[ Fic KNB ]Megic of red color ปรัมปราราชันสีเพลิง (แจ้งยกเลิกรวมเล่ม)

ตอนที่ 7 : บทที่ 7 มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1642
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    18 ก.ค. 59

 

7

มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย

 

ย้อนเวลากลับก่อนช่วงที่คุโรโกะจะเจอกับนายทหารใหม่ หลังจากที่นำเอาถั่วแดงอุ่นๆและกำยานหอมไปให้มิโดริมะ เจ้าของเนตรสีสวยจึงตั้งใจจะมาช่วยจัดการเอกสารให้มิโดริมะในขณะที่เขากำลังพักผ่อน


    ในห้องทำงานของพ่อมดเขียวที่ตอนนี้มีแต่เอกสารรายงานเรื่องเกี่ยวกับตัวผู้หญิงที่เหมือนกับเขา คุโรโกะถอนหายใจอย่างปลงตก จะสงสารก็สงสารแต่จะให้เขาไปบอกความจริงกับมิโดริมะล่ะก็เขาเองนี่แหละที่อาจจะตายเพราะน้ำมือของราชาก็เป็นได้


ร่างบางรื้อทำความสะอาดโต๊ะของมิโดริมะอยู่พักใหญ่ก่อนเขาจะเห็นซองจดหมายที่ถูกแกะและคลี่อ่านแล้ววางอยู่บนพื้น ร่างบางก้มเก็บมันขึ้นมาอ่านอย่างถือวิสาสะ เป็นจดหมายที่แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับเอกสารต่างๆที่มิโดริมะต้องนำไปส่งให้กับอาโอมิเนะ


ร่างบางเห็นว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเขาจึงตั้งใจจะอาสาเอาเอกสารพวกนั้นไปส่งให้ มือบางหยิบปากกาขนนกขึ้นมาเขียนทิ้งโน๊ตไว้ก่อนจะยกเอกสารที่เขาเช็คความเรียบร้อยแล้วเพื่อนำไปส่งให้กับผู้สร้างปาฏิหารย์อีกคน


    เอกสารกองโตอยู่ในมือของเด็กหนุ่มร่างบางที่ปกติก็แทบจะไม่ค่อยมีแรงอยู่แล้ว พอต้องออกแรงคุโรโกะออกเดินไปข้างหน้าอย่างทุลักทุเล แค่จะเดินออกมาจากคฤหาสน์พ่อมดเขียวก็ทำให้เขาเหนื่อยมากแล้ว


ช่วงหลังมานี้เขาค่อนข้างอ่อนแรงผิดปกติ เหมือนจะป่วยมาหลายวันแล้ว ร่างบางสะบัดหัวน้อยๆเพื่อไร้ความมึนเบลอออกไปแต่ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น


    เพราะความมึนเบลอและเป็นจังหวะที่เขาสะบัดหัวพอดีทำให้ร่างบางเดินชนเข้าอย่างจังกับนายทหารเบื้องหน้า

ตึง!

    ร่างบางล้มตึงก้นจำเบ้าในทันที่พร้อมทั้งเอกสารที่ปลิวว่อน


    “เฮ้ยนายมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร!!? อ๊ะเอกสารๆ!”เพราะร่างเล็กตรงหน้าจืดจางเกินไปทำให้ทหารใหม่ในชุดรัดกุมมองไม่เห็นอีกฝ่ายแม้จะเดินอยู่กลางทางเดินโล่งๆก็ตาม ร่างบางเพียวโปร่งรีบกระโดดคว้าเอกสารที่ลอยขึ้นกลางอากาศอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาช่วยคว้าเอกสารที่กระจายเรี่ยราดพื้นให้กับร่างบาง


    “โทษทีๆ ฉันไม่เห็นนายจริงๆ นายเจ็บตรงไหนไหม?”ร่างโปร่งเพียวในชุดทหารคนสนิทของอาโอมิเนะเอ่ยขอโทษขอโพยอยู่ยกใหญ่พลางช่วยร่างบางให้พะยุงลุกขึ้นยืนด้วยความรู้สึกผิด


    “อ่า ไม่เป็นไรครับ หือ? ชุดนี้มัน...เพราะอยู่กับอาโอมิเนะมานานจึงรู้ว่าชุดแบบนี้คือชุดที่เจ้าตัวจะมอบให้กับทหารที่ตัวเองไว้ใจเท่านั้น ซึ่งทหารคนสนิทของอาโอมิเนะมีนับคนได้เช่น มุราซากิบาระเป็นต้นและเขาก็รู้จักหมดทุกคนยกเว้นคนคนนี้...แต่เดี๋ยวนะ คนตรงหน้ามีอะไรบางอย่างที่แปลกไป


    “อ๋อ อาโอมิ-


    “คุณเป็นผู้หญิงหรอครับ?”ราวกับถูกฟ้าผ่ากับคำถามที่ไม่คิดว่าจะถูกถามตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นหน้า ร่างเพียวโปร่งบางเกิดอาการเหงื่อไหลพรากเป็นน้ำตกในทันที


คนที่ถูกล่วงรู้ความจริงก้มลงมองสภาพตัวเองอย่างรวดเร็ว เธอก็ใส่เสื้อตัวใหญ่แถมยังรัดหน้าอกมิดชิดแล้วด้วย หน้าตารึก็ใส่หมวกเหล็กกับผ้าพันคอแล้วทำไมเด็กหนุ่มหน้าสวยตรงหน้าเธอถึงรู้ได้ละ!? หรือเสียงเธอจะแหลมไปนะ ไม่นิ ก็กลางๆปกติ?


    “ทะ ทำไมนายถึงรู้ได้ละ!?”คางามิถามเสียงตะกุกตะกักไม่คิดเลยว่าความลับของตัวเองจะถูกล่วงรู้ได้ง่ายดายขนาดนี้ทั้งๆที่อาโอมิเนะก็กำชับเธอไว้แล้วแท้ๆว่าห้ามให้คนอื่นรู้ว่าตัวเธอเป็นผู้หญิง!


    “....ผมแค่เดานะครับ แต่สรุปว่าคุณเป็นผู้หญิงจริงๆใช่ไหมครับ?”คางามิเหมือนจะติดกับไปโดยไม่รู้ตัวเพราะการคาดเดาของคุโรโกะ ถ้าเธอไม่รับมันไปซะก่อนเธออาจจะแถสีข้างถลอกตบตาคุโรโกะไปได้


คางามิรู้สึกร้อนรนจนทำอะไรไม่ถูก ร่างเพียวหันซ้ายหันขวาอย่างไม่ไว้วางใจก่อนจะรีบลากอีกฝ่ายเพื่อไปคุยกันที่อื่น


    “เดี๋ยวจะพาผมไปไหนครับ?”คางามิเดินมาหามุมหลบที่ปลอดผู้คน เมื่อมองรอบด้านแล้วเห็นว่าไม่เหลือใครแล้วจริงๆ สาวร่างเพียวในคราบของทหารหนุ่มรีบยกมือขึ้นไหว้เพื่อขอร้องอีกฝ่าย


    “คือได้โปรดอย่าไปบอกกับใครเลยนะว่าฉันเป็นผู้หญิงฉันขอร้องละ!”อยู่ๆก็ถูกขอร้องอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยจนทำให้เจ้าเด็กหนุ่มร่างบางงุนงงไม่เข้าใจเหตุผลของอีกฝ่าย


    “แล้วทำไมคุณต้องปิดบังด้วยล่ะครับ?”


