[ Fic KNB ]Megic of red color ปรัมปราราชันสีเพลิง (แจ้งยกเลิกรวมเล่ม)

ตอนที่ 31 : บทที่ 2 วันแห่งการเริ่มต้น 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 359
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    18 ก.ค. 59

 

2

วันแห่งการเริ่มต้น

 

                เปลือกตาบางกระพริบปริบๆพลางเงยหน้าขึ้นมองประตูสูงตระหง่านอันเป็นทางเข้าออกของเมืองเทย์โคว ผู้คนมากมายในชุดสีสดใสและแปลกตา เธอกวาดสายตามองมันด้วยความตื่นเต้นและมากมายเกินกว่าจะสะกดกลั้นไว้ได้


                เธอเดินทางมาถึงเทย์โควแล้ว!


                เมืองเทย์โควที่ร้อยวันพันปีจะได้เข้ามาสักครั้ง เล่นทำเอาสาวเจ้าถึงกับเต้นกระโดดโหยงเหยงราวกับคนบ้า...อ่า จะว่าให้ถูก เรียกว่าเหมือนคนบ้านนอกเห็นจะถูกต้องที่สุด


                แต่ว่าท่าทางราวกับคนบ้าของเธอดูจะไม่เป็นที่ใส่ใจนัก คงเพราะที่นี่มีคนต่างถิ่นเข้าออกอยู่ทุกวัน เรื่องเจอคนแปลกๆในเมืองจึงถือเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะกับคนบ้านนอกก็นับว่ายิ่งปกติ


                คางามิเดินสำรวจเมืองอย่างสนอกสนใจ บางครั้งที่ได้เห็นคนรวยใส่ชุดหรูหราก็พานทำให้เธอนึกถึงเจ้าเด็กโข่งตัวโยงที่จู่ๆก็หายตัวไปอย่างไม่บอกไม่กล่าว


                วันนี้เธอรู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อดวงตะวันโผล่พ้นขอบฟ้าได้ไม่นาน แต่ว่าสิ่งที่ควรอยู่ใกล้ตัวเธอมากที่สุดกลับหายไปเสียซะอย่างนั้น เจ้าเด็กโข่งร่างยักษ์ที่นอนคดคู้อยู่ข้างเธอเมื่อคืนได้หายตัวไปแล้ว เจ้านั้นหายไปพร้อมกับเนื้อหมูป่าและทิ้งกองกระดูกไว้ให้เธอเป็นของดูต่างหน้า เธอได้แต่ถอนหายใจมองซากหมูที่ควรจะเหลือเป็นมื้อเช้าแต่เธอขี้เกียจจะโวยวายให้มากความ


                เจ้านั่นหายไปแต่ก็ยังอุตสาห์เอาผ้าคลุมของเธอมาห่มคืนให้กับเธอในตอนที่เธอหลับสนิท คางามิจึงได้แต่ส่ายหัวอย่างไม่เข้าใจความคิดของเจ้าเด็กโข่งนัก....คิดจะมาก็มา คิดจะไปก็ไป


                แม้จะนึกถึงเด็กคนนั้นแต่เธอก็ยังมีภารกิจที่ต้องทำ ตอนนี้ยังนับว่าค่อนข้างเช้าอยู่มากแต่ก็แน่นขนับไปด้วยผู้คน เธอตัดสินใจเรียกใครสักคนแถวนั้นมาถามเรื่องเกี่ยวกับอาโอมิเนะไดกิก่อนที่เธอจะได้ข้อสรุปอย่างง่ายๆมา


                อาโอมิเนะ ไดกิ ชายคนนั้นอาศัยอยู่ในปราสาทเช่นเดียวกับพวกผู้สร้างปาฏิหาริย์คนอื่นๆ เพราะงั้นเป็นไปได้น้อยมากที่เธอจะสามารถพบเขาได้อย่างง่ายๆ เพราะหากจะเข้าปราสาทก็ต้องมีหมายเรียกหรือใบอนุญาตที่ได้รับการเซ็นต์ยอมรับแล้ว ไม่งั้นก็อย่างหวังว่าเธอจะได้เฉียดเข้าปราสาทเลย


                .....แต่มีหรือคนอย่างคางามิจะสน! เข้าตรงๆไม่ได้เธอก็ต้องลอบเข้าไป!


                เมื่อตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วเธอก็ไม่รีรออีกต่อไป เธอมันพวกใจร้อน เวลาที่อยากได้อะไรก็ไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลัง คิดแค่อย่างเดียวว่า อยากได้ก็ต้องได้!


