Fic HunHo บ่วงรักร้อยใจ

ตอนที่ 3 : บ่วงรักร้อยใจ บทที่ ๓ สู่บ้าน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 665
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    23 ก.ย. 60

บ่วงรักร้อยใจ  บทที่ ๓ สู่บ้าน

 

 

                ตุ๊กตากระเบื้องเนื้อดีตั้งเรียงลำดับใหญ่น้อยนับสิบ ทั้งชายหญิง และเด็ก หน้าตาสวยงามน่ารัก ฝังอัญมณีในเนื้อแทนเครื่องประดับระยิบระยับ 

 

 

                ของขวัญล้ำค่า มอบแด่องค์หญิงน้อยแสนสำคัญในวันเฉลิมฉลอง ครบ ๘ ชันษา

 

 

                กลิ่นเครื่องหอมจากดินแดนโพ้นทะเล มอบให้เมื่อนานมาแล้ว สาวน้อยแรกรุ่นโปรดปรานนักหนา

 

 

                อวลกรุ่น

               

 

                ผ้าไหมปักลวดลายละเอียดยิบ แปลกตา ไม่ซ้ำใคร หาไม่ได้ในแผ่นดิน ผืนที่ดีที่สุดเพื่อเป็นเครื่องทรงที่มักเลือกหยิบมาใส่ในวันพิเศษ ที่เหลือถูกประดับเป็นม่านรอบเตียง ม่านขอบประตู 

 

 

                สวยสดงดงามกว่าตำหนักใดในวังหลวง

 

 

                นกกระเรียนแตะผิวน้ำบนฉากกั้น

 

 

                มอบให้ก่อนลาจาก 

 

 

                ไม่คิดว่าจะเป็นชิ้นสุดท้ายในชีวิตที่จะได้ให้

 

 

                ไม่เคยคิด ว่าจะได้เห็นทุกสิ่งที่เคยให้ เคยประดับในตำหนักเหลียนอิงอันโอ่อ่า ตำหนักพระธิดาสุดรักของฮ่องเต้องค์ก่อน

 

 

                บัดนี้

 

 

                สิ่งเหล่านั้นถูกประดับอยู่ในสุสานราชวงศ์  เหนือแท่นบรรจุโลงศพสลักจากหยกเย็นเฉียบ มองไม่เห็นความงดงามใด นอกจากความสูญเสีย

 

                 

                "องครักษ์รายงานว่าพี่มา"

 

 

                เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมมือใหญ่แตะไหล่ลาด  เจ้าของมือยังมีรอยยิ้มอยู่บนปากซะด้วยซ้ำ ตอนที่จุนเหมี่ยนหันมา  ดวงหน้าขาวละมุนเย็นชา ก้าวถอยหลังก้มหัวให้

 

 

                "ฝ่าบาท"

 

               

                ท่าทีห่างเหินทำให้รอยยิ้มบนดวงหน้าคมคายเลือนไป "ต่อหน้าท่านข้าก็เป็นเพียงแค่เซิงหลง หรือพี่ไม่นับข้าเป็นน้องแล้ว"

 

 

                "ฝ่าบาทถามองค์เองเถิดว่ายังเห็นข้าเป็นพี่อยู่หรือไม่  สีปีที่ผ่านมาทรงปิดหูปิดตาข้าเหมือนคนหูหนวกตาบอด ถ้าข้าไม่กลับมารู้ด้วยตัวเอง คงยังคิดว่ามีซินหยูอยู่ในตำหนักเหลียนอิงเรื่อยไป"

 

 

                ดวงตาจุนเหมี่ยนมีแต่ความเจ็บปวดรวดร้าว

 

 

                เจ็บ

 

 

                แบบที่เซิงหลงรู้จักมันดี เพราะเจ็บมาไม่น้อยไปกว่ากัน ความเจ็บปวดของพี่ชายที่สูญเสียน้องสาวไป

 

 

