The 25 Prophets in Al- Quran ประวัตินบีในคัมภีร์อัล-กรุอ่าน

ตอนที่ 4 : นบีอิดรีส อะลัยฮิสสลาม 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 872
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 ก.ค. 55

     ในนามของอัลเลาะห์ผู้ทรงเมตตายิ่งผู้ทรงกรุณายิ่ง

 

        เราได้เรียนรู้ชีวประวัติของท่านนบีอาดัม (อ.ล) มาแล้วก่อนหน้านี้แล้ว  ความ

จริงอาดัม  (อ.ล) เป็นนบีที่มีอายุยืนยาวมาก  เขาได้ให้กำเนิดบุตรมากมาย  และบุตร

คนหนึ่งของเขาก็คือ       “ ชีต “   (อ.ล)    ชีต มีความหมายว่า   “ ของขวัญจาก

อัลเลาะห์ ”   มีเรื่องเล่าว่า อาดัม  บิดาของ ชีต ได้ตั้งชื่อให้เขาเช่นนั้น ก็เพราะอาดัม

ให้กำเนิดบุตรคนนี้ ภายหลังจากกอบีล ได้สังหารฮาบีล   พี่น้องของเขาเสียชีวิต  ชีต

จึงเป็นเหมือนของขวัญจากอัลเลาะห์ที่ได้ประทานให้แก่อาดัม.

 

        นักวิชาการกล่าวว่า เมื่ออาดัมใกล้เสียชีวิตนั้น เขาได้เรียก ชีต มาสั่งสอนเขา

ให้รู้จักช่วงเวลาต่างๆ ทั้งเวลากลางวันและเวลากลางคืน และได้สอนการทำอิบาดะห์

ในช่วงเวลาเหล่านั้นแก่เขา  อีกทั้งยังได้บอกแก่เขาว่าต่อไปจะเกิดน้ำท่วมโลกขึ้น

กล่าวกันว่าสายตระกูลของลูกหลาน  อาดัมนั้นจะมาบรรจบที่ชีต ผู้นี้   และกาลต่อมา

ลูกหลานของอาดัมจากสายอื่นๆ  ได้สูญพันธุ์ลงหมดสิ้น . อัลเลาะห์ ทรงรู้ยิ่ง.

 

ชีต ได้ทำหน้าที่ในตำแหน่งนบีสืบต่อจากอาดัม บิดาของเขา  ชีต เป็นนบี ดังที่

เราทราบมาจากฮะดีษของท่านนบีมูฮำหมัด(ซ.ล) ที่กล่าวว่า : ชีต ได้รับแผ่นบันทึก

บัญญัติศาสนาจำนวนถึง 50  แผ่น และเมื่อเขาใกล้เสียชีวิต เขาได้สั่งเสียไว้แก่บุตร

คนหนึ่งของเขา  ให้ทำหน้าที่ต่อจากเขา จนในที่สุดคำสั่งเสียนั้นได้ตกทอดไปจนถึง

อุคนูค ซึ่งก็คือ อิดรีส (อ.ล)นั่นเอง.

 

เราจะหยุดพักกันตรงนี้สักครู่ พร้อมกับศึกษาความเป็นมาของมนุษยชาติ ผ่าน

ประวัติศาสตร์อันยาวนานเพื่อให้ความสนใจกับความหยั่งรู้ของอัลเลาะห์ในการนำสู่

ฮิดายะห์ หนทางที่ถูกต้อง และมอบแสงสว่างให้แก่มนุษย์  โดยผ่านการส่งรอซู้ล

(ศาสนทูต)มา และผ่านทางการแต่งตั้งบรรดานบีทั้งหลาย.

 

รอซู้ล         : คือมนุษย์จากลูกหลานของอาดัม ที่อัลเลาะห์ได้ส่งเขามาพร้อม

ด้วยข้อใช้ และข้อห้าม  และพระองค์มีบัญชาให้เขานำหลักการนั้นออกเผยแพร่แก่

มวลมนุษย์.

