คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Kiss Love : รักวุ่นวายนายสุดหล่อ [Yaoi ♥ [] ♥ Boy's Love] จบ

ตอนที่ 96 : Kiss Love 69 : ไปวัด [กาย...♥]


     อัพเดท 3 พ.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/นิยายวาย
Tags: Yaoi, Boy's Love, Y, Boy Love, ชายรักชาย, วาย, Memew, Romance, NC18+, Thai Yaoi, Boy love boy, Drama, Erotic, X, Sexy, น่ารัก, สดใส, ขี้หึง, โหด, หื่น, รักต้องห้าม
ผู้แต่ง : ♥Memew ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ♥Memew
My.iD: https://my.dek-d.com/m-e-mew
< Review/Vote > Rating : 97% [ 546 mem(s) ]
This month views : 5,929 Overall : 2,866,930
63,548 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 31651 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Kiss Love : รักวุ่นวายนายสุดหล่อ [Yaoi ♥ [] ♥ Boy's Love] จบ ตอนที่ 96 : Kiss Love 69 : ไปวัด [กาย...♥] , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 37213 , โพส : 401 , Rating : 78% / 116 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด





69
ไปวัด
[กาย..]




              ได้ยินเสียงนกกระจิบร้องจิ๊บ ๆ ดังแว่วอยู่ใกล้ ๆ ผมค่อย ๆ ลืมตามอง ภาพแรกที่เห็นคือแสงสว่างยามเช้าที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา และมีเจ้านกสีน้ำตาลเข้มสองตัวเกาะอยู่บนกิ่งไม้พากันร้องจิ๊บ ๆ ปลุกผมแต่เช้า

 

ผมมองไปรอบ ๆ อีกที

 

เมื่อคืนจำได้ว่าดูดาวอยู่ข้างนอกนี่นา ไหงมาอยู่ในห้องนอนได้ล่ะ ผมนอนตะแคงข้างหันหน้าเข้าหาหน้าต่าง และมีใครบางคนนอนกอดเอวผมไว้หลวม ๆ ทางด้านหลัง

 

ไม่ต้องเดาให้ยากครับว่าเป็นใคร ผมยิ้มเล็กน้อย มองออกไปยังนอกหน้าต่างอีกที สายลมพัดไหวเบา ๆ พาเอาใบไม้ปลิวไสว พอมองดี ๆ ถึงได้รู้ว่าเป็นต้นชมพู่นั่นเอง มีผลออกแล้วด้วย แต่ยังไม่สุก

 

เจ้านกสองตัวเมื่อกี้โผบินหนีไปแล้ว

 

อากาศดี ๆ แบบนี้ อยากนอนต่อเหมือนกัน แต่ก็อยากตื่นไปสูดอากาศยามเช้าด้วย ผมขยับตัวสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเฮือกหนึ่ง

 

อากาศยังดูสลัว ๆ อยู่เลย น่าจะชักตีห้ากว่า ๆ หรือไม่ก็หกโมงหน่อย ๆ

 

นี่ผมตื่นก่อนเวลาปกติอีกเหรอเนี่ย สงสัยจะเพราะอากาศดีจัด

 

ผมขยับตัวเบา ๆ อีกที คนที่นอนอยู่ข้าง ๆ ก็ขยับตัวตาม ผมหันไปมอง พี่แกทำหน้างัวเงีย ตาปรือเปิดครึ่งไม่เปิดครึ่งมอง

 

เออเว้ย ตื่นนอนก็ยังหล่อ

 

พอเห็นว่าคนที่ตัวเองกอดอยู่เป็นผม ใบหน้าคมก็โน้มต่ำลงมากดจูบทันที ผมก็จูบตอบเหมือนกัน

 

เริ่มชินฮะ

เหมือนมอร์นิ่งคิสทั่วไปนั่นแหละ  

 

ตอนแรกก็คิดว่าพี่มันจะจูบแป๊บเดียวแล้วถอนออก แต่รู้สึกมันจะนานไปหน่อยแฮะ

 

ผมเริ่มดิ้น

 

นี่มันไม่ใช่ที่บ้านนะเว้ยเฮ้ย!!

 

จูบนานไม่ว่า ยังเพิ่มแรงบดเบียดรุกหนักเข้าไปอีก ผมรีบผลักพี่แกออก

 

หลุดครับ

 

แต่หลุดแล้วเด้งกลับมาใหม่ คราวนี้พี่แกเคลื่อนตัวขึ้นมาคร่อมผมไว้เลย

 

“พี่เอก!!

ผมรีบท้วง เพราะเดาได้ลาง ๆ ว่าห้องหนึ่งไม่น่าจะได้นอนกันแค่สองคน แต่ใครจะมานอนด้วยแค่นั้นแหละ

 

“อื้ม!

พี่มันครางขัดใจที่ผมขัดขืน ซุกหน้ากับซอกคอผมแรง ๆ ผมก็พยายามขัดขืน มือหนึ่งดันปากพี่แกออก ส่วนอีกมือก็ดันหน้าอกออก

 

“พี่เอก!!

 

แล้วพี่มันก็เลื่อนมาปิดปากผมอีกที

 

“อื้อ!!” ผมครางห้ามในลำคอ

 

ปั๊ก ๆ!!

 

ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างบนตัวพี่เอก

 

“ตื่นได้แล้ว ไอ้เอก!!

ส่วนนี่ ก็น่าจะเป็นเสียงของคนที่ทำให้เกิดเสียงนั้น

 

พี่เอกถอนปากออกช้า ๆ มามองผมที่นอนหอบแฮ่ก จูบแรงแบบนี้ รับรองได้ว่าปากผม คงทั้งแดงทั้งช้ำแน่ ๆ

 

แม่ม!!

เล่นบทโหดกันแต่เช้าเลย

 

พี่เอกมองตาผมอยู่สักพัก ก่อนค่อย ๆ หันไปมองคนที่วางทีนไว้บนหลังตัวเอง   

 

“อ้าว ไอ้เป้ มึงมาขวางทางกูทำไม กูกำลังจะมอร์นิ่งคิสเมียกู”

 

“มึงจะมอนิ่งฟัดมากกว่าน่ะสิ กูน่ะไม่เท่าไหร่ แต่สงสารน้องกูว่ะ ไม่อยากให้มันเป็นตากุ้งยิง”

 

ผมหันไปมองไอ้เต้ย รายนั้นนั่งมองพวกผมตาแป๋วหน้าแดง ๆ อยู่บนฟูกด้านข้างห่างออกไปประมาณสองวา

 

แล้วมันจะมานั่งมองทำไม

 

ผมเองก็อายไม่แพ้กัน รีบดันตัวพี่เอกออก

 

“ไปอาบน้ำกันมึง”

ผมรีบชวนไอ้เต้ยทันที มันพยักหน้า รีบลุกพรวดเดินตามผมเข้าห้องน้ำอย่างไว

 

อายครับ มาจูบกับพี่มันให้เพื่อนดู ไม่รู้มันจะเก็บไปล้ออีกนานแค่ไหน

 

“มึงโดนแบบนี้ทุกวันเลยเหรอ”

มันเริ่มต้นถาม

 

ผมชี้หน้า

 

“มึงห้ามถามอะไรทั้งนั้น”

หน้าผมมันร้อนเอามาก ๆ

 

มันยิ้มปนขำ

 

พวกเราพากันสลัดเสื้อผ้า สายตาก็กวาดมองไปรอบ ๆ ห้องน้ำ

 

“ห้องน้ำโคตรสวยเลยว่ะ”

ผมชมขณะหยิบสบู่มาฟอก

 

“นั่นดิ”

มันเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน

 

บ้านหลังนี้เป็นไม้สักทั้งหลัง แม้แต่ห้องน้ำก็ทำจากไม้สักด้วย พื้นห้องโรยด้วยกรวดและหินกันลื่น ได้ยินเสียงน้ำร่วงลงตามร่องที่ปรุเอาไว้บนพื้นที่เราเหยียบด้วย ให้ความรู้สึกเหมือนอาบน้ำภายใต้น้ำตกยังไงบอกไม่ถูก

 

มุมห้องทั้งสองด้านมีต้นไม้คล้ายต้นกล้วยสูงเท่าตัวผมอยู่ในแจกันยักษ์น้ำตาลเข้ม รอบ ๆ ห้องประดับไปด้วยกล้วยไม้สีสันสวยงาม ชักโครกสีขาวนวล มีอ่างอาบน้ำที่ทำจากไม้อีกที มีฟักบัวซ่อนไว้บนเพดาน มีปุ่มให้กดข้าง ๆ พอกดปุ๊บ ก็จะมีน้ำไหลลงมาจากด้านบน อ่างล้างหน้าเรียบเท่มีสไตล์ มีกระถางดอกไม้ขนาดเล็กประดับไว้ 

