มอบรัก ฉบับ รีไรท์ (สนพ.เขียนฝัน ในเครือไลต์ออฟเลิฟ)

ตอนที่ 42 : ตอนที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,930
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    16 ต.ค. 60


     มอบรักมีภาคต่อแล้วนะคะ ใครอยากเห็นหมอกานต์ตั้งแต่ยังเรียนอยู่เมืองนอกลองเข้าไปอ่าน ตาม(ใจ)รัก นะคะ เรื่องนั้นจะเป็นเรื่องของกลุ่มเพื่อนของหมอกานต์จะดราม่าค่ะ ฝากติดตามด้วยค่ะ มาแจ้งข่าว

     วันที่ 21 ตุลาคมไปพบกับไรท์ที่ มหกรรมหนังสือแห่งชาตินะคะ ไรท์จะอยู่ที่ บูธ ไลต์ออฟเลิฟ F17 โซนแพลนนารีฮอลล์ อย่าลืมไปทักทายกันนะคะ
มาต่อให้นิดนึงเนาะ เดี่ยวจะลืมมอบรักกันหมด
ต่อค่ะ


ตอนที่ 13 ผิดแผน

                เสียงเฮฮาของกลุ่มผู้ชายโต๊ะด้านหลังร้าน เรียกรอยยิ้มให้กับเจ้าของร้านกาแฟไออุ่นเป็นอย่างดี ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมากานต์และเพื่อนๆ ของเขามักจะนัดรวมตัวกันที่ร้านของเธอ พวกเขาจะนัดกันในช่วงเย็นหลังจากที่หมอกานต์เลิกงาน และอยู่คุยกันจนถึงเวลาเธอปิดร้าน พวกเพื่อนๆ ของเขาก็พร้อมใจกันช่วยเธอและเด็กในร้านเก็บร้านด้วยความเต็มใจ

                จากตอนแรกเธอรู้สึกตื่นเต้นและเขินอายทุกครั้งที่พวกเขามา แต่พอมาบ่อยๆ เข้า เธอและพวกเขาก็กลายเป็นคนคุ้นเคย และคุยกันถูกคอเลยทีเดียว กลุ่มเพื่อนของกานต์ทุกคนมีอุปนิสัยแตกต่างกันอย่างสุดโต่ง กานต์เงียบขรึมอมยิ้มมากกว่าพูด แต่เพื่อนของเขากลับฉีกแนวกันไปคนละแนว แต่พวกเขาก็รักกัน

                “มอบครับคืนนี้เราไปกินกันต่อที่ผับนะ พวกนี้จะเลี้ยงส่งเราขึ้นเครื่องพรุ่งนี้กานต์เดินมาด้านหลัง กระซิบข้างหูคนตั้งใจชงเครื่องดื่มออย่างขมีขมัน

                มอบรักหันหน้ามาสบตากับคนช่างแกล้ง เพื่อป้องกันตัวเองจากการรุกรานของเขา

                “เรา?..” มอบรักเลิกคิ้วถามเขาอย่างไม่ค่อยเข้าใจ เพราะเธอไม่เคยเห็นเขาชวนเธอเที่ยวสักที ปกติเขาจะไปกับเพื่อนเขาโดยไม่ชวนเธอ โดยเขาอ้างว่าเด็กห้ามเข้าสถานที่อโคจรมอบโตแล้วเหรอคะ?”

                “ก็จะแต่งงานอีกไม่กี่เดือน อนุญาตให้โตหนึ่งวันคนเงียบขรึมเอ่ยเรียบๆ เหมือนไม่คิดอะไร จึงได้รับฝ่ามือเรียวตบเข้าที่ไหล่หนาเสียงดังสนั่น

                “โอ้ย....ผมเจ็บนะหมอคนเก่งโอดครวญอย่างน่าหมั่นไส้

                “สมน้ำหน้า

                “ไม่สงสารเหรอ

                มอบรักขึงตาใส่คนรักอย่างอายๆ ก็เพื่อนเขาตอนนี้เงียบเสียงลงแล้ว คงกำลังตั้งใจฟังคนมาดนิ่งมาแกล้งเธอแน่นอน “ไปเลยนะหมอ มอบจะทำงาน เห็นไหมลูกค้ารอนานแล้ว

                เมื่อถูกไล่ กานต์จึงชะโงกหน้าไปขโมยจูบคนขยันทำงานหนึ่งทีอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบกลับไปหาเพื่อนตามเดิมก่อนจะถูกคนรักทุบไหล่อีกรอบ

                “ฝากไว้ก่อนนะหมอมือบางลูบแก้มตัวเองอายๆ โชคดีที่เธอมายืนชงน้ำที่เคาน์เตอร์ด้านในจึงไม่ต้องห่วงว่าจะมีใครเห็น ส่วนด้านหน้าเธอปล่อยให้แก้มเป็นคนดูแล เธอมักจะชงรายการที่สั่งกลับบ้าน เพื่อความรวดเร็ว เธอจึงเลือกที่จะมีที่ชงกาแฟในแบบเดียวกันกับหน้าร้านที่ด้านใน