 

นบี  : คือมนุษย์จากลูกหลานของอาดัม เช่นเดียวกัน ที่อัลเลาะห์ได้ส่งเขามา

พร้อมด้วยข้อใช้และข้อห้าม  แต่พระองค์ไม่ได้มีบัญชาให้เขานำหลักการนั้นออก

เผยแพร่แก่มวลมนุษย์.

 

ด้วยเหตุนี้จึงเกิดมีรอซู้ลที่เป็นนักต่อสู้ผู้อุทิศชีวิตของตนในวิถีทางของ

อัลเลาะห์ ซึ่งพวกเขาถูกเรียกว่า  “ อุลุ้ลอัซมิ ”   คือรอซู้ลผู้มีจิตใจอันเด็ดเดี่ยว.

เพราะการต่อสู้ของพวกเขาในการเผยแพร่ศาสนานั้นยิ่งใหญ่ พวกเขาต้องเผชิญกับ

ความเหนื่อยยาก ภัยจากการคุกคาม  และการปองร้ายจากพวกพ้องของพวกเขาเอง

อย่างรุนแรง.

 

ขอพวกเราได้โปรดสละเวลาสักนิดให้แก่ประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ตลอด

ระยะเวลายาวนานที่ผ่านมา และหันมาให้ความสนใจกับนบีท่านหนึ่งจากบรรดานบี

ทั้งหลายที่อัลเลาะห์ได้ส่งมา  เพื่อนำหนทางที่ถูกต้องมามอบให้แก่มวลมนุษย์ และ

มาชี้นำพวกเขา  รอซู้ลนั้นถือเป็นความเมตตาของอัลเลาะห์ที่มอบให้แก่ชาวโลก

ทั้งหลาย เขาจะมาเยียวยาความเบี่ยงเบนของมนุษย์ที่ออกนอกลู่นอกทาง  จะมาชี้นำ

มนุษย์ให้ยึดมั่นแนวทางของความดีมีศรัทธา ยึดมั่นสัจจะ และความเที่ยงธรรม อาดัม

เป็นนบีท่านแรกของมนุษยชาติ ต่อมาก็คือชีต และหลังจากทั้งสองก็คืออิดรีส.

 


 

ชัยตอนยังคงต่อสู้กับมนุษย์

 

ภายหลังจากอาดัมจากไป  มนุษย์ได้มีชีวิตสืบต่อกันมาอีกหลายยุคหลายสมัย

เป็นเวลานานแสนนาน มนุษย์เพิ่มจำนวนมากขึ้นและแพร่พันธุ์  มนุษย์มีจำนวนมาก

ขึ้น  และมากขึ้น  สิ่งแวดล้อมที่กระตุ้นให้ทำความดี และความรักมีอยู่เต็มเปี่ยมจิตใจ

ของมนุษย์  แต่ชัยตอนก็ยังคงติดตามมนุษย์อย่างไม่คลาดสายตา  มันได้หว่านเชื้อ

ความชั่วร้ายลงในจิตใจของบางคน  ชัยตอนจึงมีสมัครพรรคพวกที่พอใจในแนวทาง

ของมัน ที่มุ่งทำลายสายสัมพันธ์ที่ดีของมนุษย์เพราะมันได้ให้สัญญาไว้แล้วว่าจะต้อง

ลวงล่อลูกหลานของอาดัม  และหว่านล้อมให้พวกเขาทำความชั่ว และทำบาปเพื่อใน

ทีสุดก็จะไม่เหลือพวกที่อยู่ในทางนำที่ถูกต้องอีกต่อไป

 

ในชีวประวัติของนบีอาดัม (อ.ล) เราได้ประจักษ์แล้วว่าอิบลีสได้ให้สัญญากับ

ตัวเองไว้ว่ามันจะทำตัวเป็นศัตรูกับมวลมนุษย์ซึ่งเป็นลูกหลานของอาดัมมันให้สัญญา

จอมปลอมไว้กับพวกเขา  ให้ความหวังอย่างลมๆ แล้งกับพวกเขา   สิ่งที่ชัยตอนได้

ให้สัญญาไว้กับมนุษย์นั้นล้วนเป็นคำหลอกลวง

 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า แรงกระตุ้นให้ทำความดียังมีอยู่ในจิตใจของคนจำนวนมาก

