อบูซิมเบล...ตราบดินสิ้นกาล

ตอนที่ 25 : บทห้า: ห้องต้องห้าม! 5/5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 289
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    7 มี.ค. 61

บทห้า: ห้องต้องห้าม! 5/5






Image result for fazza III

พี่เคมของเรา หล่อเหมือนกับหลุดจากจินตนาการมาเลยมั้ยคะ >///<







“มนุษย์ชั่วช้า แม้นเจ้าจักร่ายเวทย์จนสิ้นสุดคัมภีร์แห่งข้า ก็หาทำให้ผู้สร้างเวทย์เยี่ยงข้าสิ้นท่าปราชัยได้หรอก มีเพียงวิถีทางเดียวที่เจ้าจักนำร่างนางผู้นี้ไปได้ จงนำพระคัมภีร์ในมือเจ้ามาแลกเปลี่ยน!

เทพผู้ทรงปัญญาตอกย้ำคำพูดของตนด้วยการร่ายคาถาแบบเดียวกัน ลำแสงพร่างพรายจำนวนมหาศาลจึงมุ่งเข้าฟาดฟันอริอย่างไม่ปรานี มิหนำซ้ำการโจมตีในแต่ละครั้งก็ยังทรงพลังและแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง แม้เคมจะร่ายเวทย์เปลี่ยนลำแสงของตนให้กลายเป็นปราการป้องกันอย่างแน่นหนา แต่ก็ไม่อาจต้านทานอำนาจของจอมเทพธอธได้ เกราะกำแพงจึงค่อยๆ ปริร้าว จนกระทั่งแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ในที่สุด  

เทพธอธแย้มยิ้มอย่างมีชัย พลางยื่นมือหมายจะใช้ลำแสงสีขาวโปร่งที่พุ่งออกมากลายเป็นท่อนแขนเอื้อมไปคว้าพระคัมภีร์กลับคืนสู่มือพระองค์ โดยไม่คิดแยแสคนที่เสียท่าเลยสักนิด แต่จู่ๆ ม้วนปาปิรุสก็เลือนหายไปอีกครั้ง ทำให้เทพผู้คลาดหวังเกิดบันดาลโทสะจนถึงขีดสุด

“ในเมื่อเจ้าดื้อด้านเฉกเช่นนี้ ก็จงอย่าคร่ำครวญกล่าวโทษว่าข้าโหดร้าย จงแดดิ้นสิ้นชีวีไปพร้อมกับคนรักของเจ้าเสียเถิด ข้าในนามแห่งธอธขอให้สัตย์วาจา ข้าจักเมตตาพวกเจ้าทั้งสองเป็นวาระสุดท้าย จักไม่มีผู้ใดรอดพ้นเงื้อมือข้าไปได้ ข้าจักทำลายร่างกายแลคาเพื่อเซ่นสังเวยพวกเจ้าไปสู่ดินแดนแห่งความมืดมิดตราบชั่วกัปชั่วกัลป์!

พอได้ยินดังนั้น เคมจึงยอมคุกเข่าลงบนผืนทรายคล้ายจะยอมจำนน อารียาเดาเอาว่าคงเป็นเพราะเขาไม่อาจทนเห็นร่างกายและดวงวิญญาณของคนรักสาวต้องแตกดับจนไม่เหลือซาก เธอเลยอดซาบซึ้งในความรักอันแน่วแน่ลึกซึ้งจริงใจของเขาไม่ได้ ต่างจากเทพธอธที่เมื่อเห็นท่าทีอ่อนลงของชายหนุ่ม ก็ส่งเสียงหัวเราะหยันแทนการร่ายเวทย์ปลิดวิญญาณ แล้วเอ่ยถาม

“เจ้ายอมศิโรราบต่อเราแล้วใช่ฤาไม่...มนุษย์ผู้โง่เขลา?”

