ตอนที่ 6 : CHAPTER 5 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7348
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 683 ครั้ง
    1 ม.ค. 62




CHAPTER 5

 

 

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

 

 

        นอกจากแฮมและทูน่ากระป๋อง

 

ลู่หานรู้ดีว่ายังมีข้อห้ามอีกมากมายสำหรับว่าที่คุณแม่แบบเขา – ทั้งข้อมูลที่มีผลวิจัยทางการแพทย์ยืนยัน และความเชื่ออีกมากมายที่รอการพิสูจน์จากวิทยาศาสตร์

 

ยังไม่นับการปฏิบัติตัวต่างๆ ในชีวิตประจำวันที่เคยเรียบง่ายไม่ยุ่งยาก

 

รวมๆ แล้ว...สิ่งที่พอทำได้เกือบเหลือแค่นั่งหรือนอนเฉยๆ เท่านั้น

 

คิดพลางอ้าปากหาวกว้างๆ แต่นัยน์ตากวางคู่หวานยังคงจ้องมองลูกบอลที่กลิ้งไปตามทิศทางการบังคับ และใครคนหนึ่งเตะมันเต็มแรงจนลอยละลิ่วเข้าประตูไปอย่างแม่นยำ

 

มีเสียงเฮเบาๆ จากเกมการแข่งขันกันเองเพื่อฆ่าเวลา พวกเขาทำมันเป็นประจำระหว่างเปลี่ยนย้ายคาบ ก่อนที่ชั่วโมงพละจริงจังจะเริ่มต้นขึ้น

 

“ถ้าลุกไปเล่นแล้วเป็นอะไรขึ้นมา ฉันตีนายซ้ำแน่!” เสียงคาดโทษของคยองซูดังขึ้นดักไว้ทันควัน

 

“รู้น่า...ว่าวิ่งไม่ได้”

 

“ดี...หลานฉันต้องได้เกิด จำไว้!”

 

ทำตาเหลือกข่มขู่จริงจัง และถึงอย่างนั้นก็รับรู้ถึงความห่วงใยของเพื่อนที่แม้จะไม่อ่อนโยนเท่าไหร่ก็เถอะ

 

ลู่หานเข้าใจ...ตอนนี้เขาควรทำตัวเป็นมะหม้าที่ดีเพื่อเจ้าตัวเล็ก แม้ว่าจะไม่ได้ทำกิจกรรมหรือเตะฟุตบอลที่ชอบไปอีกนานก็ต้องอดทน

 

ยืดแข้งยืดขาไปตามประสาคนไม่ชอบอยู่นิ่ง อีกครู่เดียวอาจารย์ก็เดินออกมาจากตัวตึกพร้อมด้วยแฟ้มรายชื่อ ทุกคนรีบวิ่งมารวมตัวเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบ และย่อตัวลงนั่งบนพื้นเมื่อได้รับอนุญาต

 

กลุ่มที่เป็นเวรประจำวันได้รับคำสั่งให้ยกอุปกรณ์บางอย่างออกมาที่สนามกลางแจ้ง นานๆ ทีพวกเขาถึงจะเปลี่ยนจากโรงยิมมาเป็นสถานที่ปลอดโปร่งแบบนี้ ต้องแน่ใจแล้วว่าจะไม่มีใครคนใดคนหนึ่งที่กำลังอยู่ในช่วงฮีท ไม่อย่างนั้นคงเป็นเรื่องวุ่นวายมากน่าดู

 

อัลฟ่ากลุ่มหนึ่งที่เดินผ่านส่งเสียงผิวปาก และอีกไม่น้อยที่ชะโงกหน้าลงมาจากระเบียงเพื่อทักทายจนถูกอาจารย์ฝ่ายปกครองไล่เขกหัว

 

ก็ไม่แปลกนะ...โรงเรียนของพวกเขาจัดระเบียบไว้เป็นสัดส่วนเพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ อย่างชัดเจน เทียบกับที่อื่นๆ ก็คงเป็นห้องชายล้วนและหญิงล้วน เพียงแต่...ที่นี่ไม่ได้แบ่งตามเพศสภาพแบบนั้น

 

พวกเขาถูกจำแนกตามเพศที่สองซึ่งติดตัวทุกคนมาตั้งแต่เกิดต่างหาก

 

เสียงโห่แซวยังคงแว่วให้ได้ยิน แต่ลู่หานกับเพื่อนไม่ได้สนใจท่าไหร่นัก แค่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย อย่างบทเรียนที่เข้ากับสภาพสนามวันนี้...คงเป็นเจ้าพวกลูกกลมๆ อะไรสักอย่างเหมือนเคย หรือโหดกว่านั้นก็คงเป็นการวิ่งมาราธอนแบบลากยาวไม่หยุดพักทั้งคาบเรียน

 

เออ...ไม่ค่อยอยากจะนึกถึงมันเท่าไหร่ด้วย

 

ยกเข่าขึ้นมากอดไว้ ยามมองไปในทิศทางเดียวกับคนอื่นๆ และสิ่งของจำเป็นของชั่วโมงนี้ถูกขนเข้ามา เมื่ออาจารย์ที่เงยหน้าขึ้นจากเอกสารในมือ

 

“เดี๋ยวแยกย้ายกันวอร์มร่างกายและจับคู่ฝึกซ้อมได้เลยนะ ท้ายคาบเราจะสอบกระโดดม้าสูงกัน”

 

แล้วแท่นทรงกล่องสูงถึงสี่ที่ว่าก็ถูกวางลงบนพื้นดังตึง!

 

สั่นสะเทือนในความรู้สึกจนเผลอทำตาเหลือก!!

 

ห้วงความคิดทุกอย่างสะดุดกึก อะไรนะ...อีกทีซิ?!

 

ว่าที่คุณแม่เลิกลั่ก เป็นจังหวะที่ปลายนิ้วยาวชี้ตรงมาทางเขาพอดี

 

“ไม่สบายเหรอเราน่ะ” อาจารย์ถามขึ้น เขาเป็นคนเดียวที่ใส่เสื้อคลุมแขนยาวท่ามกลางอากาศร้อนจัด

 

ลู่หานสะดุ้งตกใจ เผลอพยักหน้าพร้อมแกล้งไอกลับไปสองสามที – สัญชาตญาณความเป็นแม่ล้วนๆ เลย

 

“งั้นเหรอ...จะนั่งพักข้างสนามก็ได้นะ” เหมือนเสียงสวรรค์ที่เกือบทำให้ร้องเฮออกมาอย่างลืมตัว

 

“แต่ท้ายคาบแข็งใจมาสอบเก็บคะแนนกับเพื่อนหน่อยก็แล้วกัน”

 

รู้สึกเหมือนถูกทีบลงมากระแทกแง่งหิน แล้วหนังหน้าไถไปกับพื้นทราย

 

ได้แต่ยิ้มแห้งๆ อย่างไม่รู้จะต้องตอบกลับไปยังไง รอจนอาจารย์เดินผ่านไปตรวจเช็คความเรียบร้อยของอุปกรณ์ ใบหน้าหวานก็หันควับ เขาจ้องตากับคยองซูเพื่อสื่อความหมาย

 

ปกติความสูงแค่นี้น่ะสบาย แต่ตอนนี้ถ้าเข้าให้กระโดดข้ามไปจริงๆ ล่ะก็...ลูกได้หลุดออกมากองที่พื้นแน่นอน

 

อีกหนึ่งบททดสอบความเป็นแม่ ซึ่งไม่ใช่แค่ว่าจะอดทนได้มากขนาดไหน แต่การดูแลเจ้าตัวเล็กให้รอดปลอดภัยต่างหากที่สำคัญกว่า

 

เกาหัวด้วยสีหน้ายุ่งเหยิงขณะพยายามคิดหาทางแก้ไขร้อยแปด และดวงตาโตๆ ของเพื่อนเบิกกว้างอย่างมุ่งมั่นขึ้นมาทันที

 

“เราต้องวางแผน” คนตัวเล็กบอก พลางหันไปคุ้ยหาของวิเศษสำหรับช่วยชีวิตเขาในกระเป๋าผ้าที่ถือติดมาด้วย – คยองซูบอกแบบนั้น แต่เจ้าลูกกวางซึ่งกำลังตกที่นั่งลำบากยังไม่รู้เลยว่ามันมีอะไรทำนองนั้นอยู่จริงหรือเปล่า

 

“ลาไปห้องพยาบาลเลยได้ไหม” ทางออกที่ดีแต่...

 

“เมื่อกี้ยังบอกให้แข็งใจรอสอบ อาจารย์คงให้หรอก”

 

ถูกแย้งและเจ้าลูกกวางได้แต่หงอลงไป คนอื่นๆ เริ่มแยกย้ายกันอบอุ่นร่างกายกันแล้ว ตรงนี้จึงเหลือแต่พวกเขากับความคิดที่สับสนไม่เป็นระเบียบ

 

ผ่อนลมหายใจออกเชื่องช้า มันต้องมีสักวิธี ขั้นตอนแรกของการปลอบใจตัวเองและการรวบรวมสติ สมาธิคงบังเกิดถ้าคนข้างๆ จะไม่ร้องออกมาด้วนท่าทางตื่นเต้นยินดี “ได้ล่ะ”

 

ยังไม่ทันได้หันไปถาม มือเล็กนั่นก็เกี่ยวอะไรสักอย่างมาบนหน้าของเขา – มาสก์ปิดปากปิดจมูก แถมด้วยยาดมที่ส่งมาบังคับถือ พร้อมกับเจ้าตัวที่จับพัดในมือโบกไปมาเร็วๆ

 

“เฟอร์เฟค เท่านี้ก็ดูป่วยร่อแร่สมจริงแล้ว”

 

โดคยองซูภูมิใจ แต่ลู่หานไม่เห็นด้วย ท่ามกลางอากาศอันเจิดจ้าใต้แสงแดดใกล้เที่ยงวันนี้...เขาดูเหมือนคนบ้า ที่มีหิมะตกในโลกของตัวเอง

 

ถามจริง...เลิกคิ้วขึ้นนิดๆ และเดี๋ยวเดียวของการแสดง เหงื่อเม็ดโตก็เริ่มไหล จนต้องจับมาสก์ยุกยิกไปมา

 

“อย่าไปยุ่งกับมันสิ”

 

“ก็มันร้อนนี่” – อึดอัดหายใจลำบากด้วย!

 

เพื่อนถลึงตาดุ แต่พอเห็นเขาขมวดคิ้วงอแงก็ยอมผ่อนปรนให้ร่นมันลงมาอยู่ใต้จมูกได้ ยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดตรงขมับ พร้อมกับคำพูดบางอย่างที่ดังขึ้น

 

“ลำบากเหมือนกันนะ...คนเป็นแม่น่ะ”

 

นัยน์ตากวางเบิกโตระริกไหว และใบหน้าหวานค่อยๆ เงยกลับขึ้นมอง เพื่อจะพบกับ...