 สายธารแห่งความรักและความดียังคงหลั่งไหลอยู่ในระหว่างพวกเขา  แต่ด้วยความ

ประสงค์ของอัลเลาะห์ ตาอาลา ได้กำหนดไว้แล้วว่า ลูกหลานของอาดัมจะต้องถูก

ทดสอบ จะต้องได้รับการพิสูจน์ชัยตอนคอยเฝ้ามนุษย์อย่างใกล้ชิด  มันจะเข้าประชิด

ตัวเขา กระซิบกระซาบ และชักจูงให้มนุษย์ออกห่างสัจธรรม สิ่งที่ดีงาม สู่ความโป้ปด

มดเท็จ และความเลวทราม มนุษย์ที่ตกเป็นเป้าหมายของมัน และยอมทำตามมัน ก็

จะกลายเป็นพลพรรคของมัน และจะกลายเป็นผู้ที่ขาดทุนในที่สุด.

 

ในการเผชิญหน้ากับชัยตอน  บรรดานบีทั้งหลายจะปฏิบัติหน้าที่ของพวกเขา

ตามที่ได้รับมอบหมายจากอัลเลาะห์  ให้ทำหน้าที่เผยแพร่แก่มวลมนุษย์ พวกเขาจะ

กระตุ้นให้มนุษย์ทำความดี พวกเขาจะผูกพันหัวใจของมนุษย์ด้วยความรัก ความสนิท

สนม และความเมตตา เพื่อโลกนี้จะเป็นสุข  และเพื่อพวกเขาเองก็จะมีความสุขด้วย

สายสัมพันธ์ที่ดี ด้วยคุณลักษณะที่ควรยกย่อง จากความประพฤติที่ดีและมารยาทอัน

งดงามของพวกเขา.

 

อิดรีส  ก็เป็นนบีท่านหนึ่งจากบรรดานบีผู้ทรงเกียรติเหล่านั้น  ซึ่งมีนามระบุอยู่

ในอัลกุรอาน  อัลเลาะห์ ตาอาลาได้ตรัสไว้ในซูเราะห์ มัรยัมว่า :“และจงกล่าวถึงเรื่อง

อิดรีส ที่อยู่ในคัมภีร์เถิด แท้จริงเขาเป็นผู้ศรัทธามั่น และเป็นนบี และเราได้เทิดเกียรติ

เขาสู่ตำแหน่งอันสูงส่ง “ (มัรยัม : 56-57)

 

อัลกุรอานไม่ได้เล่าอะไรเกี่ยวกับอิดรีส (อ.ล) นอกจากข้อความดังกล่าวเท่านั้น

มีความเป็นไปได้มากทีเดียวที่มนุษยชาติในระยะเริ่มแรกนั้นยังไม่มีกลุ่มชนที่เบี่ยงเบน

ออกจากแนวทางของอัลเลาะห์มากนักเหมือนกับที่เราได้เรียนรู้จากประวัติขอบรรดา

นบีในยุคหลังจากนั้น  นบี อิดรีส (อ.ล) ถือได้ว่าเป็นห่วงโซ่หนึ่งที่ต่อเชื่อมระหว่างยุค

หลังกับยุคก่อน  เขาชี้นำมนุษย์ให้ทำความดี  และยับยั้งพวกเขาจากการทำความชั่ว

สั่งสอนพวกเขาให้รู้จักสิ่งที่จะเป็นประโยชน์แก่พวกเขา เพื่อความสุขในโลกนี้ และ

ความรอดพ้นในโลกหน้าอาคิเราะห์.

 

ใครคืออิดรีส (อ.ล)

 

นักวิชาการได้กล่าวไว้อย่างไรเกี่ยวกับนบีท่านนี้  ?