    “คืออาโอมิเนะสั่งฉันมาว่าห้ามบอกให้ใครรู้ว่าฉันเป็นผู้หญิงนะ เพราะถ้าราชารู้เขาไม่พอใจแล้วก็จะลงโทษฉันกับอาโอมิเนะนะคางามิอธิบายอย่างสุดความสามารถ เนตรสีเลือดที่โผล่มาพ้นผ้ามันคือมันดูใสซื่อและมีแต่ความจริงใจ ทำให้คุโรโกะไม่ได้รู้สึกสงสัยอะไรในตัวคนตรงหน้านัก


    “อาโอมิเนะคุงเนี่ยนะครับที่จะกลัวอาคาชิคุงไม่พอใจ?”นั้นสิ มีอย่างที่ไหนที่อาโอมิเนะจะกลัว อาโอมิเนะนับถืออาคาชิในฐานะราชา ความยำเกรงและความเกรงกลัวนั้นย่อมมีอยู่แล้ว แต่การหวาดกลัวต่อบทลงโทษนั้นไม่ใช่ตัวอาโอมิเนะเลยแม้แต่น้อย...แสดงว่าคนที่อาโอมิเนะจะกลัวถูกลงโทษคือคนตรงหน้าไม่ใช่ตัวเองอย่างงั้นหรอ?


    “คุณรู้จักอาโอมิเนะมานานแล้วหรอครับ? ผมโตมาพร้อมเขาไม่เคยเจอคุณมาก่อนเลย


    “เปล่าหรอก ฉันเพิ่งเจอเขานี่แหละ เรื่องมันมีอยู่ว่า...แล้วคางามิก็เริ่มเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานให้กับคุโรโกะฟังรวมไปถึงคำพูดที่เธอพูดในตอนท้ายก่อนที่เธอจะหมดสติไปอีกด้วย คุโรโกะฟังไปพลางก็ทำตาโตตื่นเต้นไปพลางกับการต่อสู้ของทั้งสองคนก่อนเขาจะอุทานออกมาอย่างตกใจ


    “หา!? คุณขออาโอมิเนะคุงแต่งงานหรอครับ!?”ร่างบางโพล่งออกมาด้วยความตกใจ คางามิได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับหน้าเหว่อส่ายหน้าปฏิเสธรัวๆพร้อมกับดวงหน้าแดงปลั่งทันที


    “ไม่ใช่สักหน่อย! ฉันบอกแค่ว่าฝากชีวิตที่เหลือไว้ก็เท่านั้นเองเธอเถียงหน้าแดง ไม่เข้าใจว่าทำไมร่างเล็กของคนแปลกหน้าตรงหน้าถึงมาพูดว่าเธอขออีตานั้นแต่งงานกันล่ะ?


    “แต่งฟังยังไงมันก็คือคำขอแต่งงานไม่ใช่หรอครับ? คนที่ผู้หญิงจะฝากชีวิตที่เหลือไว้ทั้งชีวิตก็มีแต่เจ้าบ่าวของเธอนิครับ?”ร่างบางถามอย่างไร้เดียงสา คางามิถึงได้รู้ตัวว่าเธอได้พูดอะไรหน้าอายออกไป


    “เฮ้ยบ้าน่ะ! ฉันไม่ได้จะหมายความว่าแบบนั้นสักหน่อย ละแล้วนายคิดว่าอาโอมิเนะจะคิดแบบนั้นด้วยรึเปล่า?”เจ้าของเนตรสีเลือดไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะเผลอพูดอะไรสองแง่สามงามแบบนี้ออกมา หัวเธอร้อนฉ่าและชาจนแทบจะขาวโพลน


    “อืมมม...ผมคิดว่าไม่นะครับ อาโอมิเนะเขาค่อนข้างหัวช้าในเรื่องแบบนี้ ผมว่าเขาคงไม่คิดอะไรหรอกครับเพราะคุโรโกะจำคำพูดของอาโอมิเนะได้ ว่ารักแรกพบนั้นไม่มีอยู่จริง เพราะงั้นเจ้าตัวคงจะไม่คิดอะไรแน่ๆก็ไม่เมื่อเจ้าตัวไม่เชื่อในความรักนิน่า ร่างบางยิ้มให้สตรีร่างสูงโปร่งตรงหน้าอย่างอ่อนโยนเพื่อปลอบประโลม


    “ถ้าเป็นงั้นก็คงดี ขอบใจนายมากเลยนะ ถ้านายไม่บอกฉันคงไม่รู้ตัวนะเนี่ยว่าเผลอพูดอะไรหน้าอายแบบนั้นออกมาร่างโปร่งเอ่ยพลางพ่นลมหายใจอย่างโล่งอก ท่าทีดูน่ารักและน่าขันไปในตัว มันทำคุโรโกะรู้สึกโล่งใจตามอีกฝ่าย รู้สึกเหมือนกับว่าเขาและคนตรงหน้าจะสามารถเป็นเพื่อนกันได้ ทั้งที่เพิ่งจะได้พบหน้ากันแท้ๆ


    “ว่าแต่เราคุยกันตั้งนาน ยังไม่รู้จักชื่อกันเลย ฉันคางามิ ไทกะ นายล่ะ


    “ผมคุโรโกะ เท็ตสึยะครับทั้งสองต่างแนะนำตัวกันด้วยรอยยิ้ม อะไรบางอย่างดึงดูดในทั้งสองคนเข้าหากัน คนหนึ่งเจิดจ้าราวกับดวงอาทิตย์แต่อีกคนนั้นกลับเป็นดังเงา เพราะแบบนั้นรึเปล่าทำให้ทั้งคู่รู้สึกว่าคนตรงหน้าต่างคือสหายที่ไว้ใจได้


    “ทำอะไรกันนะ!”แต่แล้วทุกอย่างก็ต้องยุติลง ร่างบางและคางามิสะดุ้งโหยงกับน้ำเสียงทรงอำนาจของอีกฝ่าย คุโรโกะหันไปมองต้นเสียงอย่างรวดเร็ว