                "ข้าไม่รู้จะบอกพี่ยังไง  พี่กลับชิลล่าเพื่อจัดการพระศพของพระชายาเอก ถ้ารู้เรื่องซินหยูคงแล่นกลับมาต้าเหวิน แต่มันเปลี่ยนอะไรไม่ได้แล้ว  ซินหยูถูกทำร้าย ความอัปยศเกิดขึ้น ยิ่งบัดซบเมื่อสายเลือดชั่วช้าถือกำเนิด จะให้ข้าบอกท่านเพื่ออะไร เพื่อให้พี่กลับมาแล้วทิ้งความวุ่นวายในชิลล่าไว้เบื้องหลังหรือ  มันไม่เป็นผลดีกับใครเลย"

 

 

                จุนเหมี่ยนหลับตา ซึมซับความเจ็บปวดจากความรู้สึกในถ้อยคำของชายหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นน้องชายด้วยใจทรมาน

 

 

                "มันเป็นความผิดของข้า  ถ้าวันนั้นข้าไม่..."

 

 

                "ถ้าจะมีใครผิดก็คือไอ้สารเลวนั่นกับไอ้ตัวอัปมงคล แต่ไม่ใช่ท่าน" เสียงเฉียบขาดตัดสินหนักแน่นว่าคนผิดคือใคร เสียงที่ทำให้จุนเหมี่ยนลืมตาในที่สุด

 

 

                "นี่ก็อีกเรื่อง เจ้ากล้าทำได้ยังไง ทำกับเลือดเนื้อเชื้อไขของซินหยูลงคอได้อย่างไรเซิงหลง"

 

 

                เมื่อรู้เหตุผลของการปิดบัง ก็กลับเป็นท่านพี่ของเซิงหลงและใช้สรรพนามเมื่อครั้งอีกฝ่ายยังเป็นองค์ชายเช่นเดิม เสียงนุ่มเกรี้ยวนิดๆเมื่อนึกถึงสิ่งที่ตนพบเจอหลังจากมาถึง อีกฝ่ายก็ตอบกลับมาด้วยทิฐิและชิงชัง

 

 

                "ข้าไม่นับว่ามันเป็นลูกของซินหยู ไอ้ตัวอัปมงคลนั่นไม่ใช่หลานข้า ท่านพ่อท่านแม่เองยังไม่อยากจะเห็นหน้ามันด้วยซ้ำ!"

 

 

                "เหลวไหล! นี่เป็นอะไรกันไปหมด แม้แต่เสด็จอาทั้งสองก็เป็นไปด้วยหรือนี่ งั้นที่ข้าได้ยินมาก็ไม่ผิดสินะ เจ้าทำกับหลานไม่พอ ยังปล่อยให้คนอื่นกลั่นแกล้งดูแคลนซื่อชุนอีก ถ้าเมื่อวานข้าไม่มาป่านนี้ซื่อชุนไม่โดนตีตายแค่เพราะลูกหลานพวกขุนนางงั้นหรือ ใจคอเจ้าทำด้วยอะไร"

 

 

                "ก็สมควรแล้ว ตัวอัปมงคลอย่างมัน ตายไปได้ก็ยิ่งดี"

 

 

                ความเคียดแค้นที่ส่งผ่านทั้งคำพูดและการกระทำ ทำให้คนฟังนิ่งงัน "เซิงหลงเจ้า...เจ้าโทษว่าเป็นความผิดซื่อชุนหรือที่ซินหยูตาย"

 

 

                "หรือไม่ใช่ ถ้าวันนั้นไม่เกิดเรื่อง ถ้ามันไม่เกิดมา น้องก็จะไม่ตาย เพราะมันท่านพี่ เพราะมันกับไอ้สัตว์เดรัจฉานร่วมสายเลือดครึ่งหนึ่งของมันซินหยูถึงต้องตาย  ข้าเกลียดมัน!"