เคมกลับกระตุกยิ้ม ก่อนจะกล่าวอย่างใจเย็น

“หามิได้หรอกเทพผู้ทรงปัญญา ศักดาแห่งข้ามิอาจหาญเทียมท่านก็จริงอยู่ แต่ยังมีบางสิ่งที่มนุษย์โง่เง่าเฉกเช่นข้าเท่านั้นจักพึงทำได้ แลเป็นสิ่งเดียวที่องค์เทพผู้สูงส่งเฉกเช่นท่านปรารถนาอยู่ร่ำไป นั่นคือคำสวดบูชาแห่งแรงศรัทธาเช่นใดเล่า” แล้วสองมือของคนพูดก็ยกขึ้นเหนือศีรษะแสดงความเทิดทูน พลางกล่าว “ข้าขอวิงวอนต่อองค์เทพผู้ชั่วร้ายเจ้าแห่งพายุ แม้นพระองค์กระหายสิ่งใด ต่อให้ปรารถนาวิญญาณของข้า ข้าก็ยอมสละ ขอเพียงพระองค์ปกปักดวงวิญญาณแลกายสังขารของหญิงผู้เป็นที่รักแห่งข้าด้วยเถิด บุตรแห่งคาโรเอมุตนามเคมขอยอมเป็นทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ แลเฝ้าสวดสรรเสริญบูชาอำนาจแด่องค์เทพเซธทุกชาติภพไป...”

อารียาเบิกตาโตอย่างตื่นตะลึง เมื่อท้องฟ้าและผืนทรายที่เคยสงบนิ่ง ไม่มีแม้แต่แรงลมวูบไหว กลับมีมวลอากาศรวมตัวก่อเกิดเป็นพายุหมุนลูกใหญ่ตรงเข้าโอบล้อมพัดพาเอาร่างที่ไร้วิญญาณให้มาอยู่ในใจกลาง ก่อนจะเคลื่อนคล้อยนำพาร่างของเมริตออกสู่แม่น้ำไนล์ สร้างความปิติยินดีให้แก่เคมจนเผลอคลี่ยิ้มสะใจออกมา

“ปล่อยมือจากนางเสียเซธ! จงอย่ายื่นมือเข้ามาสอด หาไม่แล้วเจ้าจักต้องเสียใจ!

ดูเหมือนท่าทางฉุนเฉียวที่เทพธอธแสดงออกจะไม่มีผลต่อเทพผู้มีฉายาเซธสักเท่าไร เพราะนอกจากพายุหมุนลูกนั้นจะไม่ยอมหยุดแล้ว ยังกลับหมุนวนด้วยความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ราวกับองค์เทพแห่งความวิบัติจงใจแสดงอิทธิฤทธิ์ให้เทพผู้ทรงปัญญากริ่งเกรง ร่างของเมริตเริ่มลอยออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆ เทพธอธจึงร่ายคาถาพยายามหยุดคลื่นลมปั่นป่วนลูกนั้นเอาไว้ให้จงได้

“เจ้าคิดว่าศักดาแห่งเจ้าจักหยุดยั้งฤทธาแห่งข้าได้เฉกเช่นนั้นฤา...ทาสรับใช้ผู้น่าชิงชัง”

จู่ๆ ก็มีน้ำเสียงทรงอำนาจกล่าวขึ้นมาลอยๆ โดยที่อารียาเองก็ไม่รู้ว่าต้นเสียงนั้นมาจากทิศทางใด แต่เธอมั่นใจว่าจะต้องเป็นเสียงขององค์เทพเซธที่กล่าวเยาะเย้ยศัตรูอย่างแน่นอน

“ข้าหาได้ขลาดเขลาหวั่นเกรงเจ้าไม่...เซธ” เทพธอธกล่าวเสียงกร้าว แล้วเอ่ยวอนขอพลังอำนาจแด่มหาเทพที่ตนรับ “ด้วยฤทธาแห่งมหาเทพโอซิริสผู้ยิ่งใหญ่เหนือทวยเทพ แลโอรส...เทพฮอรัส ที่ข้ายินยอมพร้อมใจรับใช้ใกล้ชิด โปรดแผ่ไพศาลฤทธามาสู่ข้าให้กำราบจอมเทพผู้โอหัง ต้นกำเนิดแห่งความชั่วร้ายแลวิบัติด้วยเถิด”

คำกล่าวของเทพธอธสัมฤทธิ์ผล เมื่อผู้ที่ตกเป็นรองสามารถเพิ่มพลังอำนาจเปล่งลำแสงเรืองรองอันสว่างไสวออกไปห้อมล้อมทัดทานการหมุนของคลื่นลม ฤทธาแห่งเซธจึงพลันอ่อนแรง กระทั่งพายุหมุนหยุดลง ร่างที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศจึงตกลงสู่แม่น้ำไนล์