    “อาคา-...ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะร่างบางรีบก้มหัวให้อีกฝ่ายเมื่อมีนายทหารอยู่ใกล้ๆ คางามิที่เพิ่งจะเป็นทหารใหม่เมื่อไม่นานมานี้ก็ยืนเหวออย่างงุนงงก่อนจะถูกมือของคุโรโกะกดให้ก้มหัวลง เจ้าตัวถึงจะรู้ว่าคนตรงหน้านั้นคือองค์ราชาที่อาโอมิเนะพูดถึง


    “พวกนายสองคนมาทำอะไรลับๆล่อๆที่นี่?”เจ้าของเนตรสองสีเอ่ยถามทั้งสองด้วยแววตาตึงเครียด คุโรโกะเป็นคนแรกที่เงยหน้าขึ้นสู้หน้าอีกฝ่าย ร่างบางแปลกใจเมื่อคนตรงหน้าดูมีสีหน้าเคร่งเครียดผิดจากทุกครั้งก่อนที่ร่างบางจะถูกมือหนาของราชาดึงเข้ามาหาตัวเพื่อให้ออกห่างจากนายทหารคนใหม่ของอาโอมิเนะ


    “นายเป็นใคร?”น้ำเสียงนั้นทรงอำนาจทำให้คางามิรู้สึกหนาวสันหลัง ความตึงเครียดแผ่ซ่านจนเย็นวาบไปทั้งร่าง ร่างโปร่งเพียวในคราบบุรุษกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกดดัน...นี่หรือนะหรอองค์ราชา แรงกดดัดยิ่งกว่าอาโอมิเนะอีก!


    “ผะ..ผม อะคือ กระหม่อม...เพราะไม่เคยถูกจับสั่งสอนมารยาทและไม่เคยถูกคนที่มีอำนาจใช้วาจากดดันทำให้นักดาบสาวไม่สามารถขยับตัวได้ นอกจากแรงกดดันแล้วมันยังมีจิตสังหารที่แผ่ออกมาด้วย ราวกับจะบีบคั้นเธอให้ตายเลยก็ว่าได้


    “อาคาชิคุง เขาไม่ใช่คนน่าสงสัยหรอกครับ เขาเป็นแค่ทหารคนใหม่ที่อาโอมิเนะแต่งตั้งขึ้นมาเท่านั้นเพราะเกรงว่าความลับของคางามิจะถูกเปิดเผยและกลัวว่าอีกฝ่ายจะถูกลงโทษหรือถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นไส้ศึก คุโรโกะพูดเสียงเบาเอ่ยกับผู้เป็นราชาด้วยความร้อนรนอยากจะแก้ต่างให้อีกฝ่าย


    “ฉันไม่ไว้ใจมัน!”อาคาชิเกิดบันดาลโทสะอย่างไม่รู้ตัว จ้องเขม้งไปยังร่างโปร่งที่ก้มหัวหลบหน้าหลบตาเขาอยู่


    “เงยหน้าขึ้นเจ้าของสายเลือดมังกรสั่งเชิดหน้าขึ้นก่อนจะกดสายตามองอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้วางใจ แค่เขาได้สบตากับคนตรงหน้า ด้วยพลังของมังกรเขาจะสามารถอ่านเจตนาของอีกฝ่ายได้ จะเป็นกบฏหรือไม่ก็ต้องวัดกันตรงนั่นแหละ


    “อยู่นี่นิเอง คางามิ!”หากแต่เสียงทุ้มของบุรุษผู้เป็นนักดาบอันดับหนึ่งของเทย์โควก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันน่ายำเกรงนั้น ร่างสูงวิ่งมาด้วยสีหน้าตื่นตะหนักเล็กๆ เจ้าของเกศาสีน้ำเงินเข้มรีบวิ่งตรงไปหาคางามิที่ยืนนิ่งไม่ไหวติ่ง


    “ไม่เป็นไรนะ?”เขาเอ่ยถามเสียงเบากับทหารใหม่ที่ถูกราชาหมายตา ร่างสูงผิวสีเข้มหันไปสบมองกับผู้เป็นราชาก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆ


    “ฉันแต่งตั้งเขาขึ้นมาเพราะงั้นไม่ต้องเป็นห่วง เกิดอะไรขึ้นมาฉันจะรับผิดชอบเองเมื่อกล่าวเช่นนั้น อาคาชิพิจารณาชั่งน้ำหนักคำพูดของสหายคนสนิทและทหารใหม่ตรงหน้า สุดท้ายอาคาชิก็ยอมลดแรงกดดันลงก่อนจะคว้าข้อมือของคุโรโกะและออกแรงดึงให้อีกฝ่ายเดินตาม


    “ดะ เดี๋ยวครับแต่ผมต้องเอาเอกสารไปส่งให้อาโอมิเนะคุงเพราะในมือยังมีภารกิจกองโตอยู่ คุโรโกะไม่สามารถทิ้งงานที่ตนเองอุตส่าห์เขียนโน๊ตอาสาเอามาส่งแทนพ่อมดเขียวได้


อาคาชิมองกองเอกสารในมือของร่างบางก่อนที่เขาจะยอมปล่อยข้อมือบาง ร่างสูงยืนมองคุโรโกะที่ต้องวิ่งเอาเอกสารส่งให้อาโอมิเนะโดยมีทหารใหม่ที่แต่งตัวปกปิดใบหน้าอาสาแบกมันให้ก่อนที่ร่างบางจะรีบวิ่งกลับมาหาเขาอีกครั้ง


    ร่างบางใกล้ตัวถอนหายใจโล่งอกเมื่อทุกอย่างได้จบลงโดยที่ไม่มีความบาดหมากใดๆ เจ้าของเนตรสองสีมองร่างบางด้วยสีหน้าเรียบจนร่างบางรู้สึกได้ถึงสายตาที่จับจ้อง


    “อะไรครับ?”


    “ไม่เข็ดเลยนะ เท็ตสึยะร่างสูงเปรยเสียงขุ่น อาคาชิมองร่างบางอย่างคาดโทษแต่ก็หาได้ทำให้ร่างบางสะดุ้งสะเทือนไม่ คุโรโกะรู้ว่าอาคาชิไม่ได้โกรธอะไรเขาจริงๆ ทว่าสายตาเมื่อครู่ที่ร่างสูงจับจ้องไปยังคางามิก็เป็นสายตาข่มขู่ที่พร้อมจะลงโทษหรือสังหารอีกฝ่ายได้ทุกเมื่อ


    “ผมไม่ได้เชื่อคนง่ายขนาดนั้นนะครับ


    “หึปากเก่งราชาส่งเสียงในลำคอมองร่างบางที่แม้จะตีหน้าเรียบแต่ก็หดคอลงอย่างไม่ชอบใจที่อีกฝ่ายทำเสียงดูแคลงเขา


    ส่วนสาเหตุของท่าที่แบบนั้นคงมาจากเรื่องเมื่อหลายปีก่อนที่เคยเกิดเหตุลอบสังหารอาคาชิ


