Knight Vs Queen! ศึกปราบเกรียน[อัศวินแด่ราชินี]

  • 96% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 35,032 Views

  • 1,107 Comments

  • 1,802 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    20

    Overall
    35,032

ตอนที่ 49 : Knight VS Queen DLC: I’m Sorry<100 per>

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 972
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    3 พ.ย. 58

Title: Knight VS Queen DLC:

< I’m Sorry >

ต้องทำยังไงเธอถึงจะยอมหายโกธร...

Pairing: Leo X Ampire

 

 

“นี่...พี่ชายเจ้าทั้งหกคน ผมสีแดงคืออิมไพร์ เป็นพี่คนโต ถัดมาผมสีแสดที่ใส่แว่นนั่นคืออิมเพอร์ร่า เป็นพี่คนรอง ผมสีทองคือไคซารี่ ผมสีเขียวคือไคเซอร์ ผมสีน้ำเงินคือเซทซัส แล้วก็ไอ้หน้ามึนหัวฟ้าชื่อคาร์ เป็นพี่น้องคนที่สาม สี่ ห้า และหกตามลำดับ เจ้าไม่ต้องจำยากว่าใครคนไหนลำดับที่เท่าไหร่ ไล่ตามสีรุ้ง จากตัวเจ้า ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง จบนะแอมไพร์”

ไอโรว่าเรียบๆขณะมองหน้าคนผมม่วงที่นั่งกระพริบตาปริบๆมองหน้าพี่ชายของตนทั้งหกคนที่ทำสีหน้าปั้นยาก...ความจริงก็ไม่ได้ปั้นยากทั้งหมด ไคซารี่เอาแต่ยิ้มน้อยๆ ส่วนคาร์ก็เอาแต่ทำหน้ามึนไม่เลิก เด็กหนุ่มผมม่วงกระพริบตาปริบๆ ข้างๆเขาเป็นคาร์เรย์ที่นั่งทำหน้าเหมือนจะหลับ ส่วนอีกฝั่งเป็นเซย์เนล

“แล้วคนอื่น?”แอมไพร์ถาม

ไอโรมองหน้าเด็กหนุ่มเล็กน้อยก่อนถอนหายใจ”ข้าชื่อไอโรเป็น...”

“คนที่ชอบแกล้งข้า?”

แอมไพร์ถาม ภาพในความทรงจำผุดขึ้นมาเป็นพักๆชนให้งุนงง เขาเห็นแต่ไอโรเอาแต่แกล้งหยอกเย้าเขา ถึงภาพในความทรงจำคนตรงหน้าจะดูอ้วนกว่านี้นิดหน่อยก็ตามแต่เถอะ ไอโรยกมือลูบหน้าตัวเองก่อนตอบกลับ

“เพราะเจ้าน่ารักหรอกข้าถึงได้แกล้งน่ะแอมไพร์”ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ รอยิ้มดุจดวงอาทิตย์ยามเช้าของไอโรกลับมาเป็นพระอาทิตย์ดวงเดิม ณ เวลาเดิมอีกครั้ง ไม่ได้เป็นพระอาทิตย์ตอนเที่ยงวันเหมือนวันก่อนๆ

“ส่วนที่นั่งข้างๆเจ้า เด็กผมทอง...ตอนนี้เขาไม่เด็กแล้วแหะ นั่นคือเซย์เนล เป็น...”

“คนที่จะขอเจ้าแต่งงาน!

เจ้าชายสวนทันควันแล้วยิ้มหวาน แต่แอมไพร์ขยับหนีจนแทบจะขึ้นไปนั่งบนตักคาร์เรย์ที่คอพับไปแล้ว

“ทำอะไรเกรงใจเลโอหน่อยเซย์เนล”ฟีเอสดุน้อยๆ

“ก็แอมไพร์จำเลโอไมได้นี่ แถมยังกลัวอีกตั้งหาก เลโอแกล้งอะไรเขาไว้กัน?”

“ไม่ได้แกล้ง”

เลโอที่เงียบมานานว่าขึ้นเรียบๆก่อนจะเบนสายตาไปสบกับแอมไพร์ เด็กหนุ่มเบนสายตาหลบเหมือนไม่ได้อยากมองเท่าไหร่ ชายหนุ่มถอนหายใจน้อยๆก่อนพูดขึ้นเรียบๆ”แต่ก็ยอมรับว่าข้าทำผิด ไม่คิดว่าพระเจ้า...ไม่สิ โชคชะตาจะไม่ยอมให้ข้าแก้ตัว”

“คนเราไมได้มีครั้งที่สองกันทุกคนนะว่าที่น้องเขย ”ไคซารี่ว่ายิ้มๆ สายตามองเลโอแต่คำพูดคล้ายกล่าวปลอบกับตัวเอง ชายผมทองมองหน้าเลโอที่เบนดวงตาสีเทามาสบแล้วพูดต่อ”แต่เจ้ายังมีโอกาสเลโอ ทำซะอย่ายอมแพ้ อย่างน้อยพยายามให้ได้ครึ่งหนึ่งที่แอมไพร์พยายาม”

“ถึงจะความจำเสื่อมแต่แอมไพร์แพ้ลูกตื้อนะเลโอ ข้าแนะนำ”ไคเซอร์ว่าขึ้นก่อนจะอ้าปากงับขนมในมือไปเคี้ยวตุ่ยๆ

“เจ้าพูดเหมือนเขาไมได้อยู่ในห้องนี้อย่างงั้นแหละ”เซทซัสว่ายิ้มๆมองแอมไพร์ที่ทำหน้างง

“ถ้าพูดแล้วเจ้าจะเชื่อหรือเปล่าล่ะว่าเจ้าเคยวิ่งตื้อเจ้าอัศวินหน้าตายนั่นทุกวี่ทุกวันจนข้าหาตัวเจ้าไม่เคยเจอเลยน่ะ”ไอโรว่ากับแอมไพร์พลางชี้ไปที่น้องชายต่างสายเลือด แน่นอนพอแอมไพร์เบนมามองหน้าอัศวินนภาแล้วก็ส่ายหัวทันที

“กรรมตามสนองชัดๆ แล้วนี่เจ้าสองคนนั้นไปไหน?”

อิมไพร์ปรายสายตามองรอบตัวเพื่อหาอัลลาเต้และวิลเลี่ยม สองบุคคลที่น่าสงสัย ไอโรเบนสายตามาสบกับอิมเพอร์ร่าเล็กน้อยก่อนจะลูบต้นคอตัวเองเบาๆ

“ไปนอนแล้ว คงเหนื่อยกันมาก”

“เจ้าดูไว้ใจพวกนั้นจัง?”

“พวกนั้นไว้ใจได้น่าฟีเอส เจ้าอย่าระแวงพวกเดียวกันไป  ที่ต้องระวังคือพวกมิคาเอลต่างห่าง”พระราชาผมทองว่าเรียบๆก่อนจะเข้าประเด็น”ความจริงเรื่องที่แอมไพร์ความจำเสื่อมมันน่าเป็นห่วงไม่น้อย แต่เรามีเรื่องที่ต้องเป็นห่วงมากกว่า นั่นคือเรื่องของมิคาเอล”

“เจ้านั่นมันทำไมอีกล่ะ?”

