[ Fic KNB ]Megic of red color ปรัมปราราชันสีเพลิง (แจ้งยกเลิกรวมเล่ม)

ตอนที่ 23 : บทที่ 23 แสงปลายอุโมง 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 683
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    1 พ.ค. 59




บทที่ 23 แสงปลายอุโมง

 

                ใต้ผืนน้ำใสที่ส่องสว่างไปด้วยแสงระยิบระยับ แม้จะดูงดงามตาเพียงใดแต่ก็ไม่สามารถคลายความกดดัดที่เกิดขึ้นกับร่างบางได้ หยาดโลหิตกำลังหลั่งไหลกระจายไปตามผืนน้ำอย่าสงบนิ่ง ริมฝีปากสีหวานห่ออากาศเอาไว้จนสองแก้มเนียนพองขึ้นเล็กๆ


                ควันสีดำน่าขยะแขยงค่อยๆชะลอความเร็วคืบคลานมาหาเธออย่างช้าๆ ใต้น้ำนั้นใสแจ๋วเธอจึงเห็นได้ทุกสิ่งทุกอย่าง ควันดำใต้น้ำเมื่อได้เห็นกับตาเธอจึงทราบว่ามัมมีร่างกาย ร่างกายหยุนบางเบาคลายๆกับแมงกระพรุนที่กำลังกระพรือร่างกายมาหาเธอพร้อมทั้งพ่นหมึกเหลวสีดำจนดูเหมือนควัน


                กลิ่นเลือดนั้นช่างหอมหวานจนทำให้สิ่งมีชีวิตหันมาให้ความสนใจ คุโรโกะเข้าใจรูปแบบการเคลือนไหวของมันได้ถูกต้องแล้ว มันไม่ได้ถูกควบคุมโดยแนชโดยตรง เพราะงั้นเมื่อมีสิ่งที่มันสนใจมันก็จะเลิกทำหน้าที่ของมันแล้วหันมาหาเธอแทน


                โลหิตสีเข้มยังคงไหลไม่หยุดสลับกับร่างบางพยายามว่ายน้ำหนีพวกมัน ถ่วงเวลาให้มันดูดกลืนมังกรตัวนั้นให้ช้าที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะเธอเคลื่อนไหวเร็วหรือเพราะโลหิตที่ไหลไปตามกระแสน้ำเป็นทางยาวก็ตาม สิ่งนั้นจึงไม่เข้าใกล้เธอมากนัก


                ร่างบางสีขาวโผล่พรวดขึ้นเหนือน้ำคว้าอากาศหายใจก่อนจะเงยหน้ามองการต่อสู้ที่อยู่เบื้องบน


                ดูเหมือนความได้เปรียบจะเริ่มกลับมาทางฝั่งมนุษย์อีกครั้งเมื่อสองนักรบและหนึ่งราชากำลังพยายามโค่นล้มชายคนนั้น แนชที่ไม่สามารถต้านทานพลังของทั้งสามคนในเวลาเดียวกันได้ทำให้เขาเริ่มได้รับบาดแผลจนโลหิตสาดกระจายไปตามร่างกาย แต่ถึงกระนั้นชายคนนั้นก็ยังสามารถตั้งการ์ดปกป้องจุดตายของตัวเองเอาไว้ได้


                แขนซ้ายของชายคนนั้นกลับมาใช้ได้อีกครั้งแล้ว เธอขมวดคิ้วลงอย่างเจ็บใจตัวเองอีกครั้งก่อนเธอจะรู้สึกเย็นวาบที่แขนของตัวเอง


                ควันดำที่มีร่างกายดังกำลังพยายามคลอเคลียนแขนเนียนไร้ตำหนิของเธออย่างกระหาย สัมผัสเย็นวาบและเป็นคราบเมือกที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังสัมผัสกับผิวปลาทอง เธอขนลุกซู่รีบว่ายน้ำหนีมันก่อนจะดำลงไปในน้ำใสอีกครั้ง


                ร่างบางพยายามขยับร่างกายให้รวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้เธอจะเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าจนแทบจะขยับขาไม่ไหวแล้วก็ตาม แต่ว่าไม่นานเธอก็เริ่มจะสังเกตเห็นความผิดปกติ


                ก้อนควันสีดำนั้นไม่ตามเธอมาแล้ว


                หญิงสาจึงก้มลงมองแขนของตัวเอง โลหิตไหลช้าลงจนแทบจะมองไม่เห็นคราบเลือด เพราะแรงดันน้ำต้านแรงดันในกระแสเลือดทำให้โลหิตเธอแทนจะหยุดไหลแล้ว ร่างบางกัดฟันกลั่นใจกรีดสร้างบาดแผลบนแขนของตัวเองอีกครั้งอย่างไม่ลังเล


                คราวนี้มันลึกกว่ารอยแผลครั้งแรกมากนัก มันเจ็บซะจนเธออยากจะร้องไห้ออกมาเดียวนี้เลยด้วยซ้ำ เธอใช้ฝ่ามือกุบบาดแผลไว้เพราะความเจ็บปวดก่อนจะค่อยๆคลายฝ่ามือออก เนตรสีนภาลุกวาวด้วยความลุ้นระทึงมองคราบเลือดที่กำลังกระจายตัวไปตามสายน้ำ


                กลิ่นหอมหวานของโลหิตยั่วยวยปีศาจสีดำอีกครั้ง มันลอยตัวออกมาจากซากมังกรแล้วมาหาเธอ คุโรโกะรีบว่ายน้ำหนีเมื่อเห็นว่าสิ่งนั้นติดกับ แต่ว่ายไม่ทันไรมันก็เลิกตามแม้ว่าแขนของเธอยังคงหลั่งเลือดออกมาไม่หยุด


                หญิงสาวตัดสินใจขึ้นสู่ผิวน้ำอีกครั้งก่อนจะสะดุ้งวาบเมื่อเห็นอาโอมิเนะถูกดาบของแนชแทงทะลุผ่านร่าง


                หัวสมองของเธอขาวโพลนไปในทันทีที่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น แนชชักดาบออกจากร่ายกายแข็งแกร่งนั้นด้วยรอยยิ้มเย็น ก่อนที่ร่างสีน้ำเงินนั้นจะตกลงสู่พื้นก็ได้อาคาชิช่วยรับร่างไว้


                การที่อาโอมิเนะพลาดท่าจนถูกดาบเหล็กนั้นทะลุผ่านร่างกายไปได้มันทำให้เธอตะลึงงันจนพูดไม่ออก เธอได้ยินเสียงของคากามิร้องเรียกอาโอมิเนะด้วยโทสะก่อนที่เธอจะโหมพลังเข้าห้ำหั่นกับแนชแบบตัวต่อตัว


                ร่างสีขาวนั้นหวาดกลัวจับใจ เธอมองร่างสีน้ำเงินที่กำลังนอนบาดเจ็บสาหัสอยู่บนพื้น อาโอมิเนะพยายามจะลุกขึ้นอีกครั้ง กัดฟันพูดกับอาคาชิทั้งที่ขาของเขาแทบจะไม่เหลือแรงแล้ว เธออยากจะไปหาเพื่อนขอเธอ อยากรู้ว่าเขาปลอดภัยจริงๆ เธอพยายามว่ายขึ้นฝั่งเพื่อไปหาอาโอมิเนะแต่มันช้าเกินไป


                เธอหมดเรียวแรงที่จะว่ายขึ้นฝั่งหนีความกระหายจากควันดำใต้น้ำได้ คราวนี้ราวกับมันรู้ว่าเธอนั้นไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะหนีมันได้อย่างทันท่วงทีมันจึงรีบคลอเคลียแขนข้างที่บาดเจ็บก่อนจะจับยึดแขนข้างนั้นไว้


                สัมผัสเย็นน่าขนลุกและเสียงทุ้มอึกอักของที่กำลังกลืนบางอย่างลงคอ มันกำลังโลมเลียบาดแผลของเธออย่างเพลิดเพลินแต่แสบสันและทรมารมากว่าที่เธอคิดไว้


                แค่อีกเพียงไม่กี่อึดใจเธอจะถึงขอบสระอยู่แล้ว สายตาของเธอพร่ามัวลงในไม่กี่วินาทีต่อมาก อ่อนแรงจนแทบจะลืมตาไม่ขึ้น เสียเลือดมากและเริ่มขาดอากาศหายใจ


                สิ่งที่เกาะหนึบอยู่ที่แขนดูดเลือดของเธอไปอย่างรวดเร็วจนน่ากลัว เธอพยายามใช้แขนอีกข้างหนึ่งแกะมันออกแต่ว่ามันยากเกินไป เหนียวหนืดและลื่นมันจนแม้จะใช้เล็บจิกลงไปก็ยังจับผิวหนังของมันขึ้นมาไม่ได้ ขืนยังเป็นแบบนี้ต่อไปอีกไม่กี่นาทีเธออาจจะได้ตายจริงๆแน่


                เรี่ยวแรงกำลังหมดลงอย่างช้าๆ ก่อนที่ร่างนั้นจะค่อยๆจมลึกลงไปยังก้นสระมรกต เกศาอ่อนนุ่มคลอเคลียไปมาดวงหน้าที่กำลังดำดิ่นสู่เบื้องล่าง เธอพยายามเอื่อมมือไปสุดแขน พยายามที่จะเอาตัวรอดให้ได้ ผืนน้ำที่แม้จะใสอย่างไร แต่เมื่อเธอดำดิ่งและมองมันจากเบื้องล่างกลับรู้สึกว่ามันเป็นแค่แสงสลัวที่ส่องสว่างอย่างหลอกลวง


                 ยิ่งเงยหน้ามองแสงที่หลอกลวงนั้นเธอยิ่งรับรู้ว่าใต้พื้นน้ำนั้นมืดมนแค่ไหน หนาวเย็บและเดียวดาย อากาศเฮือกสุดท้ายกลายเป็นฟองและลองล่องออกมาจากร่างกายเธอจนหมด ทว่าเธอกลับไม่มีเรียวแรงแม้แต่จะดิ้นรนไขว่คว้าอากาศ


                เลือดในกายเย็นเฉียบจนไร้ความรู้สึก ไม่เหลือรับความรับรู้ใดๆนอกจากความเจ็บปวดและทรมาน น้ำที่กำลังไหลทะลักเข้าปอดและเธอทำได้เพียงนอนรอความตาย