                ทันทีที่ถึงเวลาปิดร้าน เพื่อนๆ ของกานต์และตัวเขาก็มาช่วยพวกเธอเก็บกวาดร้าน และปิดร้าน ก่อนจะแยกย้ายกันไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่ที่บ้าน กานต์มาส่งและรอรับเธอไปเลยพร้อมกันเพราะเขามักจะมีเสื้อผ้าสำรองในรถตลอดเวลา ชายหนุ่มจึงมาอาบน้ำที่บ้านเธอ และแต่งตัวที่นี่ก่อนจะออกจากบ้านพร้อมกันในเวลาสี่ทุ่ม พวกเขานัดกันที่ผับหรูกลางเมืองกานต์จึงพาเธอตรงไปที่ผับนั่น

                “มอบรัก คุณเคยเที่ยวไหมกานต์ชวนคุยระหว่างที่ทั้งคู่ยังอยู่ในรถ

                “เคยสิค่ะมอบรักตอบเขายิ้มๆ

                กานต์หน้าเสีย ไม่ชอบใจในคำตอบนัก เธอเที่ยวกับใครไม่ห่วงความปลอดภัยของตัวเองเอาเสียเลย

                “ครั้งแรกที่ไหน

                “ที่นี่ค่ะ ที่ๆ เรากำลังจะไปมอบรักตอบคนที่เริ่มตีหน้านิ่งอย่างอารมณ์ดี

                “กับใครกานต์ถามคนรักเสียงห้วน

                “เพื่อนค่ะน้ำเสียงรื่นเริงบ่งบอกว่าคนตอบอารมณ์ดีสุดขีด

                “อายุเท่าไหร่

                “คะ?....หมายถึงอะไร  อายุเท่าไหร่?”

                “คุณเที่ยวครั้งแรกตอนอายุเท่าไหร่กานต์กัดฟันถามคนรักเสียงเข้ม

                “อ่อ....มอบรักหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอ่ยปากตอบคำถามเขาเมื่อกลั้นเสียงหัวเราะได้เรียนปีสาม.....อืม..ไม่แน่ใจ น่าจะช่วงสอบเสร็จ.....พวกเราเลยมาผ่อนคลาย

                รถหรูของกานต์เปิดไฟเลี้ยวและจอดลงข้างทางอย่างรวดเร็ว กานต์จอดรถเพื่อหันมาจ้องหน้าคนที่เอาแต่หัวเราะเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ด้วยอารมณ์หงุดหงิดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

                “แล้วมันผ่อนคลายรึเปล่า

                มอบรักมองหน้าคนที่จอดรถอย่างหุนหันพลันแล่นอย่างไม่พอใจนัก แต่ก็ยอมตอบคำถามของเขา

                “อืม..ก็ดีค่ะ แย่หน่อยก็ตรงที่อากาศมันแย่เพราะเหม็นบุหรี่มาก หมอคิดเหมือนกันไหมคะ?”

                กานต์ลอบถอนหายใจเมื่อผ่อนคลายในความหมายของเขาและผ่อนคลายในความเข้าใจของเธอมันคนละเรื่องกัน

                “อือ...ผมก็ว่าอย่างนั้น เราไปกันต่อดีกว่านะ

                “ค่ะ....ความจริงหมอไม่ควรจอดรถกะทันหันแบบนี้นะคะ หากมีรถคันหลังตามมา อาจทำให้เกิดอันตรายได้มอบรักบ่นเขาเสียงขรึม เมื่อนึกถึงผลที่อาจจะเกิด

                “ครับ..ขอโทษครับคุณผู้หญิงเสียงทุ้มเอ่ยล้อเลียนคนอารมณ์ดีเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา แต่ตอนนี้นั่งทำหน้าคว่ำจ้องเขาตาขวาง

                “ไม่ตลกนะหมอ

                “ครับไม่ตลกเสียงทุ้มตอบรับกลั้วหัวเราะ

                “เอ๊ะ!มอบรักกอดอกขึงตาใส่คนรักเพื่อปรามเขา แต่เหมือนยิ่งยั่วให้เขาหัวเราะเสียงดังมากขึ้นไปอีก

                “.......”

                “ถ้าหมอไม่เงียบ มอบกลับบ้านจริงๆ ด้วยมอบรักขู่เขาเสียงเข้ม

                กานต์ยกมือยอมแพ้ แต่ลำตัวเขายังคงโยกไปมาเมื่อเขายังหัวเราะอยู่ เนื่องจากหัวเราะติดพันโอเค ๆ เราไปกันต่อดีกว่า เดี๋ยวพวกนั้นบ่นแย่

                รถหรูเคลื่อนตัวไปต่ออย่างไม่รีบร้อนเมื่อคนขับใจเย็นและอารมณ์ดีเกินกว่าจะต้องทำอะไรเพื่อเป็นการระบายอารมณ์อย่างที่ผ่านมาเมื่อสักครู่ กานต์จอดรถด้านหน้าผับชื่อดัง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มาโทรหาเพื่อน รอสายเพียงไม่นานเพื่อนคนแรกก็รับสายนำเสียงอิดออด

                “ให้ฉันกับมอบเข้าไปรอข้างใน เออ..โอเค ตามมานะกานต์วางสายจากเพื่อน ก่อนจะหันมาพยักหน้าชวนคนรักที่นั่งเงียบรอเขา

                “ไปกันเถอะ พวกมันให้เราไปเปิดโต๊ะรอ

                มอบรักเดินตามคนจูงมือไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่มีคนเบียดเขาจะคอยกันให้เธอจึงไม่ต้องระวังตัวมาก เนื่องจากเขาไม่ปล่อยให้เธอได้คลาดสายตาเลยแม้แต่นาทีเดียว

