Knight Vs Queen! ศึกปราบเกรียน[อัศวินแด่ราชินี]

  • 96% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 35,036 Views

  • 1,107 Comments

  • 1,802 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    24

    Overall
    35,036

ตอนที่ 51 : Knight VS Queen DLC: At Last <100per>

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 920
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    3 พ.ย. 58

Title: Knight VS Queen DLC:

< At Last >

สุดท้าย...รักนั้นคืออะไร

Pairing: All

 

วันนี้น่าจะเป็นวันอาทิตย์ แอมไพร์ที่ยังคงปิดเปลือกตาอยู่คิดแล้วขยับตัว เขาเหนื่อยมาตลอดทั้งสัปดาห์กับการโดนลากไปนั่นมานี่โดยอัศวินนภาจอมพูดมาก! แอมไพร์ไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมเลโอถึงได้พูดมากขนาดนั้น แล้วทำไมยังเจ้าเล่ห์ หน้าด้าน ไร้ยางอาย! นึกขึ้นได้มันก็เต๊าะเขา ไม่มีอะไรทำมันก็หยอดเขา แอมไพร์เขินจนไส้จะบิดแต่ต้องทำหน้านิ่งเหมือนไม่รู้สึกอะไรก่อนไอ้คนผมแดงจะได้ใจไปมากกว่านี้ นี่มันแย่จริงๆ! เด็กหนุ่มคิดอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้น ภาพแรกที่เขาเห็นคือใบหน้าของคนผมแดงที่แอบนินทาในใจเมื่อครู่ จักรพรรดิปีศาจองค์สุดท้องหาได้ตกใจกับสิ่งตรงหน้า ดวงตาคู่สวยมองใบหน้านั้นอย่างเนิ่นนาน เหมือนเขาเองก็คิดถึงใบหน้านี้ไม่แพ้กัน

“เจ้าอยู่ใกล้ข้าขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ยเจ้าอัศวินเฮงซวย...”แอมไพร์พึมพำก่อนมือจะยื่นไปแนบใบหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่รู้ตัว

อัศวินนภาถูกฝึกมาอย่างดี ประสาทสัมผัสเขาค่อยข้างจะรวดเร็ว ถึงจะไม่ทันฟังเสียงนั้นแต่ทันทีที่ถูกสัมผัสใบหน้าเลโอก็เปิดเปลือกตาขึ้นมา นัยน์ตาสองคู่ประสานกันโดยไม่ได้ตั้งใจ แอมไพร์มองนิ่งไม่ขยับราวต้องมนต์ ลืมไปเลยด้วยซ้ำว่าเขาต้องตกใจ ฝั่งเลโอก็แย้มยิ้มบางๆก่อนจะจับมือที่แนบใบหน้าตนเอาไว้ ตอนนั้นนั่นแหละที่แอมไพร์รู้สึกตัวว่าเขาควรจะถอยหนี แต่มันก็สายไป เลโอยื่นใบหน้าเข้าไปหาก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากมนอย่างอ่อนโยน

“อรุณสวัสดิ์แอมไพร์ ตื่นเช้ามากเลยนะ”มือของอัศวินนภาลูบเรือนผมนุ่มนิ่มอย่างเบามือก่อนจะหอมไปอีกฟอดแล้วลุกขึ้นจากเตียงเพื่อไปล้างหน้าแปรงฟัน ทิ้งให้เด็กหนุ่มผมม่วงนอนหน้าแดงอยู่คนเดียว

“หัวใจข้าจะระเบิด...”

 

“ยังไง? สรุปนี่ยังไงท่านพี่ที่รัก?”

แอมไพร์เอ่ยขึ้นในช่วงสายของวันเดียวกัน เด็กหนุ่มผมม่วงนั่งร่วมโต๊ะอยู่กับคาร์ พี่ชายผมฟ้าคนหน้ามึนในสวยกลางปราสาท ไม่ใกล้ไม่ไกลนั้นมีอิมเพอร์ร่ากับเลโอนั่งหันหน้าเข้าหากันอยู่บนพื้นสนามหญ้า จักรพรรดิปีศาจองค์รองสอนเลโอให้ควบคุมพลังของโซโลมอนมาได้หนึ่งสัปดาห์แล้ว ถึงแม้ว่าพลังนั้นจะอยู่กับเลโอมานานแต่เพราะไมได้ใช้มันก็พาลจะไม่เข้ากับเจ้าตัวเอา เลโออาจจะไม่สามารถควบคุมปีศาจทั้งเจ็ดสิบสองได้อย่างโซโลมอน แต่อย่างน้อยถ้ามีเรื่องก็พอจะเรียกปีศาจระดับดีๆออกมาช่วยได้บ้าง แล้วมันก็มีส่วนช่วยหากมิคาเอลบุกมาด้วย

“อะไรที่ว่ายังไง?”คาร์ถามน้องชายตัวดีที่พอเขาเผลอก็เบนดวงตาไปมองเลโออีกแล้ว

“จะเรื่องอะไรล่ะครับท่านพี่ที่รัก ถ้าไม่ใช่เรื่องไอโรน่ะ”แอมไพร์ที่เบนดวงตากับจากเลโอมาได้เอ่ยตอบอย่างไม่ทุกร้อน ในมือมีแก้วโกโก้ของโปรดที่เลโอชงมาให้เองกับมือ

“มันจะยังไงได้ ไอโรไม่ให้อภัยข้านี่”คาร์ตอบง่ายๆเหมือนมันไม่สลักสำคัญ นั่นทำให้แอมไพร์แทบอยากจะเอาโกโก้ในมือสาดหน้ามันให้ ถ้าไม่ติดว่าโกโก้นี่เลโอเป็นคนชงแอมไพร์คงทำไปแล้ว!

“เบล! เจ้าสลอทตายด้าน ตอนท่านแม่ท้องนี่ท่านพ่อเอาแต่พวกยาชาหรือว่าอะไรทำนองนี้ให้ท่านแม่กินใช่ไหม หรือว่าน้ำแข็งแห้ง? ไฮโดรเจน? ตู้เย็น ตู้แช่ โรงโม่น้ำแข็ง? ทำไมเจ้าตายด้านเย็นชาไม่รู้สึกรู้สาอะไรได้ขนาดนี้ หรือว่าจริงๆแล้วตอนคลอดแพทย์หลวงไม่ได้ตัดรกเจ้าแต่ตัดเส้นประสาทน่ะ ชาตินี้ข้าจะได้พี่สะใภ้ไหมถามหน่อย”เด็กหนุ่มร่ายยาวใส่พี่ชายตัวดีที่เอาแต่นั่งหน้ามึน

“ก็ยังมีไคซารี่กับไคเซอร์...”

“พี่เขยแน่ๆทั้งคู่ แล้วก็ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเบล เจ้าง้อไอโรไปเท่าไหร่น่ะฮะถึงได้ถอดใจ ข้าเห็นเจ้าพูดกับเขาไม่เท่าไหร่เอง”แอมไพร์ทำสีหน้าเบื่อหน่ายใส่พี่ชายของตน

“แล้วเจ้าจะให้ข้าทำยังไง? ทางเลือกนี้มันดีที่สุแล้ว เป็นเพื่อนกันนี่แหละดีที่สุด...”