                สติอันเบาบางยังคงทำให้เธอลืมตาขึ้นมองแสงสว่าวเหนือผิวน้ำ หยาดเรืองแสงแตกฮือและกระจายตัวออกไปไกลจากเธอนับตั้งแต่ที่เธอกระโดดลงน้ำ ไม่มีแสงใดแยแสจะเข้ามาใกล้เธอเลยแม้แต่น้อย เธอมองมันอย่างน้อยใจท่ามกลางความเดียวดาย


                เธอยอมรับ...เธอยังไม่อยากตาย แต่ว่าถ้าหากสิ่งที่เธอทำมันจะทำให้เขามีโอกาสรอดเธอก็จะทำ เพราะงั้นเธอไม่เสียดายชีวิตหรอก เธอค่อยๆหลับตาลงก่อนที่ภาพในความทรงจำต่างๆจะหวนระลึกคืนกลับมา


                ว่ากันว่าก่อนตายคนเรามักจะได้เห็นความทรงจำในอดีต มันคงเป็นความจริงเพราะตอนนี้เธอกำลังเป็นเช่นนั้น ภาพวันวานที่หลั่งไหลเข้ามาในหัวของเธอ ทั้งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ทั้งเรื่องดีและเรื่องเลวร้าย


                ร่างกายของเธอไม่รู้สึกอะไรแล้ว เหมือนเป็นสัญญานสุดท้ายที่ร่างกายกำลังบอกเธอว่ามันใกล้จะได้เวลาแล้ว ร่างของเธอจมลงไปจนถึงซากของมังกรที่หลับใหล


                ศรีษะของเธอเอนพิงข้างใบหน้าของมังกรตัวนั้นไปตามแรงโน้มถ่วง อยู่ใกล้กับเปลือกตากลมโตที่ปิดสนิทของมัน แก้มขาวเนียนสัมผัสเกล็ดทรงรีที่เป็นคราบตะไคร่น้ำ สัมผัสของเย็นยะเยือกเหมือนกับเกล็ดของอาคาชิแต่ว่าภายในกลับอบอุ่นเหมือนกันไม่มีผิด


                ขอโทษนะคะคุณแม่ของอาคาชิคุง...ที่สุดท้ายแล้วหนูก็ต้องทิ้งเขาไว้คนเดียว...


                ความคิดนั้นมักจะเอ่ยขึ้นได้รวดเร็วกว่าคำพูด สิ่งสุดท้ายที่เธอเหลือทิ้งไว้ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะดับลงคือคำขอโทษอันจริงใจที่เธอไม่สามารถเอ่ยด้วยน้ำเสียงได้.....อีกไม่นาน เธอก็จะตาย


                ตัดมายังอีกด้านหนึ่งของผืนน้ำเหมือนหลายนาทีก่อนที่คุโรโกะจำหมดสติลง คากามิยังคงต่อสู้กับแนชอย่างเกรี้ยวกราด ดาบไทกะอาบเปลวเพลิงฟาดฟันอย่างบ้าคลั่ง ดาบที่อาบไปด้วยโทสะทำให้เธอขาดความเยือกเย็นก่อนที่เธอจะถูกพลังของแนชดีดกระเด็นอัดเข้าเต็มกำลัง


                ร่างโปร่งของหญิงสาวที่สะบัดสะบอมและอ่อนล้าจากการรองรับพลังที่เอ่อล้น เธอตั้งรับพลังของแนชอยู่หลายครั้งหลายคราและยังคงยืนหยัดอยู่ได้ ทว่าแรงกระแทกคราวนี้มันทำให้เธอบอกช้ำไปทั้งร่างกาย แรงอัดที่ทำให้เธอหอบหายใจอย่างรุนแรงคว้าเอาอากาศเข้าปอดให้ได้ ปลายนิ้วของเธอแข็งถือจนแทบจะจับดาบไม่ไหว พลังกำลังลดหวบไปตามสภาพร่างกายของหญิงสาว เธอเงยหน้าขึ้นจับจ้องไปยังศัตรูตัวฉกาจอย่างกินเลือดกินเนื้อแม้ว่าเธอในตอนนี้จะยืนไม่ไหวแล้วก็ตาม


                “คากามิ ถอยไป ที่เหลือฉันจัดการเอง”ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าตัวราชาเองนั้นก็กำลังอ่อนล้าและมีสภาพไม่ต่างกัน อาคาชิรับมือกับแนชอย่างต่อเนื่องและมากที่สุด เขาสูญเสียผลึกเพลิงที่ใช้เพิ่มพลังไปครั้งหนึ่งแล้วทำให้เขาในตอนนี้กลับมายังจุดเริ่มต้นในครั้งแรกที่ร่างกายยังไม่สามารถฟื้นฟูพลังทั้งหมดได้เต็มที


                แม้จะมีเนตรจักรพรรดิ แต่กับชายที่มีเนตรแบบเดียวกันไม้ตายของเขาจึงเป็นเพียงพลังที่ใช้หักล้างเนตรของอีกฝ่ายจนไม่แสดงผลใดๆ หากยังคงเป็นเนตรสีน้ำข้าวคู่เดิมพวกเขาทั้งคู่อาจจะต้องคต่อสู้ด้วยแรงกดดันที่มากกว่านี้


                เขาเดิมทุกอย่างหมดหน้าตักแต่แนชกลับตลบหลังเขาด้วยการให้เขาต่อสู้กับร่างไร้วิญญาณของบิดา เซย์จิเองก็ถูกเขาห้ามเข้ารวมศึกไปแล้วเพราะเซย์จิเอาตัวเข้ารับพลังโจมตีแทนเขาจนบาดเจ็บสาหัส เขาไม่สามารถปล่อยให้เด็กคนนั้นตายลงได้ เพราะไม่งั้นทุกอย่างที่ทำมาจะสูญเปล่า


                ถึงแม้เขาจะชดเชยพลังส่วนที่ขาดด้วยร่างครึ่งมังกรแต่มันก็ยังไม่พอ ตอนนี้อย่าว่าแต่ผลึกเพลิงเลยต่อให้วันนี้เป็นคืนจันทร์โลหิตเขายังไม่แน่ใจเลยว่าจะชนะแนชในร่างของบิดาได้ไหม แถมแนชในร่างมาซาโอมิเองก็อาจจะได้รับพลังเพิ่มขึ้นตามด้วยก็ได้


                แผนการณ์ทุกอย่างล้มไม่เป็นท่า...แต่เขาไม่สามารถทิ้งความหวังได้


                ขอแค่ครั้งเดียว แค่เสียบดาบนี้ปักทะลุกลางอกของแนชได้ ทุกอย่างก็จะจบ!


                ร่างสูงก้าวเข้าสู้การต่อสู้อีกครั้งในขณะที่คากามิต้องล่าถอย มุราซากิบาระและสองพี่น้องเนเฟอร์ริมรีบเข้ามาช่วยคุ้มกันให้สองผู้บาดเจ็บในขณะที่ปีศาจสีดำนั้นยังคงมีจำนวนอยู่มากกว่าครึ่ง หลายต่อหลายตัวที่ถูกจัดการไปก็กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่ มีเพียงเปลวไฟอันรุนแรงเท่านั้นที่สยบเจ้าพวกนี้ทั้งหมดได้ แต่นอกจากแนชและคากามิแล้วไม่มีใครที่ใช้เปลวไฟได้อีก


                “เข้ามาซี่ มั่วรออะไรอยู่เหล่า ไอ้หนู”อาคาชิกัดฟันแน่นด้วยโทสะ มันกล้าใช้ร่างของบิดาทำสีหน้าทุเรศแบนนั้น ไม่สิ แค่มันแตะต้องร่างของมาซาโอมิมันก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว


                “วันนี้คือวันตายของแก แนช!”เสียงคำรามฮึกเหิมเรียกกำลังใจที่จะต่อสู้อีกครั้ง เปลวไฟแห่งดาบฟาดฟันจนเกิดเป็นประกายไฟต่อสั้นอย่างเร้าร้อนและดุดัน แนชเองก็ใช้ว่าจะไร้บาดแผล เพราถูกรุมสามทำให้ขสียพละกำลังไปไม่ใช่น้อย ถึงเขาจะยังคงเหยียดยิ้มแต่ภายในกลับร้อนรนพลางชำเหลือกมองที่สระมรกตอยู่ตลอดเวลา


                ทำไมส่วนหนึ่งของร่างกายเขายังกลืนกินซากมังกรไม่หมดซักที มันควรจะเสร็จตั้งแต่หลายนาทีก่อนหน้านี้ ถ้าไม่รีบละก็เขาอาจจะพลาดถูกดาบของมันเข้าจริงๆก็ได้


                แนชเริ่มไปฝ่ายล่าถอยเมื่อแผนการเริ่มไม่เป็นไปตามที่คิด เขายังไม่ชินกับร่างกายนี้ ถึงจะเป็นศพแต่ก็มีแรงต่อต้านอยู่มากราวกับว่ายังคงมีจิตวิญญาณหลงเหลืออยู่ เขาไม่สามารถงัดทั้งความเร็วและพลังทั้งหมดที่เจ้าของร่างนี้เคยมีออกมาได้แล้วสิ่งที่เหนือความคาดหมายของเขาที่สุดก็คืออาคาชิ ทั้งที่เขาใช้ร่างของมาซาโอมิต่อสู้ ทั้งที่เขาใช้ใบหน้าของมันพูดแต่ราชาสีเพลิงตรงหน้ากลับไม่มีความลังเลแม้แต่น้อยที่จะฟาดฟันกับบิดาตัวเอง ช่างใจเด็ดและเยือกเย็นนัก!


                ในตอนนั้นเองที่เกิดช่องว่าง เพราะแนชพวกแต่พะวงเรื่องบางอย่างที่อาคาชิไม่อาจจะรู้ แม้จะแค่เสี้ยววินาทีแต่อาคาชิเห็นโอกาส เขาคว้าโอกาสนั้นไว้และเสียงดาบทะลุอกข้างซ้ายของแนชไป!