                “นั่งตรงนี้แหละ จะได้มองเห็นทั่วกานต์มองรอบๆ พลางเลื่อนเก้าอี้สูงให้คนรักนั่ง เขานั่งข้างๆ กัน มือแกร่งโอบกอดคนรักจากทางด้านหลังเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ

                “หมอถอยออกไปหน่อยสิค่ะ มานั่งเบียดกันทำไม

                กานต์เลิกคิ้วถามคนที่เขาโอบอยู่เป็นคำถาม เพราะเสียงที่ดังในสถานบันเทิง ทำให้การทำงานของหูผิดปกติ

                “มอบบอกให้หมอถอยออกไปหน่อยมอบรักใช้มือป้องปากตะโกนใส่หูเขา ค้อนเขาไปทีเมื่อเขาเพียงแค่เอามือยีหู ก่อนจะกลับไปมองรอบๆ ต่อ

                เครื่องดื่มที่คุณหมอหนุ่มสั่ง คือแอลกอฮอล์ขวดเหลี่ยมฉลากของมันคือสีดำที่มีตัวอักษรสีเงินเขียนชื่อของมันเอาไว้

                “พวกคุณดื่มอันนี้เหรอคะ?” มอบรักถามเขาด้วยความแปลกใจ เพราะพวกเขาน่าจะดื่มอะไรที่แพงกว่านี้

                “อันนี้...ทำไม?”กานต์หน้าคนถามยิ้มๆ

                “มันถูก.....

                “แล้วทำไมต้องแพง?”รอยยิ้มที่ขยายวงกว้างใบหน้าของเขาบอกให้รู้ว่าเขาเข้าใจในสิ่งที่เธอพูด แต่คำถามของเขากลับสวนทางกัน

                “ก็พวกเพื่อนหมอแล้ว.....ก็หมอเองก็...รวยมอบรักอธิบายตะกุกตะกัก

                “รวยแล้วไง?”

                “ก็.....ก็...

                “ต้องกินของแพงๆ?.....อย่างนั้นเหรอ” กานต์อมยิ้มก่อนจะเอ่ยต่อเสียงอ่อน “ไม่หรอกเราชอบอะไรแบบนี้

                “นั่นสิ แฟนยังชอบของธรรมดาเลยมอบรักค้อนคนที่เอาแต่อารมณ์ดี เห็นความสงสัยของเธอเป็นเรื่องตลก

                “ไม่นะ แฟนผมไม่ธรรมดากานต์ตีหน้าขรึมเมื่อโดนคนรักแกล้งว่า

                “ธรรมดาที่สุดถึงที่สุด

                “ไม่หรอก อย่างน้อยๆ ผมก็รักเธอที่สุดกานต์กระซิบข้างหูคนที่เขาโอบเอาไว้อย่างเป็นต่อ มอบรักมักจะเถียงกับเขาเสมอ แต่เธอก็มักจะเถียงแพ้เขาเสมอเช่นกัน อย่างเช่นตอนนี้

                เวลาผ่านไปเป็นชั่วโมงเพื่อนๆ ของกานต์ก็ยังไม่ปรากฏตัวสักคนเดียว กานต์เริ่มรับรู้ความผิดปกติตั้งแต่ยี่สิบนาทีแรก แต่อีกคนที่มาด้วยกันเพิ่งจะรู้สึกว่าเพื่อนของเขาอาจจะไม่มา หรือไม่ก็มันคือความตั้งใจของพวกเขาตั้งแต่แรก ที่จะไม่มา

                “เพื่อนของหมอทำไมยังไม่มาอีกคะ

                “คงไม่มาแล้วมั้ง..กานต์ตอบเนือยๆ ไม่เดือดร้อนอะไร ตอนนี้สายตาเขากำลังมองไปยังโต๊ะๆ หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาสนใจคนรักต่อ

                มอบรักลอบมองไปยังทิศทางที่กานต์ได้สายตาไปเมื่อสักครู่นี้ ก่อนภาพที่เห็นจะทำให้เธอต้องหันมามองคนรักของตัวเองอีกครั้ง

                “สร้อยสน.....นั่นมันคุณสร้อยสนนี่คะหมอ เธอมากับใคร

                กานต์หันไปมองยังที่ๆ มอบรักว่าเพียงครู่เดียว ก่อนที่เขาจะหันกลับมาสนใจแก้วเหล้าตรงหน้าต่อ

                “ไม่รู้สิ ผมไม่รู้จัก

                “หมอเห็นเธอนานแล้วหรือคะมอบรักถามคนข้างกายเสียงเรียบ

                “เปล่า....ผมหันไปมองก่อนหน้าคุณ ก็เห็นเขายืนอยู่ตรงนั้นอยู่แล้วกานต์บอกเรียบๆ ไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำถามของคนช่างสงสัย

                มอบรักพยักหน้าเข้าใจ และละความสนใจจากนางพยาบาลสาวเพียงเท่านั้น ทั้งคู่ตัดสินใจกลับในในสิบนาทีต่อมากานต์และมอบรักนั่งดูอะไรๆ ต่ออีกเล็กน้อย ก่อนมอบรักจะขออนุญาตคนรัก เอาเหล้าที่เหลือยกให้โต๊ะข้างๆ ขณะที่ทั้งคู่กำลังจะออกมาจากผับ ด้านหลังของทั้งคู่ก็มีเสียงเอะอะขึ้น