คาร์ว่าเรียบๆพลางก้มมองน้ำชาในแก้วของตน ตั้งแต่ตอนนั้นเขาก็ตัดสินใจไปแล้วว่าควรเป็นแค่เพื่อนกับไอโรก็พอแล้ว มันจะไม่ทำให้ไอโรต้องเจ็บปวด ไม่ต้องทำให้ถูกว่าร้าย ไอโรเป็นพระราชาแห่งยูโนสซิส เป็นผู้ชายที่ต้องปกครองเมือง ต้องมีราชินีเพื่อมีทายาทสืบสกุล ไอโรเป็นคนไม่ค่อยดูแลตัวเอง มักทำอะไรเกินตัว เวลาสนใจอะไรมากๆก็มักจะจมอยู่ในนั้นไม่ไปไหน เพราะแบบนั้นสิ่งที่ไอโรต้องการคือคนที่ดูแลเขาได้ และบางที่คาร์คือว่าตัวเองไม่ใช่คนคนนั้น

“ถ้าเป็นเพื่อนกันแล้วดีจริง ไอโรจะอยากมาเป็นอย่างอื่นทำไมเจ้าพี่โง่”แอมไพร์ยื่นหน้าไปหาพี่ชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแล้วเอานิ้วจิ้มหน้าผากอีกฝ่ายอย่างหมันไส้”โลกมันเลยจุดที่รักใครต้องเสียสละแล้วนะเบล อยากได้ก็เอามาครองสิ”

“ถ้าเขาไม่อยากมา?”

“หน้าไอโรบอกว่าไม่อยากมาหรือไง”

แอมไพร์ว่าเสียงหงุดหงิดก่อนจะกลับไปนั่งหลังตรงตามเดิม เด็กหนุ่มหงุดหงิดอย่างแรงกับความขลาดเขลาของพี่ชายคนดีที่วันๆกลัวนั่นนี่แต่ไม่กลัวเสียเขาไป ทำไมนะทำไม ทำไมคาร์ไม่หัดเรียนรู้จากเขาหรือว่าไคซารี่บ้าง ตามตื้อๆๆ จนกว่าอีกฝ่ายจะสนใจ ไอโรง้อไม่ยากหรอก แค่คาร์ไม่ยอมง้อเท่านั้นเอง

“น้องไม่คิดว่ารักเขาก็ต้องปล่อยเขาไปหรือไง?”คาร์ย้อนถามหน้าเรียบ

แอมไพร์เบนดวงตามามองหน้าคาร์อย่างนิ่งสงบเหมือนไม่สื่ออารมณ์อะไรเท่าไหร่แต่คาร์มั่นใจว่าน้องชายของเขามีเรื่องจะพูดแน่ๆ น้องคนสุดท้องจิบโกโก้ร้อนในแก้วไปหนึ่งอึกก่อนจะวางมันลงแล้วพูดเรียบๆ

“ปัญญาอ่อน”

คาร์ที่โดนตอกหน้าแอบผงะเล็กน้อย น้องเล็กยังปากคอเราะร้ายไม่แปรเปลี่ยนสักนิด แต่บางทีเปลี่ยนบ้างก็ได้นะ

“เรื่องความรักมันเป็นเรื่องของคนสองคน ถือว่าข้าเสือกแล้วกันที่มาพูดกับเจ้าตอนนี้ แต่ทางเลือกในชีวิตที่มันเกี่ยวพันกับคนสองคนก็ต้องให้คนสองคนตัดสินใจ ไม่ใช่เจ้ามานั่งพระเอกตัดสินใจคนเดียว หน้าตาเจ้าไม่เหมาะกับการเป็นพระเอกนะเจ้าพี่โง่”

คาร์นิ่งไปไม่พูดอะไรตอบกลับ นั่นทำให้แอมไพร์ถอนหายใจอย่างเซ็งจิต จริงๆแอมไพร์ไม่ควรยื่นมือเข้าไปยุ่ง นี่มันเรื่องของคนสองคนจริงๆ แต่ถ้าแอมไพร์ไม่พูดอะไรซะบ้างไอ้พี่สลอทตายด้านของเขาก็คงจะปล่อยเวลาไหลผ่านไปแบบนี้ จากห้าปีที่แล้วที่แอมไพร์เจอพวกเขาครั้งสุดท้าย พอตื่นมาเขาก็ไม่เห็นว่ามีอะไรเพิ่มเติมสักอย่าง แถมนี้มันยังถอนหลังไปอีก คาร์เอาอะไรคิดกันเนี่ย

“เคอร์ริส!!! ปล่อยข้าลงเดี๋ยวนี้นะโว้ยยยยยยย”

เสียงคนที่ถูกกล่าวถึงดังขึ้นก่อนร่างของไอโรจะปรากฏกายขึ้นพร้อมกับร่างของอัศวินปฐพีที่หน้าตาดีขึ้นจมหู อัศวินผมเขียวอุ้มไอโรพลาดบ่าเดินมาด้วยท่าทางไม่ทุกข์ร้อน อาจจะเพราะไอโรผอมลงและเคอร์ริสไปอยู่แดนปีศาจนานทำให้แข็งแรงผิดจากรูปร่างไปพอควร การสูดไออากาศของแดนปีศาจอาจไม่ใช่เรื่องดีสำหรับมนุษย์ ยกเว้นมนุษย์ที่ชื่อเคอร์ริส ชายผู้เข้ากับมนต์ดำได้ดียิ่งกว่าปีศาจ แถมยังเคยเสกจักรพรรดิปีศาจเป็นแมวมาแล้วสามรอบ คนที่โดนก็เจ้าพวกขบวนการเสนอ สนอง สยองนั่นแหละ สามพี่น้อง ไคซารี่ ไคเซอร์ และเซทซัสที่หวังแกล้งมนุษย์หนึ่งเดียวในปราสาท กลายเป็นโดนกลับซะงั้น

“ข้าปล่อยท่านลงท่านก็ลงไปกลิ้งกับพื้นอีกอ่ะ ข้าบอกให้นอนให้นอนท่านก็ไม่นอน คาร์เรย์หลับไปสามตื่นท่านยังนั่งหน้าเครียดอยู่เลย ถ้าไม่ติดว่าท่านเป็นราชาของข้านี่ข้าจะถามแล้วนะว่าประจำเดือนหมดหรือไง”

เคอร์ริสร่ายก่อนจะวางพระราชาผมทองลงบนพื้นแต่โดยดี ส่วนสูงทั้งคู่ไม่ต่างกันเท่าไหร่ทำให้ทั้งสองคนจ้องตากันอย่างกับจะมีใครงับหัวใครให้ได้ เคอร์ริสผู้จากบ้านไปนานเมื่อกลับมาเขาก็ย่อมอยากทำหน้าที่ของอัศวินปฐพีให้ดีพร้อมเท่านั้น เพียงแต่เจ้านายไม่เข้าใจเขาเลย

“อ่ะแฮ่ม”เสียงกระแอมดังมาจากปากของเด็กหนุ่มผมม่วง และมันไมได้มีจุดมุ่งหมายให้ราชาและอัศวินผมเขียวได้ยิน เป้าหมายคือคาร์ต่างหาก ซึ่งมันก็ได้ผล คาร์เบนใบหน้ากลับมามองแอมไพร์แต่โดยดี

“คนเป็นอยากเป็นเพื่อนน่ะ เขาไม่มองกันด้วยสายตาเหมือนจะงับหัวคนที่เข้ามาหนุงหนิงกับเพื่อนแบบนั้นหรอกนะคาร์ จะเป็นเพื่อนได้เร้อ ดูสภาพแล้วสอบตกตั้งแต่ด่านแรก”แอมไพร์ว่าพร้อมทั้งยิ้มมีเล่ห์นัย

“คุยอะไรกันอยู่เหรอท่านภรรยาอัศวินนภา ท่านอาจารย์”

เคอร์ริสที่เดินมาพร้อมไอโรกอดคอแอมไพร์กับคาร์แล้วร้องถามอย่างร่าเริง ทางฝั่งอาจารย์ผมฟ้าก็เอามือลูกศิษย์ออกจากคอตัวเองด้วยหน้าเรียบๆ

“อ้าว เป็นไรอ่ะ?”