พวกเขากล่าวว่า  นบีอิดรีส เป็นลูกหลานของอาดัม (อ.ล)  เขาสืบเชื้อสายมา

จาก ชีต บุตร ของอาดัม ชื่อของเขามีระบุอยู่ในคัมภีร์เตารอห์ว่า “คุนูค”ในฉบับ

แปลภาษาอาหรับออกเสียงว่า “อุคนูค”  คัมภีร์เตารอห์กล่าวว่าเขาเป็นนบีท่านแรก

ภายหลังจากอาดัม (อ.ล).

 

นักประวัติศาสตร์บางคนกล่าวว่า: เขามีชีวิตอยู่ร่วมสมัยกับอาดัม เป็นเวลา

สามร้อยแปดปี  หมายความว่าเขาได้เห็นปู่ทวดของเขาคืออาดัมและใช้ชีวิตร่วมกับ

เขาเป็นเวลาหลายร้อยปี

 

ตำราประวัติศาสตร์บางเล่มเล่าว่า อิดรีสเกิดที่อียิปต์ ในเมือง มันฟ์   บางคน

กล่าวว่าเขาเกิดที่ บาบิโลน และเติบโตอยู่ที่นั่น  และได้ศึกษาวิชาควมรู้จากชีต ผู้เป็น

ปู่ของเขา.

 

แต่จากหลักฐานที่แน่นอนก็คือเขาเกิดที่อียิปต์  พำนักอยู่ที่นั่นและเรียกร้อง

เชิญชวนมนุษย์สู่การภักดีต่ออัลเลาะห์ ผู้ทรงยิ่งใหญ่และเกรียงไกร  เขาทำหน้าที่

กำชับผู้คนให้ทำความดี และคอยยับยั้งพวกเขาจากการทำความชั่ว, อัลเลาะห์ ตาอา

ลาได้ยกตำแหน่งของเขาให้สูงขึ้น นักวิชากรบรรยายความหมายอัลกุรอานกล่าวถึง

เรื่องนี้ว่า อัลเลาะห์ได้บัญชาแก่อิดรีสว่า : โอ้ อิดรีส แท้จริงเราจะยกเกียรติเจ้าให้

สูงขึ้นทุกวัน เท่ากับความดีที่มนุษย์ทั้งหมดได้กระทำ. เบื้องหน้าความโปรดปรานอัน

ยิ่งใหญ่ของอัลเลาะห์นี้ อิดรีส มีความต้องการทำความดีมากขึ้น  เขาได้ทุ่มเทการ

ทำอิบาดะห์ต่ออัลเลาะห์มากยิ่งขึ้น   เขาได้ใช้เวลาที่มีประกาศเชิญชวนให้มนุษย์หัน

มาทำความดี  เพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณต่ออัลเลาะห์ที่ได้ประทานความโปรด

ปรานอย่างมากมายให้แก่เขา  นี่คือบุคลิกของบ่าวที่ทีคุณธรรมทุกคน ที่เขาจะต้อง

ตอบแทนบุญคุณของอัลเลาะห์  เพื่อที่อัลเลาะห์จะได้เพิ่มมูลความเมตตาให้แก่เขา

มากยิ่งขึ้น  สมดังคำดำรัสของพระองค์ที่ว่า :

 

“ ถ้าหากพวกเจ้าตอบแทนบุญคุณอัลเลาะห์  แน่นอนพระองค์จะเพิ่มพูนให้แก่พวก

เจ้ามากยิ่งขึ้น “ 

(อิบรอฮีม:7)

 

        ท่านนบีมุฮำหมัด (ซ.ล)ได้เล่าให้พวกเราทราบว่าในคืนอิสรออ์ และเมียะอ์รอจ

นั้น ท่านได้เห็นนบีอิดรีส (อ.ล) และพบกับเขาในฟ้าชั้นที่สี่.

 

 


 

หลักสำคัญในการเผยแพร่ศาสนาของอัลเลาะห์

 

        เราจะประกาศเชิญชวนสู่ศาสนาของอัลเลาะห์ ผู้ทรงยิ่งใหญ่และเกรียงไกรได้

อย่างไร ? และเราจะกำชับให้ทำความดีและยับยั้งจากความชั่วได้อย่างไร ?

