Knight Vs Queen! ศึกปราบเกรียน[อัศวินแด่ราชินี]

  • 96% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 35,032 Views

  • 1,107 Comments

  • 1,802 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    20

    Overall
    35,032

ตอนที่ 50 : Knight VS Queen DLC: Laconic <100per>

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 935
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    16 พ.ค. 58

Title: Knight VS Queen DLC:

< Laconic >

พูดไม่ค่อยเก่งแต่รักหมดใจ

Pairing: Leo X Ampire

 

“เจ้ายังความจำเสื่อมอยู่?”

“อ๊ะแน่นอน ทำไมข้าถึงไม่ความจำเสื่อมล่ะไอโร?”

เด็กหนุ่มผมม่วงยกแก้วชาขึ้นจิบพลางย้อนถามเพื่อนผมทอง ไอโรมองหน้าแอมไพร์ ร้องเหอะออกมาแล้ววางแก้วชาลงเบนหน้าไปทางอื่น

“อะไร อะไร ไอ้ท่าทีแบบนี้นี่มันอะไรจ๊ะ?”

แอมไพร์ถามเสียงเขียว ทางพระราชาผมทองก็เบนสายตามามองหน้าร่างตรงหน้าแล้วยักไหล่

“เจ้ามันพวกใจอ่อน ข้าก็กลัวว่าเจ้าจะใจอ่อน”

“ข้าออกจะใจแข็ง”

“เหรอ”ไอโรทำหน้าไม่เชื่อแบบสุดๆ เด็กนุ่มผมม่วงอ้าปากจะเถียงก่อนจะยกยิ้มเจ้าเล่ห์มุมปาก

“ยิ้มงี้หมายความว่าไงแอมไพร์?”ไอโรเลิกคิ้วสูง ทางเด็กหนุ่มผมม่วงก็ลอยหน้าลอยตา

“ก็แค่คิดขึ้นมาได้ว่า...ก็ใช้ซี้~ ข้ามันไม่ใช่ท่านไอโรผู้จิตใจแข็งแกร่งดุจหินผาผู้มีพี่ชายข้ามายืนจ้องหน้าขอคืนดีก็ยังไม่ยอมใจอ่อนกลับไป ช่างแข็งแกร่งยิ่งหนัก”

“เลิกประชดข้าได้แล้วแอมไพร์”ไอโรโบกมือไปมาแล้วถอนหายใจ

“ข้าพูดจริงนะไอโร”แอมไพร์กลับมาทำสีหน้าจริงจังแล้วเริ่มเกริ่นนำ ทางไอโรก็แกล้งหูทวนลมใส่เพื่อนผมม่วง

“นี่ข้าหลับห้าปี หมายความว่าตลอดเวลาห้าปีที่ผ่านมามันสูญเปล่าเลยนะ พวกเจ้าทำไมไม่คุยกันดีๆเล่า นี่ทะเลาะกันเรื่องอะไรข้ายังไม่รู้เรื่อง สนองคนความจำเสื่อมหน่อยสิท่านพี่สะใภ้”

“ท่านน้องสะใภ้ปรดเข้าใจ ไม่ใช่ว่าพวกข้าไม่คุยกัน แต่เบล! พี่ชายหน้ามึนอึนรับประทานสมองของเจ้าน่ะไม่มาพบหน้าข้าเลยตลอดระยะเวลาห้าปีที่ผ่านมา ถ้ามันไม่ใช่จงใจหลบหน้าข้าแล้วมันคืออะไรวะ! พูดแล้วฉุน!

ไอโรว่าอย่างหงุดหงิดพลางกระแทกแก้วชาลงบนจานลองแล้วอย่างแรงจนแก้วมันปริแล้ว แอมไพร์ยิ้มแห้งแล้วยกมือร่ายเวทย์ซ่อมแก้วชาให้ไอโร

“ช่างเถอะเนาะเรื่องพี่ข้า เนอะๆไอโรของข้า”แอมไพร์ยิ้มหวานเอาใจก่อนยื่นหน้าไปใกล้”แล้วตอนนี้...มีใครรู้เรื่องบ้างง่ะ?”

ไอโณปรายตามองเพื่อนผู้เปลี่ยนสีไวยิ่งกว่ากิ้งก่าแล้วถอนหายใจตอบไป

“นอกจากข้า เจ้า อิมเพอร์ร่า สองคนนั้น ก็มีไคเซอร์เพิ่มมาอีกคนหนึ่ง แต่เรื่องความจำเสื่อมของเจ้าเขายังไม่รู้ แต่คงไม่ช้า”

“เห็นหน้าโง่ๆ ลิเวียร์มันฉลาดนะจะบอก มันฉลาดที่สุดในพวกเราพี่น้อง แต่ถ้าเรื่องความรอบรู้ก็พี่รอง พี่ใหญ่...เออ...ข้าว่าคนนี้ต้องระแคะระคายอะไรแหง๋แซะ เขาเซนส์ดียิ่งกว่าจมูกหมาอีก”

“เซนส์อะไรหรือน้องรัก?”

แอมไพร์สะดุ้งเฮือกสะบัดหน้าไปมองต้นเสียงก็พบกับพี่ใหญ่ของตนที่เดินมาพร้อมพี่รองและตะกร้าอะไรบางอย่างในมือ แอมไพร์ยิ้มแห้งก่อนกระโดดไปหลบหลังไอโร จักรพรรดิปีศาจผมแดงพอเห็นน้องคนสุดท้องทำท่าทีกลัวตนแบบนั้นก็หน้าหมองลง

“เขายังกลัวข้าอยู่อีกเหรอ?”อิมไพร์ทำเสียงหงอย

“แล้วเจ้ามันมีอะไรให้ไม่กลัวล่ะอิมไพร์ โพล่มาอย่างกับผี ข้าจะหัวใจวายตาย”

ไอรบ่นก่อนโบกมือเรียกเก้าอี้มาเพิ่ม มือเรียวผายแทนการเชิญนั่ง สองพี่น้องปีศาจทรุดกายลงก่อนอิมเพอร์ร่าจะวางตะกร้าที่ถือมาลงบนโต๊ะ

“เจ้าเอาอะไรมาเหรออิมเพอร์ร่า?”ไอโรว่าอย่างสนใจ

“ยาฟื้นความทรงจำเอมเพอร์”

“ห๊ะ?!!

ไอโรร้องเสียงหลงก่อนหนัมองหน้าแอมไพร์ด้านหลังแล้วกลับมามองหน้าพี่รองของปีศาจ อิมเพอร์ร่าทำสีหน้าเหนื่อยหน่ายก่อนเปิดตะกร้าที่เอามาด้วย

“เค้กช็อกโกแลต!

“ยาเดี๋ยวนี้หน้าตาแปลกๆเนอะไอโร”

“ก็มันไม่ใช่ยาน่ะสิน้องรัก...”อิมไพร์กดหัวคิ้วหน่อยๆ”ที่เรียกว่ายาฟื้นความจำน้องก็เพราะว่าน้องชอบมันมาก พี่คิดว่าถ้าน้องได้กินอาจจะจำอะไรดีๆได้”

“อย่างเช่นว่าพี่ติดเงินข้าเท่าไหร่น่ะเหรอ?”

แอมไพร์ถามหน้าซื่อซึ่งคนเป็นพี่ก็ได้แต่กดหัวคิ้วเพิ่มหนักไปอีก อิมเพอร์ร่าถอนหายใจก่อนจะดึงมือพี่ใหญ่ออกจากหัวคิ้วตนเอง แล้วผินหน้ากลับมาทางแอมไพร์ที่ย่องกลับมานั่งที่เดมิของตนแล้ว

“เลิกไร้สาระเถอะเจ้าตัวดี ถ้าเจ้ายังไร้สาระหนักพี่ใหญ่ได้กดหว่างคิ้วจนทะลุไปถึงสมองแน่ๆ”

จักรพรรดิปีศาจองค์โตหันมามองหน้าน้องชายคนรองแล้วทำหน้าประมาณวาข้าไม่ทำขนาดนั้นหรอกน่า แต่อิมเพอร์ร่าไมได้สนใจหยิบเอาเค้กช็อกโกแลตออกมาจัดใส่จานแจกจ่ายให้ทุกคนรวมทั้งตัวเองด้วย

“ข้าทำเอง ไม่มีพิษ ไม่ต้องจ้องขนาดนั้นก็ได้ไอโร”จักรพรรดิปีศาจผมแสดว่ากับพระราชาแห่งยูโนสซิสผู้กำลังกระพริบตามองเค้กในจานอย่างพิจารณาในขณะที่แอมไพร์จ้วงใส่ปากด้วยใบหน้าเบิกบานไปแล้ว

“ข้าแค่ไม่เคยกิน”

“ห๊ะ?”