                “เฮือกกก!!”ปลายดาบอาบโลหิตสีดำสนิทกำลังไหลทะลักออกมาจากปากแผล ทุกคนหยุดนิ่งและอ้าปากค้างด้วยความตะลึงงัน มีเพียงแค่อาคาชิที่กลับไม่แสดงรอยยิ้มของผู้คว้าชัยออกมา


                ...แปลก


                ทั้งที่เขาสามารถแทงดาบเสียบทะลุร่างของแนชได้ตามเป้าหมายแล้วแต่ทำไมเขากลับไม่ยินดีกลับมันเลย ร่างโปร่งกำลังรู้สึกได้ถึงลางร้ายอะไรบางอย่าง เขามองใบหน้าที่กำลังตกตะลึงก่อนจะต้องซีดเผือกเมื่อเห็นรอยยิ้มเหี้ยมของมัน


                “แกไม่รู้จริงๆด้วยสินะ ว่าร่างนี้นะ...มีหัวใจอยู่ทางขวาต่างหาก!


                เสร็จกัน!!


                อาคาชิอุทานลั่นในใจด้วยตกใจ ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมากและแรงช็อคเมื่อครู่ทำให้อาคาชิหยุดนี้ไปในเสี้ยววินาที แต่แค่นั้นก็มากพอแล้วกับยอดฝีมือ เขาที่อุตสาห์ขุดหลุมกับดับอย่างแนบเนียนก็ไม่คิดว่ามันจะโง่เสียบเข้ามาที่ข้างซ้าย ต่อให้เป็นพ่อลูกกันแต่ว่ามาซาโอมิจากอาคาชิไปก่อนจะได้ใกล้ชินกันมากกว่านี้ ราชาสีเพลิงจึงไม่รู้ว่าบิดาของตนมีหัวใจอยู่ที่อกขวา


                แนชใช้มือเปล่าอีกข้างจับยึดดาบที่เสียงทะลุร่างกายของตนไว้ก่อนจะง้างดาบในมือขึ้นสูงและเหวี่ยงปลาบดาบด้วยเรี่ยวแรงและความรู้สึกของผู้กำชัย รอยยิ้มเหี้ยมที่ฉีกกว้างอย่างน่ารังเกียจพร้อมทั้งคำพูดที่ได้ตอกฝังเข้าไปในความทรงจำของทุกคน


                “อาคาชิ! แกต้องตายเหมือนกับพ่อของแก! ฮะฮาๆๆ!!”สุรเสียงชั่วร้ายที่มาพร้อมกับเสียงหัวเราะดังกึกก้อง ทุกคนทำได้แค่เพียงร้องอุทานอย่างหวาดกลัว ไม่มีใครสามารถก้าวฝีเท้ามาได้ทันความเร็วของดาบเร็วนั้น ไม่มีใครสามารถหยุดดาบเล่มนั้นได้อีกแล้ว!!


                “ชัยชนะเป็นของฉัน!!!


                ดาบโลหะสีดำอาบเปลวไฟผ่ากลางศรีษะของบุรุษผู้เป็นราชา เสี้ยวินาทีก่อนจะถูกผ่าออกเป็นสองท่อนอาคาชิปลาบมือออกจากดาบที่แทงทุละร่างนั้น ก่อนจะใช้เปลวไฟอาบแขนทั้งสองข้างและตั้งการ์ดใบมีดคมเหนือศรีษะ

เคร้ง!!!


                แม้ปลายใบมีดจะถูกหยุดยั้งด้วยเปลวเพลิงสีฉานที่ก่อให้เกิดม่านบาเรียขนาดเล็กสีเข้มที่กำลังต่อต้านแรงจาปลายดาบของแนช


                กระแสไฟดังขึ้นเปรี๊ยะเมื่อปลายดาบยังคงดึงดันพยายามที่จะผ่าทะลุม่านบาเรียไปให้ได้ แต่ดูเหมือนมันคงจะนานเกินไปจนทำให้แนชตัดสินใจช่วงโอกาสและเตอะเข้าที่ซี่โครงของอาคาชิที่เปิดช่องวาง


                แรงเตะอันมหาศาลทำให้ร่างสูงกระอักเลือดก่อนที่ร่างของอาคาชิจะกระเด็นและตกลงไปในสระมรกต!


                ร่างสูงที่กำลังดำดิ่งสู่ใต้น้ำ เขาค่อยๆลืมตาขึ้นมองก้นสระมรกตตรงหน้าด้วยความเจ็บปวด การถูกทิ้งลงบ่อน้ำอย่างฉุละหุทำให้เขาไม่ค่อยมีอากาศหายใจมากนัก เนตรสองสีมองร่างไร้วิญญาณของมังกรสีเพลิงด้วยความรู้สึกมากมาย


                ท่านแม่ของเขาได้นอนหลับอยู่ที่นี้มาอย่างยาวนาน ท่านคือผู้ยอมสละทุกอย่างแม้กระทั้งชีวิตของตัวเองเพื่อตัวเขา เนตรสองสีจดจ้องมองใบหน้าของมารดาก่อนที่เขาจะต้องหยุดนิ่งเมื่อมีอีกร่างหนึ่งที่นอนอยู่เคียงข้างร่างของมารดา


                เท็ตสึยะ!!’


                เสียงภายในหัวของเขากรี้ดร้องด้วยความตกใจ ร่างบางสีขาวที่เขาละเลยและจดจ่ออยู่กับการต่อสู้จนเขาไม่ทันสังเกตเห็นเธอ แม้ตัวเขาเองจะมีอากาศหายใจอยู่น้อยนิดก็ยังคงยอมเสี่ยงรีบดำลึกลงไปหาร่างบางด้วยความกังวล


                เขาไม่อาจจะรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอแต่เมื่อเห็นก้อนควันที่ดำที่เกาะหนึบอยู่ที่แขนของเธอก็ทำให้เขาพอจะเข้าใจ ฝ่ามือของเขาปรากฏเปลวไฟขึ้นอย่างรวดเร็วแม้ว่าจะอยู่ใต้น้ำ ความร้อนจากเปลวไฟที่เกิดขึ้นทำให้ควันดำรีบผละออกจากแขนของหญิงสาวก่อนที่เขาจะได้โอกาสรีบคว้าตัวร่างบางเข้ามากอดและขึ้นสู่ผิวน้ำ


                ปีกหนักใหญ่คู่ของเขารีบโหมกระพือจนร่างของเขาและเธอขึ้นพ้นสู่ผิวน้ำและลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ร่างบางสีขาวที่ตอนนี้ผิวกายซีดเซียวดังแผ่นกระดาษ ไม่มีเสียงหายใจเลยแม้ว่าเธอจะได้รับการช่วยเหลือแล้วก็ตาม


                ความหวาดกลัวเหมือนครั้งในอดีตโหมกระหน่ำใส่จิตใจของเขาอีกครั้ง อกซ้ายเต้นระรัวหัวสมองชาวาบอย่างหวาดหวั่น เขารีบวางเธอลงพื้นด้วยสีหน้าเรียบตึง


                เขาไม่สนใจแนชอีกต่อไปเมื่อเธอตรงหน้ากำลังตกอยู่ในอันตราย เขารีบถอดเกราะของเธอออกก่อนจะเริ่มทำการปั้มหัวใจเธอ


                “ขอร้องละเท็ตสึยะ ตื่นสิ!!”สรุเสียงทุ้มสั่นคลอนเรียกเธออย่างคาดหวังไม่ยอมแพ้ บรรยากาตึงเครียดกดดันยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเมื่อปีศาจร่างครึ่งมังกรที่ถูกแนชควบคุมกำลังเข้าจู่โจม


                “อย่ามายุ่งกับครอบครัวของฉัน!”น้ำเสียงของร่างยักษ์ของเจ้าของเกศาสีลาเวนเดอร์ดังขึ้นกึกก้องก่อนที่เขาจะปรากฏตัวอย่างรวดเร็ว ค้อนแกร่งกระแทกใส่ร่างของปีศาจผู้โชคร้ายอย่างรุนแรงจนตัวมันแหละสลายกลายเป็นของเหลว


                “คุโรจิน! คุโรจิน!”ร่างยักษ์นั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวาดกลัวและสีหน้าเรียบตึงไม่ต่างจากอาคาชิ เขาพยายามเรียกชื่อของร่างบางอย่างสุดเสียง แต่ถึงกระนั้นลมหายใจของเธอก็ยังไม่กลับคืนมา


                ราชาก้มลงก่อนจะประกอบริมฝีปากสีม่วงซีดของเธอและผายปอดให้คนตัวเล็กตรงหน้าก่อนจะผละจากริมฝีปากและเริ่มปั้มหัวใจอีกครั้ง


                “ฟื้นสิ เท็ตสึยะ!”เขาพยามเรียกเธออีกครั้ง หวาดกลัวแต่ก็ยังคงพยายามที่จะเหนี่ยวรั้งเธอกลับมาให้ได้ เรียกร้องเรียกของอาคาชิราวกับจะสิ้นหวังนั้นทำให้ร่างยักษ์ของมุราซากิบาระตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ


                “ทุกอย่างเป็นความผิดของแก! แกทำร้ายคุโรจิน!!”ค้อนยักษ์ใหญ่รุนแรงและรวดเร็ว ก่อนที่เจ้าของเนตรสีลาเวนเดอร์จะสาดพลังทั้งหมดใส่ร่างสูงที่กางปีกหนังบินอยู่กลางอากาศด้วยน้ำสีหน้าเรียบเย็น


                พลังของโล่อันแข็งแกร่งเช่นมุราซากิบาระนั้นแข็งแกร่งก็จริง แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าชายที่เขาไม่รู้จักและมีอดีตเป็นถึงราชาแห่งปีศาจ แนชหลบพลังของอีกฝ่ายได้อย่างรวดเร็วก่อนที่เขาจะต้องตกตะลึงเมื่อเจ้าของฉายาโล่ที่ไม่มีวันแตกจะกระโดดสูงด้วยแรงขาทั้งหมดของตัวเองก่อนฟาดค้อนยักษ์ใส่แนช!


โครมมมม!!


