มอบรัก ฉบับ รีไรท์ (สนพ.เขียนฝัน ในเครือไลต์ออฟเลิฟ)

ตอนที่ 1 : ได้พบเธอ 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,629
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    23 มี.ค. 60



ตอนที่1ได้พบเธอ

“พี่มอบคะ...เมื่อกี้โทรศัพท์พี่ดัง แต่มัดไม่ได้รับนะพี่ ดูเอาเองแล้วกัน” ลูกน้องร่างบางบอกหัวหน้างานร่างอวบที่เพิ่งกลับเข้ามาในห้องทำงานหลังจากเธอออกไปเดินตรวจงานด้านนอก

มอบรักพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งหลังโต๊ะทำงานหลังใหญ่มือบางดึงลิ้นชักใต้โต๊ะออกมาเพื่อควานหาโทรศัพท์เครื่องบางที่เธอมักจะหย่อนลงในลิ้นชักส่งๆ เหมือนทุกๆวัน

หัวหน้าแผนกควบคุมคุณภาพประจำโรงงานผลิตชุดชั้นในอย่างมอบรักมักไม่ค่อยมีเวลานั่งประจำโต๊ะของตนนัก เพราะต้องคอยเดินตรวจตราสุ่มดูคุณภาพงานในแต่ละกล่องของพนักงานเย็บ ที่มักปล่อยงานเสียหลุดออกมาให้เธอได้ปวดหัวอยู่เป็นประจำ

มือบางควานหาก่อนจะยิ้มในตาสดใสเมื่อเจอของที่ต้องการ ปลดล็อคหน้าจอเสร็จก็ขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์แปลกโทรเข้ามา มอบรักแปลกใจได้ไม่นาน โทรศัพท์ในมือก็ดังขึ้นอีกครั้ง เธอจึงกดรับเพื่อคลายความสงสัย ใครกัน?

“สวัสดีค่ะ ใช่เบอร์ของคุณมอบรัก แจ่มจรัสรึเปล่าคะ?” ปลายสายถามเสียงสุภาพ

“ค่ะ มอบรักพูดค่ะ” มอบรักตอบรับอย่างแปลกใจ

“คุณมอบรักคะ ตอนนี้คุณย่าของคุณท่านป่วยนอนโรงพยาบาล ไม่ทราบว่ามีใครแจ้งคุณหรือยัง?” ปลายสายยังคงแจ้งอาการของคนป่วยเรื่อยๆ แต่คนฟังกลับฟังไม่รู้เรื่องแล้ว หลังจากได้ยินคำว่าคุณย่านอนโรงพยาบาล 

มอบรักค่อยๆ ตั้งสติหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะถามปลายสายเพื่อความแน่ใจ

“ขอโทษนะคะ คุณย่าคนนั้นชื่ออะไรคะ?” มอบรักถามเพราะว่าปกติถ้าหากเป็นโรงพยาบาลโทรมาจะต้องถามและแจ้งชื่อคนไข้ก่อนแต่นี่เล่นบอกโต้งๆ แบบนี้ พวกโรคจิตโทรมาหลอกรึเปล่า

“เอ็งจะถามหาพระแสงอะไรไอ้มอบ ย่าใช้อีหนูเตียงข้างๆ มันโทรเองแหละ เอ็งสงสัยอะไร?..” คนไข้ตัวจริงเอ่ยแทรกเข้ามาเสียงดังฟังชัด มอบรักจึงอมยิ้มน้อยๆ ที่ได้ยินเสียงของย่า 

เสียงดังขนาดนี้ ย่าแม้นของเธอน่าจะยังสบายดี มอบรักคิดในใจยิ้มๆ

“ย่าเป็นไงบ้าง ไปนอนโรงบาลทำไม...เบื่อพ่อเหรอ?”

“อือ..พ่อเอ็งมันน่าเบื่อ” ย่าแม้นตอบคำถามหลังเลยโดยที่ไม่ยอมบอกว่าเป็นอะไร

“แล้วย่าเป็นอะไรจ๊ะ ย่ายังไม่บอกมอบเลย” หลานสาวทวงคำตอบอีกครั้ง

ย่าแม้นถอนหายใจหนักก่อนจะยอมบอกอาการให้หลานสาวฟัง แม้จะไม่อยากให้หลานไม่สบายใจ แต่ตัวนางเองก็ไม่ค่อยสบายใจเช่นกัน หากได้คำปลอบใจจากไอ้มอบสักหน่อยก็คงดี