 

        ความจริงอัลกุรอาน ได้วางหลักการที่ถูกต้อง สำหรับการประกาศเชิญชวนสู่

ศาสนาของอัลเลาะห์เอาไว้ในคำดำรัสของอัลเลาะห์ ตาอาลาที่ว่า :

 

“ เจ้าจงประกาศเชิญชวนสู่ศาสนาขององค์อภิบาลของเจ้า ด้วยวิทยปัญญา และด้วย

คำสั่งสอนตักเตือนที่ดีงามเถิด และเจ้าจงโต้เถียงกับพวกเขา ด้วยข้อมูลที่ดีกว่า “

 (อันนะห์ลิ : 125)  โดยไม่ต้องสงสัยเลยว่าบรรดานบีของอัลเลาะห์ทั้งหลายต่างก็ได้

ดำเนินตามหลักการอันยิ่งใหญ่นี้ทั้งสิ้นในการประกาศเชิญชวนสู่ศาสนาของอัลเลาะห์

,  และหนึ่งจากนบีเหล่านั้นก็คือท่านนบีอิดรีส (อ.ล)

 

        ลูกหลานของอาดัมกระจัดกระจายไปทั่วทุกหนทุกแห่งในโลกทั้งตะวันออก

และตะวันตก พวกเขากลายเป็นก๊ก เป็นเหล่า ซึ่งแต่ละก๊ก แต่ละเหล่า  ต่างก็มีภาษา

และสำเนียงเป็นของตนเอง กล่าวกันว่าขณะที่อัลเลาะห์ได้ส่งอิดรีสมาทำหน้าที่ศาสน

ทูตนั้น ภาษาสำเนียงของมนุษย์ขณะนั้นมีอยู่ถึงเจ็ดสิบภาษาและสำเนียง  อัลเลาะห์

ได้สอนอิดรีสให้พูดภาษาและสำเนียงของแต่ละก๊ก แต่ละเหล่าได้เป็นอย่างดี เพื่อให้

เขาสามารถประกาศเชิญชวนแต่ละก๊ก แต่ละเหล่าสู่ศาสนาของ     อัลเลาะห์ได้ด้วย

ภาษาและสำเนียงของพวกเขาเอง และเขาได้ทำหน้าที่สั่งสอนมนุษย์ให้รู้จักหลักการ

ศาสนา ด้วยภาษาและสำเนียงที่พวกเขาเข้าใจ.

 

        อิดรีส ได้จัดระเบียการดำเนินชีวิตของมนุษย์ให้ดีขึ้น เขาได้จัดทำผังเมืองต่างๆ

ขึ้น ได้รวบรวมนักศึกษาให้มารับการศึกษาในทุกเมือง  เขาได้สอนนักศึกษาให้รู้จัก

สิ่งที่เป็นสัจธรรม และความยุติธรรม  ได้อธิบายให้พวกเขารู้จักหลักการปกครอง

เคล็ดลับของความเจริญรุ่งเรือง  และให้ความเข้าใจแก่พวกเขาถึงหลักในการใช้ชีวิต

อยู่ร่วมกันในสังคม  ได้วางแนวทางทางด้านการเมืองการปกครองที่จะนำพาพวกเขา

สู่ความผาสุขที่ยั่งยืน ซึ่ง มีรากฐานอยู่ที่ความร่วมมือกันทำ   ความดี และมีคุณธรรม

และยึดหลักการที่ว่าอัลเลาะห์ย่อมอยู่กับคนหมู่มากที่มีความสามัคคี  อิดรีสเป็นคน

แรกที่ได้นำหลักปรัชญาออกมา  เพราะอัลเลาะห์ตาอาลาได้สอนให้เขารู้เคล็ดลับ

มากมายที่มีอยู่ในจักรวาล  เขารู้ความลี้ลับของดาราศาสตร์  จุดรวมของดวงดาว

และตำแหน่งที่ดาวตก  ตลอดจนจักราศีของมัน  รู้จักจำนวนปี  และการคำนวณ.