 

 

                "เจ้าบอกว่าข้าไม่ผิด" ดวงตาผู้พูดจดจ้องอย่างต้องการความจริงจากคนตรงหน้า และเซิงหลงมองกลับไม่หลบ "เพราะท่านพี่ไม่ผิดจริงๆ"

 

 

                คำที่คนฟังยิ้มขื่นขม "ข้าที่ในวันนั้นช่วยซินหยูไว้ไม่ได้จะยังมีหน้าน้อมรับคำแก้ตัวใดได้อีกหรือ ถึงคำแก้ตัวนั้นจะมาจากเจ้า"

 

 

                "ท่านพี่ไม่รู้ว่าวันนั้นเกิดเรื่อง แล้วจะเป็นความผิดท่านได้อย่างไร"

 

 

                "เจ้าให้ความยุติธรรมกับข้า แต่กลับโทษว่าทุกอย่างเป็นความผิดของเด็กที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว มันถูกแล้วงั้นหรือ คิดให้ดี เพราะเจ้าเป็นน้องพี่ถึงเตือน"

 

 

                เพียงแต่ความอาฆาตแค้นไม่ใช่สิ่งที่จะหยุดเพียงเพราะใครสั่งให้หยุด แม้คนนั้นจะเป็นคนสำคัญสักเท่าไหร่ก็ตาม

 

 

                "ครั้งนี้เซิงหลงคงทำให้พี่ผิดหวังแล้วจุนมยอน"

 

 

                คิดไว้อยู่แล้ว พวกเราสามคนโตมาด้วยกัน รู้นิสัยใจคอกันมากกว่าใคร ภายนอกคล้ายเซิงหลงเคารพเชื่อฟังเขามากกว่าซินหยูผู้เป็นน้องสาวที่เอาแต่ใจเพราะความที่ถูกผู้อื่นตามใจ และตัวจุนเหมี่ยนเองก็รักน้องสาวคนนี้ยิ่งนัก แต่ในความเป็นจริง ซินหยูเพียงช่างออดอ้อนตามประสาน้องสาวติดพี่ชายที่ตามใจเสมออย่างเขา ในขณะที่เซิงหลงนั้น แม้เจ้าตัวจะเรียกจุนเหมี่ยนว่าพี่ หากความจริงอายุเท่ากัน อ่อนแก่กว่ากันเพราะเดือนเกิด ศักดิ์ฐานะในเวลานั้นยิ่งแทบไม่แตกต่าง คนหนึ่งคือรัชทายาท คนหนึ่งคือโอรสผู้สืบทอดฐานันดรสูงสุดเท่าที่เชื้อพระวงศ์จะมีได้

 

 

                ลูกชายและหลานชายคนสำคัญ

 

 

                จุดยืนที่ต้องเด็ดเดี่ยวมากพอถึงจะดำรงอยู่ได้

 

 

                เซิงหลงก็เป็นเช่นนั้น น้องชายที่เคารพนับถือผูกพันจากใจจริง น้องชายที่เป็นหนึ่งในไม่กี่คนบนแผ่นดินต้าเหวินที่ขานนาม จุนมยอน ชื่อที่ได้รับจากพระมารดาชาวชิลล่าของจุนเหมี่ยน ชื่อจุนมยอนที่ไม่อนุญาตให้ใครเรียก เมื่อถูกอีกฝ่ายใช้ นั่นคือความหมายว่าเซิงหลงมั่นคงต่อความคิดของตนเกินกว่าคำพูดของใครจะเปลี่ยนใจได้ แม้คนนั้นจะเป็นพี่ชายก็ตาม

 

 

                "เช่นนั้น  ก็ยกให้กระหม่อมเสียเถิด เมื่อชิงชังนัก  เมื่อวังหลวงแห่งนี้ไม่อาจรักและยกย่ององค์ชายซื่อชุนได้  จุนเหมี่ยนผู้นี้จะรับไว้เอง"

 

 

                พี่ชายของกษัตริย์มองดวงตาไม่เห็นด้วย  ยิ้มบาง  และเดินผ่านเพื่อหยุดยืนหน้าแท่นโลงศพ จ้องมองศิลาสีขาวแกะสลักลวดลายดอกไม้และตัวอักษรวิจิตรบรรจง เอ่ยถ้อยคำลบล้างคำปฎิเสธทุกคำในใจเซิงหลงจนสิ้น

 

 

