Alice games

ตอนที่ 2 : 1 การเข้าปราสาทอลิสนั้นไม่ง่าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 ม.ค. 57

   ยามเมื่อดวงตะวันโผล่พ้นท้องฟ้าอีกครั้ง หญิงสาวทุกคนต่างเร่งรีบเดินทางวันที่สองในการเดินทางมาลงทะเบียนเพื่อแข่งขันอลิสดำเนินไปเรื่อยๆ จำนวนของผู้เข้าแข่งขันก็ลดลง...
   'กริ๊ดดดด..!'เสียงกรีดร้องดังออกมาจากกระจกภาพบานหนึ่งก่อนที่กระจกภาพบานนั้นจะหายไปเป็นการบอกว่า เธอคนนั้นได้หลุดไปจากการแข่งขันอลิสแล้ว
   "เฮ้อ....ไปอีกหนึ่ง"เวนเนอร์ถอนหายใจ หลังจากที่เธอนั่งมองกระจกภาพมาตลอดทั้งคืนทำให้เธอคิดได้ว่าผู้เข้าแข่งขันอลิสรุ่นนี้น้อยและไม่มีคนน่าสนใจสักเท่าไร
   'ฮู่~ที่นี้คงจะเป็นปราสาทอลิสสินะ'เวนเนอร์หูผึ่งทันทีเมื่อได้ยินเสียงของเด็กสาวคนหนึ่งดังขึ้นผ่านกระจกภาพบานหนึ่ง
   ปราสาทอลิสงั้นเหรอ!
   "...!"พอมองไปยังกระจกภาพก็ต้องตกใจยิ่งกว่าเดิมเธอเห็นภาพหญิงสาวคนหนึ่งในผ้าผืนหนาที่มีเกล็ดหิมะประดับบ่งบอกว่าเพิ่งจะผ่านหมู่หิมะมา เธอโยนผ้าประดับหิมะกองลงกับพื้นอย่างไม่สนใจราวกับไม่ได้ต้องการอยู่แล้ว
   'แล้วจะเข้าไปยังไงล่ะเนี่ย?'ร่างผอมเพรียวกับเสื้อผ้าที่ดูเปิดเผยนู่นนิดนี่หน่อยโผล่ออกมาจากผ้าผืนหนาและสิ่งที่อยู่ข้างหน้าเธอคือกำแพงภูผาหินขนาดมหึมา เธอทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะหยิบบางอย่างขึ้นมาไว้ในมือด้วยความเร็ว
   แกรก
   ภายในมือของหญิงสาวร่างเพรียวตอนนี้มีปืนพกสีเงินวาวสองกระบอก
   ปังๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!!!
   เสียงกระสุนถูกปล่อยออกจากรังเพลิงแบบต่อเนื่อง
   เมื่อสิ้นสุดเสียงปืน ภูผาที่เคยเรียบเนียนกลับมีหลุมเป็นวงกลมตั้งแต่พื้นจนถึงสุดโดยภายในหลุมวงกลมนั้นมีลูกกระสุนเป็นจุดศูนย์กลาง
   ร่างเพรียวมองดูผลงานของตนเองแล้วยิ้มพอใจจากนั้นจึงเริ่มปฏิบัติการปีนขึ้นไปด้านบนจากการอาศัยจุดเหล่านั้น แต่มันกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด ร่างเพรียวคว้าหลุมพลาดหลายครั้งเฉียดตกลงไปข้างล่าง บางครั้งก็มีอะไรโฉบผ่านบริเวณใกล้ๆตัวเธอจนเธอรำคาญชักปืนยิงร่วงไปหลายตัวแถมรอยหลุมเก่าๆก็ค่อยนูนขึ้นมาจนหายไปเรียบเหมือนเดิม
 
 