 

สวยดีครับ ประยุคธรรมชาติเข้ากับความโมเดิร์นได้ลงตัวดี

 

ผมกับไอ้เต้ย อาบน้ำไปเล่นนู้นเล่นนี้ในห้องน้ำไป เมื่อคืน ผมกับมันไม่ได้อาบบนเรือนใหญ่ครับ คนเยอะ พวกเราเลยไปอาบน้ำกันที่เรือนเล็กแทน ที่นั่นห้องน้ำธรรมดา ไม่หวือหวาขนาดนี้

 

“อันนี้พี่เอกเป็นคนทำใช่มะ”

มันจิ้มหน้าอกผมเบา ๆ

 

ผมหน้าร้อนผ่าว แต่ไม่ได้ตอบอะไรมัน

 

“หึ ๆ”

 

มึง

ไม่ต้องหัวเราะกูจริงจังแบบนั้นก็ได้

 

พอเราอาบกันเสร็จ ก็ปล่อยให้พวกพี่ ๆ เขาอาบกันต่อ พี่เอกอาบก่อน ต่อด้วยพี่เป้ ไอ้เต้ยมันเดินออกนอกห้องไปแล้ว

 

“กาย นายอาบน้ำกับเต้ยบ่อยเหรอ”

พี่เอกถาม ผมพยักหน้า พี่มันขมวดคิ้ว เหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง แต่เงียบไป         

 

 

 

 

 

 

ประมาณเจ็ดโมงพวกเราก็มารวมตัวกันหน้าบ้านแล้วครับ คนงานเดินถือขันข้าวมาให้ มันเป็นขันสีเงินลายกระหนก มีข้าวสวยร้อน ๆ กลิ่นหอมจรุงฟุ้งเป็นไอควันสีขาวลอยขึ้นมา มีข้าวสุกเต็มอัตราอยู่ภายใน 

 

เยอะจริง ๆ

 

ด้านบนเป็นทับพีโง้งสวยสีเดียวกับขัน คนงานยื่นให้คู่ละขัน ตอนแรกผมว่าจะอุ้มเอง แต่พี่เอกรับไปอุ้มแทน เห็นบอกว่ามันร้อน กลัวมือผมพอง

 

แอบเขินครับ

 

กูไม่ได้มือบางขนาดนั้นสักหน่อย

 

ส่วนผมรับปิ่นโตกับดอกไม้ธูปเทียนมาถือไว้ ดอกไม้เป็นดอกกล้วยไม้ของทางสวนนี่แหละ สวยดี กับข้าวแทบไม่ซ้ำปิ่นโตกันเลยทีเดียว

 

ผมอมยิ้ม มองพ่อกับแม่ที่ช่วยกันถือชุดปิ่นโตกับขันข้าว เป็นภาพที่ดูดีจริง ๆ ทำบุญด้วยกันชาตินี้ ชาติหน้าจะได้เกิดมาคู่กันอีก ^^

 

พวกเราพร้อมใจกันใส่ชุดสีขาว วัดไม่ได้ไกลจากบ้านเท่าไหร่ แค่กิโลกว่า ๆ พวกเราเลยตัดสินใจ เดินไปวัดกัน

 

พ่อแม่ของพี่เอก ช่วยกันประคองขันและปิ่นโตเดินไปด้วยกัน โดยมีสมุนน้อยสามคน เดินเคียงอ้อมหน้าอ้อมหลัง

 

พ่อกับแม่ผมเดินคู่กันไปเงียบ ๆ พ่อถูกจับเล็มเคราแล้ว หล่อเฟี้ยวเชียว แม่เดินแก้มแดง สงสัยจะเล็มได้ถูกใจตัวเอง

 

ไอ้เต้ยกับพี่เป้ เดินเคียงกันไปเงียบ ๆ โดยพี่เป้อุ้มขัน ไอ้เต้ยหิ้วปิ่นโตกับถือดอกไม้ หันไปมองด้านหลัง เห็นไอ้พี่มอมันอุ้มขันกับถือดอกไม้ธูปเทียนไว้ พี่โอมถือปิ่นโต แต่เดินแกว่ง ๆ

 

“ถือดี ๆ ไอ้โอม พระจะไม่ได้ฉันท์ก็เพราะความชุ่ยของมึงนี่แหละ”

 

“งั้นมึงเอาขันข้าวมา กูจะอุ้มเอง”

 

“มึงหิ้วปิ่นโตน่ะดีแล้ว กูอยากอุ้มขัน เผื่อเจอสาว ๆ จะได้ชวนมาตักบาตรร่วมกัน”

 

ผมก็ว่าแล้ว ไม่มีทางที่พี่แกจะทำอะไรโดยไม่หวังผลเรื่องสาว ๆ

 

“งั้นกูยิ่งต้องถือเอง”

แล้วก็เกิดสงครามแย่งชิงขันข้าวกัน

 

พอหมดยก พี่มอครองแชมป์ รักษาขันข้าวไว้ได้สำเร็จ พี่โอมทำท่าฟึดฟัดขัดใจ ก่อนทำหน้าเจ้าเล่ห์อีกที

 

“แทนที่กูจะชวนเขามาตักบาตรด้วยกันแบบมึง งั้นกูขอไปตักบาตรเป็นเพื่อนเขาไม่ง่ายกว่าเหรอวะ”

เป็นทางออกที่ม่อได้ใจ 

 

“เป็นความคิดที่ดี” พี่มอร่วมด้วย “แล้วจะมีสาว ๆ ให้พวกเรามองกันเยอะไหมฮึ”

พี่มันถามอีกที

 

“น่าจะมีเยอะอยู่น้า”

 

อกุศลครับ ในวัดในวาก็ไม่เว้น

 

ผมล่ะหน่าย

 

ไล่หลังลงไปอีก เป็นพี่โอ๊คครับ พี่แกส่งยิ้มให้ผมที ผมยิ้มกลับบ้าง พี่แกอุ้มขันไว้เหมือนกัน โดยมีพี่ปิงถือปิ่นโตกับดอกไม้ธูปเทียนอยู่ข้าง ๆ ผมรู้ว่าพี่โอ๊คแอบมองผมอยู่ตลอด ไม่ได้เข้ามาประชิดเหมือนพี่เชน แต่ไม่ว่าผมจะอยู่ที่ไหน ก็จะมีสายตาของพี่โอ๊ค คอยดูแลให้เบาใจอยู่เสมอ

 

ถ้าผมไม่ได้เลือกพี่เอกซะก่อน ผมว่าพี่โอ๊คดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

 

ก็นะ เฮียเป็นเทวดาประจำตัวผมนี่

 

ผมยิ้มหวานให้เทวดาไปที ก่อนได้ยินเสียงกระแอมไอเบา ๆ ผมหุบยิ้มลงฉับ มองหาเจ้าของเสียง ตอนแรกก็คิดว่าเป็นพี่เอกซะอีก

 

แต่ที่ไหนได้

 

เป็นใครอีกคน ที่ผมไม่อยากคุยด้วยมากที่สุด

 

มั้ง?