“หมอเขาว่าย่าอาจจะเป็นโรคมะเร็ง ผลมันยังไม่ออกมาหรอกนะ แต่ย่าก็อยากได้ยินเสียงเอ็งเพื่อเรียกกำลังใจ” ย่าเล่าเสียงเรียบเรื่อยเหมือนไม่ได้คิดอะไร

“ย่าเป็นไรนะ?....บอกมอบอีกทีได้ไหม มอบฟังผิดรึเปล่า?” มอบรักถามเสียงตื่น

ย่าทำเสียงจิ๊จ้ะในคออย่างขัดใจ ไอ้มอบมันสมองช้าจริงๆ

“มันจะผิดได้ยังไง หมอเขาสงสัยว่าย่าอาจจะเป็นมะเร็ง มันฟังยากตรงไหนห้ะ! ย่าที่สุดแสนจะอารมณ์ร้อนแหวหลานเสียงดัง ทำให้มอบรักที่กำลังตกใจเพราะอาการป่วยของย่าต้องรีบได้สติ

“ย่าอยู่โรงบาลไหนจ๊ะ เดี๋ยวมอบขอไปหาผู้จัดการก่อนนะจ้ะ ขอลางานไปเยี่ยมย่าเขาคงไม่ว่าอะไร”

ย่าแม้นจึงบอกชื่อโรงพยาบาลให้หลานสาวรู้ก่อนจะวางสายด้วยใบหน้ายิ้มกริ่ม 

“ยิ้มดีใจอะไรครับยาย?.....แผลที่มือเป็นยังไงบ้างดีขึ้นรึยัง” หมอหนุ่มในชุดฟอร์มสีขาวเดินมาจากด้านหลังพร้อมทั้งขบวนนักศึกษาแพทย์สี่ห้าคน เอ่ยถามคนไข้ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“อุ้ย!!...หมอ ดีใจที่หลานสาวจะมาหา พรุ่งนี้หมอก็คงได้เห็น” ย่าแม้นบอกหมอประจำตัวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เช่นกัน ตาเจ้าเล่ห์ก้มมองมือที่พันผ้าขาวเอาไว้อย่างกระหยิ่มยิ้มย่องที่หลอกหลานสาวสำเร็จ

กานต์พยักหน้ารับก่อนจะขอตัวเดินไปยังเตียงที่นักศึกษาแพทย์เดินนำหน้าเขาไปเมื่อสักครู่นี้ เพื่อทำการสอนนักศึกษาจากผู้ป่วยจริงต่อ  

 

ร่างอวบกอดกระเป๋าเป้ใบโตไว้บนตัก รถทัวร์กำลังพาเธอเดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อไปดูแลย่าที่อาจป่วยเป็นโรคมะเร็ง มอบรักเฝ้าโทษตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ถ้าเธอดูแลย่ามากกว่านี้ ย่าอาจจะไม่ป่วยแบบนี้ก็เป็นได้ เพราะความเห็นแก่ตัว ความอยากมีชีวิตเป็นของตัวเองแท้ๆ ที่ทำให้มอบรักต้องทิ้งย่าไปทำงานอยู่เมืองหลวง

“มอบขอโทษนะย่า” 

รถทัวร์โดยสารของเอกชนพามอบรักเดินทางมาถึงสถานีขนส่งของจังหวัดสุรินทร์ในเวลาหกนาฬิกาของวันถัดมา มอบรักยกเป้ขึ้นสะพายบ่า ก่อนจะลงจากรถและรีบหารถโดยสารต่อไปยังโรงพยาบาลประจำจังหวัดที่ย่าเธอพักรักษาตัวอยู่ที่นั่น

มาถึงมอบรักสามารถขึ้นไปหาย่าของเธอได้ทันที เพราะช่วงเวลาหกนาฬิกาถึงแปดนาฬิกา เป็นเวลาที่ทางโรงพยาบาลอนุญาตให้เยี่ยมคนไข้ได้ มอบรักรู้หมายเลขอาคารและชั้นที่ย่าอยู่จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะหาตัวย่าของเธอ

โรงพยาบาลของรัฐแออัดไปด้วยคนไข้ที่ต่างก็เข้ารับการรักษาจากแพทย์ของที่นี่ ทำให้มอบรักได้แต่นึกเสียใจที่ตัวเองไม่สามารถมาคอยดูแลย่าอย่างเช่นลูกหลานของคนอื่นเขาทำกัน หญิงสาวเดินดูไปเรื่อยๆ ก่อนจะอมยิ้มเมื่อเห็นย่าแม้นกำลังคุยกับพยาบาลด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ซึ่งเป็นภาพชินตาที่เธอเห็นมาตั้งแต่เด็กๆ ย่าของเธออัธยาศัยดี มีน้ำใจ ข้างเตียงย่าตอนนี้คือชายวัยกลางคนที่เธอรักไม่น้อยกว่าย่าแม้นเลย พ่อและย่าของเธอยังคงยิ้มแย้มไม่เปลี่ยนแม้ว่าย่าจะป่วยหนักแบบนี้ก็ตาม