                เธอไม่ได้ถูกเลี้ยงอย่างตามใจ แต่เธอมีความรู้สึกแค่ว่า ถ้าเธอมีโอกาส คว้ามาได้เธอก็ควรจะรีบคว้า ของที่อยากได้ก็เช่นกัน ถ้ามีสิทธิ์ที่จะหยิบยื่นได้ เธอก็ควรรีบที่จะฉกฉวยมันมาด้วยเช่นกัน


                เธอใช้เวลาไม่นานนักในการเดินทางมาถึงรั้วปราสาท


                เธอเงยหน้ามองกำแพงสูงตระหง่านราวกับภาพทับซ้อนจากกำแพงตัวเมืองอีกครั้ง รั้ววังที่วิจิตงดงามกว่ามากทำให้เลือดลมเธอสูบฉีดด้วยความตื่นเต้น เธอล่ะอยากรู้จริงๆว่าเจ้าของฉายานักดาบที่แข็งแกร่งที่สุดเช่นเขาจะเป็นคนเช่นไร


                เธอไม่ปล่อยให้ตัวเองยืนเพ้อฝัน หญิงสาวเดินเรียบไปตามกำแพงเป็นแนวยาวอย่างสนใจพลางสำรวจเช็คดูทหารที่ยืนเฝ้าเวรยามอย่างระมัดระวัง


                หนึ่ง สอง สาม....ห้าคน มีทหารยามทั้งหมดห้าคน


                คางามิไม่แน่ใจว่าเธอรู้สึกไปเองหรือไม่ แต่มันดหละหลวมมากเกินไปราวกับจงใจหรือไม่งั้นพวกหน่วยเวรยามก็ต้องถูกดึงตัวไปทำอะไรสักอย่าง


                คนใจร้อนอย่างเธอคิดตกได้เพียงแค่ว่า ที่เวรยามของปราสาทละหลวมได้ขนาดนี้น่าจะเป็นเพราะถูกใช้ให้ไปตามหาว่าที่เจ้าสาวของราชาก็เป็นได้ เพราะตลอดเส้นทางที่เธอเดินทางมายังปราสาทมันก็เต็มและพุ่งพล่านไปด้วยทหาร


                เธอแสยะยิ้มชอบใจก่อนจะหาช่องว่างจากสายตาของพวกทหารและกระโจนเข้าสู่รั้ววังได้อย่างง่ายได้ แม้กำแพงจะสูงถึงสามเมตรแต่มันก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรเลยกับคางามิที่มีพลังกำลังเหนือคนธรรมดา แม่เสือสาวมาดห้าวที่ริอาจคิดจะท้าทายตำแหน่งของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นนักดาบที่แข็งแกร่งที่สุดกำลังหลบซ่อนตัวอยู่ใต้เงาไม้


                มันคงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะเจาะที่สุดที่จะมีใครสักคนจะแอบลอบเข้าวังมาในตอนนี้ ช่างหละหลวมซะจริงๆ ตลอดเส้นทางในสายตาของคางามินั้นปลอดโปร่งมาก ไม่มีแม้แต่เงาสาวรับใช้สักคนและที่ปราสาทก็เงียบกริบราวกับไร้ผู้อาศัย


                คางามิมองอย่างช่างใจก่อนที่สุดท้ายเธอจะออกมาจากที่ซ่อนและเดินไปตามทางเดินที่ถูกปูด้วยหินอ่อนงดงามอย่างโจ่งแจ้งและไม่รอบคอบ


                ถึงตอนแรกเธอจะงงงวยอยู่ว่าเธอควรจะเริ่มเดินไปทางไหนก่อน แต่เพียงไม่กี่อึดใจ สายตาของเธอก็เข้าไปปะทะกับอาคารสูงที่ดูเก่าแก่แต่ก็น่าเกรงขาม เธอไปกลิ่นไอเหงื่อจางๆตามทิศทางของสายลมจนทำให้เธอเผยรอยยิ้มคมคายของตัวเองออกมา สาวเจ้าเช็ดปลายจมูกกลมเข้ารูปด้วยปลายนิ้วโป่งอย่างพอใจ นอกจากเรื่องพลังกำลังแล้ว เรื่องจมูกเธอก็ดีไม่น้อยหน้าสุนัขเลยล่ะ


                เมื่อมั่นใจถึงขนาดนี้แล้วเธอก็ไม่เกรงกลัวที่จะชักดาบออกจากฝักและเดินย่างก้าวอย่างสุขุมตรงไปยังอาคารหลังนั้น คางามิไม่อาจจะรู้ตัวได้เลยว่าการตัดสินใจในวันนี้จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ชีวิตของเธอต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล


*******************


                ออกมานะโว้ยเจ้าอาโอมิเนะ ไดกิมาสู้กัน!”เสียงหวานห้าวมั่นดังขึ้นอย่างอุอาจ หลังจากที่เธอได้ออกกำลังซัดสักตุบสองตุบกับพวกนายทหารนับสิบที่ต่างวิ่งกรูมารุมล้อมเธอไว้อย่างห้าวหาญ หญิงสาวแสยะยิ้มอย่างกวนประสาทร้องเรียกอาโอมิเนะอย่างไม่กลัวตาย


                เคร้ง!