                ร่างสูงของกานต์รีบรั้งร่างบางของคนรักเข้าสู่อ้อมกอด เพื่อป้องกันอันตราย แต่เหมือนกานต์ยังไม่เร็วพอ เพราะเสียงแก้วแตกที่ด้านหลังทำให้มอบรักเผลอยกเท้า และทันทีที่เธอวางเท้าลงตามเดิม

                “โอ้ย!..เสียงอุทานแสนเบาทำให้กานต์ไม่ได้ยิน เขาจึงรีบรั้งร่างบางพาเธอเดินออกมาข้างนอกให้เร็วที่สุด เพราะไม่อยากให้คนรักได้รับอันตราย

                “กลับกันเถอะกานต์พูดจบก็ปล่อยร่างบาง ก่อนจะต้องรีบคว้าตัวเธอเอาไว้อีกครั้งเมื่อร่างบางทำท่าจะหล่นไปกองที่พื้นคุณเป็นอะไร?

                มอบรักก้มมองดูเท้าแทนคำตอบ กานต์รีบคุกเข่าลงตรงหน้าคนรัก และเขาต้องสบถเสียงดัง เมื่อเห็นเลือดมากมายไหลเต็มเท้าเล็กที่สวมรองเท้าสานคู่สวย

                “สงสัยจะเหยียบเศษแก้วแน่ๆ เลยไปนั่งที่รถก่อน ผมจะปิดแผลให้ แล้วเราค่อยไปทำแผลที่บ้านกานต์ลุกขึ้นก่อนจะอุ้มคนรักให้มานั่งที่รถ เขาเปิดประตูรถฝั่งตรงข้ามคนขับค้างไว้ และยืนทำความสะอาดแผลให้คนรักด้านนอกรถ ก่อนจะใช้ผ้าเช็ดหน้าที่เขาหาได้ง่ายที่สุดในตอนนี้ มามัดห้ามเลือดให้เธอก่อน ปกติรถเขาจะมีอุปกรณ์ทำแผลและยาสามัญไว้ติดรถ เขาจึงเดินไปเปิดกระโปรงท้ายรถเพื่อเอายาแก้อักเสบและแก้ปวดมาให้คนรักทานเพื่อช่วยทุเลาความเจ็บปวดของเธอก่อน

                คนป่วยฉุกเฉินเอาแต่นั่งเงียบตั้งแต่เขาเทน้ำเปล่าใส่แผลเธอ และภาพเลือดไหลลงมาเป็นทาง ทำให้มอบรักไม่สามารถเอ่ยอะไรได้อีก มือไม้อ่อนปวกเปียก เรี่ยวแรงที่เคยมีก็หมดไป แต่คุณหมอที่เป็นห่วงคนไข้ก็ไม่ทันได้สังเกตเห็นอาการนี้ เขาปิดประตูรถ และรีบวิ่งอ้อมไปฝั่งคนขับเพื่อขับรถกลับบ้านของเขา ระหว่างรถติดไฟแดง กานต์หันมามองคนรักที่บัดนี้ หน้าซีดเซียวจนผิดปกติ

                “มอบ...คุณเจ็บมากหรือ ทำไมหน้าซีดแบบนี้

                คนถูกถามส่ายหน้าเป็นคำตอบ

                “แต่หน้าคุณซีดมาก ปวดมากบอกผมนะ ปกติยาที่ผมให้คุณกิน มันค่อนข้างได้ผล คุณไม่น่าจะเจ็บแผลนะ ผมไม่แน่ใจว่าแผลใหญ่แค่ไหน เพราะมันมืด เราไปโรงพยาบาลดีกว่า แล้วเราค่อยดูอีกที กานต์เปลี่ยนใจจากตอนแรกตั้งใจจะพาคนรักไปทำแผลที่บ้าน เมื่อเห็นหน้าของคนรักซีดเซียว กานต์จึงรีบมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลทันทีที่สัญญาณไฟเปลี่ยนสี

                กานต์จอดรถหน้าห้องฉุกเฉิน ชายหนุ่มลงจากรถ ร่างสูงทำเองทุกอย่าง เขาไม่อนุญาตให้บุรุษพยาบาลที่กรูกันเข้ามาเมื่อเห็นว่ารถที่จอดเป็นรถของหมอได้เข้าใกล้คนรักของเขา กานต์จัดการอุ้มคนหน้าซีดตรงเข้าห้องฉุกเฉิน กานต์วางร่างบางลงบนเตียงภายในห้องด้วยความนุ่มนวลแต่กลับรวดเร็ว ทันทีที่หมอเวรเห็นว่าคนไข้คือใคร หมอหนุ่มถึงกับตาโต เขาต้องรักษาแฟนของอาจารย์หรือ ถ้าทำผิดอาจารย์จะว่าอะไรไหม!

หมอหนุ่มเพิ่งจบใหม่ไม่แน่ใจว่าเขาควรจะเป็นคนรักษาคนรักของอาจารย์ของเขา หรือว่าเขาจะปล่อยให้อาจารย์ของเขาจัดการดูแลกันเอง เขาจึงทำได้แค่จดๆ จ้องๆ ก่อนจะสะดุ้งเมื่ออาจารย์ตะคอกใส่ เมื่อเขาไม่มีทีท่าจะไปดูคนไข้

                “จะจดๆ จ้องๆ แบบนั้นอีกนานไหมหมอ!

