกหรอออออ พูดก็พูดเถอะ ไม่นึกว่าอิมไพร์กับเลโอจะเป็นเพื่อนคุยกันได้ ก่อนหน้านี้กัดกันแทบตาย ว่าแต่ร่างที่ถูกขังนั่นใช่ แอมไพร์ไหมน้อออ ถ้าใช่แล้วใครมาช่วยแอมไพร์กันหว่าาาา อ๊า ขนาดจะจบแล้วยังไม่วายมีปริศนาอีนุงตุงนังไปหมด! จะรออีก 50% น้าาาา
    #894
    0