“พ่อ......ย่า”

 

ร่างอวบนั่งหันหลังเอาขากลมๆ แกว่งไปมาอย่างเบื่อหน่าย ระหว่างรอพ่อของเธอที่กำลังออกไปซื้อข้าวเช้าสำหรับทานสองคนพ่อลูก เป็นเวลาสายแล้ว มอบรักและพ่อจึงถูกพยาบาลเชิญให้ออกมาอยู่นอกตึก ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ทำงานกันอย่างเต็มที่

ระหว่างรอพ่อก็นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ตาก็มองปลาในสระน้ำตรงหน้าซึ่งมีปลามากมายว่ายวนเวียนรอรับอาหารจากผู้ใจบุญ นานๆ จะมีคนเอาขนมปังที่หาซื้อได้จากร้านสะดวกซื้อซึ่งอยู่ติดกับสระน้ำโบราณขนาดใหญ่แห่งนี้ ปลาตัวใหญ่ก็รู้งานรีบโผล่หัวขึ้นมางับอาหารที่ลอยอยู่เหนือน้ำอย่างชำนาญ ตากลมโตมองปลาและบรรยากาศรอบๆ ตัวอย่างเพลิดเพลิน เพียงไม่นานปิงก็กลับมาพร้อมอาหารตามสั่งสองกล่อง 

ก่อนปิงจะมาถึงจุดที่มอบรักนั่งอยู่ มอบรักก็เห็นพ่อของเธอ หยุดพูดคุยยิ้มแย้มกับชายหนุ่มร่างสูงที่มอบรักเห็นเพียงด้านหลังและรู้ว่าถ้าเป็นเธอคงต้องเงยหน้าคุยกับเขาจนเมื่อยคอเป็นแน่

“ใครจ๊ะ? ลูกสาวบุ้ยปากไปทางด้านหลังพ่ออย่างรู้กัน

“หมอน่ะ....เห็นหล่อๆ แบบนั้นแต่เก่งมากเลยนะ จบมาจากเมืองนอกด้วย” พ่อคุยให้ลูกสาวฟังยิ้มๆ 

“อืม....” มอบรักพยักหน้ามองตามหลังหมอร่างสูงหน้านิ่งจนลับตาเพราะรู้สึกคุ้นหน้า ก่อนจะกลับมาสนใจของกินตรงหน้าต่อ

“ว่าแต่พ่อซื้ออะไรมาให้มอบกินจ๊ะ” มอบรักวกเข้าเรื่องตรงหน้าเมื่อหมดความสนใจกับเรื่องของหมอเพียงเท่านั้น

“กะเพราหมู....อร่อยสุดในสามโลก” ปิงชูถุงในมืออวดลูกสาว มอบรักจึงขำออกมาเมื่อเห็นพ่อคุยโว อวดอาหารที่ซื้อมาหน้าตาย

สองพ่อลูกทานอาหารเงียบๆ มอบรักทานอิ่มก็นั่งมองพ่อทานไปเรื่อยๆ รอจนพ่อดื่มน้ำเรียบร้อย มอบรักจึงถามพ่อถึงเรื่องที่เธอไม่สบายใจ แต่ไม่กล้าพูดต่อหน้าย่าซึ่งกำลังป่วยอยู่ และคงไม่สบายใจยิ่งกว่าเธอแน่นอน

“พ่อรู้เรื่องที่หมอบอกว่าย่าอาจจะเป็นมะเร็งไหมจ๊ะ?”

ปิงทำหน้าเหรอหรา เนื่องจากไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าแม่ของเขาเป็นอะไรอย่างที่ลูกสาวคนเดียวของเขาพูดมา

“ใครบอกหนู หนูรู้มาจากไหน” ปิงถามลูกสาวเสียงเครียด

“ย่าจ๊ะ ย่าแม้นบอกมอบเมื่อวาน มอบเลยรีบมานี่แหละ” มอบรักพยักหน้ายืนยันพ่ออีกครั้ง

ปิงเงียบไปใช้ความคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกลูกสาวคนเดียวเสียงขรึม อารมณ์สนุกสนานร่าเริงเมื่อสักครู่ก่อนหน้า หายไปทันตาแต่อาจารย์หมอไม่เคยบอกอะไรพ่อเลยนะ”