 

ผมมองนิดหนึ่ง พยายามคาดเดาว่าคนที่เดินตามมากับกระแอมไอเมื่อกี้เป็นใคร พอพี่มันยิ้มพราวเท่านั้นแหละ ผมรีบหันไปมองทางเดินดี ๆ ตามเดิม

 

แอบเสียวสันหลังครับ มีพี่อาร์ตเดินตามต้อย ๆ เนี่ย

 

พี่เอกลูบหัวผมเบา ๆ ให้คลายใจ สายตาแกบอกว่าไม่ต้องกลัวไปนะ พี่อยู่ตรงนี้ทั้งคน

 

ผมยิ้มรับ 

 

อากาศดี วิวสวย แถมชาวบ้านก็เริ่มทยอยกันออกมาจากบ้านแล้วด้วย พวกเราเดินกันมาเป็นกลุ่มใหญ่ฮะ ถนนเส้นนี้ไม่ค่อยมีรถ พวกเราเลยเดินกันแทบจะทั้งถนน

 

ผมยิ้มเมื่อเห็นเด็กวัยรุ่น พากันจูงแขนคุณตาคุณยายออกมาจากบ้าน

 

ตลอดทางเดิน ผู้คนก็พากันออกมาทักพ่อกับแม่พี่กิ๊ฟ สองผัวเมียก็รีบแนะนำว่าที่ลูกเขยกันยกใหญ่

 

วันนี้พี่กิ๊ฟแต่งหญิงด้วย สวยเช้งอย่าบอกใคร

 

พี่แกใส่เสื้อยืดสีขาว นุ่งผ้าถุงสีชมพูเข้มลายดอกซากุระสีแดง รองเท้าแตะสีชมพู มัดผมไขว้ไว้ด้านขวามือ ติดดอกกล้วยไม้สีขาว ดูแล้วน่าจะเป็นของจริง แต่ขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือ

 

โอ้แม่เจ้า จะงดงามไปไหน

 

พี่ฝรั่งเดินยิ้มหน้าบานอยู่ข้าง ๆ

 

พวกสาว ๆ ต่างพากันแต่งสวยหยดย้อยทุกคน เน้น ขาว ชมพู ฟ้า ส่วนผมกับพี่เอก สีขาวเหมือนกัน ผมยิ้มไปกับบรรยากาศที่เห็น

 

“พอไม่ได้พกกล้องติดตัว รู้สึกมันหวิว ๆ แฮะ”

พี่เชนฮะ แกเดินขนาบอยู่ข้างผม

 

“เหมือนกัน แต่ถ้าพกมา พวกเราคงลืมทำบุญกันแน่ ๆ”

 

พี่แกพยักหน้าเห็นด้วย

 

เดินกันไม่นานก็ถึงวัดแล้ว วัดใหญ่เอามาก ๆ ผมกวาดมองไปรอบ ๆ คืนนี้อาจมีงานวัดนะเนี่ย เพราะเห็นคนเอาของมากอง ๆ กันไว้ข้างรั้วแล้ว

 

คนเยอะครับ ชาวบ้านพากันหลั่งไหลมาไม่หยุด เน้นใส่ชุดสีขาว เด็ก ๆ ก็ใส่สีสันสดใสกันไป บ้างหลานก็จูงมือคุณยาย บ้างคุณยายก็จูงมือหลาน

 

บางส่วนยืนคุยกันด้านล่าง บางส่วนก็พากันขึ้นไปนั่งคุยกันบนศาลา

 

พวกผมยังอยู่แถว ๆ ประตูหน้าวัด เพราะผู้ใหญ่ต้องเบรกทักทายเพื่อนบ้านมาตามทาง พ่อแม่พี่กิ๊ฟเป็นที่รู้จักของคนที่นี่ฮะ จะเรียกว่าเป็นผู้มีอิทธิพลก็ได้ ใครเห็นก็ทัก ใครเห็นก็พากันยกมือไหว้เป็นทิวแถว ไม่เว้นแม้แต่คุณตาคุณยาย

 

โห สุดยอด

 

ส่วนสองผัวเมียก็พากันเห่อว่าที่ลูกเขยครับ แกไม่ได้เห่อที่ได้ลูกเขยฝรั่ง แต่แกเห่อ เพราะพี่ฝรั่งยอมเป็นแฟนกับพี่กิ๊ฟต่างหาก (อย่างที่คุณก็รู้ว่าทำไม)

 

กว่าจะผ่านด่านเพื่อนบ้านมาได้ พระท่านก็ขึ้นศาลากันแล้ว

 

พวกเรารีบขนขบวนกันขึ้นไปบนศาลาเหมือนกัน พี่มอกับพี่โอมพากันยิ้มแก้มบาน เมื่อเจอสาวถูกใจ แต่น้อง ๆ มากับพ่อแม่ พี่แกเลยไม่กล้าเข้าไปม่อ

 

หนวดกุ้งกระตุกแล้วนะน่ะ

 

พวกเราได้ที่นั่งกันตรงกลางของศาลาพอดี อันเนื่องมาจากผู้คนพากันแหวกทางให้

 

ขาใหญ่ครับ ต้องเข้าใจ แล้วพวกเราก็ถูกชาวบ้าน พากันโลมเลียทางสายตา

 

ก็นะ พานายแบบนางแบบจากกรุงเทพมาเดินแคทวอล์กกันบนศาลานี่หว่า สาว ๆ ก็มองหนุ่ม ๆ หนุ่ม ๆ ก็มองสาว ๆ กันใหญ่ ยิ่งพี่ฝรั่ง ยิ่งเด่น

 

พวกเราที่หิ้วปิ่นโตกันมา ก็เอากับข้าวในปิ่นโตไปใส่จานที่เขาเตรียมไว้ให้ แล้วจะมีคนจัดถวายพระท่านอีกที แล้วหลังจากนั้น พวกเราก็ทยอยกันนำดอกไม้ธูปเทียนไปไหว้พระประธานต่อ

 

ผมกับพี่เอกแทบจะจุดธูปจุดเทียน ปักธูปปักเทียนพร้อมกันตลอด

 

อายพระอายเจ้าบ้างอะไรบ้างก็ได้พี่เอก

 

ผมพยายามไม่คิดอะไร กลับมานั่งที่เดิมเงียบ ๆ แต่ก็แทบจะหายใจไม่ออก เพราะตอนนี้ ผมโดนขนาบจากเหล่าคฑาชายนายแบบสุดหล่อทั้งหลาย

 

ด้านขวาเป็นพี่เอก ด้านซ้ายเป็นพี่เชน ด้านหลังมีพี่อิฐกับพี่อาร์ตประกบ ซึ่งตอนนี้ผมก็ยังแยกไม่ออก ว่าใครคือพี่อิฐหรือพี่อาร์ต (ดันใส่ชุดเหมือนกันมาอีก) ด้านหน้าเป็นไอ้เต้ยกับพี่เป้ เยื้อง ๆ ไปทางขวาเป็นพี่โอ๊คกับพี่ปิง พี่มอและพี่โอม ส่วนพวกพ่อกับแม่อยู่แถบด้านซ้ายกันทั้งหมด โดยมีพวกทโมนเกาะก่ายเป็นลูกลิงอยู่รอบ ๆ

 

ไม่นาน พระท่านก็ขึ้นนั่งจนครบ แล้วพิธีก็เริ่ม

 

ผมประนมมือ ฟังเสียงพระสวด เห็นแบบนี้ ผมเคยผ่านการบวชมาแล้วนะครับ พ่อกับแม่ดีใจใหญ่

 

พอถึงเวลา พวกเราก็เดินอุ้มขันข้าว ไปตักข้าวใส่บาตรกลางกัน พี่เอกเดินนำ โดยมีผมเดินตาม ผมจับทับพี กำลังจะตักข้าว แต่พี่เอกจับหลังมือผมไว้ แล้วบังคับให้ผมตักข้าวร่วมกับพี่แกอีกที ผมหน้าร้อน ก้มหน้าก้มตาตักข้าวใส่บาตรไปเงียบ ๆ

 

มึง ถ้าคนอื่นเห็น เขาจะพากันคิดยังไงเนี่ย

               ยังดีที่คนอื่นห่วงแต่ตักบาตรกันอยู่ ผมก็ทำตัวลีบ ๆ ตักพร้อมพี่แกไป

 

ที่นี่ เขาจัดบาตรเรียงกันไว้บนโต๊ะสูงเพียงเอว มีทั้งหมดเก้าบาตร มีบาตรข้าวเหนียวแยกออกมาอีกสามบาตร พี่เอกแกก็จับหลังมือผมตักไปด้วยกันตลอดทั้งเก้าบาตร หน้าผมแทบไหม้ เห็นพ่อมองสบตาผม อมยิ้ม พยักหน้าให้ดูไปที่มือแก 

 

แม่ตกอยู่ในสภาพเดียวกับผมครับ หน้าแดงใหญ่เลย

 

พี่กิ๊ฟสอนพี่ฝรั่งถึงวิธีการตักบาตร ได้ยินพี่แกบอกให้พี่ฝรั่งจับทับพีไว้ แล้วแกก็กุมมือพี่ฝรั่งอีกที ผมมองยิ้ม ๆ พอเดินวนจนครบก็กลับไปนั่งที่เดิม ฟังพระสวดต่อ

 

จบกระบวนการที่เหลือคือรอพระให้พร และทานอาหารกัน อาหารที่พระท่านส่งคืน ใครได้กินจะดีมาก ๆ (อันนี้ตามความเชื่อโบราณนะ) พวกเรานั่งพูดคุยกัน ผู้คนก็แวะเวียนเข้ามาทักทาย พวกเราก็ตอบ ๆ กันไป

 

สักพักพวกเราก็นั่งล้อมวงกัน ที่นี่ไม่มีเสื่อหรืออะไรรองนั่ง แต่พื้นสะอาดดีครับ กลุ่มที่ผมนั่งเป็นกลุ่มใหญ่เหมือนเดิม พวกป้า ๆ โรงครัว พากันเอาอาหารมาจัดเรียงให้เป็นชุด ๆ ตรงกลาง

 

จริง ๆ ผมนั่งท้องร้องมานานแล้วล่ะ เลยเวลาอาหารเช้ามาเยอะแล้วด้วย พออาหารมาถึง ผมก็ซัดแหลก

 

เยอะครับ เยอะมาก ๆ แค่จากบ้านเราก็แทบจะกินหนึ่งในสี่ของคนทั้งวัดแล้ว (ยังไม่รวมคนงานนะ)

 

ผมตักน้ำพริกมาใส่จานตัวเอง แล้วหยิบมะเขือสดมากัดกรวบ

 

“ชอบกินผักรึไง”

พี่เชนถาม

 

ผมพยักหน้า

 

“ชอบเหมือนแม่ บ้านเรากินผักเป็นหลัก”

 

“อืม มิน่า ผิวสวย”

 

ผมแทบทำมะเขือร่วงจากปาก

 

“ผิวสวย?