 

“สมน้ำหน้า ตอนทำไม่คิด ตอนนี้ก็ไม่ต้องมาโอดครวญเลย”

 

ตอกย้ำซ้ำเติม แต่... แววตาที่ใช้แสดงออกกับไม่ได้เป็นแบบนั้น มันมีเค้าแววบางอย่างที่แฝงฝังเอาไว้ เค้าแววของความห่วงใยและมิตรภาพ ที่คนนอกอาจต้องอาศัยเวลาเล็กน้อยในการทำความเข้าใจ

 

ลู่หานจ้องลึกเข้าไปในห้วงของความรู้สึกเหล่านั้น...และเขาคงสนิทกับคยองซูมากเกินไปแล้วล่ะ

 

“นั่นสินะ” ตอบรับด้วยรอยยิ้มสดใส พลางหันกลับไปมองยังทิศทางเดิม

 

ที่สนามตรงหน้า เพื่อนๆ กำลังหัวเราะและฝึกซ้อมการกระโดดอย่างตั้งใจ อีกหนึ่งความสนุกสนานที่เขาคงไม่ได้มีส่วนร่วมไปอีกนาน

 

วางมือลงบนหน้าท้องของตัวเอง พร้อมลูบปลอบเบาๆ มันอาจจะไม่สะดวกสบาย และไม่ได้ทำอะไรตามใจเหมือนเมื่อก่อน แต่อยู่แบบนี้ก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่ ดีด้วย...ไม่ต้องทนร้อนเหมือนคนอื่นๆ คิดพลางก้มลงมองเจ้าตัวเล็ก

 

ไว้อีกหน่อยโตขึ้นให้ปะป๊าอุ้มพาบินขึ้นไปสูงๆ เลยนะ...

 

บอกกับลูก และเหมือนว่าคนข้างในจะรับรู้เข้าใจ

 

ข้อความที่ส่งผ่านกลับมาเงียบงันไร้เสียง แต่หัวใจของลู่หานกลับเต้นตึกตักเสมอเวลาได้คุยกัน

 

ตบมือลงไปแผ่วเบา ให้ลูกรับรู้ว่าเขาได้ยินคำพูดเหล่านั้น

 

“รีบๆ เลือกที่ฝากท้องให้ได้เร็วๆ ล่ะ” เสียงคยองซูเอ่ยขึ้นและจางหายไปอีกครั้ง ต่างจากรอยยิ้มของเจ้าลูกกวางที่ยังคงสดใส และขยับกว้างขึ้นอีกนิด ทดแทนคำตอบที่ไม่ได้บอกออกไป

 

บนท้องฟ้ากว้างใหญ่ที่เจิดจ้า ประปรายด้วยปุยเมฆก้อนอ้วนที่ลอยผ่าน ทั้งหมดเป็นสันของความปรารถนาดีในความรู้สึกของเขา

 

สายลมอุ่นร้อนพัดโชยมาบางเบา และอีกเพียงเดี๋ยวเดียวเท่านั้นอาจารย์ก็เรียกรวมตัว

 

พวกเขานั่งรวมตัวรอเรียกชื่อเข้ารับการทดสอบอยู่ในแถวของตัวเอง เพื่อนคนอื่นๆ ทยอยออกไปเรียงตามลำดับตัวอักษรนำหน้า – เป็นการวัดผลครั้งเดียวก่อนให้คะแนน ไม่มีแก้ตัวและทำได้แค่ไหนคือแค่นั้น

 

มันจึงใช้เวลาที่เกือบเรียกได้ว่าน้อยนิด

 

และเพียงอึดใจสั้นๆ...มันก็วนมาถึงชื่อของเจ้าลูกกวางจนได้

 

“ลู่หาน” ถูกเรียกขาน และแขนเล็กๆ ยกขึ้นรายงานตัว

 

“อย่าลืมที่คุยกันไว้นะ” คยองซูกระซิบบอก และขยับตัวในท่าเตรียมพร้อม – ให้วิ่งเหยาะๆ ออกไป แต่พอถึงม้าสูงไม่ต้องกระโดด ให้แกล้งนั่งลงทำเหมือนเป็นลม เดี๋ยวเพื่อนจะวิ่งเข้าไปพยุงหนีเอง

 

เขาจำได้และพยักหน้าตอบกลับเป็นสัญญาณรับรู้ ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ตรงตำแหน่งของผู้เข้าสอบ ใต้ดวงอาทิตย์ที่เจิดจ้าแผดเผาอย่างพอดิบพอดี

 

อากาศร้อนขึ้นทุกขณะ และเหงื่อเม็ดโตไหลลงเปื้อนข้างแก้มจนเปียกชุ่ม อากาศร้อนเกินไปหรือเปล่านะ คิดพลางยกมือขึ้นป้องตา ก็คงเป็นแบบนั้น...ตามกฎวิทยาศาสตร์ที่ว่าไว้เขาถึงมองเห็นทุกอย่างโย้ไปเย้มา

 

ขยับคอเสื้อเล็กน้อยเพื่อให้อากาศถ่ายเท มาสก์ที่ปิดจมูกไว้ชวนให้รู้สึกอึดอัด และลมหายใจร้อนผ่าวไปหมด

 

อยู่ดีๆ ลูกหลานก็รู้สึกเวียนหัวขึ้นมา แต่ไม่เป็นไรหรอก...อีกนิดเดียวก็เสร็จแล้ว ขยับกายรอฟังสัญญาณนกหวีดจากอาจารย์

 

เมื่อมันดังขึ้น...ขาเล็กๆ ก็ออกวิ่งไปข้างหน้า

 

น่าแปลกที่อยู่ร่างกายก็หนักอึ้งขึ้นมา แถมเขายังหอบหายใจแรงทั้งที่เพิ่งเคลื่อนไหวไปได้เพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น

 

ข้างในอกตื้อไปหมด และหายใจลำบากขึ้นเรื่อยๆ

 

ภาพที่เห็นเริ่มไร้รูปร่าง บิดเบี้ยวเหมือนจะเอนล้มเข้าสู่จุดกึ่งกลาง และพื้นใต้เท้าก็โคลงเคลงไม่มั่นคง

 

ทุกอย่างรอบกายหมุนวน โงนเงน จนเป็นเขาเองที่เสียการทรงตัว

 

ได้ยินเสียงโวยวายตกใจ แต่เขาไม่มีแรงจะหันกลับไปดู

 

เพิ่งรู้ว่าแรงดึงดูดของโลกมีกำลังมหาศาลขนาดนี้ ภาพที่เห็นลู่หานล้มลง แต่ก่อนที่ร่างกายจะกระแทกพื้น มือหนึ่งก็เอื้อมมาคว้าเอวไว้ รั้งให้เข้าหาอ้อมกอดที่รัดแน่นทันที

 

สัมผัสและน้ำหนักที่รู้สึกคุ้นเคย กับกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ และเขาชอบมากที่สุด

 

เงยขึ้นมอง พร้อมกับดวงตาคู่หวานที่เบิกกว้างตกใจ

 

“...เซฮุน...” เพียงเท่านี้ ก่อนภาพตรงหน้าจะกลับหัวกลับหางวุ่นวายไปหมด

 

ร่างเบาหวิวถูกยกลอยขึ้นพาดบ่า แต่ไม่ทันได้โวยวายร้องห้าม เสียงทุ้มลึกก็ดังขึ้นแทรกในทันที

 

“เดี๋ยวผมพาไปห้องพยาบาลเอง”

 

ไม่รู้ว่าบอกใคร แต่ที่แน่ๆ ร่างสูงไม่ได้หยุดรอฟังคำตอบ แค่แจ้งให้ทราบ แล้วลู่หานก็ถูกอุ้มหายเข้าไปภายในอาคารเรียน

 

“...เซฮุนเดี๋ยวก่อน...ไม่ไปห้องพยาบาลนะ” ปฏิเสธดื้อดึงเสียงแข็ง แต่อีกคนดูจะไม่สนใจกัน

 

ก้าวต่อก้าวที่เร่งร้อนบนริมระเบียงทางเดินที่มีเพียงพวกเขา เอาแต่พุ่งไปข้างหน้าอย่างใจร้อน ทำให้แม้จะมึนหัวตาลายแค่ไหน เจ้าลูกกวางก็คงยอมแพ้ไม่ได้เช่นเดียวกัน

 

“บอกว่าไม่ไปไง” ต่อต้านดิ้นรนขัดขืน พร้อมดึงหูอีกฝ่ายแรงๆ เพื่อดึงสติ

 

“เดี๋ยวก็ตกลงไปหรอก อย่าซนได้ไหมลู่หาน”

 

“ก็วางเราลงดิ บอกว่าไม่ไปห้องพยาบาลไง โอเซฮุน”

 

เถียงกลับพลางถีบขาไปมาในอากาศเมื่อเห็นว่าจุดหมายที่ว่าอยู่ไกลแค่เพียงสองสามก้าว – รู้ว่าเป็นห่วงเขากับลูก ลู่หานซาบซึ้งใจมาก และจะยิ่งซึ้งกว่านี้ถ้าอาจารย์ตรวจเจอว่าเขาท้อง

 

ฟังกันหน่อยได้ไหมล่ะ...ไอ้คุณพ่อเฮงซวย

 

ขืนตัวแล้วก็ทุบลงบนไหล่กว้างที่ไม่เคยสะท้านสะเทือนใดๆ แต่ก็เท่านั้น...เซฮุนไม่หยุดรอพร้อมเปิดประตูเข้าไปทันที และในเมื่อเป็นแบบนั้น...

 

“ไม่! - ไป!” ย้ำชัดและคว้ากรอบประตูไว้ด้วยกำลังเฮือกสุดท้าย เหนี่ยวรั้งทำตัวเป็นกวางดื้อดึงสุดความสามารถ

 

“นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นนะ”

 

“ไม่ได้เล่น แต่ไม่เข้าไปไง พูดไม่รู้เรื่องเหรอ”

 

ถูกดุ...แต่มือเล็กๆ นั้นก็ยังยื้อเอาไว้อย่างมั่นคงเช่นกัน

 

เหมือนจะได้ยินเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังอยู่ข้างหู ว่าที่คุณพ่อไม่พูดอะไรให้เปลืองแรงอีก แต่มือข้างหนึ่งที่โอบรัดร่างบางไว้คลายออก เปลี่ยนมาเป็นขยำแก้มก้นนุ่มนิ่มของเจ้าตัวยุ่งเน้นๆ แบบที่ไม่ยอมให้ได้ตั้งตัว

 

ลู่หานสะดุ้งโหยง เผลอดีดตัวจนหัวโขกเขากับขอบประตูดังปัง!