                แต่ในจังหวะนั้นเองที่เธอรับรู้ได้ถึงรังสีอำมหิต เนตรงดงามหรี่ลงอย่างรู้ทันก่อนจะชักดาบใหญ่พาดหลังของตัวเองออกมาตั้งรับอย่างทันท่วงที


                หนัก!’เสียงหวานอุทานขึ้นในใจกับการตั้งรับแรงของอีกฝ่าย เธอตัดสินใจผลักดาบของบุคคลแปลกหน้าก่อนจะเปิดฉากการปะทะกันอย่างหนักหน่วงและรวดเร็ว!


                เคร้งๆๆๆ!!


                ไม่มีการพูดคุยมีเพียงแต่การปะทะดาบด้วยฝีมือที่สูสีกันเท่านั้น หญิงสาวตื่นตระหนักจนพานทำให้สีหน้าของเธอบึ้งตึงขึ้นมาก่อนที่พวกเขาทั้งสองจะผลักออกจากกัน


                คนแปลกหน้าที่แค่เห็นก็ทำให้เธอเผลอปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างหวาดระแวง


                เนตรสีเลือดจ้องมองบุคคลตรงหน้าอย่างสงสัย ทั้งๆที่เขามีช่องโหว่งมากกมายแต่แรงกดดันจากร่างสูงนั้นทำให้เธอเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น บรรยากาศรอบตัวนิ่งสงบทว่าเย็นยะเยือกจนข้างขมับของเธอเกิดเม็ดเหงื่อผุดขึ้นอย่างตื่นตระหนัก


บุรุษผู้แข็งแกร่งตรงหน้ามีร่างกายสูงโปร่งและไหล่กว้างลาดเอียงอย่างเหมาะสม ถึงอีกฝ่ายจะสวมเครื่องแต่งกายแบบขุนนางแต่ก็ไม่สามารถซ่อนรูปกายอันสมส่วนและกำยำของเขาได้ อีกทั้งยังผิวสีเข้มที่ยิ่งขับให้ดวงหน้าคมคายดูกร้านดิบเถื่อนแต่ก็น่าหลงใหลอยู่ไม่น้อย และที่โดดเด่นที่สุดบนใบหน้าของเขาก็คงไม่พ้นเนตรสีไพลินดุดันและกำลังจ้องมองเธอพร้อมทั้งรอยยิ้มเหยียดกว้าง


ไม่ต้องบอกก็รู้ ชายที่มาพร้อมบรรยากาศของผู้แข็งแกร่งเช่นนี้เขาคงจะเป็น....


                “ท่านอาโอมิเนะผู้หญิงคนนี้บุกรุกเข้ามาในพื้นที่เพื่อขอท้าประลองท่านครับ!”นายทหารคนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามารายงานถึงสิ่งที่เกิดขึ้น คางามิหันควับไปตามต้นเสียงมองชายที่ถูกเรียกว่าอาโอมิเนะด้วยสีหน้าเคร่งขรึมก่อนที่ชายคนนั้นจะส่งเสียงในลำคออย่างท้าทาย


                “หึ!


                อ้อ นายสินะ อาโอมิเนะไดกิโผล่หัวมาสักที!”ใช่จริงๆเสียด้วย ถึงอีกฝ่ายจะทำหน้าเบื่อหน่ายเหมือนพวกคนไม่เอาไหนแต่ก็ให้กลิ่นอายที่นึกถึงเจ้าเด็กโข่งเมื่อเช้าอยู่ไม่น้อย  แต่ทว่าฝีมือและบรรยากาศรอบตัวชายคนนั้นเป็นของจริง เธอไม่เคยสัมผัสถึงความแข็งแกร่งของผู้ชายคนไหนได้มากเท่าคนคนนี้มาก่อนแถมหน้าตาก็...กวนประสาทใช้ได้!


                “สำหรับผู้บุกรุกเขตพระราชวัง คงรู้นะว่าถ้าเธอพ่ายแพ้จะต้องรับโทษสถานใดเจ้าของนามอาโอมิเนะที่เธอตามหาเอ่ยน้ำเสียงทุ้มกึกก้องอย่างกดดัน เขาเผยรอยยิ้มกว้างอย่างท้าทายเพื่อข่มขวัญเธอ แต่มีหรือที่คนอย่างเธอจะกลัว เลือดในกายของสาวเจ้าจึงเดือดพล่านในทันใด คันไม้คันมืออยากจะสู้ด้วยเต็มแก่แล้ว!