เคอร์ริสว่างงๆแล้วหันไปหาแอมไพร์พร้อมทั้งนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ระหว่างแอมไพร์กับคาร์ ทางฝั่งไอโรที่นั่งลงบ้างเหมือนกัน ที่นั่งสุดท้ายที่เหลือคือที่นั่งตรงข้ามกับเคอร์ริส ซึ่งมันเลี่ยงไม่ไดจริงๆที่ต้องติดกับคาร์

“เจ้าทำอาจารย์เจ้าหึงอ่ะดิ สนิทกับพี่สะใภ้ข้ามากไปแล้วนะเคอร์ริส”แอมไพร์กระซิบบอก ทางฝั่งคนถูกกล่าวถึงทั้งสองคนก็ไม่ได้ยินเพราะมัวแต่พยายามเมินกันอยู่

“โห้ย ท่านอาจารย์ รู้ทั้งรู้ว่าศิษย์มีนางในฝันอยู่แล้ว จะงอแงไปใย”เคอร์ริสร้องแล้วเกาะแขนคาร์พลางทำตาปริบๆ”ข้าไม่แย่งของเจ้าหรอกนะคาร์~”

“แย่งอะไร?”คาร์ที่ไม่เข้าใจหลุบตาลงมองเคอร์ริสที่เอาหน้าซบแขนเขาอยู่

“อ้าว โง่ฉับพลันซะงั้น คือจริงๆก็โง่แต่แรกอ่ะเนาะ”ท้ายประโยคหันไปหาเด็กหนุ่มผมม่วงที่พยักหน้าเห็นด้วยเต็มที่เต็มกำลัง ทางฝั่งคาร์ไม่ได้ตอบอะไร เอาแต่มองเคอร์ริสแบบนั้นเรียบๆ

“เอาแต่มองไม่พูดอะไรเลย คิดว่าข้ารู้ใจเจ้าไปทุกอย่างหรือไงท่านอาจารย์ ข้าไม่คุยกับเจ้าก็ได้ ใช่ไหมองค์ราชา ใครมันชอบปั้นนิ่งก็ปล่อยมัน เราไปหาสาวๆสวยๆดีกว่า ที่ชายแดนมีคณะนางรำด้วย แจ่มแมวเลยอ่ะ ข๊าวขาว”

อัศวินปฐพีที่ชอบใจเมื่ออาจารย์ตนเองแพร่รังสีไม่พอใจใส่หันไปชวนไอโรเที่ยว แอมไพร์หัวเราะกับการกวนน้ำให้ขุ่นของเจ้าหัวเขียวน้ำทะเลนี่นัก การไปอยู่แดนปีศาจมาห้าปีทำให้เคอร์ริสผู้ใสซื่อนั้นกวนโอ๊ยและขี้แกล้งขึ้นเยอะ ก็อย่างว่า อยู่กับพวกพี่ๆเขาถ้าเอาแต่ไร้เดียงสาก็คงโดนแกล้งจนอ่วมนั่นแหละ

“มองอย่างนี้ไปใช่ไหม?”เคอร์ริสยังไม่เลิกกวน เขาลุกขึ้นแล้วก้มตัวยื่นหน้าไปหาไอโรจนเกือบชิด ลำตัวนอนแนบไปกับโต๊ะสีขาวนี่จนมันแอบอวดสัดส่วนเบาๆ เคอร์ริสนี่หุ่นดีแหะ แอมไพร์แอบเหล่มอง

“ไปกับข้านี่”

คาร์ผู้ทนไม่ไหวกับการถูกกวนคว้าเอวเคอร์ริสมาชิดตัวแล้วยกอีกฝ่ายขึ้นไหล่อย่างคล่องแคล่ว ฝั่งอัศวินจอมเวทย์ดำนิ่งไปพักหนึ่งก่อนจะโวยลั่น

“เจ้าจะอุ้มข้าทำไมเนี่ย นี่มันไม่ใช่ที่ปราสาทเจ้านะ!

“พูดมากน่า”

แล้วสองร่างก็หายไปอีกทางหนึ่ง แอมไพร์มองก็รู้ว่าคาร์หึงไอโรมากจนต้องกันเครอ์ริสออกไป เขามองตามแล้วรู้สึกขำแต่พอมองมาทางสายตาของไอโรแล้วเขาขำหนักกว่าเก่า สายตานั่นเหมือนวางแผนไล่เคอร์ริสออกจากตำแหน่งอัศวินปฐพีชอบกลยังไงก็ไม่รู้สิ ทางฝั่งไอโรผู้ไม่ได้รู้สึกเลยว่าตัวเองถูกหึงก็มองแทบตาเป็นไฟ คงไม่พอใจเหมือนกันที่คาร์สนิทกับเคอร์ริสเกินเหตุ ก็เล่นไปอยู่ด้วยกันตั้งห้าปี ใครจะไปรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

“นั่นสาเหตุที่อยากเป็นเพื่อนกับข้าสินะ”ไอโรว่าเรียบๆแล้วเบนดวงตามาหาแอมไพร์เป็นการสื่อว่าถามเด็กหนุ่ม

“จะบ้าเหรอไอโร เคอร์ริสเป็นแค่ลูกศิษย์ของเบลเท่านั้น เบลไม่ชอบคนพูดมากเกินความจำเป็นนะ”

“เลโอก็ไม่ชอบคนพูดมากเกินความจำเป็น เขายังชอบเจ้าได้เลย เสปคคนเรามันไม่ตายตัวหรอก เปลี่ยนกันได้”

“เหมือนอย่างที่อยู่ๆเจ้าก็เปลี่ยนจากชอบสวยๆใสๆอย่างข้าไปเป็นเจ้าสลอทตายด้านน่ะเหรอ?”

แอมไพร์ย้อนถามเสียงใส มันเป็นการแก้แค้นอีกฝ่ายที่มาหาว่าเขาพูดมากไปในตัว ทางไอโรก็ถลึงตาใส่แอมไพร์ตาแทบหลุด นั่นทำให้เด็กหนุ่มขำหนักไปใหญ่ คู่นี้ทำไมไม่คุยกันดีๆสักทีนะ แค่หันหน้าเข้าหากันแล้วพูดเรื่องที่ตนคิดทั้งหมดออกไปก็คงจะจบไปนานแล้ว ไม่ต้องมาค้างคาใจแบบนี้หรอก

“ข้าพูดจริงๆนะไอโร เมื่อไหร่จะคุยกันดีๆ ทิ้งไว้แบบนี้ไม่มีอะไรดีหรอกนะ เอาแต่เย็นชาใส่กัน เจ้าไม่เห็นข้าเหรอ? เรื่องของข้ายังเตือนใจเจ้าไม่พอหรือไง? หรือว่าอยากจะเจอกับตัวเองก่อน”

ไอโรหรี่ตาแล้วคิดตามแอมไพร์ก่อนจะพูดเรียบๆ”ข้าก็อยากจะลองตายดูเหมือนกัน จะได้รู้ว่าเบลมันไม่ได้คิดอะไรกับข้าจริงๆแล้วใช่ไหม”

คำพูดนั้นทำให้แอมไพร์หน้าเรียบตึงฉับพลัน เขาเอาลูกเกดที่อยู่บนขนมปาใส่หน้าไอโรหลายลูกจนนัยน์ตาสีทองนั่นเบนมามองที่เขา

“อย่าพูดแบบนี้อีก เจ้าเป็นมนุษย์ ถ้าตายไปจริงฟื้นมาไมได้แบข้านะไอโร”พอพูดถึงตรงนั้นแล้วแอมไพร์ก็เหมือนจะชะงักไป”หรือ...เพราะแบบนี้ เบลก็เลยไม่อยากจะรักเจ้า”

“อะไร?”ไอโรถามเสียงฉงนเมื่ออยู่ๆแอมไพร์ก็ทำหน้าเครียดขึ้นมา

“เจ้าคิดดูนะไอโร พวกเจ้าเป็นมนุษย์ อายุขัยเฉลี่ยก็แปดสิบปี แต่พวกข้ามีเป็นพันๆ พวกเจ้าแทบจะมีอายุอยู่หนึ่งในร้อยของอายุพวกข้าเลยนะ ถ้าเกิดว่าเจ้าตายขึ้นมา...ใช่...พวกข้าคงทำใจไม่ได้...”

