Knight Vs Queen! ศึกปราบเกรียน[อัศวินแด่ราชินี]

  • 96% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 35,036 Views

  • 1,107 Comments

  • 1,802 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    24

    Overall
    35,036

ตอนที่ 48 : Knight VS Queen DLC: Please don’t go anywhere <100per>

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 973
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    28 เม.ย. 58

ชื่อของแฝดเคอร์ริสกับคารืเรย์สลับบทกัน เรามาแก้นะ สรุปคือคนไปที่อยู่แดนปีศาจคือเคอร์ริส แฝดพี่ ส่วนแฝดน้องที่อยู่ยูโนสซิสคาร์เรย์นะ เราบอกแล้วเราแยกมันไม่ออกกกกกกก

Title: Knight VS Queen DLC:

<Please don’t go anywhere>

อย่าไปไหนอีกนะเธอ...ถ้ายังรักฉันก็อภัย

Pairing: All


คำพูดนั่นทำให้เลโอเหมือนถูกเอาฟาดด้วยหมอนใบยักษ์ นัยน์ตาของอัศวินหนุ่มเรียบสนิท บ่งบอกว่าเขาไม่พร้อมรับเรื่องนี้เป็นเรื่องล้อเล่นเด็ดขาด ถ้าพวกอัลลาเต้กล้าล้อเล่นกับเขาเรื่องนี้ เรื่องอาจจะจบไม่สวย

“อย่าเอาเรื่องนี้มา...”

“หน้าตาข้าล้อเล่นเหรอเลโอ?”

อัลลาเต้ถามเรียบๆพลางหยิบแก้วชาขึ้นจิบโดยไม่สนว่าของใคร นัยน์ตาสีมรกตสวยเหล่มองใบหน้าอัศวินนภาเล็กน้อย

“อาจจะกะทันให้เกินไปที่จะให้เจ้ารับเรื่องนี้ แต่ข้าพูดความจริงนะ”แววตาที่บิชอปหนุ่มใช้มองเลโอมันเหมือนอสรพิษที่รอจับเหยื่อ เลือดในกายเลโอเย็นเฉียบ นักบวชหนุ่มแปลกไป...แปลกไปจากเดิมมาก

“ข้าไม่ใช่มิคาเอลหรอกน่า ไม่ต้องห่วง”อัลลาเต้โบกมือ”ไม่เชื่อถามวิลเลี่ยมสิ”

“อื้ม! จริง! เขาไม่ใช่เจ้าเทพสกปรกนั่น พูดแล้วแขยงปาก”

วิลเลี่ยมยืนยันก่อนจะขูดลิ้นกับฟันหน้าตัวเองเหมือนจะขูดให้คำพูดที่มีความหมายถึงมิคาเอลหลุดไป เลโอปรายดวงตามองบิชอปหนุ่มที่นั่งยิ้มๆเท่านั้น

“เขาไม่ใช่คนเลวหรอกเลโอ ถ้าถามว่าใช่เจ้ามิคาเอลไม่ขอตอบว่าไม่ แค่จัดอยู่ในพวกที่คล้ายกัน”

ไคเซอร์บอกเสียงอู้อี้พลางสูดน้ำมูก นัยน์ตาสีเขียวของเด็กชายแดงกล่ำหน่อยๆเหมือนว่าเพิ่งร้องไห้มา บิชอปอัลลาเต้ลูบหัวไคเซอร์เบาๆ

“เชื่อหรือไม่ก็ตามใจเจ้า แต่ถ้าข้าบอกว่าจะฟื้นก็คือฟื้น เพราะข้าพูดแต่ความจริง”

พูดจบก็ยิ้มอีกครั้ง แถมคราวนี้มีดอกไม้สีชมพูดบานไปทั่ว ฟีเอายกมือโบกเหมือนไล่ความน่ารักนั่นไปแล้วตวัดขึ้นขั้นไคว่ห้าง

“เจ้าเอาอะไรมามั่นใจ”

“เพราะข้าเป็นคนที่พูดแต่ความจริง”

“นั่นไม่ใช่คำตอบ”

“นี่คือคำตอบองค์ชายที่รัก”

ฟีเอสจนคำพูดกับนักบวชหนุ่ม เขากลอกสายตาไปมา รู้สึกเหมือนเห็นไคซารี่ซ้อนทับกับชายหนุ่มคนนี้อย่างประหลาด อัลลาเต้ไม่ได้พูดอะไรอีก ไม่ได้ย้ำให้ทั้งหมดเชื่อเขา และก็ไม่ได้พูดในเชิงว่าตัวเองล้อเล่นแต่อย่างใด คนคิดหนักจะเป็นใครไปถ้าไม่ใช่เลโอ อัศวินนภานั่งนิ่งจมไปกับความคิด การที่คนรักตายไปตั้งห้าปี แล้วอยู่ๆก็ดันมีคนที่ในอดีตศัตรูเคยสิงร่างมาพูดอะไรแนวนี้ เป็นใครก็ต้องระแวง

“ฟื้นหรือไม่ก็ไม่เห็นต้องคิดมาก ไม่ฟื้นพวกท่านก็ฆ่าพวกข้าทิ้งได้เลย ฐานโกหก แต่ถ้าแอมไพร์ฟื้น ข้าก็ไม่ได้ขออะไร”

ท้ายที่สุดวิลเลี่ยมก็พูดขึ้น เจ้าเด็กหนุ่มหน้าซื่อในวันนั้นตอนนี้กลับดูตรงไปตรงมา แบบพวกกล้าได้กล้าเสีย สายตาไม่ได้หวั่นใจแม้แต่น้อยว่าตนอยู่กลางปราสาทและนั่งล้อมไปด้วยเจ้าชายและอัศวิน

“แล้วเจ้ามาบอกเรื่องนี้ทำไม?”

“นี่ท่าน สมองท่านนี่เคยใช้บ้างไหม? ร่างของแอมไพร์อยู่ที่นี่แล้วจะให้ข้าไปบอกใคร บอกพ่อค้าขายหมูที่ตลาดนัดหรือไง ลุง นี่ลุง แอมไพร์จะฟื้นนะ ลุงเขาจะไปเข้าใจอะไร ข้านี่สิไม่เข้าใจท่านจริงๆ”

แน่นอนคนตอบยังคงเป็นวิลเลี่ยม แต่เพียงเท่านี้เลโอก็รู้แล้วว่าเด็กหนุ่มในตอนนั้นเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้า สีหน้ากวนประสาทขึ้นกว่าเดิมมาก มากไปจนเลโอเริ่มคิดว่าพวกนี้ตัวปลอม

“ปลอมแล้วพวกข้าได้อะไร มีแต่มาตายในรังพวกท่าน เจ้าไปบอกข่าวนี้กับพวกพี่น้องเจ้าเถอะไคเซอร์ ดีกว่ามานั่งปากเปียกปากแฉะพูดซ้ำๆกับคนพวกนี้”

“ครับ”สิ้นค่าของปีศาจน้อยก็หายไปทันที

ครับ เหรอ...”