คำตอบของไอโรทำให้สามพี่น้องประสาเสียงมองหน้าพระราชาผมทองทันที ไอโรเงยหน้าขึ้นมองสามพี่น้องก่อนจะยุ่หน้าเล็กน้อยแล้วถอนหายใจ แอมไพร์กระพริบตาปริบๆก่อนยื่นหน้าไปหาไอโร

“เอาจริงสิเจ้า ทำไมไม่เคยกิน เค้กนี่มันไม่ใช่แรร์ไอเทมนะ”

“เลโอไม่ยอมให้ข้ากินน่ะสิ”ไอโรปรายตามองเด็กหนุ่มผมม่วง”สามีเจ้าห้ามข้ากินเค้กทุกชนิดหลังจากที่มีการวางยาพิษในนี้ มันระแวงจนข้าอยากจะกระโดดถีบมันให้ตกหน้าผาถ้าไม่ติดว่ามันเป็นอัศวินนภาของข้าล่ะก็นะ”

“เลโอมันไม่คิดว่าจะวางอาหารอย่างอื่นได้หรือไง? ไร้สาระจริงๆ”

“ขอโทษด้วยนะที่ความห่วงใยของข้าไร้สาระน่ะ แอมไพร์”

เด็กหนุ่มผมม่วงสะดุ้งเป็นรอบที่สองของวัน แอมไพร์รู้ทันทีว่าเลโอยืนอยู่ด้านหลังตน อัศวินนภาเดินอ้อมมายืนหลังไอโรที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับแอมไพร์เพื่อมองหน้าอีกฝ่าย

“นั่งสิเลโอ”ไอโรทำท่าจะร่ายเวทย์เรียกเก้าอี้

“ไม่เป็นไรครับ ข้าแค่มาดูว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี แล้วก็จะมารายงานว่าท่านเซย์เนลกับไคเซอร์ทำรถม้าพังไปห้าคัน”เลโอว่าเรียบๆแต่อีกสามคนเริ่มทำหน้าเครียดขึ้นมาแปลกๆ

“ข้าว่าพวกเจ้าจับคู่ผิดไปหรือเปล่า”เลโอหันมาถามพี่น้องปีศาจองค์โตและองค์รอง

“เด็กเอาแต่ใจก็ต้องอยู่กับเด็กเอาแต่ใจถูกแล้ว แต่ถึงยังไงไคเซอร์มีความคิดว่าเจ้าเด็กนั่นแน่ ขอขีดเส้นใต้ว่าไคเซอร์เป็นเด็กมีเหตุผล”อิมเพอร์ร่าว่าพลางปักส้อมลงบนชิ้นเค้ก

“เจ้าจะว่าว่าเซย์เนลของข้าไม่มีเหตุผลงั้นสิ?”ไอโรว่าฉุนๆ

“ไอโร”จักรพรรดิปีศาจองค์รองเบนสายตามามองเพื่อนผมทองแล้วพูดเรียบๆ”ไคเซอร์อายุหลักร้อยหลักพันแล้ว เทียบกับเด็กมนุษย์นั่นไม่ได้สักนิด น้องชายเจ้าแค่หลักสิบ เจ้าเห็นถึงความแตกต่างและความหนักแน่นในคำพูดของข้าหรือยัง?”

“โอเค ถ้าเจ้าจะเอาอายุมาข่มแบบนี้ข้าไม่เถียงก็ได้”ไอโรทำเสียงยอมแพ้แล้วนั่งจิบชาต่อไป

“แล้วนี่เจ้าจะยืนมองอีกนานไหม มีอะไรก็ไปทำไป!

แอมไพร์ที่เห็นว่าเลโอยืนอยู่นานแล้วก็ออกปากไล่ ทางอัศวินนภาปรายดวงตามองเด็กหนุ่มก่อนจะเดินไปหา

“อะไร!

“เจ้าไม่ต้องขู่ข้าทุกการกระทำก็ได้แอมไพร์”เลโอทำเสียงเหนื่อยใจก่อนจะหยิบของบางอย่างออกมาจากด้านหลังแล้วยื่นให้เด็กหนุ่ม

“..เอ่อ...มัน...”

“ถือว่าแทนคำขอโทษที่ข้าอยู่ดูแลเจ้าไมได้ แต่ข้ามีเรื่องต้องจัดการ เย็นนี้ข้าจะพาไปงานเทศกาล”

ดอกไม้สีน้ำเงินแก้มม่วงดอกใหญ่ถูกยื่นให้เด็กหนุ่มผมม่วง แอมไพร์ทำหน้าไม่ถูกเสสายตาซ้ายขวาไม่หยุดหย่อน เลโอจับมือเด็กหนุ่มมารับดอกไม้ของตนเอาไว้แล้วยิ้มน้อยๆที่มุมปาก

“รับไปแล้วแปลว่าตกลงนะ เดี๋ยวข้ากลับมา”

สิ้นคำพูดเลโอก็ขยี้หัวแอมไพร์เบาๆแล้วเดินออกมา แอมไพร์มองดอกไม้ในมือแล้วก้มหน้างุด เหมือนมีควันลอยขึ้นมาจากหัวเด็กหนุ่ม ไอโรมองแล้วหัวเราะลั่น

“เลโอมันร้ายขนาดนี้ตอนไหนเนี่ย”ไอโรยังหัวเราะหน่อยๆก่อนจะเบนหน้ามาทางพี่น้องปีศาจที่ทำหน้าช็อกน้อยๆอย่างนึกขึ้นได้”หยุดช็อกก่อนท่านทั้งสอง ข้ามีเรื่องสงสัยน่ะ สงสัยมากด้วย”

“อะไรล่ะ?”อิมไพร์ว่าขึ้น

“ไคซารี่กับฟีเอสเนี่ย...ยังไงกันแน่ ข้าเห็นไคซารี่เดินตามฟีเอสมาห้าปีแล้วนะ คือแบบ...เดินตามจริงๆ เดินตามต้อยๆเลยอ่ะ เขาไม่ถูกกันไม่ใช่เหรอ?”ไอโรว่าพลางนึกถึงเรื่องที่ไคซารี่ปลอมตัวเป็นคู่หมั้นของฟีเอส

“สองคนนั้น...เป็นแฟนกันเจ้าไม่รู้หรอ?”

คำตอบที่ได้มาจากแอมไพร์ทำให้ไอโรอ้าปากค้างแม้แต่สองพี่น้องก็ทำหน้าตะลึงไปด้วย แอมไพร์วางดอกไม้ในมือลงบนตักแสดงออกถึงความหวงแหนแล้วมองหน้าเพื่อนร่วมโต๊ะน้ำชาทั้งสามคน

“แมมม่อนกับฟีเอสเป็นแฟนกัน แต่เบื้องลึกเบื้องหลังข้าไม่รู้หรอก ข้าความจำเสื่อม”แอมไพร์ว่าหน้าตาย

“แล้วน้องรู้เรื่องนี้ได้ไง?”อิมเพอร์ร่าถาม

“ก็ถามแมมม่อนเอาน่ะสิ พี่ใหญ่...แมมม่อนเปราะบางไปแล้วนะ ไม่ห้ามเขาเหรอ?”

