Knight Vs Queen! ศึกปราบเกรียน[อัศวินแด่ราชินี]

  • 96% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 35,035 Views

  • 1,107 Comments

  • 1,802 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    23

    Overall
    35,035

ตอนที่ 53 : Title: Knight VS Queen DLC:Stop say stop {100 per }

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 715
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    9 เม.ย. 59


Title: Knight VS Queen DLC:

Stop say stop

<หยุดบอกว่าชีวิตฉัน จะดีกว่านี้ถ้าไม่มีเธอ>

Pairing: Bell X Iro

 

“ท่านพี่สะใภ้ หน้าบูดจังเลยวันนี้ เป็นอะไรหรือเปล่า”

เสียงทักทายดังขึ้นบนโต๊ะอาหารของเช้าวันใหม่ แอมไพร์มองหน้าไอโรที่อยู่ในสภาพที่แทบจะเรียกว่าเขียนแปะหน้าผากว่าไม่สบอารมณ์สุดๆ พระราชาผมทองไม่ตอบอะไรแม้แต่คำเดียว เขามองที่เพื่อนสนิทคนสวยแล้วเบนไปทางซ้ายมือของเจ้าของเสียง ตรงนั้นมีร่างที่ไม่ใช่คนแปลกหน้านั่งอยู่ เป็นร่างที่คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี จะใครไหนไกลถ้าไม่ใช่คาร์ หรือก็คือเบล...

“ท่านยังไม่หายดีหรือเปล่าไอโร?”

เลโอพูดขึ้นมาโดยไม่ทันสังเกตความครุกรุ่นจากราชาผมทองและจักรพรรดิปีศาจหัวฟ้า ไอโรเบนดวงตาไปมองเลโอหนึ่งครั้งก่อนจะส่ายหัว

“เปล่า”

“สองมาตรฐาน”แอมไพร์แทรกขึ้นแล้วหรี่ตา”ตอนข้าถามเจ้านั่งเงียบ พอเลโอถามเจ้ากลับตอบ ชิ๊ช๊ะ ก็ใช่ซี้~”

แอมไพร์ลากเสียงยาวแล้วเบะปากใส่คนที่นั่งตรงข้ามเขา ฝั่งไอโรก็ไม่รู้จะพูดแก้ตัวอะไรก็เลยเงียบต่อไปเรื่อยๆจนแอมไพร์เปลี่ยนสีหน้ามามองด้วยความสงสัย

“ข้าว่างานนี้ไอโรท้องแน่ อารมณ์แบบนี้”

“ใครจะไปท้องกันแอมไพร์ จะเพ้อเจ้อก็น้อยๆหน่อย”ไอโรออกปากดุก่อนจะดันตัวลุกขึ้นจากอาหาร

“ท่านจะไปไหน อาหารยังไม่พร่องเลยนะครับ”

เลโอรั้งเอาไว้ก่อนไอโรจะเดินไป ราชาหนุ่มปรายตามองน้องชายต่างสายเลือดหนึ่งครั้งก่อนจะดึงแขนออกจากเลโออย่างง่ายดายแล้วเดินออกไป เมื่อราชาผมทองลับตาไปสายตาอีกสองคู่จึงเบนมาที่ชายคนเดียวที่ไม่มีปากมีเสียงบนโต๊ะอาหาร คาร์ผู้เหมือนจะไม่ได้สนใจอะไรนอกจากอาหารเช้าในชามเงยหน้าขึ้นเมื่อรูสึกถึงการถูกจ้องมอง จักรพรรดิปีศาจองค์รองสุดท้องเลิกคิ้วเป็นเชิงตั้งคำถามว่าทั้งสองคนมีอะไรจะพูดกับตนหรือไม่

“ยังมีหน้ามาทำหน้าเป็นหมาสงสัยเจ้าพี่โง่ เพราะเจ้าใช่ไหมไอโรถึงเป็นแบบนั้น”แอมไพร์ขมวดคิ้วไม่พอใจอย่างที่สุดถึงที่สุด ฝั่งพี่โง่ก็วางช้อนลงก่อนจะเอื้อมไปหยิบผ้าเช็ดปาดมาซับเบาๆ

“ทำไมเจ้าต้องคิดว่าเหตุผลที่ไอโรหงุดหงิดหรือแปลกไปต้องเป็นเพราะข้าตลอดเลย ไม่คิดว่าจะมีเรื่องอื่นบ้างเลยหรือยังไงกัน?”

“ไม่”

สองสามีภรรยาตอบกลับเสียงหนักแน่นจนคาร์หันไปหาธงขาวมาโบกด้วยความยอมแพ้ ไม่คิดจะเถียงอะไรต่อไปให้เปลืองน้ำลาย ถ้าสองคนนี้มีความเห็นเป็นเอกฉันท์เมื่อไหร่ใครก็อย่าไปเถียงเพราะแพ้แน่ๆ คนหนึ่งพูดไม่เว้นช่องไฟ อีกคนหาเหตุผลที่ไม่เหมือนเหตุผล มาพูดจนมันกลายเป็นเหตุผลไปได้ ยังไงงานนี้คาร์ก็ต้องยอมแพ้ เขาลุกขึ้นด้วยความเหนื่อยหน่ายก่อนจะเดินไปทางที่ไอโรหายไป ทางเดียวที่จะจบสายตาเหมือนกับว่าจะงับเขาให้หัวหลุดของแอมไพร์ได้คือการเดินไปง้อไอโรอย่างที่ทางนั้นต้องการ

ก๊อกๆ

“ใคร?”