เลโอพึมพำลางหันมองหน้าฟีเอสกับคาร์เรย์ว่าได้ยินเหมือนตนหรือเปล่า ไคเซอร์พูดครับ...กับคนแปลกหน้าเนี่ยนะ?

“แต่ข้าเชื่อนะว่าสองคนนี้พูดจริง”เซย์เนลว่าขึ้นแล้วยกยิ้มขึ้น เจ้าชายหนุ่มโบกมือไปมาในอากาศเหมือนจะบอกว่าเรื่องที่พวกพี่ชายกังวลมันไร้สาระ

“แต่ก็อย่างว่า ถ้าพวกพี่ไม่เชื่อข้าก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องรอพิสูจน์พรุ่งนี้เช้า และคืนนี้ข้าคงพักที่นี่ รอดูแอมไพร์ฟื้น คาร์เรย์ จัดที่พักให้ข้าด้วยนะ”

“แล้วท่านจะไปไหนหรือ?”คาร์เรย์ถามพลางเลิกคิ้วเมื่อเห็นเจ้าชายแห่งอาคเนย์ลุกขึ้น

“ข้าจะไปเดินเล่นน่ะสิ ไม่ได้มาตั้งนาน”

แล้วร่างของเซเนลก็หายไป เหลือทิ้งไว้เพียงแขกผู้น่าสงสัยสองคนที่ตั้งหน้าตั้งตากินน้ำชาและของหวานอย่างจริงจังเหมือนเรื่องคอขาดบาดตาย นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย...

 

เลโอไม่คิดว่าเช้าวันใหม่จะอึกทึกแบบนี้ มันก็ไม่เชิงอึกทึกเพียงแต่จะเรียกว่าเช่นไรดี...คนเยอะ? ผู้คนหนาตา?...ไม่ นั่นมากไป...เขาเรียก

“คึกครื้นบ้าอะไรกัน”

ไอโรที่ยังใส่ชุดนอนว่าด้วยน้ำเสียงงัวเงียก่อนจะเปิดปากหาว นัยน์ตาสีทองมองไปยังห้องรับแขกที่อัดแน่นไปด้วยจักรพรรดิปีศาจทั้งห้า...จนแล้วจนรอดเจ้านั่นก็ไม่มาแหะ...ไอโรยักไหล่ก่อนเดินเข้าไปในห้องนั่น นอกจากพวกจักรพรรดิปีศาจที่นั่งนิ่งบนโซฟาพลางจ้องแก้วน้ำชาตาเขม็งแล้ว ยังมีฟีเอส เซย์เนล คาร์เรย์ และคนสองคนที่เลโอบอกว่านำข่าวเรื่องแอมไพร์มานั่งอยู่

“นี่พวกเจ้าจะนั่งจ้องน้ำชาของเมืองข้าอีกนานไหม? มันกินได้ ไม่มียาพิษ”

“ข้าก็ไม่ได้กลัวพิษ”เซทซัสว่า”แต่พวกเราแข่งกันว่าถ้าใครกินก่อนแพ้”

ไอโรร้องเหอะแล้วเดินไปนั่งลงบนโซฟาเดี่ยวพลางบ่นว่าไร้สาระจริงๆ ไคเซอร์เห็นไอโรมาแล้วก็พุ่งเข้าไปนั่งตักด้วยความออดอ้อน

“นี่พี่ไอโร ข้าอยากกินสายไหมอ่ะ”

“หยุด—“

“เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาอ้อนพี่ชายข้าเนี่ยพี่ตัวเองก็มีตั้งหลายคน ไปอ้อนเอาสิ!

ก่อนที่ไอโรจะเปิดปากต่อว่าไป เซย์เนลก็โพลงขึ้นมาก่อน เจ้าชายผมทองคว้าคอเสื้อของไคเซอร์ที่ดูจะตัวเล็กกว่าเมื่อวานแล้วโยนไปทางพวกจักรพรรดิปีศาจที่เหลือ

“ง่ะ!

“เจ้าไม่ควรทำแบบนี้กับน้องของเรานะ”อิมเพอร์ร่าพูดเรียบๆ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นจ้องเซย์เนลอย่างไม่เป็นมิตร แต่มีหรือที่เซย์เนลจะสน เขายักไหล่ทำท่าทีเหมือนไม่เห็นอิมเพอร์ร่าในสายตา

“ข้าว่าข้าฆ่าเจ้าเด็กนี้ฉลองเอมเพอร์ฟื้นดีไหม?”

“ฆ่าเลย ฆ่าเลย ฆ่าเลยพี่รอง!!!

ไคเซอร์ยกมือขึ้นชูเหนือหัวแล้วร้องพลางวิ่งรอบห้องอย่างร่าเริง ไอโรส่ายหัวหันไปคุยเรื่องดินฟ้าอากาศกับไคซารี่แทน คาร์เรย์ก็หันไปถามความเป็นไปของพี่ชายจากเซทซัส พี่ใหญ่กับพี่รองก็นั่งมองน้ำชาในถ้วย ฟีเอสห้ามไม่ให้เซย์เนลตีกับไคเซอร์ ทางแขกทั้งสองก็กินต่อไปเรื่อยๆไม่หยุดปาก

“นี่สรุปเบลมันจะไม่มาจริงๆใช่ไหม?”เปลี่ยนจากดินฟ้าอากาศเป็นเจ้าสลอทแทน

“ข้าว่าต้องตามมาสิ เอมเพอร์กลับมาทั้งที ถ้าเขาไม่มาก็แย่นะ คาร์รักเอมเพอร์จะตาย”ไคซารี่ว่าแล้วลูบคาง

“เจ้านั่นบอกจะตามมาที่หลังน่ะ เพราะเห็นออกไปกับคาร์เรย์ตั้งแต่เมื่อวานตอนเช้า น่าจะไปทางเหนือ คงไปหาอะไรเล่นกันอีก”

“ดูพี่ชายข้าซนจัง”คาร์เรย์ว่ายิ้มๆกับเซทซัส แต่ก็แอบคิ้วกระตุกถี่ๆสามสี่ที

“นี่สรุปพวกเจ้ามาทำอะไรกันตั้งเยอะตั้งแยะ?”