อิมไพร์ที่ถูกน้องคนเล็กเรียกในรอบห้าปีชะงักเล็กน้อยก่อนจะกลอกดวงตาไปมาแล้วถอนหายใจ

“พวกน้องๆโตกันหมดแล้ว ทุกการกระทำล้วนเป็นไปตามการตัดสินใจของพวกน้อง พี่ไม่อาจจะก้าวก่ายได้ จะพี่ จะอิมเพอร์ร่า หรือว่าน้องคนไหน ต่างก็ต้องมีความคิดเป็นของตัวเองได้แล้ว ตอนนี้เราไม่มีภาระหน้าที่อะไรต้องมานั่งรับผิดชอบนอกจากดูแลแดนปีศาจที่ไม่มีปัญหาอะไร ถ้าจะทำอะไรก็ตามใจเขาไป ไคซารี่เองก็รู้ขีดจำกัดของตัวเองดี เมื่อถึงเวลาไคซารี่จะพอ”

คำพูดของอิมไพร์ทำให้ทั้งโต๊ะเงียบลง แอมไพร์คาบส้อมเอาไว้ในปาก สายตามองเค้กก้อนตรงหน้าแล้วหมดคำพูด ทางไอโรก็แค่จิบชาเรื่อยๆไม่ได้เอ่ยอะไร

“แล้วเมื่อไหร่...พี่ใหญ่จะทำตามใจตัวเองบ้างล่ะ?”คำถามนี้หลุดมาจากปากอิมเพอร์ร่า ปีศาจหนุ่มเบนดวงตาภายใต้กรอแว่นมามองพี่ชายคนเดียวของตน”ข้าเห็นพี่ยังไม่ยอมทำอะไรที่อยากทำสักที”

“นี่พี่ก็ทำตามใจตัวเองนะอยู่นะอิมเพอร์”อิมไพร์ว่าเรียบๆ”ไปมาหาสู่กับเพื่อนมนุษย์ มองดูน้องเติบโต มองดูน้องๆได้เรียนรู้การใช้ชีวิตที่มากกว่าหลายร้อยปีที่ผ่านมา พี่โตที่สุด จะวางใจก็ตอนทุกคนมีคนดูแลแล้วก็นั่นแหละ ท่านพ่อท่านแม่ไม่อยู่ ถ้าไม่ใช่พี่แล้วใครจะทำ”

“สมมติว่าท่านพ่อท่านแม่ยังอยู่พี่อยากจะทำอะไร?”แอมไพร์ถามขึ้น

อิมไพร์นิ่งคิดไปนานก่อนจะเอ่ยเรียบๆ”ไม่รู้สิ...พี่ไม่เคยคิด”

“ปีศาจตนนี้ไร้จุดมุ่งหมายชะมัด”ไอโรเหน็บ”หัดมีอะไรมากกว่าดูแลน้อง รักน้อง ปกป้องน้อง ห่วงน้อง หลงน้อง น้องๆๆๆ บ้างได้ไหมอิมไพร์ เจ้ากำลังทำให้เด็กพวกนี้คิดว่าตัวเองถ่วงเจ้าไม่ให้เจ้าได้อิสระนะเว้ย”

“กล้าเรียกน้องข้าว่าเด็กพวกนี้เต็มปากนะไอโร”อิมเพอร์ร่าเหน็บ

“แล้วจะแทนว่าอะไรเล่า เหอะ ช่างเถอะเรื่องนั้น มาโฟกัสว่าท่านพี่ใหญ่ของเราจะทำอะไรถ้าไม่มีน้องๆให้ดูแลดีกว่า”

ทั้งสามร่างมองไปยังอิมไพร์ที่นิ่งคิด เขาลูบคางพลางค้นหาสิ่งที่ตนเองต้องการที่อยู่ลึกในจิตใจ ตั้งแต่เป็นจักรพรรดิปีศาจดูเหมือนว่าจะลืมเลือนเรื่องพวกนั้นไปหมดเลย

“ลองวาดภาพดูไหมท่านอิมไพร์”

เสียงที่แทรกขึ้นมาทำให้ทั้งหมดสะดุ้งด้วยความตกใจ อิมไพร์เงยหันไปมองคนที่ยืนค้ำหัวตน อีกฝ่ายมองตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้มบริสุทธิ์

“อัลลาเต้”

“อ๊ะ ขออภัยที่ข้าเสียมารยาท พอดีเห็นพวกท่านคุยกันน่าสนุกก็เลยขอร่วมวางด้วย ช่วยไม่ได้นะวิลเลี่ยมไปเล่นอยู่กับเคอร์ริสแล้วก็คาร์เรย์ ข้าก็เลยเหงา”บิชอปหนุ่มทำหน้าเศร้าพลางยักไหล่

“อัลลาเต้ อัลลาเต้~ นั่งสิ”แอมไพร์โบกไม้โบกมือเรียกพลางเสกเก้าอี้ให้บิชอปหนุ่ม อัลลาเต้ยิ้มแล้วเดินไปทางเก้าอี้ก่อนจะ..

โครม!!

...สะดุดชายชุดนักบวชล้มหน้าทิ่มพื้น

“เฮ้ย!!”ไอโรร้องลั่นก่อนจะรีบลุกขึ้นไปพยุงอัลลาเต้พร้อมกับอิมเพอร์ร่า

“เดินยังไงของท่าน”อิมเพอร์ร่าว่า

“ขอโทษที พอดีไม่ได้ใส่ชุดยาวๆมานานเลยไม่ถนัด”อัลลาเต้ว่าพร้อมรอยยิ้มดอกไม้บาน

“ข้าว่านั่นมันความซุ่มซ่ามส่วนตัวมากกว่ามั้ง”แอมไพร์พึมพำพลางมองอัลลาเต้ที่กำลังนั่งลงบนเก้าอี้

“ว่ายังไงเล่าท่านจักรพรรดิปีศาจองค์โต ท่านสนใจวาดรูปไหม ข้ามี....หนังสือวาดรูป~”

บิชอปผมแดงร้องเสียงร่าพลางล้วงเอาหนังสือเล่มหนาเกินจะซ่อนในชุดของนักบวชขึ้นมาชูให้อิมไพร์ดู จักรพรรดิปีศาจผมแดงขมวดคิ้วก่อนยื่นมือไปหยิบ

“นี่มัน...เหมือนที่ข้าเคยอ่านตอนเด็ก”

“อ้าว...งั้นก็ไม่แปลกใหม่น่ะสิ...แย่จัง...อื้ม...ท่านอิมเพอร์ร่า ข้ามีมาเผื่อท่านด้วยนะ!”อัลลาเต้ว่าแล้วหันไปทางจักรพรรดิปีศาจองค์รองพลางล้วงเอาหนังสือเล่มหนาอีกสามเล่มขึ้นมาวางท่ามกลางสีหน้าว่างเปล่าของแอมไพร์

“นี่?”

“หนังสือทำอาหารสูตรร้อยสาระพันล้านสูตรเด็ดร้อยยี่สิบเอ็ดย่านน้ำมหาสมุทรสามแดนโลก!!

“ชื่อหนังสือยาวชะมัด”ไอโรพึมพำ

“แล้วก็ๆ”

“ยังไม่หมดอีกแหะ”

“ข้าเตรียมพวกนี้มาให้คนที่เหลือแต่อีกสองคนไปต่างเมืองเสียก่อน ยังไม่มีโอกาสได้ให้เลย”

หนังสืออีกสิบกว่าเล่มถูกวางบนโต๊ะท่ามกลางสีหน้าว่างเปล่าของคนร่วมโต๊ะ ที่ปกหนังสือมีชื่อของแต่ละคนที่เป็นอนาคตเจ้าของหนังสือวางเอาไว้

“หนังสือภาษาภูติไพรกับสมุนไพรสารพัดชนิดของไคซารี่ หนังสือว่าด้วยการเลี้ยงดูมังกรกับหนังสือจำแนกมังกรของไคเซอร์”อิมเพอร์ร่าไล่สายตาอ่าน

“หนังสือประวัติศาสตร์โบราณกับหนังสือกลยุทธ์การวางแผนการรบของเซทซัส”อิมไพร์ขมวดคิ้ว