ผมมองหน้าพี่เชน

 

“อ้าว ไม่รู้รึไง เราน่ะ ผิวสวยจะตาย ขาวก็ขาว แถมยังนิ่มอีกต่างหาก”

แล้วพี่มันก็จิ้ม ๆ มาที่ต้นแขน เลยมาที่แก้มเบา ๆ

 

ความอายวิ่งวูบผ่านใบหน้า

 

“แก้มก็แดงง่ายอีกต่างหาก”

 

ผมรีบจับแก้มตัวเอง เหลือบตามองพี่เอกนิดหนึ่ง พี่แกนิ่งครับ แต่คนที่ไม่นิ่งคือพี่อิฐหรือพี่อาร์ตนี่แหละ เห็นมองผมตาเขม็งเลย ผมรีบก้มหน้ากินต่อ

 

แล้วอยู่ ๆ ก็มีคนเอื้อมมือมาเช็ดปากให้ผมเบา ๆ ผมหันไปมอง

 

พี่โอ๊คครับ

 

พี่แกยิ้มอ่อนโยนมาให้ แล้วก้มกินข้าวต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

แม่ม

 

แต่ละคนมากันแบบเชือดนิ่ม ๆ จริง ๆ

 

ผมกินข้าวต่อ แล้วอยู่ ๆ ก็มีมะเขือมาวางไว้บนจาน เท่าที่ดู มันเป็นลูกสุดท้ายแล้วครับ ผมก็หันไปมองว่าใครเป็นคนให้

 

อืม

 

ใครว่า

 

ระหว่างพี่อาร์ตกับพี่อิฐ

 

พอพี่มันส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ ผมรีบผงกหัวขอบคุณพี่แกไปทีอย่างว่องไว

 

ยิ้มแบบนี้ พี่อิฐชัวร์

 

พี่เอกนั่งกินข้าวไปเงียบ ๆ แล้วพี่แกก็เอื้อมไปหยิบขนมของโปรดมาให้ผม

 

“อย่ากินมากนักล่ะ เดี๋ยวอ้วน”

 

ผมอ้าปากพะงาบ ๆ

 

มึง ไอ้บ้า แล้วยกมาให้กูทำไม

 

พี่มันหัวเราะหึ ๆ

 

“รีบกินดีกว่า”

พี่มันทำสายตาประมาณว่า ถ้าช้าโดนแย่ง ผมรีบจ้วงตักเข้าปากทันที

 

เรื่องไร ของโปรดของกู

 

ผมเห็นไอ้เต้ยมองมาด้วยสายตาหยาดเยิ้ม รู้ได้เลยครับว่ามันอยากกินเหมือนกัน (เราสองคนชอบของคล้ายกัน) ผมเลยตักแบ่งใส่ชามตัวเองนิดหนึ่ง แล้วยื่นที่เหลือให้มันทั้งหมด

 

“น้ำลายหกแน่ะเต้ย”

 

มันรีบเช็ดมุมปากใหญ่ ผมขำก๊าก มันชี้หน้าด่าแบบไม่มีเสียง

 

วัดครับ ต้องเก็บสิงสาราสัตว์ให้มิด

 

“จำไว้เลย”

 

ผมยักคิ้วใส่มันที

 

หมดมื้อเช้า พวกพี่ ๆ ผู้หญิงก็ทำบุญกันต่อ ด้วยการไปนั่งล้างจานหลังวัด แต่คนเยอะแล้ว พวกผมเลยไม่ได้ไปช่วย ในระหว่างรอ พวกผู้ชายอย่างเรา ๆ เลยไปหยิบไม้กวาดมากวาดวัดซะเลย ส่วนคนที่ไม่มีไม้กวาด ก็เก็บเศษขยะรอบวัดไป

 

บุญล้นแน่ ๆ ครับงานนี้

 

พระท่านได้ที เห็นหนุ่ม ๆ มา เลยวานให้ช่วยตอกอะไรก็ไม่รู้กับเรือนไม้โทรม ๆ พวกพี่ ๆ ผู้ชายเลยได้กลายเป็นฮีโร่ ช่วยกันทำใหญ่ งานนี้พ่อแม่พี่กิ๊ฟหน้าบานยิ่งกว่าเดิม เพราะคาราวานของแกทำประโยชน์ให้วัด

 

คือเรือนพักพระสงฆ์(หรือกุฏินั่นแหละ) หลังนี้เก่ามากแล้วล่ะ ซ่อมให้ดียังไง อีกไม่นานมันก็คงจะพังอีกแน่ ๆ พวกเราเลยลงความเห็นกันว่า น่าจะรื้อออก แล้วสร้างใหม่กันเลยดีกว่า

 

พวกชาวบ้านก็ให้ความร่วมมือกันดี คนนั้นช่วยออกไม้ คนนี้ช่วยออกตะปู บ้างก็ลงขันเป็นเงินซื้ออิฐหินดินทราย อะไรที่พอหยิบฉวยจากที่บ้านได้ก็วิ่งไปเอา ไม่เกินเที่ยง กุฏิก็เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว (จากการออกแบบอันไฉไลของพี่โอ๊คกับพี่ปิง)

 

พวกพี่ ๆ ปาดเหงื่อกันยกใหญ่

 

ตอนนี้พระท่านกำลังฉันเพลกันอยู่ ในขณะที่พวกเราก็กำลังลงแลคเกอร์กับน้ำยากันปลวก พี่เอกนี่หน้ามอมไปข้าง ผมหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดให้ แต่ดูท่าจะไม่ใช่พี่เอกแค่คนเดียว ผมเลยเดินไปเช็ดให้คนอื่น ๆ ด้วย เช็ดให้พี่อาร์ตกับพี่อิฐด้วย ไม่รู้ใครเป็นใครล่ะ ตอนนี้เช็ด ๆ ไปก่อน

 

เหงื่อเยอะ สงสาร

 

สรุป ผ้าเช็ดหน้าผืนเดียว สะอาดครบทุกคน ถ้าใครเป็นโรคอะไร ก็ติด ๆ กันไปละกัน

 

ผมไม่เกี่ยว

 

 

 

 

 

ผมกำลังก้มเก็บเศษไม้ มีน้องผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง วิ่งเอาน้ำแดงมาให้ น้องแค่ห้าขวบเองมั้ง วิ่งมาน้ำก็หกหายไปซะครึ่ง

 

ผมยิ้มขำ รับมาถือไว้ ก่อนได้ยินเสียงแชะ พอเงยหน้ามองก็เห็นพี่เชนกำลังเล็งกล้องมาทางผมอยู่

 

“สุดท้ายพี่ก็อดใจไม่ไหว”

พี่มันบอก ผมยิ้ม

 

“เอาเลยครับ ตามสบาย”

 

พี่แกคงวิ่งกลับไปเอากล้องที่บ้านมา

 

พวกเราเก็บรายละเอียดกันนิดหน่อย พอเสร็จ พระก็เดินมาให้พร

 

นอกจากจะได้ทำบุญตักบาตรกันแล้ว พวกเรายังได้สร้างกุฏิถวายวัดอีกต่างหาก งานนี้ ได้บุญล้นมือกลับบ้านจริง ๆ

 

“ไหน ๆ ก็มอมกันแล้ว พ่อจะพาไปเล่นน้ำตกละกัน”

พ่อพี่กิ๊ฟเสนอ ผมตาโต

 

“จริงเหรอฮะ”

พ่อพยักหน้ารับปาก พวกเราวี้ดว้ายดีใจกันยกใหญ่ คนงานที่บ้านเก็บขันข้าวกับปิ่นโตเปล่า ๆ กลับไปแล้ว พวกเรายืนรอกันไม่นานก็มีรถตู้มาจอดสองคัน ไม่เกินสิบนาทีพวกเราก็ขึ้นรถกันหมด ผมขอให้รถวนกลับบ้านไปเอากล้องก่อน เพราะงานนี้คงได้ภาพสวย ๆ กลับบ้านเยอะแน่

               To Be Con...