“มันไม่ยอมอยู่นิ่งๆแน่เพราะเราไปเอาแอมไพร์คืนมาจากมันแล้ว”ไอโรหยุดมองปฏิกิริยาของทุกคนก่อนเอ่ยต่อ”เรื่องนี้แอมไพร์ก็ควรจะรับรู้ถึงจะความจำเสื่อม มิคาเอลเป็นต้นเหตุความตายครั้งนั้นของแอมไพร์ แอมไพร์เป็นลูกครึ่งปีศาจ ถึงยังไงต่อให้ดวงวิญญาณครึ่งหนึ่งใช้แลกเปลี่ยนวิญญาณของเลโอไปแต่ก็ไม่ควรตายง่ายดาย...มันเป็นเพราะมิคาเอลมันพยายามใช้ดวงวิญญาณครึ่งหนึ่งของแอมไพร์ที่อยู่กับมันดึงอีกครึ่งที่อยู่กับตัวเขาไปรวมกัน และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้แอมไพร์ตายในครั้งนั้น”

“แต่ตอนนี้เอมเพอร์มีดวงวิญญาณครบเต็มดวง ความแข็งแกร่งกำลังฟื้นตัว มิคาเอลคงไม่อยู่เฉย มันเห็นเอมเพอร์เป็นเครื่องมือแก้แค้นพวกเราและท่านพ่อไปแล้ว ดังนั้นมันคงไม่ยอมแน่ที่แอมไพร์กลับมาแบบนี้ ดังนั้นในอีกช้าไม่นาน...มันจะบุกมาแน่ๆ”อิมไพร์เป็นคนอธิบายต่อก่อนมองหน้าทุกๆคน

“ทำไมพวกเจ้ารู้เยอะจัง?”ฟีเอสขมวดคิ้ว แต่คนอธิบายทั้งสองก็โบกมือกลางอากาศ

“ช่างเถอะน่า”

“เริ่มเหมือนกันไปใหญ่แล้ว”ไคซารี่พึมพำ

“ตอนนี้ที่เราต้องใส่ใจคือความเป็นไปได้ของแผนที่มิคาเอลจะใช้ ข้าคิดว่ามันคงจะเลือกจู่โจมมนุษย์ก่อน”

“มนุษย์?”

จักรพรรดิปีศาจองค์โมองหน้าน้องชายตนเองแล้วกระพริบตาปริบๆ อิมไพร์มอหน้าพี่ของตนแล้วเริ่มอธิบาย

“มันต้องการทำให้พวกมนุษย์เข้าใจว่าเราไม่สามารถปกป้องพวกเขาได้ หรืออีกทางก็อาจจะทำให้คิดว่าเป็นฝีมือพวกเรา ถ้าแค่มนุษย์ธรรมดาข้าคิดว่ามันคงไม่เลือกเล่นงาน มันต้องจ้องเป้าใหญ่ๆอย่าง...ราชาทั้งสามคนของสามเหลี่ยมศักดิ์สิทธิ์ มิคาเอลมันรู้ว่าราชาทั้งสามเป็นตัวตั้งตัวตีทำให้ปีศาจกับมนุษย์สมานฉันท์กัน”

“งั้นหมายความว่า ไอโร ท่านฟีเอส แล้วก็เจ้าชายเซย์เนลตกอยู่ในอันตราย?”เลโอขมวดคิ้ว

“ใช่...แต่ไม่ต้องห่วง พวกเราปีศาจย่อมไม่ยอมให้ปัญหาของเราทำให้พวกเจ้าเดือนร้อน พวกเราจะคุ้มกันให้เอง”อิมไพร์ยกยิ้มก่อนเอ่ยต่อ”ไคซารี่ดูแลฟีเอส ไคเซอร์ดูแลเซย์เนล ส่วนเซทซัสดูแลไอโร มีใครมีปัญ...”

“ข้ามี!

หลายเสียงประสานกันจนพี่คนรองหูอื้อไปชั่วคราว นัยน์ตาสีแสดภายใต้เลนส์แว่นมองหน้าทีละคนที่มีปัญหาก่อนจะเริ่มที่ฟีเอส

“ทำไม?”

“ท่านก็น่าจะรู้”ฟีเอสว่าง่ายๆก่อนมองหน้าไคซารี่ที่ทำเพียงยิ้มน้อยๆ

“เรื่องที่มันแล้วก็ให้มันแล้วกันไป...ถึงไคซารี่จะเป็นปลอมตัวเป็นคู่หมั่นเจ้าแต่นั่นไม่ใช้เรื่องที่ควรโกรธเคืองกันขนาดนี้ แล้วเจ้าล่ะไคซารี่ ที่มีปัญหาเรื่องนี้หรือเปล่า?”

“เปล่าครับพี่รอง เพียงแต่...”

“เขาเล่นกับความรู้สึกข้า ท่านจะใช้คำว่าแค่นี้งั้นเหรอ?”พระราชาแห่งอาร์ตเธมองด้วยนัยน์ตาแข็งกร้าว

“งั้นเจ้าก็ควรโกรธข้าไม่ใช่โกรธพี่ข้า เผื่อเจ้าจะยังไม่รู้ว่าแผนทั้งหมดข้าเป็นคนคิด”

ครานี้ไคเซอร์ว่าด้วยน้ำเสียงเรียบสนิทสมฐานะจักรพรรดิปีศาจองค์กลางของตน แม้จะนั่งกินขนมจนเลอะรอบปากบนตักเซทซัสก็ตามแต่เถอะ

“นี่แหละที่ข้าเป็นห่วง ”ไคซารี่ชี้ไปที่เจ้าตัวดีที่จ้องฟีเอสตาไม่กระพริบ ไคเซอร์เบนสายตามาทางไคซารี่ก่อนจะขมวดคิ้ว

“เจ้าเป็นห่วงอะไรอีกล่ะ? ข้าสบายดีนะ”

“สบายดีเหรอเจ้าตัวดี ช่วงนี้สุขภาพเจ้าออดๆแอดๆ วันดีคืนดีก็กลายเป็นเด็กสามขวบแบบนี้น่ะนะ

“แต่ตอนนี้เอมเพรอ์กลับมาแล้ว ไม่เป็นไรแล้ว เนาะเอมเพอร์น้องรัก!

“ทำไมข้ารู้สึกแปลกๆ”

แอมไพร์พึมพำขณะมองเด็กน้อยอายุไม่เกินหกขวบเรียกเขาว่าน้องรักอย่างเต็มปากเต็มคำ ทางไคซารี่พอไคเซอร์ว่าแบบนั้นก็เลยไม่พูดอะไรอีก อิมไพร์เลยเบนมาทางคาร์ที่เป็นอีกคนที่มีปัญหากับชาวบ้านเขา

“ข้าจะดูแลไอโรเอง”

“ข้าเคยขอเหรอเบล?”

พระราชาผมทองสวนทันควัน นัยน์ตาสีทองเย็นเฉียบ

“ไอโร...”