                เพราะบาดแผลจากการต่อสู้ทำให้แนชหลบการโจมตีในละรอกที่สองของมุราซากิบาระไม่ทัน ร่างของแนชจึงเป็นฝ่ายถูกอัดจนร่างไถลไปตามกับพื้น แต่ความรุนแรงก็ยังไม่มากพอที่จะทำให้ชายคนนั้นถึงฆาตแต่ก็ทำให้เลือดสีดำอาบใบหน้าของเขาได้มากเลยทีเดียว


                ฝุ่นควันกระจายเป็นวงกว้างก่อนที่แนชจะค่อยๆลุกขึ้นนั่งทั้งศรีษะอาบเลือด เขามองร่างสีม่วงนั้นอย่างเดือดดาลทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ลุกขึ้นร่างกายของเขาก็ถูกตรึงไว้กับที่....เวทมนตร์!?


                เนตรสองสีรีบหันควับไปมองเจ้าของพลังเวทย์นี้อย่างหงุดหงิดรำคาญ


                ร่างสีขี้เถ้าที่นั่งคุกเข่าอยู่เหนือพื้นเรืองแสงสีขาวที่ล้อมร่างนั้นเป็นรูปวงแหวนเวทย์ รอบตัวเขาปรากฏม่านบาเรียคุ้มกันที่ทำให้ปีศาจสีดำร่างครึ่งมังกรพวกนี้ไม่สามารถทำอะไรเขาได้


                พลังเวทย์ของมายุสึมิแหลือน้อยลงทุกที เขาเก็บพลังเฮือกสุดท้ายไว้สำหรับวิชาต้องห้ามนั้น แต่ว่าเพราะอีกฝ่ายมีร่างเป็นมังกรไปแล้วเช่นกันเขาถึงไม่สามารถทำอะไรได้


                ถึงจะไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุใดแนชจึงกลายเป็นชายตรงหน้าได้แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความแค้นของขเซาลงเพียงเพราะใบหน้าของอีกฝ่ายไม่เหมือนเดิม ครั้งนี้มันยังทำร้ายน้องสาวของเขาจนเธออยู่ในช่วงเวลาครึ่งเป็นครึ่งตาย


                ปล่อยเอาไว้ไม่ได้! ถ้าอาคาชิฆ่ามันไม่ได้พวกเขาก็จะเป็นคนทำเอง!!


                “ไฮซากิ!!”เจ้าชายแห่งฟุคุดะตะโกนสรุเสียงด้วยความคาดหวังก่อนที่เจ้าของนามนั้นจะปรากฏเบื้องหน้าของแนช

ฉัวะ!!!

                ปลายดาบแทงทะลุปักเข้าที่อกขวาของแนชอย่างรวดเร็ว เนตรสองสีนั้นเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงมองใบดาบที่เสียทะลุร่างของตัวเอง มันเสียงตรงตำแหน่งหัวใจที่ถูกสลับข้างดั่งที่แนชเคยประกาศก้อง มือหนาสั่นระริกค่อยๆเอื้อมไปแตะปลายดาบของไฮซากิ


                “กะ แก...”ริมฝีปากบางเฉียบสั่นพร่า เนตรสองสีกรอกมาไปมาอย่างว้าวุ่นร้อนรนแต่เพียงชั่วอึดใจแนชกลับเหยียดยิ้มออกมา


“หึหึหึ แกคิดว่าแค่นี้จะฆ่าฉันได้รึไง?”จากต้นคำพูดที่เหมือนกำลังสั่นกลัวความตาย จู่ๆน้ำเสียงของแนชก็กลับมาร่าเริงสดใสพร้อมทั้งเผย


รอยยิ้มเย็นยะเยือกให้ศัตรูผู้บอกบางตรงหน้า มันคือการแสดงละครสร้างความหวังลมๆแล้งๆให้กับศัตรูที่ไม่มีวันชนะเขา


สีหน้าของสองพี่น้องนั้นตะลึงงันจนไร้ซึ่งเสียงใดๆ มุราซากิบาระถือค้อนค้างไว้อย่างตกใจในขณะที่คากามิและอาโอมิเนะก็มีสีหน้าไม่ต่างจากทุกๆคน....มันถูกดาบแทงหัวใจไปแล้ว แทงเข้าที่อกข้างขวาอย่างที่มันเคยพูดไว้แล้วทำไมมันยังไม่ตายอีก!?


ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่าปลายนิ้วของแนชปรากฏเมือกเหลวสีดำที่ถูกซึมซัมจนตัวตนของเมือกดำจากหายไป ร่างมังกรใต้น้ำกลายเป็นสีดำสนิทโดยที่ไม่มีใครรู้ตัว


มันได้พลังไปแล้ว...


ทั้งโพรงถ้ำนั้นคงมีเพียงอาคาชิคนเดียวที่ไม่สนใจแนช เขายังคงพยายามช่วยร่างบางตรงหน้าให้ได้แต่ว่า ไม่ว่าจะผายปอดหรือปั้มหัวใจ....ลมหายใจของคุโรโกะมันไม่กลับมา


ทั้งที่เป็นอย่างนั้น ในใจของอาคาชิเริ่มยอมรับความจริงไปอย่างช้าๆแต่ขาก็ยังคงไม่ยอมแพ้ พยายามทำทุกอย่างให้เธอฟื้นขึ้นมาให้ได้แม้เขาจะรู้อยู่แล้วก็ตาม


ราชาไม่อาจรู้ได้เลยว่าร่างบางที่เขาพยายามเหนี่ยวรั้งเธอกลับมานั้นยืนอยู่ข้างหลัง แต่เป็นร่างโปร่งแสงสีขาวที่เขาไม่สามารถมองเห็นได้


เป็นครั้งแรกที่คุโรโกะไร้ตัวตนอย่างแท้จริง ร่างบางมองมือเท้าที่โปร่งแสงของตัวเองสลับมองสีหน้าเรียบตึงยากจะอ่านความคิดของอาคาชิ….เธอกลายเป็นดวงวิญญาณไปเสียแล้ว


ไม่มีทั้งเสียงสะอื้นหรอน้ำตา มีเพียงแต่แววตาอันวางเปล่าราวกับคนไร้จิตใจ เนตรสองสีของเขาหม่นหมองลงในขณะที่ริมฝีปากที่กำลังถ่ายถอดลมหายใจให้กับเธอนั้นกำลังหยุดลงก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นจุมพิตที่แผ่วเบา เธอรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวด โหยหาอาลัยและสิ้นหวังของเขา เธออยากจะกอดร่างหนาอันอบอุ่นไว้แต่เขาก็ไม่อาจจะรู้สึกถึงเธอได้


....ขอโทษ ที่ไม่อาจจะอยู่เคียงข้างได้...

เธอทำได้เพียงเอ่ยคำขอโทษที่ไม่อาจจะส่งไปถึงเขา อาคาชิไม่อาจจะได้ยินเสียงของเธออีกแล้ว...


                “หนูทำลูกชายของฉันร้องไห้รู้ตัวไหม?”ทว่ากลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้น เสียงที่ดังอย่างไร้ทิศทางจนทำให้ร่างบางโปร่งแสงสะดุงตกใจ หยาดน้ำใสอันร้อนผ่าวหยุดนิ่งค้างอยู่ที่หางตาของหญิงสาวก่อนที่จะมองเห็นร่างบางหนึ่งที่ยืนอยู่กลางสระมรกตข้างแท่นหินกลางน้ำ


                “คุณคือ?”เธอเอ่ยเสียงหวานถามคนที่อยู่ไกลอย่างสงสัย


                “จุ๊ๆ เรียกท่านแม่สิจ๊ะ หึหึ”แต่เสียงหวานอีกเสียงหนึ่งกลับไม่สนใจคำถามของเธอ กลับสั่งเธอเสียซะอย่างนั้น คุโรโกะงึนงงเล็กๆก่อนจะเอ่ยเรียกอีกฝ่ายดังที่หญิงสาวคนนั้นขอไว้


                “ท่านแม่?”เธอกล่าวอย่างงุนงงเก้ๆกังๆ มองหญิงสาวร่างโปร่งในชุดเรียบง่าย เธอคนนั้นมีใบหน้าคล้ายคลึงกับอาคาชิเป็นอย่างมากโดยเฉพาะผมสีแดงเพลิงที่เหมือนกัน เป็นหญิงสาววัยกลางคนที่งดงามราวกับอัญมณีล้ำค่า โครงหน้าหวานงดงามรับปากริมฝีปากสีเข้มที่ทำให้เธอนั้นดูสูงศํกดิ์และเย่อหยิง แต่ก็ดูเจ้าเล่ห์และช่างหยอกล้อไปในตัว สิ่งที่หญิงสาวตรงหน้าต่างไปจากอาคาชก็คงมีเพียงเนตรสีรูบี้งดงามที่กำลังมองเธอและส่งรอยยิ้มให้


                ....หรือผู้หญิงคนนี้คือเจ้าของร่างมังกรที่หลับใหลอยู่ใต้น้ำตัวนั้น


                “อ่า แบบนี้ก็ไม่มีใครปลอบเด็กน้อยของฉันแล้วน่ะสิ”เสียงหวานของร่างบางเกศาสีเพลิงดังขึ้นด้วยแววตาห่วงใยไม่อาจคลายกังวลได้ ถึงตอนนั้นร่างบางสีขาวกำหมัดแน่นด้วยความรู้สึกผิดและเจ็บปวด รอบข้างของพวกเธอค่อยๆมืดลงเรื่อยๆจนสนิทโดยที่คุโรโกะไม่มีรู้ตัว


                ในความมืดอันเงียบงัน ไม่มีสิ่งใดที่เธอมองเห็นได้นอกจากเจ้าของเสียงหวานและร่างกายโปรงแสงของเธอ เนตรสีรูบี้ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนและความเมตตาพลางก้าวฝีเท้าเบามาหาเธอ


                “คุณคือ คุณแม่ของอาคาชิคุงหรอค่ะ?”ภาพลักษณ์และกลิ่นอายสูงส่งบวกกับคำพูดของหญิงสาวตรงหน้าทำให้คุโรโกะเอ่ยถามอีกฝ่ายเพื่อยืนยันความเข้าใจของตนเอง


                “ใช่จ๊ะ ส่วนเธอก็คุโรโกะ เท็ตสึยะใช่ไหม?”ท่าทีที่รู้ไปเสียซะหมดของสาวผมแดงวัยกลางคนนั้นทำให้หญิงสาวอดสงสัยไม่น้อยว่าทำไม

                “รู้จักหนูด้วยหรอค่ะ?”