ไอโรได้ตระหนักเมื่อความจริงที่ลืมเลือนปรากฏ พวกเขาเป็นมนุษย์ อายุขัยมีไม่มาก ไม่ยืนยาวอย่างที่ปีศาจเป็น อ่อนแอและเปราะบาง จะตายเมื่อไหร่พวกเขาก็ไม่มีทางรู้ได้ ถ้าหากว่ารักกันขึ้นมาแล้วพวกเขาจากไป พวกปีศาจนี่จะต้องทนอยู่กับความเหงาอีกนานแค่ไหน ต้องทนอยู่ในความอ้างว้างนานเพียงใด ไอโรไม่เคยนึกถึงเรื่องนี้ เคยแต่นึกถึงตัวเองเท่านั้นว่าเขาจะไม่ยอมลดตัวกลับไป เวลาของเขาบางทีอาจจะไม่มีมากขนาดนั้นก็ได้ อาจจะเป็นแค่คนรู้จักกันไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต แล้วถ้าวันนั้นจะมาบอกว่ารัก...มันคงไม่ทัน

“เลโอ!!

เสียงของอิมเพอร์ร่าที่ไกลออกไปไม่เท่าไหร่ดังขึ้นเรียกให้แอมไพร์หันไปมองอย่างฉับพลัน เด็กหนุ่มทำท่าจะลุกขึ้นแต่ไอโรยื่นมือมาจับเอาไว้

“เจ้าควรจะอยู่ตรงนี้สิแอมไพร์”

นัยน์ตาสีม่วงเบนมามองมือไอโรที่จับก่อนจะเบนกลับไปที่เลโอที่ก้มหน้าอยู่กับพื้น นัยน์ตาคู่สวยสั่นไหวก่อนแอมไพร์จะเอามือของไอโรออกอย่างเบามือ

“มนุษย์มีเวลาไม่มากขนาดนั้น...จริงไหม คราวนี่อาจจะเป็นข้าที่เสียเขาไปก็ได้ถ้ายังเอาแต่ทิฐิ”แอมไพร์ตอบอย่างราวเรียบก่อนจะวิ่งไปหาเลโอในทันที ไอโรได้แต่มองตามไป แอมไพร์เด็กกว่าเขาอีกนะ แต่ว่า...ก็คิดได้มากกว่าเขา

“เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่าเลโอ????”

แอมไพร์ร้องถามเสียงตระหนกทันทีที่เข้าไปถึงร่างของอัศวินนภาที่ตัวเย็นเฉียบ อัศวินผมแดงเงยใบหน้าที่ดูไม่ค่อยดีขึ้นมองแอมไพร์ มือเรียวยกขึ้นจับใบหน้านั้นเบาๆ

“ข้าไม่เป็นไรหรอก อย่าทำหน้าตาหน้ากลัวแบบนั้น ยังไม่ตายซะหน่อย”

“หุบปากน่า ลุกขึ้นมา พี่รองให้เขาพักก่อนก็แล้วกันนะครับ”

“ข้าก็คิดว่าควรจะทำแบบนั้น”

อิมเพอร์ร่าว่าด้วยใบหน้าดูเป็นกังวลนิดหน่อย เพราะเลโอพยายามจะประสานพลังของตัวเองรวมกับโซโลมอน ถึงแม้โซโลมอนจะยอมรับเลโอแต่จิตวิญญาณของคนคนนั้นมีความดื้อแพ่งไม่ต่างจากเจ้าของจิต เพราะฉะนั้นมันต้องใช้เวลานานกว่านี้แน่ถ้าเลโอจะผสานพลังจริงๆ ทว่าใจของอิมเพอร์ร่ารู้สึกสังหรณ์อย่างบอกไม่ถูก ว่าถึงให้ไม่พร้อมแต่ว่าเลโอก็ต้องใช่พลังทั้งที่ไม่เสถียรแบบนี้

“หักโหมไป ไม่ผ่าน”

แอมไพร์ว่าเสียงเขียวมองเลโอที่หน้าซีดพอตัว อัศวินภาเบนดวงตามามองก่อนถอนหายใจ

“ข้าก็แค่...”

“หุบปาก ไม่อนุญาตให้แก้ตัว หุบปากไป ผิดก็คือผิด อย่ามาเถียงนะ”

แอมไพร์มองตาเขียวปั๊ดเลโอเลเงียบไม่พูดอะไร ทางพระราชาผมทองที่นั่งอยู่ด้วยได้แต่กลอกตาเป็นวงกลมแล้วหัวเราะในลำคอ ยังไม่ทันแต่งเลโอก็มีแววกลัวเมียซะแล้ว แบบนี้อนาคตรุ่งแน่ๆ พระราชาองค์ก่อนบอกว่ากลัวเมียแล้วชีวิตจะเจริญ ปัจจุบันอดีตราชาก็ยังกลัวเมียอยู่ แม้ว่าอดีตราชินีจะไปนั่งพักร้อนชิลล์ๆอยู่ที่บ้านเกิดแล้วก็ตามแต่

“ทำไมดุจัง”เลโอขมวดคิ้ว

“งั้นขอเหตุผลที่ทำให้ข้าไม่ต้องดุเจ้าทีสิอัศวินเฮงซวย เจ้าเอาแต่ทำให้ข้าเป็นห่วงตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว”

“คนที่ชอบทำให้เป็นห่วงน่ะมันเจ้านะ ตอนนั้นที่อาร์ตเธอยู่ๆก็ใช้พลังฟื้นคืนชีพข้าขึ้นมาจนพลังหมดตัวหลับไปน่ะ พอกลับมาก็อ่อนแอปวกเปียก”

“ว่าไงนะ!”แอมไพร์แล้วแล้วลุกขึ้นทุบโต๊ะหน้าแดงกล่ำด้วยความโกรธ”ตอนนั้นเพราะข้าเป็นห่วงเจ้าหรอกน่า! อยู่ๆมาสิ้นลมไปต่อหน้าต่อตาไม่คิดถึงใจคนที่อยู่บ้างหรือไง ไม่คิดว่าข้าจะหัวใจวายตายหรือไงกันน่ะ โดนแทงไปทีเดียวดันตายไปซะงั้น ตายง่ายไปแล้วนะนั่นน่ะ!

แอมไพร์กระแทกเสียงใส่ ทางฝั่งเลโอกำลังจะอ้าปากพูดโต้ตอบแต่เขากลับเอะใจอะไรบ้างอย่างขึ้นมาได้เสียก่อน นัยน์ตาสีเทาจ้องใบหน้าที่กำลังแสดงออกมาถึงความโกรธนั่น

“อะไร? มองอะไร?!

“นี่เจ้า...จำได้แล้วงั้นเหรอ?”

คำถามคำเดียวของเลโอทำให้แอมไพร์เบิกตาขึ้นแล้วสีหน้าเปลี่ยนไปทันที มันทั้งสับสนแล้วก็ลุกรี้ลุกรน ทางฝั่งไอโรผู้อยู่ร่วมเหตุการณ์ก็ทำไม่รู้ไม่ชี้มองท้องฟ้า ปัญหาใครใครก็จัดการเอาเองสิ แอมไพร์ทำหน้าอึกอั่กมองเลโอที่กำลังยืนขึ้นมาเผชิญหน้าตรงๆ นัยน์ตาสีม่วงสอดส่ายไปมาก่อนจะกระพริบปริบๆ

“เลโอ...ความจริงแล้วข้า—“

“อิมเพอร์ร่า!