คงน่าจะช่วงที่คุโรโกะอายุเพียง13เท่านั้น เขาที่ยังเด็กนักไม่รู้จักใครดี เห็นใครเป็นมิตรเข้าหน่อยก็ยิ้มร่าต้อนรับ หารู้ไม่ว่าถูกคนร้ายหลอกใช้จนทำให้เขากลายเป็นคนที่เทยาพิษใส่เครื่องดื่มของร่างสูง


เป็นครั้งแรกที่เขาในตอนนั้นได้เห็นอาคาชิกระอักเลือด ทุกอย่างวุ่นวายไปหมดและเขาเองก็ถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นคนวางยา ถูกพวกทหารซ้ายขวาหิ้วปีกหมายจะลากตัวเขาไปคุมขังสอบสวน


ตอนนั้นเขาร้องไห้ฟูมฟายจะเข้าไปหาร่างสูงให้ได้จึงดิ้นสุดฤทธิ์แต่ก็ถูกมืออวบย่นของขุนนางคนหนึ่งตบใบหน้าเข้าให้ฉาดใหญ่


    เขาที่แต่เดิมก็ร้อนรนและเอาแต่งอแงอยู่แล้ว เขายิ่งหวาดกลัวและสั่นสะท้านจนสะอื้นไม่ออก แต่เพียงพริบตาร่างของขุนนางคนนั้นก็ถูกสะบั้นหัวจนขาดต่อหน้าเขา เสียงเกรียวกราดของราชาดังสนั่นไปทั่วท้องพระโรง


    ‘หากมีสุนัขเลวตัวไหนกล้าแตะต้องคนของฉัน มันจะต้องตาย!’เสียงตะโกนก้าวร้าวทำให้ทุกคนต่างขนลุกชัน อาคาชิสำลักเลือดอีกครั้งก่อนที่จะได้รับยาถอนพิษจากมิโดริมะที่เพิ่งมาถึง ไม่นานคดีก็คลี่คลายและตามหาคนร้ายตัวจริงได้


    บทเรียนราคาแพงครั้งนั้นทำให้เขากลายเป็นเด็กที่พูดน้อยกว่าแต่เดิม ทำให้เขาชอบที่จะจ้องสังเกตสีหน้าและอารมณ์ของอีกฝ่ายพยายามอ่านให้หมดจดในคราวเดียวเพื่อที่ต่อไปเขาจะได้ไม่กลายเป็นเครื่องมือในการสังหารผู้มีพระคุณของตัวเอง


    “แต่อาคาชิคุงก็ไม่เห็นต้องโกรธขนาดนั้นเลยนิครับ คางามิคุงยังไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อยร่างบางยังคงเอ่ยปากถึงชื่อเจ้าทหารคนนั้น อาคาชิขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิด...คางามิ เขาจะจำชื่อนี้เอาไว้


    “ฉันไม่ไว้ใจมัน ใครที่กล้าแตะต้องคนของฉัน พวกมันก็เป็นคนน่าสงสัยไปซะทุกคนน้ำเสียงเยียบเย็นดังขึ้นแววตาสองสีเรียบนิ่งของราชาไม่บ่งบอกอารมณ์นักแต่คุโรโกะก็ยังอดขนลุกไม่ได้


อาคาชิเป็นแบบนี้มาตลอดไม่ไว้ใจคนนอกและหวงแหนของของตนเองมากไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ สถานที่หรือกระทั้งคนสนิท


    เพราะไม่ไว้ใจคนนอก อาคาชิจึงมักแสดงท่าทีหึงหวงทุกคนซึ่งกลุ่มคนที่อาคาชิชอบแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของก็คงไม่พ้นกลุ่มผู้สร้างปาฏิหาริย์

เมื่อก่อนอาโอมิเนะแทบไม่เคยได้เดินไปไหนโดยที่อาคาชิไม่อยู่ด้วย มิโดริมะเป็นที่ปรึกษาเพียงหนึ่งเดียวของเขาไม่อนุญาติให้ใครมาพูดคุยสนิทสนมท่าไม่จำเป็น


มุราซากิบาระคุงที่ถูกขนมในรั้ววังหลอกล่อจนเป็นอันไม่ยอมเดินออกห่างจากอาคาชิ และคิเสะคุงที่มักจะถูกใช้งานให้ต้อนรับแขกเป็นหน้าเป็นตาให้กับอณาจักรอยู่เสมอไม่เคยเรียกหาราชทูตคนอื่นเลย ซึ่งแน่นอนว่าทุกการกระทำนั้นไม่ชัดเจนและเจ้าตัวปฏิเสธว่าไม่เคยรั้งใครไว้กับตัวเอง


    ทุกๆอย่างมันเคยเป็นแบบนั้นจนกระทั้งมีเขาเป็นสมาชิกใหม่ของทุกคน อาการหวงแหนปานเด็กน้อยของอาคาชิหายซาไปจากทุกคนและมาลงที่เขาแทน คงเพราะเขาเป็นเด็กจึงทำให้ความรู้สึกของอาคาชินั้นไม่ต่างจากพ่อหวงลูกกระมัง


     “ว่าแต่อาคาชิคุงไปทำอะไรแถวนั้นครับ?”ในที่สุดร่างบางก็เลือกที่จะเปลี่ยนเรื่อง ไม่ขอวกกลับไปเรื่องทหารหน้าใหม่คนนั้นให้ร่างสูงหงุดหงิด อาคาชิหันไปมองคุโรโกะก่อนจะเบนสายตาไปเบื้องหน้า


    “แล้วนายล่ะไปทำอะไรในที่ลับตาคนแบบนั้น?”ร่างสูงถามสวนกลับ คุโรโกะตีหน้านิ่งตามประสาก่อนแต่ก็แอบกังวลอยู่ในใจว่าคนจะตอบคำถามเช่นไรดีเพื่อไม่ให้มีพิรุธ


    “...นายทหารคนนั้นเขาแพ้ให้กับอาโอมิเนะคุงในการท้าประลอง เขาได้สาบานว่าจะจงรักภักดีต่ออาโอมิเนะคุงแต่เขายังอยากจะชนะให้ได้ พอเขารู้ว่าผมรู้จักกับอาโอมิเนะคุงเลยลนลานแล้วก็ลากผมไปตรงนั้นเพื่อจะถามจุดอ่อนของอาโอมิเนะคุง เผื่อว่าหากสามารถท้าประลองอีกฝ่ายได้อีกครั้งเขาจะเอาชนะอาโอมิเนะให้ได้น่ะครับ


อาคาชิขมวดคิ้วกับการให้คำตอบหน้าตายของคุโรโกะ ร่างบางผู้สามารถมองอ่านความคิดของคนอื่นได้และชอบโกหกหน้าตาย เขาแม้จะไม่สามารถจับอารมณ์ของอีกฝ่ายได้แต่ก็พอคาดเดาจากนิสัยที่อยู่ด้วยกันมาได้