ทันทีที่สิ้นเสียงเคาะประตูไอโรก็ตอบกลับทันควัน คาร์กลอกตาเป็นวงกลมกำลังใช้ความคิดก่อนเขาจะกระแอมเบาๆแล้วใช้เสียงของเลโอ

“ข้าเองครับ”

เหมือนเจ้าของห้องพอได้ยินว่าเป็นน้องชายตนเองก็วางใจเดินมาเปิดประตูทันที และแน่นอนว่าเมื่อเปิดมาเห็นว่าเป็นคาร์ไอโรก็ชะงักไป

“ทีหลังเจ้าต้องระวังตัวมากกว่านี้นะไอโร”

“หึ”

ราชาหนุ่มหัวเราะขึ้นลำคอก่อนจะออกแรงผลักประตู แต่คาร์ดันเอาไว้ก่อนจะแทรกตัวเข้าไปในห้องด้วยความง่ายดาย ไอโรมองคนที่ถือวิสาสะเข้ามาในห้องตัวเองตาวาวโรจน์ราวกับเสือ คาร์พยายามมองข้ามมัน ในสายตาเขาก็แค่ลูกแมวเท่านั้น ดวงตาสีฟ้ามองไปรอบห้องเพื่อสำรวจความเป็นไป

“ถ้าไม่มีธุระก็เชิญออกไป ท่านจักรพรรดิปีศาจคาร์”

เสียงประชดนั่นทำให้คาร์ต้องเบนดวงตามามองคนผมทองตรงหน้า นัยน์ตาสีทองของไอโรดูหงุดหงิดและฉุนเฉียว คาร์ยังไม่เข้าใจว่าตัวเองทำอะไรผิด ในเมื่อเขาก็ยังไม่ได้ทำอะไรอีกฝ่าย แค่เข้ามาในห้องเท่านั้น

“ข้าแค่อยากรู้ว่าเจ้าเป็นอะไร ดูเครียดๆ”คาร์เอ่ยขึ้นมาเรียบๆดึงให้สายตาของไอโรอ่อนลงนิดหน่อย

“อ๋อ อย่างเจ้าเป็นห่วงข้าด้วยเหรอ?”น้ำเสียงประชดประชันแต่ในแววตากลับมาความคาดหวังซ่อนอยู่

“เปล่า แอมไพร์ทำท่าเหมือนจะงับหัวข้าถ้าข้าไม่ตามเจ้ามา”

หน้าไอโรเปลี่ยนสีเป็นแดงกล่ำและแน่นอนว่ามันไม่ใช่เพราะความเขินอายแน่ๆ ราชาหนุ่มมองร่างตรงหน้าด้วยดวงตาแข็งกร้าวก่อนจะเหวี่ยงมือใส่ร่างของคาร์ โชคดีที่คาร์ไวกว่าคว้าเอาไวได้ทัน ไอโรไม่รีรอรีบยกอีกมือขึ้นฟาดใส่แต่คาร์ก็ยังรับเอาไว้ได้เช่นเคย ราชาหนุ่มพยายามรั้งมือตัวเองออกจากการจับของอีกฝ่าย แต่ไม่แน่ใจว่านี่จักรพรรดิปีศาจหรือว่าคีมเหล็กกันแน่ถึงได้จับแน่นแบบนี้

“เจ้าโมโหข้าทำไม?”

“ข้าไม่น่าคาดหวังกับเจ้าเลยเจ้าสลอตงี่เง่า!

ไอโรว่าเสียงกร้าวพยายามเอามือออกแต่ไม่เป็นผล ราชาหนุ่มพยายามจะยกเท้าขึ้นถีบแต่คาร์ไหวตัวทันดันร่างของไอโรไปชิดกำแพงแล้วเข้าประชิดตัว ระยะห่างที่แทบไม่มีทำให้ไอโรไม่อาจเคลื่อนไหวได้และที่ยิ่งกว่านั้นคือใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันอย่างไม่ควรจะเป็น คาร์มองใบหน้าของร่างตรงหน้าด้วยความราบเรียบผิดกับไอโรที่ฉายแววความตกใจออกมา

“เจ้าไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิดสินะ”

ไอโรนิ่งไปเมื่อคาร์พูดแบบนั้น ชายหนุ่มก้มหน้าลงคล้ายซ่อนแววบางอย่างในดวงตา จักรพรรดิปีศาจถอยออกห่างเล็กน้อยเพื่อให้อีกฝ่ายหายใจได้สะดวกและเพื่อให้ตนได้มองใบหน้าอีกฝ่ายอย่างชัดเจน

“เจ้าเคยสนใจข้าขนาดนั้นด้วยหรอ ไอ้ที่พูดนี่เจ้าคิดว่าข้าเหมือนเดิมจริงๆหรือแค่หยอดข้าเหมือนอย่างที่ชอบทำล่ะ?”ไอโรถามเรียบๆก่อนจะเบนดวงตาขึ้นมอง นัยน์ตาสีทองแม้แต่เรียบสนิทแต่ก็แฝงรอยร้าวเล็กเอาไว้ข้างใน มันทำให้คาร์ไม่กล้าสบตาไอโร

“สุดท้ายเจ้ามันก็แค่ไอ้คนขี้ขลาด!”ไอโรตวาดใส่ก่อนจะผลักร่างคาร์ออกสุดแรงแล้วอาศัยจังหวะนั้นแทรกตัวออกไป คาร์กำลังจะเข้าไปรั้งทว่าเสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นมาเสียก่อน

“ท่านไอโรครับ ราชทูตจากเมืองโลลีเยอร์มาถึงแล้วครับ”เสียงของคาร์เรย์ดังขึ้นมาจากอีกฟากประตู ไอโรหันมองคาร์เล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปที่ประตูแล้วเดินออกไป

คาร์คาดเดาไม่ได้แม้แต่จิตใจตัวเอง เขาเดินตามไอโรไปเพราะรางสังหรณ์บางอย่างทำให้เขาทำอย่างนั้นโดยที่อีกฝ่ายไม่มีท่าว่าจะสนใจเลยด้วยซ้ำ ราชาหนุ่มเดินตรงลงไปยังห้องรับรองที่ก่อนหน้านี้พวกจักรพรรดิปีศาจและคนอื่นๆเคยมานั่งรอแอมไพร์ฟื้นกัน กำแพงที่เคยโดนทำลายถูกซ่อมเสร็จไปแล้ว พื้นที่ภายในห้องก็เรียบร้อยจนเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้นมาก่อน แต่ที่น่าสนใจคือร่างที่นั่งอยู่บนโซฟาหรูตรงนั้นต่างหาก เส้นผมสีเงินสั้นละคอกับดวงตาสีเขียวมรกตกำลังมองแก้วชาในมืออย่างพิจารณา ดวงหน้าขาวสว่างเรียบเนียนดูงดงามมาก อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า ทันทีที่ดวงตาสีมรกตสบกับไอโรเขาก็คลี่ยิ้มแล้วลุกขึ้นทันควัน

“พระราชาไอโร ถวายบังคมพะย่ะค่ะ”อีกฝ่ายเอ่ยแล้วทำท่าจะทรุดตัวลงไปทำความเคารพแต่ไอโรเอ่ยรั้งไว้ทันก่อน