เสียงเรียกดังตัดประโยคก่อนร่างของจักรพรรดิปีศาจองค์โตจะร่อนลงมาจากฟ้าแล้วเอื้อมือไปคว้าร่างของน้องคนเล็กมากอดเอาไว้ ฉับพลันเสียงระเบิดกึกก้องกัปนาทก็ดังขึ้น บริเวณที่อิมเพอร์ร่าเคยยืนอยู่กลายเป็นหลุมกว้างและมีควันลอยคลุ้ง แต่ละคนตกอยู่ในอาการตกใจและงุนงง

“เซทซัส ติดต่อบอกไคเซอร์กับไคซารี่ว่าพวกมันมาแล้ว!

อิมไพร์ตะโกนสั่งน้องคนที่ห้าที่ป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นแต่แรก เซทซัสรับคำสั่งและทำตามในทันที ฝั่งจักรพรรดิปีศาจก็กอดร่างน้องคนรองไม่ปล่อย เลโอดันแอมไพร์ไปด้านหลัง คาร์ตามาสมทบพร้อมฝาแฝดอัศวินที่วิ่งมาด้วยสีหน้าน่ากลัว เมื่อควันนั้นจางร่างหนึ่งก็ปรากฏแก่สายตา เส้นผมสีทองอร่ามกับดวงตาสีฟ้าครามดั่งเทวดาในเทพนิยาย ทว่าเทวดานั่นกลับแสยะยิ้มร้ายแล้วซัดพลังใส่เหล่าร่างตรงหน้าทันที เคอร์ริสไม่พูดพร่ำทำเพลงร่ายมนต์ดำออกเป็นโล่ต้านพลังของร่างสีจาวได้อย่างทันท่วงที

“โพล่หางออกมาแล้วงั้นเหรอ?”แอมไพร์พึมพำก่อนจะหรี่ตามอง

“ใคร?”เลโอถามกับคนที่อยู่หลังตน แอมไพร์เบนดวงตาไปสบกับคนรักก่อนจะเอ่ยเรียบๆ

“มิคาเอลไง จะใครล่ะ”

 


เลโอตวัดวงตาไปมองเจ้าของนามมิคาเอลทันควัน เขาหรี่ตาลงมอง ยอมรับเลยว่าร่างนั้นงดงามสมดั่งคำล่ำลือจริงๆ ทว่าสายตากับรอยยิ้มนั่นช่างน่าขยะแขยงเสียยิ่งกว่าอะไรดี พวกจักรพรรดิปีศาจที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้แผ่พลังปีศาจออกมาปกคุมทั่วสวนจนน่าหวั่นเกรง ดวงตาของเหล่าจักรพรรดิเริ่มเย็นเฉียบ ยกเว้นก็เสียแต่แอมไพร์ที่ยังมองเรียบๆเท่านั้น

“ข้าเปลี่ยนสีผมได้ไหม ไม่อยากใช้สีเดียวกันแล้ว”ไอโรหันไปถามคาร์เรย์ที่ยืนอยู่ข้างตน สีหน้าดูขยะแขยงอย่างไม่ปิดบัง

“สีทองนี่มันสวยจะตาย”

!!!

ไอโรผงะเมื่อร่างของมิคาเอลมาปรากฏตรงหน้าพร้อมรอยยิ้มแสยะในขณะที่เขาไม่รู้สึกตัว ดวงตาสีทองเบิกกว้างด้วยความตกใจ กว่าจะรู้ตัวว่ากำลังจะถูกโจมตีอีกฝ่ายก็เสือกดาบเข้ามาเสียแล้ว

เคร้ง!!!

“ถอยไปไอ้เทพน่าโง่ อย่าให้ข้าต้องเอ่ยซ้ำสอง”

เป็นคาร์ที่ใช้กรงเล็บขนาดใหญ่รับคมดาบเอาไว้ก่อนจะดันกลับไป อีกฝ่ายถอยไปเล็กน้อยก่อนจะโจมตีใหม่อีกครั้ง คราวนี้จักรพรรดิปีศาจองค์ที่หกผู้เฉื่อยชากลับเคลื่อนไหวเร็วเป็นเท่าตัว ก่อนที่ดาบเล่มนั้นจะได้วาดซ้ำ คาร์ก็ใช้พลังน้ำแข็งที่ตนมีจัดการแช่แข็งมือข้างนั้นซะ

“หึหึหึ ดิ้นรนไปก็เท่านั้น เบลเฟกอลเอ๋ย”

“แต่อย่างน้อยๆข้าก็ได้ดิ้นรนเพื่อปกป้องคนสำคัญ ไม่ใช่เจ้าที่ไม่มีปัญญาทำอะไรเลย”

คำพูดนั้นเสียงสายตาน่ากลัวจากมิคาเอลได้ เทวทูตหนุ่มสะบัดมือเพียงครั้งเดียวน้ำแข็งที่เกาะอยู่ก็กระเด็นออกพร้อมไปโจมตีผู้ที่อยู่ในสวนแห่งนั้น มิคาเอลพุ่งกระโจนเข้าใส่คาร์ทว่าร่างสองร่างกลับมาขว้างเอาไว้ด้วยดาบเล่มยาวคมกริบ ทั้งสองรับดาบของมิคาเอลก่อนจะดันส่งกลับไปตามด้วยพลังเพลิงสีครามที่ตามไปสมทบ มิคาเอลโบกมือดับไฟอย่างง่ายดาย แต่เมื่อไฟสลายไปจากตรงหน้าของเหลวบางอย่างก็พุ่งเข้าใส่ มิคาเอลเอียงตัวหลบก่อนจะพบว่ามันเฉี่ยวและกัดกร่อนไหล่ของเขาเป็นแผลขนาดใหญ่ มิคาเอลขบเคี้ยวฟันก่อนจะสะบัดมือฟื้นพลังให้ตนเอง

“เอาเป็นว่าท่านอากลับไปเถอะครับ พวกเราไม่พร้อมจะทำร้ายญาติผู้ใหญ่ แม้ท่านจะทำให้เราต้องสูญเสียน้องชายคนสำคัญไปครั้งหนึ่งหรือว่าฆ่าพ่อของเราก็ตาม”อิมไพร์กดเสียงเย็น พยายามควบคุมคำพูดให้อยู่ในความสุภาพ

“พูดไปก็เปลืองน้ำลายเปล่าท่านพี่ นี่มันยิ่งกว่าพูดกับก้อนกรวดซะอีก”อิมเพอร์ร่าว่าพลางตวัดดาบข่มขู่

ฝั่งมิคาเอลมองพี่น้องจักรพรรดิปีศาจด้วยสายตาที่ไม่สื่อแววในทางที่ดี มุมปากนั่นยกขึ้นก่อนมิคาเอลจะระเบิดหัวเราะออกมาดังลั่น พวกจักรพรรดิปีศาจที่มีความระแวงเป็นเท่าตัวอยู่แล้วรีบไปยืนบังมนุษย์ในที่นี่ในทันที ไม่เว้นแม้แต่แอมไพร์ที่ขึ้นมายืนนำเลโอ แม้ว่าชายหนุ่มจะพยายามห้ามแต่เหมือนคราวนี้จะห้ามจักรพรรดิองค์สุดท้องไม่ได้

“นี่มันบ้าไปแล้วชัดๆ โดนคนคนนั้นอัดจนสติเลอะเลือนแน่ๆ”แอมไพร์ขยับปากพึมพำพลางเรียกปืนประจำตัวออกมาถือเอาไว้เตรียมพร้อมจะสู้ทุกเมื่อที่ต้องทำ

“คนคนนั้น?”เลโอทวนเสียงสูงแต่แอมไพร์แค่เหลือบตามองแล้วเบนกลับไป ไม่ยอมตอบคำพูดที่ท่าจะเป็นคำถามของเลโอเลยสักนิด สายตามองมุ่งไปยังร่างของมิคาเอลที่เงยหน้าหัวเราะก้องฟ้า

“ทหาร....”ในที่สุดมิคาเอลก็หยุดหัวเราะแล้วเอ่ยเสียงสนุก”...จัดการพวกมัน!!!