“สิทธิ์การเรียกชื่อข้าด้วยน้ำเสียงแบบนั้นมันหมดไปตั้งแต่วันนั้นแล้วนะท่านคาร์ กรุณาอย่าทำเหมือนเราเป็นเหมือนเดิม”

“ไอโรเขาของจริงแหะ”ไคเซอร์กระซิบกับเวทซัสที่ก้มหน้าลงฟัง

“งานนี้คาร์คางเหลืองแน่”

“พนันกันไหมว่าระหว่างคาร์กับเลโอใครจะตายก่อนกะน ”ไคซารี่เข้าไปคุยด้วยอีกคน

“เอาเรื่องตัวเองให้รอดไหม?”

“แหม...ใจร้ายกันจัง

“ไอโร..ข้าไม่รู้จริงๆว่าข้าทำผิดอะไร ทำไมเจ้าต้องโกรธ”

ปีศาจทั้งสามหันมาสนใจน้องชายตัวเองที่กำลังแสดงสีหน้าไม่เข้าใจอยู่ ไอโรปรายดวงตามองคนที่ไม่รู้ตัวว่าผิดอะไรแล้วเค้นเสียงขึ้นจมูก

“หึ งั้นก็ไปตายซะ!

ไอโรตะโกนใส่หน้าก่อนจะลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าหงุดหงิดเต็มที่ พระราชาผมทองหันหลังจะเดินหายไปแต่ก่อนจะก้าวออกไปเขากลับหยุดแล้วหันหลังกลับมามองเลโอ

“ดูแลแอมไพร์อย่าให้อะไรมาแตะต้องได้แม้แต่ปลายเล็บ ถ้าเจ้าไม่ทำข้าจะเชือดเจ้าทิ้งซะเลโอ!

แล้วพ่อคุณก็เดินออกไป อัศวินนภากระพริบตาสองครั้งก่อนหันไปหาจักรพรรดิองค์โตที่ทำหน้ามึน

“ทำไมข้าถึงโดนพาลใส่?”

“เพราะว่า...เจ้าเป็นน้องเขามั้ง”

“น้องไม่แท้ไม่นับสิ”เลโอพึมพำ

ทุกคนเงียบกันไปนานเพราะเหตุารณ์ล้มโต๊ะกะทันหันของพระราชาผม ท้ายที่สุดเซย์เนลก็ยกมือขึ้นมาเหนือหัว

“นี่...ข้าเองก็มีปัญหากับคนคุ้มกันนะ เล่นให้เอาเจ้าเปี๊ยกนี่มาคุ้มกันข้าเนี่ยนะ”

เซย์เนลว่าง่ายๆโดยไม่ทันสังเกตว่าไคเซอร์ชะงักกึก คว่าเจ้าเปี๊ยกทำเอาปีศาจหัวเขียวความอดทนหมดลง เจ้าเปี๊ยกลุกขึ้นยืนก่อนจะร่ายเวทย์ยาวก่อเกิดควันสีเขียวงดงามขึ้นมา ร่างเตี้ยๆก็กลายเป็นชายหนุ่มร่างสูงเกือบเทียบเท่าอิมไพร์ เส้นผมสีเขียวยาวละคอเล็กน้อยแต่บนใบหน้าไมได้มีแว่นตาเลนส์เดียวประดับเหมือนครั้งที่ทำสงครามเมื่อห้าปีก่อน ไคเซอร์ขยับยิ้มก่อนจะท้าวเอามองเซย์เนลที่ทำตาค้าง

“จำไว้ไอ้หนู นี่แลหะร่างจริงข้า ถ้ายังสะเออะมาดูถูก พ่อจะไล่เตะให้กลับบ้านไม่ถูกเลยคอยดู แล้วก็จำเอาไว้ว่าข้าไม่ได้อยากจะดูแลเจ้าแต่มันเป็นคำสั่งของพี่รอง และข้าเชื่อฟังพี่รองทุกประการ ถ้าเลือกได้ข้าขออยู่ดูไอโรที่นี่เสียดีกว่าจะต้องไปทำงานกับคนที่ไร้มารยาทอย่างเจ้า สมแล้วกับที่โดนเอมเพอร์เทศน์ไป ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากเมื่อห้าปีที่แล้วจริงๆ”

ว่าจบก็ยิ้มส่งท้ายก่อนคืนร่างเดิมแล้วไปนั่งบนตักเซทซัสกินขนมต่อ ทิ้งให้เซย์เนลใบ้กินอยู่อย่างนั้น นานมากกว่าว่าที่พระราชาจะหาเสียงตัวเองเจอ เด็กหนุ่มขบเขี้ยวฟันอย่างแค้นๆก่อนจะพึมพำ

“คอยดูเถอะน่า...”

“ไอโรก็เคยพูดกับข้าด้วยสีหน้าแบบนี้ แล้วสุดท้าย...”

“มันไม่เหมือนกันน่าคาร์”เซย์เนลยกยิ้มเรียกปีศาจหัวฟ้าอย่างสนิทสนม คาร์เหลือบสายตามองเจ้าเด็กผมทองเล็กน้อย รอยยิ้มที่มุมปากของอีกฝ่ายทำเอาคนหวงพี่หน้านิ่ง

“เจ้าจะทำอะไรพี่ข้า?”

“เหมือนที่เจ้ากับกับพี่ข้ามั้ง”

“เซย์เนล...”

“ข้าไม่พิศวาสคนที่ชอบแอ๊บเด็กหรอกน่าคาร์ อย่ามาจริงจัง”

ว่าแล้วเซย์เนลก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปอีกคน ทั้งที่ยังไม่มีใครบอกว่าจบการประชุม อิมเพรอ์ร่ามองตามแล้วถอนหายใจ

“คนพวกนี้รู้จักคำว่ามารยาทกันบ้างไหมเนี่ย”

 

 

จักรพรรดิปีศาจองค์รองมองประตูที่ว่างเปล่าแล้วเบนกลับเข้ามาด้านใน นัยน์ตาสีแสดสบกับนัยน์ตาสีเทาก่อนจะเอ่ยกับอัศวินนภา

“ความจริงข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า ตอนแรกคิดว่าจะบอกแค่เจ้าคนเดียว แต่คิดไปคิดมาข้าควรจะให้คนอื่นรู้เรื่องบ้าง ส่วนเจ้าสองคนที่เดินออกไปแล้วก็ช่างหัวมัน ถือว่ามันไม่อยากรับรู้เอง”

“มีเรื่องอะไรอีกหรืออิมเพอร์ร่า?”

เลโอมองหน้าจักรพรรดิปีศาจองค์รองที่มองเขาด้วยสีหน้าเรียบสนิท ปีศาจผมสีแสดถอนหายใจยาวก่อนจะเริ่มเข้าเรื่อง

“เลโอ เจ้าเมื่อราวๆสิบกว่าปีก่อนเคยได้อะไรจากเด็กคนหนึ่งหรือเปล่า?”