“เดี๋ยวก่อนท่านราชทูต ไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้”

อีกฝ่ายทำหน้าเอ๋อก่อนจะหัวเราะด้วยความเขินอาย ไอโรยิ้มน้อยๆก่อนจะเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายราวกับสนิทสนมมานาน ดวงหน้าขาวของไอโรประดับรอยยิ้มที่เคยทำอยู่เป็นนิด มันทำให้ไอโรดูมีเสน่ห์มากขึ้นไปอีกหลายเท่าจนคาร์รู้สึกไม่ชอบใจขึ้นมาแปลกๆ

“อย่างที่เล่าลือกัน พระราชาฟีเอสเล่าให้ข้าฟังว่าราชทูตของโลลีเยอร์งดงาม ก็เพิ่งเห็นกับตาวันนี้ว่าเป็นความจริง”

“ท่านทรงยอข้ามากไป ข้าว่าความจริงที่กล่าวว่ารอยยิ้มของพระราชาแห่งยูโนสซิสช่างงดงามและสดใสราวกับพระอาทิตย์ยามเช้านั่นน่าจะจริงยิ่งกว่า ท่าน...งดงามจริงๆ”

ไอโรอาจจะไม่รู้สึกแต่คาร์ที่อยู่นอกวงสนทนามองออกอย่างประหลาด เขารู้สึกว่าผู้ชายผมเงินนี่สนใจในตัวไอโรอย่างชัดเจน และออกนอกหน้านอกตามากเสียด้วย คาร์เห็นแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะกระแอมออกมา

“เอ๊ะ? อ๊ะ...นั่นใช่ท่านจักรพรรดิปีศาจลำดับที่หกหรือเปล่าครับ”

ชายผมเงินหันไปสนใจเสียงกระแอมนั้นเอ่ยออกมาด้วยความตื่นเต้น ดวงตาเป็นประกายแต่ไม่มากเท่าที่เป็นกับไอโร ทางฝั่งพระราชาผมทองเมื่อหันไปเห็นคาร์ก็ตาเป็นประกายวูบ เป็นประกายในเชิงว่าอยากเอามีดดาบที่แขวนเอาไว้บนพนังไปแทงอีกฝ่ายล่ะนะ ไอโรไม่รู้ว่าคาร์ตามมาทำไม และตั้งแต่เมื่อไหร่ ถ้าเขารู้ว่าถูกตามมาแต่แรกก็คงไล่ไปนานแล้ว

“ยินดีที่ได้รู้จัก เรียกข้าว่าคาร์ก็ได้”คาร์ออกตัวแนะนำตัวก่อนพร้อยรอยยิ้มมุมปาก”เราคงพบปะกันบ่อยๆให้ฐานะราชทูตประจำยูโนสซิส”

ไอโรแทบหลุดปากร้องห๊ะออกไปเพราะว่าเขาไม่รู้คาร์มาเป็นราชทูตประจำยูโนสซิสตั้งแต่เมื่อไหร่ ไอ้บ้าคนไหนแต่งตั้งจักรพรรดิปีศาจที่ไม่เคยโพล่หน้ามาที่ยูโนสซิสเลยห้าปีเป็นราชทูต เขาว่าเรื่องนี้มันต้องมีการเข้าใจผิดกันเป็นแน่

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ข้ามีนามว่าลาทอสครับ”ชายผมเงินแนะนำตัวด้วยความเป็นมิตรก่อนจะหันไปหาไอโรโดยไม่รอฟังว่าคาร์จะพูดอะไรต่ออีกหรือเปล่า”ข้าเองก็อยากให้โลลีเยอร์มาราชทูตที่เป็นระดับจักรพรรดิปีศาจเหมือนกัน แต่คงไม่ได้รับเกียรติแบบนั้นอย่างที่ยูโสซิส และอีกสองเมืองได้รับ”

“จริงๆเจ้าจะเอาราชทูตจักรพรรดิปีศาจคาร์ตนนี้ไปก็ได้นะ ข้าไม่ถือ”ไอโรว่าด้วยรอยยิ้มสว่างไสว

“ท่านนี่ตลกจังนะครับ”

คาร์ผู้ยังคงดำรงตำแหน่งคนนอกมองออกว่าที่ไอโรพูดนั่นไม่ใช่การเล่นมุกแต่พ่อคุณจะทำแบบนั้นจริงๆ คิดว่าถ้าสลัดคาร์ออกไปทางไหนสักทางก็คงทำ แต่ไม่ว่ายังไงจักรพรรดิปีศาจผมฟ้าก็ยังป้วนเปี้ยนอยู่ในยูโนสซิส ด้วยสาเหตุที่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าทำแบบนี้ทำไม

“จริงสิครับ พระราชาฝากของกำนัลมาถึงท่านด้วย”ลาทอสว่าด้วยรอยยิ้มก่อนจะหันไปหยิบกระเช้าผลไม้ที่เคยวางอยู่กลางโต๊ะตัวเล็กออกมา”ผลไม้พวกนี้เป็นผลไม้ชั้นดีที่โลลีเยอร์ปลูกได้ ดีต่อสุขภาพทุกอย่าง”

“อ่า...ขอบใจ”ไอโรรับไปก่อนจะหันไปด้านหลังเพื่อจะส่งให้คนเอาไปเก็บแต่ที่นั่นดันเหลือแค่คาร์เท่านั้น พระราชาผมทองขมวดคิ้วก่อนจะตัดสินใจเอ่ยอย่างไม่เต็มเสียง

“คาร์ ท่านช่วยเอา...คาร์ คาร์”ไอโรเอ่ยซ้ำเมื่ออีกฝ่ายไม่หันมาแถมทำหน้าเหมือนหลับในใส่”เบลเฟกอล!

พอไอโรเอ่ยรอดไรฟันอีกฝ่ายก็สะดุ้งเล็กน้อยแล้วหันมาหาพระราชาหนุ่ม ไอโรถอนหายใจยาวด้วยสีหน้าอยากจับจักรพรรดิปีศาจทำห่อหมกทะเล

“ท่านช่วยเอากระเช้านี่ไปเก็บหน่อยได้ไหม?”

“เมื่อครู่เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ?”