 

สองมือที่แข็งขืนเผลอปล่อยออกตามสัญชาตญาณ แรงต่อต้านหายไป  พร้อมๆ กับชายหนุ่มอุ้มร่างเบาหวิวเข้ามาวางบนเตียงแบบสบายๆ

 

ทะลึ่ง!...หมะม้ากวางตัวน้อยตวัดสายตามอง สองแก้มยุ้ยยังคงแดงก่ำ ทว่าไม่ทันได้อ้าปากด่า อาจารย์ประจำห้องก็โผล่หน้าออกมาจากด้านใน

 

“เสียงดังจริงนะ...ที่นี่เป็นที่พักของผู้ป่วยขอความสงบหน่อยไม่ได้หรือไง เจ้าเด็กพวกนี้” น้ำเสียงเรียบเรื่อยฟังเหมือนคนง่วงนอนกึ่งตำหนิดังขึ้นเชื่องช้า

 

สองคนที่เพิ่งรู้สึกตัวรีบค้อมตัวลงอย่างสำนึกผิด มีเพียงการพยักหน้ารับและการดันกรอบแว่นที่เลื่อนไหลลงมาตามสันจมูก ตามมาด้วยคำถามสั้นๆ ก่อนการตรวจวินิจฉัย “แล้วนี่...เป็นอะไรมาล่ะ”

 

“เหมือนจะหน้ามืดครับ”

 

“ไม่เป็นไรครับ”

 

ประสานเสียงพร้อมกันไปคนละทิศทาง ทำเอาคนฟังเลิกคิ้วขึ้นนิดๆ ยามหรี่ตามองพวกเขาสลับไปมา

 

จากที่เห็นตอนนี้และการโวยวายก่อนหน้า พวกเขาดูเป็นคนปกติมากกว่าจะเจ็บป่วย ถึงจะยังหัวหมุนวิงเวียน แต่การถูกเข้าใจแบบนั้นต่อไปคงเป็นเรื่องที่ดีกว่า

 

ครู่หนึ่งที่ถูกจ้องจนตัวแข็งทื่อหล่อนก็ออกคำสั่ง “ถอดเสื้อคลุมออกก่อนดีไหม อากาศร้อนแต่ใส่อะไรหนาๆ เหมือนแบบนี้ จะหน้ามืดก็ไม่แปลกหรอก”

 

เอ่ยเนิบนาบพลางสไลด์เก้าอี้ไปทางตู้ยาเพื่อจัดแจงเทแอมโมเนียใส่สำลีมาส่งให้เขา กลิ่นฉุนรุนแรงลอยเข้าสู่ประสาทสัมผัสการรับรู้ทันทีจนเผลอเบ้หน้า ลู่หานฝืนแกว่งมันไปมาสองสามทีห่างๆ ตามมารยาท แต่กลับถูกอีกฝ่ายคว้าข้อมือเอาไว้โดยไม่ทันได้ตั้งตัว

 

“ไหนขอจับชีพจรหน่อยซิ”

 

ดวงตากวางก็เหลือกโตขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าที่ซีดอยู่แล้วยิ่งขาวเป็นกระดาษไปกันใหญ่

 

เดี๋ยวก่อนนะ...จับชีพจร...จับทำไม!?

 

“...เอ่อ...แค่หน้ามืด...ดื่มน้ำหวานหรือนอนพักแป๊บเดียวก็ได้นี่ครับ...ไม่เห็นต้อง...”

 

“อาฮะ...ถ้าหมายถึงเบต้าปกติน่ะนะ เคยได้ยินว่าร่างกายโอเมก้าแบบพวกเธอซับซ้อนยิ่งกว่า เพราะฉะนั้นตรวจให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรต้องกังวลก็ดีแล้วไม่ใช่หรือไง”

 

หงึ...ไม่ล่ะ ไม่ดีเลย... อยากสั่นหัวเถียงใจจะขาด แต่เหมือนอะไรๆ ก็ไม่เอื้ออำนวยเลยในตอนนี้

 

ลองขืนตัวนิดๆ ตอนที่หล่อนหันไปวุ่นวายกับการเตรียมอุปกรณ์ง่ายๆ ซึ่งนอกจากจะไม่เป็นผลถูกดึงกลับมาแล้ว ดวงตาคู่นั้นยังส่งคำตำหนิให้เขาทำตัวเป็นเด็กดี อย่าดื้ออย่าซนกลับมาด้วย

 

ลู่หานกลืนน้ำลายตอนมองตามปลายนิ้วเคลือบสีนั้น และร่างกายเผลอกลั้นหายใจไปจริงๆ ตอนมันแตะลงมา – เคยดูในหนังจีนของปะป๊า จับแบบนี้เดี๋ยวเดียวรู้เรื่องเลย

 

สั่นเกร็งลุ้นระทึก หัวใจกำลังเต้นไปพร้อมกับเสียงเข็มนาฬิกางี่เง่าที่ยิ่งเพิ่มความกดดันขึ้นทุกขณะ

 

ห้าวินาที หกวินาที และเจ็ด...นานจนเขาเลิกนับเพราะเสียสมาธิไป เจ้าลูกกวางเม้มริมฝีปาก และหัวใจกระตุกวูบเมื่ออาจารย์ขมวดคิ้วพลางกดน้ำหนักลงมามากขึ้น ริมฝีปากสีสวยปิดสนิท ตรงกันข้ามกับแววตาที่ปรากฏบางอย่างสะท้อนวาววับอยู่ภายใน เพียงการสัมผัส แต่กลับเหมือนกำลังถูกล้วงล้ำเข้ามาในความรู้สึก รื้อค้นความลับที่เขาต้องการจะปิดบัง

 

มือเล็กๆ สองข้างกำแน่น ภายในสั่นคลอนยุ่งเหยิงรุนแรง

 

ไม่ได้นะ...ตอนนี้ยังรู้ไม่ได้ กลั้นหายใจตัวแข็ง ในวินาทีที่คนตรงหน้าเงยกลับขึ้นมาตวัดสายตาจ้องมองนิ่งๆ

 

“เธอน่ะ...”

 

“อาจารย์ครับแย่แล้ว! เพื่อนผมหกล้มเลือดออกเยอะแยะเลย!!”

 

ความกดดันที่ห้อมล้อมขาดสะบั้น พร้อมๆ กับความสนใจทั้งหมดถูกเปลี่ยนไป

 

คยองซูเปิดประตูพรวดฝ่าความอึดอัดทั้งหมดเข้ามาได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ

 

คนตัวเล็กพยุงร่างสูงใหญ่เข้ามาอย่างไม่ค่อยจะสมดุลเท่าไหร่นัก โอเมก้าตัวจิ๋วกับอัลฟ่าตัวยักษ์ที่ตรงหัวเข่ามีเลือดซิบๆ ไหลออกมาเปรอะกางเกง

 

อาจารย์พยาบาลผละออกจากเขาไปช่วยประคองคนเจ็บให้นั่งลงบนเก้าอี้ และพอได้ที่ตั้งมั่น...ปาร์คชานยอลก็ร้องออกมาทันที

 

“เจ็บมากเลยครับอาจารย์ผมจะกระดูกหักไหม” – ห๊ะ?!

 

เสียงทุ้มต่ำโอดครวญ แต่สิ่งที่เห็นนั้นกลับเป็นแค่แผลถลอกเล็กๆ ไม่มีอะไรร้ายแรง

 

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกน่า” คนฟังถอนหายใจ แต่...

 

“หรือว่าต้องตัดขา...แย่แล้วชานยอล แย่แล้ว...” – เดี๋ยวดิ...

 

“ไม่นะครับอาจารย์ ผมกลัวเลือด แล้วก็ไม่อยากพิการด้วย อย่าตัดขาผมนะครับ” – เอ้าไปกันใหญ่!

 

งุนงงสับสนตามไม่ทัน ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไปจนไล่เรียงความรู้สึกไม่ถูก ก่อนหน้านี้ไม่กี่วินาทีลู่หานยังกดดันเคร่งเครียด แต่มาตอนนี้...

 

เลิกคิ้วปั้นหน้าไม่ถูก อึกอักลำบากใจไปหมด มากกว่านั้นคือ...อีกด้านของปาร์คชานยอลที่เขาคาดไม่ถึง

 

อาการโอดโอยหน่อมแน้มที่เห็นเป็นอะไรที่ขัดกับภาพลักษณ์เกินจินตนาการ ท่าทางอ่อนไหวบอกไม่ถูกว่าควรจะสงสารหรือรู้สึกอะไรดี แต่ทั้งหมดนั้น...ก็ทำให้อาจารย์พยาบาลไม่มีเวลามาวุ่นวายกับเขาอีกต่อไป

 

“เราน่ะเข้าไปพักข้างในซะ นอนหลับสักตื่นเดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง” ชี้มือบอก และหันไปทำแผลให้อัลฟ่าร่างยักษ์ใจบาง ที่กำลังสะอึกสะอื้นด้วยเสียงห้าวทุ้มต่ำเพราะความแสบจากยาฆ่าเชื้อ

 

ลู่หานได้แต่พยักหน้าโดยมีเซฮุนเดินตามเข้าไป และแวบหนึ่งของการสบสายตา ทั้งสองคนตรงนั้นก็พร้อมใจขยิบตาให้เขา

 

อา...เจ้าลูกกวางเพิ่งจะเข้าใจ ตั้งใจช่วยเขาสินะ...

 

มีเวลาส่งยิ้มและกล่าวขอบคุณผ่านทางสายตา มีเวลาให้เพียงนิดเดียวเท่านั้นหากไม่อยากถูกจับได้ และเมื่อประตูถูกเลื่อนปิดลง โลกภายในกับภายนอกก็ถูกตัดขาด

 

วันนี้ไม่มีใครป่วยหนักขนาดต้องนอนพัก พื้นที่สี่เหลี่ยมขนาดห้าเตียงนอนจึงกลายเป็นของพวกเขาโดยสมบูรณ์

 

เซฮุนเดินไปตรวจดูอุณหภูมิของห้อง ส่วนลู่หานน่ะเหรอ...นอนแผ่หลาผึ่งพุงอยู่บนเตียงเรียบร้อย

 

พออยู่ในที่ร่มและมีอากาศถ่ายเทที่พอเหมาะ ก็เหมือนว่าอาการของเขาจะดีขึ้น แก้มยุ้ยค่อยๆ กลับมาซับสีเลือดจางๆ หายใจได้สะดวก และไม่อึดอัดอีกต่อไป

 

โล่งสบาย...และนั่นทำให้รู้สึกอยากหลับสักงีบให้สดชื่น ได้ยินเสียงกุกกักอะไรสักอย่างใกล้ๆ ตัว แต่เปลือกตาของเขากำลังหนักขึ้นเรื่อยๆ มันปิดลงอย่างเชื่องช้า ก่อนจะรู้สึกถึงสัมผัสแผ่วเบาที่แตะต้องลงมาบนหน้าผาก

 

พอลืมตาขึ้นมองก็เห็นเซฮุนใช้ผ้าเช็ดหน้าของตัวเองซับเหงื่อที่ชื้นอยู่ตามไรผมให้เขา พวกเขาสบตากัน ตามด้วยริมฝีปากสีชมพูที่ขยับเอ่ยออกมา

 

“ไม่กลับไปเรียนต่อหรือไง วันนี้ไม่มีคาบว่างไม่ใช่เหรอ” คนตัวเล็กจำได้ขึ้นใจ...พวกเขาแลกตารางเรียนของกันและกันเก็บไว้ทุกเทอมเสมอ และคาบสองของวันนี้ชายหนุ่มมีเรียนวิชาฟิสิกส์ที่ลากยาวไปจนถึงเที่ยงครึ่ง

 

เป็นวันเดียวในรอบสัปดาห์ ที่พวกเขามีเวลาพักให้อยู่ด้วยกันเพียงน้อยนิดเท่านั้น

 

คิ้วบางขมวดมุ่น แต่คนฟังไม่ยอมตอบอะไรกลับมา

 

“นอนพักผ่อนไป ไม่ต้องสงสัยวุ่นวายอะไรทั้งนั้น” ตัดบทตามนิสัย นิ้วยาวก็จิ้มจึ้กลงมาบนจมูกซ้ำๆ ก่อนจะยกผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้

 

ริมฝีปากได้รูปปิดสนิท และยังคงนั่งอยู่ข้างเตียงไม่ยอมลุกไปไหน มือใหญ่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนหน้าจอผ่านทำเหมือนไม่สนใจกัน แต่ลู่หานรู้...นั่นคือวิธีหลีกเลี่ยงอีกรูปแบบหนึ่งเมื่อไม่อยากสานต่อบทสนทนา

 

จับจ้องใบหน้าหล่อจัดที่เรียบนิ่ง ลู่หานไม่ใช่คนช่างเซาซี้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ใช่เด็กน้อยไร้เดียงสา หรือกวางโง่ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ห้องเรียนของเซฮุนอยู่ที่ชั้นติดกับชั้นลอยบนดาดฟ้า เพราะฉะนั้นไม่มีทางที่ชายหนุ่มจะวิ่งลงมารับเขาที่สนามกลางได้ทัน เว้นเพียงแต่...