แน่นอน ความพ่ายแพ้สำหรับนักดาบก็ไม่ต่างจากความตายนักหรอกเธอเป็นหญิงสาวที่เติบโตมากับวิถีแห่งนักดาบ ไม่กลัวความตายมีแต่หวาดกลัวในศักดิ์ที่แปดเปื้อนเท่านั้น เธอไม่ใช่คนอ่านสีหน้าเก่งอะไรนักจึงเดาความคิดอีกฝ่ายไม่ออก แต่เห็นรอยยิ้มกวนประสาทแล้วก็ชวนให้เธอหงุดหงิดเล่นอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว


ฉันชื่อ คางามิ ไทกะ ขอท้าชิงตำแหน่งนักดาบที่แข็งแกร่งที่สุดจากนาย อาโอมิเนะ ไดกิเพื่อไม่ให้เสียเวลาไปมากกว่านี้ คางามิป่าวประกาศคำท้าดวลอย่างมุ่งมั่น ดูเหมือนท่าทีจริงจังของเธอดูจะเป็นที่ถูกใจอย่างมากสำหรับร่างสีน้ำเงินตรงหน้า


เพราะการที่คนหนึ่งนำศักดิ์ศรีนักดาบที่แข็งแกร่งที่สุดมาเป็นเดิมพัน หญิงสาวจึงยอมที่จะนำชีวิตของตัวเองมาเป็นเดิมพันด้วยเช่นเดียวกัน พวกเขาทั้งสองต่างลงเดิมพันเพื่อให้การต่อสู้ในครั้งนี้ยุติธรรมที่สุด ถึงจะไม่ได้การดวลอย่างเป็นทางการ แต่ผลแพ้ชนะจะเป็นที่ประจักอยู่ดี


การประลองของพวกเขาทั้งสองคนดุเดือดจนเหล่าทหารชั้นล่างสั่นวูบ ราวกับการต่อสู้ระหว่างปีศาจ เร็วรุนแรงและยากจะเชื่อว่าคนทั้งสองคนนั้นเป็นแค่มนุษย์


เคร้งๆๆ!!


ถึงจะใช้เวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วแต่ก็ยังไม่มีท่าทีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะยอมแพ้ ต่างฝ่ายต่างได้คนละบาดแผลแต่ถึงกระนั้นพวกทหารกลับมองเห็นรอยยิ้มของแม่ทัพใหญ่แห่งปราการแบล็คเลโอพาร์ท


นักดาบขี้เบื่อกำลังยิ้มให้กับการต่อสู้ที่อันรุนแรง เหล่าทหารต่างมองสีหน้าของชายคนนั้นอย่างตกตะลึงก่อนจะหันควับไปมองหญิงสาวคนนั้น เพราะพวกเขาต่างรู้ดีกว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาท่านแม่ทัพของพวกเขาไม่เคยยิ้มให้กับการต่อสู้ใดๆ เพราะมันมีแต่พวกอ่อนหัดและน่าเบื่อ แต่การที่ผู้ท้าชิงคนใหม่สร้างรอยยิ้มนั้นขึ้นมาได้ก็แสดงว่าเธอต้องแข็งแกร่งมากกว่าปีศาจที่พวกเขาเคยกำหราบมาแล้วแน่ๆ!....ผู้หญิงอะไรแกร่งชะมัด!


สำหรับคางามิแล้วก็รู้สึกได้ถึงความยินดีที่ส่งผ่านมายังปลายดาบของเธอ เธอตอบรับพลังของอีกฝ่ายด้วยทุกอย่างที่เธอมี พลังถูกงัดออกมาจากทุกอนูของร่างกาย ทุกหยาดเหงื่อและโลหิตหลั่งรินด้วยความมุ่งมั่นแต่ว่าสุดท้ายแล้วความมุ่งมั่นของเธออาจจะยังไม่พอ


ในวินาทีที่เกิดแรงปะทะอันมหาศาลในการปะดาบครั้งสุดท้ายก่อให้เกิดรอยร้าวบนดาบของเธอก่อนที่มันจะปริแตก


เพล้ง!


เนตรสีเลือดตกตะลึงเกินกว่าจะตั้งสติได้ แต่ในตอนนั้นเองที่สัญชาตญาณในร่างกายสั่งการร่างกายหาทางรอดให้กับตัวเอง ก่อนที่เธอจะถูกดีดกระเด็นจากแรงปะทะเธอคว้าข้อมือของอาโอมิเนะไว้อย่างฉับพลัน


แย่แล้ว!’


เธอร้องกู่ในใจและตื่นตระหนักเมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง เธอทำให้อาโอมิเนะโดนแรงดีดกระเด็นออกมาพร้อมกับเธอ ในช่วงไม่กี่วินาทีก่อนที่ร่างของพวกเขาจะปะทะเข้ากับกำแพงหิน อาโอมิเนะก็ได้พยายามจะกอดเธอไว้และใช้ร่างของตัวเองเป็นเบาะเพื่อรับแรงกระแทกแทนเธอ


มันเป็นความผิดของเธอ คางามิตระหนักได้ว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นอาจจะทำให้อาโอมิเนะบาดเจ็บสาหัสและเธอกำลังลากผู้ชนะในศึกตัดสินของเธอให้ตกอยู่ในอันตราย


....ไม่ได้...เธอจะทำให้เขาบาดเจ็บไม่ได้!


คางามิตื่นตระหนักและใช้ความพยายามเป็นอย่างมากที่จะฝืนตัวไม่ยอมให้อาโอมิเนะเป็นผู้ปกป้อง เธอไม่ต้องการการปกป้องและเธอจะไม่ยอมให้ผู้ชนะมาปกป้องเธอ


โครมมม!!