เมื่อได้ยินคำถามชายหนุ่มก็นิ่งเงียบไปนานพอตัว ราวๆสิบกว่าปีก่อนก็คงจะเป็นช่วงที่แม่ของเขาเสียชีวิต ถ้าอย่างนั้น...ความจำหนึ่งค่อยๆผุดเข้ามาในหัวก่อนอัศวินนภาจะสะบัดศีรษะไปมองหน้าแอมไพร์ที่นั่งทำหน้าเรียบๆอยู่ ทางแอมไพร์พอถูกสะบัดหน้ามามองก็แสดงท่าทีตกใจเล็กน้อย

“เขา...”

“ของสิ่งนั้นที่เอมเพอร์เคยให้เจ้า มันสำคัญ”อิมไพร์ว่าเรียบๆก่อนจะประสานสายตากับเลโอ”นั่นคือดวงจิตของโซโลมอน สหายของท่านพ่อ เป็นสหายมนุษย์คนแรก เจ้าเคยได้ยินเรื่องของเขาไหม?”

เลโอนิ่งไปครู่เดียวก็พยักหน้า”กษัตริย์ดินแดนโบราณที่ทำสัญญากับปีศาจทั้งเจ็ดสิบสองตัวนั่น ในบทเรียนประวัติศาสตร์ที่ข้าเคยเรียนสมัยเด็กมีเขียนเอาไว้”

“ถ้าเจ้าพอจะรู้จักเขาก็ดี ข้าจำได้ไม่ต้องเล่าให้เสียเวลา และมาเข้าเรื่องสักที”อิมเพอร์ร่ายิ้มหน่อยๆ”มันค่อนข้างน่าตกใจเรื่องที่โชคชะตาของพวกเราหมุนวนมาเจอกันโดยบังเอิญ ถ้าตอนนั้นเอมเพอร์ไม่ได้ให้ดวงจิตของโซโลมอนไปกับเจ้า เจ้าคงไม่มีฤทธิ์พอจะต่อต้านพลังบาปแห่งราคะของเอมเพอร์ เรื่องจะไม่เลยเถิด เจ้าจะแค่หลงใหลชั่ววูบจริงๆ ภารกิจจะเสร็จไวขึ้น และดินแดนมนุษย์คงตกเป็นของพวกข้าเพราะถ้าใช้เวลาน้อยกว่านั้นเอมเพอร์จะไม่รู้สึกอะไรกับเจ้าเลยสักนิด”

“มันอาจจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญ แต่เซนส์ของข้าบอกว่าท่านอาโซโลมอนต้องการให้เจ้ากับเอมเพอร์มาเจอกันอีกครั้ง ”ไคซารี่เสริมขึ้นมา

“แต่ถ้าไม่มีจิตของโซโลมอน วันนั้นที่ปะทะกับมิคาเอล พวกเจ้าสองคนคงตายกันไปแล้ว เจ้าถูกมิคาเอลสิงร่างแต่ดวงจิตของโซโลมอนก็ไล่มิคาเอลออกมาได้ รวมกับความมั่นคงของจิตเจ้า”เซทซัสอธิบาย

ชายผู้มีวิญญาณของสหายแห่งพ้องเราเอ๋ย...ที่เจ้าพูดเมื่อวันนั้นที่บุกเข้ามาในคุกใต้ดิน ตอนที่มาช่วยข้านั่นหมายถึง...โซโลมอน?”เลโอถามกับปีศาจผมน้ำเงิน

“ใช่แล้ว ข้าเป็นคนสังเกตเห็นเองตั้งแต่ตอนที่ปรากฏตัวออกไปช่วยเจ้าตามหาเอมเพอร์เรอร์ ข้าไม่รู้ว่าทำไมท่านอาถึงดูถูกใจเจ้านัก”ไคเซอร์ว่าเรียบๆ”แต่เรื่องสำคัญมันไม่ได้อยู่ที่ดวงจิตของท่านอาอยู่ที่เจ้าหรืออยู่ที่ใคร มิคาเอลมันรู้แล้วว่าดวงจิตของท่านอาอยู่ที่เจ้าและไม่ได้คืนสู้วัฏจักร ดังนั้น...เป้าหมายของมันอาจจะเป็นเจ้า”

“ข้า?”เลโอมองหน้าจักรพรรดิปีศาจทั้งหมดที่จ้องมายังตน”ทำไมเป็นข้า”

“ท่านอาโซโลมอนเป็นผู้ที่ทำพันธะสัญญากับปีศาจถึงเจ็ดสิบสองตน อีกทั้งยังสามารถควบคุมมันได้ สวรรค์ไม่พอใจอย่างมากที่มนุษย์ผู้บริสุทธิ์ไปยุ่งเกี่ยวกับปีศาจอย่างพวกเราถึงเพียงนี้”อิมไพร์ว่าเรียบๆ

“แต่มิคาเอลไม่ใช่พวกที่สนใจเรื่องพวกนั้น มันสนใจอำนาจของท่านอา”คาร์เสริมก่อนจะถามกลับไปยังเลโอ”เจ้าคิดว่าถ้ามิคาเอลได้อำนาจของท่านอาโซโลมอนไป อะไรจะเกิดขึ้น”

“มันจะ...ควบคุมปีศาจได้ถึงเจ็ดสิบสองตน...แต่พวกเจ้าเป็นจักรพรรดิปีศาจ แค่ปีศาจแค่นั้น...”

“ปีศาจแค่นั้นทีเจ้าว่า มันมีมีแอสโมดิวส์อยู่ด้วยน่ะสิ”

“งั้นหมายถึง...”

“แอมไพร์จะถูกมันควบถ้ามันได้พลังของท่านอาไป ถึงบาปแห่งราคะจะไม่ได้อยู่ที่ตัวแล้วแต่จิตครึ่งหนึ่งก็เป็นแอสโมดิวส์ไปแล้วเหมือนพวกเราที่ครึ่งก็เป็นของเหล่าผู้พิทักษ์บาปรุ่นที่แล้ว”

เลโอเผลอยกมือขึ้นทาบที่หน้าอกตัวเองเบาๆด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ชายหนุ่มเม้มปากแน่นก่อนจะมองไปยังแอมไพร์ด้วยใจเป็นกังวล เขาห่วงว่ามิคาเอลจะควบคุมอีกฝ่ายให้ทำร้ายใครต่อให้มากที่สุด เพราะนั่นไม่มีทางที่พวกเขาจะเอาชนะได้เลย ถ้าคู่ต่อสู้เป็นแอมไพร์

“ก็ไม่ได้อยากจะกดดันนะเลโอ แต่ระวังตัวเองไว้ ถ้าว่างข้าจะสอนควบคุมจิตของโซโลมอน”อิมเพอร์ร่าว่าเรียบๆ

“ต้องรอว่าง...”เลโอทวนคำด้วยคิ้วกระตุกหน่อย

“ช่าย ข้ายังมีหนังสืออีกร้อยกว่าเล่มที่ยังไมได้อ่าน”

“เจ้ายังจะอ่านอะไรอีกอิมเพอร์ร่า แค่นี้พี่ก็ไม่เจอหน้าเจ้าแล้วนะ”

“พี่ก็เข้าไปนั่งในห้องสมุดกับข้าสิ”

“เข้าไปเจ้าก็ไม่สนใจข้าอยู่ดี”

อิมไพร์ว่าเสียงเรียบมองหน้าน้องชายที่ตีหน้าไม่รู้ไม่ชี้เห็นหนังสือสำคัญกว่าอะไรในโลกทั้งมวล...อาจจะรองจากแอมไพร์

“จะยังไงตอนนี้เราก็ยังอยู่ปักหลักกันที่นี่ก่อน เจ้าพาแอมไพร์ไปพักผ่อนก่อนเถอะ นี่ก็มืดมากแล้ว”เซทซัสบอกเลโอแทนพี่ชายคนโตและพี่ชายคนรองที่หันไปทะเลาะกันเอง

“แอมไพร์ ไปกันเถอะ”เลโอลุกขึ้นยืน

“ไปอะไร ไปไหน ไม่ไป ไปกับเจ้าน่ะนะ ไม่!!!