ไอโรกลอกตาซ้ำซ้อน กลอกมากกว่านี้ลูกตาคงกลิ้งไปชนเท้าใครเขาเข้าแน่ๆ พระราชาหนุ่มถอนหายใจอีกรอบทำเมินคำถามนั้นไปอย่างเร่งด่วนก่อนราชทูตผมเงินที่มองอยู่ด้วยความสนใจจะเริ่มสงสัยอะไรไปมากกว่านี้

“ช่วยเอาไปเก็บหน่อยได้ไหมกระเช้านี่ ข้าจะพาราชทูตไปเดินดูรอบๆแล้วก็คุยธุระนิดหน่อย”ไอโรพยายามยังคับเสียงให้ไม่มีอารมณ์โมโหมากไปนัก ปกติไอโรออกจะเป็นคนใจเย็นแต่พออยู่กับไอ้สลอตตายด้านนี่ทีไรอยากจะเรียกไฟมาเผามันทุกที

“อ๋อ...ได้สิ”คาร์ว่าก่อนจะรับกระเช้ามา จังหวะนั้นมือของจักรพรรดิปีศาจก็จับเข้ากับมือของไอโรพอดี สิ่งที่ไม่ได้คาดเอาไว้คือคาร์ออกแรงดึงไอโรเข้าหาตัวเบาๆแล้วกระซิบข้างหู”สำหรับเจ้าข้าทำให้ได้เสียทุกอย่างนั่นแหละ”สิ้นคำคาร์ก็ฝั่งจมูกที่แก้มไอโรเบาๆแล้วผละเดินออกไปทิ้งให้ไอโรยืนบื้อ เอ๊ย ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น

“ท่านไอโร?”ลาทอสเอ่ยเรียกเมื่อพระราชาผมทองนิ่งไป”เป็นอะไรหรือเปล่าครับ จะว่าไปสนิทกับท่านจักรพรรดิปีศาจจังนะครับ คงไม่ใช่ว่า...”

“ม่ะ...ไม่ได้สนิทอะไรหรอก ฮ่าๆๆๆ มันเป็นคำทักทายน่ะ พวกปีศาจนี่ชอบทักทายกันแปลกๆ”ไอโรหันมาพูดด้วยใบหน้าแดงกล่ำพร้อมมือที่ถูกแก้มตัวเองเบาๆ ปากก็พูดพร้อมหัวเราะกลบเกลื่อนเสียงหัวใจเต้นโครมครามของตนเอง

“ทักทายเหรอครับ?”ราชทูตหนุ่มทวนแล้วเลิกคิ้วสูงก่อนดวงตาจะเหล่มองไปทางที่คาร์เดินหายไป”ตามจริงแล้วที่โลลีเยอร์เองก็มีการทักทายท้องถิ่นนะครับ”

“ข้าไม่เห็นเคยได้ยินเลย ความรู้ใหม่นะเนี่ย”ไอโรที่สนใจความรู้ใหม่มากกว่าการถูกขโมยหอมแก้มเมื่อครู่หันมองราชทูตหนุ่มด้วยความสนใจ ลาทอสยกยิ้มบริสุทธิ์ก่อนย่างเท้าเข้าใกล้ไอโร

“ขออนุญาตนะครับ”

“เอ๊ะ?”

ไอโรร้องเมื่ออีกฝ่ายใช้มือเชยคางตนขึ้นเบาๆก่อนจะยื่นหน้ามาประทับริมฝีปากที่หน้าผากเบาๆ ลาทอสถอยหลังออกก่อนจะยกยิ้ม

“นี่คือการทักทายที่แสดงถึงความใส่ใจครับ ส่วนใหญ่จริงๆแล้วเอาไว้ใช่กับพวกเด็กๆที่เราอยากจะปกป้อง รัก และอยากจะดูแล...หรืออีกนัยหนึ่งก็เอาไว้ใช่กับคนรัก”

ไอโรเอามือจับหน้าผากตัวเอาเบาๆก่อนจะหัวเราะหน่อยๆแล้วพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ พระราชาผมทองทวนเรื่องที่ได้ยินเมื่อครู่อีกครั้งเพื่อความเข้าใจ ทว่ากลับรู้สึกเอะใจขึ้นมาได้ทันท่วงที

“เอ๊ะ? เดี๋ยวนะ...นี่เจ้า...ไม่ได้จะจีบข้าใช่ไหมเนี่ยท่านราชทูต”

“ข้าไม่กล้าหรอกครับ ฮ่าๆๆๆๆ”

ลาทอสหัวเราะกลบเกลื่อนไปนั่นแต่ไอโรเริ่มสัมผัสได้ จะว่าไปตามจริงตอนนี้เขาก็ยังไม่มีราชินีเป็นตัวเป็นตน แล้วก็ไม่ไดยุ่งเกี่ยวกับเรื่องความรักมานาน หนึ่งเพราะอยู่ในสภาวะที่บ้านเมืองกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง และสอง...นั่นเพราะใครบางคน ถ้าหากจะมีใครสักคนเข้ามาจีบในตอนนี้ ไอโรอาจจะไม่กระดี๊กระด๊าเล่นด้วยแต่ก็ไม่ถึงกับต้องปฏิเสธไป รอดูต่อไปก็ไม่เสียหายเหมือนกัน เพราะว่าบางที...ไอโรอาจจะได้เวลาเริ่มใหม่ก็ได้

“ไม่...ไม่ใช่...”

“ท่านไอโร? เป็นอะไรหรือเปล่าครับ หรือว่าคิดมากเรื่องที่ข้าเสียมารยาท ถ้าแบบนั้น...”

“เปล่า”ไอโรตอบกลับเรียบๆก่อนจะปรับท่าทีให้เป็นปกติ เขาแย้มยิ้มออกมามอบให้แก่คนตรงหน้าก่อนจะชวนอีกฝ่ายเดินชมเมือง ใจหนึ่งไอโรก็อยากจะเริ่มใหม่เหมือนกัน แต่ว่าเขาเข้าใจตัวเองดีว่าตอนนี้รู้สึกยังไงกับเจ้าสลอตตายด้านนั่น ถ้าเกิดมีใครสักคนจะก้าวเข้ามาในชีวิตเขา ก็คงไม่วายว่าเขาเอาคนนั้นมาทำให้ตัวเองลืมคาร์ ซึ่งมันคงไม่ถูกต้องนัก ไอโรลอบถอนหายใจเมื่อลาทอสไม่ได้มองอยู่ มือของเขายกขึ้นแตะแก้มตัวเองเบาๆ ทั้งที่สัมผัสนั่นเกิดก่อนแต่ตอนนี้มันยังคงอยู่เหมือนเดิม ไม่ได้หายไปเหมือนอย่างสัมผัสที่หน้าผาก

“ข้าควรทำยังไงดีนะ...”