    “...แค่นั้นจริงๆน่ะหรอ?”ดูเหมือนอาคาชิจะไม่ค่อยเชื่อสนิทใจนัก ได้ชื่อว่าเป็นคุโรโกะ ถ้าไม่ใช่เรื่องแต่งหญิงก็นับว่าเป็นเจ้าเด็กโกหกหน้าตายที่เขาคนหนึ่งละที่แยกไม่ออกว่าไหนจริงไหนเท็จ


เนตรมังกรสามารถมองเห็นเจตนาของอีกฝ่ายได้ผ่านการจ้องตา คุโรโกะไม่เคยมีเจตนาร้ายกับเขา มีแต่เจตนาที่ภักดีและบริสุทธ์ใจเขาจึงไม่สามารจับผิดร่างบางได้ไม่บ่อยนัก


    เจ้าของเกศาสีนภาพยักหน้าอีกฝ่าย และเพื่อไม่ให้ร่างสูงไม่มีเวลาได้คิด ร่างบางรีบเอ่ยถามเรื่องที่ตนเองสงสัยกับอีกฝ่ายต่อ


    “แล้วตกลงอาคาชิคุงไปทำอะไรตรงนั้นล่ะครับ?”


    “ฉันเห็นนายจากที่หน้าต่างก็เลยจะมาตาม ฉันต้องการผู้ช่วยในการจัดเรียงเอกสารร่างสูงกล่าวโดยไม่มองหน้าคนตัวเล็กพลางสาวเท้าเร็วจนคุโรโกะต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปพร้อมกับร่างสุงจนมาถึงห้องทำงานอันโอ่อ่าของอีกฝ่าย


    “ถ้าเป็นเรื่องเอกสาร ทำไมไม่เรียกคุณโมโมอิมาล่ะครับ?”ร่างบางถามอย่างไม่เข้าใจนัก เขามองกองกระดาษปึกใหญ่ๆที่ตั้งเป็นกองสูงอยู่บนโต๊ะของอาคาชิถึงสองกอง ร่างบางแอบมีเม็ดเหงื่อผุดข้างขมับน้อยๆ....เอกสารกองโตอีกแล้ว


    “ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ในปราสาทหรอก ทุกคนออกไปตามหาสาวงามกันหมดร่างสูงกล่าวแซวร่างบางจนดวงหน้าดาวของคุโรโกะขึ้นสีระเรื่อเล็กๆแต่เพียงอึดใจเขาก็เก็บสีหน้าของตัวเองให้เรียบนิ่งได้ดังเดิมราวกับไม่สะทกสะท้านใดๆ


    “แล้วผมต้องทำอะไรบ้างครับ?”


    “แยกคำร้องกับเอกสารรายงานความคืบหน้าออกจากกันซะ


    “เอ๋ คุณโมโมอิไม่ได้แยกไว้ให้หรอครับ?”


    “แยก แต่คิเสะเพิ่งเข้ามาที่นี่แล้วก็หยิบรายงานพวกนี้ขึ้นมาอ่านเล่นแล้วไม่เรียงกลับให้เรียบร้อย ตอนนี้รายงานเลยปนกันมั่วไปหมดร่างสูงกล่าวอย่างเบื่อหน่าย เจ้าหมาพันธ์โโกลเด้นรีทรีฟเวอร์เจ้าอารมณ์ดี ขี้เล่นและไม่เรียบร้อยนักจึงทำให้เขาปวดหัวอยู่เรื่อยๆ คุโรโกะเมื่อเห็นว่ามันไม่ได้หนักหหนาอะไรเขาจึงพยักหน้ารับหน้าที่


    ร่างบางหาที่นั่งก่อนจะเริ่มเรียงเอกสารตามคำสั่งของร่างสูง ทุกอย่างดำเนินไปตามทางของมัน ร่างบางทำงานจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ตัวเองได้รับมอบหมาย ตลอดช่วงเช้าที่ทำงานทั้งคู่ต่างก็ทำงานของตัวเองไป


    ร่างสูงชำเหลือกมองดูคนตัวเล็กอยู่บ่อยครั้ง ตอนแรกๆเขาก็แค่ยกสายตาขึ้นจากกระดาษเพื่อพักสายตาแต่เบื้องหน้าของเขาก็มีเพียงร่างบางเท่านั้น บ่อยครั้งเข้าก็กลายเป็นชำเหลือกสายตามองร่างบางอย่างไม่รู้ตัวและถี่ขึ้นเรื่อยๆ


    ทั้งที่ตอนนี้ก็เป็นบุรุษท่วาภาพของสตรีนิรนามผู้ทำให้เขาเผลอไผลในค่ำคืนนั้นก็ทับซ่อนลงบนร่างเล็กตรงหน้าอยู่เรื่อยไป สองครั้งสองคราที่เขาไม่อาจห้ามใจตัวเองได้จนเผลอล่วงเกินคนตรงหน้าอย่างไม่ได้ตั้งใจ ความรู้สึกหนึ่งจึงเกิดขัดแย้งขึ้นในอก


    เขาตั้งใจจะทำให้คุโรโกะหลุดพ้นจากคำสาปและกลับกลายเป็นบุรุษเต็มตัว ซึ่งตัวคุโรโกะเองก็คงจะต้องพอใจมากแน่ๆ และทำเพื่อที่จะทำให้นางนิรนามที่เขาสร้างขึ้นหายไปตลอดกาล...ทั้งที่เป็นอย่าง


ทั้งๆที่เขาต้องการเช่นนั้น แต่ตอนนี้เขากลับ...ลังเล 


ตึง!


             จู่ๆร่างสูงก็กระแทกฝ่ามือเข้ากับโต๊ะไม้อย่างแรง ร่างบางถึงกับสะดุ้งโหยงตัวลอยและสมาธิแตกกระเจิงจนต้องเงยหน้าคนมองคนที่อยู่ๆก็ลุกขึ้นทุบโต๊ะอย่างตกใจ

             เกิดอะไร-


              ออกไปก่อน เท็ตสึยะอยู่ๆก็ถูกร่างสูงไล่ออกจากห้องอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ร่างบางขมวดคิ้วไม่เข้าใจ พยายามมองดวงหน้าคมคายที่ก้มลงซ่อนสีหน้าของตัวเองจากสายตาของร่างบาง


              “...ครับคุโรโกะไม่ใช่คนเซ้าซี้อะไร เมื่อถูกสั่งมาเช่นนั้นผู้เป็นเพียงบ่าวจึงขอตัวและออกจากห้องไป จนเหลือเพียงร่างสูงภายในห้อง บรรยากาศอึดอัดอึมครึมที่แผ่ออกมาจากร่างสูง หากใครเข้ามาตอนนี้คงคล้ายจะถูกฆ่าทั้งเป็นแน่


              ฉัน...