  
 



ชอบบรรยากาศแบบนี้ที่สุด คิดถึงบ้านเลย T^T

ปล. ช่วงนี้เงียบ ๆ เนอะ เด็ก ๆ เปิดเทอมกันหมดแล้ว (ปิดตึ๋งหนึ่ง T^T)

 

 

     

                    ไรเตอร์ทอค (ตอน : เมื่ออยู่ ๆ มันก็คิดถึงอดีตขึ้นมา = =)

               ไรท์มีความฝันหลายอย่างมาก แต่ชอบมากสุด ก็อะไรที่เกี่ยวกับพวกงานอาร์ต ๆ นี่แหละ ตอนเด็ก ๆ ช่วงสิบขวบ ชอบงานเย็บปักถักร้อย จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ เคยแอบเอาผ้าถุงเก่า ๆ ขาด ๆ ของย่ามาตัดแล้วก็เย็บเป็นกระโปรงใส่เล่น ตอนนั้นไม่มีความรู้เรื่องการตัดเย็บอะไรหรอก เวิบทูมั่วล้วน ๆ ตัดผ้าด้วยมีดทำครัว ใช้เข็มเล็ก ๆ ที่ขึ้นสนิมแล้วและด้ายสีดำเน่า ๆ มาสอย แต่ก็ได้กระโปรงเก๋ ๆ มาใส่สมใจ ชอบมาก ใส่ชุดนั้นเดินร่อนไปทั่วเลย

               พอโตมาหน่อยเริ่มวาดรูปเป็น ก็อยากเป็นนักวาดรูปกับเขาบ้าง มีการประกวดอะไรที่ไหนก็ส่งเข้าประกวดหมด มีความสุขกับการวาดมาก พอโตมาอีกนิด ก็อยากเป็นดีไซน์เนอร์ เพราะมันได้ทั้งเรื่องเสื้อผ้าและการวาดรูป แต่ไม่ได้เรียนเพราะไม่มีเงินส่งตัวเองเรียน ฮ่า ๆ

               และแล้วโลกของไรเตอร์ก็เปลี่ยนไปเพราะหนังสือเล่มหนึ่ง มันชื่อว่า "ไซโครไซเบอเนติก" เป็นหนังสือจิตวิทยาแนวพัฒนาตัวเองน่ะ (เพราะหนังสือเล่มนี้ด้วย ทำให้ไรเตอร์เปลี่ยนจากการอยากเป็นดีไซน์เนอร์มาเป็นนักเขียนแทน ^^) แต่ไรท์ไม่ได้จบอะไรที่เกี่ยวกับการเขียนมาหรอกนะคะ จบบัญชีจากโรงเรียนพาณิชย์ธรรมดา เพราะอยู่บ้านนอกมาตลอด พอเข้าเมืองจึงกลายเป็นเด็กหลังห้อง พูดไม่ชัด เสียงเบา ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง (หน้าตาเอิ่ม....เอามาก ๆ ผิวกระดำกระด่าง ฟันเหยิน ยิ้มเห็นเหงือกไปคืบ สิวอภิมหาหัวช้างเขรอะเต็มหน้า อ้วนตุ 70 ก.ล (ตอนนี้ 40^^) สายตาสั้น ใส่แว่นกรอบหนาเตอะ แถมที่หน้าอกยังมีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ดำนูนเหมือนมีปลิงตัวใหญ่ ๆ มาเกาะไว้ และมันก็ชอบเจ็บ คัน ปวด ตึงจนไรเตอร์ต้องห่อไหล่อยู่ตลอดเวลา (นึกภาพกันออกไหม = =)
              เลยกลายเป็นเด็กเก็บกด ชอบอยู่ในมุมมืด นั่งเงียบ ๆ ไม่พูดไม่จากับใคร (เหมือนในการ์ตูนที่เคยอ่าน ๆ กันนั่นแหละ = =) แต่เพราะหนังสือเล่มนั้น ไรท์เตอร์ถึงได้ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนตัวเองมาเรื่อย ๆ จนตอนนี้กลายเป็นคนพูดมาก มั่นใจในตัวเอง แต่งตัวเก่ง บ้าบอคอแตก อะเลิ้น เข้ากับคนได้ทุกระดับ กล้าที่จะทำทุกอย่าง รูปร่างภายนอกก็ปรับมาเรื่อย ๆ จนตอนนี้ก็ถือว่าสวยมาก ๆ ละนะ (เอ้า ๆ มาช่วยกันยกหางหน่อยเร็ว ฮ่า ๆ)
5555

              ไรเตอร์เข้ามาเรียนกรุงเทพตอนอายุ 15 เพราะพ่อบอกว่าจะส่งเสีย แต่พอมาถึงเฮียแกก็บอกให้กู้เงินเรียนเอาเอง (อ้าว = =) แต่อินี่เกลียดการเป็นหนี้มาก(ติดจากแม่) ให้อดดีกว่าให้ยืม (ไม่ได้หยิ่งนะคะ แต่มันเกรงใจ ฮ่า ๆ อีกอย่างรอบ ๆ ตัวก็มีแต่คนลำบาก เลยไม่รู้ว่าจะไปหยิบยืมใครดี) แต่ไม่มีทางเลือก สุดท้ายก็ต้องกู้ พอเข้าเทอมที่สองก็เริ่มหางานทำ  แต่เพราะยังเด็กอยู่ (และรูปร่างหน้าตาก็พาเอาคนส่ายหัว) เลยไม่มีใครรับเข้าทำงาน   

             พอดีตอนนั้นแถวบ้านมีร้านการ์ตูนมาเปิดใหม่ เลยรีบไปสมัครเป็นสมาชิกเพื่ออ่านหนังสือ(งกกับทุกเรื่อง แต่จะมือเปิบเรื่องหนังสือมาก) แล้วพี่ชายเจ้าของร้านก็ชวนให้มาทำงานพาร์ทไทม์ด้วยกัน ไรเตอร์ดีใจใหญ่ ตกลงรับทำทันที
             แอบพ่อทำงานพิเศษอยู่นานกว่าเขาจะรู้ แต่ก็ไม่ได้ห้าม ดีซะอีกจะได้แบ่งเบาภาระ ไรเตอร์เลยไม่ต้องกู้เงินเรียนอีก แม้จะได้เงินแค่ 3000 แต่มันก็มากโขสำหรับไรเตอร์ตอนนั้นแล้ว

             เช้าไปเรียน เลิกเรียนกลับมาทำงาน เลิกงานกลับบ้าน ทำการบ้าน อ่านหนังสือ นอน (ไรเตอร์ชอบอ่านหนังสือเตรียมสอบไว้ล่วงหน้า แล้วไปนั่งอ่านการ์ตูนหน้าห้องสอบแทน = =)

             ถามว่าไรเตอร์ฉลาดไหม คงตอบว่าไม่ แต่ความขยันน่าจะเหนือกว่าเพื่อน เพราะความที่ตัวเองหัวอ่อนเลยใช้วิธีขยันเข้าสู้ แต่ชอบขยันแบบไม่ให้ใครรู้ คือจะแอบหลบไปอ่านหนังสือเงียบ ๆ ต่อหน้าคนอื่นก็เอาแต่อ่านการ์ตูน = =
             ไรเตอร์จะไปโรงเรียนเช้ามาก ตื่นตีห้าไปถึงโรงเรียนประมาณ 6 โมงเช้าได้(ชอบไปเช้าเพราะรถไม่ติดดี) ไปช่วยพี่ยามเปิดประตูประจำ จะเป็นนักเรียนคนแรกของโรงเรียนเสมอ

              มันเงียบดีนะ แล้วก็ไปนั่งอ่านหนังสือเรียน(คือไรท์เป็นพวกอ่านช้าด้วย เลยต้องอ่านเยอะ ๆ ^^) พอเพื่อนมาถึงได้ปิดหนังสือแล้วไปคุยกับเพื่อนแทน (บางทีก็ไม่คุยอ่านหนังสือจนถึงเวลาเข้าแถวเคารพธงชาตินั่นแหละ) ตอนเที่ยงก็เหมือนกัน 