ไอโรพึมพำด้วยความคิดที่มากมาย เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ถูกใครบางคนสะกดรอยตามอย่างลับๆ และทุกครั้งที่ลาทอสมาแตะต้องตัวไอโรก็มักจะเกิดปรากฏการณ์พื้นและของโดยรอบกลายเป็นน้ำแข็งไป...

“จะหึง จะหวงกันยังไงก็อย่าให้ชาวบ้านเดือดร้อนเลยเถอะน่า...”เคอร์ริสผู้เห็นเหตุการณ์ในมุมกว้างกล่าวออกมาพร้อมสีหน้าเบื่อหน่าย เขาคิดว่าบางทีคงต้องเตือนสติคู่นี้กันบ้างแล้วล่ะมั้ง

 

“ชานี่เป็นของขึ้นชื่อของยูโนสซิส พวกชาวบ้านปลูกกันเอง ขายกันเอง...แล้วก็เจ๊งกันเอง!

สิ้นคำพูดของไอโรคู่สนทนาก็หัวเราะกับมุกไร้สาระนั่น แต่ขอแค่คนเล่นมีใบหน้าชวนฝัน ให้ฝืดกว่านี้ลาทอสก็พร้อมจะขำให้เสมอ เวลาไอโรหัวเราะร่วมด้วยแล้วเหมือนมีกลีบดอกไม้โปรยลงมาไม่ขาดสายตลอดเวลา ดวงตาสีทองสดใสแวววาวราวกับอัญมณี ยิ่งมองยิ่งเพลินตาเสียเหลือเกิน

“ท่านไอโรเป็นคนที่มีอารมณ์ขันมากเลยนะครับ แบบนี้สาวๆไม่ติดกันแย่เหรอ...เอ...หรือจะเป็นหนุ่มๆ”

“ท่านก็ว่าไปนั่น”ไอโรว่าด้วยท่าทีเขินอายอย่างมีจริต”ไม่ค่อยมีใครเข้าหาข้านักหรอก ด้วยความที่ช่วงก่อนหน้านั้นข้าวุ่นวายกับเรื่องสานสัมพันธ์กับแดนปีศาจ อาจจะมีคนเข้ามาแต่ข้าอาจจะไม่ทันรู้สึกตัวก็ได้มั้ง ช่วงนี้เหมือนจะซื่อบื้อขึ้นทุกวันๆ”

ด่าตัวเองพ่อคุณก็เอา แต่เขาว่ากันว่าคนที่ด่าตัวเองดูน่ารัก ยิ่งหน้าตาดีก็ยิงน่ารัก ในสายตาลาทอสไอโรก็เลยน่ารักเข้าไปอีก ท่าทางกิริยาก็เข้าท่าเข้าทาง คราแรกพระราชาฝากให้จีบไอโรเผื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีงาม แต่ลาทอสเหมือนจะรู้สึกสนใจพระราชาตรงหน้าด้วยความรู้สึกส่วนบุคคลเสียแล้วสิ

“ใช่ครับ พักนี้ไอโรซื่อบื้อมาก”

ปึ้ง!

เสียงหนึ่งว่าขึ้นเรียบๆพร้อมกันนั้นเค้กสีขาวสามชิ้นก็ถูกวางลงบนโต๊ะ รวมทั้งคนนำมาส่งเองก็ทรุดตัวนั่งลงยังเก้าอี้อีกตัวที่ว่างอยู่ด้วยเช่นกัน ไอโรหันมองเจ้าของเสียงด้วยแสร้งยิ้มกลบเกลื่อน ทั้งที่ความเป็นจริงไอสังหารลอยล่องในอากาศและมีความเข้มข้นยิ่งกว่าไฮโดเจนในอากาศเสียอีกแน่ะ ไอโรยิ้มหวานใส่ลาทอส ไม่ได้ตั้งใจจะยั่วโมโหคาร์ที่โพล่หน้าเข้ามากลางคัน แค่ทำตามมารยาท

“ท่านคาร์...ไม่มีงาน มีการทำเหรอครับ ถึงได้เสนอหน้า...ถึงได้มาร่วมวงสนทนาแบบนี้น่ะครับ”

เสียงแข็งมาก...มันมีความนัยว่าควรไสหัวไปให้ไกลๆใช่หรือไม่? คาร์คิดในใจ กระนั้นก็ยังกระตุกยิ้มมุมปากอย่างอ่อนโยนแล้วเบนดวงตาไปยังลาทอสที่นั่งเอ๋ออยู่

“ข้าเองก็อยู่ยูโนสซิสมานาน รู้เรื่องยูโนสซิสก็มาก ช่วยงานไอโรก็บ่อย ข้าว่าข้าสามารถจะนำเสนอยูโสซิสให้ท่านฟังได้นะ ท่านราชทูต”

ทีแบบนี้ทำไมมันพูดยาวนักวะ...ไอโรคิดในใจ ใบหน้ายังยิ้มแย้มแต่เท้าพยายามไล่เหยียบเท้าของเจ้าสลอตตายด้านที่เสนอหน้าออกมาขัดจังหวะคนเขาจะสานสัมพันธ์กัน

“ข้าว่าบางทีข้าคงไม่ต้องรบกวนท่านหรอกมั้งครับ ท่านคาร์...”

“สำหรับเจ้าไม่มีคำว่ารบกวนเลยนะไอโร”

เปรี๊ยะ!

“พินาศแน่ๆ...”

คาร์เรย์ที่ใช้กล้องส่องทางไกลส่องลงมาจากระเบียงห้องทำงานชั้นสี่พูดพึมพำด้วยสภาพปลงไม่ตก ขนาดลดกล้องลงแล้วมองด้วยตาเปล่าเขายังมองเห็นเลยว่าที่ตรงนั้นมันมีเสือกับมังกรกำลังจะขย้ำกันตายอยู่ สายตาคนภายนอกอาจจะมองว่าทั้งคู่แข่งกับจีบลาทอส แต่คนภายในอย่างเขาขอฟันธงทุกพื้นที่อยู่ในปราสาทเลยว่าคาร์หึงไอโร และไอโรก็ไม่รู้สึกตัว เข้าใจว่าถูกกวนประสาท เมื่อไหร่จะหันหน้าคุยกันดีๆล่ะนะ

“เอ่อ...ท่านไอโรครับ ห้องน้ำ...”