ในที่สุดเลโอก็ทนดูงานปาร์ตี้กึ่งจับเข่าคุยกึ่งนั่งเม้าท์กึ่งมั่วเละเทะไม่ไหว นัยน์ตาสีเทามองหน้าแต่ละคนช้าๆ...ไม่สิ...คนมีไม่ถึงครึ่ง...

“พวกเขารอเจ้ามาเปิดประตู เจ้าล็อคห้องแอมไพร์ทำไม”

คนตอบเป็นอัลลาเต้ที่นั่งกินชาของทุกคนไปเรื่อยๆจนหมดไปหลายแก้ว

“เจ้านี่กะไม่กินข้าวเช้าเลยหรือไง?”ฟีเอสพึมพำ

“ข้านึกว่าพวกเจ้ามานั่งคุยเล่นกันเสียอีก”

เลโอพึมพำก่อนเดนนำไป แต่ละคนดูเหมือนไม่ตื่นเต้นเรื่องแอมไพร์กันเลย แม้แต่ตัวเลโอเองก็รู้สึกไม่ตื่นเต้น...เหมือนในใจยังเชื่อเสมอว่าสักวันแอมไพร์ต้องตื่นขึ้นมา เลโอยักไหล่ก่อนเปิดประตูห้องแห่งนั้นออกทั้งสองประตูเพื่อให้คนทั้งหมดเข้าไปได้อย่างไม่แออัด ร่างของแอมไพร์ยังนอนิ่งอยู่บนเตียงหลังใหญ่หลังเดิมที่แอมไพร์เคยใช้นอนสมัยเป็นราชินี รอบตัวเงียบกริบไร้การเคลื่อนไหว

“ไม่เห็นเกิดอะไรขึ้น”

“เข้าคิดว่าปุ๊ปปั๊ปก็ฟื้นหรือไง กลับจากความตายนะไม่ใช่ตื่นนอน อีกอย่างทางจากทางนั้นกับที่นี่ก็ตั้งไกล ใครจะไปรู้ แอมไพร์อาจจะหยุดเที่ยวก็ได้ หรือรถอาจจะติด”

วิลเลี่ยมว่าอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะเดินไปนั่งลงบนเตียงของแอมไพร์อย่างไม่สนใจสายตาที่เกือบจะฆ่าเขาทั้งหมด อัลลาเต้ตัวเราะหน่อยก่อนจะเดินตามไปด้วย ไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่มีใครห้าม ไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่มีใครกล้าขยับเท้าเข้าไปมากกว่านี้ เลโอยืนมองอย่างงุนงง อัลลาเต้ยิ้มน้อยๆขณะมองร่างของเด็กหนุ่ม เรียวปากชวนคุ้นตาขยับเอ่ยอะไรเบาๆที่ไม่น่าจะเป็นภาษามนุษย์ทั่วไป

“เอาล่ะเอมเพอร์เรอร์ ตื่นได้แล้วล่ะ ทุกคนมารอแล้ว”

สิ้นเสียงรอบความเงียบก็โรยตัวลงมาอย่างเชื่องช้า ทุกร่างเหมือนหยุดหายใจ แต่จนแล้วจนรอดผ่านไปถึงสิบนาทีทุกอย่างก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง

“จะเอายังไงก็ว่ามาเลยดีกว่า?”ฟีเอสว่าเรียบๆ เรื่องแอมไพร์ไม่ใช่เรื่องน่าล้อเล่นสำหรับพวกเขาเลยสักนิด อัลลาเต้เล่นแบบนี้มันไม่ควรให้อภัย

“ข้าถาม...”

“ชู่”อัลลาเต้ยกนิ้วแนบริมฝีปากตนพร้อมส่งเสียงน้อยๆ นัยน์ตาสีเขียววาวเรืองเป็นสีแดงทับทิมชั่วครู่ก่อนหายไป“ตื่นแล้วเหรอแอมไพร์”

สิ้นเสียงนั้นสายตาทุกคู่ก็กลับไปที่ร่างของเด็กหนุ่ม เปลือกตาบางค่อยๆขยับอย่างเชื่องช้า มันกระตุกสองสามครั้งก่อนเปลือกตานั้นจะเปิดออก นัยน์ตาสีม่วงคู่งามมองเพดานห้องอย่างเหม่อลอยก่อนมันจะเบนกลับมามอเจ้าของมือที่จับมือตนเอาไว้

“ท่าน...”

น้ำเสียงเรียบสงบยังคงเป็นเสียงเดิมในความทรงจำ ร่างนั้นยันตัวลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า มือเรียวปัดดอกไม้แห้งบนตัวออกอย่างไม่ทุกข์ร้อน...

“แอมไพร์...”

เลโอพึมพำชื่ออีกฝ่ายออกมาเหมือนละเมอเป็นเหตุให้ดวงตาคู่สวยเบนไปมอง ยามที่นัยน์ตาทั้งสองคู่ประสานกัน วูบหนึ่งที่ฉายแววความคะนึงหาออกมา แต่แค่เพียงดเสียวนาทีนั้นเท่านั้น เมื่อนัยน์ตาสีม่วงเบนมองทุกร่างจนครบแววความสงสัยก็เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว

“พวกเจ้าเป็นใคร!

นัยน์ตาของทุกร่างเบิกโพลงขึ้นอย่างตะลึงงัน คนที่ตกตะลึงที่สุดคงไม่ใช่ใครนอกจากเลโอ อัศวินนภาสาวเท้าไปด้านหน้าแต่แอมไพร์กลับกระโดดตัวลอย

“ออกไปให้พ้น!”เสียงนั้นตวาดก่อนแอมไพร์จะเคลื่อนตัวไปหลบอยู่หลังอัลลาเต้ สองมือจับไหล่บิชอปหนุ่มไว้แน่น

“ไม่เป็นไรแอมไพร์...ไม่เป็นไร”

“เจ้าเป็นใคร!

นัยน์ตาของเด็กหนุ่มมองตรงไปยังเลโอแต่เพียงคนเดียว นัยน์ตาคู่เดิมที่เคยฉายแววความร่าเริงสดใสบัดนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

“เจ้าเป็นใคร ทำไมต้องทำร้ายข้า!

“ข้าไม่เคย...”

“กล้าปฏิเสธความจริงเหรอเลโอ...ว่าเจ้าไม่เคยทำร้ายเขา...ไม่ว่าร่างกายหรือจิตใจ?”