                “เอ่อ...ขอโทษครับอาจารย์......คุณคนรักของของอาจารย์เป็นอะไรมาครับหมอซักอย่างไม่แน่ใจว่าเขาทำถูกหรือเปล่า

                “ผมคิดว่าเธอเหยียบขวดแก้ว แต่ผมไม่แน่ใจว่าแผลต้องเย็บไหม ช่วยดูให้ที กานต์ลดโทนเสียงให้ต่ำลง เมื่อเห็นท่าทางประหม่าของหมอที่เป็นลูกศิษย์ของเขา

                หมอเวรหายใจเข้าลึกๆ เมื่อเริ่มมีสมาธิมากขึ้นก็พร้อมทำงานผมขออนุญาตนะครับ

                มอบรักพยักหน้า ส่งยิ้มให้กำลังใจก่อนจะหลับตาลงอย่างอ่อนเพลีย เธอเป็นคนไม่ชอบเลือดที่ไหลออกมามากๆ แบบนี้ เธอกลัว แต่เลือดมีดบาดเล็กๆ น้อยๆ เธอไม่เป็นอะไร หากภาพที่กานต์ใช้น้ำสะอาดล้างเลือดเธอที่หน้าสถานบันเทิงทำให้เธอถึงกับหมดแรง

                หมอเวรค่อยๆ เปิดบาดแผล และทำตามขั้นตอนพลางหันมามองหน้าอาจารย์ของเขาที่ยืนกอดอกอยู่ไม่ห่างอย่างระแวง หากเขาเกิดทำอะไรพลาดไป แน่ใจนะว่าอาจารย์จะไม่ทำร้ายร่างกายเขา

                มือขาวประดุจมือสตรี ทำไปเรื่อยๆ ล้างแผลและทำการปิดแผลเรียบร้อย หมอหนุ่มก็หันหน้ามาบอกอาจารย์ของเขาด้วยความรู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น

                “แผลไม่ใหญ่มากครับอาจารย์ เพียงแต่ค่อนข้างลึกคงไม่ต้องเย็บครับ

                กานต์พยักหน้ารับ ก่อนที่เขาจะก้มหน้ากระซิบเสียงแผ่วเบา ข้างๆหูของคนที่นอนหลับตาบนเตียงของโรงพยาบาล

                “ปวดแผลมากไหม?..ฮืม..กลับบ้านกันนะ

                กานต์ช่วยประคองคนรักให้ลุกขึ้นเพื่อให้เธอได้นั่งรถเข็นที่บุรุษพยาบาลนำมาหยุดอยู่ไม่ห่างจากพวกเขา มอบรักนั่งลงบนรถเข็นเรียบร้อย กานต์ก็ขอเข็นรถผู้ป่วยด้วยตัวเอง ทั้งคู่นั่งรอรับยาเพียงไม่นานยาแก้ปวดและแก้อักเสบก็มาอยู่ในมือของคนไข้  

                กานต์พามอบรักมานั่งเรียบร้อยในรถ ก่อนจะรีบพาเธอกลับไปพักผ่อน เนื่องจากคนป่วยของเขาเอาแต่นั่งหลับตามาตลอดทาง เขาจึงไม่อยากรบกวนให้เธอตื่น

                “หมอไปคนเดียวได้ใช่ไหมคะ?” เสียงแหบแห้งของมอบรักเรียกสายตาของคนขับรถให้หันไปมอง เธอยังคงหลับตา

                “ทำไมพูดแบบนั้น คุณสามารถเดินทางได้เสียงทุ้มบอกอย่างอบอุ่น

                “แต่หมอจะลำบากหากพามอบไปด้วย มอบคงทำอะไรเองไม่ได้มอบรักยังคงหลับตา น้ำเสียงเอื่อยๆ บอกได้ดีถึงสภาพร่างกายในตอนนี้

                “รอให้ถึงพรุ่งนี้ก่อน แล้วผมจะเป็นคนบอกเอง ตอนนี้คุณพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวผมอยู่เป็นเพื่อน

                กานต์พาว่าที่ภรรยาของเขามาส่งที่บ้าน ปิงเป็นคนมาเปิดประตูให้ลูกสาวทันทีที่เห็นสภาพลูกสาวพ่อปิงของมอบรักก็รีบเปิดประตูบ้านให้กว้างมากพอที่ว่าที่ลูกเขยจะสามารถอุ้มลูกสาวของเขาเข้าบ้านได้

                “เจ้ามอบเป็นอะไรหมอปิงถามเสียงสั่น เมื่อเปิดประตูห้องนอนของลูกสาวเรียบร้อย

                “เหยียบเศษแก้วครับกานต์วางร่างบางของเธอลงบนเตียงช้าๆ ก่อนจะหันมาตอบว่าที่พ่อตาเสียงเรียบ

                “ทำยังไงกัน ถึงได้ไปเหยียบเข้าล่ะ

                “อะไรกัน มีอะไรกันย่าแม้นที่คงจะตื่นนอนเพราะเสียงคุยของพวกเขาส่งเสียงมาก่อนตัวอ้าว...ไอ้มอบมันเป็นอะไรทำไมนอนซมแบบนั้นล่ะพ่อหมอ