 

นิ่งมอง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

ก็เป็นซะแบบนี้ล่ะนะ...โอเซฮุน

 

ไม่ต้องมีคำพูดก็เข้าใจได้ พวกเขาใกล้กันจนมองเห็น รวมทั้งได้ยินเสียงกระซิบที่อยู่ท่ามกลางความเงียบงันรอบกายนี้ ความรู้สึกที่ส่งผ่านชัดเจน สะท้อนก้องผ่านการกระทำเสมอ และมันช่วยไม่ได้เลยที่ตอนนี้ ลู่หานจะควบคุมริมฝีปากกับรอยยิ้มของตัวเองไว้ไม่ได้

 

ดวงตากวางใสแป๋วเปล่งประกายสดใส เต็มอิ่มด้วยภาพเพียงหนึ่งเดียวอย่างที่แล้วมา

 

ถ้าเป็นไปได้...ถ้าลู่หานทำได้ ก็อยากจะมองคนๆ นี้ให้นานที่สุด จดจำเอาไว้...ในวันที่พวกเขายังได้ยืนอยู่เคียงข้างกัน

 

ภาพของโอเซฮุนที่สมบูรณ์แบบคนนี้...

 

ครูใหญ่ที่อยู่สายตาเอาไว้...ร่างสูงที่รู้ตัวก็เงยกลับขึ้นมาเอ่ยดุ “จะได้พักผ่อนไหมวันนี้”

 

ยื่นมือมาคล้ายจะดีดหน้าผากกันแรงๆ เจ้าลูกกวางหลับตาแน่นปี๋ แต่ความเจ็บปวดที่ควรรู้สึกกลับกลายเป็นความอุ่นวาบที่ทาบทับลงมาตรงข้างแก้ม

 

มือใหญ่ประคองใบหน้าของเขาเอาไว้ พร้อมปัดผ่านใต้ดวงตาอย่างแผ่วเบาและนุ่มนวล

 

“ชอบทำให้เป็นห่วงอยู่เรื่อย มันน่านัก”

 

ถ้อยประโยคคาดโทษฟังดูดุดัน ถ้าว่าน้ำเสียงที่ใช้กลับอ่อนโยนนุ่มหู ลองเปิดเปลือกตาขึ้นมองเชื่องช้า ดวงตาสีเข้มคมกริบอ่อนแสงและมีเพียงภาพของเขา สะท้อนชัดเต็มพื้นที่

 

ลู่หานแนบแก้มลงบนฝ่ามืออบอุ่นข้างนั้น รอยยิ้มสว่างไสวสวยงามยังคงไม่ตางหายไป

 

“ขอบคุณนะ” ดวงตาคู่หวานเป็นประกายระยิบระยับทดแทนถ้อยคำนับล้านได้ทั้งหมด

 

ขอบคุณที่คอยอยู่เคียงข้างกัน

 

ขอบคุณที่ไม่เคยหายไปไหนแม้ในช่วงวินาทีที่น่าลำบากใจที่สุด

 

ขอบคุณ...ที่ยังคงเป็นโอเซฮุนคนที่เขารักมากที่สุดเสมอ

 

ความรู้สึกข้างในเอ่อล้นเต็มตื้น แล้วลู่หานก็หลับตาลงช้าๆ ริมฝีปากอิ่มเผยอออกนิดๆ ยามเรียกร้องรอคอยสัมผัสหอมหวานที่คุ้นเคย

 

พวกเขามักกุมมือกันและกันไว้เสมอ สวมกอดทั้งในยามที่สุขใจและเศร้าใจ หรือแม้แต่หลอมรวมความปรารถนาระหว่างกันนับครั้งไม่ถ้วน แม้แต่ในห้องพยาบาลนี้...เขาก็เคยเปิดรับความรักของชายหนุ่มเข้ามาในกายหลายต่อหลายครั้ง

 

และในทุกครั้ง...จูบของโอเซฮุนวิเศษที่สุดเสมอ

 

จูบที่ทำให้ร่างกายเบาหวิวและล่องลอยราวกับอยู่บนท้องฟ้าไร้ขอบเขต

 

ได้ยินเสียงขยับตัวแว่วดังที่ปลายหู รับรู้ถึงเงาจางๆ ที่ทาบทับ และลมหายใจอุ่นๆ ที่ใกล้เข้ามา

 

กลิ่นของเซฮุน ฟีโรมโมนของอัลฟ่าที่เข้มข้น แสดงถึงความแข็งแกร่งและหนักแน่นของเผ่าพันธุ์ผู้นำ ลู่หานรู้ว่าตัวเองจะปลอดภัยเสมอในอ้อมกอดนี้

 

ปลายจมูกของพวกเขาคลอเคลีย และริมฝีปากจวนเจียนจะได้สัมผัส

 

หากมีอะไรที่เขาสามารถช่วยได้ ถ้าทำได้...ก็อยากจะช่วยดูแลเจ้าตัวเล็กให้เติบโตไปด้วยกัน

 

สองมือสอดประสาน...ถ้าลู่หานทำได้ล่ะก็...

 

พลัน ดวงตากวางที่ปิดลงก็เปิดพรึ่บ ร่างเล็กดีดตัวขึ้นทันทีเมื่อคิดอะไรออก

 

หัวแข็งๆ โขกเข้าหากันดังโป๊ก ดับฝันความโรแมนติกทุกอย่างลงในทันที!

 

จะว่าเจ็บก็เจ็บแต่ตอนนี้มีเรื่องน่ายินดีมากกว่านั้น เจ้าตัวยุ่งกุมหน้าผากของตัวเองเอาไว้ แต่ริมฝีปากสีระเรื่อยังคงยิ้มร่า ในขณะที่อีกคนขมวดคิ้วยุ่งเหยิงเตรียมต่อว่ากันเต็มที่

 

ถ้ายังฝากท้องไม่ได้ และมีเรื่องให้กังวลจนคนอื่นต้องเดือดร้อนมากมายแบบนี้

 

ทางเดียวที่พอจะนึกออก...

 

“เรามีความคิดดีๆ แล้ว วันหยุดนี้ไปหาข้อมูลสำหรับเลี้ยงเจ้าตัวเล็กด้วยกันนะ เซฮุนนา”


 (ต่อ) 


          พยากรณ์อากาศบอกว่าวันนี้ท้องฟ้าจะแจ่มใส

 

แต่ถึงอย่างนั้นลู่หานก็ยังหยิบร่มใส่ลงไปในเป้โดยไม่ลังเล เข้าสู่ช่วงปลายฤดูร้อนแล้ว และบางครั้งฤดูฝนก็ชอบมาถึงอย่างรีบร้อนปุบปับโดยไม่บอกกล่าว

 

ร่างบางยืนมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก ยังคงเป็นเสื้อผ้าสีพีชสดใสและเข้ากับเอี๊ยมสีเดนิมตัวเก่งอย่างที่ตั้งใจ หันซ้ายหันขวาสำรวจจนทั่ว และจากทั้งหมดที่เห็นนี้...ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนไปอยู่ดี – เข้าสัปดาห์ที่แปดแล้ว แต่ร่างกายของเขายังไม่มีอะไรผิดปกติไปจากเดิมเท่าไหร่ ไม่มีอาการแพ้ท้องหรืออะไรให้น่ากังวล นอกจากง่วงนอนเป็นบางครั้งแล้ว ก็มีแต่เจริญอาหารมากขึ้นๆ ทุกวัน

 

คยองซูเคยบอกไว้...เชื่อเถอะว่าเขาโชคดีมากจริงๆ

 

นาฬิกาบนผนังบอกว่าเขาพอมีเวลาให้โอ้เอ้ได้อีกเล็กน้อย แต่คิดอีกทีก็อาจจะไม่...เพราะเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ท้องที่ว่างเปล่าก็ส่งเสียงร้องโครกครากออกมาดังลั่น

 

โอเค...เจ้าตัวเล็กเริ่มงอแงเพราะความหิวแล้ว

 

หัวเราะเบาๆ พลางวางมือลงไปหน้าท้องของตัวเอง

 

“ขอให้เติบโตขึ้นมาเป็นเด็กที่แข็งแรงนะ”

 

เสียงใสอ่อนโยนยามลูบปลอบคนข้างในช้าๆ ดวงตากวางทอประกาย ขับให้แก้มยุ้ยสองข้างซับสีแดงจางๆ ดูอิ่มเอิบไปด้วยความสุขท่ามกลางไอแดดยามเช้าที่อาบไล้ส่องสว่าง

 

ลู่หานมักพูดคุยกับลูกด้วยประโยคสั้นๆ ที่เรียบง่าย และเมื่อหัวใจเต้นเป็นจังหวะตึกตัก เขาก็รู้ว่าเจ้าตัวเล็กกำลังตอบรับความรู้สึกทั้งหมดกลับมา

 

อยากดูแลให้ดีที่สุด...ไม่ว่าตอนไหน ไม่ว่าเมื่อไหร่

 

จนกว่าจะได้พบกัน...

 

ตบมือลงบนหน้าท้องเบาๆ ก่อนจะคว้ากระเป๋าขึ้นมาและก้าวออกจากห้องนอนไป

 

ด้านล่างยังคงเงียบสงบปราศจากแสงไฟ ปะป๊าของเขาไม่ได้กลับบ้านอีกเหมือนเคย แต่ในตู้เย็นมีกล่องอาหารที่เซฮุนใส่ไว้ให้ตอนมาส่งเขาเมื่อเย็นวาน

 

เป็นอะโวคาโดบดปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยอย่างดี พร้อมด้วยไข่ต้มแกะเปลือกที่หั่นไว้เป็นชิ้นเล็กๆ สำหรับทากับขนมปังโฮลวีตสดใหม่ที่แวะซื้อมาจากร้านเบเกอรี่เกรดพรีเมี่ยมประจำย่าน

 

ทุกอย่างต้องดีที่สุดและมีประโยชน์เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของลูก

 

มีกระดาษโน้ตเขียนไว้ด้วยลายมือหวัดๆ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะด้วย ย้ำชัดว่าห้ามลืมดื่มนมเด็ดขาด!

