อบูซิมเบล...ตราบดินสิ้นกาล

ตอนที่ 9 : บทสอง : ชายผู้มีดวงตาสองสี 4/5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 465
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    7 มี.ค. 61



บทสอง : ชายผู้มีดวงตาสองสี 4/5

               




อารียาส่งยิ้มให้กับสาวใช้ที่เจ้าของคฤหาสน์ส่งมาช่วยดูแลเธอระหว่างพักอาศัยอยู่ที่นี่ ฮาซิน่า...เด็กสาววัยสิบเจ็ดปีทำให้เธอประหลาดใจหลายอย่าง นอกจากหล่อนจะพูดจาฉะฉาน หน้าตาสะสวยตามแบบฉบับสาวอาหรับแล้ว ยังสามารถพูด ฟัง อ่าน เขียนภาษาอังกฤษได้อย่างชำนาญ แถมมีความรู้หลายด้าน ทำงานคล่องแคล่วว่องไว ราวกับได้รับการอบรมฝึกฝนมาเป็นอย่างดี อารียาจึงสื่อสารกับหล่อนได้ง่าย

“ทำไมเธอถึงมาเป็นสาวใช้ล่ะฮาซิน่า?”

อารียาเอ่ยถาม ขณะมองหล่อนจัดวางสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นบนโต๊ะเครื่องแป้งที่ตกแต่งด้วยศิลปะในสไตล์มุสลิมให้แก่เธอ เด็กสาวจึงรีบวางมือ หันมาฉีกยิ้ม เต็มใจตอบโดยทันที

“เพราะว่าบ้านฮาซิน่าเป็นข้ารับใช้ตระกูลโวเซอร์ของนายท่านมาตั้งแต่รุ่นปูรุ่นย่าแล้วละคะ”

“แต่เธอดูฉลาด มีความสามารถ แถมยังสวยมากด้วย ทำไมถึงไม่ไปทำงานอื่นที่มันดีกว่านี้ล่ะ” อารียาแนะอย่างนึกเสียดาย

อีกฝ่ายกลับส่ายหน้าปฏิเสธ พร้อมทั้งอธิบาย เมื่อเห็นปมเล็กๆ ที่ขมวดกันอยู่บนหัวคิ้วของเธอ

“ฮาซิน่าเนรคุณนายท่านแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ เพราะความรู้ความสามารถพวกนี้เป็นสิ่งที่นายท่านมอบให้ นายท่านจ้างครูฝรั่งมาสอนพวกเราค่ะ พวกลูกหลานที่พ่อแม่รับใช้มาตั้งแต่รุ่นนายใหญ่คาวิต...บิดาของนายท่าน นายท่านก็ส่งเสียให้ได้รับการศึกษาเล่าเรียนกันเกือบทุกคนค่ะ”

คนฟังพยักหน้า เพราะเหตุนี้นี่เองที่ทำให้สาวใช้อย่างหล่อนมีความรู้ความสามารถจนน่าทึ่ง แต่เหนือสิ่งอื่นใด อารียารู้สึกอัศจรรย์ใจกับการกระทำของ นายท่าน ที่ฮาซิน่ากล่าวถึงมากกว่า ไม่น่าเชื่อว่าภายใต้สีหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึกและท่าทางเคร่งขรึมครามครันนั้นจะซ่อนความเอื้อเฟื้ออารีเอาไว้มากมายเหลือคณา การที่เธอได้รับความอนุเคราะห์จากเขาอย่างเต็มที่ ก็คงเป็นเพราะนิสัยชอบช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์แบบนี้ด้วยกระมัง