เคมรับรู้ได้ถึงหายนะ จึงเอ่ยอ้อนวอนต่อเทพแห่งผืนน้ำในทันใด ด้วยความอุตสาหะจะปกป้องยอดดวงใจของเขาให้จงได้

“โอ้...โซเบคผู้เมตตา โปรดฟังความปรารถนาแห่งข้าสักหน เมริตหาได้มีความผิดบาปอันใด นางเป็นเพียงสตรีบริสุทธิ์ผู้มีน้ำใจไมตรีหยิบยื่นความช่วยเหลือชายชั่วช้าเฉกเช่นข้า แล้วไยเทพธอธจึงเหี้ยมหาญไร้ความปรานี ยื่นโทษทัณฑ์ฉกาจฉกรรจ์แด่นางด้วยเล่า ขอท่านโปรดสงเคราะห์อุ้มชูนางด้วยเถิด”

เงียบ...

ทุกอย่างรอบกายชายหนุ่มยังคงเป็นไปตามปกติ ไม่มีความเคลื่อนไหวใดทำให้เคมรับรู้ได้เลยว่าเทพแห่งท้องน้ำให้ความเอื้ออารี มีเพียงเสียงร่ายเวทย์กึ่งหัวเราะหยันของธอธเท่านั้นที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาท ไม่นานร่างของเมริตที่นอนนิ่งอยู่ในสายนทีไม่ไหลทวนก็ค่อยๆ โผล่ขึ้นเหนือน้ำ หมดสิ้นหนทางที่เขาจะช่วยเหลือคนรักเอาไว้ได้

เคมคุกเข่า ทุบกำปั้นลงบนผืนทรายด้วยความขุ่นแค้น พลางก้มหน้าร่ำไห้อย่างจนปัญญา ตระหนักได้ว่าแรงอธิษฐานของเขายังไม่แกร่งกล้าเพียงพอ ทวยเทพจึงไม่แยแสหยิบยื่นความช่วยเหลือเกื้อกูลมาสู่ เขาจึงตัดสินใจพร่ำเอ่ยวิงวอนต่อองค์เทพทั้งสองอีกครา

“องค์เทพผู้มีดวงจิตเมตตาอารีดุจมหานทีกว้างใหญ่ แลเทพเจ้าแห่งความชั่วร้ายทั้งมวลผู้ทรงฤทธา โปรดสดับรับฟังคำอ้อนวอนสุดท้ายแห่งข้า ขอพายุจงโหมกระหน่ำ สายธาราจงเชี่ยวกราก โปรดช่วยร่วมแรงแข็งขันเร่งนำร่างของนางพร้อมวิญญาณพ้นจากเงื้อมมือแห่งธอธด้วยเถิด ข้ามายิกหนุ่มนามเคม ขอสาปส่งตัวเองเพื่อเป็นเครื่องสังเวยเซ่นสรวงบูชาแด่องค์เทพทั้งสอง แม้นกี่ชาติภพ ข้าจักขออยู่อย่างเดียวดายในรูปกายทรลักษณ์ เพื่อเฝ้าผืนทรายอันมีไนล์ไหลเคียง ไม่ว่ามันผู้ใดมุ่งร้ายทำลายผืนดินและผืนน้ำอันอุดมสมบูรณ์แห่งนี้ หากแม้นได้เห็นใบหน้าข้า มันผู้นั้นจักต้องหวาดผวา อกสั่นขวัญสะพรึงจนมิกล้าต่อกร ข้าผู้สาบานตนเป็นทาสรับใช้แด่องค์เทพทั้งสองจักขอมอบกายถวายชีวีพร่ำสวดภาวนา ดูแลแผ่นดินทองอันล้ำค่า เสมอเหมือนกับสายน้ำแลพายุช่วยปกปักรักษากายาแลดวงวิญญาณของนางผู้เป็นดั่งดวงใจแห่งข้า”

อารียามองชายหนุ่มที่นั่งทรุดตัวลงด้วยความทุกข์ระทมแล้วยิ่งสงสารเขาจับใจ นึกอยากให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับเขาบ้างสักครั้ง...

วิว...วิ้ว...