 

ลู่หานรู้หรอกน่า...ว่าสามเดือนแรกของเจ้าตัวเล็กน่ะสำคัญมากแค่ไหน

 

หัวเราะทั้งที่ยังเคี้ยวอาหารตุ้ยๆ เต็มสองข้างแก้ม ใช้เวลาต่อไปอีกเพียงครู่เดียว ก็ลุกขึ้นเก็บล้างข้าวของง่ายๆ จำพวกช้อนกับจานใบเล็กๆ วันนี้เขานัดกับเซฮุนไว้ ว่าจะช่วยกันหาข้อมูลสำหรับดูแลเจ้าตัวเล็กให้มากที่สุด

 

และตอนนี้ควรรีบออกเดินทางได้แล้วหากไม่อยากไปสาย

 

ก้มลงสวมรองเท้าผ้าใบคู่โปรด ก่อนจะเปิดประตูออกไปเมื่อแน่ใจว่าไม่หลงลืมอะไร อากาศภายนอกสดใสและมีไอร้อนบางเบาสมเป็นยามเช้าของโซล เจ้าลูกกวางล็อคประตูบ้านอย่างแน่นหนา แต่เมื่อหันหลังกลับมาก็พบกับ...

 

อีกฟากของประตูรั้ว ที่กำแพงอิฐของบ้านตรงข้าม...โอเซฮุนยืนกอดอกคอยเขาอยู่

 

ดวงตาสีเข้มล้ำลึกเรียบนิ่ง และเป็นลู่หานเองที่ตกใจตาเบิกโตนิดๆ – เดี๋ยวดิ...นัดกันไว้ที่รถไฟฟ้าไม่ใช่เหรอ

 

“มาทำอะไรตรงนี้?”

 

“มารับ” – โอเค...ก็ตรงประเด็นดี

 

พวกเขาสบตากันในระยะใกล้ และบางครั้ง...ก็เป็นหัวใจของลู่หานเองที่ไม่รักดี ชอบเต้นตึกตักผิดจังหวะขึ้นมาดื้อๆ

 

เผลอหันหน้าหนี และได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอตามมา ไม่มีคำพูดหยอกล้อก่อกวนเหมือนอย่างทุกที แต่มือใหญ่กลับติดบางอย่างไว้ตรงหน้าท้องบนชุดเอี๊ยมของเขา

 

“คนอื่นจะได้ไม่เผลอเดินเข้ามาชน” มีเพียงเท่านี้...แล้วก็แตะมือลงมาพร้อมลูบผ่านแผ่วเบาด้วยรอยยิ้มบางๆ

 

“อรุณสวัสดิ์...เจ้าตัวเล็ก”

 

เสียงทักทายทุ้มลึกสะท้อนก้อง หลังฝ่ามือใหญ่ข้างนั้นเป็นเข็มกลัดอันใหญ่ที่มีตัวการ์ตูนโดดเด่นสะดุดตา แต่มันไม่ได้ชัดเจนไปกว่าความรู้สึกในดวงตาของเซฮุน

 

สีสันและเส้นสายแห่งห้วงอารมณ์ที่เคลื่อนไหวอย่างอ่อนโยนนุ่มนวล แม้แต่ในต้องที่จับมือและออกเดินนำ

 

ดวงตากวางหยุดไว้ที่แผ่นหลังกว้างตรงหน้า ลู่หานอธิบายความรู้สึกข้างในไม่ได้เลยสักอย่าง รู้แค่หัวใจกำลังฟองฟูเต็มตื้นด้วยความสุขมากมาย วางมือของตัวเองลงในตำแหน่งเดียวกับชายหนุ่มก่อนหน้า...ยังคงอบอุ่นจนแก้มเห่อร้อนไปหมด

 

รอยยิ้มที่เห็น สายตาที่ใช้มองเขากับลูก...มีแต่ความรักความห่วงใยมากมายอยู่ข้างใน

 

สีหน้าแบบนั้น...เหมือนเซฮุนกลายเป็นปะป๊าไปแล้วจริงๆ

 

ทุกภาพยังคงแจ่มชัด ในตอนที่ยิ่งกระชับมือข้างนั้นตอบกลับไป แบบนี้...หมะม้าอย่างเขาก็ต้องสู้ด้วยเหมือนกัน

 

หัวเราะเบาๆ แล้วก้าวยาวๆ เข้าไปเกาะแขนของอีกฝ่ายเอาไว้ เกือบถูกดุเพราะความซนไม่เข้าเรื่อง แต่สุดท้าย...ร่างสูงก็โอบไหล่เขาเข้าไปหา พร้อมกอดกระชับเอาไว้

 

อบอุ่นและมีกลิ่นหอมเหมือนดวงอาทิตย์ยามสายที่เข้มแข็งและหนักแน่น เหมือนว่าพอได้อยู่ในอ้อมแขนนี้ อะไรที่น่ากลัวหรืออันตรายก็จะสามารถผ่านไปได้ทั้งหมด

 

อือ...แค่ได้อยู่ด้วยกัน เป็นสามคนที่ผูกพันไว้ด้วยสายใยแห่งความรู้สึกที่แนบแน่น

 

ครอบครัวของพวกเขา...แค่นี้ก็มีความสุขแล้วล่ะ

 

ภายใต้ท้องฟ้าสีครามที่ปลอดโปร่ง มีริ้วสีขาวของกลุ่มเมฆเจือจาง ท่ามกลางฝูงชนมากมายที่รายล้อม พวกเขาเป็นเพียงจุดเล็กๆ ที่กำลังเคลื่อนไปข้างหน้าในโลกที่กว้างใหญ่ใบนี้

 

ก้าวเดินไปพร้อมกัน ด้วยมือที่สอดประสานจับจูงไว้แนบแน่น ทุกอย่างยังคงเรียบง่าย ในช่วงเวลาสิบโมงกว่าของวันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้ ดูจะยังเช้าไปสำหรับคนอื่นๆ ท้องถนนไม่คับคั่งวุ่นวาย พอมีเก้าอี้ว่างให้แยกย้ายกันจับจองทั้งบนรถบัสและรถไฟฟ้า

 

จากจุดเริ่มต้นใช้เวลาเพียงไม่นาน ผ่านไปไม่กี่สถานี...ปลายที่ตั้งใจไว้ก็ใกล้เข้ามา

 

ไม่ใช่สถานที่พิเศษอะไร และแน่นอนว่าไม่ใช่สถาบันอะไรสักอย่างสำหรับคุณแม่ หรือเหล่าโอเมก้าที่ท้องในวัยเรียน ก็แค่ศูนย์การค้าชื่อดังที่สูงลิบลิ่ว มีทั้งแสงไฟและเสียงเพลงของบอยแบนด์สักวงดังคลอไปอย่างสนุกสนาน มีป้ายลดราคากับร้านอาหารที่แข่งจัดโปรโมชั่นมากมาย

 

ธรรมดา...แต่ก็คงมากพอจะทำให้ใครคนหนึ่งออกอาการคิ้วตึงได้ไม่ยาก

 

ลองเหล่ตามองคนข้างๆ และ...เดาข้อสอบยังไม่เห็นถูกแบบนี้เลย

 

ร่างสูงยืนนิ่งขมวดคิ้วยุ่งเหยิงยามมองกลับมา พร้อมใบหน้าหล่อจัดที่เต็มไปด้วยคำถามที่ไม่แน่ใจ

 

“เนี่ยนะ...แหล่งข้อมูล” – อาฮะ...ตาแก่โอเซฮุน

 

บอกแล้วไงว่าพวกเขาใกล้ชิดกันจนเข้าใจ ในความคิดของชายหนุ่ม ของพวกนั้นควรอยู่ในห้องสมุดประชาชน ไม่ก็ศูนย์ข้อมูลของโรงพยาบาลสักแห่งที่น่าเชื่อถือ ลู่หานไม่เถียงหรอก...แม้ว่าอย่างหลังจะเป็นสถานที่ที่เขาไม่คิดจะเฉียดกรายเข้าไปใกล้เลยก็เถอะ

 

ร่างสูงยกแขนขึ้นกอดอก ตามมาด้วยอาการเลิกคิ้วขึ้นเชิงตำหนิ ถ้าให้ตีความหมาย ดวงตาคมดุคู่นั้นมีคำพูดแง่ลบสองสามอย่างที่เจ้าลูกกวางรู้ทัน – กำลังเล่นซนอะไร? ไม่ก็...เพ้อเจ้อไร้สาระไม่เข้าเรื่อง!

 

ใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มยามประสานสายตากลับไปนิ่งๆ เซฮุนน่ะเป็นผู้ใหญ่ มีความรับผิดชอบและเป็นผู้นำที่ดี แต่ว่านะ...บางครั้งและกับเรื่องบางเรื่อง โอเมก้าที่กำลังจะเป็นแม่แบบเขาก็คิดได้เหมือนกันน่า

 

ไม่เสียเวลาพูดให้เปลืองพลังงาน เพราะมือเล็กๆ คว้าหมับเข้าที่มือของอีกฝ่ายแล้วพาเดินเข้าไปข้างในอย่างเร่งรีบทันที

 

“เฮ้!...ห้ามวิ่งแบบนั้นนะลู่หาน”

 

เสียงดุดังขึ้นตามมาแทบจะทันที แต่เพียงเดี๋ยวเดียวมันก็ถูกกลืนหายไปความวุ่นวายรอบตัว

 

พวกเขาขึ้นบันไดเลื่อนสวนกับผู้คนประปราย ไม่ใช่ครั้งแรกที่มา แต่ส่วนมากแล้วพวกเขาไม่ค่อยนึกถึงมันเท่าไหร่ วนซ้ายเลี้ยวขวาในหลายทิศทางจนเกือบสับสน - เกือบถูกต่อว่าอีกครั้งที่เอาแต่เดินไปเดินมา แต่ท้ายสุดแล้ว...ร้านที่กำลังมองหาก็อยู่ตรงหน้าถัดไปอีกไม่ไกล

 

“จ่าจ๊าน” ชี้นิ้ว ส่วนอีกคนยังคงทำหน้าปั้นยากไม่สบอารมณ์อยู่ดี

 

“ร้านหนังสือ?”

 

“แหล่งข้อมูลของวันนี้ต่างหาก”

 

หันมายักคิ้ว และพอริมฝีปากได้รูปตั้งท่าจะขยับเอ่ย คนที่รู้ทันก็รีบดักคอ “ห้องสมุดมันก็ดี แต่ข้อมูลมันไม่อัพเดตหรอก พวกศูนย์ข้อมูลของโรงพยาบาลก็ด้วย เพราะฉะนั้นที่นี่ล่ะ เชื่อดิ”

 

ไอเดียของตัวเอง และการันตีด้วยตัวเองเสร็จสรรพ ไม่สนใจหรอกว่าคู่สนทนาจะเห็นด้วยหรือเปล่า เพราะตอนที่อีกฝ่ายตัดสินใจได้ เขาก็เดินนำเข้าไปอย่างมั่นใจแล้ว

 

ร่างเล็กหยุดลงตรงชั้นวางนิตยสารใกล้กับทางเข้า มีสีสันและเรื่องราวมากมายที่ทำให้ตาลายจนแยกไม่ออก ทั้งเรื่องบ้านเรื่องรถ ไอดอลดารา งานประดิษฐ์และตำราอาหารอีกเยอะแยะเต็มไปหมด นัยน์ตากวางกวาดมองหา ก่อนที่มือของคนข้างกันจะยื่นออกไปคว้าเล่มที่ต้องการมาเปิดอ่านอย่างไม่ลังเล

 

ว่าด้วยเรื่องการตั้งครรภ์กับการเตรียมตัวในแต่ละไตรมาสของคุณแม่มือใหม่ และแน่นอน...ส่วนใหญ่ล้วนเป็นเรื่องที่พวกเขาไม่เคยรู้มาก่อนทั้งนั้น