หญิงสาวพลันรู้สึกดีกับเขามากขึ้นอีกอักโข ความหวั่นเกรงที่เคยมีก่อนหน้านี้ก็เริ่มลดน้อยถอยลง เธอคงตัดสินเขาที่รูปกายภายนอกไม่ได้เสียแล้วละ ถึงแม้ว่าเขาจะมีเชื้อสายใกล้เคียงกับบิดาของเธอ แต่อารียาชักจะเชื่อนิดๆ เสียแล้วว่าเขาไม่น่าจะมีนิสัยป่าเถื่อนโหดร้ายเหมือนกับญาติทางฝ่ายบิดาหรอก ริมฝีปากบางอิ่มจึงแย้มยิ้มน้อยๆ อย่างโล่งใจ

ระหว่างที่เธอกำลังนึกถึงเรื่องของผู้เป็นประมุขใหญ่ในเคหสถานแห่งนี้ สาวใช้ก็ทำงานของหล่อนเสร็จเรียบร้อยพอดี จึงหันมากล่าว

“ฮาซิน่าจัดของให้คุณหมดแล้วนะคะ เสื้อผ้าอยู่ในตู้ ส่วนครีมบำรุงผิวฮาซิน่าจัดเรียงเอาไว้บนนี้ให้เรียบร้อยแล้ว ถ้าคุณเหนียวตัวอยากจะอาบน้ำ ก็สามารถใช้ห้องที่อยู่ในนี้หรือจะไปว่ายน้ำเล่นที่สระในร่มก็ได้ค่ะ นายท่านอนุญาตให้คุณไปใช้ได้เป็นกรณีพิเศษ หรือถ้าคุณต้องการครีมบำรุงผิวชนิดไหนเพิ่ม บอกฮาซิน่าได้เลยนะคะ ฮาซิน่าจะหามาวางให้บนโต๊ะเครื่องแป้งอีก แสงแดดตอนกลางวันของที่นี่แรงมาก คุณจึงควรจะบำรุงผิวให้มากหน่อย ฮาซิน่าเสียดายผิวสวยๆ ของคุณค่ะ กลัวว่ามันจะหยาบกร้านดำคล้ำเอาเสียก่อน”

หญิงสาวยิ้มรับในความหวังดี ก่อนจะบอกความต้องการของเธอ

“ขอบใจจ้ะ แต่เท่าที่เธอเอามาวางไว้ให้มันก็มากพอแล้ว ฉันไม่ต้องการอะไรเพิ่มหรอก แค่ขอใช้โทรศัพท์ติดต่อกลับไปที่บ้านหน่อยได้ไหมจ๊ะ ป่านนี้ครอบครัวของฉันคงจะเป็นห่วงแย่แล้ว”

“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ฮาซิน่านี่สะเพร่าจริงๆ นายท่านย้ำเรื่องนี้กับฮาซิน่าไว้ตั้งแต่ก่อนออกไปตรวจงานแล้วละค่ะ” สาวใช้โค้งกายคำนับเธออย่างรู้สึกผิด ที่บกพร่องต่อหน้าที่สำคัญซึ่งผู้เป็นนายกำชับไว้ พร้อมกับเอ่ยถาม “ว่าแต่คุณหิวรึยังคะ ฮาซิน่าให้แม่ครัวเตรียมสำรับไว้สำหรับคุณเรียบร้อยแล้ว”

อารียายังไม่ทันตอบ เสียงท้องร้องก็ดังแข่งขึ้นมาทันที เธอคงไม่ต้องพูดแล้วละมั้ง เพราะฮาซิน่าได้รับคำยืนยันจากเสียงที่ดังโครกครากเป็นอย่างดี หญิงสาวจึงเพียงส่งยิ้มบางๆ ด้วยความกระดากอาย รอจนสาวใช้กล่าวออกมาเอง

“ฮาซิน่าว่าตัวเองต้องรีบยกสำรับมาแล้วละค่ะ แล้วเดี๋ยวฮาซิน่าค่อยต่อโทรศัพท์กลับไปเมืองไทยให้ หลังจากที่คุณทานอิ่มแล้วดีกว่านะคะ”