                “ฉันรู้จักทุกคนที่เป็นครอบครัวของลูกชายฉัน และฉันมาที่นี้เพื่อช่วยเหลือเจ้าเด็กน้อยเป็นครั้งสุดท้าย”


                “ครั้งสุดท้าย?”


                “ใช่จ๊ะ เรามีเวลาไม่มากแล้ว ร่างกายของฉันถูกดูดพลังไปจนหมดแล้ว อีกไม่นานฉันก็คงสภาพวิญญาณแบบนี้ไม่ได้อีก มันจึงเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว”แม้สีหน้าของหญิงวัยกลางคนตรงหน้าจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม แต่มันเป็นรอยยิ้มที่หม่อนหนองและเหงาหงอย


                “ฉันจะบอกวิธีการปราบแนชในร่างนั้นให้และส่งเธอกลับไปหาเจ้าเด็กน้อยของฉัน แต่มีข้อแม้นะ เรื่องนี้สำคัญมากๆเธอต้องทำให้ได้ล่ะ”เมื่อได้ยินคำว่าเธอจะสามารถกลับไปมีชีวิตได้อีกครั้งพร้อมทั้งวิธีการปราบชายคนนั้น เนตรสีนภาฉายแววแนวแน่และมั่นคง เธอพยักหน้าและขานรับเสียงดังด้วยความหวังและไม่เกี่ยงงอนไม่ว่าจะเป็นข้อแม้แบบไหนก็ตาม


                “ค่ะ! ถ้าช่วยอาคาชิคุงได้ หนูยินดีทำทุกอย่างค่ะ!


                “รับปากแล้วนะ...หึหึ”เนตรสีหวานฉายแววตาเจ้าเล่ห์อย่างน่าสงสัย ช่างดูคล้ายกับอาคาชิไม่มีผิดก่อนที่เสียงหวานนั้นจะดังขึ้นบอกวิธีการปราบชายคนนั้น ตามไปด้วยเงื่อนไขที่ทำให้สาวเจ้าผู้ชอบทำหน้าตายสะดุ้งเฮือกก่อนแก้มขาวจะแดงวาบ


                “ต้องทำให้ได้เชียวละ!


                เมื่อสิ้นเสียงก็พลันเกิดแสงสว่างวาบขึ้น แสงสว่างที่มาพร้อมกับความรู้สึกเจ็บแปร๊บที่ออกข้างซ้าย เปลือกตาบางค่อยเปิดขึ้นสู้กับแสงสว่างวาบก่อนที่เธอจะต้องตะลึงงัน


                ภาพของเพดานหินอันว่างเปล่าและหยาดเรืองแสงที่เกาะอยู่ตามร่างกายของเธอ เสียงระเบิดกัมปนาทสั่นสะท้านจนทำให้เพดานหินบางส่วนล่วงหล่นลงมา ความรุนแรงของพลังทำให้หญิงสาวที่พึ่งฟื้นสติได้ตะลึงงันก่อนที่เธอจะเริ่มสำลักและลุกขึ้นนั่งโก่งคออาเจียนเอาน้ำออกมาจากหมดหยาดเรืองแสงแตกฮือเมื่อร่างที่หยุดนิ่งขยับอีกครั้ง เธอไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เธอเห็นเมื่อครู่ป็นความฝันหรือสิ่งใด แต่มันก็ทำให้เธอรับรู้อะไรบางอย่างที่น่าตกใจ


                ร่างกายของเธอนั่นปวดร้าวราวกับแก้วใสที่พร้อมจะแตกได้เป็นเสี่ยงๆ เธอพยายามใช้โทรจิตส่งเสียงเรียกโมโมอิ แต่ดูเหมือนสัญญาจะขาดหายไปแล้ว เป็นไปได้ว่าอุปกรณ์ของโมโมอิจะถูกลูกหลงจนถูกทำลายไปหมดแล้วก็ได้


                เนตรสีนภาอันพร่ามัวพยายามมองหาร่างสีเพลิงของราชาแต่เธอกลับไปพบอย่างอื่นเข้า


                ...มังกร.... มังกรทั้งสองตัวกำลังต่อสู้กัน!!


                มังกรสีเพลิงทั้งสองตัวกำลังต่อสู้ฟาดฟันกรงเล็บใส่กัน ร่างกายขนาดใหญ่ยักษ์ทำให้ถ้ำแห่งนี้ดูเล็กลงไปถนัดตา เนตรสองสีของทั้งคู่ต่างกำลังส่องแสงเรืองลองของพลังอำนาจแห่งเนตรจักรพรรดิ ฟาดฟันและห้ำหันราวกับสัตว์ร้ายที่ไม่มีจิตใจของมนุษย์ เกรี้ยวกราดและรุนแรงไม่สนใจสิ่งมีชีวิตเหมือนใด มีเพียงโทสะแห่งความสูญเสียทที่กำลังทำให้มังกรหนุ่มคลั่ง เศษหินใหญ่ตกลงมาจากเพดานถ้ำและเริ่มรุนแรงขึ้นจนแม้กระทั้งผืนดินยังสั่นเทาอย่างรุนแรง


                ทำให้ได้ละ


                ท่ามกลางความตกตะลึงยังคงปรากฏเสียงหวานคุ้นหูอยู่ในโสตประสาท หญิงสาวเบิกตากว้างเล็กน้อยก่อนจะหลับตาลงและรวบรวมสติ เขาใจแล้ว่าเมื่อครู่ไม่ใช่ความฝันและเธอจะต้องทำสิ่งใดต่อไป พลันเกิดละลองสีนภาอ่อนระยิบระยับอยู่รอบกายของเธอ แสงของหยาดเรืองแสงจากในถ้ำดูด้อยค่าไปเลยเมื่อเทียบกับละอองเวทมนตร์ที่กำลังไหลออกมาอย่างท่วมทันจากร่างกายของเธอ


                การใช้เวทมนตร์ครั้งแรกของเธอมาพร้อมกับการเดิมพันครั้งสุดท้าย


                เธอจะทำแบบเดียวกันกับที่มายุสึมิเคยทำจะต่างกันก็แค่ พลังที่เธอจะยืมมาไม่ใช่ของปีศาจ...แต่เป็นวิญญาณ


                เธอคือเนเฟอร์ริมผู้ที่สามารถหยิบยืมพลังของทุกสรรพสิ่งในโลกได้!


ตึงงง!!!


                ท่ามกลางความวุ่นวายและการต่อสู้ของสองมังกรร่างยักษ์กลับมีแสงสีขาวที่พุ่งชนร่างของแนชให้กระเด็นออกไป  ร่างกายขนาดยักษ์ใหญ่ล้มครืนทำลายพื้นที่โดยรอบไปจนหมด แสงสีเหมือนกับดาวหาง สิ่งที่มาพร้อมกับแสงสว่างเจิดจ้าทำให้พวกเขาทั้งหมดตกตะลึงอีกครั้ง


                ...คุโรโกะ ในร่างครึ่งมังกรสีขาว...


                “คุโรจิน!!/ยัยตัวเล็ก/เท็ตสึ”


                “คุโรโกะ!!


                “เท็ตสึยะ”เสียงของพวกเขาต่างดังขึ้นด้วยความตกใจ แต่ว่าก็ไม่มีเสียงใดจะดังไปกว่าเสียงทุ้มอันตกตะลึงของมังกรหนุ่มที่ยืนผงาดจ้องมองร่างสีขาวที่กำลังกระพือปีกบินอยู่กลางอากาศ เนตรที่เบิกกว้างราวกับไม่เชื่อสายตาของตัวเอง เนตรคู่นั้นหันไปมองยังตำแห่นงเดิมที่ร่างบางเคยหลับไหลก่อนจะหันมาประจันหน้ากับคุโรโกะอีกครั้ง


                ผิวกายขาวเนียนละเอียดถูกปกคลุมด้วยเกล็ดสีมุกงดงาม มือและปลายเท้าของเธอยังคงเป็นนิ้วมือของมนุษย์ทว่ากลับมีเขาเล็กเรียวทั้งสามประดับอยู่เหนือศรีษะ รูปทรงของเขาทำให้เขานึกถึงมารดาอันเป็นที่รัก


                “....ท่านแม่เองสินะ”อาคาชิเข้าใจทุกอย่างใดอย่างง่ายใดว่าเกิดอะไร มันก็คล้ายๆกับมายุสึมิที่แปลงเป็นมนุษย์จิ้งจอกสีขาว ครั้งนี้เธอก็แค่ยืมพลังมาและทำให้ตัวเองกลายเป็นมังกรสีขาว และท่านแม่ก็คงเป็นคนช่วยดึงเธอกลับมาอีกครั้ง


                “ใช่ค่ะ ท่านแม่บอกวิธีการปราบแนชให้ฉันฟังแล้วค่ะ เรามาพยายามด้วยกันนะคะ”ทั้งน้ำเสียงและรอยยิ้มของเธอได้เรียกคืนจิตใจของเขา กอบกุมมันไว้เป็นก้อนเดียวกันอีกครั้ง เนตรสองสีที่เคยหม่นมองกลับมามีแววตาดังเช่นคนเป็น มังกรหนุ่มหลับตาลงและก้มศรีษะพยักหน้าให้กับเธอ


                ปลายนิ้วมือของเธอแตะสัมผัสที่หน้าผากของมังกรเพลิงที่เคลือบประดับไปด้วยหนามและหลายแหลม สัมผัสที่บอกว่าเธอนั้นมีตัวตนอยู่จริงๆ ไม่ใช่ความฝันและภาพมายาก่อนที่เธอจะกระซิบบอกแผนการทั้งหมดให้เขาฟัง


                “....เข้าใจแล้ว”


                “ทั้งสองคน ระวังข้างหลัง!”แต่ยังไม่ทันจะได้ทบทวนแผนการณ์หรือเอ่ยถามสิ่งใดๆต่อกัน เปลวเพลิงขนาดไฟก็ถูกพ่นมาทางหญิงสาว อาคาชิรีบกางปีกหนักอันมหึมาของตัวเองออกแล้วปกป้องร่างบางด้วยความโกรธา ความแค้นลุกโชนในแววตาคมกริบอีกครั้งทว่าครั้งก่อนที่มันจะกลับมาสุขุมเย็นอย่างรวดเร็ว เนตรหยิ่งผยองมองชายที่สร้างเรื่องวุ่นวายให้ด้วยสีหน้าเรียบตึง แต่ถึงกระนั้นมันก็คือสีหน้าของผู้ชนะ


                “น้ำหน้าอย่างแกจะทำอะไรได้ แค่เพิ่มมาหนึ่งแกก็จัดการฉันในตอนนี้ไม่ได้อยู่ดี!”ถึงจะพ่นไฟไม่โดนเป้าหมายทั้งหมดแต่แนชก็ยังหัวเราะเย้อหยัน ไร้ความหวาดกลัวใดๆเพราะเขากำลังได้กลิ่นหอมของชัยชนะ


                แต่ไม่ถึงอึดใจร่างมังกรของเขากลับต้องเจอกับอาการจุกเสียดเมื่อถูกร่างบางไร้ตัวบนอัดกระแทกฝ่ามือเข้าใส่ คุโรโกะที่แม้จะยืมพลังแห่งมังกรมาแต่ก็ใช่ว่าเธอจะใช้เปลวไฟได้ แต่เธอก็ยังใช้สิ่งหนึ่งที่เธอมีติดตัวมาตั้งแต่เด็กได้


                ความจืดจางไร้ตัวตนมันคือสิ่งที่ทวีรุนแรงเมื่ออยู่ในร่างทรงพลังเช่นนี้


ผัวะ!!