“หนังสือรวมเวทย์มนต์โบราณ หนังสือเวทย์สายดำขั้นสูง กับหนังสือรวมการแก้คำสาปสารพัดของเจ้าเบลงั้นเหรอ?”ไอโรกระพริบตา

“แล้วก็...หนังสือรวมการเพาะพันธุ์พืชดอกกับหนังสือรวมแหล่งดอกไม้พิเศษ...ของข้า”แอมไพร์มองมันอย่างสนใจแล้วรีบเปิดอ่านัทนที ใบหน้าฉายแววสนใจออกมาจนน่าประหลาด

“ไม่มีของข้าสินะ”ไอโรว่าขึ้นแบบไม่ใส่ใจเท่าไหร่

“แหม...ท่านไอโรอ่านหนังสือเยอะจะตาย ข้ากลัวว่าถ้าเอามามันจะซ้ำเพราะฉะนั้น...”ของบางอย่างถูกยื่นไปตรงหน้าพระราชาผมทองที่กำลังทำหน้างง”นี่เป็นสมุดบันทึกพิเศษ กับปากปาที่หมึกไม่มีวันหมดแม้จะตก เว้นแต่ว่าถ้าโดนมังกรของไคเซอร์เหยียบมันพังแน่ สมุดเล่มนี้พิเศษตรงที่มันสามารถเพิ่มหน้าได้เองเรื่อยๆ แถมยังสามารถคัดลอกออกมาเป็นเล่มสำเนาได้ด้วย ข้าว่าท่านอ่านมาเยอะแล้ว คงอยากลองเขียนหนังสือดูบ้าง จริงๆข้ามีของมาเผื่อเลโอ แล้วก็สองแฝดด้วยแต่ไมได้หยิบมา”

นัยน์ตาสีทองฉายแวววิ๊งวั๊บยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ไอโรรับมันมาเปิดดูดูเนื้อกระดาษ ลองปากกาที่แถมมาด้วยความสนใจ

“เจ้าก็แปลก...”อิมไพร์ว่า”...รู้ได้ยังไงว่าพวกเราชอบอะไร?”

อัลล้าเต้ยิ้มน้อยๆพองามก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงสบายๆ

“ขอแค่เป็นเรื่องพวกเจ้า ข้ารู้หมดทุกอย่างนั่นแหละ”

จักรพรรดิปีศาจองค์โตยังรู้สึกสงสัย แต่อัลลาเต้โดนแอมไพร์ดึงไปถามชื่อสถานที่ในหนังสือที่อ่านอยู่ ไอโรเองก็ดูท่าจะสนใจพวกดอกไม้ไม่แพ้กัน กลายเป็นว่าทุกคนเมินกันไปหมดจนอิมไพร์ต้องก้มลงอ่านหนังสือสอนวาดรูปของตน
 


“แล้วทำไมถึงได้เอาแต่ซุกตัวอยู่ในตู้เสื้อล่ะแอมไพร์...”

เสียงอัศวินนภาดังออกมาจากด้านนอกของตู้เสื้อผ้า แอมไพร์มองลอดผ่านช่องว่างของที่ซ่อนตัวแล้วรีบเอาเสื้อผ้าในตู้มาบังหน้าเอาไว้

“ข้าบอกว่าจะพาไปเที่ยวนะ ไม่ได้พาไปขาย”

“ก็เจ้าน่ากลัว!

แอมไพร์ตอบเสียงอู้อี้แล้วยังคงจับประตูตู้เสื้อผ้าแน่นไม่ยอมปล่อย เลโอถอนหายใจก่อนจะผินดวงตามองดอกไม้ที่ตนมอบให้อีกฝ่ายซึ่งถูกปักอยู่ในแจกันข้างเตียง อย่างน้อยๆอีกฝ่ายก็ยอมรับความรู้สึกเขาบ้าง เลโอถอนหายใจก่อนจะทรุดกายนั่งลงพิงตู้เสื้อผ้า

“ถ้าเจ้าไม่ออกมาข้าก็จะเฝ้าแบบนี้ ดีไหม? ขาดอากาศหายใจเมื่อไหร่ข้าค่อยอุ้มออกมา”

แอมไพร์ยู่หน้า นี่สรุปเจ้าหัวแดงมันรักเขาจริงหรือเปล่า คำพูดคำจากลับไปเฉยเมยใส่อีกแล้ว แอมไพร์ขยับปากขมุบขมิบแล้วจ้องหัวแดงๆที่พิงอยู่กับตู้เสื้อผ้าอย่างเคืองแค้น

“ข้ามีนิทานมาเล่าให้ฟังระหว่างรอเจ้าออกมาจากตู้”เลโอว่าเรียบๆ”กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วเมื่อห้าปีก่อน...มีราชินีองค์หนึ่งดื้อด้านแล้วก็เอาแต่ใจ ทำอะไรตามใจตัวเองตลอด”

แอมไพร์กัดฟันกึด นี่เขากำลังโดนด่าทางอ้อมใช่ไหม เด็กหนุ่มแกล้งทำเมินไม่สนใจเผื่ออัศวินนภาบ้าๆข้างนอกจะหยุดพล่ามบ้าง เลโอนี่ไม่เจอกันห้าปีพูดมากขึ้นเยอะเลยนะ

“พระราชาให้เขาอยู่ในการดูแลของอัศวินผมแดงสุดเท่”ไอ้โรคหลงตัวเองนี่ไปติดใครมาเนี่ย! แอมไพร์โอดครวญในใจ จำได้ว่าก่อนหน้ามันไม่เป็นนี่

“แต่อัศวินไม่ชอบราชินีเอาเสียเลย เพราะนอกจากจะนิสัยไม่ดีแล้วยังมาทำดาบซึ่งเป็นของดูต่างหน้าเขาพังอีก”ถึงตรงนี้แอมไพร์สะอึก”แต่ว่าองค์ราชินีกลับถูกใจอัศวินคนนั้น และต้องการจะเป็นเพื่อนกับเขา ทั้งตามตื้อ ตามกวนประสาท แต่มันก็ไม่ได้ผล ทุกครั้งลงเอยด้วยการทะเลาะ มีอยู่ครั้งหนึ่งราชินีคิดวิธีเอาใจอัศวินออก เป็นวิธีที่คาดไม่ถึง องค์ราชินีเริ่มด้วยการเผาใบแห้งของต้นอะไรสักอย่างเพื่อให้อัศวินผ่อนคลาย แต่อัศวินไม่เข้าใจ ราชินีเอางานจองอัศวินไปซ่อนเพราะไม่อยากให้ทำงานเยอะ แต่อัศวินเข้าใจว่าถูกกวนจึงตำหนิเขา ราชินีเอาปีศาจปุงิ๊ที่เฝ้ายามดีไปใส่ไว้ในห้องของอัศวินเพื่อให้อัศวินได้พักผ่อนอย่างปลอดภัย แต่อัศวินคิดว่าเขากวนประสาทและว่าเขา องค์ราชินีไม่ยอมหยุด เขาย่องเข้ามาตอนที่อัศวินหลับคากองงานแล้วใช้หนังยางรัดผมที่ปกหน้าอัศวินขึ้นไป แต่อัศวินคิดว่าอีกฝ่ายจงใจแกล้งเลยต่อว่าอย่างรุนแรง องค์ราชินีเสียใจร้องและวิ่งหนีไปทิ้งให้อัศวินหน้าโง่ยืนโง่อยู่กลางสวน”

ด่าตัวเองว่าโง่ก็เป็นแหะ...แอมไพร์คิดพลางเหลือบมองผมสีแดงที่ยังอยู่แนบประตูตู้เสื้อผ้า

“แต่ว่าเพื่อนของอัศวินที่ฉลาดกว่าหน่อยได้ปรากฏกายมาอธิบายให้อัศวินคนนั้นเข้าใจการกระทำของราชินี อัศวินหน้าโง่เลิกโง่ในบันดล เขาวิ่งตามหาร่างราชินีไปทั่วปราสาทแต่กลับไม่พบ เขาถอนใจและคิดว่าราชินีคงไม่ออกมาพบหน้าเขาอีกจนกระทั่งเขาเดินไปพบตู้หนังสือตู้หนึ่ง ได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอดังลอดมาจากในนั้น พอเปิดประตูตู้หนังสือดูก็พบกับองค์ราชินีนอนหลับเป็นเด็กๆอยู่ในตู้นั้น”

“ข้าไม่ใช่เด็กนะ!