วิลเลี่ยมเอ่ยช้าๆอย่างไม่หยี่ระต่อสายตาทุกคนเท่าไหร่ แม้จะถูกกดดันด้วยจิตสังหารของเหล่าจักรพรรดิปีศาจแต่ก็ไม่ทำให้เด็กหนุ่มผมทองเปลี่ยนสีหน้าแต่อย่างใด

“ตลกจริงๆ”

อัลลาเต้ว่าพลางลุกยืนแล้วก้าวเท้ามาด้านหน้า ส่งผลให้แอมไพร์ตามมาพลางเกาะเอวอีกฝ่ายแน่น ใบหน้าแนบลงบนไหล่ของนักบวชหนุ่มแต่ทว่านัยน์ตากับมองไปยังทุกร่างด้วยความหวาดระแวง

“แอมไพร์...ชายคนนั้นคือคนรักของเจ้า คนพวกนั้นคือเพื่อนเจ้า และนั่นก็พี่ชายของเจ้า...”

“ไม่ใช่!”แอมไพร์เถียงทันควัน นัยน์ตาสีม่วงมองทุกคนที่ถูกแนะนำก่อนจะสะบัดหัวอย่างรุนแรง”พวกเขาทำร้ายข้า...”

“เจ้าทำอะไรแอมไพร์!!!”ฟีเอสตวาดขึ้นมาเป็นคนแรก นัยน์ตาของเจ้าชายว่าที่ราชานิ่งเรียบดุจน้ำแข็ง

“พวกท่านทำอะไรเขามากกว่า...ถามใจตัวเองดู”อัลลาเต้กล่าวง่ายๆ ไม่ได้สนใจสายตาสงสัยของแต่ละคนเลยแม้แต่น้อย กลับกันเขากลับแกะมือของแอมไพร์ที่กอดเอวตัวเองไว้ออกแล้วดันร่างเด็กหนุ่มมาด้านหน้า

“เจ้าต้องอยู่กับเขานะ”ว่าแล้วก็ผลักแอมไพร์ไปทางเลโอ เด็กหนุ่มไมได้ทันตั้งตัวก็เซถลาไปทางอัศวินหนุ่มทันที เลโอรีบคว้าร่างบางเอาไว้ กอดเข้าหาตัวแนบอก แต่ทันทีที่แอมไพร์ได้สติก็สะบัดตัวออกพลางยกมือตบเลโอทันควัน

“เจ้าไม่...เจ้าทำร้ายข้า...ข้าร้องไห้เพราะเจ้า...เจ้า...เจ้าทำข้าเสียใจ...”แอมไพร์กุมศีรษะตัวเองแล้วสะบัดหัวไปมา

“ข้า—“

เพล้ง!!!

ยังไม่ทันที่เลโอจะแก้ต่างให้ตนเองกระจกประตูระเบียงบานใหญ่ก็แตกกระจาย เลโอไม่มีเวลาใคร่ครวญรีบดึงแอมไพร์เข้าหาตัวพร้อมกอดไว้แน่น แม้แอมไพร์จะดิ้นพล่านแต่เลโอก็ไม่ยอมปล่อย โดนร่างบางทั้งกัดทั้งทุบก็ไม่สะท้าน ก็บอกแล้วว่าโดนแทงทะลุตัวมาแล้วตั้งสองครั้ง แค่นี้ไม่น่ากลัวเลยสักนิด

“มาเร็วกว่าที่คาดแหะ ว่ามะ?”วัลเลี่ยมว่าพลางมองไปยังร่างที่มีปีกสีขาวหลายร่าง คงตามมาจากสวรรค์...

“ว่าอะไร? เจ้าจัดการไม่ดีเอง ข้าไม่รับรู้ ข้าแค่มาปลุกแอมไพร์”

อัลลาเต้ยกมือกอดอกแล้วทำสีหน้าว่างเปล่าใส่วิลเลี่ยมที่ตอนนี้มีดาบเล่มบางอยู่ในมือ วิลเลี่ยมทำหน้าเอ๋อก่อนจะโวยลั่น

“เฮ้ย! อย่ามาทำแบบนี้สิสหาย เจ้าจะทิ้งข้าได้ไง”

“ทิ้งที่ไหน โน่น พวกเจ้าเยอะแยะ”ว่าจบอัลลาเต้ก็หันไปพูดกับพวกเลโอเรียบๆ”ข้าจะบอกนะ ไอ้พวกที่บุกมาตอนนี้คือพวกที่มาตามเอาวิญญาณแอมไพร์คืน ศัตรูพวกเจ้า จัดการเอง เรื่องนี้ข้าจะไม่ยุ่ง”

“ปัดความรับผิดชอบชะมัด”เซย์เนลบ่น

“เลโอเจ้าดูแลแอมไพร์ไว้ พวกข้าจะไปเด็ดปีกไอ้พวกลูกเป็ดนี่เอง!”ไคเซอร์ประกาศกร้าวแต่โดนไคซารี่ใช้มือผลักหน้าน้องชายตนเอง

“ไม่ต้องเลยเจ้าน่ะ

“อะ—“

“ไอโร อาละวาดปราสาทพังได้ไหม?”

ก่อนไคเซอร์จะได้ประท้วงต่อเสียงอิมไพร์ก็แทรกขึ้น พี่ใหญ่หันไปถามสหายในชุดนอนที่ยังคงทำหน้าง่วงแม้เจอเรื่องน่าตื่นเต้นเร้าใจแค่ไหน ไอโรโบกมือแต่นั่นไม่ใช่การบอกว่าไม่เป็นไรหรือปฏิเสธ

“ถ้าปราสาทพัง เดี๋ยวข้าเรียกเก็บย้อนหลัง ไม่ต้องห่วง ข้าเรียนเรื่องคำนวณค่าเสียหายจากไคซารี่มาเป็นอย่างดี ถ้าไอ้บ้าเบลเป็นอาจารย์ของเคอร์ริส ไคซารี่ก็อาจารย์ข้า”

“นั่นแหละที่น่าห่วง”

เซทซัสพึมพำก่อนจะตามาด้วยเสียงกระพือปีกที่ดังสั่นกว่าเดิมเพราะอิมเพอร์ร่าสาดกรดกัดกำแพงห้องฝั่งติดระเบียงจนมันหายไปทั้งพนัง เรียกว่าพ่อคุณน่ากลัวเกินไปแล้ว นัยน์ตาสีแสดมองรอดแว่นสายตาไปยังร่างที่มีปีกสีขาวในชุดสีขาวและมีผิวขาว

“สะท้อนแสงแสบตาจริงๆ”

เหมือนมีกากบาทขึ้นที่ขมับซ้ายของปีศาจหนุ่ม น้ำกรดปริมาณมากสาดใส่พวกมีปีกนั่นจนพวกมันร้องลั่น นอกจากนั้นน้ำพุด้านล่างปละพวกต้นไม้ก็โดนพิษน้ำกรดเล่นงานไปด้วย