   "เฮ้อ..ถึงซะที"ร่างเพรียวพูดอยาางเหนื่อยล้าเมื่อขึ้นถึงสุดภูผา
   "หนูคือผู้เข้าแข่งขันอลิสใช่หรือไม่?"ร่างของเวนเนอร์ลอยขึ้นมากลางอากาศตรงหน้าร่างเพรียวเล่นเอาเธอแทบหล่นลงไป
   "ไม่ต้องห่วง ร่างกายที่หนูเห็นเป็นเพียงภาพเสมือนของตัวฉันเท่านั้น"ร่างเสมือนของเวนเนอร์กล่าว
   "ค่ะ ฉันคือผู้เข้าแข่งขันอลิสค่ะ"ร่างเพรียวตอบ
   "แล้วบัตรเข้าการแข่งขันอลิสล่ะ?"ร่างเสมือนของเวเนอร์ถามสร้างความงุนงงให้แก่ร่างเพรียวก่อนที่เธอจะนึกขึ้นได้จึงลวงหาบางอย่างให้เป้ใบเล็กและยื่นให้ร่างเสมือน
   "โอเค ฉันยืนยันแล้วว่าเธอเป็นผู้เข้าแข่งขันอลิสจริง เชิญตามมาเลย"สิ้นประโยคร่างเพรียวก็ก้มลงมองไปยัวด้านล่างของอีกฝั่งหนึ่งด้วยสีหน้ายากจะอธิบาย
   "โทษที ฉันลืมไปว่าหนูคงลำบาก...."ร่างเสมือนดีดนิ้วแบบไม่มีเสียงจากนั้นทั้งคู่ก็หายไปจากบริเวณก่อนจะไปอยู่ที่ด้านล่างของภูผาฝั่งในการทำแบบนี้ทำให้ร่างเพรียวเซเพราะเสียการทรงตัวไปเล็กน้อย
   แต่สิ่งที่ร่างเพรียวเห็นนั้นได้ทดแทนความเหน็ดเหนื่อยทั้งหมดให้หายไปในพริบตาเดียวที่เห็น.....ปราสาทอลิส
   ปราสาทอิฐสีขาวสูงสะอาดสบายตายอดปราสาทมีรูทรงคล้ายกรวยสีน้ำตาลปลายแหลมลงมาจากกรวยก็เป็นแท่งทรงกระบอกสีขาวซึ่งมีหน้าต่างทุกสี่ทิศแต่มีเพียงสี่บานต่อมาชั้นล่างสุดเป็นเหมือนสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่มีประตูไม้เรียบสองบานซึ่งไม่เล็กเลยก่อนถึงประตูก็มีแม่น้ำสายใสกั้นอยู่แต่มีสะพานท่าทางผุพังไว้ให้คนข้ามถัดมารอบนอกเกือบทุกตารางนิ้วประกอบำปด้วยสวนดอกกุหลาบหลากสีดีที่ยังมีทางเดินอยู่
   เมื่อทั้งคู่มาถึงสะพานข้ามอันผุพัง ร่างเพรียวก็เป็นคนเอ่ยถามขึ้นว่า
   "เราต้องข้ามสะพานนี้จริงๆหรือค่ะ?"
   "ไม่ใช่เรา สาวน้อย"เวนเนอร์ตอบยิ้มๆแต่เรียกความงงได้อย่างมากจากร่างเพรียว"แค่หนูคนเดียวเท่านั้น"
   "แค่หนู....เหรอค่ะ?"ร่างเพรียวกลืนน้ำลายขณะมองไปยังสะพานเบื้องหน้า
   "ใช่แล้วจ๊ะ แค่หนูคนเดียว"
   "หนูเข้าใจแล้วค่ะไม่ต้องย้ำบ่อยค่ะ"ร่างเพรียวกระชับเป้ใบเล็กบนหลังและถอนหายใจจากนั่นจึงค่อยๆก้าวลงสู่สะพานไม้
   เอี๊ยด.....