                แรงอัดจากฝ่ามือที่ถูกเพิ่มพลังขึ้นแล้วทำให้ม่านตาของแนชรูดหดเล็กลง ก่อนที่เขาในร่างมังกรจะล้มลงอีกครั้งด้วยความเจ็บปวด แนชดิ้นพร่าจนทำให้ร่างมังกรค่อยคืนสภาพกลับเป็นร่างมนุษย์ในเวลาอันรวดเร็วก่อนที่จะนอนกองไปกับพื้นเย็นเฉียบ


                แต่ว่าก่อนที่แนชจะได้ทันตั้งตัวเขากลับถูกร่างบางนั้นอัดกระเด็นอีกครั้ง เนตรสองสีของศัตรูตัวร้ายกลิ้งเกลือกมองเธออย่างอาฆาตรแค้นจุกแน่นที่ลิ้นปี่จนแทบจะหายใจไม่ได้ เขาพยายามเรียกเปลวเพลิงออกมาจากร่างกายแต่เขากลับทำไม่ได้ เขาไม่เข้าใจ...ทำไมเขาในตอนนี้ไม่สามารถเค้นพลังออกมาได้!?


                “ลมหายใจคือต้นกำเนิดของพลังทุกรูปแบบ ถ้าทำให้มันติดขัดได้ ถึงจะชั่วพริบตาแต่ก็ทำให้พวกเราชนะได้ค่ะ”หญิงสาวกล่าวด้วยสีหน้ามุ่งมั่นอย่างกับอ่านใจคนตรงหน้า แรงอัดของเธอส่งผลทำให้ร่างของแนชกระเด็นไปทางสระมรกตอย่างที่คาดคิดไว้


                หากเป็นเธอในตอนที่ปกติ ไม่มีทางจะทำให้ลมหายใจของแนชติดขัดได้แน่ๆ ถึงทำได้ก็ไม่ลึกพอที่จะทำให้อีกฝ่ายเค้นพลังออกมาไม่ได้ แต่เธอในตอนนี้สามารถทำทุกอย่างได้


                คุโรโกะวิ่งไปทางทิศเดียวกับแนชี่ถูกเธออัดกระเด้น ความเร็วดังแสงที่เธอไม่เคยได้สัมผัสทำให้ดวงใจของเธอพองโตด้วยความตื่นเต้นยินดี หญิงสาวใช้ส้นฝ่ามือกระแทกร่างของแนชที่ลิ้นปี่อีกครั้ง


                ร่างของแนชถูกเปลี่ยนทิศทางจนร่างของเขาดิ่งลงสู่กลางแท่นหิน ทั้งความจุกความเจ็บปวดกำลังทำให้ร่างของชายที่กลืนกินร่างไร้วิญญาณของมังกรทั้งสองถึงกับไม่สามารถขยับได้ ความไร้ตัวตนของเธอยิ่งรุนแรงเมื่ออยู่ในร่างของมังกร เรียกว่าล่องหนได้เลยเสียด้วยซ้ำ  


                แนชนึกถึงเนเฟอร์ริมหญิงสาวคนหนึ่งที่ถูกเขาเฆ่าตายเมื่อหลายปีก่อน เป็นเช่นหญิงสาวร่างเล็กคนนี้ จืดจางและล่องหน กว่าจะจัดการได้ก็เล่นทำเอาเขาเกือบพลาดท่าเพราะเธอคนนั้นทำให้แม้กระทั้งอาวุธของตัวเองจืดจางจนแทบจะล่องหนไปจากความรู้สึกของเขาได้


แต่ภายหลังเขาจึงได้รู้สาเหตของความจืดจางนั้น มันคือสิ่งพิเศษที่มีเพียงเนเฟอร์ริมบางคนที่ได้รับ ยิ่งสายเลือดของเทพเจ้าในตัวพวกเขามีเข้มข้นเท่าใด ความจืดจางไร้ตัวตนก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น


                เพราะเทพเจ้าคือตัวตนที่มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ นั้นแหละคือที่มาของความจืดจาง


                “กะ...แก แกมันน่ารำคาญเหมือนแม่ของแก”ถึงแนชในตอนนี้จะอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถเค้นพลังงานออกมาต่อสู้ได้ แต่ปากเสียๆนั้นก็ยังคงทำงานออยู่ดีเยี่ยม เขาไม่คิดว่าตัวเองจะแพ้หรอกนะ ต่อให้เธอตรงหน้าจะสามารถยืมพลังมาจากมังกรไร้วิญญาณใต้น้ำได้ก็ตาม


                ยังไงเขาก็ไม่ตายหรอก เขามีหัวใจถึงสองดวงในร่างกายนี้ ในตอนชั่วอึดกายที่ดาบของไฮซากิแทงทะลุร่างของเขา ก็คือช่วงเวลาที่เมือกเหลวของเขาได้นำพลังที่เหลือทั้งหมดของมังกรไร้วิญญาณมาให้แล้ว มันจึงทำให้เกิดหัวใจดวงที่สองขึ้นทดแทนอันที่ถูกทำลายไป คราวนี้หัวใจดวงนั้นเต้นตุบๆอยู่ที่อกข้างซ้ายที่อาคาชิเคยเสียบแทง


                เมื่ออกข้างนี้มีบาดแผลสาหัสซะขนาดนี้พวกมันก็คงไม่ทันเอะใจว่าหัวใจอีกดวงที่เขาได้มากได้กลับมาอยู่ที่อกซ้ายอีกครั้ง เขาแค่รอเวลาให้ลมหายใจของเขากลับมาเป็นปกติ แค่ไม่กี่วินาทีต่อมาเขาจะมอบความตายให้สิ่งมีชิวิตที่น่าคำราญตรงหน้า เมื่อเสร็จแล้วเขาจะกลืนกินเธอซะ!


                “ถ้าเรื่องที่คุณมีหัวใจอีกดวงอยู่ข้างซ้ายละก็ ฉันรู้นะคะ”หากแต่แล้วแผนการณ์ทุกอย่างของเขาก็พังทลายเพราะคำพูดอันราบเรียบของหญิงสาว เธอที่มองเห็นความคิดของแนชภาพแววตาอวดดีของเขาได้เอ่ยวาจาทำลายความหวังของเขาจนสิ้นซาก ถึงตอนนั้นเขาถึงได้รู้สึกถึงความเย็นยะเยือกหนึ่งที่กำลังอาบไปทั้งแผ่นหลังของเขา ความเจ็บปวดกำลังค่อยๆแล่นริ้วขึ้นมาจนร่างกายขยับไม่ได้อีกครั้ง


                “...กะ แก”คราวนี้ไม่ใช่บทละครตีสองหน้าของแนช คราวนี้มันคือสีหน้าแห่งความตกตะลึงและเคียดแค้นชิงชัง เนตรสองสีค่อยๆก้มลงมองปลายดาบของอาคาชิ ราชาสีเพลิงกำลังจับจ้องศัตรูคู่แค้นเพียงหนึ่งเดียวของตัวเองด้วยแววตาเหี้ยมเกรียมและเย็นชา

ฉัวะ!!


                ปลายดาบที่ปักเข้าไปในแท่นหินอย่างลึกแน่นพร้อมทั้งร่างของแนชที่ไม่สามารถขยับเขยื้อนหนีได้ ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและทำให้แนชตกตะลึง ความตายกำลังคืบคลานมาหาเขาอย่างช้าๆ


                สาเหตุเดียวที่ทำให้แนชไม่สามารถรู้สึกถึงตัวตนและการมาจองอาคาชิจนทำให้เขาพลาดถูกแทงเข้าที่อกซ้ายมีเพียงอย่างเดียว


                ฝ่ามือเล็กเมื่อตอนนั้นที่สัมผัสกับหน้าผากของมังกรหนุ่ม สัมผัสนั้นได้เผื่อแผ่ความไร้ตัวตนให้กับอาคาชิ ทำให้ราชาสีเพลิงสามารถกลับคืนร่างเป็นมนุษย์และใช้ดาบอาบเปลวเพลิงสังหารหัวใจดวงที่สองของเขาได้จนสำเร็จ


                ....ต้องรีบออกจากร่างนี้!


                แนชที่ไม่สามารถทำอะไรได้อีกแล้ว เขาในตอนนี้สิ้นฤทธิ์ไร้ทางสูง มีเพียงต้องรีบสละร่างที่กำลังจะตายลงนี้แล้วรีบหาภาชนะใบใหม่!


                คนอย่างแนช โกลด์ จูเนียร์ไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆ เลือดของเขาเพียงหนึ่งหยดก็เพียงพอแล้วที่จะหลบหนีและรอดจากศึกในครั้งนี้เพื่อรอวันเวลาที่จะท้วงคืนทุกสิ่ง เขาจะไม่มีวันตายของแค่เพียงเลือดของเขาสัมผัสโดนราชาผู้เย่อหยิงคนนี้


                อาคาชิ เซย์จูโร่กคือภาชนะใบใหม่ของเขา ต้องเป็นเช่นเดียวกับมาซาโอมิที่ถูกเขาสิงสู่และยึดร่างมาในที่สุด!