 

“อา...ทารกอายุแปดสัปดาห์ตัวเล็กเท่าสตรอเบอร์รี่เองเหรอ” พึมพำยามเขย่งตัวนิดๆ เพื่ออ่านข้อความร่วมกัน

 

ตามที่เขียนไว้...ตอนนี้เจ้าตัวเล็กกำลังเริ่มแบ่งแขนขา เป็นช่วงวัยของพัฒนาการที่สำคัญและต้องระมัดระวังอย่างมากด้วย

 

“ถึงได้บอกไงว่าห้ามวิ่งห้ามกระโดด” เซฮุนดุ แล้วก็เขกหัวกลับมาเต็มที่ แต่ถึงจะใช้น้ำเสียงห้วนจริงจังไม่น่าฟังเท่าไหร่ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับสะท้อนความรู้สึกที่แตกต่าง

 

ลู่หานห่อไหล่นิดๆ ตอนยกมือขึ้นลูบหน้าท้องของตัวเอง พอหน้ากระดาษพลิกผ่าน...เรื่องราวก็เปลี่ยนไป เซฮุนหยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมาแล้วกดเข้าหน้าบันทึกข้อความ มีเคล็ดลับการดูแลกับข้อควรระวังหลายอย่างที่ในอินเทอร์เนตไม่มี และชายหนุ่มอย่างจดบันทึกไว้

 

พวกเขายังคงเป็นนักเรียนมัธยมปลายที่มีค่าขนมจำกัด ให้ซื้อหนังสือทุกเล่มที่ถูกใจคงเป็นไปไม่ได้

 

ร่างสูงเบี่ยงตัวหลบในตอนที่ก็ปลายนิ้วรัวๆ พิมพ์ตามความเข้าใจ เหมือนว่าเขาจะให้ความสำคัญกับสารอาหาร และจำพวกโปรตีนมากทีเดียว ยื่นหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ นอกจากนั้นก็ยังมีธาตุเหล็กที่จำเป็นอย่างพวก ไข่แดง ผักใบเขียวเข้ม และตับ

 

อี๋...ลู่หานเกลียดตับ และคิดว่าเจ้าตัวเล็กก็คงไม่ชอบเหมือนกันแน่ๆ

 

เบ้ปาก แล้วก็หยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมาบ้าง จดให้เมื่อยทำไม...ถ่ายรูปเก็บไว้ก็สิ้นเรื่อง ไอเดียเก๋กู๊ดง่ายๆ พร้อมเล็งเป้าหมาย และ...แชะ!

 

แสงแฟลชที่ลืมปิดไว้สว่างจ้า พร้อมกับทุกคนที่หันมามอง!!

 

ชิบ – หัย – แล้ว – จ้า...

 

“เฮ้...ห้ามถ่ายรูปในร้านนะเจ้าเด็กพวกนี้!” คุณลุงเจ้าของร้านชะโงกหน้าออกมาจากเคาน์เตอร์โวยวายเสียงดัง

 

“ขอโทษครับ” พวกเขารีบก้มหัวให้ ลนลานเก็บนิตยสารเข้าชั้นแล้ววิ่งออกไปทันที

 

ยังไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงดีก็ก่อเรื่องจนได้นะเจ้าลู่หาน...

 

ต่อว่าตัวเองตอนหยุดยืนหอบหายใจอยู่ข้างเสาด้วยกัน เซฮุนจ้องเขม็งเหมือนอยากตะโกนใส่หน้า ถูกดีดหน้าผาก แต่คนตัวเล็กกลับหัวเราะออกมาแทนที่

 

รอยยิ้มนั้นสดใสและสว่างไสวปลอดโปร่ง พอเห็นแบบนั้นอีกฝ่ายก็ถอนหายใจ หลุดยิ้มออกมานิดๆ พลางยกมือขึ้นมายีหัวเขาเบาๆ

 

อีกหนึ่งในรูปแบบของความสุขที่อาจเรียบง่ายเกินไปจนอาจไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังทำให้หัวใจเต้นตึกตักได้อยู่ดี

 

ความสุขที่ไร้คำนิยามหรือคำเรียกขาน

 

ความสุข...ที่พวกเขาได้อยู่ด้วยกัน

 

และเมื่อเป้าหมายแรกพลาดไป ก็ยังมีอีกสองสามร้านให้พวกเขาได้แวะเวียนเข้าไป นิตยสารยังคงเป็นสื่อแรกๆ ที่พวกเขาเลือกอ่าน เพราะมันยังมีเคล็ดลับที่ช่วยให้ว่าที่คุณแม่ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น ทั้งยังปลอดภัยกับลูกในท้องด้วย

 

ลู่หานได้รู้ว่าเขาควรหาเวลางีบหลับสักชั่วโมงระหว่างวัน และควรพักผ่อนให้เยอะ นอนตะแคงซ้ายเข้าไว้ถึงจะดีกับเจ้าตัวเล็ก แต่ก็ต้องออกกำลังกายบ้างเบาๆ ห้ามหักโหม หรือต่อให้หิวขนาดไหนก็ควรกินแต่อาหารที่มีประโยชน์เพื่อไม่ให้นำหนักเกิน ไม่อย่างนั้นจะลำบากเอาได้

 

หัวคิ้วบางย่นเข้าหากันทีละนิด การตั้งท้องเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ไม่ง่ายเลยจริงๆ – ตอนหมะม้ามีเขาอยู่ข้างในก็คงลำบากแบบนี้เหมือนกันสินะ

 

ไล่สายตาและพยายามจดจำให้มากที่สุด แต่ไม่ร่วมถึง...คุณแม่ที่ตั้งครรภ์บางครั้งก็มีอารมณ์ความต้องการมากกว่าปกติ เพศสัมพันธ์ไม่ใช่สิ่งต้องห้าม แต่ควรเป็นอย่างระมัดระวัง

 

อ่านมาถึงตรงนี้ทั้งหน้าก็เห่อร้อนไปหมด แถมในหัวมีเสียงระเบิดปุ๋งดังๆ ด้วย

 

เลิกลั่กตาเหลือกโตจนใครสักคนที่ยืนข้างกันหันมามอง ร่างบางรีบค้อมหัวนิดๆ ที่เผลอออกอาการรบกวนไป แล้วก็รีบพลิกหน้ากระดาษฝังสายตาลงไปในข้อความที่อ่านไม่รู้เรื่อง ดีแล้วที่เขากับเซฮุนเลือกอ่านกันคนเล่ม ไม่อย่างนั้นคงได้เขินอายมากกว่านี้

 

เม้มริมฝีปากพลางผ่อนลมหายใจช้าๆ ถัดเข้าไปข้างในยังมีหนังสืออีกมากมายที่รอพวกเขาอยู่ – สูงขึ้นไปและตามแนวกว้างทั้งซ้ายและขวา พวกเขาเลือกยืนหน้าเรื่องที่ตัวเองชอบ พลางดังออกมาเปิดดูอย่างตั้งใจ

 

ร้านแห่งนี้เล็กกว่าร้านแรก มีลูกค้าไม่มากและเงียบสงบพอให้พวกเขาได้มีเวลาอยู่กับตัวเอง ตัวอักษรมากมายกำลังหลั่งไหล เคลื่อนผ่านเข้าสู่ความทรงจำตามเรื่องราวที่ร้อยเรียง ลู่หานหยิบสมุดออกมาจดบันทึกสลับกับการถ่ายภาพเก็บไว้ ทั้งข้อควรรู้ ข้อห้าม และเรื่องน่ากลัวที่พวกเขาต้องป้องกันเพื่อให้เจ้าตัวเล็กได้รับอันตราย

 

ทารกจะไม่มีกะโหลกและสมองถ้าแม่ขาดโฟลิก... ใช้ปากกาเน้นข้อความขี้ไว้เข้มๆ และเขาต้องกินส้ม มันฝรั่ง แล้วก็ไข่แดงเพิ่มขึ้นอีก

 

ลองหาเล่มอื่นมาประกอบกันเพิ่มเติม ในจังหวะที่เงยหน้าขึ้นมา...เขามองเห็นเซฮุนเองที่กำลังตั้งใจไม่แพ้กัน หยุดสายตาเอาไว้ที่ตรงนั้นพักใหญ่ และเดี๋ยวเดียวก็เผลอกดถ่ายภาพเอาไว้โดยไม่รู้ตัว

 

ใบหน้าหล่อจัดที่กำลังเคร่งเครียด คิ้วเข้มขมวดที่เข้าหากันอย่างจริงจัง กับประกายวาววับในดวงตาคมดุที่สะท้อนเพียงมุ่งมั่น ความรู้สึกทั้งหมดที่สัมผัสได้...ทำให้หัวใจอุ่นวาบไปทั้งดวง

 

ทุกการไล่อ่านและจดบันทึกลงไป...ขอบคุณนะเซฮุนนา

 

คำพูดดังก้องอยู่ภายใน และอยากบอกให้รู้ซ้ำๆ เท่าที่จะทำได้

 

ขอบคุณที่ไม่เคยยอมแพ้เรื่องเขากับลูก แล้วก็...ขอโทษด้วยที่เขาเอาแต่ใจจนทำให้ต้องเหนื่อยขนาดนี้

 

หนึ่งในหลายล้านความรู้สึกที่ไม่เคยพูดออกไป หากทำได้เขาอยากเป็นกำลังให้เซฮุนกับลูกมากกว่านี้ แตะมือลงตรงหน้าท้องเพื่อถ่ายทอดคำพูดบางอย่างให้ลูกรับรู้

 

ปะป๊ากำลังพยายามเพื่อหนูนะตัวเล็ก เพราะฉะนั้นต้องแข็งแรง...และรักปะป๊าให้มากๆ นะรู้ไหม

 

เขารู้ว่าลูกรับรู้และเข้าใจ เจ้าก้อนสตรอเบอร์รี่กระจิ๋วหลิวที่กำลังพยายามเติบโตอย่างสุดกำลัง

 

เจ้าตัวเล็กของพวกเขา...