“เจ้า...เจ้าลืมฉีดยาน้องเจ้าหรือไงอิมไพร์”ฟีเอสว่าพลางทำหน้าซีด

“เขายังไม่ได้กินข้าวเช้า เป็นแบบนี้แหละ”ไคเซอร์ตอบแทน

“เจ้าเตี้ยถอยไป ไม่ช่วยก็อย่าเกะกะ”เซย์เนลใช้เท้าเขี่ยไคเซอร์ที่ยืนอยู่ข้างฟีเอส

“เตี้ยบ้านเตี่ยเจ้า จริงๆแล้วข้าน่ะสูงจะตาย!”ไคเซอร์หันไปสวนพลางทำท่าจะร่ายเวทย์คืนร่างเดิม

“ไค หยุด”

พี่ใหญ่ว่าเรียบๆแต่ก็ส่งผลให้ไคเซอร์หยุดแต่โดยดี ถ้าพี่ใหญ่เรียกชื่อเล่นที่ชื่อเล่นยิ่งกว่าชื่อเล่น(?)ล่ะก็แปลว่าเจ้าตัวต้องการให้หยุดจริงๆ ไคซารี่เดินมาอุ้มน้องชายเอาไว้แล้วบ่นประมาณว่าถ้าเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง ทางไคเซอร์ก็ตอบว่าข้าไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอกน่า ทางฟีเอสกับเซย์เนลก็ได้ยินสองพี่น้องคุยกันไม่ชัด ตามตรงคือไม่ใส่ใจมากกว่า

“เอางี้นะ สู้เสร็จไปเรียกข้ามาประเมินความเสียหายด้วย ข้าจะไปนอน ราตรีสวัสดิ์แอมไพร์”

มีคนเดียวที่ท่านราชายอมเอ่ยลา คาร์เรย์หันไปมองแล้วบ่นยาวเป็นขบวนจนจับใจความได้แค่ว่า

“บทจะนอนก็นอนเป็นจริงเป็นจัง ท่านตื่นเต้นกับชาวบ้านเขาหน่อยเถอะ”

“ไม่ล่ะ พวกเจ้าตื่นเต้นแล้ว ข้าไม่ยอมตื่นเต้นด้วยหรอก”ราชาหนุ่มว่าหน้าตายพลางปรายตามองหน้าอัลลาเต้ที่ทำท่าทางเหมือนนั่งชมการแสดงสดนิดหน่อยก่อนจะตีสีหน้าเบื่อหน่าย

“ปล่อยข้า! อย่ามาจับข้า ปล่อย!

“ข้าไม่ทำอะไรเจ้าจริงๆ”น้ำเสียงอัศวินผมแดงดูเจ็บปวด แต่แอมไพร์ไม่รับรู้ เขาเอาแต่ดิ้นไปมาจนเลโอต้องจับหน้าเด็กหนุ่มเอาไว้ด้วยสองมือ

“แอมไพร์ ขอโทษ หยุดดิ้น”

มันได้ผลชะงักเหมือนสั่งหมา(?) แอมไพร์นิ่งไป แต่นิ่งเหมือนคนตกอยู่ในภวังค์ เลโอโล่งใจเปราะหนึ่งแต่แล้วกลับต้องตระหนกอีกรอบ

“ไอโร!

“อะ— เฮ้ย! ปล่อยข้า!!! ข้าแค่จะไปนอน ปล่อยนะเว้ยไอ้พวกลูกเป็ดเฮงซวย แม่งเอ๊ย! ไอ้สารเลว แม่ง!

จักรพรรดิปีศาจและพองเพื่อนต่างนิ่งใบ้กินไปชั่วคราวเมื่อเจอไอโรเวอร์ชั่นหยาบคาย เซย์เนลที่ได้สติก่อนชี้ไปที่พี่ชายที่ลอยอยู่กลางอากาศแล้วหันมองไคเซอร์

“พี่ไอโรของข้าเป็นแบบนี้เพราะคลุกคลีกับพวกเจ้าแน่ๆ”

“บ้าญาติเจ้าเถอะไอ้เจ้าชายสังกระบ๋วยเฮงซวยไม่เลือกหน้า พี่เจ้าน่ะเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร เจ้าไม่เคยเห็นมันน็อตหลุดล่ะสิ”ไคเซอร์ตอบทันควัน ใช่ เขาเคยเผลอไปกวนไอโรตอนที่กำลังง่วงจัดแต่นอนได้นิดเดียวก็ต้องตื่น วินาทีนั้นไอโรผู้เรียบร้อยและน่ารักของเขากลายเป็นปีศาจโคตรโหดยิงกว่าพี่ใหญ่สองคนรวมกันเสียอีก

“วินาทีนี้ช่วยเจ้านั่นก่อนไหม?”อิมเพอร์ร่าชี้ไปที่เจ้านั่นที่กำลังตะโกนด่าพวกมีปีกสีขาวแสบตาแบบน้ำไหลไฟดับ

“มันหายใจทางเหงือกหรือไง?”ฟีเอสพึมพำ

“ข้าจัดการเอง”ไคซารี่แทรกขึ้นก่อนจะง้างธนูของตนไปยังเจ้าพวกลูกเป็ด ลูกธนูสีทองเพราะทำจากทองจริงๆพุ่งไปปักมือที่จับเสื้อไอโรอยู่จนมันร้องลั่นแล้วปล่อยมือ ไอโรก็มัวแต่จับชุดนอนของตนที่เป็นเหมือนชุดกระโปรงไม่ให้มันเปิดอยู่จนลืมร่ายเวทย์เพื่อควบคุมการลอยตัวของตนเอง

“ไอโร! เรื่องความบริสุทธิ์ของกางเกงในเจ้ามันไม่สำคัญเท่าชีวิตนะเว้ย!”ไคเซอร์ร้อง

“ข้าไม่ได้ใส่เว้ย กางเกงในน่ะ!

ไอโรตะโกนออกมาหน้าด้านๆแต่ทุกคนลมจับกันไปหมด ไอโรสบถเพราะมีแต่คนสนใจกางเกงในเขา ไม่มาสนใจตัวเขาสักนิด ร่ายเวทย์ไม่ออกเลย!

ฟลุบ!

ก่อนร่างจะกระแทกพื้นดับอนาถ องค์ราชาถูกรับเอาไว้จากร่างที่มาจากทิศทางที่แตกต่าง เขาชะงัก ตัวแข็งเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสที่คุ้นเคย นัยน์ตาสีทองสั่นระริกก่อนเบนมองใบหน้าผู้มาใหม่

“เบล...”