สิ้นคำพูดบรรดาร่างที่มีปีกสีขาวนับร้อยก็พุ่งลงมาจากท้องฟ้าแล้วเข้าจู่โจมในทันที ฝั่งเซทซัสที่เงียบมานานใช้พลังของตนเองรวบร่างพวกนั้นเข้ามาอยู่ในอาณาเขตเพื่อไม่ให้ก่อความเสียหายต่อบุคคลภายนอก ตอนนี้ทั่วทั้งยูโนสซิสคงเห็นแล้วว่าเกิดเรื่องผิดปกติขึ้น

“บอกพวกทหารหรือยังว่าอย่าเข้ามายุ่ง?”ไอโรหันไปถามคาร์เรย์

“ครับ เรียบร้อย บอกให้พาคนออกจากปราสาทโดยเร็วด้วย คิดว่าตอนนี้น่าจะใกล้ออกไปจนหมดแล้ว”

คาร์เรย์รายงานก่อนจะตวัดดาบรับคมดาบของทหารสวรรค์ร่างหนึ่ง ฝั่งนั้นดันดาบกลับอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทว่าก่อนจะถึงตัวได้ก็มีพลังสีดำพุ่งเข้าอัดใบหน้าของทหารสวรรค์ให้ลอยไปกวาดเอาอีกสามสี่ร่างไปกองรวมกัน เคอร์ริสทิ้งตัวลงยืนข้างน้องชายก่อนจะเบนดวงตาสีเขียวน้ำทะเลมองพวกทหารสวรรค์ที่ยืนบ้อมพวกเขาดูเชิง

“พลังของมนุษย์ทำอะไรพวกนี้ไม่ได้หรอก เว้นก็แต่พลังปีศาจ”เคอร์ริสเอ่ยเฉลยเรียบๆพลางโยนรับลูกพลังสีดำในมือไปมาก่อนจะเขวี้ยงอย่างแรงใส่พวกทหารสวรรค์ เจ้าลูกพลังที่มีขนาดเท่าลูกปิงปองแตกตัวออกเป็นร้อยลูกก่อนจะพุ่งเข้าโจมตีทหารสวรรค์อย่างรวดเร็ว

“ได้ยินที่เคอร์ริสบอกใช่ไหม เจ้าควรจะหลบอยู่หลังข้า”คาร์หันไปบอกไอโรที่ทำหน้าปั้นบึ้ง ทหารสวรรค์ทำให้เขาโดนกันออกจากคาร์เครย์ที่เมื่อครู่ยังคุยอยู่ด้วยกันในช่วงที่ไม่รู้ตัว แล้วดันมาเจอคาร์ไปซะได้

“ข้าไม่สน ก็ดูสิวะว่าจะเอายังไง”ไอโรว่าแล้วทำท่าจะเรียกดาบออกมา ทว่าคาร์ไวกว่า เขายื่นมือไปคว้าตัวไอโรได้อย่างรวดเร็วแล้วอุ้มเอาไว้ด้วยมือเดียวอย่างสบายๆ “ไอ้เบล! ปล่อยข้าลงนะ!!!”ไอโรดิ้นก่อนจะผวากอดคอคนที่บอกให้ปล่อยตนแน่นเพราะว่าคาร์เคลื่อนไหวตัวเพื่อกำจัดพวกทหารสวรรค์ ไอโรหลับตากอดคอคาร์แน่นแถมยังซบหน้าลงกับอกอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว คาร์หลุบดวงตาลงมองคนที่กอดคอตัวเองแน่นแล้วอมยิ้ม จะว่าไปมิคาเอลก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ

“งานนี้มีแต่ข้าใช่ไหมที่ไร้แรงจูงใจ...”

เซทซัสบ่นก่อนจะใช้พลังในการรักษาของตัวเองจู่โจมพวกทหารสวรรค์ แค่เขาเร่งการฟื้นพลังของพวกทหารให้เกิดขีดจำกัดไปนั่นก็เท่ากับฆ่าทหารพวกนั้นแล้ว ใจคอเซทซัสไม่ไดอยากจะอยากจะฆ่าใครแต่ว่าถ้าไม่จัดการให้จบเรื่องมันก็ค้างคาแบบนี้ พวกทหารเห็นการโจมตีที่แค่ยกมือก็ทำให้ตัวระเบิดได้แบบนั้นยังไงเสียก็ไม่กล้ายุ่งด้วยแน่ๆ

“ข้าว่าไอ้พวกนี้มันเยอะไปแล้วนะ”อิมเพอร์ร่าพึมพำก่อนจะซัดกรดใส่พวกทหารสวรรค์อย่างไม่พักมือ”เป็นห่วงไคเซอร์กับไคซารี่ชะมัด”

“พวกนั้นคงไม่เป็นไร ให้เดาคงเป็นแค่พวกทหารแบบนี้ พวกเทวทูตไม่มีใครอยู่แล้ว”อิมไพร์ว่าเรียบๆ ก็มิคาเอลเล่นบ้าไปซะขนาดนี้ ต่อให้เคยเคารพแค่ไหนแต่ก็เสื่อมความเชื่อถือลงไปได้ พวกเทวทูตคงหลบไปพักจนกว่ามิคาเอลจะกลับมาเป็นเทวทูตผู้เป็นที่รักของมนุษย์ตามเดิม แต่ว่าไม่แน่ใจว่าจะมีวันนั้นหรืเปล่า

“เลโอ!!!

เสียงของแอมไพร์ที่ร้องลั่นทำให้ทุกสายตาเบนไปมองอย่างรวดเร็ว อย่างที่อิมเพอร์ร่าคิดเอาไว้ไม่มีผิด มิคาเอลตั้งใจจะโจมตีเลโอตั้งแต่แรกในฐานะที่มีดวงจิตของโซโลมอน แต่อัศวินนภายังไม่เข้าข่ายกระจอก เลโอยกดาบเล่มสำคัญที่แอมไพร์เคยทำพังขึ้นต้านก่อนจะผลักกลับไป เมื่อร่างมิคาเอลถอยหลังเลโอก็ตวัดดาบวาดใส่อย่างรวดเร็วก่อนจะตามด้วยการเสือกดาบ แน่นอนว่ามิคาเอลหลบได้ทุกการเคลื่อนไหว เทวทูตสวรรค์หายไปจากการรับรู้ก่อนจะปรากฏอยู่เบื้องหลังของเลโอในเวลาเพียงเสี้ยววินาที

“ก้ม!!