   เสียงที่สร้างกำลังใจแก่คนก้าวอย่างสุดซึ่งนี้คือเสียงแผ่นไม้เลื่อนแบบไม่มั่นคงนั่นเอง
   ร่างเพรียวเดินระมัดระวังในการลงเท้าของการเดินแต่ละครั้งเพื่อความปลอดภัยถึงแม้ว่าสะพานไม้นี่จะไม่ได้อยู่สูงจากแม่น้ำมากนักแต่ผืนน้ำที่กระเพื่อมตลอดเวลาต่างหากที่ทำให้ร่างเพรียวสงสัยว่ามีอะไรอยู่ใต้ผืนน้ำนี้กันแน่
   ทว่ายังไงเธอก็ไม่อยากลองลงไปเล่นน้ำเป็นคนแรกอยู่ดีแหละ
   "...!"ด้วยความที่ไปอยู่กับภวังค์มากเกินไปเกือบทำให้เธอตกหลุมข้างหน้าดีที่เธอรู้สึกตัวทัน
   "ฮู่~"เธอถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ไม่ตกลงไป ต่อจากนี้เธอคงต้องระวังมากกว่านี้ซะแล้วละ
   เธอรวบรวมสมาธิและความกล้าก่อนจะค่อยๆเดินหน้าผ่านหลุมนั้นไปโดยดวงตาสีไข่ไก่จ้องมองแต่สิ่งที่ปรารถ..ปราสาทอลิส
   เวนเนอร์เฝ้ามองที่เกิดขึ้นผ่านดวงตาของร่างเสมือนด้วยความรู้สึกยินดีที่เด็กสาวสามารถข้ามสะพานไปได้แม้จะสะดุดบางเล็กน้อยซึ่งมันไม่สำคัญแล้วเพราะตอนนี้เธออยู่หน้าปราสาทอลิสที่ใฝ่ฝัน
   ร่างเพรียวมองประตูไม้แบบตื้นตันใจ ในที่สุดเธอก็มาถึงปราสาทอลิสแล้ว เธอจะได้ก้าวเข้าภายในปราสาทอลิสแล้ว หลังจากตื้นตันสักพักเธอก็เอือมมือเข้าไปวางบนประตูและออกแรงผลัก
   "..."ไม่มีอะไรเกิดขึ้นประตูไม้ไม่สะเทือนเลยสักนิดเดียวยังเหมือนเดิมทุกประการ
   "ชิ"ร่างเพรียวสถบออกมาเบาๆก่อนจะคว้าปืนของตนขึ้นมาและยิงไปทางประตูไม้
   กิ๊ง
   เสียงคล้ายโลหะกระทบกันดังขึ้น ลูกกระสุนไปไม่ถึงประตูเนื่องจากมีอะไรป้องกันไว้ ลูกกระสุนของร่างเพรียวหล่นลงพื้นขณะที่เธอเล็งปืนอีกครั้ง เวนเนอต์ก็ขัดขึ้นมาว่า
   "อย่าพยายามเลย ประตูสองบานนี้ป้องกันอาวุธ เวมมนตร์และมนตราได้ทุกชนิด มีแค่ทางเดียวที่จะเปิดมันได้....คือ ต้องใช้มือเปล่าเปิดเท่านั้น"
   "แต่หนูลองแล้วไม่เห็นมันจะขยับเลยนี่ค่ะ?"ร่างเพรียวบอก
   "ประตูไม้สองบานนี้ดูคล้ายประตูไม้ธรรมดาก็จริงแต่มันไม่ธรรมดานะ ด้วยเหตุที่ว่า ประตูไม้สองบานนี้มีน้ำหนักถึงบานละ10เกรน*กันเลย"เวนเนอร์ตอบเป็นเรื่องธรรมดา
   "หา!!10เกรน!!ตายละๆที่นี่ฉันจะเข้าปราสาทอลิสได้ยังไงล่ะ?!"ทว่าคนฟังถึงกลับแทบจะทึ้งหัวตัวเองทิ้งเมื่อได้รับคำตอบอันไม่คาดคิด
   "ถ้ายังงั้นหนูคงต้องรอ"
   "รอ..?"ร่างเพรียวทวนคำอย่างสงสัย หญิงชราคนนี้ชอบทำให้คนอื่นสงสัยจังเลย
    "ใช่จ๊ะ"เวนเนอร์ไม่ตอบให้เคลียร์ปัญหา ร่างเสมือนก็ค่อยๆหายไปจากสายตาร่างเพรียว
   "อ้าว?ทิ้งให้งงแล้วไปเฉยที่นี่จะทำไงดี"ร่างเพรียวนั่งพิงกับอิฐสีขาวพลางคิดไปเรื่อยๆ
   จะให้เธอรออะไรเหล่า?ผู้ช่วยหรือไง?ผู้ช่วยงั้นเหรอ หรือว่า...?