ร่างบางรับแรงปะทะไปเต็มๆโดยที่เธอยอมให้ร่างกายตัวเองเป็นเบาะกันกระแทกให้อาโอมิเนะ ความจุกแน่นและสาหัสทำให้เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือดก่อนที่เธอจะกระแทกผ่านทะลุกำแพงหินหนาครึ่งเมตรและกระแทกชนต้นไม้จนลำต้นหักไปอีกสองต้น


แรงปะทะลดลงเมื่อถึงต้นไม้ต้นที่สาม แผ่นหลังเล็กกระแทกจนลำต้นของต้นไม้ยุบลงไปก่อนจะล่วงหล่นไปกองกับพื้นเสียแทน


คางามิไม่รับรู้อะไรทั้งสินแล้วหลังจากที่กลายเป็นเบาะรับแรงกระแทกให้กับอาโอมิเนะ เธอกัดฟันแน่นพยายามจะขยับร่างกายแต่ก็ไร้ผล อึดอัดและปวดร้าวไปทั้งตัว เธอรู้สึกได้ถึงซี่โครงให้ช่องอกที่หน้าจะหักจนเธอสำรักเลือดออกมา โลหิตอาบท่วมศรีษะส่งผลทำให้เธองงงวยและสติของเธอกำลังพร่าเลือนไปอย่างช้าๆ


 นี่เธอทำอะไรของเธอ!?”คำถามของผู้ถูกช่วยเหลือทำให้เธอเผยรอยยิ้มแต่ยังไม่สามารถตอบคำถามได้ทันที


 ปกป้องฉันไว้ทำไม?”อาโอมิเนะถามเธออีกครั้งหลังจากพยายามดูอาการของเธอ แต่ถึงแม้คางามิอยากจะตอบคำถามของอาโอมิเนะแต่ดูเหมือนว่าเธอจะสาหัสจนเอ่ยถ่อยคำได้ไม่มากนัก แต่เธอก็ฝืนจนพูดออกมาให้ที่สุด


แล้วมีเหตุผลอะไร...ที่ผู้ชนะอย่างนายจะต้องบาดเจ็บเพื่อผู้แพ้ล่ะ?”คางามิพยายามเค้นน้ำเสียงของตัวเองออกมา ถึงมันจะเบาบางแต่ว่าเธอก็ตอบมันด้วยความจริงใจของเธอทั้งหมด เธอไม่ยอมให้เขาบาดเจ็บ เพราะชายคนนี้คือเป้าหมายและเขาคือผู้กุมชีวิตของเธอไว้แล้ว


อย่ามาหยามฉัน ไม่มีใครอยากให้คนที่แพ้ตัวเองมาปกป้องหรอก!”คำตอบของหญิงสาวทำให้เขาเกิดโทสะ ทว่าเพราะสภาพล่อแล่ของเธอทำให้เขาไม่สามารถลงมือลงไม้อะไรได้


อย่าบ้าไปหน่อยเลย ไม่มีใครหยามนายทั้งนั้นเธอพยายามเถียงเจ้าคนหน้าตึงแต่ก็แถบจะสิ้นแรงแล้ว


แล้วที่ทำมันหมายความว่ายังไงไม่ทราบ?”ร่างสูงกล่าวอย่างหงุดหงิด เขารีบหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าของตัวเองขึ้นมาก่อนจะซับเลือดให้อีกฝ่ายเท่าที่จะทำได้


ฉันแพ้ ก็เท่ากับชีวิตฉันเป็นของนาย เป็นเจ้าชีวิตของฉันเพราะงั้นนายไม่มีสิทธิ์บาดเจ็บเพราะฉัน ฉันแค่ปกป้องคนที่สำคัญกว่าตัวเองเท่านั้นคางามิไม่อาจจะรู้ได้ว่าคำพูดของเธอนั้นได้กระแทกเข้าไปในความคิดของอาโอมิเนะ สำหรับเธอแล้วชายคนนี้คือผู้แข็งแกร่งและเธอยอมรับจากใจเพราะงั้นคำพูดของเธอคือความจริงใจอันซื่อตรง


นัยน์ตาของเธอไม่อาจจะรับรู้ได้ถึงประกายบางอย่างในเนตรสีไพลินของเขา มันเด่นชัดมาเสียจนคนโง่ก็ยังเข้าใจ แต่ว่าเธอว่ากลับมองไม่เห็นมัน


“...ทั้งๆที่ฉันอาจจะฆ่าเธอทันทีที่เธอแพ้ก็ได้ ทำไมถึงยังช่วยอีกเขาถามอีกครั้งราวกับต้องการการยืนยัน เธอกระตุกยิ้มด้วยสีหน้าเจ็บปวดแต่ก็ยังฝืนทนที่จะตอบคำถาม