“ตรงไปทางนั้นเลยครับ”

ไอโรผายมือไปทางขวาด้วยรอยยิ้ม ลาทอสไม่รู้ว่าโง่หรือบื้อถึงได้ไม่ได้เห็นบรรยากาศมาคุตรงหน้า แต่ก็นับว่าพระเจ้าทำดี(ลูซิเฟอร์ไงจะใครล่ะ)ดลใจให้เจ้าตัวไปเข้าห้องน้ำได้ถูกเวลามาก ไอโรมองส่งราชทูตหนุ่มก่อนจะตัดสายตามาทางคาร์ที่นั่งละเมียดเค้ก

“เจ้ามันเป็นโรคอะไรนักนะ!”ไอโรกระแทกเสียงพลางแย่งช้อนส้อมในมือของคาร์มา ฝั่งสลอตตายด้านมองมือที่วางเปล่าของตนเองก่อนจะเบนมองคนที่แย่งส้อมเข้าไป คาร์กระพริบตาปริบๆไม่เข้าใจว่าไอโรโมโหอะไรกันแน่

“ข้าเห็นว่ามันคงไม่ดีถ้าจะปล่อยเจ้าทั้งคู่ไว้สองต่อสอง”คาร์ตอบเรียบๆ

“แต่ข้าเป็นผู้ชายและเขาก็เป็นผู้ชาย”

“ข้าก็ผู้ชาย ตอนนั้น....”

“หุบปาก!

ไอโรตวาดเสียงดัง นกที่เกาะบนต้นไม้เองยังกระพือปีกยินหนีไปเป็นฝูงเพราะเข้าใจว่าพายุจะเข้า คาร์ชะงักปากแล้วลดมือที่ตั้งค้างไว้แต่แรกลง ก็แค่จะบอกว่าข้าเองก็ผู้ชาย ตอนนั้นเจ้ายังโดนข้าจับกดไปแล้วเลย มองจากสายตาก็รู้ว่าอีกฝ่ายคิดไม่ซื่อ นี่สรุปบื้อไปแล้วจริงๆใช่ไหมไอโร...แต่ก็ไม่มีโอกาสได้พูด พ่อคุณเล่นจ้องเขม็งเสียอย่างนั้น

“ข้าไม่มีอะไรจะต้องให้เจ้ามาเป็นห่วงนี่...ไม่ได้เป็นอะไรกัน”

“เหอะ...”

เป็นครั้งแรกที่คาร์หัวเราะออกมาแบบนั้น รู้สึกฉุนขึ้นมาหน่อยๆทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นบ้าอะไร ไอโรเป็นเพื่อนไม่ใช่หรอ ควรยินดีถ้าเพื่อนจะเจอคนดีๆ แล้วทำไมนะคาร์...ทำไมเจ้าต้องเป็นแบบนี้ด้วย? จักรพรรดิปีศาจด่าทอตัวเองในใจอีกสามสี่ประโยคด่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนที่กำลังทำร้ายเค้กที่น่ากินอย่างไร้การยั้งมือ

“เจ้าชอบเจ้านั่นงั้นเหรอ?”

จักรพรรดิปีศาจผมฟ้าถามขึ้นลอยๆเหมือนไม่สนใจ มือเอื้อมไปหยิบส้อมของลาทอสมาตักเค้กกินต่อ ไอโรนิ่งไปเมื่อได้รับคำถามนั้น เขาวางส้อมลงบนจานตัวเองก่อนจะกอดอก

“ไม่ได้ชอบ..ก็แค่คิดว่าน่าสนใจดี”

กึก!

ส้อมหนึ่งEAถูกหักไปแล้วครับท่าน!

เจ้าส้อมที่ไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆกับเหตุการณ์ครั้งนี้ต้องสละชีพไปอย่างช่วยไม่ได้ คาร์มองส้อมในมือก่อนจะโยนทิ้งเพื่อไม่ให้ไอโรสังเกตเห็นปฏิกิริยาโง่เง่าของตัวเขาเอง จักรพรรดิปีศาจผมฟ้ายื่นมือไปหยิบส้อมของไอโรมาตักเค้กแทน ราชาผมทองมองแล้วกลอกตาอย่างเบื่อหน่าย เขาเบื่อเจ้าสลอตนี่ชะมัด ทำอะไรก็ไม่เคยจะมีเรื่องที่เขาเข้าใจได้สักอย่าง

“ถ้าอย่างนั้น...ข้าช่วยเอาไหม?”

ไอโรมองหน้าปีศาจที่พูดขึ้นมาเรียบๆ อีกฝ่ายไม่ได้มองหน้าเขาด้วยซ้ำ กำลังสนใจเค้กในจานที่พร่องไปกว่าครึ่ง คิ้วเรียวสวยของไอโรขมวดเข้าหากันโดยฉับพลัน จริงๆแล้วมันก็ยังไม่ได้คลายออกเลยด้วยซ้ำตั้งแต่คาร์ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเข้า ไอโรจ้องมองอีกฝ่าย รู้สึกประหลาดในอก ความรู้สึกเลวร้ายยอดแย่กำลังวิ่งเล่นไปมาในอกเขา

“เจ้าหมายถึง?”

“ก็เห็นเจ้าสนใจเขา เขาก็สนใจเจ้า ก็ดูเหมาะกันดี”คาร์อธิบายง่ายๆ ยังไม่ยอมสบสายตากับไอโร”ครั้นเจ้าจะบอกตรงๆว่าชอบมันจะดูไม่ดี เพิ่งเจอกันไม่นานเท่าไหร่นัก แต่ถ้ามีพ่อสื่อ...”