                "ซินหยู พี่จุนมยอนกลับมาแล้ว  มีของมากมายมาฝากเจ้า แต่สิ่งนี้คือสิ่งที่พี่อยากให้เจ้ามากที่สุด"  มือขาวสอดเข้าในอกเสื้อ ล้วงกล่องทรงแบนยาวออกมา ปลายนิ้วเรียวยกขึ้นปลดจี้สีขาวรูปใบไม้บนผมออก ผมดำยาวเมื่อไม่ถูกรวบรั้งก็ทิ้งตัวยาวสยายกลางหลัง

 

 

                ใบไม้หยกถูกดลงบนฝากล่อง ได้ยินเสียงกลไกในกล่องดังหนึ่งครั้งก่อนเปิดออก  บนกำมะหยี่สีแดงภายในมีปิ่นปักผมอันหนึ่งวางสงบนิ่ง ทองคำก้านเรียวแกะลวดลายอ้อนช้อยเป็นดอกไม้กลีบแหลมเรียวยาวพรายรุ้งจากอัญมณีบนกลีบดอกสะท้อนแสงตะเกียงไฟวูบวาบ โดดเด่นยิ่งกว่าหยกสีเขียวทรงกลมที่ถูกประดับแทนเกสรเสียอีก ทว่า สายลมที่ไม่ควรจะพัดเข้ามาในสุสาน กลับหอบลมเข้ามาลูกใหญ่จนตะเกียงไฟริมผนังและเทียนหน้าแท่นบูชาดับวูบ ความมืดโรยตัวปกคลุมในทันที ได้ยินองครักษ์ส่งเสียงใส่กันให้เร่งจุดไฟ แต่เซิงหลงไม่ได้ใส่ใจ ฮ่องเต้หนุ่มมองสิ่งที่อยู่ในมือพี่ชายนิ่ง

 

 

                ถ้าไม่มีแสงไฟอัญมณีชนิดใดในโลกก็ไม่มีวันเปล่งประกาย แต่ปิ่นทองประดับอัญมณีในกล่องกำลังเรืองแสงขึ้นทีละน้อย แสงสว่างเรืองจากหยกสีเขียวไม่โดดเด่นเม็ดนั้นกำลังเปล่งแสงอ่อนโยน ราวดวงจันทร์บนท้องฟ้า

 

 

                "นั่นมัน"

 

               

                "ไข่มุกราตรี" จุนเหมี่ยนมองสิ่งที่อยู่ในมือด้วยความรู้สึกเสียดาย เสียดายที่ผู้ที่ต้องการมอบให้ ไม่มีชีวิตอยู่เพื่อรับรู้และดูมันอีกแล้ว

 

 

                "หยกแห่งท้องฟ้า อัญมณีแห่งเทพเจ้า ปกปักษ์ผู้ครอบครองจากภัยพาล อวยพรทุกความปราถนาให้สุขสมดังหวัง มอบพลังให้มีชีวิตอยู่เพื่อรับรู้ถึงความสุขยาวนานนับนิจนิรันดร์"

 

 

                มือที่ถือสมบัติค่าควรเมืองไว้สั่นเทา หยดน้ำวาวใสกลิ้งจากหางตาลงอาบแก้ม

 

 

                "พี่จุนมยอนตั้งใจหามาให้เจ้า เป็นของขวัญวันแต่งงาน แต่เจ้าก็ไม่อยู่รอดู แต่ไม่เป็นไร พี่จะวางมันไว้ตรงนี้ ให้เป็นของซินหยูเพียงผู้เดียว  ส่วนเด็กคนนั้น ซื่อชุน ไม่ว่าจะถือกำเนิดด้วยเหตุใด แต่เพราะเป็นลูกของเจ้า" ดวงตาชื้นน้ำหลับลงไล่หยดน้ำตาให้รินไหล เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถ้อยคำหนักแน่นไม่สั่นไหว

 

 

                "ซินหยูแปลว่า ดั่งดวงใจ ต่อแต่นี้ไปซื่อชุนก็จะเป็นดั่งดวงใจของจุนมยอนเฉกกัน พี่จะรักให้เท่ากับที่พี่รู้ว่าซินหยูจะรักซื่อชุนเท่าดวงใจ..."

 

 

                .

