อบูซิมเบล...ตราบดินสิ้นกาล

ตอนที่ 37 : บทแปด: ความเปลี่ยนแปลงในใจ 2/5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 130
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    6 พ.ค. 61


บทแปด: ความเปลี่ยนแปลงในใจ 2/5






Related image







หญิงสาวถอนหายใจ รู้สึกสับสนมึนงงกับสายสัมพันธ์ของบรรดาทวยเทพแห่งอียิปต์เสียเหลือเกิน แต่เหนือสิ่งอื่นใดเธออดสงสารเห็นใจเทพผู้ที่ใครๆ ต่างก็เดียดฉันท์ไม่ได้ เธอเชื่อว่าจริงๆ แล้วพระองค์ทรงให้ความช่วยเหลือเคมมากกว่าเหตุผลที่ทรงโกรธแค้นเหล่าเทพทั้งสาม ความที่พระชายาของพระองค์ทรงปันพระทัยให้แก่พระเชษฐาจนเป็นเหตุให้เลิกร้าง คงสร้างความเจ็บปวดร้าวรานพระหฤทัยอย่างหาที่สุดมิได้ เทพเซธจึงน่าจะรู้จักพิษสงของความรักและการพลัดพรากดีกว่าใคร เหมือนกับคำที่องค์เทพโซเบคเคยเอ่ยแก่พระองค์ในนิมิตของเธอเป็นครั้งแรกว่า

ข้ามิใคร่เห็นชอบ...แม้นปากท่านจักเอื้อนเอ่ยเชือดเฉือน แต่ข้าหมายมั่นว่าเบื้องลึกในดวงจิตของท่านยังมีเมตตาหลงเหลืออยู่บ้าง ด้วยคงไม่มีผู้ใดประจักษ์แจ้งในความเจ็บปวดแห่งแรงสิเน่หาเสมอเหมือนท่าน ผู้เคยลิ้มรสมันมาแล้วมิใช่หรือ...พระอนุชาแห่งโอซิริส?

พระองค์จึงทรงยื่นมือสงเคราะห์ผู้ที่กำลังจะประสบกับความทุกข์ระทมเฉกเช่นเดียวกับพระองค์ด้วยความปรานี

แม้ใครจะว่าขานถึงพระองค์ว่าเป็นเทพแห่งความวิบัติผู้ทรงโหดร้าย แต่เธอกลับนึกยกย่อง อย่างน้อยพระองค์ก็ยังทรงมีความเมตตาหลงเหลืออยู่ในจิตใจ ต่างกับเทพธอธที่ได้ชื่อว่าเป็นเทพแห่งความดี แต่กลับพระทัยร้ายลงทัณฑ์เคมอย่างหนักหนาสาหัสจนเกินควร

อารียานึกปลงตกว่าในโลกนี้ไม่มีใครดีและร้ายไปทั้งหมด แม้กระทั่งเทพเจ้า ก่อนจะเหลือบมองคนที่มีดวงตาต่างสีและผิวพรรณขาวซีดเหมือนกับเทพเซธด้วยความเห็นอกเห็นใจไม่ได้อีกครา หากเขาคือชายที่ต่อสู้กับเทพธอธในอดีตจริง เธอก็มองเห็นอะไรบางสิ่งข้างในมากกว่าลักษณะอัปมงคลบนร่างกายภายนอกของคนตรงหน้า ชายหนุ่มผู้นี้มีความรักที่แน่วแน่มั่นคงหนักหนา ยอมเสียสละตัวเองเพื่อผู้หญิงที่เขารักโดยไม่หวั่นเกรงความเจ็บปวดใดๆ ทั้งสิ้น

ความรัก...ทำให้บุรุษทั้งสองผู้มีรูปกายเป็นที่น่าหวาดผวาดูน่าเข้าใกล้

ความรัก...ทำให้องค์เทพที่ถูกใครต่อใครต่างขนานนามว่าเป็นเทพแห่งความชั่วร้ายดูอ่อนโยนขึ้นทันตา

และเพราะความรัก...ทำให้ใครบางคนยอมอุทิศตนให้กับความโดดเดี่ยวเดียวดาย เพื่อเฝ้ารอวันที่หัวใจของเขาจะกลับคืนมาดังเดิม