หญิงสาวได้ยินเสียงของสายลมพัดผ่านโชกเอื่อย ก่อนที่จู่ๆ จะพลันโหมกระพือขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงบนท้องฟ้ามืดทมิฬ ซ้ำยังหอบเอาดินทรายขึ้นไปรวมตัวกับพายุ มองแล้วคล้ายกับยักษ์ที่เฝ้าดินแดนทะเลทรายผู้น่าพรั่นพรึง คลื่นลมพัดอย่างบ้าคลั่งยังโหมกระหน่ำทำให้สายน้ำที่หยุดนิ่งกลับไหลเชี่ยว หมุนวน คลื่นสูง กลายเป็นมหานทีวิปโยค ร่างของหญิงสาวที่ถูกอำนาจแห่งธอธครอบงำจึงขาดสะบั้น แล้วจมดิ่งหายลงไปในห้วงธาราดังเดิม

เคมยิ้มกว้างที่คำร้องขอของเขาได้รับการตอบรับจากองค์เทพทั้งสอง ก่อนจะหลับตาลงอย่างโล่งใจ ไม่ว่าธอธจะพิโรธหรือปรารถนาจะฉีกร่างเขาสักกี่ร้อยกี่พันหน เคมก็ไม่หวั่นเกรงความเจ็บปวดทุกข์ทรมานที่กำลังจะเกิดขึ้น เขายังคงนั่งคุกเข่าอยู่เช่นเดิม เอาแต่งึมงำอะไรบางอย่าง อารียาเพิ่งจะเข้าใจก็ตอนที่หันไปมองคนข้างกายเอ่ยออกมาตรงกับคำพูดของมายิกหนุ่มทุกคำ

“เมริต...ผู้เป็นดวงใจแลยอดปรารถนาแห่งข้า ขอเจ้าจงอดทนเฝ้ารอวันที่เราทั้งสองจักได้พานพบกันอีกครา สายธาราแลพายุจักนำพาเจ้ากลับคืนมาหาข้า ชายชั่วช้าผู้มีร่างกายรับใช้แด่องค์เทพ ทว่ามีหัวใจไว้เพื่อรอคอยยอดรักเฉกเช่นเจ้าเพียงเท่านั้น”

พอสิ้นเสียง ร่างของเคมก็ถูกคาถาแห่งจอมเทพซัดใส่กระเด็นไปไกลตามเพลิงพิโรธแห่งธอธ เช่นเดียวกับพวกเธอที่จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนพลอยฟ้าพลอยฝนถูกฤทธิ์เดชของเทพเรืองปัญญาผลักกระเด็นด้วยเช่นกัน หลังจากนั้นภาพในหัวก็ดับมืดลงก่อนจะพลันสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง หญิงสาวรีบเหลียวซ้ายแลขวามองหาคนเจ็บด้วยความเป็นห่วง อยากรู้ว่าอาการของเขาเป็นยังไงบ้าง แต่กลับไม่มีภาพผืนทรายและวิหารใหญ่ตรงหน้าเธออีกแล้ว เหลือเพียงหีบศพศิลาสองใบและกำแพงหนาทึบทั้งสี่ด้านดังเดิม อารียาจึงหันไประดมคำถามใส่คนที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์กับเธอมาโดยตลอด

“คุณก็เห็นเหมือนที่ฉันเห็นใช่ไหมคะ นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมผู้ชายคนนั้นต้องทำร้ายผู้ชายที่หน้าคล้ายคุณด้วย แล้วคุณกับเขาเป็นอะไรกัน...”

“ผมจะคุยเรื่องนี้กับคุณก็ต่อเมื่อ...รุ่งอรุณแห่งวันใหม่มาเยือนเท่านั้น!

ผู้ชายเงียบขรึมที่เต็มไปด้วยปริศนากล่าวตัดบท ไม่ยอมไขข้อข้อใจใดๆ ทั้งสิ้น ก่อนจะดันหลังเธอให้เดินออกไปจากที่นี่ โดยไม่ฟังเสียงทัดทานและแรงแข็งขืนจากเธอเลยสักนิด


--------------------------------------------------------------------------------------------------------

ใครต้องการผ้าเช็ดหน้าบ้างมั้ยคะ

ไรเตอร์เตรียมไว้ให้สาวๆ ที่สงสารพี่เคมซับน้ำตาแล้ว

โถถถถถถถถถถ พ่อคุณของไรฯ ทำไมถึงได้หล่อ น่ารัก รักเดียวใจเดียว แสนดีแบบเน้

ยังงี้สาวๆ ก็รักพี่เคมตายเลยสิคะ จริงมั้ยๆๆๆๆๆ

ตอนหน้ามาตามโศกนาฎกรรมรักครั้งนี้กันต่อค่ะ

หลังจากช่วยร่างของเมริตไม่ให้แตกดับได้แล้ว พี่เคมของสาวๆ จะเป็นยังไงต่อไป

จะโดนเทพธอธเล่นงานรึเปล่า?