“แต่ย่าบอกมอบจริงๆนะจ๊ะ” มอบรักยืนกรานเสียงละห้อย

“ถ้างั้น...เราไปถามหมอกันเถอะ” ปิงเอ่ยชวนลูกสาวทันที หากเรื่องอะไรเกี่ยวกับมารดาและลูก ปิงจะไม่สามารถอดทนรอได้นานนัก และคนที่รู้ดีที่สุดก็ต้องเป็นหมอ....หมอเท่านั้นที่รู้

 

มอบรักมองแผ่นหลังของพ่อ หลังของคนที่ใช้แรงงานทำงานหาเงินเลี้ยงดูลูกสาวคนเดียวด้วยความอดทนและมุมานะที่จะพึ่งพาตัวเอง แม้ย่าแม้นจะมีทรัพย์สินมากพอให้เธอและพ่อสามารถอยู่ได้อย่างสบายๆ หากแต่สองคนพ่อลูกกลับไม่สามารถอยู่เฉยได้ พ่อคนที่เลี้ยงเธอมาตามลำพังหลังจากแม่ของเด็กหญิงมอบรักเสียชีวิตลงเนื่องจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ 

ปิงไม่เคยคิดที่จะมองใคร นอกจากดูแล ห่วงใย ใส่ใจ แม่และลูกสาววัยสี่ขวบที่ต้องกำพร้าแม่ตั้งแต่อายุยังน้อย ปิงและย่าแม้นมีนิสัยคล้ายกัน รวมถึงมอบรักด้วย ชาวบ้านมักว่าครอบครัวของมอบรักไม่รู้จักความทุกข์ เพราะทุกคนในบ้านรักกัน พูดคุยหัวเราะกันตลอด แม้ย่าแม้นจะพูดเสียงดัง เอะอะไปบ้าง แต่นั่นก็ไม่ทำให้คนในครอบครัวต้องผิดใจกัน น้อยครั้งที่คนในบ้านจะมีปัญหา หรือทะเลาะเบาะแว้งกันเท่าที่มอบรักจำได้

มีเพียงเรื่องเดียวที่ครอบครัวเธอมีปัญหากัน เรื่องที่มอบรักอยากไปทำงานที่กรุงเทพ คือเรื่องที่ย่าและพ่อเห็นต่างกันเป็นครั้งแรก พ่อและย่ามีปัญหากันแต่ไม่รุนแรง พ่อไม่อยากให้ลูกสาวต้องไปอยู่ไกลตา แต่ย่ากลับต้องการให้หลานไปหาประสบการณ์ และสุดท้ายย่าก็ชนะ เมื่อคนกลางอย่างเธอเองก็อยากจะออกมาโบยบินอยู่ด้วยตัวเองเช่นกัน

“หมอกานต์อยู่ไหมครับ?” ปิงถามประชาสัมพันธ์หญิงวัยกลางคนที่นั่งประจำอยู่หน้าตึกที่เขาหยุดคุยกับหมอเจ้าของไข้ของมารดา ก่อนหมอจะแยกเข้าตึกนี้ไปเมื่อคุยกันจบเมื่อช่วงสายที่ผ่านมา

มอบรักมองดูด้านในตัวอาคารอายุรกรรม รอบๆไม่มีอะไรมาก ด้านหน้าลิฟท์ว่างเปล่า มีเพียงประชาสัมพันธ์สาววัยกลางคนนั่งหน้าบึ้งตึงอยู่ตามลำพัง

“อยู่!!...แต่มันยังไม่ถึงเวลาเยี่ยมเห็นไหม เขาให้เยี่ยมอีกทีตอนเที่ยง อ่านหนังสือไม่ออกหรือไง” เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์วัยกลางคนแผลงฤทธิ์ใส่ปิงและเธอทันที 

มอบรักจึงเดินเข้าไปขอโทษนางเบาๆ ก่อนจะจูงมือพ่อให้ออกมายืนรอด้านนอก แต่หูยังแว่วเสียงของประชาสัมพันธ์คนนั้นว่าตนและพ่ออย่างไม่ยอมหยุด

ทำไมเจอแต่พวกเข้าใจอะไรยากนะ ป้ายเขาก็บอกว่าห้ามเยี่ยม เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงาน เซ่อร์กันจริงหรือแกล้งเนียนเข้ามาก็ไม่รู้”