   เธอยกมือขึ้นกุมขมับทันทีที่แก้ปัญหาออก
   นี่เธอต้องรอให้ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นมาช่วยเปิดประตู!แล้วต้องใช้อีกกี่คนกันเนี่ย?ขนาดเธอออกสุดแรงมันยังไม่ขยับสักกะติ๊ดเดียว!เธอเป็นหญิงสาวคนเดียวนะไม่ใช่เมอเรล**ใครมันจะไปเปิดประตู10เกรนด้วยตัวคนเดียวได้!!แถมสองบานอีกต่างหาก!!เธอไม่ต้องรอไม่จนผู้เข้าแข่งขันอลิสคนสุดท้ายมาช่วยกันเปิดประตูนี่กันเลยหรือไง!!!คิดแล้วปวดหัวอยากเป็นลมซักสามสิบรอบ!!!
   "ฮึม!"ร่างเพรียวหลับตาลงให้ร่างกายผ่อนคลายผลายเวลาเล่น ตอนนี้ตะวันเพิ่งลอยผ่านศีรษะไป เธอปล่อยให้ร่างกายแนบไปกับอิฐขาวเนิ่นนานจนกระทั่งดวงตาของเธอปิดสนิทและลมหายใจสม่ำเสมอ
 
 
   "อือ~"ร่างเพรียวลุกขึ้นยืนยืดเส้นยืดสายหลังจากพักผ่อนเป็นเวลานาน เวลานี้ดวงตะวันได้จากท้องฟ้าไปแปรเปลี่ยนเป็นจันทราครอบครองท้องฟ้าแทน
   มีใครมาหรือยังนะ?
   สิ่งแรกที่เธอทำคือส่องหาใครบางคนที่อาจอยู่แถวๆนี้หรือกำลังมาแต่สิ่งที่เธอได้กลับมาเป็นความว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย
   "โอ๊ย!ใครก็ได้!ช่วยรีบๆมาช่วยฉันเปิดประตูนี้หน่อยเซ่!!"
   "น่าสงสารจังเลยนะ แต่ก็ช่วยไม่ได้นี่นา"เวนเนอร์กล่าวกับกระจกภาพตรงหน้าที่ฉายภาพเด็กสาวผู้มีผมสีเงินและดวงตาสีไข่ไก่กำลังพยายามเปิดประตูบานใหญ่สองบานด้วยตัวคนเดียว
   'ถึงซะที..แม้จะเริ่มมืดแล้วก็เหอะ'เสียงเล็กๆจากกระจกยานหนึ่งทำให้เวนเนอร์ละความสนใจจากสิ่งที่สังเกตุอยู่ไปมองอีกทาง
   กระจกภาพอีกบานที่เวนเนอร์มองอยู่ตอนนี้ปรากฎภาพหญิงสาวร่างเล็กที่มีเป้ขนาดใหญ่กว่าเท่าตัวอยู่บนหลังและมองไปยังภูผาด้านหน้าตนเอง
   "มาอีกคนแล้ว....จะเข้ามาด้วยวิธีไหนกันนะ?เด็กน้อยคนนี้?"
   สิ้นคำพูดเวนเนอร์ก็ต้องเลิกคิ้วอย่างพิศวงเมื่อเห็นร่างเล็กหยิบอะไรที่คล้ายๆกับลูกเต๋าขนาดเล็กออกมาจากกระเป๊าเป้ใบโตไม่เหมาะกับขนาดตัวแล้วโยนใส่ภูผาหิน
   'หึ'ร่างเล็กหัวเราะเบาๆ ลูกเต๋าพุ่งไปทางภูผาและทันที่มันสัมผัสกับพื้นหิน...
   'ตู้ม!!'

*เกรน คือ หน่วยมาตราชั่งถ้าเทียบกับกิโลกรัมแล้ว 1เกรนจะเท่ากับ5กิโลกรัม
**เมอเรล หญิงสาวในตำนานซึ่งผู้คนเชื่อว่าเธอสามารถหักเหล็กน้ำหนัก50เกรนได้ด้วยมือเปล่า จับสายฟ้าได้ทั้งๆที่ตัวเธอออกจากเล็กคล้ายเด็กน่ารักๆ ที่สำคัญมีข่าวลือด้วยว่าเธอคือ อลิสคนที่10 ปัจจุบันเรื่องของเธอก็ยังคงเป็นปริศนาอยู่

2 ความคิดเห็น