 

กดน้ำหนักมือลงไปเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนกลับมาเป็นตั้งกล้องโทรศัพท์เตรียมถ่ายภาพไว้อีกครั้ง อยากเก็บช่วงเวลานี้ไว้ แล้วส่งต่อให้ลูกในสักวันที่ได้พบกัน

ให้เขาดีใจ...ว่ามีปะป๊าที่รักเขามากเพียงใด

 

ก้มมองลงหน้าจอแล้วก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อคนในเฟรมจ้องมองเขากลับมาอยู่ก่อนแล้ว ตาโตเลิกลั่กกลบเกลื่อน และสุดท้ายก็ได้แต่หันหลังหนีกันดื้อๆ

 

ถอนหายใจ แต่กลับถูกโอบเอวรั้งให้เข้าไปหา “ไม่ต้องคิดมากน่า”

 

เสียงทุ้มลึกที่กระซิบทำเอาสั่นไหวไปหมด ไม่รู้หรอกว่าเผลอทำหน้าแบบไหนออกไปถึงได้รับคำพูดแบบนั้นกลับมา แต่สัมผัสที่แตะต้องนั้นอบอุ่น เหมือนกำลังช่วยปลอบประโลมความรู้สึก เซฮุนวางคางลงมาบนไหล่ของเขา พลางแนบแก้มเข้าหาด้วยอ้อมกอดที่แนบแน่นยิ่งขึ้น

 

“...ขอโทษนะ...” เอ่ยกลับแผ่วเบาทั้งที่ยังไม่แน่ใจความหมาย แต่ชายหนุ่มหันตัวเขาเข้าหาเพื่อกดจูบลงมาบนหน้าผาก

 

“ขอบคุณ” แผ่วเบาและนุ่มนวล “ขอบคุณที่มีเจ้าตัวเล็กน่ารักให้ฉัน ลู่หาน”

 

ดวงตาสีเข้มคู่นั้นไม่เคยโกหก มันสะท้อแต่เพียงความสุขและภาพของเขา ริมฝีปากสีชมพูอมยิ้มนิดๆ ไม่มีคำพูด เพราะในเสี้ยววินาทีความรู้สึกของพวกเขาก็สื่อถึงกันด้วยหัวใจ

 

ผ่านริมฝีปากและจูบหอมหวานที่เงียบงัน

 

โลกภายนอกยังคงเคลื่อนไหว แต่เวลาระหว่างกันหยุดลงครู่หนึ่ง ไม่ได้ยินเสียงของเข้มนาฬิกาจนกระทั่งร่างกายผละออกห่าง ทุกอย่างก็กลับมาดำเนินไปตามปกติอีกครั้ง

 

มีธุระอีกสองสามอย่างที่พวกเขาตั้งใจไว้ หยุดพักกินมื้อกลางวันง่ายๆ และแวะซื้อข้าวของจำเป็นที่ซูเปอร์มาร์เก็ต โดยเฉพาะสารพันวัตถุดิบสำหรับว่าที่คุณแม่ ทุกความรู้สึกอัดแน่นพองฟูอยู่ภายใน ทุกการกระทำและทุกการเอาใส่ใจเหล่านั้น ยังคงสะท้อนอยู่ในดวงตากวางเสมอ

 

ความกังวลมากมายค่อยๆ กำลังหายไป จากวันแรกที่รู้ว่าข้างในตัวของเขามีหัวใจอีกดวงลู่หานก็ลังเลมาตลอด และในความสับสนบางครั้งก็แปรเปลี่ยนเป้นความหวาดกลัวอยู่ลึกๆ แต่วันนี้เซฮุนกลับทำมันให้เขาเห็นแล้ว

 

เขามั่นใจ...เด็กคนนี้เกิดขึ้นจากความรัก และจะเติบโตขึ้นมาจากความรักอย่างแน่นอน

 

ใบหน้าหวานแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มที่สว่างไสว ท่ามกลางละอองไอแห่งความสุขเล็กๆ ที่พร่างพรายโอบล้อม

 

พวกเขายังคงจับมือกันและกันไว้ และก้าวต่อไปพร้อมกัน

 

รถไฟฟ้าขากลับค่อนข้างแออัดและเบียดเสียดต่างจากขามา – ลู่หานไม่อยากขึ้นแท็กซี่ เพราะมันเป็นการเบียดเบียนค่าขนมของอีกฝ่ายอย่างไม่สมควรเลย

 

เซฮุนพยายามหาพื้นที่ให้เขายืนได้สบายที่สุด และใช้ตัวช่วยกำบังให้กัน ยังเหลืออีกหลายสถานีกว่าถึงที่หมายที่ตั้งใจ อย่างยอมรับ...เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าการเดินทางยาวนาน และต้องระมัดระวังทุกลมหายใจ

 

ทุกครั้งที่พื้นใต้เท้าสั่นสะเทือน ลู่หานจะเผลอกุมท้องของตัวเองเอาไว้แน่นกว่าเดิม หัวคิ้วบางย่นเข้าหาเป็นบางครั้ง และทุกครั้งที่คนข้างกายรับรู้ร่างกายของพวกเขาก็จะแนบชิดยิ่งขึ้น

 

มือข้างนั้นจะโอบเอวเขาไว้พร้อมวางมือลงมาบนท้อง ราวกับจะเพิ่มความมั่นใจ และกดริมฝีปากลงมาจูบลงที่ขมับให้หายกังวล เหมือนได้ยินคำปลอบโยนว่าไม่เป็นไรออกมาจากดวงตาสีเข้มล้ำลึกคู่นั้น

 

ไหล่เล็กที่แข็งเกร็งก่อนหน้าอ่อนลง พร้อมๆ กับรอยยิ้มที่ค่อยๆ กลับคืนมา พวกเขาแนบหน้าผากเข้าหากัน ก่อนที่ใครคนหนึ่งที่นั่งอยู่จะลุกขึ้นยืนอย่างรีบร้อน

 

“ขอโทษด้วยครับ ผมไม่ได้สังเกตเลยจริงๆ ว่าภรรยาของคุณกำลังท้อง” ชายวัยกลางคนหนึ่งรีบค้อมตัวลงพลางเอ่ยเสียงดัง เขามองเห็นเข็มกลัดรูปกวางที่ติดไว้ และกระวีกระวาดหลีกทางให้ลู่หานนั่ง

 

เป็นคนตัวเล็กเองที่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ทุกคนกำลังมองมาและช่วยกันกันหลีกทางให้เขาอย่างเต็มใจ

 

เดี๋ยวๆ...ไม่ใช่นะ เขาไม่ได้ท้อง... หันซ้ายหันขวาพยายามปฏิเสธแม้ว่าเสียงจะไม่ออกมา แก้มสองข้างแดงแจ๋ แถมขาสองข้างก็แข็งทื่อไม่กล้าขยับ

 

เด็กมัธยมปลายที่ถูกจับได้ว่าท้องแบบนี้มัน...กังวลสับสน และเผลอทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ออกมาเมื่อจู่ๆ ความรู้สึกข้างในก็สั่นคลอนจนกลายเป็นความหวาดกลัว ร่างเล็กก้าวถอยหลัง แต่เซฮุนกลับโอบไหล่ของเขาเอาไว้

 

“ขอบคุณครับ” เสียงทุ้มลึกกลับตอบรับอย่างมั่นคงหนักแน่น ร่างสูงค้อมตัวลงให้ผู้ชายคนนั้นพร้อมประคองลู่หานให้ก้าวเข้าไปนั่งโดยไม่ลังเล

 

ดวงตาคู่นั้นมองตรง และสะท้อนเพียงภาพของเขากับลูก ไม่มีเค้าแววเสียใจหรือเกรงกลัวสิ่งใด ตรงกันข้ามคือ...

 

“ภรรยาของคุณดูเด็กมากจริงๆ ขอให้ทารกคลอดออกมาอย่างปลอดภัยนะครับ” คุณลุงใจดีคนนั้นอวยพร ก่อนจะก้าวออกไปเมื่อประตูตู้โดยสารเปิดออก และหายลับไปกับกลุ่มคนมากมายที่เดินกันขวักไขว่

 

เซฮุนก้มหัวลงนิดๆ อีกครั้งแทนคำตอบทุกอย่าง และหันกลับมาสบสายตากัน พอเห็นว่าเขายังเอาแต่เม้มริมฝีปากและกอดกระเป๋าคุณแบมบี้เอาไว้อย่างมีกังวล มือใหญ่ก็ยื่นออกมาหา ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยผมหน้าม้าให้ และเคาะลงมาที่ปลายจมูกอย่างที่ชอบทำ

 

ลู่หานกะพริบตากับความไม่อ่อนโยนเท่าไหร่ของอีกฝ่าย แต่ยังไม่ทันได้ขู่ฟ่อกลับไป เสียงจากคนที่นั่งข้างกันก็ดังขึ้น

 

“เป็นท้องแรกสินะถึงได้ดูไม่มั่นใจเท่าไร” คุณยายทักทายด้วยรอยยิ้ม ต่างจากคนฟังที่หูกวางหางกวางลู่ลงยามห่อไหล่พยักหน้า พอเห็นแบบนั้น...หญิงสูงวัยก็หัวเราะอย่างเมตตา

 

“นั่นสินะ...เห็นแบบนี้แล้วก็คิดถึงตอนสมัยตัวเองยังสาวๆ ตอนนั้นอะไรๆ ก็ยังไม่สะดวกสบายแบบนี้” ดวงตาขุ่นขาวฝ้าฟางไปตามกาลเวลาปรากฏเรื่องราวมากมาย ครู่หนึ่งก็ล้วงมือลงไปในถุงกระดาษที่หอบหิ้วพลางส่งแอปเปิ้ลลูกหนึ่งมาให้เขา “หลานสาวของฉันก็เพิ่งตั้งท้อง เพราะเป็นครั้งแรกเธอก็เลยกังวลไปหมด และขอร้องให้ฉันช่วยมาอยู่เป็นเพื่อน ก็เลยตั้งใจเอาแอปเปิ้ลพวกนี้มาฝากเธอด้วย รับไปสิ...ฉันแบ่งให้”

 

“อา...ถ้าอย่างนั้นผมคง...”

 

“แอปเปิ้ลมีประโยชน์มากนะกับเจ้าตัวเล็ก และแน่นอนว่ากับคนเป็นแม่ด้วย รับไปเถอะ...แล้วทำใจให้สบาย หนูน้อยต้องแข็งแรงและคลอดออกมาอย่างปลอดภัยแน่ๆ เพราะมีคุณพ่อที่น่ารักคอยดูแล” คุณยายยิ้มแย้มพลางหันไปทางใครอีกคนที่ยืนฟังอยู่ด้วยกัน

 

“พยายามเข้านะพ่อหนุ่ม”

 

“เต็มที่เลยครับ” คนฟังตอบรับพลางค้อมหัวลงนิดๆ และหันมาหากันพร้อมยักคิ้วให้

 

จากที่ตรงนี้และมุมที่เห็นนี้ ชายหนุ่มดูเป็นผู้ใหญ่กว่าเขามากเหลือเกิน ไม่ใช่แค่เพียงส่วนสูงหรือร่างกายที่แข็งแรง แต่บรรยากาศที่ล้อมรอบ กับสายตาที่คอยเฝ้ามองกันนั้น

 

ในชุดเสื้อยืดทับด้วยแจ็กเก็ตยีนส์ที่แสบธรรมดานี้...