แอมไพร์กระชากประตูเปิดออกมาตวาด แต่จังหวะที่เปิดออกไปเป็นจังหวะที่เลโอหันมาพอดี ใบหน้าทั้งคู่ห่างกันไม่เท่าไหร่ นัยน์ตาประสานนัยน์ตา ก่อนจะเป็นแอมไพร์ที่หน้าขึ้นสีแล้วจะผละกลับเข้าตู้ไป เลโอรีบคว้าตัวอีกฝ่ายเอาไว้ จับไหล่อีกฝ่ายเอาไว้ให้มั่น

“ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ!

“ข้าไม่ปล่อย”

“เจ้าน่ากลัวเกินไปแล้วนะ!

แอมไพร์ดินพล่าน มือที่จับไหล่อยู่เลื่อนมาจับหน้าเขาก่อนริมฝีปากจะถูกประกบอย่างรวดเร็ว แอมไพร์เบิกตาโพลงดิ้นพล่านแต่ทว่าเลโอรวบแขนไว้ได้หมด อัศวินนภาผละออกแล้วประกบริมฝีปากเข้าไปใหม่ เป็นรสจูบที่นุ่มนวลและโหยหาที่สุด แอมไพร์นิ่งงันเหมือนถูกมนต์สะกดให้ร่างกายนิ่งค้าง ลิ้นร้อนกวาดไปทั่วโพรงปากราวกับจะดึงความทรงจำทั้งหมดที่หล่นหายไปกับคืนมาพร้อมความรู้สึก เลโอผละใบหน้าออกช้าๆ แอมไพร์ก้มหน้างุดทำให้อัศวินผมแดงต้องประครองใบหน้าเด็กหนุ่มขึ้นมาสบตา

“เมื่อก่อนเจ้าอาจจะเป็นราชินีของไอโร มีศักดิ์เป็นภรรยาของพี่ชาย แต่ตอนนี้...เจ้าเป็นชองข้า”เลโอยิ้มน้อยๆ”มองหน้าข้าสิแอมไพร์ มันยังน่ากลัวอยู่อีกไหม?”

รอยยิ้มเพียงน้อยนิดที่ประดับบนใบหน้านั้นทำให้แอมไพร์เหมือนถูกแม่มดสะกด เขานิ่งยิ่งกว่าตอนถูกจูบ มือไม้ไปคนละทิศละทางกับที่ตั้งใจ จากที่จะกลับเข้าไปในตู้กลับกลายเป็นว่าออกมาจากตู้เสียอย่างนั้น แอมไพร์ถูกฉุดลงไปนั่งลงบนตักของเลโอ นัยน์ตาสีเทาของอีกฝ่ายมองสบกับดวงตาของเด็กหนุ่มอย่างนุ่มนวล

“เจ้ายังกลัวอยู่อีกเหรอ?”รอยยิ้มที่เพิ่มมากขึ้นและนิ้วมือที่เกลี่ยใบหน้าอย่างเชื่องช้าทำให้แอมไพร์ได้แต่กรีดร้องในใจ

กลัวสิ! กลัวมากด้วย! กลัวว่าใจข้ามันจะระเบิดไม่เหลือซากเพราะเจ้ายิ้มเนี่ย! แอมไพร์ก้มหน้างุดไม่ยอมสบตากับเลโออีก ได้ยินเสียงเลโอหัวเราะแผ่วๆในลำคอ

“ขำบ้าอะไร!”แอมไพร์ทุบอีกฝ่ายไปดังอึก!

“ก็เจ้าน่ารักดี”

โง้ยยยยยยยย เลิกชมกันได้แล้ว พูดไม่ค่อยเก่งตรงไหน นี่มันพูดมากเกินไปแล้ว!!! แอมไพร์โวยวายในใจรับรู้ไดว่าถูกอีกฝ่ายกอดเข้าให้แล้ว

“ทีนี้...จะไปเที่ยวกับข้าได้หรือยัง?”

“มิคาเอลจะมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ยังมีหน้ามาสบายใจพาข้าเที่ยงงั้นเหรอเลโอ”

แอมไพร์เงยหน้าขึ้นมาแย้ง หน้ายังไม่หายร้อนผ่าวดีแต่ก็พยายามทำใจกล้าเงยหน้ามาคุย เลโอกลอกตาก่อนจะจับมือแอมไพร์ขึ้นมาจุมพิตเบาแบบที่เด็กหนุ่มไม่ทันตั้งตัว

“ช่างประไร”

แอมไพร์หน้าขึ้นสีอีกรอบ เกรงว่าในไม่ช้าคงจะระเบิดแน่ๆ

“ไป ไป จะไปเที่ยวก็ไป โอเค!

แอมไพร์ร้องแล้วลุกขึ้นยืน พยายามดึงมือเลโอให้ลุกขึ้น อัศวินนภาส่ายหัวมองหน้าเด็กนุ่มแล้วค่อยๆลุกตามแรงที่อีกฝ่ายดึง เมื่อลุกขึ้นมายืนเสมอกันเลโอก้โอบเอวอีกฝ่ายรั้งเข้าหาตัวพร้อมใบหน้าแตกตื่นของแอมไพร์ นัยน์ตาสีม่วงคู่งามตวัดมองขวับ

“ก็เจ้าเป็นของข้า”

ข้าไม่ใช่สิ่งของนะเว้ย!!! แอมไพร์ได้แต่กรีดร้องในใจ





เขตรอยต่อระหว่างแดนปีศาจและแดนมนุษย์เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อมากในช่วงเวลาตลอดสามปีมานี้ นอกจากเป็นจุดแลกเปลี่ยนสินค้าแล้วยังเป็นจุดเจริญสัมพันธไมตรีของคนทั้งสองเผ่าพันธุ์ด้วย พวกปีศาจจะได้พูดคุยกับพวกมนุษย์ พวกมนุษย์ก็ได้ทำความเข้าใจปีศาจมากขึ้น แม้จะยังไม่สนิทใจมากแต่ก็ถือว่าพัฒนาไปพอสมควร เห็นได้จากบางร้านที่มีเจ้าของเป็นทั้งปีศาจและชาวมนุษย์

“นั่นท่านจักรพรรดิแอสโมดิวส์นี่”

“จริงด้วย มากับท่านอัศวินนภา”

“ท่านจักรพรรดิองค์เล็กฟื้นแล้วจริงๆด้วย”

เสียงพวกชาวบ้านทั้งมนุษย์และปีศาจดังจอแจ แอมไพร์หันมองแล้วกระพริบตาด้วยความประหลาดใจกับสิ่งที่ได้เห็น ในชีวิตนี้เขาไม่คิดว่าปีศาจกับมนุษย์จะสามารถอยู่ร่วมกันได้ แต่ในตอนนี้ภาพที่เห็นพาลให้หลงนึกว่ายังอยู่ในความฝัน ยิ่งก้มลงมองมือที่จับมือเขาอยู่..ยิ่งเหมือนฝันหนัก

“เจ้าไม่ต้องจับมือข้าขนาดนี้ก็ได้เลโอ”

แอมไพร์ว่าเสียงเหนื่อยหน่ายปกปิดความเขินอายเล็กๆในใจ ทางฝั่งอัศวินนภาก็เบนดวงตามามองเด็กหนุ่มผมม่วงแล้วพูดเรียบๆ

“ข้าไม่อยากให้เจ้าหายไปไหน”

เอากับมันสิน่า! นี่มันเห็นเขาเป็นเด็กอนุบาลหรือกัน! ถึงแม้แอมไพร์จะมาที่นี่เป็นครั้งแรกก็ไม่หมายความว่าจะหลงได้ง่ายๆเสียหน่อย ให้หาทางกลับปราสาทยูโนสซิสเขาก็ทำได้ ให้กลับปราสาทจักรพรรดิปีศาจยังกลับได้เลย!