เสียงแอมไพร์ที่ดังขึ้นเหมือนกับว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ส่ายังไงเลโอก็ต้องทำตาม เลโอก้มตามที่เสียงนั้นบอกก่อนเขาจะได้ยินเสียงปืนหนึ่งนัดดังขึ้นอย่างรวดเร็ว ร่างมิคาเอลที่โดนปืนของแอมไพร์ยิงใส่สะบัดแล้วถอยหลังกลับไปอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาสีฟ้ามองแอมไพร์ด้วยความเครียดแค้น มันซ้อนทับกับร่างที่เคยมาพรากพี่ชายที่เขารักไป มันเหมือนกับแองเจล่า! แอมไพร์เหมือนแม่จนอยากจะกำจัดให้หายไปจากโลก อยากจะฆ่าไปซะตอนนี้แต่มิคาเอลต้องใจเย็นเข้าใจ เขามีแผน ใช่...เป็นแผนที่จะทรมานพวกจักรพรรดิปีศาจรุ่นสองพวกนี้ให้ตายช้าๆอย่างทรมานเลยล่ะ

“มันยืนนิ่งนานแล้วนะ”แอมไพร์กระซิบกับเลโอที่กำลังมองด้วยความระแวง

“มีแผนแน่ๆ”

“ยิ่งกว่าแช่แป้ง ระวังด้วยล่ะเลโอ ข้า...เอ่อ...เป็นห่วง”

แอมไพร็ว่าอ้อมแอ้มแต่เรียกสายตาแพรวพราวจากอัศวินนภาได้เป็นอย่างดี เลโอหันมองคนที่เริ่มหน้าแดงเล็กน้อยก่อนจะโอบอีกฝ่ายแล้วกระซิบข้างหู

“ข้าก็ด้วย เป็นห่วงเหมือนกัน”

“เลิกหวานสักนาทีจะมีปุ๊งิมาขี่คอหรือไงวะ!!”ไอโรที่ลอยมาจากที่ไหนสักที่โวยวายเสียงดังก่อนจะดิ่งลงมาโดยไม่อาจควบคุมตัวเองได้ เดือดร้อนเลโอที่ต้องเข้าไปรับอย่างรวดเร็วก่อนพี่ชายต่างสายเลือดจะตกลงมาสมองกระทบกระเทือน งานนี้เรื่องยุ่งกว่าเดิมแน่ๆ

“ทำไมท่านลอยมาอย่างนี้”

“โน่น! โน่นไง! พี่เมียเจ้าน่ะโยนข้ามา ไอ้บ้านั่นแม่ง!”ไอโรสบถด้วยความหัวเสียที่ถูกคาร์โยนมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“ท่านพี่เขยน่ะเหรอ?”เลโอย้อนถามหน้าซื่อแต่แทบจะถูกไอโรขบหัวหลุด ร่างของราชาผมทองถูกวางลงกับพื้นแต่โดยดี ทางแอมไพร์ก็รีบวิ่งเข้ามาดูอาการไอโรอย่างรวดเร็ว

“ไอโรเจ้าปลอดภัยดีใช่ไหม?”แอมไพร์มองหน้าอีกฝ่ายด้วยสายตาสำรวจ ทางฝั่งไอโรก็หันกลับมามองใบหน้าที่กังวลแสนกังวลของแอมไพร์

“ข้าไม่เป็นไรหรอก อย่าทำหน้าแบบนั้น”สิ้นคำพูดก็ยกมือขึ้นลูบเส้นผมสีม่วงอย่างเบามือ มันร้อนถึงเลโอต้องเดินมาดึงแอมไพร์ให้ออกห่างจากไอโรในทันใด เจ้าอัศวินนภาคนนิ่งแยกเขี้ยวขู่เป็นหมา ของของใครใครเขาก็หวงนะ ฝั่งไอโรก็ได้แต่ยกยิ้มก่อนจะรีบเอียงตัวกลับดาบที่ฟันลงมาอย่างรวดเร็ว

“ไอโร!!

แอมไพร์ประสานเสียงกับเลโออย่างรวดเร็วเมื่อดาบเล่มนั้นตัดเส้นผมสีทองของราชาแห่งยูโนสซิสให้แหว่งไปส่วนหนึ่ง นัยน์ตาสีทองตวัดมองก่อนจะสวนหมัดกลับไปโดยไม่ทันคิด เจ้าของดาบยกมือจับมือของไอโรเอาไว้แน่นจนราชาหนุ่มส่งเสียงร้อง สายตาแทบทุกคู่เบนมามองอย่างรวดเร็ว ฝั่งมิคาเอลที่จับร่างไอโรเอาไว้ได้ก็ใช้แขนดันร่างไอโรมาชิดตน นัยน์ตาสีฟ้ามองร่างของคาร์ที่กำลังจ้องเขาด้วยสายตาเหมือนสัตว์ร้าย

“ปล่อย..ข้า..ปล่อย...”

เสียงไอโรเริ่มเปลี่ยนไป มันเหมือนคนเหนื่อยอ่อนไร้กำลัง นั่นทำให้พวกที่ยืนมองอยู่เริ่มในคอไม่ดี ไอโรมักดึงดูดอะไรไม่ดีๆมาหาหรือยังไงนะ ตอนแอมไพร์ก็ถูกเบลแทงทะลุท้องไปทีหนึ่ง แล้วนี่มิคาเอลดันมาจับตัวชายหนุ่มเอาไว้ได้อีก แถมดูท่าจะเกิดเรื่องขึ้นแน่ๆ

“เจ้าหญิงนิทรา...หลับไปซะแล้ว...”มิคาเอลพึมพำมองร่างของไอโรที่อ่อนยวบลงไปท่ามกลางความตกใจของพวกแอมไพร์


“ข้า...ลืมไปได้ยังไงน่ะ”อิมเพอร์ร่าสะบัดหน้าไปมองอิมไพร์ที่อยู่ข้างกัน”มิคาเอลไม่ได้จ้องเล่นงานเลโอ แต่เป็นไอโร หนึ่งในสามราชาต่างหาก”

“กว่าจะรู้ตัวก็สายนะหลานรัก ข้าจะไปสนใจคนที่พลังน่าขยะแขยงของเจ้าโซโลมอนนั่นทำไม ที่น่าสนใจมันคือหนึ่งในสามราชามิใช่หรือ หึหึหึ”

มิคาเอลกล่าวเสียงทุ้ม เขาลูบใบหน้าของไอโรที่ไร้สติและพลาดท่าโดยไม่ทันได้ทำอะไร ไอโรที่หลับสนิทเริ่มมีปฏิกิริยา ร่างนั้นค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมาก่อนจะยืนขึ้นด้วยท่าทางแข็งทื่อ มองจากตรงนี้แอมไพร์ยังรู้เลยด้วยซ้ำว่าไอโรที่ยืนอยู่นั่นไม่ใช่ไอโรที่มีสติ ร่างของราชาหนุ่มเหมือนหุ่นเชิดตัวหนึ่ง และนี่แหละคือแผนของมิคาเอล เทวทูตหนุ่มยกยิ้มก่อนจะผายมือไปด้านหน้า

“ไอโรที่รัก ข้าจะให้เจ้าเริ่มกำจัดจาก...น้องชายที่เจ้ารัก”

ถึงพลังโซโลมอนจะไม่เป็นที่ต้องการ แต่การกำจัดเลโอก่อนนับว่าเป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่น้อย ในนี้ไม่ใครกล้าพอจะทำร้ายไอโรไปได้หรอก ร่างของไอโรรับดาบมาจากมิคาเอลก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาเลโอ ชายหนุ่มถอยหล่นแต่ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านั้น ดาบในมือสั่นสะท้านเพราะตรงหน้าคือพี่ชายคนสำคัญไม่แพ้กับแอมไพร์ที่อยู่ข้างตัว ไอโรที่มีดวงตาไร้แววกำลังเดินตรงเข้ามาหา

“เลโอ...ฟังข้านะ”แอมไพร์กระซิบด้วยเสียงที่เบามาก”ยอมตายซะ”

เลโอสะบัดหน้ามองแอมไพร์เพราะคำพูดนั่นชวนให้คิดว่าแอมไพร์เป็นคนร้ายเสียนี่กระไร แต่ดวงตาของอดีตผู้ถือครองบาแปแห่งราคะไม่มีแววที่จะเป็นแบบนั้น เขาหันหน้ามาหาเลโอแล้วรีบบอกทันที