                “ผับที่เราไปกัน บังเอิญมีคนทะเลาะกันทำแก้วแตก มอบเลยเหยียบครับ ตอนนี้คงจะหลับเพราะฤทธิ์ยาทั้งสามคนมองคนป่วยอย่างห่วงใย

                “ฟาดเคราะห์ไปนะไอ้มอบ ย่าเข้ามานั่งข้างเตียงหลานสาว เอามือลูบหน้าผากอย่างห่วงใย ใบหน้าซีดเซียวของหลานทำให้คนเป็นย่าอดบ่นว่าที่หลานเขยไม่ได้

                “นี่แหละน๊า จะเดินทางกันวันพรุ่ง ยังจะพากันเที่ยวอีก แล้วแบบนี้จะได้ไปกันไหมหมอ

                “คงต้องรอดูอาการของมอบก่อนครับ แต่ผมว่าไม่น่าจะมีปัญหากานต์บอกย่าเสียงเรียบ เขาเองก็เสียใจที่เป็นต้นเหตุพามอบรักไปเจ็บตัวในครั้งนี้ เขาไม่ชอบที่เห็นคนรักของเขาต้องมาเจ็บตัวเช่นนี้

                “นี่ก็ดึกแล้ว หมอกลับไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวย่าดูไอ้มอบต่อเอง

                กานต์ส่งยิ้มเรียบๆ ไปให้ย่า ก่อนจะบอกด้วยความมั่นใจผมขอดูแลมอบเองดีกว่าครับ เผื่อมีไข้ ผมจะได้จัดยาให้

                ย่ามองสบตาลูกชาย ก่อนจะยอมพยักหน้าเมื่อไม่มีเหตุผลที่จะห้ามคนรักของหลาน

ให้ฝึกดูแลตั้งแต่ตอนนี้นี่แหละ จะได้ไม่เคอะเขิน เมื่อต้องใช้ชีวิตร่วมกันจริงๆ

                “ฝากด้วยนะหมอ ย่ากับพ่อจะไปนอนก่อน มีอะไรก็เรียกได้เลย

                “ครับ

                ย่าแม้นและลูกชายกลับเข้าห้องส่วนตัวแล้ว เขาจึงลุกไปปิดประตูห้องของคนรักเพื่อป้องกันอากาศหนาวเย็นที่มาพร้อมกับลมฝน ที่ทำท่าว่าจะตกในอีกไม่ช้า

                กานต์ออกจากห้องอีกครั้งเมื่อรู้สึกอยากอาบน้ำ เขาเดินตรงไปที่รถ เพื่อหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ที่อยู่ในรถแล้วกลับไปอาบน้ำภายในบ้าน กานต์มาใช้บริการบ่อยครั้งจึงคุ้นเคยอย่างดี กานต์ใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวเพียงไม่นานก็กลับมาเฝ้าคนในห้องต่อ ร่างสูงนั่งลงบนขอบเตียง ใช้หลังมือสัมผัสหน้าผากมนแผ่วเบาเพื่อวัดอุณหภูมิร่างกายของเธอ เมื่อตัวเธอไม่ร้อนดังที่นึกกลัว เขาก็มองหาที่นอนในคืนนี้

                พื้นข้างเตียงคือที่แรก ที่เขาเห็นว่าเหมาะสมที่สุด ร่างสูงลุกขึ้นไปเปิดตู้เพื่อหาที่นอนหรือผ้าอะไรซักผืนที่พอจะใช้ปูนอนได้ และเขาก็เจอที่นอนปิกนิกพับเก็บเรียบร้อยในตู้เล็กหน้าประตูห้องน้ำ เขานำออกมาปูนอนอย่างง่ายๆ ส่วนผ้าห่มเขาคิดว่าไม่จำเป็นจึงทิ้งตัวลงนอนอย่างไม่คิดมาก

                เสียงใบไม้พัดไหวตามแรงลม เสียงหน้าต่างพัดกระแทกวงกบ ปลุกให้คนป่วยสะดุ้งตื่น มอบรักหรี่ตาลงเมื่อพบว่าตอนนี้แสงไฟภายในห้องยังคงสว่างจ้า รอสักพักเธอค่อยๆ ลืมตาช้าๆ มองไปยังหน้าต่างห้องตัวเองก็พบสาเหตุที่ปลุกให้เธอตื่นจากนิทรา มอบรักลุกขึ้น เตรียมก้าวเท้าลงจากเตียง เธอต้องแปลกใจเมื่อเห็นใครบางคนนอนขดตัวอยู่ข้างเตียง

                “หมอ...