“เจ้าอยากได้อะไรเป็นพิเศษไหม?”

เลโอถามขึ้นเมื่อเห็นแอมไพร์ทำหน้าบูดๆ นัยน์ตาคู่สวยวาดมอง ปากเบะแล้วร้องเหอะก่อนจะสะบัดหน้ากลับไปมองทางอื่น เลโอกระพริบตา ถ้ามีโอกาสก็ว่าจะเอามือขึ้นมาเกาหัวด้วยความไม่เข้าใจ แอมไพร์ไม่พอใจอะไรกัน เขารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย หรือว่าความจริงแล้วผิด? ไม่มั้ง เลโอตีกับตัวเองในหัวแล้วหันไปมองร่างบางอีกรอบ

“หรือว่าไม่ชอบกัน”

แอมไพร์หันมามองแล้วทำหน้าประหลาดๆใส่ซึ่งไม่ช่วยให้เลโอเข้าใจขึ้นมาได้เลย อัศวินนภาหน้านิ่งยังมองแอมไพร์ตาไม่กระพริบก่อนท้ายที่สุดก็ดึงตัวเอมไพร์เข้ามาใกล้ ปล่อยมือที่จับเอาไว้แล้วเลื่อนไปโอบเอวแทน

“เลโอ!!

“ก็เจ้าไม่อยากให้จับมือ”

สีหน้าเลโอตีความได้ว่าถ้าไม่อยากให้จับมือก็ต้องให้จับอย่างอื่น เหมือนตอนที่ขี่ม้าด้วยกัน ถ้าไม่เกาะเอวก็ต้องมานั่งข้างหน้า ต้องหาอะไรมาทดแทนกันทำนองนั้น แอมไพร์ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะโกรธแล้วโวยวายด้วยความหงุดหงิดหรือโวยวายเพราะกลบเลกื่อนความเขินอายกันแน่

“หน้าเจ้าแดงๆ ร้อนเหรอ?”

อัศวินคนซื่อ(บื้อ)ยกมือขึ้นมาจับใบหน้าของเด็กหนุ่มเบาๆก่อนจะเงยหน้ามองพระอาทิตย์ที่แอบอยู่หลังเมฆสีขาวก้อนใหญ่ นั่นทำให้แดดไม่ร้อนเลยสักนิด ลมก็พัดเย็นสบายจะตายไป

“ข้าจะไปซื้อเมล็ดพันธุ์ดอกไม้!

แอมไพร์ว่าขึ้นแล้วเดินนำไปดุ่มๆ เลโอจำใจต้องวิ่งตามไปอย่างช่วยไม่ได้ ชายหนุ่มพยายามจะคว้ามือแอมไพร์แต่เจ้าตัวก็เอามือหลบได้ตลอดจนเลโอได้แต่ถอนหายใจ แอมไพร์ไปหยุดลงที่หน้าร้านขายต้นไม้แปลกๆ นัยน์ตาสีม่วงเข้มฉายแววความสนใจขึ้นมาอ่างเห็นได้ชัด เลโอเลิกคิ้วสูงเมื่อเห็นแบบนั้น ปกติแอมไพร์ไม่เคยจะสนใจอะไรนอกจากโกโก้แต่มาคราวนี้กลับให้ความสนใจกับต้นไม้อย่างนั้นหรือ? เลโอจำใส่หัวเอาไว้

“ถวายบังคมท่านจักรพรรดิองค์เล็ก จักรพรรดิแอสโมดิวส์ ทรงต้องการอะไรบอกหม่อมฉันได้ทันที หม่อมฉันยินดีจัดถวายเพคะ”

หญิงสาวชาวปีศาจเจ้าของร้านคำนับจนแทบจะติดพื้น แอมไพร์ทำหน้าตื่นหน่อยๆ ดูน่าขบขันกับใบหน้านั่น

“ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ เราอยากได้เมล็ดพันธุ์ต้นดีวาเรย์ เจ้ามีหรือไม่?”

หญิงสาวจ้าของร้านเงยหน้าขึ้นมองแอมไพร์ที่ยังทำหน้าเจื่อนๆกับการถูกคำนับ หล่อนพยักหน้าพร้อมตอบรับก่อนจะหายเข้าไปในร้านที่เหมือนซุ้มต้นไม้ของตน

“เจ้าจะปลูกต้นไม้หรือ?”

“ก็ใช่น่ะสิ ข้าซื้อไปกินมั้งเลโอ”แอมไพร์หันไปประชด

“แล้วเจ้าจะปลูกที่ไหน”

อัศวินนภาทำเมินคำประชดของเด็กหนุ่ม แอมไพร์หันมองก่อนจะปัดเส้นผมสีม่วงของตนไปด้านหลังด้วยความรำคาญใจ

“ยังไม่รู้ ที่ยูโนสซิสไม่มีที่ ในนั้นมีสวนอยู่แล้ว ข้าไม่อยากปลุกใส่กระถาง ว่าถ้ามีโอกาสคงกลับไปปลูกที่ปราสาทของข้า”

“ปราสาทเจ้า?”

เลโอขมวดคิ้วซึ่งตีความได้สองความหมาย หนึ่งคือแอมไพร์มีปราสาทเป็นของตัวเองด้วยงั้นเหรอ? กับ แอมไพร์รู้ได้ไงว่าตัวเองมีปราสาทอยู่ เด็กหนุ่มผมม่วงสอดส่ายสายตาเพียงเสี้ยววินาทีแล้วติบกลับ

“พี่รองบอก”

เลโอทำสีหน้าเข้าใจก่อนจะพูดขึ้น”ถ้าจะกลับปราสาทเจ้ายังไงตอนนี้ก็คงไมได้เพราะอิมไพร์ไม่อนุญาตให้เจ้าออกจากแดนมนุษย์ กว่าเจ้าจะได้ปลูกคงอีกนาน”

“จริงด้วย...”แอมไพร์พึมพำแล้วทำหน้าเซ็ง เลโอพอเห็นคนที่รักทำหน้าแบบนั้นก็ว่าขึ้น

“เอาแบบนี้ไหม”แอมไพร์หันมองเลโอชายหนุ่มจึงพูดต่อ”ไปปลูกที่บ้านข้า”

“บ้านเจ้า?! เจ้ามีบ้านกับเขาด้วยเหรอ?”แอมไพร์ทำหน้าประหลาดใจ

“ก็ต้องมีสิ ไม่อย่างนั้นจะให้ข้าไปอยู่ที่ไหน”

“ก็เห็นเจ้าเอาแต่อยู่ในปราสาท”แอมไพร์ร้องว่า

“เพื่อความสะดวกข้าก็อยู่ที่ปราสาท ถ้ามีช่วงวันหยุดยาวก็กลับบ้านบ้าง แต่ก็ไม่ได้กลับมานานเพราะไม่มีใครอยู่ที่บ้าน ตอนนี้มีแต่คนรับใช้”

“เจ้าไม่คิดจะมีญาติหน่อยหรือไง?”