“ถ้าไอโรฆ่าเจ้าเขาต้องช็อกจนคืนสติแน่ จากนั้นข้าค่อยคืนชีพให้เจ้า ข้าก็อยากจะเจ็บเอง แต่ว่าถ้าฆ่าตายมิคาเอลต้องจับวิญญาณข้าเอาได้แน่ แต่วิญญาณของเจ้ามีพลังของท่านอาอยู่ เจ้า...เชื่อใจข้าใช่ไหม?”แอมไพร์เบนดวงตามองร่างของชายผมแดงดวงสีหน้าเป็นกังวล เลโอค่อยๆคลายท่าทีลง มือเรียวยกขึ้นลูบเลือนผมของแอมไพร์อย่างเบามือและอ่อนโยน

“ไม่ว่าเมื่อไหร่ข้าก็เชื่อใจเจ้า”สิ้นคำพูดเลโอก็ดันแอมไพร์ไปด้านหลัง พวกจักรพรรดิปีศาจพอเดาได้ว่าแอมไพร์มีแผน แต่พวกเคอร์ริสกับคาร์เรย์ยังดูหวั่นใจกับเรื่องที่จะเกิดขึ้น ไอโรยังคงตรงเข้ามาหาเลโอ ชายหนุ่มหลับตาลงเมื่อร่างของพี่ชายอยู่ตรงหน้า ดาบในมือไอโรง้างขึ้นก่อนจะฟันลงมาในทันที

ฉับ!!

ดาบเล่มคมฟันจนสิ่งที่อยู่ตรงหน้าขาดออกเป็นสองส่วน แต่ทว่าเลโอยังคงมีชีวิตอยู่ ชายหนุ่มลืมตาขึ้นเมื่อทุกอย่างรอบตัวมันเงียบเกินไป พวกทหารสวรรค์ที่รายล้อมไม่ส่งเสียงเชียร์หรืออะไรใดๆ มันทำให้เขารู้ว่ามันผิดปกติ นัยน์ตาสีเทาเปิดขึ้นก่อนจะเบิกโพลงด้วยความไม่คาดคิด ร่างในชุดนักบวชยืนอยู่ตรงหน้าเขา ของเหลวสีแดงไหลออกมาจากแขนด้านขวาที่ขานออกไป

“เล่นแรงนี่”

ชายในชุดนักบวชกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่ทุกข์ร้อน เขาผลักร่างไอโรที่ไร้การควบคุมให้พ้นจากสายตา ร่างของไอโรถลาไปอยู่ข้างๆก่อนจะยืนนิ่งไม่ต่างจากหุ่น ผิดกับร่างในชุดนักบวชที่ก้มลงก้มแขนตัวเองขึ้นมาก่อนจะต่อกลับเข้าที่ วงเวทย์สีแดงทอขึ้นรอบแขนข้างนั้นก่อนเลือดทั้งหมดจะไหลกลับเข้าไปในแขนที่เคยขาด อัลลาเต้ขยับแขนขึ้นลงอย่างเชื่องข้าเพื่อตรวจดูว่ามันยังใช้ได้ดี

“เวทย์ย้อนเวลา...บาทหลวงนี้ทำไมถึงใช้เวทย์ต้องห้ามได้”คาร์ผู้เชี่ยวชาญเวทย์มนต์ที่สุดเอ่ยออกมาด้วยท่าทางไม่ไว้ใจ

“ไม่มีอะไรต้องระแวงเสียหน่อย”เสียงนั้นดังขึ้นข้างตัวก่อนร่างของวิลเลี่ยมจะเดินออกมาจากกลุ่มโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ชายผู้มีเส้นผมและดวงตาสีเดียวกับมิคาเอลขยับยิ้มพร้อมทั้งพับแขนเสื้อขึ้นไปเพื่อเตรียมพร้อม ดาบในมือไอโรลอยมาหาวิลเลี่ยมราวกับว่ามันกำลังไปหาผู้ที่เหมาะสมที่สุด วิลเลี่ยมมองดาบในมือก่อนจะหันไปทางอัลลาเต้ที่เหมือนจะยืนฮัมเพลงอยู่ด้วยท่าทางไม่ทุกข์ร้อน

“ให้ใช่จริงดิ?”

“เอิ้ว”

อัลลาเต้ขานรับก่อนจะเบนดวงตาสีเขียวงดงามไปมองมิคาเอลที่อยู่ในสภาพนิ่งงันคล้ายคนไม่มีสติ ใบหน้าที่ฉายออกมาถึงความตกใจอย่างเหลือล้นทำให้อัลลาเต้ได้แต่แย้มยิ้ม

“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะมิคาเอล...เจอพี่ชายทั้งที”

มือของมิคาเอลยกขึ้นชี้ใบหน้าของบาทหลวงหนุ่ม นัยน์ตาสีฟ้าลั่นระริกก่อนน้ำเสียงนั้นจะเปล่งออกมาอย่างยากลำบาก

“ลู..ซิ...เฟอร์...”




#ท่านพ่อไงจะใครล่ะ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

16 ความคิดเห็น

  1. #1097 Night Demon (@pimmie1204) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 13:37
    ว่าแล้วว่าเป็นท่านพ่อของจักรพรรดิปีศาจทั้งหลาย
    #1097
    0
  2. #1045 Bloody_Mary (@bloody-marry) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 17:48
    ว่าแล้วเชียว!มันแปลกๆมาตั้งนานแล้ว
    โดยเฉพาะเรื่องที่ป็อปในหมู่เด็กๆ
    ไคเซอร์ไม่เด็กแล้วนะ แถมยังร้องไห้กับคนแปลกหน้า(?)อีก
    #1045
    0
  3. #1000 KillerKill (@valasmps) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2558 / 14:30
    โอ๊ะโอ
    #1000
    0
  4. #979 D182015 (@D182015) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 13:43
    รอร๊อรอ ในที่สุดไรท์ก็อัพแล้วเย้ๆๆ
    #979
    1
  5. #978 ereye (@ayanas) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2558 / 23:55
    เพื่อนรักยกกำลังล้าน
    #978
    1
  6. #977 w-rabbit (@nene-zero) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2558 / 07:52
    อ่ะชะอุ้ย!!!+ ไรท์เล่นค้างมากอ่ ะะ
    #977
    0
  7. วันที่ 21 ตุลาคม 2558 / 02:25
    ค้างมากกกกกก
    #976
    0
  8. #975 God Girl (@gamlleboy) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2558 / 20:48
    ค้างแรง!!
    #975
    1
  9. #974 priyanan (@priyanan) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2558 / 20:36
    นางในฝันของเคอร์ริส คือใครอ่ะ อยากรู้อ่ะ
    #974
    1
  10. #973 bleed (@colona_site) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2558 / 17:48
    หักมุมมากอ่ะ=_= นึกไม่ถึงว่าจะเป็นลูซิเฟอร์
    #973
    1
  11. #971 master-ichiyama (@boss-ichiyama) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2558 / 16:11
    ลูซิเฟอร์ปรากฎตัวล่ะ :D
    #971
    1
  12. วันที่ 20 ตุลาคม 2558 / 15:48
    น่อวววววววว
    #970
    1
  13. #969 องค์ซีอิง (@poosontipong) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2558 / 12:01
    เฮ้ย!.. ..=[]= ลูซิเฟอร์มาไงเนี่ย!!
    #969
    1
  14. #966 God Girl (@gamlleboy) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 20:07
    ความลับแตกแล้วเอมไพร์55555 รีบมาต่อนะคะไรต์~
    #966
    0
  15. #964 KillerKill (@valasmps) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2558 / 19:40
    ฉันรอเธออยู่ที่หน้าจอ *v*
    #964
    1
  16. #963 Asuna Jan (@hibaritsuna) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2558 / 16:28
    เย้ๆมาต่อเเล้ว
    #963
    1