 

โอเซฮุนเท่ชะมัดเลย

 

เม้มริมฝีปาก เดี๋ยวเดียวก็หันหน้าหนี ไม่มีทาง...เขาไม่มีทางพูดออกไปแบบนั้นเด็ดขาด

 

หมุนลูกแอปเปิ้ลในมือเล่นไปมา และไม่นานพวกเขาก็มาถึงสถานีปลายทาง คาร์ดิแกนในกระเป๋าถูกหยิบออกมาคลุมให้เมื่อไอแดดสูงขึ้นจนเกือบใกล้เคียงกับคำว่าเผาไหม้สมกับเป็นปลายฤดูร้อน แต่ยืนรอเดี๋ยวเดียวรถประจำทางสายที่รอก็แล่นมาถึง ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขาใช้เวลาอยู่บนนั้นไปเท่าไหร่ รู้แค่เผลอพิงไหล่กว้างๆ นี้แล้วงีบไปนิดเดียวเท่านั้น

 

เซฮุนพาเขากลับมาส่งที่บ้านอย่างปลอดภัย และคนที่เหนื่อยมาทั้งวันถึงขั้นนอนแผ่หลาลงบนเตียง หลับตานิ่งๆ ก่อนที่มือใหญ่กลับเอื้อมมาจับชายเสื้อคลุมที่เขาสวมไว้  พร้อมออกคำสั่งเสียงเข้มชวนตกใจ

 

“ถอดเสื้อออก” – ห๊ะ?...ไม่แน่ใจว่าหูแว่วไปเองหรือเปล่า ลู่หานลืมตามองคนที่ขยับโน้มลงอยู่เหนือร่างพร้อมจ้องมองกันนิ่งๆ ก่อนพูดซ้ำอีกครั้ง

 

“ถอดเสื้อออกเดี๋ยวนี้ลู่หาน” ไม่ว่าเปล่ายังคว้าหมับเข้าที่คาร์ดิแกนด้วย

 

เจ้าลูกกวางตาโตรีบตะครุบมือข้างนั้นไว้ทันที นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย...ปุบปับจะหื่นตามใจตัวเองไม่ได้นะโอเซฮุน

 

ใบหน้าหวานส่ายไปมา แต่เหมือนชายหนุ่มไม่ยอมล้มเลิกความตั้งใจ

 

“...มะ...ไม่ได้นะเซฮุน เราท้องอยู่นะ...” ปฏิเสธเสียงสั่นและคนฟังยิ่งขมวดคิ้วมุ่น

 

พอเห็นเขาดื้อดึงไม่ยอมทำตาม ชายหนุ่มก็ถอนหายใจก่อนจะรวบมือทั้งสองข้างไว้ พร้อมถอดเสื้อคลุมให้หลุดออกจากตัวของเขาภายในครั้งเดียว

 

“อย่า!” ตะโกนออกมาดังๆ พร้อมหลับตาแน่นปี๋ ทว่า...มือใหญ่กลับคลายออกพร้อมถอยห่าง

 

“เป็นอะไร”

 

“อ่าว...ไม่ได้จะปล้ำหรอกเหรอ”

 

ทำตาปริบๆ งุนงงและ...”เพ้อเจ้อ”

 

อ๋า...ถูกดุกลับมาทันทีเลยล่ะ เซฮุนกอดอกพ่นลมหายใจแรงๆ แล้วก็เขกหัวเรียกสติเขาอีกสักที “เห็นว่าอากาศมันร้อนเลยกลัวเป็นลม ไม่ได้อยากจับนายกดตอนนี้หรอกน่า”

 

โดนอบรมกลับมายกใหญ่...นั่นสินะ  หัวเราะแห้งๆ แล้วก็ได้แต่นั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนเตียงมองตามมือใหญ่ที่จัดแจงข้าวของในถุงอย่างคล่องแคล่ว – มีทั้งนมกล่องสำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ โยเกิร์ตไขมันต่ำ แล้วก็หนังสืออีกสองสามเล่มที่ตัดสินใจซื้อกลับมาด้วย

 

เซฮุนจัดการทุกอย่างด้วยความชำนาญและเป็นระเบียบ พอเรียบร้อยแล้วก็ลุกขึ้นมองตากัน

 

“นอนพักสักงีบเถอะ ฉันจะลงไปข้างล่างปอกผลไม้ให้” เอ่ยบอก แต่ก่อนจะออกไปก็ยังไม่วายหันกลับมาชี้หน้ากันแบบเน้นๆ “ถ้ารู้ตัวว่าท้องก็อยู่เฉยๆ อย่าซนหรือวิ่งไปวิ่งมาให้ฉันปวดหัวล่ะ”

 

“รู้แล้วน่า” ขู่ฟ่อพร้อมย่นจมูกใส่

 

ร่างสูงไหวไหล่และหันกลับไปเปิดประตู ทว่า...ยังไม่ทันก้าวออกไป บางอย่างที่ใหญ่โตและเป็นสีดำทะมึนก็ตรงเข้ามาขวางทางไว้

 

หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือ เป็นสิ่งมีชีวิตสูงใหญ่ที่ค่อยๆ ปรากฏตัวออกมาจากความมืด ใครคนหนึ่งที่พวกเขารู้จักดี และไม่คิดว่าจะมาอยู่ที่นี่ในเวลาแบบนี้

 

โอเซฮุนถอยหลัง แต่บุคคลที่สามก้าวเข้ามาช้าๆ เงียบเชียบเหมือนหมีป่าที่กำลังจ้องจะตะครุบเหยื่อ และใบหน้าที่รกครึ้มไปด้วยหนวดเครา กับเส้นผมพองฟูนี้ลู่หานรู้จักดีกว่าใครทั้งหมด

เจ้าลูกกวางบนเตียงตัวแข็งทื่อ ตาเหลือกโดจนไม่กล้าหายใจ สมองโล่งว่างจนคิดอะไรไม่ออก รวมทั้งริมฝีปากที่ไม่ยอมขยับตามใจ

 

สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวตอนนี้...เมื่อกี้ที่เดินผ่านมาเขาลืมดูไปเลยว่าโรงรถยังว่างอยู่ไหม

 

ไม่มีใครกล้าพูดอะไร โดยเฉพาะยามที่คนตรงหน้าพยายามคลี่ยิ้มสบายๆ อย่างเป็นมิตร แต่กลับดูเหมือนกำลังแยกเขี้ยวให้กันมากกว่า รอบกายนิ่งเงียบกดดันอึดอัด ก่อนจะจบลงด้วยคำถามที่ฟังดูคล้ายเสียงคำรามที่โกรธจัด

 

 

“เหมือนจะได้ยินไม่ถนัดเท่าไหร่ เสี่ยวลู่ลองพูดให้ป๊าฟังอีกทีซิว่าใครกำลังท้อง?”





TBC*




Wish you all the happiness
and Happy New Year 2019 นะคะ


พูดคุยให้กำลังใจกันได้
ที่คอมเมนต์และแท็กค่า


รักมากๆ เลย.



Hashtag
#ฟิคเบบี้ฮันนี่

 





T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 683 ครั้ง

672 ความคิดเห็น

  1. #670 thienthieng (@thienthieng) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 18:30
    รออออน้าาาาาาาา
    #670
    0
  2. #669 natsitacake (@natsitacake) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 19:17
    รอ ติดตามต่อนะคะ
    #669
    0
  3. #666 leemilkeu (@0855144659) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 01:22
    รอนะคะไรท์ นานแค่ไหนก็รอ
    #666
    0
  4. #664 S.spy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 09:20

    รอนานๆค่ะไรท์

    #664
    0
  5. วันที่ 27 เมษายน 2562 / 18:04
    ป๊ะป๊าอย่าว่าลู่หานนะ!
    #663
    0
  6. #661 TrixieP (@TrixieP) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 19:12
    รอนะคะไรท์TT
    #661
    0
  7. #656 vilabellz (@vilabellz) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 12:42
    เมื่อไหร่ไรต์จะกลับมาหนอ คิดถึงจังเลยค่า
    #656
    0
  8. #651 Bam_Cha (@Bam_Chamaiporn04) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 18:00
    รออยู่นะคะะะ ไรท์
    #651
    0
  9. #648 amitamorpo9094 (@amitamorpo9094) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 21:22

    ปะป๊าน่ากลัวอย่างไงก็ไม่รู้

    #648
    0
  10. #647 taehyung613 (@taehyung613) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 14:08
    รอนะคะ
    #647
    0
  11. #645 VK3001 (@OnOnumaKoumwong) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:12
    สนุกมากๆเลยค่ะ>< อยากอ่านตอนต่อไปแล้วมาอัพเร็วนะคะ^^
    #645
    0
  12. #642 Monqter (@Monqter) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:43
    กลับมาอ่านอีกรอบแล้วนาา
    #642
    0
  13. #641 Lookbeerzii Zeebeerza (@beerinlove_2004) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:26
    มาต่อเถอะน้า
    #641
    0
  14. #637 pukseesom (@carrot_noii) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:32

    รออยู่น๊าาาา
    #637
    0
  15. #635 20215 (@20215) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:25
    ตายแล้วววว
    #635
    0
  16. #633 Pa Pui Bonita (@pa-pui) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:18
    เงียบกริบกันเลยทีเดียวคราวนี้
    #633
    0
  17. #628 Cakeliez (@cakeliez) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 23:23
    อมกกกกกกกกกกกกกกก ลุ้นน
    #628
    0
  18. #626 Love (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 17:28

    ตายแล้ววว สู้ๆ นะคะ คุณพ่อต้องเข้าใจ

    #626
    0
  19. #624 Dreamzii_27938 (@dreamzeezah) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 20:57

    งื้ออออ ไรท์จ๋าาาา เรารอลุ้นอยู่น่าาา
    #624
    0
  20. #623 ployyy7324 (@ployyy7324) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 06:24
    เชื่อว่าป๊าต้องเข้าใจ
    #623
    0
  21. #622 MOZCB (@chanwooho) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 19:46
    ป๊าต้องเข้าใจแน่ๆ คงไม่ดุน้องหรอกเนอะะะ
    #622
    0
  22. #620 rida09 (@0982148423) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 20:18
    คุณพระเอกของเราจะทำไงกันนะ เป็นกำลังใจให้ทั้งคุณแม่คุณพ่อมือใหม่น๊าาาา
    #620
    0
  23. #619 baek.mim (@baek06mim) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 13:13

    ไม่นะคุณป๊า อย่าดุน้องนะ
    #619
    0
  24. #618 matrin (@exolmintra) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 08:09
    ป๊าาาา555
    #618
    0
  25. #617 Lilly_OHH (@Lilly_OHH) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 16:28
    ลู่หานม๊ามาแล้ววววว โอ้ยยยคุณพ่อเขาอบอุ่นมากเลยให้ตายสิ แบบนี้ไม่ต้องกังวลเลยนะว่าจะดูแลลู่หานได้ดีหรือเปล่า ปกป้องยิ่งกว่าไข่ในหินอีก อบอุ่นหัวใจไปหมดจริงๆ ไม่ใช่แค่ลู่หานหรอกที่รู้สึกขอบคุณเซฮุนอยู่ตลอดเวลา เราก็เหมือนกัน เห็นเลยว่าเซฮุนทั้งรัก ทั้งใส่ใจลู่หานขนาดไหน และเซฮุนก็แสดงให้เห็นจริงๆว่าไม่เคยเสียใจที่มีเจ้าตัวน้อยเกิดมา ตอนแรกอะไรๆอาจจะยังไม่ลงตัวดีถึงทำแบบนั้น แต่ตอนนี้ไม่ใช่แบบนั้นแล้ว ขอบคุณเซฮุนจริงๆที่ติดสินใจจะดูแลเด็กคนนี้ ดูแลทั้งแม่ทั้งลูกเลย ขอบคุณนะ ตอนนี้คุณป๊ารู้เรื่องแล้ว จะทำยังไงกันดี หวังว่าคุณป๊าจะเข้าใจทั้งคู่นะ คุณป๊าคงไม่โกรธเจ้าลู่หานหรอก อาจจะผิดหวังแต่เราเชื่อว่าคุณป๊าจะไม่ทอดทิ้งลู่หานกับหลานแน่ๆ หลังจากนี้ก็อยู่ที่ว่าเซฮุนจะจัดการเรื่องนี้ยังไง และเราเชื่อว่าเซฮุนจะทำมันออกมาได้ดีแน่นอน ในทุกการตัดสินใจเลย เป็นกำลังใจให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ทั้งคู่เลยนะ สู้ๆๆ
    #617
    0