“ไม่ล่ะ”

แอมไพร์ทำหน้าเบื่อใส่เลโอพอดีกับที่เจ้าของร้านต้นไม้เดนิออกมาพอดี หล่อนมีของในมือมากกว่าถึงเมล็ดพันธ์ต้นไม้ที่แอมไพร์อยากได้ หล่อนถอนสายบัวก่อนจะยื่นกล่องขนาดพอประมาณให้แอมไพร์

“ในนี้มีเมล็ดพันธุ์ไม้ดอกที่สวยงามหลายชนิด หม่อมฉันเคยได้ยินมาว่าพระองค์สนใจในเรื่องไม้ดอก”

“ขอบใจมากนะ”แอมไพร์ยิ้มก่อนจะตบทั่วตัวแล้วยิ้มแห้ง เขาไม่มีเงินสักเหรียญ

“ไม่ทราบว่าเท่าไหร่ครับ?”เลโอถามขึ้นพลางหยิบกระเป๋าเงินขึ้นมา

เจ้าของร้านยิ้มงามก่อนส่ายหัวปฏิเสธ”หม่อมฉันไม่คิดเงินหรอกเพคะ ท่านจักรพรรดิทรงทำหลายอย่างเพื่อพวกเราชาวปีศาจ ท่านเองก็เป็นอัศวินมนุษย์ที่ทำหลายอย่างเพื่อพวกเราชาวปีศาจเช่นกัน ถือเมล็ดพันธ์พวกนี้เป็นของแทนความขอบคุณเถอะเพคะ มันอาจไม่มากไม่มาย”

“ไม่ได้หรอก ของซื้อของขาย”แอมไพร์ว่าขึ้น

“ท่านจักรพรรดิ”หญิงสาวปีศาจเรียก”โปรดรับมันไปเถอะเพคะ มันเป็นสิ่งเดียวที่ประชาชนอย่างกระหม่อมจะตอบแทนพระองค์ได้”

แอมไพร์แสดงสีหน้าลำบากใจอย่างมาก หันมองเลโอชายหนุ่มก็ทำสีหน้าไม่ต่างกัน หญิงสาวปีศาจเอ่ยขออนุญาตก่อนเดินเข้ามาจับมือแอมไพร์ขึ้นรับของที่ตนมอบให้ เมื่อแอมไพร์รับไปหล่อนก็ถอยหลังไปสามก้าวแล้วถอนสายบัว

“พระองค์ทรงงดงามดั่งคำเล่าลือทั้งกายและจิตใจ ทรงเป็นอัญมณีของโลกที่หาใดเปรียบ แม้หม่อมฉันเป็นเพียงปีศาจชั้นผู้น้อยไร้ซึ่งอำนาจมากมายแต่จักขออำนวยพรให้พระองค์แคล้วคราดปลอดภัยจากอันตรายทั้งหมดมวล มิมีสิ่งใดอาจหาญกล้ำกรายพระองค์ได้  พระองค์จะทรงเป็นที่รักของประชาชนไพร่ฟ้า และเป็นที่เอ็นดูของจักรพรรดิปีศาจทั้งหก หม่อมฉันมิอาจก้าวก่ายเพียงแต่หม่อมฉันอยากจะทูลบอกพระองค์  ชายผู้ที่ยืนข้างพระองค์นั้นคือผู้ที่รักพระองค์ด้วยส่วนลึกของหัวใจ ต่อให้มีสิ่งใดที่เลอค่ากว่าอยู่ตรงหน้าเขาจะไม่มีวันผันแปร ขอพระองค์ทรงให้อภัยกับความผิดพลาดในอดีตเทิด”

คำพูดของหญิงปีศาจตรงหน้าทำใหแอมไพร์อดแปลกใจไม่ได้ เขาเหลือบดวงตามองชายผมแดงที่กำลังมองหญิงตรงหน้าด้วยแววตาราบเรียบ เพียงเสี้ยววินาทีหนึ่งที่แอมไพร์มองเห็นดวงตาของคนข้างกายแปรเปลี่ยนเป็นสีทองชั่วคราว แต่เพียงเสี้ยววินาทีเดียวจริงๆ

“เจ้า...”

“ท่านอัศวินนภาเลโอ”หญิงสาวปีศาจเอ่ยนามอีกฝ่ายแล้วเดินเข้าไปกุมมือของอัศวินผมแดงท่ามกลางความไม่เข้าใจและตามไม่ทันของแอมไพร์

“ท่านผู้มีดวงวิญญาณของสหายแห่งพ้องเราเอ๋ย ท่านถูกกำหนดตั้งแต่เมื่อครั้งวัยเยาว์ให้เป็นผู้ดูแลชายผู้นี้ ครั้งนี้ท่านได้โอกาสแก้ตัวอย่าทำให้มันเสียเปล่า หม่อมฉันเป็นกำลังใจให้”

หญิงสาวถอยหลังไปยืนหน้าร้านของตนด้วยรอยยิ้ม แอมไพร์หันมองสลับกันระหว่างเลโอและหญิงเจ้าของร้าน

“นี่...”

โครม!!!

“เอ๊ยนี่เจ้าเดินไม่ระวังเลย ของล้มหมดแล้วเนี่ย!

“ข้าขอโทษๆ แหมๆอย่าถือสากันสิ”

“เจ้ามันซื่อบื้อจริงๆ”

“ซุ่มซ่ามหรือเปล่า”

“พวกเจ้าเลิกทะเลาะกันน่า”

เสียงกล่องไม้หล่นลงสู่พื้นดึงความสนใจของแอมไพร์และเลโอไป เสียงพวกพ่อค้าแม่ขายตะโกนว่ากันแนวหยอกล้อดังเอะอะเคล้าไปกับเสียงหัวเราะของคนในตลาด แอมไพร์หรี่ตามองก่อนจะหันกลับไปหาเจ้าของร้านเมล็ดพันธุ์

“เจ้า...เอ้ย...หายไปแล้ว”

เด็กหนุ่มเบิกตากว้าง ที่ตรงหน้าเขากลายเป็นความว่างเปล่าไร้ซึ่งร้านต้นไม้แห่งนั้น เขาหันมองหน้าเลโอพบว่าอีกฝ่ายก็ทำหน้าตกตะลึงไม่แพ้กัน แอมไพร์กระพริบตาปริบๆ หญิงสาวเมื่อครู่เป็นใครกัน เด็กหนุ่มครุ่นคิดพลางก้มลงมองของในกล่องที่เป็นถุงเมล็ดพันธ์ดอกไม้กว่าสามสิบถุง ของพวกนี้ไม่ได้หายไปด้วย เป็นหลักฐานว่าเมื่อครู่นี้ไม่ใช่ภาพหลอน

“อาจจะเป็นใครสักคนที่สนับสนุนเจ้าอยู่เบื้องหลัง”เลโอกล่าวเรียบๆก่อนจะหันหยิบกล่องในมือแอมไพร์มาถือเอง”หิวหรือยัง อยากกินอะไรไหม?”

แอมไพร์มองไปที่ความว่างเปล่าตรงหน้าอีกครั้งก่อนจะเบนสายตาไปมองทางอื่น เลิกคิดว่าหญิงสาวคนนั้นเป็นใครแล้วสนใจในเรื่องของกินแทน

“อืม...มีอะไรอร่อยบ้างล่ะ? เจ้าแนะนำสิ”แอมไพร์หันมองคนผมแดง

“บาร์บีคิว”เลโอตอบเรียบๆ

“งั้นก็ไอ้บาร์บีคิวนั่นแล้วกัน”

แอมไพร์เดินนำไปเหมือนรู้ทาง เลโอส่ายหัวเบาๆ กอดกล่องไว้กับเอวข้างหนึ่งส่วนมืออีกข้างก็กำลังจะหย่อนกระเป๋าเงินลงในกระเป๋าเสื้อนอก แต่สายตาดันไปสะดุดกับของที่อยู่ในกระเป๋าเสียก่อน ชายหนุ่มขมวดคิ้วก่อนจะหยิบมันขึ้นมาแล้วค่อยหย่อยกระเป๋าเงินลงไป นัยน์ตาสีเทาสบกับของในมือแล้วขมวดคิ้ว

“เลโอเจ้า...แหวน?”

แอมไพร์ที่จะหันมาว่าว่าทำไมเลโอไม่เดินตามไปกลับส่งเสียงถามด้วยความสงสัยแทนเมื่อมีแหวนเงินอยู่ในมือชายหนุ่ม เลโอเบนดวงตาขึ้นมองแอมไพร์ เขาเองไม่รู้เหมือนกันว่าแหวนนี่มาอยู่ในกระเป๋าเขาได้ยังไง ก่อนหน้านี้เขาจำได้ว่ามันไม่มี หรือจะมีใครเอามาใส่ คนที่ทำได้ก็ต้องเข้าใกล้เขา...

“งั้นเหรอ...”เลโอพึมพำแล้วยิ้มมุมปาก

“อะไรของเจ้าเลโอ มองแหวนแล้วก็ยิ้ม ไปขโมยของใครมาหรือไง?”แอมไพร์ทำหน้างงใส่ชายผมแดงที่มองแหวนด้วยรอยยิ้มน้อยๆแบบที่เขาเห็นบ่อยๆ

“แอมไพร์”

“อะไร?”