เวลากว่าสามพันปีของเคมคงผ่านไปอย่างมีค่า หากเขาได้พบว่าเมริตอยู่ตรงหน้า และเธอก็คือผู้หญิงที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับหญิงสาวในนิมิต ดูเหมือนเคมจะปักใจเชื่อไปแล้วว่าเธอคือคนรักจากอดีตชาติที่เดินทางกลับมาหาเขาอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่เพียรหว่านล้อมให้เธอหลงรักที่นี่และใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเขา ซ้ำเมื่อวานก็ยังย้ำถามเธออีกว่ารู้สึกคุ้นกับเรื่องที่เขาเล่าบ้างไหม แล้วเธอจะกล้าตอบกลับไปได้อย่างไรกันล่ะว่า นอกเหนือจากความฝันที่เธอเห็นพร้อมกับเขาแล้ว ในสมองของเธอมีแต่ความว่างเปล่า ไม่มีความทรงจำในสิ่งที่เขาเล่ามาเลยสักนิด!

ไม่ใช่ว่าหญิงสาวรังเกียจเขา ตรงกันข้ามเธอคิดว่ามันคงจะวิเศษมาก หากตัวเองคือหญิงสาวผู้โชคดีได้รับความรักอย่างเต็มเปี่ยมจากผู้ชายที่มีหัวใจไว้เพียงเพื่อเธอคนเดียวเท่านั้น เพราะเธอเองก็รู้ซึ้งถึงความอ้างว้างเปล่าเปลี่ยว หัวใจเฝ้าร่ำร้องโหยหาใครบางคนเหมือนกับเขามาตลอด เพียงแต่เธอไม่รู้ว่าเขาคนนั้นคือผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าหรือไม่ และอารียาก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าตัวเองคือเมริตที่เคมเฝ้ารอคอยด้วยใจมุ่งหวัง

ลำพังเพียงแค่เธอมีแผ่นไม้แกะสลักที่เคยเป็นชิ้นส่วนเดียวกับของเขา ซึ่งหากจะกล่าวกันตามจริง แม้หญิงสาวจะรู้สึกว่ามีบางสิ่งที่ผูกพันเธอกับมันไว้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอซื้อมันมาโดยบังเอิญ ไม่ได้ตั้งเป้าตามหาสมบัติของตัวเองในอดีตอย่างที่เขากำลังทำอยู่

ที่สำคัญแม้จะมีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นกับเธอ แล้วอารียาก็ยอมรับว่ามันเกี่ยวเนื่องกับชายหนุ่มอย่างมาก แต่ถ้าหากเธอจะสามารถฟื้นความทรงจำในอดีตได้ หรือพอจะนึกเหตุการณ์ใดออกบ้าง หรือไม่ก็มีองค์เทพมาปรากฏกายนิรมิตให้เธอเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตตามที่เคมเล่ามา หญิงสาวก็คงไม่ต้องลังเลใจเช่นนี้ เธอจะบอกกับเขาทันทีว่าตัวเองนี่แหละคือเมริต แต่ในความเป็นจริงเธอกลับนึกอะไรไม่ออกเลย ไม่มีความรู้สึกนึกคุ้น ไม่มีแม้แต่ภาพในหัวเหมือนอย่างที่ผ่านๆ มา

จะเป็นไปได้ไหมว่า...ตลอดเวลาที่เธอฝันเห็นสังหรณ์แห่งองค์เทพ เป็นเพราะเธอครอบครองแผ่นไม้ที่เป็นของเมริตในอดีตชาติอยู่ ไม่เกี่ยวกับการที่เธอและหล่อนมีใบหน้าเหมือนกันจนมีจิตสัมผัสสื่อถึงกันได้ ถ้าเมริตกับอารียาคือคนละคนกัน มันก็จะสามารถอธิบายได้ว่าเหตุใดเธอจึงเห็นนิมิต แต่ไม่อาจระลึกถึงเรื่องราวในอดีตของตัวเองได้เลย

--------------------------------------------------------------------------------------------------------

2 อาทิตย์ที่ผ่านมาเป็น 2 อาทิตย์ที่สาหัสสำหรับไรฯมากเลยค่า

นอกจากจะเจอพายุ ฝนฟ้าตกไม่ลืมหูไม่ลืมตาจนร้านค้าเงียบเหงา ลูกค้าหายตามฝนแล้ว

พายุยังหอบเอาหลังคาบ้านไรฯ ไปด้วย

ไรฯก็เลยต้องซ่อมหลังคาวนไป... 