“พวกมันยกฝูงมาแล้ว จัดการด้วย”

กรุ๋งกริ๋ง

“ครับๆอาจารย์ที่เคารพรักยิ่งชีพ”

เสียงอีกเสียงแทรกขึ้นก่อนไอโรจะได้พูดอะไรมากไปกว่านี้ เงาดำฟาดผ่านศีรษะไป แต่ละร่างหันมองเห็นร่างปราดเปรียวในชุดคลุมสีดำนั่งอยู่บนอาชาสีดำสนิทที่มีไฟที่เท้าเป็นสีเขียวน้ำทะเลเข้ม ผ้าคลุมสีดำสนิทคลุมตั้งแต่หัวจรดเอว ชายผ้าคุมโบกสะบัดช้าๆปกับแรงลม เสียงอังวานใสเหมือนกระพรวนดังทุกครั้งที่ร่างนั้นเคลื่อนกาย

“ห้าสิบ? ดูถูกกันไปป่ะวะ”เสียงคุ้นหูเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ มองดูพวกมีปีกสีขาวที่บินมาทางปราสาทยูโนสซิสด้วยความไม่สบอารมณ์

“ถ้าคิดจะจัดการข้าน่ะนะ...”ร่างนั่นชูนิ้วสองนิ้วขึ้นมา”สองพันอย่างต่ำว่าพวก”

กรุ๋งกริ๋ง

คำพูดนั่นไม่เกินจริงไปในทันทีเมื่อร่างนั้นวาดมือครั้งเดียวสายพลังสีดำก็กวาดร่างทั้งหมดกระเด็นไปไกลสุดเส้นขอบฟ้า ร่างนั้นแสยะยิ้มก่อนจะหยิบเหรียญทองขึ้นมาดีดขึ้นฟ้า

“แลกด้วยนี่!”เหรียญทองเหรียญนั้นลอยขึ้นสูงก่อนแตกตัวออกเป็นตาข่ายสีดำสนิทครอบทั้งปราสาทเอาไว้ก่อนจะหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่

“อย่าเอาเงินไปทำแบบนั้นสิ เป็นการใช้งานเวทย์ที่เปลืองเงินจัง”ไคซารี่ต่อว่า

“คนที่เอาทองไปทำลูกธนูไม่น่ามีสิทธิ์พูดนะ”

คาร์ลอยลงมายังพื้นพูดพร้อมทั้งวางไอโรลงก่อนจะเดินไปทางอื่นไม่เปิดช่องให้ไอโรพูดอะไรแต่น้อย พระราชาหนุ่มกัดฟันได้แต่มองตาม ความจริงก็สาปแช่งในใจยาวอีกเป็นขบวน

กรุ๋งกริ๋ง

“ให้ตายเถอะน่า พวกท่านสองคนที่มันอะไรกันนักหนา”

ร่างปริศนาบังคับม้าลงมายังห้องแห่งนั้น เขากระโดดลงจากหลังม้าตัวนั้น และเจ้าอาชาสีดำก็กลับกลายเป็นงูตัวเท่างูเขียว แต่มีขนสีดำฟูฟ่องแลดูพิลึก มันเลื้อยมาพันรอบต้นแขนขาวที่มีกล้าเนื้อแต่พองาม

“เจ้า...”

ไอโรเลิกสนใจคาร์หันไปมองชายหนุ่มที่เพิ่งมาใหม่ อีกฝ่ายเลิกคิ้วภายใต้ผ้าคลุมก่อนจะหัวเราะขึ้นจมูก

“ถึงข้าจะไปนานแต่ก็ไม่น่าจะถึงกับลืมกันนี่ท่านราชา”โทนเสียงเหมือนเดิมแต่ลักษณะการพูดกวนประสาทขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเห็นว่ามนุษย์ทุกร่างเอาแต่ทำหน้าสงสัยเขาเลยเลิกเก๊กแล้วถอดผ้าคุมหัวลง

“จ่ะ...จ่ะ...เจ้า...”

“สวัสดีครับผม”ชายหนุ่มค้อมตัวลง เส้นผมสีเขียวน้ำทะเลยาวละคอ จะมีก็แต่ปรอยผมด้านซ้ายที่ยาวเลยไหล่ลงมาทั้งยังถักเปียกและประดับด้วยลูกกระพรวนสีทองอร่าม นัยน์ตาสีเขียวมองทุกคนด้วยสายตาเบื่อหน่ายกับสีหน้าตกตะลึงขนาดนั้น โครงหน้ายังคงเค้าเดิมแต่ที่แปลกไปคือรอยสักสีดำที่ไล่ตามผิวหน้าขาวด้านซ้ายอย่างโดดเด่น เป็นรอยสักที่อธิบายไม่ออกว่ารูปอะไร

“เจ้าเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ...เคอร์ริส?”

“ทำไมทำเสียงไม่แน่ใจแบบนั้นล่ะ!”เคอร์ริสโวยเป็นเด็กก่อนจะเสกเก้าอี้ขึ้นมานั่งแบบไม่สนใจสายตาที่มองอยู่”ขนาดคาร์เรย์ยังสูงขึ้น หล่อขึ้น มันทำได้ข้าก็ทำได้สิ ข้าพี่มันนะ”

“ข้าไม่ได้หมายถึงรูปร่าง...”

“หรือรอยสัก เท่ไหมล่ะ...แต่ข้าโคตรเกลียด”

“ข้าหมายถึงบรรยากาศ”

ไอโรพูดออกมาอย่างรดเร็วก่อนเคอร์ริสจะพาออกไปตามกระแสน้ำอีก บรรยากาศของอัศวินปัฐพีเปลี่ยนไปจนคนละเรื่อง เมื่อก่อนสีแต่ความรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ควรขี่ยูนิคอร์นสีรุ้งสุดๆ แต่ตอนนี้...เท่ขึ้นจม...

“แน่นอน”เคอร์ริสว่าก่อนหันมองน้องชายที่ทำสายตาไม่แน่ใจ”ทำไมมองหน้าพี่งั้นล่ะน้องรัก ข้าตัวจริงนะ”เคอร์ริสว่า

“เจ้าดูอ้อนเท้าขึ้นนะ”เลโอว่าตรงๆ แขนยังกอดแอมไพร์เอาไว้ไม่ปล่อย

“อ๋อ...ถ้าเจ้าลองมามีอาจารย์มึนๆแบบข้าเจ้าจะเข้าใจว่าทำไมข้าต้องอัพเกรดตัวเองให้กวนประสาทขึ้น ถ้าข้าไม่พูดจาแลดูอ้อนตีนล่ะก็รับรองได้เลยว่ะพวก คาร์มันลืมว่าข้ามีตัวตนชัวร์ ถ้าข้าไม่พูดอะไรที่อ้อมไปอ้อมมาจนต้องตั้งใจฟังล่ะก็มันคงเลิกสนใจข้าแล้วมองท้องฟ้าเหมือนเดิม...นั่งมองแต่พระอาทิตย์ พอเจอของจริงก็จอด”

“เงียบน่า”

“เหอะ”

เคอร์ริสร้องในลำคอก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเมื่อคาร์เรย์สาวเท้ามาใกล้ช้าๆ นัยน์ตาสีเดียวกับเขาจ้องตัวเขาไม่วางตาจนเคอร์ริสขยับตัวชิดพนักเก้าอี้ คาร์เรย์สาวเท้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

“เฮ้ๆ คาร์...”