“นิ้วเจ้าว่างไหม?”

“ห๊ะ?”แอมไพร์ร้องด้วยความงุนงงก่อนจะยกมือขึ้นเองขึ้นมาดู ว่างที่ว่านี่คือไม่มีธุระ? ใช่หรือเปล่านะ“ก็ว่างมั้ง มันไม่น่ามีธุระนะ”

เลโอแทบจะหลุดขำกับคำตอบซื่อๆของแอมไพร์ ชายหนุ่มวางกล่องลงบนพื้นก่อนเดินเข้าไปหาแอมไพร์

“ถ้านิ้วเจ้าว่าง...”เลโอเว้นก่อนจะจับมือแอมไพร์ขึ้นมา”...งั้นข้าฝากแหวนวงนี้หน่อยได้ไหม?”

“ห๊า!!!

เลโอว่าจะเอมืออุดหูถ้าไม่กลัวเสียบรรยากาศที่ควรจะโรแมนติกนี่ เขาส่ายหัวเบาๆ ชูแหวนในมือด้วยใบหน้าเรียบๆตามปกติ

“ข้าไม่รู้ว่าแหวนนี่ของใคร มาอยู่กับข้าได้ไงก็ไม่รู้ ข้าไม่ชอบใส่เครื่องประดับฝากเจ้าเอาไว้คงจะได้”เลโอสวมมันลงบนนิ้วกลางของแอมไพร์เบาๆ

แอมไพร์มองแล้วทำหน้าเหนื่อยหน่าย คิดในใจว่านิ้วกลางหรอกเร๊อะอะไรทำนองนั้น แต่ถึงแม้จะสวมแหวนที่ไม่รู้เจ้าของนั่นให้แล้วแต่เลโอก็ยังไม่ปล่อยมือแอมไพร์

“ปล่อยมือข้าได้แล้ว”

“ข้ายังพูดไม่จบเสียหน่อย”เลโอว่าเรียบๆ

“พูดมากจริง”

“เมื่อก่อนข้าพูดน้อยเจ้าก็บอกว่าข้าเย็นชา จะเอายังไงกันแน่นะ”เลโอขมวดคิ้ว

“อย่ามาย้อนข้านะ!

แอมไพร์ยกมืออีกข้างขึ้นจะตีเลโอแต่ชายหนุ่มกลับจับมือแอมไพร์เอาไว้ได้แล้วนำมาประกบกัน กลายเป็นว่าตอนนี้มือของแอมไพร์ถูกมือของเลโอประกบกันไว้ทั้งสองข้าง แอมไพร์พยายามจะดึงออกแต่เลโอก็แรงเยอะเกินไป

“ความจริงแล้วข้าก็อยากจะสวมมันที่นิ้วนางของเจ้า”เลโอว่าเรียบๆแต่ทำให้แอมไพร์หยุดฟังได้ นัยน์ตาสีเทามองยังมือของเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตามีอ่อนโยน

“แต่จ้าคิดว่ามันไม่ใช่...ถ้าข้าจะสวมแหวนลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของเจ้ามันต้องเป็นแหวนที่เจ้าชอบ เป็นแหวนที่เจ้าถูกใจ ไม่ใช่แหวนที่มาจากไหนก็ไม่รู้”เลโอชอนสายตาขึ้นมองแอมไพร์”ตระกูลของข้ามีแหวนประจำตระกูลหนึ่งวง เป็นแหวนที่ท่านพ่อใช้หมั้นท่านย่า และท่านพ่อใช้หมั้นท่านแม่...”

“จะพูดอะไรกันแน่เลโอ...”

“ตอนนี้มันเย็นแล้ว”

“ห๊ะ?”

“กลับกันเถอะ อากาศแถวนี้เย็น ข้าไม่อยากให้เจ้าป่วย”

“ห๊า!!!

แอมไพร์ร้องเสียงหลงกว่าเดิมเมื่ออยู่ๆเลโอก็ปล่อยมือเขาแล้วเดินไปหยิบกล่องที่วางไว้ขึ้นมา แอมไพร์ยืนงงเป็นไก่ตาแตก เลโอเข้าใจอยากเกินไป เขาไม่เข้าใจเลโอเลยตอนนี้ อยู่ๆก็มาเปลี่ยนเรื่องไปเฉย!

“นิ้วของเจ้าทุกนิ้วจะมีธุระก็เรื่องของนิ้วเจ้า”เลโอว่าง่ายๆพลางเดินเข้ามาจับมือแอมไพร์อีกรอบ ทางเด็กหนุ่มก็กรอกด้วยตาไปมาเพราะเลโอจับมือเขาบ่อยจนชินไปแล้ว

“แต่ว่า...นิ้วนางข้างซ้ายของเจ้าต้องว่างรอแหวนประจำตระกูลข้า...เมื่อถึงเวลาที่เรื่องทุกอย่างจบลง...”

เลโอจุมพิตเบาๆที่นิ้วนางข้างซ้ายของแอมไพร์ เด็กหนุ่มผมม่วงเบิกตาโพลงเหมือนเห็นตัวประหลาด เลโอเงยใบหน้าขึ้นมามองแอมไพร์ท่ามกลางสายตาของคนทั้งตลาดที่มองด้วยความสนใจและใคร่รู้

“...เรามาแต่งงานกันนะแอมไพร์...”

ไม่แต่ง! ไม่แต่งโว้ยยยยยยยยยยยยยยย ข้าไม่แต่ง!!!!!!!!!



 

ชื่อตอนพูดไม่ค่อยเก่ง แต่ทำไมเลโอพูดมากจังคะ เก็บกดเหรอ//โดนเลโอเอาดาบฟัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #1044 Bloody_Mary (@bloody-marry) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 16:58
    ขอแล้ว ขอแล้วๆ เลโอขอแล้วเว้ย!!!//ดีใจเวอร์
    #1044
    0
  2. #959 guinw55 (@guinw55) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2558 / 19:22
    ตอนนี้เลโอพูดมากอ่ะ 5555 ไม่ใช่ว่ารู้แล้วนะว่าแอมไพร์จำได้แล้ว
    #959
    0
  3. #958 ภูตินิรันดร์ (@variana) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2558 / 18:27
    เลเอเปลี่ยนปายยยยย เดี๋ยวนี้ทั้งเจ้าเลห์ ทั้งร้ายกาจ ทั้งพูดมาก แถมหวานจนมดตายอีกตะหาก! ฮือ เลโอช็อกที่แอมไพร์ตายจนเพี้ยนช่ายม้ายยยย ตอนนี้แทบละลาย มาต่อเร็วๆน้าาาา
    #958
    0
  4. #957 w-rabbit (@nene-zero) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2558 / 18:12
    หวานเฟ่ออออ >///////////<
    #957
    0
  5. #956 nonichan (@baiyoja) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2558 / 17:18
    -/////- //ฉ่า #แว่วเสียงไหม้หน้า
    #956
    0
  6. #955 ภูตินิรันดร์ (@variana) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2558 / 22:02
    อิ๊วววๆ แอมไพร์จำได้แล้วใช่ม้าๆ ว่าแต่ไคซ่ากับฟีเอสไปคบกันตอนไหนเนี่ย! แหม่ รู้สึกเรื่องนี้จะมีครบหมดทุกคู่นะเนี่ยยยย //เหมาอิมไพร์กับอิมเพอร์เป็นคู่กันเรียบร้อยแล้ววว// ยังไงก็รอตอนต่อไปน้าาา
    #955
    0
  7. #954 Rinkaki-chan (@030744_maii) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2558 / 01:06
    พี่ใหญ่มุ้งมิ้งมากก >< เเอร๊ยยย
    #954
    0
  8. #953 nonichan (@baiyoja) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2558 / 18:56
    เลโอร้ายนะ555555>
    #953
    0
  9. #952 Asuna Jan (@hibaritsuna) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2558 / 16:48
    ต่อไวไนะไรต์
    #952
    0