                มอบรักมองคนรักที่นอนอยู่ไม่ห่างจากปลายเท้าตนเองเท่าไหร่แล้วไพล่นึกไปถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน สายตาเลื่อนลงไปมองที่เท้าของตนเองก่อนจะส่ายหน้ายิ้มๆ เมื่อเห็นผ้าพันแผลพันรอบฝ่าเท้าของตนเอง เขาคงจะเป็นห่วงเธอสินะ นี่แค่แก้วบาดนะ มอบรักส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะค่อยๆ ย่องลุกขึ้นยืน เพื่อจะเดินไปปิดหน้าต่างที่กระแทกกับวงกบเมื่อมีลมพัดมา

                เมื่อลุกในคราแรก มอบรักรู้สึกเจ็บบาดแผลแต่เพราะไม่อยากรบกวนผู้ที่กำลังหลับสบาย จึงพยายามลองลุกขึ้นดูอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะพยายามหาท่าเดินที่ทำให้ปวดแผลน้อยที่สุด เพื่อลุกไปยังจุดมุ่งหมาย ในเมื่อใช้ส้นเท้าไม่ได้ มอบรักจึงใช้ปลายเท้าเดินแทน และมันไม่ยากอย่างที่คิด

                “สงสัยจะหนาว นอนขดขนาดนั้นมอบรักรำพึงเบาๆ เมื่อย้อนกลับมานั่งลงที่เตียงนอน ร่างบางคิดครู่เดียวก่อนจะตัดสินใจยกผ้าห่มของตนเองให้กับเขา

                มือบางคว้าผ้าห่มขึ้นมาห่มให้เขาเบามือ เขาคงตกใจที่เห็นใบหน้าซีดเซียวของเธอเป็นแน่ เพราะไม่ว่าใครก็ตกใจเมื่อเห็นเธอเป็นแบบนี้ เพื่อนหลายคนก็เป็น มอบรักกลัวเลือดที่ไหลในปริมาณมากๆ มานานแล้ว แต่นี่คือครั้งแรกที่กานต์ได้เห็น มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรมาก หากเขาจะรู้เรื่องนี้ เธอจะหมดแรงสักพัก ก่อนจะดีขึ้นในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น

                หน้าขาวที่โผล่พ้นผ้าห่มสีน้ำเงินเข้ม ช่างดูเหมาะเจาะกันเสียจริง มอบรักนั่งมองหน้าคนหลับด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ไม่ว่าจะรัก ห่วง รวมทั้งหวง แม้เธอจะไม่แสดงออก แต่ความรู้สึกสุดท้ายมันยิ่งชัดเจนในใจเธอขึ้นทุกวัน ยิ่งภาพที่เขานั่งมองผู้หญิงอื่นนานเกือบสองนาที ยิ่งทำให้เธอรู้สึกไม่ดี แม้จะยังคงมั่นใจในตัวของคนรัก แต่เธอก็อดจะคิดไม่ได้

                สร้อยสนในชุดเกาะอกสีดำขับผิวขาวให้เด่นชัดในสายตาทุกคน เรียกสายตาของชายหนุ่มในสถานบันเทิงให้คอยมองเธอได้อย่างไม่ยาก รอบๆ ตัวของหญิงสาวคนนั้นเต็มไปด้วยชายหนุ่มมากหน้าหลายตาเต้นอยู่รอบๆ ตัว เท่าที่แอบมอง มอบรักก็พอจะรู้ว่าผู้ชายพวกนั้นไม่ได้รู้จักกับสร้อยสนมาก่อน เพราะดูเธอจะตั้งใจไปเต้นและดื่มมากกว่า เพื่อนพยาบาลที่เคยเห็นสนิทกันก็ไม่เห็นมาด้วย บางทีสร้อยสนคงจะมากับเพื่อนคนอื่นก็เป็นได้ มอบรักพยายามคิดให้เป็นกลางที่สุด เพราะสร้อยสนเองก็ไม่ได้เห็นเธอและกานต์แน่นอน เพราะมุมที่กานต์เลือกนั่งคือมุมที่คนอื่นไม่สามารถมองเห็นได้ง่าย ต่างจากคนที่นั่งอยู่จุดนั้น จะสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

                เรื่องที่มอบรักแอบได้ยินในวันนั้น พอจะทำให้เธอสบายใจได้ว่าสร้อยสนมีคนที่เธอฝากหัวใจไว้แล้ว แม้ว่าเขาคนนั้นจะมีครอบครัวแล้วก็เถอะ เพราะการที่สร้อยสนรักคนที่มีภรรยา นั่นก็หมายถึงว่าผู้ชายคนนั้นไม่ใช่แฟนเธอแน่นอน เพราะกานต์และมอบรักยังไม่ได้เป็นสามีภรรยากัน คำนี้สามารถทำให้มอบรักมั่นใจว่าสร้อยสนรักคนอื่นอยู่ และเธอควรเชื่อใจคนตรงหน้านี้

                “มองนานขนาดนี้ ระวังจะคิดตังค์นะคนนอนหลับเอ่ยล้อเลียนคนที่นั่งมองเขาทั้งที่ยังหลับตา

                “ไม่ได้มองสักหน่อย....หลับตาแล้วยังจะรู้ดีมอบรักอ้อมแอ่มตอบเขาเสียงเบา

                “ไม่มองแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าผมหลับตาอยู่คนหลับตาลืมตาอย่างรวดเร็ว เพื่อจับผิดคนไม่มอง

                “ก็.....เพิ่งมองนี่แหละมอบรักเถียงอายๆ

                “อืม.....ไม่มองก็ไม่มอง...ดีขึ้นแล้วใช่ไหมไม่พูดเปล่า ร่างสูงลุกขึ้นนั่ง ขยับร่างเพื่อเข้าใกล้ร่างบางมากกว่านี้ รีบใช้หลังมืออังหน้าผากมนเพื่อวัดไข้อีกครั้งอย่างคล่องแคล่ว