             คนอื่นได้เงินมาโรงเรียนกันวันละ 100 กว่าบาท อิไรเตอร์ได้มาแค่ 40 บาท ค่ารถ 3.50 ไปกลับ 7 บาท เหลือ 33 บาท ไว้กินข้าว พ่อคำนวนมาให้แล้ว เช้า 10 เที่ยง 10 เย็น 10 น้ำแก้วละบาท พอดีเลย แต่พ่อคงไม่รู้ว่าการเรียนมันต้องมีค่ากระดาษ ปากกา ค่าทำรายงานอีกจิปาถะ (คือมีรายงานทีก็ต้องไปขอแม่เลี้ยงที แอบเกรงใจเขาน่ะ) เลยตัดปัญหาด้วยการเก็บเอาเอง ด้วยการไม่กินข้าว (แต่ไม่ต้องห่วง ไม่ได้อดหรอก ^^) แต่หันมากินอะไรที่มันบำรุงสมองและมีคุณค่าทางอาหารในราคาที่ประหยัดแทน

              เพราะงั้นมื้อเช้าไรเตอร์จะกินไวตามิ้ลหนึ่งขวด ไม่ก็น้ำเต้าหู้ หรือไม่ก็ข้าวเหนียวถั่วดำ (ทุกอย่างราคา 5 บาทหมด) ตอนเที่ยงก็ข้าวเหนียวถั่วดำเป็นหลัก(เพราะอยู่ท้องหน่อย) ตอนเย็นก็เหมือนเดิม ไม่ก็ขนมปังใส้ถั่วดำ กินอะไรก็ได้ แต่เน้นมื้อละห้าบาทแทน (อย่างหมูปิ้งแต่ก่อนไม้ละบาทก็ชื้อสองไม้บวกข้าวอีกสามบาท) อิ่มไม่อิ่มก็ต้องสั่งให้ตัวเองอิ่ม แล้วเก็บเงินที่เหลือไว้ซื้ออุปกรณ์การเรียน (ข้อดีคือสามารถลดน้ำหนักจาก 70 เหลือ 40 ได้สบาย ๆ ^^)

             พอได้งานทำถึงได้ดีใจมาก ทำทุกวันไม่มีวันหยุด เสาร์อาทิตย์ทำเต็มวัน ดีนะ ได้อ่านการ์ตูนทั้งวันเลย สลับกับอ่านหนังสือเรียน ทำให้เกรดออกมาดีมาก ๆ พอจบบัญชีก็ต่อรามคณะมนุษย์เอกจิต ใจจริงอยากเรียนเอกภาษาต่างประเทศ(ญี่ปุ่น) แต่มันต้องเข้าเรียนบ่อย ๆ ซึ่งตอนนั้นไม่มีเวลาแน่ ๆ เลยต้องเลือกจิตวิทยาเป็นหลัก(ไม่ต้องเข้าเรียนไปสอบอย่างเดียว) กะว่าเก็บเงินสักพัก แล้วเลือกโทภาษาญี่ปุ่นแทน (ปัจจุบันนี้ก็ยังเรียนไม่จบ T^T )

             พอดีช่วงที่ทำงานอยู่ร้านหนังสือได้รู้จักกับลูกค้าคนหนึ่ง คบหากันจนเป็นเพื่อนสนิทกัน เขาคงเป็นเพื่อนคนแรกและคนเดียวที่ไรเตอร์พูดได้คำเดียวว่า "เป็นเพื่อน" และ "เป็นเพื่อนสนิท" (เพราะปกติไม่มีเพื่อน ฮ่า ๆ) ตอนเรียนมีเพื่อนก็จริง แต่ไรเตอร์ก็ไม่สนิทกับใครสักคน(เหมือนเป็นเพื่อนเรียนมากกว่า) ไรเตอร์จะเป็นคนเดียวในกลุ่มที่เพื่อน ๆ จะลืมวันเกิด (คือทุกคนจะได้ของขวัญและจัดงานวันเกิดน่ะ แต่พอมาถึงวันเกิดอิไรเตอร์ทีไร ทุกคนจะลืมหมด ฮ่า ๆ (คิดแล้วน้ำตาก็พาลจะไหล) แต่จะว่าไป อาจเพราะไรเตอร์เป็นคนเดียวในกลุ่มที่งบน้อยสุด เพื่อนชวนไปไหนก็ไปไม่ได้ (เพราะค่ารถค่ากินมีจำกัด = =)
            
             คนนี้เลยเป็นเพื่อนที่ไรเตอร์รักมาก ไม่เคยแคร์รูปลักษณ์ภายนอกของไรเตอร์ด้วย เธอเป็นคนดีมีฐานะพอควร จบโทอิ้งเอแบ็ค อายุมากกว่าไรเตอร์ สวย มีเสน่ห์ ฉลาด ทำงานเก่ง พูดเก่ง แต่ชอบทะเลาะกับตัวเองบ่อย ๆ ไรเตอร์เลยกลายเป็นที่ปรึกษาจำเป็นไปโดยปริยาย 

              ตอนนั้นเริ่มหัดเขียนไดอะรี่บ้างแล้ว(โดยมีพี่โน้ต อุดมเป็นต้นแบบ) ก็เขียนเกี่ยวกับชีวิตทั่วไปและเพื่อนคนนี้แหละ มีเรื่องให้ประทับใจเยอะจัด ^^ เพราะดีใจที่เพื่อนชอบมาขอคำปรึกษา เลยชอบหาหนังสือแนวให้กำลังใจมาอ่าน จะได้เอาข้อคิดหลาย ๆ อย่างไปไว้กระตุ้นเพื่อนยามเพื่อนท้อแท้ และก็พยายามมองคนเยอะ ๆ มองคนนู้นทีคนนี้ที เวลาที่เพื่อนมีปัญหา จะได้ยกตัวอย่างให้เพื่อนเชื่อได้ และก็เพราะเพื่อนคนนี้แหละ ไรเตอร์ถึงได้เรียนรู้การเข้าสังคมเป็นขึ้นมาบ้าง
              
               และก็เพื่อนคนนี้อีกเช่นกัน ที่ทำให้ไรเตอร์ได้ค้นพบอาชีพใหม่ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตไรเตอร์ไปอีกขั้น ^^ พอดีเพื่อนเป็นนักช๊อปเสื้อผ้าเยอะมาก ล้นตู้ เก็บมาร่วมสามสิบปี = = เราเลยตกลงว่าจะเอาไปขายกัน ขายกันข้างถนนนั่นแหละ อยากบอกว่าได้เยอะมาก เพื่อนเป็นคนใจดี ขายได้เขาก็แบ่งเงินให้ แต่ตอนนั้นยังไม่ได้คิดว่าจะขายจริง ๆ จัง ๆ ไม่มีเงินทุนด้วย (เลยนั่งรอเวลาให้เสื้อผ้าเพื่อนล้นตู้อย่างเดียว)

                จำไม่ได้ว่าลาออกจากร้านการ์ตูนเพราะอะไร หลังจากนั้นก็หางานอื่นทำ ตั้งแต่คีย์ข้อมูล พนักงานเสิร์ฟในร้านแม็คโดนัล เคเอฟซี ไดโดม่อน บริษัทรีเสิร์ซ รับจ้างทำความสะอาดบ้าน พนักงานขายในห้าง เดินขายของตามบ้าน เรียกได้ว่ามีงานอะไรจ้างมา อินี่ทำหมด ยังดีที่ค่าเรียนรามไม่แพงเท่าไหร่

               ทำแบบไร้แก่นสารอยู่สักพักเพื่อนคนเดิมก็ดึงไปทำงานที่บริษัทด้วย (เป็นพนักงานพาร์ทไทม์นั่นแหละ) ได้เงินเยอะขึ้นจากวันละไม่เกิน 150 มาเป็น 250

               ที่นี่ทำให้ไรเตอร์ได้สัมผัสกับชีวิตออฟฟิศเต็ม ๆ ถึง 2  ปี และได้เรียนรู้ว่านี่ไม่ใช่ชีวิตที่ตัวเองต้องการ เจ้านายเสนอให้มาสมัครเป็นพนักงานประจำ (ได้เงินเดือน 8,000) แม่ดีใจใหญ่ แต่ไรเตอร์ปฎิเสธ แม้งานจะไม่หนัก แต่มันอึดอัดกับวงสังคมแคบ ๆ เช้ามาตอกบัตรเข้าทำงาน เย็นตอกบัตรเลิก วงจรเดิม ๆ