ถามมากอยู่ได้ ก็บอกไปแล้วไง เจ้าบ้า...ฉันฝากชีวิตที่เหลือไว้กับนายทั้งชีวิตเชียวนะ ไม่ว่านายจะฆ่าฉันหรือไม่ ฉันก็จะปกป้อง มันก็แค่นั้นเธอไม่อาจจะรับรู้ความคิดของร่างสูงตรงหน้าได้ แต่ว่าฝ่ามือเย็นของเขากลับอุ่นมาก ถึงจะสติพร่าเลือนแต่ว่าเธอก็ยังรับรู้ได้ถึงความอ่อนโยนในอ้อมแขนแกร่งของเขา


สัมผัสมันอ่อนโยนเกินไป เกินกว่าที่คนโง่อย่างเธอจะเข้าใจแต่ถึงกระนั้นมันก็ยากที่จะปฏิเสธ เธอเอนศรีษะซบกับแผ่นอกกำยำของเขา แขนแกร่งที่ช้อนร่างของเธอขึ้นอย่างอ่อนโยน โอบกระชับร่างของเธออย่างเบามือที่สุด เธอไม่เหลือสติพอที่จะเข้าใจคำพูดหลังจากนั้นของเขาแล้วแต่ว่าสิ่งที่เธอยังคงรู้สึกได้ก็คืออความอบอุ่นนี้


...อุ่นจัง....

 

                 ***********************

 

“เฮือกกก!!”เสียงลมหายใจหนึ่งดังขึ้นอย่างรุนแรง ร่างบางหนึ่งสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจเมื่อได้สติจากการสลบ เนตรสีเลือดเบิกโพลงอย่างตื่นตะลึงก่อนที่เธอจะได้สติอีกครั้งเมื่อมีมือเย็นหนึ่งเข้ามาประคองร่างของเธอไว้


คางามิรีบหันไปมองเจ้าของมือเย็นที่กำลังช่วยประคองแผนหลังของเธอให้ลุกขึ้นนั่งอย่างอ่อนโยน


ร่างสูงโปร่งกับผิวสีเข้มที่ไม่ว่าอย่างไรก็ดูโดดเด่นจนเป็นเอกลักษณ์ ใบหน้าคมคายที่ดูดุดันและให้ความรู้สึกเย็นยะเยือกในเวลาเดียวกัน เนตรสีไพลินคมกริบที่เธอยังคงจำได้แม่นว่ายามที่แววตานั้นกระหายในการต่อสู้มันร้อนรุมมากเพียงใด แต่ตอนนี้เธอกลับสัมผัสถึงความอ่อนโยนอันเบาบางได้ในเวลาคู่นั้น อีกทั้งยังรอยยิ้มมุมปากที่ดูน่าหลงใหล หากสาวตรงหน้าไม่ใช่คางามิเธออาจจะตกหลุมหรักคนตรงหน้าก็ได้


เธอรู้สึกได้ถึงบรรยากาศสีหวานๆที่อบอวนอยู่รอบๆตัวอย่างสงสัย ยิ่งเจ้าคนตรงหน้าทำตาหยาดเยิ้มกับรอยยิ้มแปลกๆด้วยแล้วเธอชักจะเริ่มไม่แน่ใจ


“เจ็บตารึไงทำหน้าแบบนั้น?”เมื่อเธอไม่สามารถหาคำตอบได้ แม่สาวผู้ไม่เข้าใจบรรยากาศถึงได้กล้าเอ่ยคำถามที่ทำให้รอยยิ้มของอาโอมิเนะแข็งค้าง ใบหน้าของอาโอมิเนะดำทะมึนขึ้นมาทันใดก่อนที่เขาจะปล่อยฝ่ามือที่ประคองแผ่นหลังของเธอและทิ้งให้ร่างบางหงายหลังไปทั้งๆอย่างนั้น


ตึง!


ถึงจะเกิดเสียงดังแต่มันก็ไม่ได้ทำให้คางามิเจ็บอะไรมากนัก กลับกันเธอนึกงุนงงและติดหงุดหงิดที่จู่ๆเธอก็ถูกปล่อยให้หงายหลัง


“นายทำบ้าอะไรของนาย?”เธอเอ่ยถามเสียงขุ่นก่อนจะใช้ลำแขนแข็งแกร่งของตัวเองยันฟูกนอนและประคองร่างกายของตัวเองให้ลุกขึ้นยืนในที่สุด


“พูดให้มันดีๆหน่อยสิ! ตอนนี้ฉันเป็นเจ้านายเธอแล้วยนะ”ร่างบางชะงักเมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายทำให้เธอได้มีโอกาสทบทวนความทรงจำก่อนจะสลบไปอีกครั้ง


นั่นสินะ เธอแพ้ให้กับอาโอมิเนะนิน่า แถมยังเกือบทำให้อีกฝ่ายต้องบาดเจ็บเพราะผู้แพ้อย่างเธอแล้วด้วย เมื่อคิดถึงตอนนี้คางามิก็จำได้ว่าตัวเองบาดเจ็บสาหัส แต่ว่าเธอกลับไม่รู้สึกถึงบาดแผลเหล่านั้นได้