ปิงหันกลับไปมองอีกฝ่ายตาขวาง ไม่ค่อยพอใจนัก แต่พอเห็นหน้าลูกสาวที่กุมมือเอาไว้ เขาก็ต้องถอนหายใจยาว ยอมถอยออกมา ก่อนจะทนไม่ไหวและมีเรื่องกับสุภาพสตรีที่ไม่มีความสุภาพแม้แต่น้อยคนนั้น

“แล้วจะเจอหมอได้ยังไง” ปิงก้มหน้าเอ่ยเสียงเบา

“มอบว่าเรายืนรอหมอแถวนี้ก็ได้เนาะ หมอคงไม่อยู่บนตึกนี่ทั้งวันหรอก” มอบรักเอ่ยยิ้มๆ

ปิงพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ “ก็คงต้องเป็นอย่างนั้น”

มอบรักส่งยิ้มหวานให้กำลังใจพ่อ เธอเข้าใจความรู้สึกของพ่อ เพราะเธอเองก็เป็นห่วงย่าไม่แพ้กัน

“วันนี้พ่อไม่ไปทำงานเหรอจ๊ะ” หัวหน้างานผู้เคร่งครัดในกฎระเบียบ ถามพ่อเสียงเบาด้วยห่วงว่าพ่ออาจจะเสียงาน

ปิงส่ายหน้าแทนคำตอบ ปกติหลังจากมาดูแลแม่ในช่วงเช้า เขาก็จะไปทำงานเมื่อหมดเวลาเยี่ยม และจะกลับมาอีกครั้งช่วงเย็นหลังจากเลิกงาน ปิงทำงานที่อู่ซ่อมรถแห่งหนึ่งอยู่ไม่ห่างจากโรงพยาบาลมากนัก ทำมาตั้งแต่ค่าแรงไม่กี่บาทจนปัจจุบันเขาได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าช่าง ค่าแรงก็ขึ้นตามตำแหน่ง

“ลูกกลับมาทั้งทีวันนี้ขออยู่กับหนูดีกว่า” พ่อมองหน้าใสของลูกสาวด้วยแววตาภาคภูมิใจ มอบรักมีใบหน้าและแววตาเหมือนกับม่านไหม ภรรยาของเขาที่เสียชีวิตไปตั้งแต่มอบรักยังเล็ก

ผมยาวระต้นคอ ใบหน้ารูปหัวใจ ริมฝีปากบางบ่งบอกว่าเป็นคนเอาแต่ใจ กับแววตากลมโตที่ส่งให้ ทุกครั้งที่คนตรงหน้าของเขายิ้มแล้วทำให้โลกสดใสขึ้นทันที มอบรักไม่ใช่คนสวยสะดุดตา เพราะรูปร่างที่ติดไปทางอวบนิดๆ ทำให้คนชอบมองลูกสาวของเขาผ่านๆ มากกว่ามองและเพ่งพินิจอย่างจริงจัง ทำให้ป่านนี้มอบรักยังโสด และไม่เคยมีแฟนแม้แต่คนเดียว

“ดีเลยมอบมีเรื่องอยากจะเล่าให้พ่อฟังเยอะแยะ”







มอบรักฉบับรีไรท์มาแล้วค่ะ 

สนุกไม่สนุกติชม พูดคุยได้นะคะ 

ขอบคุณค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

729 ความคิดเห็น

  1. #643 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 12:42
    ย่าเจ้าเล่ห์อะ คิดจะหาหลานเขยแน่ๆเลย เเหม่ยัยประชาสัมพันธ์น่าเลาะปากจริงไ
    #643
    0
  2. #595 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 01:57
    มอบรัก
    #595
    0
  3. #12 o_otum (@katum_1234) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 09:00
    จ.สุรินทร์เลยหรอออ ไรต์คนจ.สุรินทร์ มั้ยคะ จะบอกว่าคนบ้านเดียวกันค่ะ 55555 แล้วพล๊อตเรื่องนี่เอามาจากชีวิตจริงตัวเองหรือเปล่าคะ
    #12
    1
    • #12-1 lunga (@lunga_nan) (จากตอนที่ 1)
      19 มิถุนายน 2559 / 09:09
      ตัวละครมีตัวตนค่ะแต่ไม่ใช่ชื่อนี้นะ ไม่ต้องตามหา แค่แอบฟินกันเฉยๆ เลยเขียนเรื่องนี้ให้นางสมหวังสักหน่อย แต่เนื้อหาไรท์มโน5555 .
      ค่ะคนสุรินทร์เหลาแท้ๆ เลยจ้า
      #12-1
  4. #1 เพ้อฝัน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 17:30
    รอติดตามจร้า พล๊อตน่าสนใจ ^^
    #1
    1