ลังเล? ราชาผู้นี้หรือลังเล?


    ร่างสูงขบกรามแน่นก่อนจะสูดหายใจเจ้าปอดลึกๆ การเวลาคงทำให้ความเด็ดขาดเหี้ยมเกรียมของตนหายไปมาก ศักดิ์ศรีของเขาสูงค่าและจะต้องไม่มีคำว่าลังเล การลังเลเป็นเรื่องของคนอ่อนแอและไม่สามารถปกป้องใครได้


เขาคือราชา จะต้องไม่มีความอ่อนแอใดๆหลงเหลืออยู่ในตัวของเขา ร่างสูงยกมือขึ้นลูบใบหน้าของตนเองคล้ายจะลูบให้ความลังเลนั้นติดหลุดมือไปด้วย


เขาตัดสินใจแล้ว....ทุกอย่างจะต้องเป็นตามแผนการณ์


เขาต้องคล้ายคำสาปให้คุโรโกะและลบทิ้งสตรีนิรนามนั้นให้หายไปตลอดกาลและหากการที่ได้พบกับเจ้าเด็กน้อยจะทำให้เขาลังเล

หากการมีเจ้าเด็กน้อยอยู่ข้างกายจะทำให้เขาอ่อนแอ....


หากเป็นเช่นนั้น...


จนกว่าคำสาปนั้นจะคลายตัว เขาจะไม่ขอพบหน้าคุโรโกะอีก!


             “...เจ้าเด็กน้อย


.....เราคงจะไม่ได้พบหน้ากันอีกสักพักล่ะนะ....

 

............................

 

    “เดินซนไปทั่วเห็นไหมเกือบถูกฝ่าบาทจับได้แล้วเชียว!”ภายในห้องกว้างอย่างเรียบง่ายในป้อมปราการเสือดำ ร่างสูงยืนแผดเสียงบ่นน่ารำคาญให้สาวเจ้าร่างโปร่งในคราบบุรุษที่กำลังหน้าคุกเข่าสำนึกผิด


แต่ตัวคางามิเองกลับทำหน้าเบ้อยู่ตลอดเวลาอย่างนึกรำคาญ เธอช้อนตามองเจ้านายเหนือหัวคนใหม่ของตัวเองด้วยสีหน้ากวนประสาทดื้อดึง


    “รู้แล้วๆ เลิกบ่นเป็นยัยแก่ได้แล้วน่าอาโอมิเนะร่างบางเอ่ยเสียงหวานแย้งตัดเสียงบ่นงึมงำของอีกฝ่ายพลางลุกขึ้นยืนโดยไม่สนว่าตัวเองกำลังอยู่ในช่วงถูกเทศนาหรือไม่


    “ฉันไม่ใช่ยัยแก่แล้วก็ฉันเป็นหัวหน้าเธอ เธอต้องเรียกฉันว่าท่านอาโอมิเนะถึงจะถูกร่างสูงผิวกายสีเข้มยืนบ่นสาวร่างบางอย่างหมั่นไส้ คางามิไม่คิดจะใส่ใจคำพูดของอาโอมิเนะสักนิด


ร่างสูงหมั่นไส้นึกอยากจะตียัยตัวแสบให้มันรู้แล้วรู้รอด บอกว่าจะยกชีวิตให้ทั้งชีวิต เป็นลูกน้องผู้ภักดีแต่กลับทำยังกับว่าเขาเป็นเพื่อนเล่นเขาล่ะไม่เข้าใจยัยนี้เลยจริงๆ


    “ครับๆร่างบางขานรับด้วยหางเสียงแบบบุรุษ อาโอมิเนะยืนกุมขมับอย่างช่วยไม่ได้ ไอ้อาการหัวใจข้างซ้ายเต้นตุ้มๆต่อมๆไม่เป็นจังหวะของเขาหายไปทันทีที่เธอลืมตาตื่นขึ้นพร้อมปากกวนบาทา เจ็บแต่ก็ยังปากมาก


โชคดีเพราะยาสมานแผลหายากที่เขาเก็บไว้ใช้เองยังเหลืออยู่ เพียงเขาชงมันให้เธอดื่ม หลังจากเธอหลับไปอีกครั้งหลังดื่มยา อาการบาดเจ็บของเธอก็หายเป็นปลิดทิ้งทันทีเมื่อตื่นขึ้น


    เขาตั้งใจจะให้เธอมาอยู่ใกล้ตัวในฐานะคนสนิท ยังไงซะคางามิก็เป็นผู้บุกรุก เขาซึ่งเป็นผู้รับคำท้าจึงต้องรับผิดชอบด้วยการให้อีกฝ่ายอยู่ในสายตาของตนเพื่อที่จะได้ไม่ให้อีกฝ่ายหลุดไปก่อความวุ่นวาย


เขาได้จัดการปิดปากทหารทุกคนที่ได้เห็นเหตุการณ์นั้นไว้แล้ว ใครแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปอาจได้ตายโดยไม่รู้ตัว


    “นี่ๆ เล่าเรื่องของคุโรโกะให้ฟังหน่อยสิแต่อยู่ๆยัยตัวดีก็เดินมากระตุกชายเสื้อเขาพลางพูดถึงชื่ออันแสนคุ้นหนูหนึ่งขึ้น


    “ทำไมอยู่ๆเธอถึงสนใจเท็ตสึ?”ร่างสูงเอ่ยถามอย่างสงสัย น้อยคนนักจะถามหาถึงเพื่อนตัวดีจอมจืดจางของเขา และเพราะจืดจางเกินไปเวลาไปไหนจึงมักจะถูกลืมจนเขาเองบางครั้งยังลืมไปว่ามีคุโรโกะอยู่ใกล้ๆ


    “ฉันว่าเขาน่าสนใจดีหญิงสาวเอ่ยอย่างไม่ปิดบัง ไม่มีแววตาซับซ่อนมีแต่แววตาอยากรู้อยากเห็น ทว่าอาโอมิเนะกลับไม่ได้รู้สึกดีนัก เขาเกิด

คำถามขึ้นในใจ...ทำไมต้องเป็นเรื่องของเจ้านั่น? น่าสนใจตรงไหน? เขาเป็นนักดาบอันดับหนึ่งที่เธอหมายตาจะโค่นแต่ไม่เห็นจะถามอะไรแบบนี้เลย

    “ตรงไหน? เจ้านั่นจืดจางจะตายร่างสูงเอ่ยด้วยน้ำเสียงขึ้นจมูก จนคางามิหันไปมองอาโอมิเนะอย่างสงสัย