ก่อนจะได้พูดอะไรร่างของอัศวินวารีก็พุ่งเข้ากอดหมับกับร่างของเคอร์ริสจนทั้งคู่หงายหลังลงไป ดีที่เคอร์ริสร่ายเวทย์รับไว้ทันไม่งั้นคนหัวแตก

“เล่นบ้า...”

“ทำไมไม่กลับมาสักครั้ง ข้าคิดว่าพี่ตายไปแล้วนะรู้ไหม!

เอ่อ...เคอร์ริสไร้คำพูด ได้แต่นิ่งก่อนจะยกมือวางมือลงบนหัวอีกฝ่ายช้าๆ เขาหลับตาลงก่อนจะกระซิบ

“ขอโทษ...ก็กลับมาแล้วนี่ไง...”

“เบื่อ”

ไอโรแทรกบรรยากาศซึ้งๆ เขาปรายตามองคาร์เล็กน้อยก่อนจะหัวเราะขึ้นจมูกแล้วเดินออกไป แต่คราวนี้คาร์เดินเข้าไปหาพร้อมถอดเสื้อตัวเองคุมไหล่ให้พระราชาหนุ่ม สร้างความรู้สึกชื่นชมจากพวกคนดู แต่ไอโรก็ปรายตาขึ้นมองแล้วปัดเสื้อนั่นออกจากไหล่

“ใส่ไว้ เจ้ามีแต่ชุดนอน”

“เพิ่งคิดได้ว่าต้องมารับผิดชอบความรู้สึกคนอื่นเขาหรือไง?”น้ำเสียงของชายหนุ่มแข็งกระด้างจนน่ากลัว

“ไอโร...ข้าอยากเริ่มใหม่อีกครั้ง...”

เสียงนั้นทำให้สีหน้าของพระราชาผมทองแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย จนเกือบจะยิ้ม แต่มันก็ตัดฉับลงทันทีกับประโยคถัดมา

“ในฐานะเพื่อนที่ดี”

“จำใส่หัวเอาไว้เบล! ข้าไม่คิดจะเป็นเพื่อนกับคนอย่างเจ้า ไม่แม้แต่จะคิด!

นัยน์ตาสีทองมองอย่างเย็นเฉียบจนน่าผวา ไอโรจ้องคาร์นิ่งๆก่อนจะหมุนตัวเดินเหยียบเสื้อของปีศาจผมฟ้าออกไปจากห้อง นัยน์ตาสีฟ้ามองตามไปเท่านั้น่อนจะก้มลงเก็บเสื้อของตนขึ้นมา เลโอมองแล้วเลิกคิ้วเหมือนฟีเอสและพี่ใหญ่ของปีศาจ

“ทำไมไม่ตามไป?”เซทซัสเดินมาถาม

“จำเป็น?”

“เอ๊า! ไอ้หอกหักในไส้ โอ๊ย! น้องคาร์ที่น่ารักของพี่...โง่ซะไม่มี”

ไคเซอร์ว่าพลางเตะหน้าแข้งคาร์ซ้ำๆ นอกจากจักรพรรดิจอมมึนจะไม่เจ็บแล้วยังรู้สึกเหมือนมีใครมานวดอีก

“เกิดมาข้าไม่เคยคิดเลยว่าจะมีน้องชายที่โง่ได้เท่าเจ้า ไม่คิดจริงๆ ปุงิ๊มันยังฉลาดกว่า เครียดจริงๆ เครียดว้อย!”ไคเซอร์กระหน่ำเตะไม่ยั้งจนหอบแล้วไคซารี่ถึงเดินมาอุ้มเด็กน้อยจนตัวลอย สองขายังแกว่งไปมาแต่ก็ไม่โดนเจ้าหน้ามึนสักที

“ตรงนั้นจะนอนกันอีกนานไหม เราต้องไปเคลียร์เรื่องแอมไพร์อีกนะ”ฟีเอสทัก

“เจ้าว่าคนมันเยอะไปจนแจกบทไม่ทั่วหรือเปล่า?”อัลลาเต้ว่าเรียบๆ

“ก็อาจจะเป็นได้”วิลเลี่ยมตอบ

“พวกท่านยังพูดตั้งเยอะ ข้าพูดประโยคเดียว...อาจจะสอง น้อยกว่าก็แล้วกัน”อิมเพอร์ร่าเดินมาบอกก่อนจะเหลือบมองหน้าอัลลาเต้และวิลเลี่ยม

“มีใครรู้บ้างแล้ว?”

“ไคเซอร์กับไอโร”วิลเลี่ยมตอบเรียบๆ

“ไคเซอร์มันประสาทสัมผัสดีอยู่แล้ว...อื้ม...”จักรพรรดิปีศาจองค์รองครางรับในลำคอก่อนจะถูกรวบเอวแบกขึ้นไหล่กะทันหันจนหน้าเหวอ

“พี่ใหญ่!!!

“เจ้ายังไม่ได้กินข้าว ไปได้แล้ว”

“โอ๊ย!! เบื่อคนมีคู่!

“อย่าโสดแล้วพาลสิไคเซอร์ คู่ข้ากับไหม?”

“ไม่ล่ะ ขอบคุณ”

 

 

 


 




FC เคอร์ริสค่ะ กรี๊ดดดดดดดดดดดด #กรี๊ดแรง ทำไมเท่จังเลยอ่ะ ทำไมเท่อ่ะ!!!!
เราไม่คิดว่าเคอร์ริสจะทำตัวได้เท่ขนาดนี้นะ ทำไมนายเท่จังอ่ะ คาร์เรย์เราขอโทษนะ เคอร์ริสเป็นของเรา เราขอ *โดดกอดเคอร์ริส* ฮริ้งงงงงง ปริ่มจัง-///-
ใจจริงเราไม่ได้ตั้งใจให้เบลมันทักไอโรนะ คือเมินไปเลย ไม่สน แต่แบบ...อยากเห็นไอโรหักหน้าเบลว่ะ อยากให้เบลมันรับรู้ว่าคนที่อยู่ทางนี้เขาเจ็บแค่ไหน ถ้าถามว่าทำไมไอโรไม่ไปหามันที่แดนปีศาจ คำตอบง่ายๆจากปากไอโรค่ะ! *ยื่นไมค์*