                แนชสวมหน้ากากการแสดงอีกครั้ง แสดงท่าทีอ่อนล้าและไร้ทางสู้ เขาใช้ฝ่ามือที่เลือดเลือดจับข้อมือของอาคาชิที่ยังกุมดาบเอาไว้อย่างเจ็บแค้นโดยที่อีกฝ่ายไม่ได้ขัดขืนอะไร เลือดสีดำกำลังซึบซับเข้าสู่ผิวกายของราชาสีเพลิงอย่างช้าๆ


                ริมฝีปากบางแสยะยิ้มขึ้นในทันทีเมื่อความพยายามสุดท้ายของเขาเป็นผลสำเร็จ

                เขาเป็นฝ่ายชนะ!!


                “....!?”แต่แล้วลางสังหรณ์บางอย่างก็สั่นคลอนความั่นใจของเขา เหตุใดภาพตรงหน้าของเขาถึงได้เลือนรางและบิดเบี้ยว แนชมองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างงุนงงสับสน ก่อนที่ความเจ็นปวดแสบร้อนบางอย่างจะรุมเร้าร่างกายของเขา


                ความทรมานแสบร้อนกำลังกัดกินผิวหนังของร่างที่เขาสิงสู่ กลิ่นควันและกลิ่นเนื้อไหม้กำลังปลุกสติของเขาให้กลับมาอีกครั้ง


                “อ๊ากกกก!!”ทันทีที่ได้สติ ภาพบิดเบี้ยวเลือนรางกลับมาสู่โลกแห่งความจริงอีกครั้ง ดาบเปลวเพลิงของอาคาชิยังคงปักคาอยู่ที่ออกข้างซ้าย ร่างกายของแนชกำลังท่วมท้นไปด้วยเปลวไฟเผาไหม้ร่างกายนั้นอย่างทรมาน


                ราชาแห่งโลกใต้พิภพกำลังถูกเผาทั้งเป็น


                ร่างโปร่งพยายามกระเสือกระสนดิ้นรน ความเจ็บปวดทำให้เขากรีดร้องตะโกนสุดเสียง เปลวไฟที่ไม่น่าจะทำอะไรร่างกายของมาซาโอมิได้กำลังโหมกระหน่ำราวกับมีใครบางคนซ้ำเติมเขา เนตรสองสีกรอกมองไปมาจนกระทั้งพบเห็นร่างของอาคาชิและคุโรโกะอยู่อีกฝากหนึ่งของสระมรกต


                ตอนนั้นเองแนชจึงได้เขาใจว่าตัวเองถูกหลอกด้วยเวทย์ลวงตา ปีศาจสีดำของเขาแหลกสลายกลายเป็นสสารไร้การเคลือนไหว ข้างกลุ่มมนุษย์และปีศาจที่ยืนกระจุกกันอยู่ยังมีร่างโปร่งแสงหนึ่งที่ยืนอยู่เคียงข้างและไม่มีใครเห็นเธอนอกจากเขา


                เนตรสีรูบี้จับจ้องมองเขาด้วยสีหน้าเรียบตึง เกศาสีเพลิงสยายไปตามแรงสะบัดของปลายนิ้วเรียว เธอค่อยๆเดินมาหาแนชที่กำลังกรีดร้องทรมานด้วยเปลวเพลิงที่ไม่อาจจะดับได้


                ถึงจะอยากด่าท้อสถบคำหยาบคายใส่ร่างโปร่งแสงมากเท่าใดแต่ความเจ็บปวดกลับทำให้เขาไม่สามารถขยับปากได้ ทำได้เพียงส่งประแสจิตอาฆาตใส่ดวงวิญญาณที่ไร้ตัวตน เศษเนื้อและร่างกายของเขาแนบติดไปกับแท่นหินร้อนระอุไม่ต่างอะไรไปจากเนื้อสเก็ตจนส่งกลิ่นน่าขยะแขยง หลอมละลายทุกสิ่งในร่างกายแสบร้อนไปถึงทรวงจนอยากจะตายไปซะเดียวนั้น


                ภาพลวงตาเมื่อกี้...เป็นฝีมือของเธอ อาคาชิ ชิโอริ


                “ฉันรู้อยู่แล้วว่าคุณต้องมาไม้นี้ ฉันถึงได้ช่วยพวกเด็กๆไว้ก่อนที่ชะตากรรมของพวกเขาจะซ้ำรอย”น้ำเสียงหวานกล่าวด้วยความเร็ยบเย็น มองร่างที่กำลังดิ้นรนทรมานจากเปลวไฟอย่างเย็นชา เธอเข็ดหลาบแล้วการการที่ต้องเสียงบุคคลที่รักเพราะแผนการณ์เจ้าเล่ห์ของราชาโลกใต้พิภพ


                สาเหตุที่เปลวไฟนี้มันไม่ดับก็เพราะมันเปลวไฟส่งดวงวิญญาณของชาวเผ่ามังกร ในหัวใจของมังกรทุกตัวจะมีเปลวไฟนี้อยู่ แต่มันมีเงื่อนไขในการจุดฉนวนก็คือ ร่างนกายจะต้องถูกแทงด้วยดาบที่อาบเปลวไฟของมังกรบนหินศิลาแห่งการลาจาก ซึ่งหินที่ว่าก้คือแท่นหินที่อยู่กลางน้ำนี้เอง


                เมื่อเงื่อนไขทั้งสองอย่างคบร่างนั้นก็จะถูกเผ่าไหม้เพื่อไปสู่สุขติ เมื่อร้อยปีก่อนเธอไม่มีโอกาสได้สวดส่งวิญญาณของสามีเพราะเธอได้เสียชีวิตไปก่อนที่จะได้ทำ ช่างน่าสงสารเจ้าเด็กน้อยของเธอที่ต้องสูญเสียทั้งพ่อและแม่ในเวลาไม่ไกลกันนัก


                ร่างกายของเธอได้ดับสลายและหลับใหลอยู่ใต้สระมรกตแห่งนี้ ทำให้วิญญาณของเธอยังคงอยู่ที่นี้ เพราะอาคาชิไม่สามารถสวดส่งวิญญาณให้กับเธอได้เขาจึงไม่ยอมเผ่าร่างกายของบิดาไปด้วย


                เพราะรู้ดีว่าเธอยังอยู่ใกล้ๆ ลูกชายจึงไม่อาจปล่อยทิ้งเธอไว้เพียงลำพัง แต่เขาก็ทำได้แค่เพียงทิ้งร่างกายอันไร้วิญญาณของบิดาให้กับมารดาเท่านั้น เป็นเหตุใดแนชสามารถกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง


แต่มันคงจะเป็นความผิดพลาดครั้งแรกและครั้งสุดท้าย เพราะร่างของมาซาโอมิกลายกำลังกลายเป็นเถ้าถ่าน ผิวหนังของแนชเริ่มไร้ความรู้สึกไปแล้ว เขาไม่สามารถสาดโลหิตสีดำของตัวเองออกไปได้ แขนขาแข็งตึงไร้เรี่ยวแรง และของเหลวในร่างกายนั้นระเหยไปก่อนที่แนชจะทำอะไรได้


มันคือจุดจบอย่างแท้จริงของชายที่มอบความทรมานให้กับผู้คนมากมาย


เสียงกรีดร้องของแนชค่อยๆหายไปพร้อมทั้งลมหายใจเฮือกสุดท้าย แต่เปลวไฟนั้นยังคงโหมกระหน่ำรุนแรงและอาบท่วมผืนน้ำอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ราวกับว่ามันจะเผาทุกๆสิ่งที่อยู่ที่นี่ให้สลายหายไปร่วมไปถึงร่างที่ยังคงหลับไหลอยู่ใต้น้ำ เหล่าผู้รวมต่อสู้ได้เพียงแต่มองร่างที่ถูกเผาไหม้ด้วยแววตาเย็นชาและเวทนา มั่นใจได้ว่าคราวนี้แนชจะไม่ฟื้นคืนมาก่อความวุ่นวายให้กับพวกเขาได้อีก


พกวเขาทั้งหมดยืนรวมตัวกันก่อนที่แหวนทองคำที่นิ้วนางข้างซ้ายจะทำงาน วงแหวนสำหรับวาร์ปพาทุกคนกลับไปยังที่ปลอดภัย หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองแท่นหินที่ถูกเผ่าไหม้อีกครั้งด้วยความรู้สึกมากมายก่อนที่จะได้เห็นร่างโปร่งแสงของเธอคนนั้นอีกครั้ง


เนตรสีนภากระตุบวาบมองภาพเลือนรางของหญิงสาววัยกลางคนที่ส่งยิ้มให้เธอเป็นครั้งสุดท้าย เธอยืนอยู่เบื้องหน้าแนชในขณะที่ข้างๆร่างเจ้าของเนตรสีรูบี้นั้นปรากฏร่างโปร่งแสงของใครอีกคนหนึ่ง เกศาสีน้ำตาลและเนตรสองสีที่แนชเคยได้ครอบครอง ชายคนนั้นส่งรอยยิ้มอ่อนโยนให้กับเธอก่อนจะเปล่งวาจาทุ้มเย็น


ขอบใจเธอมากนะ


พวกเราเองก็ต้องไปแล้ว ก็อย่าลืมสัญญาของเราเชียวนะ เท็ตสึจัง แล้วก็อยากตามใจเซย์จิคุงมากเกินไปล่ะชิโอริเอ่ยเสียงหวานอย่างหยอกเย้ามองร่างบางสีขาวที่ตอนนี้แก้มขาวขึ้นสีระเรื่อก่อนที่เธอพยักหน้าให้หญิงสาวขี้เล่นคนนั้นอย่างช่วยไม่ได้....แต่เดี๋ยว เมื่อกี้คุณแม่ของอาคาชิคุงพูดว่าเซย์จินิ?