    “อะไรของนาย? ที่ฉันถามเพราะเขารู้ว่าฉันเป็นผู้หญิงตั้งแต่ที่เห็นแวบแรกต่างหากริมฝีปากบางเอ่ยด้วยสีหน้างุนงงพลางเกาศรีษะอย่างสงสัย ร่างสูงเองเมื่อได้ยินเหตุผลนั้นก็รู้สึกโล่งขึ้นมาทันทีทันใดก่อนจะกอดอกวางวาดอย่างผู้มีภูมิจนคางามิหรี่ตาหมั่นไส้


    “ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เท็ตสึนะเป็นคนพูดน้อยก็เลยชอบสังเกตสีหน้าของคนอื่น เป็นพวกช่างสังเกตน่ะ ว่าแต่ถ้าเจ้านั่นรู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงแล้วเท็ตสึพูดอะไรกับเธอบ้าง?”เจ้าของกายผิวสีเข้มเอ่ยถามอย่างสงสัยมองเรียวหน้าสวยที่โผล่พ้นผ้าพันคอสีแดงเข้มเพียงแค่ช่วงดวงตา


    “เขาบอกจะเก็บเป็นความลับให้น่ะร่างบางเอ่ยก่อนจะนึกถึงบทสนทนาของตัวเธอและคุโรโกะ พลั้นดวงหน้าขาวก็ขึ้นแดงอย่างห้ามไม่อยู่


...อันที่จริงเธอควรจะเคลียร์เรื่องนี้กับอาโอมิเนะเป็นอันดับแรกถึงจะถูก!


    “เป็นอะไรไป? ไม่สบายหรอ?”เพราะจู่ร่างโปร่งก็เงียบลง คางามิเตี้ยกว่าขุนพลสีน้ำเงินไปเพียงไม่กี่เซนติเมตรเท่านั่นทำให้เขาสังเกตเห็นช่วงแก้มขาวของเธอที่ขึ้นสีหวานได้อย่างชัดเจน


น่ะ น่ารัก!...เดี๋ยวนะ นี้ฉันคิดอะไรของฉัน!!?


    ร่างสูงเหมือนเกิดอาการสับสนในตัวเอง ผิวสีเข้มขึ้นสีระเรื่อตามเธอเมื่อเขากำลังทำตัวไม่ถูกเพราะสับสนในความคิดของตัวเอง


บรรยากาศของทั้งคู่เงียบลงอย่างรวดเร็ว มีเพียงเสียงหายใจที่เล็ดรอดให้โสตประสาตให้ได้ยิน อาโอมิเนะรู้สึกอึดอัดและกระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูก


    ....อะไรกัน ไอ้บรรยากาศแบบนี้น่ะ!?


    “..คือ...ตอนนั้นน่ะ ที่ฉันบอกว่าฝากชีวิตไว้ทั้งชีวิตนายเข้าใจใช่ไหมว่าฉันหมายถึงอะไร มันคงไม่ได้ทำให้นายลำบากใจใช่ไหม?”ร่างบางเอ่ยถามทั้งน้ำเสียงตะกุกตะกักไม่แน่ใจ ดวงหน้าขาวขึ้นสีแดงปลั่นอย่างขะเขินสุดจะทน เธอทำได้แค่เพียงดึงผ้าพ้นคอขึ้นให้ปิดใบหน้าของเธออย่างเป็นธรรมชาติที่สุดเท่าที่จะปิดได้


    เธอถามด้วยความกระด้างอายเพราะรู้ตัวแล้วว่าตัวเองพูดอะไรกำกวมมากเกินไป อาจจะทำให้อีกฝ่ายคิดมากหรือถ้าไม่คิดเธอก็ควรถามไปตรงๆให้แน่ใจว่าอาโอมิเนะจะไม่ลำบากใจ


    แต่สำหรับอาโอมิเนะคำถามนี้กลับคล้ายน้ำตกอันมหึมาที่กำลังสาดทับเขา ร่างกายชาดิก หูอื้ออึงตาลายและใบหน้ากำลังค่อยๆแดงก่ำอย่างขะเขินที่สุดในชีวิต


ร่างสูงก้มหน้าลงยืนตัวตรงอย่างตื่นตัว ตรงหน้าเขากำลังเกิดเหตุการณ์เดิมๆขึ้น


    หญิงสาวที่แม้จะแข็งแกร่งดุจชายชาติทหารแต่กลับมีใบหน้างดงามและมีใจซื่อบริสุทธ์ภักดี


    ‘...ฉันฝากชีวิตที่เหลือไว้กับนายทั้งชีวิตเชียวนะ..’ คำคำนี้ดังก้องในหัวของเขาอีกครั้ง ตอนแรกเขาก็ไม่แน่ใจนักหรอกว่าเธอพูดมาด้วยความหมายแบบใด แต่ตอนนี้มันแน่ชัดแล้ว เธอถามคำถามเดิมกับเขาด้วยใบหน้าแดงปลั่งขะเขินอย่างเช่นที่สตรีทั่วไป


    …นายเข้าใจใช่ไหมว่าฉันหมายถึงอะไร มันคงไม่ได้ทำให้นายลำบากใจใช่ไหม?... คำถามนั้นอาโอมิเนะยกขึ้นมาคิดอีกครั้งทั้งๆใบหน้าของยังคงเขาแดงปลั่ง


นายเข้าใจใช่ไหมว่าฉันหมายถึงอะไร… = นายจะรับฉันเป็นเจ้าสาวใช่ไหม?


    มันคงไม่ได้ทำให้นายลำบากใจใช่ไหม?... = รับฉันเป็นเจ้าสาวแล้วนายคงไม่ลำบากใจใช่ไหม?


    อาโอมิเนะยิ่งใบหน้าแดงก่ำเมื่อคิดวิเคราะห์ถึงคำถามของสาวเจ้าผู้อยู่เบื้องหน้า!


ธะ เธอขอเขาแต่งงาน!!? คางามิขอเขาแต่งงาน!!


    เมื่อแน่ใจในความคิดของตัวเองแล้ว พลั้นดวงใจซีกซ้ายก็เต้นระรั่วราวกับคนบ้า ตื่นตระหนักยิ่งกว่าอยู่กลางสนามรบ


อยู่ๆร่างสูงก็ยิ้มหวานใบหน้าเบิกบานอย่างห้ามไม่อยู่พร้อมกับมีบรรยากาศสีชมพูหวานประดับดอกไม้ลอยละล่องออกมาจากร่างสูง คางามิที่รอคำตอบอย่างใจลุ้นระทึกอยู่ๆก็เกิดลางสังหรณ์ประหลาดขึ้นในใจ รู้สึกใจไม่ดียังไงพิกลๆยิ่งมองใบหน้ายิ้มหวานของอีกฝ่ายเธอยิ่งไว้วางใจไม่ลง!