หรือว่าจะเทพเซธจะยอมใจดีช่วยพี่เคม??

ห้ามพลาดนะคะ!!!



ใครที่อ่านแล้วชอบเรื่องแนวนี้ อย่าลืมกด fav. ติดตามกันไว้นะคะ

จะได้รู้ความเคลื่อนไหว อัปเดตอ่านนิยายก่อนใคร

ยิ่งถ้าช่วยแชร์ ช่วยเมนต์ เมาส์มอยกับไรเตอร์บ้างก็ยิ่งขอบคุณค่า


ใครใจร้อนไม่อยากรอ หรืออยากฟินรวดเดียวจบ
หาโหลดได้แล้วนะคะในรูปแบบ E-book
ราคาย่อมเยาว์ค่าาาา
อบูซิมเบล...ตาบดินสิ้นกาล
ชมจันท์
www.mebmarket.com
ตราบดินสิ้นกาล ตราบนั้นหัวใจฉันยังคงอยู่ เพื่อ...มอบรักแท้แด่เธอเพียงผู้เดียว มิเคยแปรผัน‘อบูซิมเบล’ วิหารแห่งรักแท้อันยิ่งใหญ่และมั่นคงของจอมฟาโรห์ผู้เกรียงไกรไม่แตกต่างกันเลยสักนิดกับหัวใจของเขาที่มอบให้แด่นางผู้เป็นที่รักสถานที่แห่งนี้คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้รู้จักความรัก พลัดพราก และเฝ้ารอคอยให้ เมริต กลับคืนมาสู่อ้อมอกนี้อีกครา... “แม้นพายุจักโหมกระหน่ำ ธาราจักเชี่ยวกราก แต่หัวใจแห่งพสุธายังคงอยู่ เพื่อรอวันสิ้นกาล”เสียงโหยหาอาดูรที่ดังก้องอยู่ภายในหัวของ อารียา หลังประสพอุบัติเหตุเครื่องบินตกยังไม่น่าประหลาดใจเท่ากับใบหน้าคมคายที่เธอฟื้นขึ้นมาพบอาหเมส บินรา เคม โวเซอร์ เจ้าของคฤหาสน์หลังงามกลางผืนทราย ใกล้วิหารศักดิ์สิทธิ์อันเลืองลือ เขาเป็นผู้ช่วยชีวิตเธอไว้ หนำซ้ำยังมีหน้าตาเหมือนชายในฝันราวกับพิมพ์เดียวจะผิดแผกก็ตรงผิวกายขาวซีดและดวงตาสีแดงเพลิงข้างหนึ่งที่มิใช่ยิ่งไปกว่านั้น...เขายังชอบทำตัวเคร่งขรึมเย็นชา ลึกลับ น่าสงสัยจนเธออดหวาดหวั่นมิได้ว่า การที่เขากักตัวเธอเอาไว้มีจุดประสงค์แอบแฝงหรือไม่!แล้ว ‘ความลับ’ ที่ว่า มันเกี่ยวพันกับโชคชะตาของเธออย่างไรกันแน่...?




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

18 ความคิดเห็น

  1. #18 ชมจันท์ / ณวภร (@lucky-poppy) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:44
    โอ๋ๆๆๆ อย่างอนน้า
    มาลงต่อให้แล้วค่า
    #18
    0
  2. #17 EraEthan (@EraEthan) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:41
    น่าติดตามดีค่ะ
    #17
    3
    • #17-2 EraEthan (@EraEthan) (จากตอนที่ 25)
      16 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:46
      มาได้แล้วน่า รอทุกวันเลยเนี้ย
      #17-2
    • #17-3 ชมจันท์ / ณวภร (@lucky-poppy) (จากตอนที่ 25)
      17 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:47
      มาลงต่อให้แล้วน้า อย่างอนไรฯนะคะ
      #17-3