คางามิก้มลงสำรวจตัวเองในชุดนอนปาจามาสีเข้มอย่างสงสัย หญิงสาวจากบ้านนอกไร้ความยางอายกว่าที่ใครๆคิด คางามิลืมตัวไปว่าไม่ได้อยู่บ้านตัวเอง เธอเผลอถกชายชุดนอนขึ้นสูงเพื่อจะสำรวจหน้าท้องของตัวเองที่เธอบาดเจ็บภายในอย่างรุนแรง โชว์เรียวขายาวกระชับน่าฟัด หน้าท้องแบนราบมีกล้ามเนื้อพองามและกางเกงในสีเข้มตัวน้อยอย่างไม่แคร์สายตาของอาโอมิเนะที่บัดนี้กำลังหน้าแดกเถือก


กว่าบุรุษจะรู้ตัวเขาเห็นของดีไปเต็มๆสองตาแล้ว ร่างสูงรีบหันหลังควับทั้งใบหน้าแดงปลั่ง


“ยัยบ้า! จะทำอะไรก็หัดดูหน้าเจ้าของห้องไว้มั้งเซ่!”เขาล่ะอยากเทศนายัยตัวดีจริงๆ...ถึงไอ้ขาวๆเมื่อกี้มันจะจี้ดใจเขามากก็ตามทีเถอะ


“นายก็อย่ามองสิ หน้าที่ของผู้ชายคือห้ามมองของสงวนของผู้หญิงที่เขาไม่ได้ตั้งใจจะโชว์นะ”เธอกล่าวอย่างไม่แยแสพลางมองแผ่นหลังเหยียดตรงของบุรุษตรงหน้าที่กำลังสั่นระริกด้วยอารมณ์หลายๆอย่าง เธอปล่อยชายกระโปรงลงหลังจากที่สำรวจร่างกายตัวเองเป็นที่เรียบร้อย


“หน้าที่อะไรของเธอ ผู้หญิงปกติควรทำตัวมียางอายเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ชายไม่ใช่รึยังไง!?”อาโอมิเนะอดที่จะรู้สึกเดือดปุดๆในหัวไม่ได้ ก็ยัยผู้หญิงคนนี้มันจะไร้ยางอายเกินไปแล้ว!


“อ่าๆ งั้นโทษทีน่าคุณหัวหน้าที่ทำให้ผิดหวัง ว่าแต่นายทำยังไงถึงได้รักษาอาการบาดเจ็บภายในของฉันได้กันล่ะ?”คางามิดูจะไม่สนอาโอมิเนะเลยสักนิด เธอเอ่ยถามพลางสำรวจห้องที่ตัวเองพึ่งตื่นนอนอย่างสงสัย


ห้องนอนดูหรูหราและก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายของบุรุษ ข้าวของระเกะระกะทั้งเอกสารเสื้อผ้า ในห้องใช้โทนสีหลักๆเป็นสีเทาตัดกับพวกเครื่องประดับที่เป็นสีทองอย่างชัดเจน และที่เด่นสุดในห้องก็คงพวกดาบคาตานะต่างๆที่ถูกวางโชตามข้างฝาผนัง หรือนี้จะเป็นห้องนอนของอาโอมิเนะกันนะ?


“เธอคงจำไม่ได้แต่เธอตื่นมาแล้วรอบนึง ฉันก็เลยให้เธอกินยาเขาไป ยาที่ใช้ในวังนะมีประสิทธิภาพดีอยู่แล้ว ดื่มแล้วตื่นนอนอาการบาดเจ็บก็ไม่เหลือแล้ว แต่เธอน่ะ ยังคงจำได้ใช่ไหมที่เธอให้สัญญากับฉันเอาไว้”น้ำเสียงของบุรุษดูจะจริงจังและเคร่งขรึมขึ้นมาทันที ก่อนที่เขาจะค่อนหันไปมองเธออีกครั้งทั้งใบหน้าแดงก่ำและก็พยายามเก็กเข้มทว่าเขาก็แทบจะช็อกเมื่อเจอกับภาพหลุดอีกครั้ง


 ยัยตัวดีกำลังปีนโต๊ะเตี้ยเพื่อจะคว้าเอาดาบคาตานะที่โชว์อยู่บนฝนังมาดู หน้าตาเธอดูมุ่งมั่นและจริงจังมากผิดกับเจ้าของดาบที่ต้องรีบวิ่งชาร์ตช้อนร่างยัยตัวดีขึ้นมาอย่ารวดเร็ว


“ทำอะไรของเธอน่ะ!?”