"มันเป็นคนเริ่ม มันก็ต้องเป็นคนจบ ข้าไม่ได้ทิฐิ แต่ถ้าข้าเป็นคนเดินเข้าไปหา มันจะเห็นค่า เห็นความสำคัญของข้าหรือเปล่าล่ะ ข้าก็แค่ของที่ได้มาง่ายๆนี่"

เสียบจึกปักใจ! จริงๆเราชอบประโยคของไอโรนะ "รับผิดชอบความรู้สึก"
มันเป็นคำที่แบบ ฟหกดดเเ้้่ด้กเหดฟกฟ #ค่ะ
ตอนแรกมันไม่มีประโยคนี้เพราะฉะนั้นพี่ไอโรของเราจึงเสื่อมสะบัดค่ะ เพราะมันไม่ได้ใส่กางเกงใน #ยิ้มอ่อน

 





#HappyLuhanDay
#ILoveYourSmile
ข้ามเราไปๆ
เราไม่ค่อยได้ทำอะไรให้พี่เลยนะ
แต่ยังไงก็สุขสันต์วันเกิด
:)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #939 อิ๋ง (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 15:09
    ทำไมรู้สึกว่า เซย์เนลกับไคเซอร์มันมีอะไรแปลกว่ะ นี่ๆ เซย์เนล นายไม่ต้องหวงพี่ชายตัวเองขนาดนั้นหรอก ฉันว่าเดี๋ยวอีกสักพักนายได้หวงคนอื่นแทนแน่
    #939
    0
  2. #937 หมีน้อย (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 23 เมษายน 2558 / 00:34
    อัพน้าาาาาาาา อัพเถอะ ไรต์คนหน้าดีดี้
    #937
    0
  3. #936 Asuna Jan (@hibaritsuna) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 21 เมษายน 2558 / 16:08
    อัพไวๆน้าาา><
    #936
    0
  4. #935 Asuna Jan (@hibaritsuna) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 21 เมษายน 2558 / 16:08
    ต่อไวๆนะไรท์><
    #935
    0
  5. #934 guinw55 (@guinw55) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 21 เมษายน 2558 / 12:39
    ตัวละครเยอะมากตอนนี้...สารภาพว่าจำพี่แอมไพร์ไม่ค่อยได้แฮะ ชื่อดันคล้ายๆกันอีกพูดถึงทีนั่งนึกตั้งนาน แอมไพร์อย่าเพิ่งเลิกกลัวนะ ขอนานๆหน่อยเหอะ ไอโรสู้ๆ เราสวยซะอย่างเนอะเชิดใส่เบลเลยจ้า เคอรร์ริสมีวิวัฒนาการที่ดีมากบอกเลย
    #934
    0
  6. #933 w-rabbit (@nene-zero) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 21 เมษายน 2558 / 07:24
    ในที่สุดเบลก้อออกมา รออๆๆๆๆ มาต่อไวๆๆๆนะค้าาาา ปล . สงสัยอัลลาเจ้กับวิลเลี่ยมมาก ยังกะคนละคนเลย
    #933
    0
  7. #932 FrontierZ (@magic_queen) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 21 เมษายน 2558 / 01:19
    เค้ารักคู่เบลลลลลล~~
    #932
    0
  8. #931 Rinkaki-chan (@030744_maii) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 20 เมษายน 2558 / 20:17
    กริ๊ดดดดดดดดด เบลจ๋าาาา >< รอมานานนนนนนเเสนนานกว่าเบลจะมา
    #931
    0
  9. #930 KillerKill (@valasmps) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 20 เมษายน 2558 / 10:41
    เฮ้ยยยย ฟื้นมาก็ทำอึ้งเลยนะแอมไพร์ 5555 //ทำไมรู้สึกไม่ค่อยซีเรียส
    #930
    0
  10. #929 nen gon (@14127703) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 เมษายน 2558 / 23:43
    อัลลาเจ้นายคือใครเนี่ยย ไคเซอร์นายก็น่าสงสัยนิ แอมไพร์เกิดไรขึ้นหนูเปนไรร นี่เปนแผนของอัลลาเต้ป่าวเนี่ยย
    #929
    0
  11. #928 Asuna Jan (@hibaritsuna) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 เมษายน 2558 / 21:35
    ต่อเร็วๆน้าT^T
    #928
    0
  12. #927 w-rabbit (@nene-zero) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 เมษายน 2558 / 17:58
    รู้สึกความสงสัยผุดขึ้นมาเปนกองเลย ตอนนี้เรื่องแอมไพร์น่าลุ้นอยู่ ตัดค้างอ่ะค่ะ แต่อัลลาเต้ นายเป็นใครกันแน่เนี่ย??? มาต้อไวๆๆนะคะ เลโอ...คราวนี้ดูแลหนูแอมดีๆๆนะ
    #927
    0
  13. #925 nonichan (@baiyoja) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 เมษายน 2558 / 10:35
    หึหึหึ สมย้ำหน้าว่ะเลโอ
    #925
    0
  14. #924 เมียอี้ψ (@mathzaza) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 เมษายน 2558 / 02:09
    ฟื้นแล้วกรี๊ดดด ><
    #924
    0
  15. #923 guinw55 (@guinw55) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 เมษายน 2558 / 01:50
    แอมไพร์เป็นอะไรไป อย่าลืมนานนักนะสงสารคนรอ...แม้ว่าอยากจะสะใจสัก20%ก็เถอะ คราวนี้เลโอคงไม่ละเลยแอมไพร์แล้วแหละ
    #923
    0
  16. #922 |||No_Name||| (@oom-kanyarat) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 เมษายน 2558 / 01:13
    อัลลาเต้นายมิใช่คนธรรมดาแน่...
    #922
    0
  17. #921 ภูตินิรันดร์ (@variana) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 19:18
    เย่! เย่! เย่! //ดีใจยิ่งกว่าถูกลอตโต้...จะว่าไปตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยถูกสักใบ...เรื่องนี้ผ่านไป! // แอมไพร์ฟื้นแล้ววววว ว่าแต่ความจำเสื่อมหรอเนี่ย T^T เฮ้ออออ รออีก 50% จ้า!

    ปล.อัลลาเต้กับวิลเลียมแปลกไปมาก! 

    ปล.2 อัลลาเต้เป็นใครคะเนี่ย

    ปล.3 มาต่อเร็วๆนะคะ
    #921
    1
    • #921-1 Pepper (@lovery1859) (จากตอนที่ 48)
      20 เมษายน 2558 / 20:04
      จริงๆแล้วอัลลาเต้ก็คือ!!! #โดนไอโรถีบกระเด็น
      #921-1