 

 

                .

 

 

                .

 

 

                "นั่นไม่ใช่ชินอ๋องจุนเหมี่ยนหรอกหรือ"

 

 

                เสียงทักสงสัยใคร่รู้จากชายในกลุ่มขุนนางบนทางเดินหิน เรียกสายตาหลายคู่ให้มองตาม และพบว่าเป้าสายตานั้นเดินมาตามทางสายหนึ่ง  ร่างบางมีชายสูงใหญ่ที่ดูท่าทางเป็นองครักษ์เดินตามเพียงคนเดียวเท่านั้น

 

 

                "มาจากทางนั้น แสดงว่าไปเคารพพระศพที่สุสานราชวงศ์มาแน่" หนึ่งในกลุ่มสอดปากขึ้นมาอย่างรู้ดี เพราะจากทางที่อีกฝ่ายเดิน คนในวังหลวงรู้กันทั้งนั้นว่าเป็นทางไปสุสานราชวงศ์

 

 

                "ข้าสงสัย" ชายคนแรกที่เป็นคนทักขึ้นมาเอ่ยปาก เขาเป็นชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาหล่อเหลา ชุดขุนนางฝ่ายบู๊ยิ่งส่งเสริมความคมคายของเจ้าตัว "ชินอ๋องจุนเหมี่ยนอายุเท่าไหร่กัน หน้าตาอ่อนเยาว์ราวกับพึ่งรุ่นหนุ่มแต่กลับมีพระยศเป็นถึงชินอ๋อง สืบเชื้อสายจากชินอ๋ององค์ไหนหรือ ตอนฮ่องเต้ขึ้นครองต้าเหวิน มีการเลื่อนยศเชื้อพระวงศ์หลายองค์ แต่ข้าจำไม่ได้เลย ว่าฝ่าบาทแต่งตั้งตำแหน่งเชื้อพระวงศ์ชายลำดับที่ ๑ อย่างชินอ๋องด้วย"

 

 

                "ไม่ได้แต่งตั้งในรัชกาลนี้ ชินอ๋องจุนเหมี่ยนสืบทอดตำแหน่งจากชินอ๋องในรัชกาลที่แล้ว บิดาท่านอ๋องคือเชษฐาต่างมารดาเกิดจากพระสนมเอก ตอนที่ชินอ๋ององค์ก่อนสิ้นท่านจุนเหมี่ยนทรงรับตำแหน่งเมื่อสี่ปีก่อน  ตอนนั้นอายุพึ่งสิบห้า นับว่าเป็นชินอ๋องที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ต้าเหวินเลยก็ว่าได้" 

 

 

                คนพูดเป็นชายชราผอมสูงเคราขาวกับรอยย่นบนเค้าหน้าอ่อนโยนบ่งบอกว่าเป็นชายสูงวัยใจดี เสื้อผ้าบนตัวประดับตราตำแหน่งขุนนางขั้นสูงสำนักแพทย์หลวง 

 

 

                "แล้วสี่ปีที่ผ่านมาทรงไปอยู่ที่ไหนหรือขอรับ พระราชพิธีสำคัญปีใดๆข้าก็ไม่เคยเห็น"

 

 

                "หลังจากรับตำแหน่งท่านอ๋องก็เสด็จกลับชิลล่าทันที" ชายชราใช้สายตาสั่งให้อีกฝ่ายฟังตนพูดให้จบก่อน

 

 