แอมไพร์ค้านลั่นก่อนดีดตัวลุกขึ้นจะวิ่งหนีแต่เลโอเร็วกว่าเป็นไหนๆรีบรวบเอวอีกฝ่ายเอาไว้แล้วก่อนแอมไพร์จะหายไป

“ปล่อยข้านะไอ้หัวแดง! ปล่อยข้า! เจ้าจะพาข้าไปฆาตกรรมหมกส้วมใช่ไหม เจ้าต้องแค้นข้าเอาไว้มากแน่ๆ ดูหน้าเจ้าสิอย่างกับฆาตกรโรคจิต ไม่ ไม่ ปล่อยข้า!

“แอมไพร์...กรุณาเงียบด้วย ไม่อย่างนั้นข้าจำเป็นต้องใช้กำลัง

“นั่นไง! เจ้าจะฆ่าข้าจริงๆด้วย เกิดมามีกรรม ตายไปรอบหนึ่งยังต้องตายอีกรอบ ชีวิตแม่งโคตรของโคตรเฮงซวย ข้าจะไปทำบุญล้างซวย ข้าจะ อุ๊บ!

แอมไพร์คือแอมไพร์ผู้พูดออกทะเลได้ไกลยิ่งกว่าเรือเดินสมุทร ทางเดียวที่จะหยุดเสียงที่พูดมากคือการจัดการที่ต้นตอปัญหา ถ้าแอมไพร์พูดมาก...ก็หยุดปากที่พูดซะ...

“ทีนี้ก็คงรู้นะว่าถ้าพูดมากอีกจะยังไง”

เลโอยกยิ้มมุมปากมองเด็กหนุ่มผมม่วงที่นิ่งไปราวกับถูกสาปเป็นหิน แอมไพร์ยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองก่อนจะก้มหน้างุด

“ข้างาบเขาได้ไหม?”เลโอหันไปถามกับพี่ๆของเด็กหนุ่ม

“ไม่ได้!!! แค่จูบก็มากพอแล้วนะเลโอ!

ไคเซอร์ตะโกนลั่น วิญญาณคนหวงน้องชายสถิตเข้าที่ร่างกะทันหัน เลโอยกยิ้มอีกหนก่อนจะลากแอมไพร์ออกจากห้องไป

สถานที่ที่เลโอจะพาแอมไพร์ไปคือห้องเก่าของเด็กหนุ่มสมัยเป็นราชินีของยูโนสซิส แอมไพร์นิ่งเงียบตลอดทางไม่พูดอะไร หน้ายังแดงเป็นลูกตำลึงสุกทำให้เลโอหัวเราะในลำคอหน่อยๆ แอมไพร์ยังขี้อายเหมือนเดิม ถึงจะความจำเสื่อมแต่ก็คือ...แอมไพร์ของเขา

“ถึงแล้วครับ...ข้าหมายความว่าถึงแล้ว ไม่มีครับ”เลโอพูดไม่ค่อยถูก เขาจับไหล่เด็กหนุ่มจากด้านหลังก่อนจะก้มลงมาบอกที่ข้างหู

“นี่คือห้องของเจ้า ห้องที่เจ้าเคยอยู่ เปิดเข้าไปดูสิ”

“ข้าเห็นแล้ว ตอนที่ฟื้นขึ้นมาก็อยู่ห้องนี้”

“คราวนี้ไม่เหมือน”

แอมไพร์เหมือนได้ยินเสียงหัวเราะของชายหนุ่มข้างตัว การที่อีกฝ่ายเข้ามาใกล้พาลให้สมองเหมือนหยุดทำงาน ทำอะไรไม่ถูกไปชั่วคราว

“ลองเปิดเข้าไปดู”

เลโอจับมือเด็กหนุ่มจากด้านหลังทำให้ดูคล้ายการสวมกอด มือของแอมไพร์ถูกนับไปวางเอาไว้บนบานประตูก่อนจะส่งแรงผลักเบาๆ บานประตูเปิดออกอย่างเชื่องช้า นัยน์ตาสีม่วงเปิดโพลงขึ้นเมื่อพบว่าในห้องนั้นเต็มไปด้วยดอกไม่นานาพันธุ์บานสะพรั่ง

“ยินดีต้อนรับกลับนะ แอมไพร์”

อัศวินนภากระซิบก่อนจะดันร่างของเด็กหนุ่มเข้าไปในห้อง ปิดประตูลงก่อนจะเดินไปคว้าแก้วเครื่องดื่มสีเข้มมาส่งให้แอมไพร์ที่มองดอกไม้เหล่านั้นอย่างตื่นตาตื่นใจ

“นี่ของเจ้า โกโก้”

แอมไพร์หลุดดวงตาลงมองของเหลวสีน้ำตาลเข้มในมือของชายหนุ่ม จะเรียกว่ายิ้มซะทีเดียวมันก็ไม่ถูกหรอก เลโอยิ้มขำ จับมืออีกฝ่ายขึ้นมารับแก้ใวบนั้นแล้วเอ่ยเรียบๆ

“ครั้งหนึ่ง ระหว่างที่เราเดินทางกัน เจ้าโดนจับตัวไป ข้าเป็นห่วงจนแทบคลั่งแต่พอไปถึงเห็นเจ้านั่งอยู่ข้างหัวหน้าโจรพร้อมกับดื่มโกโก้นี่ เจ้ายอมอยู่ข้างมันเพราะว่ามีโกโก้ ข้าถึงกับเลือดขึ้นหน้า บุกไปถึงหน้าเจ้า แล้วถามเจ้าว่า...”ชายหนุ่มยื่นหน้าเข้าไปข้างหูของแอมไพร์ก่อนกระซิบ”...เลโอกับโกโก้ อะไรน่ากินกว่ากันครับ?”