 

        เช่นเดียวกับที่เขาได้ดำเนินการที่ยิ่งใหญ่และถือกันว่าเป็นงานที่สำคัญอย่างยิ่ง

ในยุคสมัยโน้น เพราะเขาได้แบ่งโลกออกเป็นสี่ส่วน และได้แต่งตั้งผู้มีอำนาจสี่คนให้

ทำหน้าที่ปกครองในแต่ละส่วน  และได้จัดวางผังเมืองเพื่อรองรับความเจริญเติบโต

ในแต่ละส่วน.  การแบ่งนี้เรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นอย่างแท้จริง ของการก่อกำเนิด

ความเป็นประชากร  และความเป็นเผ่าพันธุ์ของมนุษย์.

 

        อิดรีส ได้เริ่มอธิบายเป้าหมายหลักของการสร้างมนุษย์ขึ้นมาในจักรวาลนี้  เขา

ได้แจกแจงให้แต่ละประชาชากรทราบถึงหลักสำคัญที่จะก่อให้เกิดการพัฒนาและ

ความเจริญรุ่งเรืองขึ้นเพื่อให้พวกเขาใช้เป็นหลักยึด และต่อไปมนุษย์ก็จะรู้จักบทบาท

ของตนที่จะต้องปฏิบัติเพื่อพัฒนาโลกนี้และสรรค์สร้างความเจริญแก่ชีวิต.

 

 

อิดรีสประกาศเชิญชวนสู่อิสลาม

 

        นี่คือข้อเท็จจริงที่ไม่มีมุสลิมคนใดปฏิเสธ  อิดรีสได้ประกาศเชิญชวนสู่อิสลาม

เพราะความหมายของอิสลามคือการยอมจำนนต่อองค์อภิบาลสากลโลกยอมสวามิภักดิ์

ต่อพระองค์อย่างศิโรราบ ปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์อย่างไม่โต้แย้ง

และดำเนินตามแนวทางของนบีที่อัลเลาะห์ทรงแต่งตั้งมาไม่มีนบีท่านใดเลยนอกจาก

เขาจะต้องป่าวร้องแก่ประชากรของเขาว่า : พวกเจ้าจงสักการะอัลเลาะห์เพียงผู้เดียว

ไม่มีพระเจ้าอื่นอีกแล้วสำหรับพวกเจ้า คำประกาศเชิญชวนของนบีทุกท่านจะเน้นเรื่อง

หลักศรัทธาเป็นสำคัญ คือการยอมรับว่าอัลเลาะห์เป็นพระเจ้าที่แท้จริงแต่เพียงผู้เดียว

ที่มนุษย์จะต้องสักการระกราบไหว้  ไม่มีพระเจ้าอื่นใดอีกเป็นคู่ภาคีของพระองค์ใน

การเป็นพระเจ้า และไม่มีผู้ใดมีอำนาจเหนือพระองค์.

 

        พร้อมๆ กับการประกาศเรียกร้องสู่หลักศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียว อิดรีส ก็ได้

เชิญชวนมนุษย์สู่ความดีและห้ามปรามจากความชั่ว  เขานำมาซึ่งหลักการของอิสลาม

และเขาก็จะดำเนินไปตามเส้นทางของอิสลาม เขาเรียกร้องสู่การชำระจิตใจให้สะอาด

บริสุทธิ์จากความสกปรกโสมมของความเคืองแค้น  ความชิงชัง ความเห็นแก่ตัว  และ

ความละโลภ  เขาเรียกร้องสู่ความมีหัวใจที่บริสุทธิ์  จิตใจที่สดใส  เชิญชวนสู่การทำ

ความดีทั้งกลางวันและกลางคืน ทั้งในที่ลับและเปิดเผย เขากระตุ้นไม่ให้ยึดติดกับดุน

ยา และความผาสุขในโลกนี้  และว่ามนุษย์จะต้องไม่โลภในทรัพย์สินของผู้อื่นเพื่อให้

ตาชั่งของความยุติธรรมเที่ยงตรงอยู่ตลอดกาล และเพื่อความดีงามในชีวิต.