                "ท่านอ๋องจุนเหมี่ยนถือกำเนิดจากพระชายาเอกเชื้อสายชิลล่า ความจริงก็เป็นชายาเพียงหนึ่งเดียว ความรักที่ชินอ๋ององค์ก่อนมีต่อพระชายาเป็นเรื่องใหญ่ในตอนนั้นเลยเชียว เพราะเป็นพระเชษฐาองค์สำคัญ อำนาจในมือก็ล้นเหลือ ทั้งมั่งคั่งด้วยทรัพย์สมบัติ แต่กลับปฎิเสธสตรีในต้าเหวินทุกนาง ไม่ว่าจะสูงศักดิ์เพียงใดก็ตาม และยึดมั่นต่อพระชายาเอกเพียงคนเดียว  คำครหาก็มีไม่น้อย กล่าวหาว่าพระนางเป็นคนนอก ทำท่าจะไม่ยอมรับท่านจุนเหมี่ยนบ้างล่ะ แต่ลมปากพวกนั้นทำอะไรไม่ได้ เพราะฮ่องเต้องค์ก่อนทรงโปรดพระนัดดา เรียกได้ว่าท่านจุนเหมี่ยนถูกเลี้ยงให้เติบโตคู่มากับฝ่าบาทเซิงหลงและองค์หญิงซินหยู  แต่คนเราจะมีแต่ความสุขไม่ได้ พระชายาเอกพระวรกายไม่แข็งแรง นานวันก็ยิ่งอ่อนแอลง ข้าเคยถูกส่งไปตรวจพระนาง ทรงเป็นสตรีที่งดงามและอ่อนโยนมาก รับสั่งว่าเป็นโรคที่สืบทอดกันมาในสายเลือด ไม่มีทางรักษา หลังจากนั้นไม่นานก็จากไป ท่านอ๋ององค์ก่อนเศร้าโศกไม่ยอมกินไม่ยอมนอน สุดท้ายก็ตรอมใจสิ้นพระชนม์ตามไปอีกคน ท่านจุนเหมี่ยนจึงขึ้นเป็นชินอ๋ององค์ต่อมา ที่กลับไปชิลล่าก็เห็นว่าเป็นพระประสงค์ของพระมารดาให้นำข่าวกลับไปแจ้งด้วยตัวเอง และอยู่จัดการเรื่องภายในตระกูลด้วย กว่าจะกลับมาอีกครั้งก็ผ่านมาสี่ปีแล้ว ตอนนี้อายุคงจะสิบเก้า โตเป็นหนุ่มเต็มตัวแปลกตาไปมากเชียว"

 

 

                หมอหลวงสูงวัยชะงักเมื่อรู้สึกว่ารอบตัวเงียบเกินไป หันไปมองก็เห็นเหล่าขุนนางหนุ่มมองตนแล้วยิ้ม "ท่านหมอหลวงรู้ละเอียดมากเลยนะขอรับ"

 

 

                "คนแก่ก็แบบนี้ ข้ามันใกล้ปลดละวางเต็มที งานการก็เตรียมส่งให้เด็กรุ่นใหม่ทำ ทุกวันนี้ก็ได้แต่นั่งนึกถึงเรื่องเก่าๆไปตามเรื่องละนะท่าน"  มือเหี่ยวย่นยกขึ้นลูบเคราขาวพลางยิ้มเดินไปอย่างอารมณ์ดี

              .

 

 

                .

 

 

                .

 

 

                "ถวายบังคมเพคะท่านอ๋อง" เหล่านางกำนัลถอนสายบัวให้ร่างที่เดินเข้ามาในตำหนัก  จำได้ดีว่าชายผู้นี้คือคนแปลกหน้าที่อุ้มองค์ชายน้อยเจ้าของตำหนักกลับมาเมื่อวานในสภาพบอบช้ำ พวกนางที่งุนงงจนทำอะไรไม่ถูกตอนนั้น ถูกสีหน้าเย็นชาและคำถามเรียบนิ่งกดดันจนแทบร้องไห้

 

 

                "เจ้านายบาดเจ็บ  นางกำนัลตำหนักเหลียนอิงไม่รู้วิธีปรณนิบัติรึ หรือข้าต้องเรียกนางกำนัลกวาดสวนเข้ามาแล้วให้พวกเจ้าออกไปกวาดสวนแทน"

 

               

                ตอนไม่รู้ว่ากลัวแล้ว เมื่อรู้ว่าเป็นใครยิ่งน่ากลัวกว่าเดิมเสียอีก

 

 

                ตอนนี้ก็ยังไม่หายกลัวเลย

 

 