               ในระหว่างที่ทำพาร์ทไทม์ที่บริษัทก็เรียนไปด้วย หางานอย่างอื่นทำเพิ่มควบคู่ไปด้วย พอเพื่อนมีเสื้อผ้า ก็เอาเสื้อผ้าไปขาย จนมีวันหนึ่ง ขณะนั่งขายเสื้อผ้าอยู่ ก็มีลูกค้าที่มาซื้อประจำนั่นแหละถามว่ารับซื้อด้วยไหม ของเขาเยอะมากเลย ไรท์เลยตอบตกลง แต่ขอจ่ายเงินทีหลังได้ไหมเพราะตอนนี้มีงบไม่ถึง เขาก็ไม่ว่าอะไร วันรุ่งขึ้นไปรับของ ตอนเย็นขาย และวันนั้นก็ได้เงินไปคืนเขาเลย ดีใจมาก หลังจากนั้น ไรเตอร์เลยตัดสินใจทำนามบัตรไว้รับซื้อเสื้อผ้ามือสอง(เพราะต้นทุนมันถูกกว่ามือหนึ่ง) แล้วไรเตอร์ก็เดินเอาไปแจกให้คนที่แต่งตัวสวย ๆ ในห้าง เห็นใครสวย ๆ ก็เดินเข้าไปทักและแจกนามบัตร เขาก็มองงง ๆ ไรท์เตอร์ก็ได้แต่ยิ้ม

               แล้วรอเวลา หลังจากนั้นก็มีคนติดต่อเข้ามา ไรเตอร์ก็เอาเงินทุนที่พอมีไปรับซื้อ เริ่มจากน้อย ๆ ก่อน เน้นคนบ้านใกล้จนไกลออกไปเรื่อย ๆ เดินไปรับเองบ้าง นั่งรถเมล์ไปบ้าง เข้าซอกออกซอย โดนหมาไล่กัดก็เยอะ ฮ่า ๆ พอได้ก็แบกเสื้อผ้าถุงใหญ่ ๆ ขึ้นรถเมล์ ลากตุเรง ๆ กลับบ้าน 

              ทำอยู่แบบนี้เกือบปี ไปสอบ ทำงาน เลิกงาน ไปรับเสื้อผ้า เลิกงานอีกวันเอาเสื้อผ้าที่มีไปขาย หมุนเวียนกันไปอยู่อย่างนี้จนคิดว่าน่าจะลาออกมาขายจริง ๆ จัง ๆ ดีกว่า แต่แม่ไม่ยอม เพราะงานมันไม่มั่นคง ไรเตอร์เลยแอบลาออกมาเงียบ ๆ แบบไม่ให้แม่รู้ และต้องการพิสูจน์อะไรบางอย่างให้แม่เห็นด้วย

               ไรท์ต้องตื่นเวลาเดิมเพื่อไม่ให้แม่จับได้ แล้วออกจากบ้านพร้อมกัน แม่เดินไปขึ้นรถของทางโรงงาน (แม่ทำงานหกเช้าโมงถึงเที่ยงคืน) ส่วนที่ไรเตอร์ต้องตื่นเช้า เพราะที่ทำงานไกลบ้าน นั่งรถสามต่อแน่ะ แล้วไรเตอร์ก็แอบไปขายของ

              จนผ่านไปเดือนหนึ่งเต็ม ๆ ไรเตอร์ก็ถือเงินสดไปยัดใส่มือแม่หมื่นหนึ่งและบอกแม่ว่า หนูเลือกทางที่ถูกแล้ว ตั้งแต่นั้นมา แม่ก็ไม่พูดอะไรอีกเลย
 
              มันก็ทั้งสนุกและลำบากควบคู่กันไปน่ะนะ ไรเตอร์เลือกเก็บเงินผ่านทอง (เพราะดีกว่าเก็บไว้ในธนาคาร) พอเก็บเงินได้จำนวนหนึ่ง ก็วิ่งไปซื้อทอง(เส้นเล็ก ๆ) พอได้เยอะก็เอาทองทั้งหมดไปเข้าโรงรับจำนำ แล้วเอาเงินไปซื้อทองแท่ง(ที่ไม่เสียค่ากำเหน็ด) แล้วก็หาเงินไถ่ทองในโรงรับจำนำออกมา พอออกมาครบก็เอาเข้าไปใหม่และซื้อเพิ่มอีกบาท ทำอยู่อย่างนี้จนได้ทองเยอะขึ้น (ที่ไม่ขาย เพราะระหว่างที่มันนอนอยู่ในโรงรับจำนำ ค่าทองมันเพิ่มน่ะ บางทีเสียค่าดอกร้อยเดียว แต่ค่าทองมันเพิ่มเป็นพัน ^^) พอได้ทองเยอะขึ้นก็เอาทองไปเข้า แล้วเอาไปซื้อที่ดินแทน (มันเป็นวิธีหาเงินส่วนตัวของไรเตอร์อะนะ^^)      

               จริง ๆ มันมีวิธีหาเงินให้ได้เยอะกว่านี้ แต่นี่คงเป็นวิธีที่ไรเตอร์รู้และถนัด และไรเตอร์ก็มีความสุขในการทำมาก   ไรเตอร์ไม่อายที่จะใช้ของมือสอง เพราะไรเตอร์ลืมตาอ้าปากได้เพราะมัน และอีกอย่าง มันมีคุณภาพดีด้วย ของบางอย่าง เขาซื้อมายังไม่ได้ใช้เลย จะเอาแบรนด์อะไรล่ะ มีหมด
เขาขายให้ถูก ๆ เหมือนได้เปล่า พอใส่เบื่อก็เอาไปขายต่อได้อีก แต่ไรท์เป็นคนไม่ชอบแบรนด์ ชอบสินค้าแฮนด์เมคไทย ๆ อาร์ต ๆ ดิบ ๆ อย่างเสื้อผ้าทรงแปลก ๆ ของเชียงใหม่มากกว่า

               ถ้าไม่มีความลำบากในอดีตที่ผ่านมา ไรท์คงไม่รู้ค่าของความสุขสบายในวันนี้ ถ้าถามว่าไรเตอร์ทำอะไรอยู่ตอนนี้ บอกเป็นอย่าง ๆ ยาก เอาเป็นว่า ไรท์ไม่เคยทำงานอย่างเดียว บอกได้แค่ทำงานอิสระ อะไรที่ได้เงิน(โดยไม่เบียดเบียนใคร) ไรท์ทำหมด สากกระเบือยันเรือรบ ตั้งแต่รับพิมพ์งานแผ่นละ 10 บาท ยันลงทุนทองคำแท่ง เพราะหนึ่งบาทรวมกันเยอะ ๆ ก็เป็นร้อย หลายร้อยรวมกันก็เป็นพัน หลายพันรวมกันก็เป็นหมื่น หลายหมื่นรวมกันก็เป็นแสน และหลายแสนรวมกันก็เป็นล้าน

              สู้ ๆ นะคะ ไม่มีอะไรแย่ถ้าเราไม่คิดว่ามันแย่ ณ จุดที่เรายื่นอยู่ มักจะมีคนที่ดีกว่าเราและแย่กว่าเราเสมอ ถ้าเห็นคนที่ดีกว่า เราก็แค่เอาเขาไว้เป็นเป้าหมาย และก้าวไปให้ถึงจุดนั้นด้วยความสนุกสนาน และให้ดีใจที่เรายังมีอะไรดี ๆ  กว่าคนที่แย่กว่าเราเยอะ และถ้ามีโอกาส ก็ช่วยเหลือคนที่แย่กว่าเราบ้าง ผลบุญนั้นจะได้ยิ่งส่งเสริมให้เราก้าวไปข้างหน้ามากและเร็วขึ้น ^^

               โชคดีทุกคน คิส ^^
                Memew     

 

     