“ขอบใจจ้ะ” อารียาบอกสั้นๆ

จากนั้นเด็กสาวก็เดินออกไปจากห้อง เพื่อทำหน้าที่ตามที่ได้บอกกล่าวกับเธอไว้




--------------------------------------------------------------------------------------------------------

ในที่สุดนางเอกของเราก็ติดกับพระเอกเข้าจนได้

ถูกรั้งตัวเอาไว้แบบนี้จะได้กลับไปบ้านอีกมั้ยไม่รู้

รู้แต่ว่า...พี่เคมเขาเตรียมความหวานมาอ้อยนางเอกของเราแบบไม่ยั้ง 

งานนี้กะเอาให้เบาหวานขึ้นกันไปข้างเลยทีเดียว 555

ใครที่เสพติดความหวานห้ามพลาดเด็ดขาดเลยน้าาาาา


ใครที่อ่านแล้วชอบเรื่องแนวนี้ อย่าลืมกด fav. ติดตามกันไว้นะคะ

จะได้รู้ความเคลื่อนไหว อัปเดตอ่านนิยายก่อนใคร

ยิ่งถ้าช่วยแชร์ ช่วยเมนต์ เมาส์มอยกับไรเตอร์บ้างก็ยิ่งขอบคุณค่า


ใครใจร้อนไม่อยากรอ หรืออยากฟินรวดเดียวจบ
หาโหลดได้แล้วนะคะในรูปแบบ E-book
ราคาย่อมเยาว์ค่าาาา
อบูซิมเบล...ตาบดินสิ้นกาล
ชมจันท์
www.mebmarket.com
ตราบดินสิ้นกาล ตราบนั้นหัวใจฉันยังคงอยู่ เพื่อ...มอบรักแท้แด่เธอเพียงผู้เดียว มิเคยแปรผัน‘อบูซิมเบล’ วิหารแห่งรักแท้อันยิ่งใหญ่และมั่นคงของจอมฟาโรห์ผู้เกรียงไกรไม่แตกต่างกันเลยสักนิดกับหัวใจของเขาที่มอบให้แด่นางผู้เป็นที่รักสถานที่แห่งนี้คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้รู้จักความรัก พลัดพราก และเฝ้ารอคอยให้ เมริต กลับคืนมาสู่อ้อมอกนี้อีกครา... “แม้นพายุจักโหมกระหน่ำ ธาราจักเชี่ยวกราก แต่หัวใจแห่งพสุธายังคงอยู่ เพื่อรอวันสิ้นกาล”เสียงโหยหาอาดูรที่ดังก้องอยู่ภายในหัวของ อารียา หลังประสพอุบัติเหตุเครื่องบินตกยังไม่น่าประหลาดใจเท่ากับใบหน้าคมคายที่เธอฟื้นขึ้นมาพบอาหเมส บินรา เคม โวเซอร์ เจ้าของคฤหาสน์หลังงามกลางผืนทราย ใกล้วิหารศักดิ์สิทธิ์อันเลืองลือ เขาเป็นผู้ช่วยชีวิตเธอไว้ หนำซ้ำยังมีหน้าตาเหมือนชายในฝันราวกับพิมพ์เดียวจะผิดแผกก็ตรงผิวกายขาวซีดและดวงตาสีแดงเพลิงข้างหนึ่งที่มิใช่ยิ่งไปกว่านั้น...เขายังชอบทำตัวเคร่งขรึมเย็นชา ลึกลับ น่าสงสัยจนเธออดหวาดหวั่นมิได้ว่า การที่เขากักตัวเธอเอาไว้มีจุดประสงค์แอบแฝงหรือไม่!แล้ว ‘ความลับ’ ที่ว่า มันเกี่ยวพันกับโชคชะตาของเธออย่างไรกันแน่...?






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

18 ความคิดเห็น

  1. #9 ทะเล (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 15:36
    ปูเสื่อรอฟินกับคู่นี้อยู่นะคะ
    #9
    1