 

        สำหรับอิบาดะห์ ต่างๆ นั้นอิดรีสได้แจ้งข่าวดีแก่มวลมนุษย์ ด้วยสิ่งเดียวกันกับ

ที่บรรดานบีต่างๆ นำมา เขาใช้ให้ทำละหมาดซึ่งในเนื้อแท้ของละหมาดก็คือการมุ่ง

หน้าเข้าหาอัลเลาะห์ด้วยการวิงวอนขอพรต่อพระองค์  และครุ่นคิดตรึกตรองถึงสรรพ

สิ่งที่อัลเลาะห์ได้ทรงสร้างขึ้นมา ตลอดจนความแตกต่างของกลางวันกับกลางคืน

นบีทั้งหลายจะใช้พวกพ้องของตนให้ทำละหมาด  แต่ในรูปแบบที่อัลเลาะห์ ตาอาลา

เท่านั้นทรงทราบ เพราะอาจไม่ใช่ละหมาดในรูปแบบเดียวกับที่พวกเราในฐานะมุสลิม

ปัจจุบันปฏิบัติอยู่ก็เป็นได้.

 

        อิดรีส  ได้ใช้พวกพ้องของเขาให้ถือศีลอดหลายวันทุกเดือน และกระตุ้นเตือน

ให้ผู้คนหยิบยื่นทานบริจาคให้แก่คนยากจนและอ่อนแอ.

 

        เขาอบรมสั่งสอนประชาชนให้รักษาสติปัญญาของพวกเขา โดยใช้ให้ประชาชน

ออกห่างจากสิ่งที่ทำให้มึนเมาทุกชนิด อบรมสั่งสอนพวกเขาให้รักษาสุขภาพ ไม่

รับประทานสิ่งที่สกปรกทั้งหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อสุกรและสุนัข.

 

        ศาสนทูตทุกท่านที่ทำหน้าที่เชิญชวนสู่อิสลามก็เช่นเดียวกันจะเรียกร้อง

ประชาชนของตนให้รักษาศาสนา  คือรักษาความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับพระผู้

เป็นเจ้าให้เหนียวแน่น  ให้รักษาชีวิต  รักษาสติปัญญา รักษาเกียรติยศ และทรัพย์สิน

เพราะสิ่งเหล่านี้คือหลักชัยของชีวิต ที่ไม่ยินยอมให้มีการละเมิดโดยเด็ดขาด.

 

        ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่จะพัฒนาให้มนุษย์ดีขึ้นทั้งร่างกายทรัพย์สินและความเป็นอยู่

รอบด้าน.

 

        ส่วนด้านระเบียบทางสังคมนั้น  กล่าวกันว่าอิดีส (อ.ล) ได้กำหนดวันรื่นเริงขึ้น

มากมายให้แก่ประชาชนเนื่องในโอกาสต่างๆ เพื่อให้พวกเขาได้มาชุมนุมกัน ทำความ

รู้จักมักคุ้นกัน และสร้างสัมพันธภาพของความเป็นมิตรขึ้นระหว่างกัน  และอิดรีส ยัง

ได้แนะนำประชาชนให้ถวายกุรบาน เพื่ออัลเลาะห์อีกด้วย  กุรบานคือการให้ทานสิ่งที่

ดีที่สุดที่มนุษย์มี เพื่อทำตัวให้เข้าใกล้ชิดอัลเลาะห์ ตาอาลา  กล่าวกันว่ากุรบานที่อิด

รีสใช้ให้กระทำมีสามชนิดคือ :

 

        สิ่งที่มีกลิ่นหอม  ทำกุรบานด้วยดอกกุหลาบ

        ธัญพืช  ทำกุรบานด้วยข้าวสาลี

        ผลไม้  ทำกุรบานด้วยองุ่น

 

6 ความคิดเห็น

  1. #1 binti Abd-HaD (@manu-p3) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2555 / 23:21
    ดีมากๆเรย  อยากให้มีมุสลิมเอามาลงเยอะๆ


    #1
    0