รักเธอที่สุด Add Fav. แฟนคลับน้องคีส



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Kiss Love : รักวุ่นวายนายสุดหล่อ [Yaoi ♥ [] ♥ Boy's Love] จบ ตอนที่ 96 : Kiss Love 69 : ไปวัด [กาย...♥] , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 37213 , โพส : 401 , Rating : 78% / 116 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17
# 401 : ความคิดเห็นที่ 63121
ตอนนี้อิ่มบุญอิ่มใจ สุดยอดอ่ะตอนนี้ เรามองเห็นภาพเลยยยยย
PS.  Mirecles in December >>> 还在爱你还在爱你 我爱你 我爱你 你别再哭 关掉&
Name : Chopoom94 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Chopoom94 [ IP : 1.4.225.60 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 กันยายน 2560 / 21:10
# 400 : ความคิดเห็นที่ 62821
ไรท์เก่งมากค่ะ. เป็นกำลังใจให้ ^^
Name : ปลายหลังคา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ปลายหลังคา [ IP : 27.55.83.239 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 ธันวาคม 2559 / 00:41
# 399 : ความคิดเห็นที่ 62770
รู้ว่าเป็นนิสัยเฉพาะตัวนะ แต่จะสร้างปัญหาบานปลายให้พวกนี้มีความหวังที่จะแย่งอ่ะป่าว
Name : tanthai1975 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ tanthai1975 [ IP : 122.154.136.28 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 ตุลาคม 2559 / 12:01
# 398 : ความคิดเห็นที่ 62705
กายนี่แกจะสร้างฮาเร็มเหรอ
Name : Tasanee Buram < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Tasanee Buram [ IP : 27.55.78.54 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 กันยายน 2559 / 17:59
# 397 : ความคิดเห็นที่ 62521
เหมือนฮาเร็มจริงๆนะ
Name : baekbow < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ baekbow [ IP : 1.46.14.0 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กรกฎาคม 2559 / 20:26
# 396 : ความคิดเห็นที่ 62322
ชอบบรรยากาศแบบนี้จัง -^-
Name : อาแนของแบคฮยอน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อาแนของแบคฮยอน [ IP : 223.24.13.213 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 พฤษภาคม 2559 / 19:09
# 395 : ความคิดเห็นที่ 62207
ดีจังๆ
Name : lufian < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ lufian [ IP : 171.5.248.90 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 พฤษภาคม 2559 / 00:01
# 394 : ความคิดเห็นที่ 61945
เห็นทุกคนเข้าวัดเข้าวากัน รู้สึกจรรโลงใจขึ้นมาเลย บรรยากาศอบอุ่นมาก
PS.  다시 돌아와 언제나 기다릴게 ♡
Name : Bennie_ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Bennie_ [ IP : 115.87.121.45 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 เมษายน 2559 / 16:15
# 393 : ความคิดเห็นที่ 61550
อยากเป็นกายยย โอ้ยย ย้อนมาอ่านตอนนี้ทีไร อยากเป็นกายยย โว้ยยย
Name : แคนต้า~ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ แคนต้า~ [ IP : 49.229.101.97 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 มกราคม 2559 / 20:33
# 392 : ความคิดเห็นที่ 61524
นับถือวงจรชีวิตไรท์จริงๆอ่ะ จะเอาไปเป็นแบบอย่างนะ
Name : 0927632741 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 0927632741 [ IP : 49.229.47.152 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 มกราคม 2559 / 22:23
# 391 : ความคิดเห็นที่ 61320
กายยยยย //ขูดจอ
ชีวิตไรเตอร์สุดยอดมากๆค่ะ น่านับถือมากๆ
Name : fe&font < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ fe&font [ IP : 202.29.6.78 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 พฤศจิกายน 2558 / 13:16
# 390 : ความคิดเห็นที่ 60481
น้องกายย สร้างฮาเร็มเลยลูกกก 
Name : lovelykik < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ lovelykik [ IP : 27.55.149.36 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 มกราคม 2558 / 20:55
# 389 : ความคิดเห็นที่ 60080
ตักบาตรร่วมขัน ชาติหน้าจะได้เกิดมารักกันอีก คึคึ
PS.  Big Bang G-Dragon & SNSD Yuri & EXO HunHan FOREVER !!
Name : Harm. < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Harm. [ IP : 27.55.87.75 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 สิงหาคม 2557 / 23:05
# 388 : ความคิดเห็นที่ 59835
ขอแนะนำให้น้องกายสร้างฮาเร็ม=_=;;;
Name : น้ากอ่านง่าวววว [ IP : 49.230.67.29 ]

วันที่: 20 มิถุนายน 2557 / 18:47
# 387 : ความคิดเห็นที่ 59792
อิ่มบุญกันไป><
Name : 0474 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 0474 [ IP : 180.183.95.124 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 มิถุนายน 2557 / 13:06
# 386 : ความคิดเห็นที่ 59583
งานนี้บุญล้นเลย หลวงพ่อเล่นเอาคนหนุ่มๆมาใช้งาน แหมแก๊งนี้เขาเก่งเกิน
Name : blacksaya < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ blacksaya [ IP : 115.87.60.134 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 พฤษภาคม 2557 / 22:11
# 385 : ความคิดเห็นที่ 59430
บุญเพียบ ดีจังน่อ
PS.  ข้าเชื่อในความฝัน...ที่ไม่มีวันเป็นจริง
Name : Lucia Eve < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Lucia Eve [ IP : 171.100.195.100 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 เมษายน 2557 / 17:27
# 384 : ความคิดเห็นที่ 59122
ไรท์จ๋าาาาา
คือมุกเพิ่งมาอ่านพี่กายพี่เอกอะ แต่ไม่ไม่โอกาสได้เม้นซะที วันนี้อ่านกะคอมเลยเม้นสะดวกหน่อย
มุกไม่เคยอ่านนิยายของใครแล้วมาเจอการตัวละครได้ออกมาสมจิงแบบนี้อะ มันฟิน มันจิ้นได้หมด นึกภาพออกหมดเลย
อิมเมจก็หล่อโฮกกก คนแต่งก็พูดเก่งง (ชอบช่วงท้อก)
ส่วนตัวชอบอบอ่านแบบนายเอกมีเสน่ห์อย่างไม่รู้ตัวเอง ชอบทำให้คนหลงอยู่เรื่อย แล้วอีกอย่างก็ชอบอ่านฉากครอบครัวด้วย พี่ๆน้องๆคุยกันกะหนุงกะหนิง มันน่าร้ากก
อ้อ ในเรื่องชอบแอมไออ้อนมากมาย ชอบเวลาที่เค้าอ้อนบรรดาพี่ๆ ชอบตอนเค้าช่วยกันทำงาน ชอบทุกตอนเลยย
((วันๆอ่านแต่น้องคีสนี่แหละ หลงรักเลย ))
PS.  ขอกอดที
Name : i'mook < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ i'mook [ IP : 118.173.177.149 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 มีนาคม 2557 / 14:37
# 383 : ความคิดเห็นที่ 59051
อิจฉากายเบาๆ...
Name : Ayumu W. < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Ayumu W. [ IP : 171.101.7.80 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 มีนาคม 2557 / 16:25
# 382 : ความคิดเห็นที่ 58961
ไรเตอร์เวิ้นของตัวเองเหมือนนิยายเลย >///< เหมือนลงชีวิตพี่เป็นนิยายให้เราอ่านกัน 55 ตอนนี้ละมุนมาก และ... คู่แข่งก็เยอะมากกก เหมือนกัน เฮือกกก






PS.  รักและเชื่อใจ only 13 + 2 = ELF รอมาตลอด..ว่าเมื่อไหร่คุณจะสนใจ ครอบครัว SJ คือชีวิต!
Name : Mu Thai-Elf < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mu Thai-Elf [ IP : 125.24.19.105 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2557 / 13:45
# 381 : ความคิดเห็นที่ 58728
โอ๊ย ฟินสุดๆอะ ><
Name : skyk < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ skyk [ IP : 27.55.224.62 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 มกราคม 2557 / 22:56
# 380 : ความคิดเห็นที่ 58059
ตัวละครในเรื่องทุกคนน่ารักกันจริงๆ นะเนี่ย อ่านสบายดี ^+++^
PS.  We're just ordinary people ^-^
Name : ToNAoRLoYLoM < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ToNAoRLoYLoM [ IP : 111.84.179.154 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 กันยายน 2556 / 04:39
# 379 : ความคิดเห็นที่ 57869
ต่างคนต่างไม่ยอมกันเลยยย
Name : A Short Journey < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ A Short Journey [ IP : 171.5.6.215 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 กรกฎาคม 2556 / 15:39
# 378 : ความคิดเห็นที่ 57734
กายหนูเสน่ห์แรงไปล่ะ --"
Name : LooknamTK < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ LooknamTK [ IP : 27.145.52.184 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 กรกฎาคม 2556 / 01:50
# 377 : ความคิดเห็นที่ 57610
แต่ละคน เชือดกันแบบนิ่มๆ 555555555 
พี่เอกสู้ๆ
Name : or_JH < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ or_JH [ IP : 14.207.9.140 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 กรกฎาคม 2556 / 08:01
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android