เซย์จูโร่ต่างหากคราวนี้ร่างสูงเบื้องหลังเป็นฝ่ายต่อล้อต่อเถียงภรรยาขี้เล่นของตัวเอง ชิโอริพ้นลมหายใจอย่างขัดเคืองก่อนจะยักไหล่อย่างไม่ยีระ


แต่ฉันชอบชื่อเซย์จิมากกว่านิน่า แต่ช่างเถอะยังไงเขาก็คือลูกชายของพวกเรา ฝากดูแลเขาด้วยนะ


 ‘ฝากบอกเขาว่า พ่อและแม่ยังคงรักและห่วงใยลูกอยู่เสมอเพราะงั้น..


...ลาก่อน ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง


คำกล่าวลามาพร้อมกับแสงสว่างวาบรอบกลุ่มของพวกเขาก่อนที่ทุกอย่างจะหายไปจากสายตา

                







================100 %=================



เย้!!!! ในที่สุดแนชก็จากไปแต่โดยดีเสียที่ เล่นทำเอาไรท์หอบ รอบนี้ยาวยืดมากเพราะไรท์ไม่อยากตัดบทออก ไม่อยากให้ค้างกันนะคะ

ชอบกันรึเปล่า? รู้สึกยังไงบอกกันได้นะคะ ไรท์จะพยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ

แต่เดิมฟิคชั่นเรื่องนี้ตั้งใจเขียนเป็นแล้วแฟนตาซีเลิฟคอมมานดี้ ฮาๆไม่เน้นบู้....แต่ไปๆมากลายเป็นหนังยาวไปซะได้555+

ซึ่งด้วยเหตุเช่นนี้นี่เองทำให้เนื้อหาบางส่วนจึงไม่แน่นและออกจะหลวมไปบ้างก็ต้องขออภัยด้วยจริงๆนะค่ะ

ไร้ตัวปัญหาแล้วที่นี้ก็เหรือแค่คู่พระนางว่ามันจะลงเอ่ยกันอีหรอบไหน ที่นี้แน่ๆคราวนี้ไรท์ใส่เต็มแน่ๆค่ะ กับบทเลิฟๆองน้องกับนายน้อย 555+



ส่วนเรื่องตีพิมพ์รวมเล่ม

ก็มีแผนอยู่ในใจนะคะ เพราะใจจริงก็อยากรวมเล่มเก็บไว้แล้วก็อยากวาดปกงานตัวเองด้วย 5555+
แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับจำนวนยอดผู้สนใจ ไว้ถึงเวลาไรท์จะให้ข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติม
พร้อมทั้งเปิดโพลสอบตามยอดผู้สนใจสั่งซื้อหนังสือนะคะ
แน่นอนคะว่าไรท์เขียนตอนพิเศษใส่เพิ่มเข้าไปให้ด้วยซึ่งจะเป็นตอนแบบไหนก็ต้องดูกันต่อไปนะค่ะ 555+ คำผิดเองก็จะถูกแก้ไขทั้งหมดก่อนเริ่มตีพิมพ์รวมทั้งในบทความด้วยเช่นกันค่ะ เพราะงั้นอยากให้ทุกคนสบายใจว่าไรท์จะทำงานอย่างเต็มทีเพื่อไม่ให้ทุกคนผิดหวังนะคะ
ขอบพระคุณมากคะ



แล้วก็ไหนๆแล้วขอเปิดตัวแฟนอาร์ต คากามิ ไทกะของเราซะเลย 5555+




จัดสักหน่อย ยังไม่เคยมีใครเห็นคากามิคุงของเราเลยย 555+ ดูสวยมั่นมาก เป็นชุดที่ใส่ตอนไฟท์กับอะโฮ่ครั้งแรก แต่ถือไทกะอยู่
ตามคอนเซป ทหารหญิงร่างสูงโปร่งสุดแกร่งมาดแมนที่แม้แต่บุรุษก็ยังต้องยอมศิโรราบ

แต่จะว่าไปไม่ได้ฟิวคากามิตามฉบับมังงะเลยอ่ะ(ช่างมัน 555+)

เอาเป็นว่าพอมีคิ้วสองแฉกบางๆไว้ให้มันใช่คากามิก็แล้วกัน 555+


บะบายค่ะทุกคน คืนนี้ราตรีสวสัดิ์ค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

874 ความคิดเห็น

  1. #535 Gin (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 00:54
    เฮ้อออ เกือบไปแล้ว ดีนะเนี่ยที่วิญญาณคุณแม่ยังอยู่ เลยช่วงให้คุโรโกะกลับมาอีกครั้ง เฮ้อออ เรื่องนี้นายน้อยน่าสงสารที่สุดเพราะได้รับความเจ็บปวดจากการสูญเสยถึง 3 รอบ โน้วววว แม้ว่ารอบสุดท้ายคุโรโกะจะกลับมาได้ แต่ความรู้สึกเจ็บปวดก็คงจะไม่หายไปอยู่ดี ส่วนเงื่อนไขของคุณแม่นี่เดาได้เลยว่าคงบอกให้แต่งงานกับอาคาชิแล้วสืบทายาท ฮิ้ววววว
    #535
    0
  2. #534 Sense of life (@aina17) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 16:47
    โอ๊ยยย มันดีงามมากเลยค่ะไรต์เตอร์ ฟินนนนน

    #534
    0
  3. #533 Emerald 33 (@pimpa-rucknakorn) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 16:41
    ในที่สุดก็ชนะจนได้>_<
    นายท่านกับนายหญิงจากไปอย่างสงบสักที T_T
    ว่าแต่สัญญาของน้องกับนายหญิงคืออะไร? (แต่งงานๆ ๆ ๆ ) รึเปล่า ฮุๆๆๆๆ
    #533
    0
  4. #532 ZoArt (@ZoArt) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 15:16
    โอ้ยทีนี้ก็ เลิฟซีน จงมา 555.5 / รอเล่มอยู่น่ะค่ะ ชอบค่ะอยากเอาไปเก็บสะสม >.<
    #532
    0
  5. #531 Kuroko Kouri Gilian (@kandakouri) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 14:14
    อโหวววววววววววว ขนาดนี้แล้วยังตกลงเรื่องชื่อไม่ได้อีกเหยอออออ//ขำ ข่นพ่อข่นแม่ไม่ต้องห่วงให้นี่ซังจัดการเอ----------//ลูกบาสลอยมาแต่หนดายยยยยยส
    #531
    0
  6. #530 sararai (@cinmijika) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 13:39
    ขอบคุณค่ะไรท์ที่ไม่ตัด ไม่งั้นค้างแน่
    #530
    0
  7. #529 se-UKI (@seeu05) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 10:18
    ฮืออออออออออ สนุกมาก ลุ้นมากเลย มาต่อไวๆนะ สู้ๆนะคะไรท์*0*
    #529
    0
  8. #528 PrincessDark (@neeranutdachopip) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 10:15
    ในที่สุดแนชก็ตาย เฮ้!!!! ตอนแรกตกใจมากเลยอ่ะนึกว่าน้องจะตายซะแล้วดีใจที่น้องรอด รวมเล่มเมื่อไรก็บอกนะคะรอซื้อเลย ><
    #528
    0
  9. #527 Eliee_Taylor (@21-12-1996) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 09:51
    ในที่สุดดดดด ฉากต่อไปก็ไปหวานกันบนเตียง แง๊แล้วน้องจะกลับมาเป็นผช.มั้ยอะ หรือเป็นผญ.ต่อไป อย่างหลังเถอะ ท่านแม่นี้เจ้าเล่จริมๆ สะใภ้ตระกูลอาคาชิ ฮาๆๆๆๆ
    #527
    0
  10. #526 ✿ Red_Tsubaki ✿ (@Red_Tsubaki) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 09:25
    ในที่สุดดด เเนชก้ตายซักที!!!! ปิดร้านฉลองมัน 3 วัน3คืนเลยครัชชชช
    น้องสัญญาอะไรกับท่านเเม่ไปน้าาาา
    สนุกมากๆๆๆๆๆเลยคะไรต์ตอนเเรกใจกระตุกวูบเลยตอนบอกน้องไม่มีลมหายใจเเล้ว น้ำตาหยดไม่รู้ตัวเลย งือ~

    จะตีพิมเมื่อไหร่บอกได้เลยนะคะ ชอบๆ เราเอาด้วยเล่มนึงค่าาาา ><
    #526
    0
  11. #525 knight.red (@werewolf--) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 08:09
    ลุ้นมาหลายตอน ในที่สุดก็....T^T
    #525
    0
  12. #524 Gemel (@Gemel) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 07:46
    หนูรอตอนรวมเล่นอยู่นะคะ >< จะซื้อไห้ได้เลย แอร้ยยยยย
    #524
    0
  13. #523 Gemel (@Gemel) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 07:44
    เย้ๆ แนชตายแล้ว แล้วน้องสัญญาอะไรกับท่านแม่ของอาคาชิกัน้า อ้อไรท์คะ !!!เรื่องนี้สำคัญมากกกกค่ะ น่าอกของคางามิ!!!!! โฮ่กับเจ้าตัวยังไม่รู้เลยว่าคัพ
    อะไรเพราะว่าคางามิพันผ้าไว้อยู่ หนูอยากรู้ววววว์ ... เงอะ ไรท์อย่าไห้โฮ่ตายนะ TvT ขอบคุณค่ะ สนุกมากๆ><
    #523
    0
  14. #522 LookTann (@simsi) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 07:22
    ในทีี่สุดแนชก็ตายสักที เห้ออ ลุ้นมาหลายตอนน คุณแม่ของนายน้อยน่ารักมากเลยค่ะ >< ว่าแต่สัญญาอะไรกันไว้น้ออออ // ไรท์แต่งสนุกมากๆเลยค่ะ อ่านไม่เคยเบื่อเลยย จะรอตอนต่อไปนะคะ ><
    #522
    0
  15. #521 JINKUN12 (@JINKUN12) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 06:37
    เยี่ยมยอดเลยค่ะ ^_^
    #521
    0
  16. #520 Kuro (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 01:17
    สนุกมากเลย ค่ะ อินตามไปด้วยเลย ในที่สุดน้องครกก็ได้เป็นสะใภ้บ้าน อาคาชิทางการอิอิ อยากรูว่าต่อไป นายน้อย จะ รุกร้องนังไง อิอิ
    #520
    0