“ขอดูนิดเดียวเอง ทำเป็นขี้งกไปได้”อาโอมิเนะจ้องเขม็งใส่คางามิอย่างเหลืออดก่อนที่เขาจะจัดการเอาหน้าผากของตัวเองเขกหัวยัยตัวดีเข้าให้เพราะมือสองข้างยังอุ้มร่างบางเอาไว้


เพราะเธอตัวสูงมากก็เลยดูเหมือนตัวใหญ่และหนัก ทว่าอันที่จริงคางามิตัวเบากว่าที่เห็น คางามิถูหน้าผากปอยๆพลางจ้องเขม็งใส่ร่างสูงตรงหน้า


“จะเขกหัวฉันทำไมอ่ะ”


“นี่เธอไม่รู้จักมารยาทเลยรึไง!”ร่างสูงรู้สึกอยากจะจับหน้าผากเกลี้ยงๆของเธอเขกแรงๆกับกำแพงซะหลายๆรอบ ซื้อบื้อ บ้านนอกและไร้มารยาท อาโอมิเนะถามใจตัวเองพลางนึกถึงเหตุการณ์ที่ชวนให้หัวใจเต้นแรงอีกรอบ


ยอมรับว่าใจเขาเต้นแรงมากตอนที่เธอพูดเรื่องมอบชีวิตที่เหลือให้ แต่ตอนนี้....เขาอยากจะจับเธอเข้าคอร์สอบรมสุภาพสตรีเหลือเกิน ไม่ต้องมารยาทจ้าก็ได้ขอแค่มียางออายก็เกินพอแล้ว


                “ไม่เห็นไปไรเลย นายก็ไม่ได้โกรธอะไรสักหน่อยนิน่า”เธอเอ่ยพลางพยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมแขนแกร่งของเขา อาโอมิเนะเริ่มหมั่นไส้ยัยตัวดีอีกครั้ง จึงเริ่มจ้องเขม้งใส่เนตรคู่งามสีเลือดของเธอ


                “ทำตัวดีๆสิ! เพราะจากนี้ไปเธอคือทหารใต้บังคับบัญชาการของฉัน เข้าใจไหม?”ร่างบางหยุดชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะต้องจำใจพยักหน้า เธอแพ้แต่ต้องทำตามสัญญา ถึงจะไม่ตายแต่ว่าเธอก้ต้องอยู่ใต้การดูแลของอาโอมิเนะ


                “เข้าใจแล้ว”เธอขานเสียงเรียบด้วยสีหน้าบึงตึงเล็กๆ ทำเอาเจ้าคนหน้าโหดถึงกับงุนงงจนเผลอใจแอ๋วเล็กๆขึ้นมา...ทำไมอยู่เธอถึงโกรธซะล่ะ?


                อาโอมิเนะไม่เข้าใจความคิดของหญิงสาวนัก แต่ว่าหากให้พูดว่าเข้าใจในความพ่ายแพ้ล่ะก็อาโอมิเนะอาจจะเข้าใจก็ได้ เธอที่ไม่เคยพ่ายแพ้กลับต้องมาปราชัยให้กับอาโอมิเนะ ถึงเขาจะไม่พูดแต่เธอก็ทราบดีกว่าอาโอมิเนะยังมีไพ่ตายซ่อนเอาไว้อยู่มากและเธอก็แพ้ให้กับเขาที่ยังไม่ได้งัดไพ่ตายมาใช้เลยสักครั้ง


                เขาแข็งแกร่งมาก มากเสียจนเธอในตอนนี้ไม่สามารถเอาชนะได้ เธอต้องฝึกฝนให้มากกว่านี้


                ในตอนนั้นเองที่คางามิฉุดคิดอะไรบางอย่างได้


                ....ข้อดีของการเป็นทหารของอาโอมิเนะคือ เธอจะมีเวลามากพอที่จะหาจุดอ่อนของเขา!


                เธอต้องหาจุดอ่อนและชนะเขาให้ได้!


============100%===========



มาแล้ว!!! กว่าจะมาแต่ละครั้งนานมากTT^TT

ในบทนี้ไรท์อิงจะบทพูดในภาคของน้องครกเพื่อให้อารมณ์ต่อเนื่องนะคะ แต่ว่าก็จะแก้ไขคำบรรยายเป็นอารมณ์ของคางามินะคะ

ตอนนี้สำหรับรูปเล่มพึ่งจะเช็คคำผิดได้แค่50 เปอร์เซ็นนะคะ ต้องขอโทษด้วย ไรท์เองก็อยากทำให้มันเสร็จภายในเดือนนี้นะคะ

ขอขอบคุณทุกคนที่ติดตามค่ะ                

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

874 ความคิดเห็น

  1. #716 ✿ Red_Tsubaki ✿ (@Red_Tsubaki) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2559 / 23:34
    ไรต์จ๋ามาอัพต่อไวๆ นะคะ^^
    #716
    0
  2. #713 Gemel (@Gemel) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 22:02
    สมเป็นคางามิจริงๆ????
    #713
    0
  3. #712 ส้ม-อริสรา (@som-arisara) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 21:05
    คางามิ ทำให้เป็นกุลสตรีหน่อยสิลูกกกกกกก 5555
    #712
    0