ชายหนุ่มหดคอกลับมามองปฏิกิริยาของคนผมม่วง แอมไพร์หน้าแดงแจ๋จับแก้วโกโก้แน่น

“เจ้าโกหก”

“ถามใจเจ้าดู ก็จะรู้”

เลโอยิ้มน้อยๆ นั่นทำให้แอมไพร์ต้องรีบเบือนหน้าหนี เลโอที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มน่ากลัวเกินไปแล้ว น่ากลัวสุดๆ

“เจ้าเป็นคนที่ดื้อด้าน ไม่ฟังใคร แต่ว่าจิตใจอ่อนไหวยิ่งกว่าอะไรดี เจ้าเคยพยายามทำเรื่องที่เหมือนป่วนข้าแต่ทั้งหมดทั้งมวลเจ้าอยากให้ข้ามีความสุข...ตอนนั้นข้าไม่เข้าใจเจ้าสักนิด แถมยังว่าเจ้าจนเจ้าร้องไห้ รู้สึกโง่”เลโอพูดพลางเกลี่ยแก้มของเด็กหนุ่มเบาๆ

“ข้าเพิ่งมารู้ว่าเจ้างดงามและสำคัญเพียงใดก็เมื่อวันที่เจ้าจากไป โง่จนไม่อาจให้อภัยตัวเอง แต่ข้าอยาก...ให้เจ้าให้อภัยข้า ให้อภัยข้าเถอะนะ ลืมกันแบบนี้มันไม่สนุก”

แอมไพร์นิ่ง เด็กหนุ่มวางแก้วโกโก้ลงกับตัวเล็ก ปัดมือของอัศวินนภาออกจากใบหน้าก่อนจะตอบกลับเสียงเรียบ

“ก็ข้าลืมไปแล้ว จะให้ทำยังไง คิดจะให้จำขึ้นมาไม่ใช่จะจำได้ง่ายๆ”

“ข้ารู้”เลโอ”งั้นเรามาทวนความทรงจำกันต่อ”

เลโอว่าก่อนจะฉุดมือแอมไพร์ไปยังระเบียงห้องด้านนอก ท้องฟ้ายามราตรีเต็มไปด้วยดวงดาวพรางพราย เลโออุ้มเด็กหนุ่มขึ้นไปนั่งบนระเบียงย่างง่ายดายก่อนจะจับมือคนตรงหน้าเอาไว้

“เจ้าเคยหนีออกจากปราสาทไปรอบหนึ่ง ปลอมตัวเป็นคนขายปลาหมึกย่าง ปลอมเป็นคนขายถั่ว ปลอมเป็นกระทั่งแป๊ะยิ้ม แล้วสุดท้ายก็ดันถูกจับเป็นตัวประกัน แถมถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคู่หมั้นของข้า หลังจากวันนั้นที่เจ้ากลับมาที่ปราสาท ไอโรสั่งให้ข้าเฝ้าเจ้าเอาไว้ แต่เจ้าก็คิดจะหนี คืนนั้นทั้งคืนข้าถึงไม่ได้นอน”

เลโอว่ายิ้มๆ ทางแอมไพร์ก็หัวเราะขึ้นจมูกก่อนจะกอดอก

“เจ้าระแวงข้ามากเกินไป คิดว่าคนอย่างข้าจะทำอะไรได้”

“อย่างน้อยก็ทำให้ข้ารัก”

แอมไพร์ตัวแข็ง หน้าแดงแป๊ดขึ้นมาทันทีทันใด นี่มัน...ยอดเขางั้นเหรอ

“ตอนแรกข้าว่ามันไร้สาระนะไอ้คำพูดแบบนี้”เลโอยกมือปิดปากกลั้นหัวเราะ”แต่พอเห็นเจ้าหน้าแดงก็เริ่มคิดว่ามันเข้าท่า”

“เลโอ! ไอ้คนบ้า! เจ้าทำอะไร--!!!

แอมไพร์ที่กำลังง้างมือตีชายหนุ่มถูกดึงตัวลงมาจากขอบระเบียง ร่างถูกโอบกอดเอาไว้ด้วยวงแขนของชายผมแดง

“เจ้าเรียกชื่อข้าแล้ว...”เลโอพึมพำ”เรียกข้าอีกได้ไหม?”

“ไม่!”แอมไพร์ค้านเสียงแข็ง”ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะไอ้อัศวินประสาท!

“ข้าแค่อยากได้ยินเสียงที่เรียกชื่อข้าก็เท่านั้น ข้าไม่ได้ยินเสียงเจ้ามานานแล้วนะ ถ้าเจ้าไม่เรียก...ข้าก็ยังมีวิธี”

ร่างของแอมไพร์ถูกฉุดเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็วจนเด็กหนุ่มตามไม่ทัน รู้ตัวอีกทีหลังก็สัมผัสกับเตียงนอนหลังใหญ่เสียแล้ว เรื่องราวเกิดขึ้นรวดเร็วจนแอมไพร์ตามไม่ทัน เมื่อกี๊เขายังถือแก้วโกโก้อยู่เลนหรือเปล่า! เลโอตามมานั่งทับตัวเด็กหนุ่มเอาไว้ก่อนจะกดมือของแอมไพร์ลงบนที่นอนแน่น เด็กหนุ่มพยายามดิ้นก่อนจะนิ่งงันเมื่ออกฝ่ายโน้มใบหน้าลงมาที่ซอกคอ

“เราเคยมีเรื่อง...บนเตียงด้วยนะแอมไพร์”

จมูกโด่งไล้ที่ต้นคอขาวเนียนอย่างแช่มช้าก่อนจะประทับริมฝีปากลงไปเบาๆ

“วันนั้นเจ้าอาบน้ำอยู่ในห้องน้ำ...ไม่สิ...นอนหลับอยู่ในอ่าง”เสียงทุ้มพร่ากระซิบเบาๆที่ข้างหูก่อนจมูกของเลโอจะไล้ตามแนวกระดูกไหปลาร้ามาที่แผ่นอก”ข้าเข้าไปปลุกเจ้า แล้วก็เป็นคนหยิบผ้าขนหนูให้ ตอนนั้นเจ้าสาดน้ำใส่ข้าซะเปียก”เลโอไล้จมูกขึ้นลงที่แผนอกของเด็กหนุ่ม ลมหายใจอุ่นๆเป่าลดอย่างเชื่องช้า

“ล่ะ...เลโอ..คิดจะทำอะไรน่ะ”

“นั่นไง เรียกชื่อแล้วเห็นไหม?”

“ข้าจะเรียกเจ้าทำไมถ้าเจ้าไมได้กำลังปลดกระดุมเสื้อข้าน่ะ!

แอมไพร์โวยลั่นขณะที่เลโอกำลังใช้ปากปลดกระดุมเสื้อของเด็กหนุ่มอย่างไม่รีบร้อน

“อืม...ถึงไหนแล้วนะ...ใช่ เจ้าเดินออกมาจากห้องน้ำ พอเห็นข้ายังอยู่เจ้าก็โวยวายไล่ข้า แถมต้องนั้นข้ากำลังเปลี่ยนชุดก็เลยอยู่ในสภาพกางเกงตัวเดียว”เลโอไล้จมูกมาถึงหน้าท้องของเด็กหนุ่ม”แล้วเราก็สู้กันจนข้าขึ้นคร่อมตัวเจ้า”

ชายหนุ่มผละจากหน้าท้องของแอมไพร์ขึ้นมาเผชิญหน้ากับแอมไพร์ที่หน้าแดงเถือก เลโอยกยิ้มก่อนจะประทับริมฝีปากลงที่แก้มของเด็กหนุ่มเบาๆ

“แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แค่องค์ชายเซย์เนลเข้ามาเห็นแค่นั้น”เลโอยักไหล่หน่อยๆก่อนจะประทับริมฝีปากของตนเองลงบนแก้มอีกข้างของเด็กหนุ่ม

“เลิกลวนลามข้าสักทีได้ไหม?!