“ไปสื่อสารกับหัวสมองตัวเองให้รู้เรื่องก่อนเถอะเบล”

ราชาผมทองแทรกขึ้นอย่างอดไม่ได้ เขาเข้าใจการกระทำของคาร์แล้ว แม้ไม่ต้องพูดออกมาอย่างชัดเจนแต่ก็พอจะมองเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังพยายามหาใครสักคนมาให้เขา แต่ไอโรแค่บอกว่าน่าสนใจ ไม่ได้บอกว่าชอบ เขาจะชอบคนอื่นไปได้ยังไงในเมื่อ...ในเมื่อยังลืมคนตรงหน้านี้ไม่ได้

“ข้าเต็มใจช่วย ไม่ลำบากหรอกนะ”คาร์ว่าแบบนั้น ทำเหมือนมองไม่เห็นความไม่พอใจขึ้นรุนแรงของไอโรที่เริ่มทวีคูณมาขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ จักรพรรดิปีศาจตักเค้กมาหนึ่งคำก่อนจะส่งมันเข้าปากไอโรไปหวังหุบปากที่กำลังจะเอ่ยแย้ง

“จริงๆแล้วไอโร เรื่องของพวกเราน่ะมันไม่ได้จบลงหรอกนะ แต่มันไม่เคยเริ่มต้นต่างหาก”

คาร์พูดอย่างตรงไปตรงมาหวังให้เข้าเรื่องโดยเร็วไว เขามองข้ามความไม่พอใจที่พุ่งสูงของไอโร มือของคาร์เอื้อมไปจับใบหน้าอีกฝ่ายอย่างทะนุถนอม นิ้วหัวแม่มือไล่เกลี่ยแก้มของไอโรเบาๆ เขาสัญญากับตัวเองเอาไว้ ตั้งแต่วันที่แทงไอโรด้วยดาบวันนั้น เขาจะไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่ข้องแว้ง และไม่รู้สึกอะไรต่อชายผู้นี้อีก สาเหตุเป็นเพราะหนึ่ง เขาไม่อาจจะหน้าหนากลับไปมองหน้าอีกฝ่ายได้ทั้งที่เป็นคนทำร้ายเขากับมือ สอง เพราะอีกฝ่ายเป็นมนุษย์ พริบตาเดียวที่เผลอไผลก็จะพลันสลายหายไปเป็นฝุ่นละออง และสาม คาร์ไม่คิดว่าตัวเองจะดีพอในการดูแลไอโร ไอโรเป็นคนบ้า ทำอะไรมักไม่ลืมหูลืมตา สิ่งที่ไอโรต้องการคือคนมาดูแลเขา คนที่จะเข้าใจไอโรในทุกๆการกระทำ คาร์คิดว่าตนไม่มีคุณสมบัติข้อนั้น

แต่ทั้งๆที่คิดแบบนั้น ในยามที่เห็นใบหน้าของไอโรเป็นครั้งแรกในรอบหน้าปี หัวใจของเขาพลันกระตุกอย่างไม่น่าเชื่อ ในสมองมแต่เสียงร้องเรียกชื่อไอโร และมันเต็มไปด้วยคำถามที่เกี่ยวกับไอโร ทำไมไอโรผอมลงขนาดนั้น ทำไมไอโรดูเหนื่อยขนาดนั้น ไอโรได้พักผ่อนบ้างหรือเปล่า มีคนดูแลไอโรไหม ไอโรสบายดีบ้างไหม ไอโรมีคนที่ชอบหรือยัง ไอโรยัง...รักเขาอยู่หรือเปล่า...

“เบล...”

เสียงเรียกนั้นดึงสติของคาร์ไปได้อย่างรวดเร็ว เมื่อสายตากลับมาสนใจคนตรงหน้า จักรพรรดิหนุ่มกลับพบว่าตนได้มองสิ่งที่สั่นคลอนหัวใจตนเองอย่างใหญ่หลวง ใบหน้าไอโรแดงกล่ำอยู่ภายใต้มือของเขา มือที่สัมผัสลงไปรับรู้ได้ถึงอุณหภูมิของอีกฝ่ายที่ส่งผ่านมา ดวงตาคู่งามสั่นระริกดูน่าแกล้งน่าหยอก ไอโรไม่ได้สวยงดงามอย่างแอมไพร์ ไม่ได้ทรงเสน่ห์อย่างพี่รอง แต่มีความน่าหลงใหลในตัวเองที่ทำให้คาร์โงหัวไม่ขึ้นแม้จะพยายามบอกตัวเองว่าอีกฝ่ายเป็นเพื่อนเท่านั้น

“ข้าขอโทษ”

จักรพรรดิหนุ่มชักมือกลับ ในใจเกิดเส้นทางสองเส้นทางให้เลือกเดิน ทางแรกยอมศิโรราบต่อความรู้สึกมากมายในใจแต่โดยดี เอื้อมมือไปคว้าร่างไอโรมากอดเอาไว้ ประทับจูบ ประทับตรา บ่งบอกว่าตนเป็นเจ้าของอีกฝ่าย กับทางอีกทางที่ร้องเรียกให้เก็บงำความรู้สึกลงไป ไม่สนใจ ไม่ชายตา จากนี้ให้กลับไปยังดินแดนปีศาจของตนแล้วอย่าหวนกลับมาอีกเป็นครั้งที่สองเหมือนเมื่อห้าปีก่อน

แต่คาร์ทำแบบนั้นไม่ได้...

เขาไม่อาจกลับไปทั้งๆที่ยังไมได้เห็นว่าไอโรมีความสุข แต่ก็ไม่อาจจะกล้ามอบความสุขที่ว่านั่นให้ไอโร ถ้าใครจะด่าว่าเขาขี้ขลาด คาร์ก็ยอมรับแต่โดยดี

“ข้าอยากให้เจ้ามีความสุขกับใครก็ได้...ที่ไม่ใช่ข้า”

“ทำไม?”

เสียงคำถามแข็งกระด้างไม่น่าฟัง ทั้งมันยังสั่นเครืออย่างรุนแรง ใบหน้าแดงกล่ำน่ารักน่าแกล้งนั่นไม่หลงเหลืออยู่อีกแล้ว มันมีแต่ความเย็นเฉียบที่ฉายออกมาอย่างชัดเจนและรุนแรง คาร์ยกยิ้มในใจ นั่นแหละไอโร มองข้าด้วยสายตาแบบนั้นถูกแล้ว ในเมื่อข้าไม่อาจจะลบความรู้สึกในใจของข้าที่มีต่อเจ้าได้ ข้าก็ต้องทำให้เจ้าเกลียดจนไม่อยากพบหน้าข้า

“ข้าไม่คู่ควร”

“อะไรคือความคู่ควร! ใครเป็นคนวัด ใครเป็นคนวางไว้กันว่าอะไรคู่กับอะไร พระเจ้าเหรอ! นั่นมันก็พ่อเจ้าไม่ใช่หรือไง จะดื้อกับพ่อตัวเองมันยากนักหรือไง เจ้าจะเอาเหตุผลเป็นร้อยเป็นพันมาอ้างกับข้าก็ได้แต่ไม่ใช่เหตุผลปัญญาอ่อนนี่!