ถ้าแค่นั้นยังพอทำใจ แต่นี่ห้องที่หลังคาหายดันเป็นห้องหนังสือนี่สิคะ

สาวๆ ลองคิดสภาพหนังสือสุดรักสุดหวงเปียกน้ำเป็นร้อยเล่มดู จะเข้าใจหัวอกไรฯ ค่ะ ฮือๆๆๆๆ

ไรฯเลยต้องเสียเวลาซ่อมหนังสือที่เปียกด้วย ขายของด้วย แทบไม่มีเวลาแตะนิยายเลยค่ะ

วันนี้ทุกอย่างเริ่มเข้าที่แล้ว ไรฯเลยแอบมาแวะลงนิยายให้สาวๆ หายคิดถึงกัน

ถ้าช่วงนี้ไรฯลงนิยายช้าไปนิด อย่าเพิ่งงอนกันนะคะ

เก๊าขอโทษษษษษษษ (โหมดออดอ้อนขอความเห็นใจ)



ใครที่อ่านแล้วชอบเรื่องแนวนี้ อย่าลืมกด fav. ติดตามกันไว้นะคะ

จะได้รู้ความเคลื่อนไหว อัปเดตอ่านนิยายก่อนใคร

ยิ่งถ้าช่วยแชร์ ช่วยเมนต์ เมาส์มอยกับไรเตอร์บ้างก็ยิ่งขอบคุณค่า


ใครใจร้อนไม่อยากรอ หรืออยากฟินรวดเดียวจบ
หาโหลดได้แล้วนะคะในรูปแบบ E-book
ราคาย่อมเยาว์ค่าาาา
อบูซิมเบล...ตาบดินสิ้นกาล
ชมจันท์
www.mebmarket.com
ตราบดินสิ้นกาล ตราบนั้นหัวใจฉันยังคงอยู่ เพื่อ...มอบรักแท้แด่เธอเพียงผู้เดียว มิเคยแปรผัน‘อบูซิมเบล’ วิหารแห่งรักแท้อันยิ่งใหญ่และมั่นคงของจอมฟาโรห์ผู้เกรียงไกรไม่แตกต่างกันเลยสักนิดกับหัวใจของเขาที่มอบให้แด่นางผู้เป็นที่รักสถานที่แห่งนี้คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้รู้จักความรัก พลัดพราก และเฝ้ารอคอยให้ เมริต กลับคืนมาสู่อ้อมอกนี้อีกครา... “แม้นพายุจักโหมกระหน่ำ ธาราจักเชี่ยวกราก แต่หัวใจแห่งพสุธายังคงอยู่ เพื่อรอวันสิ้นกาล”เสียงโหยหาอาดูรที่ดังก้องอยู่ภายในหัวของ อารียา หลังประสพอุบัติเหตุเครื่องบินตกยังไม่น่าประหลาดใจเท่ากับใบหน้าคมคายที่เธอฟื้นขึ้นมาพบอาหเมส บินรา เคม โวเซอร์ เจ้าของคฤหาสน์หลังงามกลางผืนทราย ใกล้วิหารศักดิ์สิทธิ์อันเลืองลือ เขาเป็นผู้ช่วยชีวิตเธอไว้ หนำซ้ำยังมีหน้าตาเหมือนชายในฝันราวกับพิมพ์เดียวจะผิดแผกก็ตรงผิวกายขาวซีดและดวงตาสีแดงเพลิงข้างหนึ่งที่มิใช่ยิ่งไปกว่านั้น...เขายังชอบทำตัวเคร่งขรึมเย็นชา ลึกลับ น่าสงสัยจนเธออดหวาดหวั่นมิได้ว่า การที่เขากักตัวเธอเอาไว้มีจุดประสงค์แอบแฝงหรือไม่!แล้ว ‘ความลับ’ ที่ว่า มันเกี่ยวพันกับโชคชะตาของเธออย่างไรกันแน่...?





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

18 ความคิดเห็น