“เปลี่ยนจากลวนลามเป็นขมขื่นเลยไหมล่ะ?ดีไหม? น่าจะดี”

“เลโอ!

แอมไพร์ร้องเสียงดัง เลโอยกยิ้มก่อนจะฝั่งหน้าลงไปที่ไหล่ของเด็กหนุ่ม แอมไพร์ดิ้นพล่านคราดว่าอนาคตคงเหลือซากอะไรให้เชยชม

“เลโอ ปล่อย! ข้าเรียกชื่อเจ้าแล้ว เลิกลวนลามได้แล้ว ปล่อย!

“ไม่ต้องเรียกแล้วล่ะ แต่ขออยู่แบบนี้สักพัก”

แอมไพร์สัมผัสว่าบรรยากาศของคนผมแดงเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เลโอไม่ได้กดมือของแอมไพร์เอาไว้อีกแล้ว เขาเปลี่ยนมากอดเด็กหนุ่มเอาไว้แน่น แอมไพร์กระพริบตา เพราะไม่ได้มองหน้ากันทำให้แอมไพร์ไม่สามารถรับรู้ได้ว่าคนตรงหน้าทำสีหน้าแบบไหน

“เจ้ารู้ไหมว่าตอนที่ได้ยินว่าเจ้าจะฟื้นขึ้นมาข้าดีใจแค่ไหน”

มันเป็นคำถามที่ไม่มีปี่มีขลุ่ยและคงไม่ได้ต้องการคำตอบ เหมือนแค่อยากบอกให้แอมไพร์รับรู้เท่านั้น เด็กหนุ่มนิ่งฟังเงียบๆ

“ข้าดีใจจนเหมือนจะเป็นบ้า แต่ก็ได้แต่นั่งนิ่งสงบเพราะไม่รู้ว่าจริงหรือหลอก แต่ตอนที่เห็นเจ้าฟื้นขึ้นมาข้าว่าหัวใจข้าหยุดเต้น...แต่มันมาหยุดเต้นจริงๆตอนที่เจ้าจำข้าไม่ได้”

อ้อมกอดนั้นรัดแน่นขึ้น แต่แอมไพร์ไม่ได้รู้สึกอัดสักนิด เลโอยังฝังหน้าอยู่กับไหล่เขาเอาไว้

“ข้าคิดว่ายังไงโลกนี้ก็คงไม่ให้อภัยข้าแล้ว ในฐานะที่ข้าเคยทำเจ้าเจ็บปวด เคยทำให้เจ้าไม่สบายใจ ทำให้เจ้าร้องไห้ ทำเจ้าเสียใจ ไม่ใช่สิ่งที่ข้าควรจะทำกับคนที่ข้ารัก วันที่เสียเจ้าไปวันนั้นข้าคิดว่ามันสมควร สมควรแล้วที่จะถูกทิ้ง สมควรที่จะถูกฉีกกระชากหัวใจออกไปเหยียบให้เละ ไม่เหลือซาก สมควรที่ได้แค่มองเจ้าจากไปโดยไม่อาจจะเหนี่ยวรั้ง...เพราะงั้นวันนี้ที่เจ้ากลับมา ข้าถึงต้องการความแน่ใจเท่านั้น ว่าข้าไม่ได้ฝัน”

นัยน์ตาของแอมไพร์ฉายแววความตกใจเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ว่าร่างของคนที่กอดตนไว้สั่นน้อยๆ เลโอเข้มแข็งจะตาย อย่าบอกว่าเขา...ร้องไห้

“เจ้าร้องไห้...เลโอ...”

“มันก็ไม่มีทางระบายความรู้สึกได้มากกว่านี้...”น้ำเสียงของชายหนุ่มยังนิ่งสนิทแต่แอมไพร์รับรู้ได้ถึงน้ำหยดอุ่นๆบนหัวไหล่ของตน”ข้าไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้ได้เจ้าคนเดิมคืนมา ข้าไม่รู้จะทำยังไงจริงๆแอมไพร์...”

“เจ้าไม่ต้องทำอะไรนี่เลโอ...ปล่อยให้ลืมไปแบบนี้ก็ไม่เห็นเป็นไร ข้าก็พอเข้าใจ...ว่าเจ้าไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายข้า”

“แต่จะให้บอกรักกับคนที่เขาไม่รู้สึกแล้วนะเหรอ?”

แอมไพร์นิ่งงัน สิ่งที่เลโอพูดมาก็ถูกต้องแล้ว แอมไพร์ที่เลโอต้องการคืนมาคือแอมไพร์ที่รักเลโอ ไม่ใช่แอมไพร์ที่ไม่รู้สึกและไม่มีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับชายคนนี้สักนิด ไม่รู้ว่าใครที่เห็นแก่ตัวกันแน่

“แล้วทำไมไม่จีบ? ไว้ข้ารักเจ้าแล้วค่อยชดใช้อะไรทำนองนั้น”แอมไพร์ว่าเรียบๆ

“หึ ข้าก็เหมือนคนที่เห็นแก่ตัวที่สุดน่ะสิ คนที่ข้าสมควรจะชดใช้ให้เป็นแอมไพร์ก่อนหน้านี้ แบบนี้ก็เหมือนเจ้าเป็นตัวแทนของแอมไพร์คนนั้น ถึงจะแอมไพร์เหมือนกัน...แต่ไม่เหมือนกัน”

ทั้งๆที่เป็นคนเดียวกัน แต่พอความรู้สึกข้างในไม่เหมือนกันก็ทำให้กลายเป็นคนอีกคนขึ้นมา แอมไพร์ไม่รู้ว่าเลโอมันบ้าหรือมันง่.ที่ยึดติดกับเขาขนาดนั้น

“เจ้าที่ยังนยึดติดกับข้าคนเดิมอยู่เพราะว่ารู้สึกผิดใช่ไหม แบบนั้นก็เห็นแก่ตัวอยู่ดี”

“ข้าพูดเหมือนไหร่ว่าข้ารู้สึกผิด?”

เลโอเงยหน้าขึ้นมาจากไหล่ของเด็กหนุ่ม ใบหน้าไม่เหมือนคนร้องไห้สักนิด ไอ้เมื่อครู่นั่นมันการแสดงหรือยัง

“แล้วเจ้ายังไง? ไม่รู้สึกผิดแล้วคือ?”