    “ฉันไม่ลำบากใจอะไรหรอก ตราบเท่าที่เธอยังอยากอยู่ที่นี่ล่ะก็นะร่างสูงเอ่ยทั้งสองรอยยิ้ม มันเป็นรอยยิ้มจริงใจระคนยินดีจนขับให้ใบหน้าที่เคร่งขรึมติดหงุดหงิดมาโดยตลอดนั้นอ่อนโยนลง ร่างบางกระตุกวาบกับรอยยิ้มนั้น...เจ้าตัวจะรู้ไหมว่าเขามีรอยยิ้มกระชากใจสาวนะ


    คางามิมองเช่นนั้นก็หัวเราะเบาๆอย่างโล่งอก แสดงว่าอาโอมิเนะคงไม่ได้เข้าใจอะไรผิดไปสินะ ร่างบางจึงส่งยิ้มหวานให้อีกฝ่ายจนทำให้อาโอมิเนะใจเต้นแรงอีกครั้ง


    “ขอบคุณนะ ไดกิ!”เสียงหวานขานชื่อจริงของเขา นั่นยิ่งทำให้ร่างสูงเข้าใจผิดไปยิ่งแล้วใหญ่ อีกทั้งเขากลับพอใจที่เธอเรียกชื่อเขาตรงๆ มือบางยื่นมาจับมือหนาของเขาไว้มั่นก่อนจะเขย่าแรงอย่างคนยินดีก่อนที่เธอจะเดินออกจากห้องไปอย่างร่าเริงโดยไม่ลืมจะสวมหมวกเหล็กกลับเข้าที่


    ทิ้งไว้เพียงนักดาบอันดับหนึ่งที่ตอนนี้ยืนมองมือของตนเองตะลึงค้างไม่หาย ใจยังคงเต้นระรัวไม่เลิก เขารู้ตัวนะว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น รู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลา ทั้งแปลกใจทั้งยินดี เขาเพิ่งเจอเธอได้เพียงสองวัน หากเป็นปกติเขาคงไม่แยแสแล้วแต่พอเป็นหญิงสาวตรงหน้า เขากลับตอบรับคำขอแต่งงานนั้นอย่างไม่เกี่ยงงอนและเขาก็รู้ตัวเองว่าเขายินดีกับมัน....


เพราะเผลอตกหลุมรักหรอ...เพราะความรักทำให้คนเราเป็นได้ขนาดนี้เชียวหรือ


    ร่างสูงทั้งรู้สึกยินดีและสับสนในตนเอง ใจมันพองแทบจะระเบิด


    จมอยู่กับความคิดของตัวเองพลางหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว...อาโอมิเนะเอ่ย ช่างไม่รู้อะไรเลยว่าตัวเองนั้นได้เข้าใจผิดอย่างมหันต์แล้ว!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

874 ความคิดเห็น

  1. #835 โลลิค่อน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 11:45
    สมกับเป็นเจ้าอาโฮ่มิเนะ
    #835
    0
  2. #586 Zethius (@alisia-w-) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 17:14
    2 คนนี่เหมาะกันดี แล้วก็สมเป็นอาโอมิเนะอะนะ =_=!
    #586
    0
  3. #390 LookTann (@simsi) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 10:25
    สมกับเป็นอาโฮ่มิเนะจริงๆ 5555
    #390
    0
  4. #323 มู มิน (@prince-night1) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 17:03
    ขำมากมโนมากไปมั้ย555555555555555555555
    #323
    0
  5. #146 ราตรีสีกุหลาบ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2558 / 16:30
    มโนเก่งเป็นที่1ต้องพี่ดำของเรา(?)
    #146
    0
  6. #145 Apple-Polisher (@Scarlet_Lawliet) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2558 / 05:42
    โอ๊ย เข้าใจผิดไปคนละทิศละทางแล้วลูก น้องเสือนะ ไม่น่าไปถามซ้ำเลย 5555555
    #145
    0
  7. #144 Catherine18 (@lalida18) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 20:03
    อาโฮ่มโนไปไกลลล
    #144
    0
  8. #143 PrincessDark (@neeranutdachopip) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 18:03
    ขำไดกิ ถถถถพี่ดำรู้เรื่องอะไรไหมนั่น สงสารน้องที่ต้องมารองรับอารมณ์นายน้อย
    #143
    0
  9. #142 KAKUSETSU (@yukiko12) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 13:09
    นายน้อยนย จะหายไปไหนคะ ทนได้หรอมไม่มีน้องเนี้ยยย ชอบคู่ฟ้าไฟอะ น่ารัก //-//
    #142
    0
  10. #141 mana_ai (@mana_ai) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 11:05
    น้องครกโดนบากะกับอาโฮ่แย่งซีน
    อาโฮ่มิเนะ นายนี่มันอาโฮ่จริงๆด้วย 555+
    #141
    0
  11. #140 Kuroko Kouri Gilian (@kandakouri) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 10:01
    ไทกะไม่น่าไปถามซ้ำเลยนะ.....ปล่อยไว้ก็ดีแล้วแท้ๆ=_=;;;;ไดกิใจเย็นก่อนคะ
    #140
    0
  12. #139 #Little (@keith1223) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 01:06
    มิเนะมโนไมไกลแล้วววว เสือน้อยมารับผิดชอบด้วยน้าเอออ~ ท่านค่ะ เราว่ามันต้องมีเรื่องมาให้ท่านใกล้ชิดน้องมากกว่าเดิมให้ลังเลแน่ ฟันธง ฉับๆ 555
    #139
    0
  13. #138 KusanatzY (@KusanatzY) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2558 / 17:36
    สนุกฮะ  นายน้อยขี้หวงง
    #138
    0
  14. #137 เมล (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2558 / 16:52
    หึงก้อบอก!!!!
    #137
    0
  15. #136 Sirada Buamak (@siradabuamak) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2558 / 20:09
    ต่อเลยค่ะ
    #136
    0
  16. #135 Cncomics (@angoonoil11) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2558 / 17:02
    มาต่อนะค่ะ
    #135
    0
  17. #134 Kuroko Kouri Gilian (@kandakouri) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2558 / 12:50
    หึงอ่อ หึงสินะคะ หึงก็พูดมาหึหึหึหึ
    #134
    0
  18. #133 Vision Yaoi S (@visionyaoi) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2558 / 14:47
    มาต่อออออนะค่า  นายน้อยค่าหวงก็บอกสิ อิอิ
    #133
    0
  19. #132 c.c. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2558 / 11:22
    ต่อๆ นะๆ *0*
    #132
    0
  20. #131 KAKUSETSU (@yukiko12) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2558 / 10:45
    ขี้หวงจังเลย อาคาชิคุง~~
    #131
    0
  21. #130 pimnaje-77 (@pimnaje-77) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2558 / 08:26
    มาต่ออีกน๊าาาา><
    #130
    0
  22. #129 PrincessDark (@neeranutdachopip) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2558 / 03:49
    ถถถถถ อาคาชิคุงหวงคุโระจังก็บอกไปตรงๆสิแหม~~~มาทำท่าทีเป็นดุนะ///โดนกรรไกร(?)บิน
    #129
    0