ไอโรตะโกนเสียงดังลั่น ไม่สนแม้สักนิดว่าจะมีใครมาพบเข้า เขาผุดลุกขึ้นก่อนจะโน้มตัวไปกระชากคอเสื้อคนตรงหน้าให้ลุกขึ้นมาเผชิญใบหน้ากัน ดวงตาสบดวงตา คู่หนึ่งเรียบนิ่ง คู่หนึ่งเกรี้ยวกาด ไอโรกัดฟันอย่างโกรธเคือง

“ข้าแค่คิดว่าเจ้ากับราชทูตคนนั้นเหมาะสมกันจริงๆ เขาจะดูแลเจ้าได้ เข้าใจในสิ่งที่เจ้าทำ และ...”

“เลิกผลักไสข้าไปหาคนอื่นสักทีเบล”ไอโรว่าขัดเสียงสั่น”เลิกโยนข้าให้คนนั้นคนนี้อย่างหมูอย่างหมาได้แล้ว ข้ามีจิตใจ มีความคิด เจ้ามองเห็นข้าเป็นตัวอะไร”

เมื่อได้ยินเสียงสั่นเครือคาร์ก็อยากยกมือขึ้นปลุกปลอบอีกฝ่าย ยามเห็นดวงตาสีทองสั่นระริกพร้อมหยาดน้ำตาที่กำลังเอ่อก็อยากจะยกมือขึ้นเช็ดอย่างอ่อนโยน ยามเมื่อเห็นไหล่นั้นสั่นราวลูกนกเปียกฝน ก็อยากจะดึงร่างอีกฝ่ายมาโอบกอดให้หายสั่น คาร์มองอย่างกลั้นใจ ละทิ้งความคิดทุกอย่าง เลือกหนทางและคำพูดที่เลวร้ายออกมา เขาเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาที่หางตาอีกฝ่ายเบาๆ

“ที่ผ่านมาก็แค่เรื่องโกหก”

เสียงทุ้มเอ่ยราบเรียบดั่งร่างที่ไร้จิตใจ มือของจักรพรรดิหนุ่มยกขึ้นทัดเส้นผมสีทองกับใบหู

“มันเป็นเพียงแผนการเพื่อเข้าทำลายมนุษย์”

นัยน์ตาสีทองประสานสีฟ้าครามอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ปลายนิ้วอบอุ่นไล้จากลำคอลงมาอย่างเชื่องช้า

“ข้าไม่ได้รักเจ้า”

นัยน์ตาสีทองเหมือนถูกแช่แข็ง แววตาแข็งก้าวอ่อนลงอย่างกับถูกโป่งถูกปล่อยลม มองด้วยตาเปล่าก็รู้แล้วว่าไอโรเชื่อเขาในคำพูดนี้ ไอโรไม่ได้เชื่อเพราะคาร์แสดงดี แต่เชื่อเพราะเหตุผลที่คาร์พูดมันตรงกับความคิดของตนเองต่างหาก ไอโรเชื่อในความคิดของตัวเองมาตั้งแต่แรกแล้วว่าเหตุผลที่คาร์ไม่ยอมมาพบตน...ก็เพราะว่าไม่ได้รัก

“แค่นั้น...ใช่ไหม...”

ราวกับโดนบีบหัวใจอย่างรุนแรง แววตาที่สั่นระริกจนมีน้ำตาเอ่อไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย ไอโรปล่อยมือออกจากคอเสื้อของคาร์ ความรู้สึกเจ็บถาโถมเข้าหาคนทั้งสองอย่างไม่ใครหนีพ้น

“งั้นข้าก็ต้องขอโทษท่านด้วย หากที่ผ่านมาสร้างความเดือดร้อนรำคาญใจแก่ท่านมาโดยตลอด”ไอโรก้มหน้าพูด”แล้วนับตั้งแต่วันนี้หากไม่มีจดหมายเรียกเชิญ ขอท่านอย่ามาที่ปราสาทของข้าอีก เพราะข้าต้องใช้เวลา...”

ร่างของราชาผมทองหมุนตัวเดินออกไปจากที่แห่งนั้น ไม่มีการเหลียวหลังกลับไปมองแม้เพียงหางตา คาร์ทำเพียงมองสม ใบหน้าผุดรอยยิ้มน่าสมเพชขึ้นที่ริมฝีปาก ถ้ารู้ว่าพูดแบบนี้แล้วไอโรจะไปแต่แรก เขาคงยอมทนเจ็บมองหน้าอีกฝ่ายที่ไร้เยือไย แล้วพูดมันออกไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว



+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #1051 2ombIE (@zombie_1182) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 16:54
    เบลลลลลล สลอต ทำไมนายทำแบบนี้ ถ้าไอโรเขาไปมีใหม่จริงๆจะทำไงฮะ!!
    #1051
    1
  2. #1047 Bloody_Mary (@bloody-marry) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 18:30
    ไรท์หาย!กลับมาแต่งต่อด่วนๆ~
    #1047
    0
  3. #1004 parn parn indy (@parn2545) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 11:54
    เบลเอ๊ย....ระวังจะถูกแย่งไปนะ !!!
    #1004
    0
  4. #1003 คุณลม (@lovefanxing) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 / 23:29
    ทำไมเบลมันโง่ขนาดนี้ เราพึ่งรู้ว่ามีภาคต่ออ่ะ ขอบคุณที่แอมไพร์ยังไม่ตาย
    จริงๆแล้วมิคาเอลนี่น่ารักเนอะ 55
    #1003
    0
  5. #1002 mofy (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2558 / 21:02
    เอาให้เบลกระอักเลือดไปเล๊ยยย
    #1002
    0
  6. #1001 KillerKill (@valasmps) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2558 / 14:52
    จงหึงเข้าไปซะ!
    #1001
    0
  7. #999 D182015 (@D182015) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 / 23:51
    เอาให้อิเบลหึงกว่านี้อีกไรท์ หึงจนกระอักเลือดไปเลย
    ให้สมกับที่เป็นเจ้าสลอทตายด้านนัก55555//แค่นี้ยังม่ายสะใจคนอ่าน
    #999
    0
  8. #997 master-ichiyama (@boss-ichiyama) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 / 19:58
    เอาอีกกกกให้เบลหึงไอโรเยอะๆไปเล้ยยยยยยย
    #997
    0