ชายหนุ่มผมแดงนิ่งไป เขากลอกตาไปมาก่อนดวงตาคู่นั้นจะเบนมาสบกับแอมไพร์ตรงๆ นัยน์ตาที่มั่นคงนั่นทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าขึ้นมาอย่างประหลาด

“รักต่างหาก...รักตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ ถึงไม่รู้ว่าวันแรกที่รักเป็นวันไหน แต่วันนี้ก็ยังรักอยู่ ข้าไม่อยากจะพูดคำนี้มากไปนั้น กลัวเจ้าจะเบื่อ”

“ไม่เบื่อสักหน่อย...”แอมไพร์อ้อมแอ้มแต่เลโอได้ยินไม่ชัด

“เจ้าว่าอะไรนะ?”

“เปล่า! ไม่มีอะไร! นี่ถ้าข้าไม่ตายเจ้าจะยอมรับความรู้สึกตัวเองไหมเนี่ย?”

“ข้าไม่ได้ยอมรับเพราะเจ้าตาย แต่ก็รู้ตัวช้าอยู่ดี”

เลโอว่าเรียบๆก่อนยกมือขึ้นลูบใบหน้าของเด็กหนุ่มอย่างแผ่วเบา

“กลับมาได้แล้วนะครับ จำข้าได้สักที เล่นลืมกันแบบนี้มันทรมานนะครับ...ท่านแอมไพร์”

“อย่าเรียกท่าน!!!

แอมไพร์สวนทันควันก่อนจะยกมือปิดปาก ดวงตาส่ายไปมาเหมือนตกใจ เลโอหรี่ตาลงก่อนจะมองคนตรงหน้า

“เจ้าจำ...”

“ข้าก็พูดออกไปตามความเคยชิน!”แอมไพร์สวนก่อนจะลุกขึ้นผลักชายหนุ่มออกจากตัว”ข้าจะไปอาบน้ำ!

“ข้าเปิดน้ำอุ่นให้แล้ว เข้าไปอาบเถอะ”เลโอไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ เขาแค่บอกเรื่องน้ำอุ่นเท่านั้น ท่าทางเหมือนไม่ติดใจอะไรเลยด้วยซ้ำ

เด็กหนุ่มลุกขึ้นทันที ทำท่าจะเดินเข้าห้องน้ำไป แต่ก็หันกลับมามองเลโอที่กำลังปูที่นอนใหม่ให้มันเรียบร้อย เขามองใบหน้าของชายหนุ่มที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยด้วยแววตาที่สับสนและวุ่นวาย

“เลโอ ความจริงแล้วข้า...”

“หืม?”

“ข้า...ชอบอาบน้ำเย็น นี่หน้าร้อนเจ้าจะเปิดน้ำอุ่นทำไม รอบหน้าน้ำเย็นนะ บาย”

แอมไพร์พูดรัวก่อนจะหายเข้าไปในห้องน้ำ เด็กหนุ่มปิดประตูลงก่อนจะเอาหลังพิงบานประตูห้องน้ำแล้วทรุดตัวนั่งลงกับพื้นกระเบื้อง แอมไพร์ถอนหายใจยาว

“อีกสักหน่อยแล้วกัน ไหนๆก็ไหนๆแล้ว”เด็กหนุ่มพึมพำกับตัวเองก่อนจะเริ่มอาบน้ำ
 



เคยพยายามถามตัวเองแล้วค่ะว่าทำไมชอบหายไปนานๆ แต่ไม่เคยได้คำตอบสักที*พราก* ไอดูAvengersมาแล้วค่ะ(อาจจะเป็นเหตุผลที่ช้า) ทำไมเราจิ้น กัปตันXไอรอนนะ //มันกร๊าวววววววใจ คือเออ ถ้าคนดูจะเจอฉากที่น่ารักของนังทั้งสองหลายฉาก เรานี่ไม่รู้จะโฟกัสอะไรเลย ก้ามแคปก็น่ามอง นมแม่มดก็ขาว รังสีเหนือม่วงก็โชย-.,- เราจะไม่ทนค่ะ จะไม่ทน
ท้ายที่สุด ให้อภัยเลโอได้แล้วค่าา เรื่องของสองคนนี้ตอนหน้าก็คงจบแล้ว เราไม่อยากแต่งยาวจะเปิดเทอมแล้วยังไม่จบเลย55555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #961 N เอ็น (@nlm1122) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 22:20
    แอมไพพพพพพพพร์ แกล้งกันเร๊อะ!
    #961
    0
  2. #951 อิ๋ง (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 12:46
    แหม เล่นซะเนียนเลยนะแอมไพร์ โถ่! เลโอโดนหลอกแล้ว แต่ว่านะไอโรน่าจะความจำเสื่อมแทน จะรักเบลไปเลย
    #951
    0
  3. #950 KillerKill (@valasmps) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2558 / 21:13
    แอมไพร์แกล้งความจำเสื่อมเหรออออ เอาคืนเลโอใช่มั้ยยย
    #950
    0
  4. #949 Rinkaki-chan (@030744_maii) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2558 / 11:33
    "อีกสักหน่อยเเล้วกัน ไหนๆก็ไหนๆเเล้ว" ชัดเลยย เเอมไพร์ไม่ได้ความจำเสื่อมหรอกเเกล้งเลโอต่อไปนะะะ อุฮิ~~~
    #949
    0
  5. #948 Asuna Jan (@hibaritsuna) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2558 / 18:16
    ต่อไวๆน้าาเอมไพร์เเก้จำไม่ได้ปะเนี่ย
    #948
    0
  6. #947 w-rabbit (@nene-zero) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2558 / 12:52
    >< มาต่อไวๆๆน้าาาา
    #947
    0
  7. วันที่ 6 พฤษภาคม 2558 / 11:27
    มุงไม่ได้ความจำเสื่อมหรา?!
    #946
    0
  8. #945 nonichan (@baiyoja) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2558 / 09:30
    น้ำตาไหลค่ะ โฮฮฮฮ
    #945
    0
  9. #944 nonichan (@baiyoja) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 23:15
    เอาจริงๆ ตอนนี้เค้ายังสับสนชื่อตัวงะครจักพรรดิปิศาจยุ่วเลอ55555 #คู่ครบค่า #ปรบมือรัวๆ
    #944
    0
  10. #943 God Girl (@gamlleboy) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 11:16
    รอไรต์มาต่อนะคะ>_<
    #943
    0
  11. #942 Asuna Jan (@hibaritsuna) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 11:12
    เบลโดนด่า555ไรต์ต่อไวๆนะ
    #942
    0
  12. #941 guinw55 (@guinw55) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 07:46
    เบลนี่ช่างซื่อบื้อจริงๆ #กระโดดสกายคิก ไอโรงอนนานๆเลย
    #941
    0
  13. #940 อาคม มรณะ (@lovedog472) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 03:34
    ไรต์กลับมาเเล้วววววววววว //วิ่งไชโยรอบบ้าน
    อ่า รู้สึกสับสนกับชื่อตัวละครหลังจากที่ไม่ได้อ่านมานาน(ฮา)
    เอาละรีบๆเเต่ต่อน่ะไรต์เป็นกำลังใจให้น่ะเหมี๊ยววว //ยิ้ม
    ไรต์ไม่รีบเเต่งต่อตายเเน่ๆเหมี๊ยว //หยิบมีด 


    #940
    0