                คิดแล้วก็ทำตัวหดตัวลีบยืนเบียดกันจนหลังแทบจะฝังเข้าผนังห้อง  ทั้งที่คนที่พวกนางกลัวนั้นยืนหันหลังให้ไม่ได้หันมาเหลือบตาดูด้วยซ้ำ จวบจนหญิงสูงวัยเดินออกจากห้องบรรทมปัดมือไล่ พวกนางจึงผ่อนลมหายใจโล่งอก  ชักแถวเดินออกไป

 

 

                "ตำหนักเหลียนอิงที่ข้ารู้จักไม่ใช่แบบนี้"

 

 

                ตัวตึก สิ่งปลูกสร้างคงเดิม เพียงความอ้างว้าง เดียวดาย ในตำหนักไร้ซึ่งความสุขทำให้ผู้ที่ก้าวเข้ามา และยังมีภาพความทรงจำแห่งรอยยิ้มใจหาย จนไม่วายเอ่ยถาม

 

 

                แม่นมผิงยิ้มเศร้าให้ชายหนุ่มที่หันมา คำถามบางคำสามารถให้สิ่งที่เห็นตอบแทนได้

               

 

                จุนเหมี่ยนก็เข้าใจดี เพราะเข้าใจถึงมาที่นี่ในวันนี้

 

 

                "ตำหนักหมิงอันของข้า ไม่กว้างขวางเท่า ไม่ใช่ที่พำนักมังกรอย่างพระราชวังหลวงแห่งต้าเหวิน แต่แม่นมจะไปอยู่กับข้าไหม"

 

 

                แม่นมผิงอดยิ้มกับคำถามนั้นไม่ได้ ท่านอ๋องผู้นี้ จะเรียกว่าถ่อมตัวหรือกำลังเย้าแหย่ผู้คนอยู่ดี  จุนเหมี่ยนยิ้มตอบ แต่ยังไม่ทันเอ่ยคำ การเคลื่อนไหวเบาๆของม่านข้างประตูห้องบรรทมดึงสายตาสองคู่ให้หันไปมอง

 

 

                ร่างเล็กๆของเด็กน้อยยืนอยู่ตรงนั้น ก่อนค่อยๆออกเดิน  อาการเดินลากขาของเจ้าตัวน้อยทำให้จุนเหมี่ยนขมวดคิ้ว ในขณะที่แม่นมผิงอ้าแขนรับองค์ชายน้อยที่ซุกตัวเข้ามากอด แขนเล็กโอบรอบลำตัวอวบทั้งส่งสายตาสั่นระริก คลอน้ำตาจวนเจียนจะหยดไปให้ผู้มาเยือนจนคนถูกมองแปลกใจ

 

 

                "ทำไมมองข้าแบบนั้น"

 

 

                "ไม่  ไม่ให้  อย่ะ...อย่ามาแย่งแม่นมของซื่อชุนไปนะ" ซื่อชุนกอดแม่นมของตัวเองอย่างหวงแหนมองคนตัวสูงที่ส่งยิ้มให้อย่างหวาดระแวง จุนเหมี่ยนยิ้มน้อยๆกับท่าทางนั้น

 

 

                "ไม่แย่งหรอก จะไม่แย่งอะไรไปจากเจ้าและจะให้ทุกสิ่งที่เจ้าควรจะได้"

 

 

                "ไม่พาแม่นมไปจริงๆนะ"

 

 

                "พาไปสิ" จุนเหมี่ยนย่อตัวลงคุกเข่าให้สายตาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับเจ้าตัวน้อยมากที่สุด "แต่แม่นมผิงจะไม่ไปไหนถ้าเจ้าไม่ไปด้วย"

 

 

                "ให้ซื่อชุนไปด้วยเหรอ" ตาเรียวเล็กทอประกายสุกใส  เป็นครั้งแรกที่มีใครชวนให้ทำอะไรสักอย่าง ชวนให้ซื่อชุนไปไหนด้วย

 

 

                "แน่นอน คนที่ข้าอยากให้ไปอยู่ด้วยมากที่สุดคือเจ้านี่นา" มือเรียวขาวยื่นมารั้งเจ้าตัวเล็กที่กอดแม่นมแจออกมายืนตรงหน้า

 

 

                "อยู่ด้วย ให้ซื่อชุนไปอยู่ด้วยกันกับ...ท่านอ๋องเหรอ"