                “อืม..ไม่มีไข้แล้วนี่ แบบนี้พรุ่งนี้ก็ไปได้กานต์สรุปเสร็จสรรพ

                “ยังไม่มั่นใจเลยค่ะ ว่าจะเดินคล่องหรือเปล่ามอบรักตอบเขาหลบตา ไม่กล้าสบตาวิบวับคู่นั้น

                “เมื่อกี้ยังเดินไปปิดหน้าต่างได้เลยกานต์ส่งสายตาไปยังระยะทางที่มอบรักใช้เดินเพื่อไปปิดหน้าต่างเพื่อเป็นหลักฐาน

                “นี่หมอแอบมองมอบเหรอคะ?” มอบรักอุทานตาโต

                “ไม่ได้แอบมอง ก็มองเต็มตาเลยนั่นล่ะ แต่พอเห็นว่าปลอดภัยดี ไม่ล้ม ไม่เจ็บมากเท่าที่คิด ผมเลยตั้งใจจะหลับต่อ แต่มีคนมานั่งมองอีกเลยนอนไม่หลับสักทีเสียงทุ้มส่งสายตาเจ้าเล่ห์ในขณะที่บอกเล่าให้คนบนเตียงรับฟัง

                “หมออ่ะ....ตลอดเลย นำหน้ามอบตลอดมอบรักบ่นงอนๆ ที่โดนเขาจับได้

                “ไม่นำหน้า....เราจะเดินไปพร้อมกันต่างหาก เรื่องที่พูดคือเรื่องที่มอบรู้อยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องที่ผมรู้คนเดียวกานต์อธิบายยิ้มๆ

                “ฮึ่ย....นอนดีกว่า ไม่อยากเถียงกับอาจารย์หมออย่างหมอแล้ว เถียงไปก็แพ้มอบรักทิ้งตัวลงนอน หันหลังให้เขาอย่างงอนๆ

                “อยากชนะก็ไม่บอก จะได้แกล้งยอมกานต์เอ่ยลอยๆ ด้วยน้ำเสียงมีความสุข

                “หมอ!!

                ร่างสูงชะโงกหน้าไปมองร่างบางที่นอนขดตัวกอดตัวเองอย่างนึกเป็นห่วง อากาศค่อนข้างเย็นจากลมด้านนอกที่พัดเมฆฝนเข้ามา เพียงไม่นานเสียงฝนสาดลงจากฟ้าก็หล่นมาให้คนในห้องได้ยิน ร่างบางที่หายใจสม่ำเสมอไปได้สักพักก็เริ่มใช้มือควานหาผ้าห่มตามความเคยชิน คนที่ยังแอบมองจึงอดเห็นใจไม่ได้ เขาจึงนำผ้าห่มไปคืนให้เจ้าของ ก่อนจะกลับมาทิ้งตัวลงนอนยังที่นอนของตนเองในคราแรก

                ร่างสูงนอนพลิกตัวไปมาเพราะอากาศเย็น อีกอย่างกานต์ค่อนข้างติดผ้าห่ม แต่จะให้เขาแย่งผ้าห่มเธอเขาก็ทำไม่ได้ จะออกไปปลุกย่าแม้นเพื่อขอผ้าห่มก็คงยิ่งไม่ได้ใหญ่ กานต์มองไปรอบๆ ห้อง มองไปยังตู้ที่เขาได้ที่นอนมาก็ต้องส่ายหน้า ในนั้นมีเพียงที่นอนปิกนิกอันนี้อันเดียวจึงตัดทิ้งไปได้ มองไปยังที่อื่นก็ไม่มีอะไรที่พอจะเก็บผ้าห่มได้

                สายตาเจ้าเล่ห์มองไปยังคนบนเตียงเมื่อสมองอันเฉียบแหลมของเขาคิดบางอย่างออก

                “ผมไม่แย่ง และไม่ยอมนอนหนาวแน่ ผมขอแบ่งผ้าห่มกับมอบคนละครึ่งก็แล้วกัน อีกไม่กี่เดือนก็ต้องใช้ผ้าห่มผืนเดียวกันอยู่แล้วกานต์คุยกับคนหลับเสียงเบา ก่อนจะถือวิสาสะย่องขึ้นเตียงนอนอีกด้านของคนหลับแผ่วเบา เขาทำทุกอย่างด้วยความนุ่มนวล ต้องคอยระวังว่าเขาจะทำให้เจ้าของเตียงตื่นหรือเปล่า และทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นใจเขาเหลือเกิน มอบรักยังคงหลับไม่รู้สึกตัว

                คนขอแบ่งผ้าห่มจึงแถมอ้อมกอดให้เจ้าของผ้าห่มเพื่อเป็นค่าตอบแทนอีกด้วย




อย่าลืมไปพบกันนะคะ ไรท์อยากเจอทุกคนค่ะ ไปให้กำลังใจกันเนาะ 

ขอบคุณค่ะ

ปกาแขม




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

729 ความคิดเห็น

  1. #728 punnada400 (@punnada400) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 19:57
    รออยู่นะค๊าาาา
    #728
    0
  2. #295 wanpink (@wanpink) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 14:43
    นี้ซินะจุดเริ่มต้นของแผน ที่จับหาสามีมาให้ลูก ...ยัยสร้อยสน
    #295
    0