 

               

                ฟังเสียงเล็กๆที่เอ่ยคำเรียกน่ารักน่าชังก็ยิ้มออกมา "ใช่ ไปอยู่กับท่านอ๋อง ไปไหม หืมซื่อชุน"

 

 

                จุนเหมี่ยนลูบแขนเล็กเบาๆรั้งให้เข้ามาใกล้  สังเกตว่าเด็กน้อยยังมีอาการเดินลากขาก็เดาว่าแผลที่โดนโบยยังหายไม่สนิทดี จึงนั่งขัดสมาธิบนพื้นพลางอุ้มเด็กน้อยนั่งตัก

 

 

                "แล้ว  แล้วจะตีซื่อชุนไหม"

 

 

                ครั้งใดที่ต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่น ไม่เคยมีครั้งไหนที่จะไม่จบลงด้วยบาดแผล คำประณาม 

 

 

                ...ตัวอัปมงคล...

 

 

                คนอายุมากกว่าทำหน้าคิดหนัก  น่าเชื่อถือจนเด็กน้อยขยับกระสับกระส่าย

 

 

                "เจ้าทำผิดสิบครั้ง คัดอักษรหนึ่งคำ ข้าทำเจ้าโกรธหนึ่งครั้ง อนุญาตให้ตีข้าสิบทีดีหรือไม่"              

               

 

                "แหม ท่านอ๋องล่ะก็ เหลือเกินจริงเชียว" แม่นมผิงอุทานกึ่งขันปนฉิว ไม่ทันไรก็ตั้งท่าจะโอ๋เสียเด็กซะแล้ว

 

 

                 จุนเหมี่ยนยิ้มขำแม่นมชรา และหันไปพยักเพยิดกับซื่อชุน "ว่าอย่างไร ไปหรือไม่ ไปอยู่ที่ตำหนักหมิงอันกับข้าไหม"

 

 

                ตาเรียวเล็กใสแจ๋วมองตากลมดำสวย

 

 

                ซื่อชุนไม่รู้จักคนผู้นี้  เขาไม่เหมือนใครที่เคยรู้จัก เป็นคนตัวโตที่มาปกป้องซื่อชุน ไม่กลัวใคร แม้แต่ฮ่องเต้ก็ไม่กลัว  เป็นคนที่ทำให้แม่นมร้องไห้ทั้งคืนวันนั้น ร้องไห้และเอาแต่พูดว่าจากนี้จะไม่มีใครทำอะไรซื่อชุนได้แล้ว ท่านอ๋องจะปกป้องซื่อชุนเอง

 

 

                แม่นมเป็นคนเดียวที่ไม่ทำให้ซื่อชุนเจ็บ ถ้าแม่นมเชื่อ

 

 

                ซื่อชุนก็จะเชื่อเหมือนกัน

 

 

                "อือ ขอซื่อชุนอยู่ด้วยนะท่านอ๋อง"

 

 

                "ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะ"

 

 

                แค่คำเดียวสั้นๆ ก็ปั่นป่วนไปทั้งวัง ไม่นับตอนที่แม่นมกระวีกระวาดสั่งให้นางกำนัลจัดของแต่ท่านอ๋องหนุ่มกลับรับสั่ง

 

 

                "ไม่ต้องเอาอะไรไปแม่นม ทิ้งไว้ที่เหลียนอิงให้หมดนี่ล่ะ ทั้งของทั้งคน" ปรายตามองเหล่านางกำนัลที่สะดุ้งเฮือกทันทีที่โดนตาดุมองมา

 

 

                "ไปแค่ซื่อชุนกับแม่นมพอ ข้าให้คนเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว"

 

                แค่จุนเหมี่ยนอุ้มเด็กน้อยออกจากตำหนักไปขึ้นรถม้าสลักตราประจำตำแหน่งชินอ๋อง สายตามากมายก็แอบเมียงมองสอดส่องอย่างสงสัยใคร่รู้กันไปทั้งวัง เหล่าพวกขุนนางพากันฮึดฮัด แม้รังเกียจจนไม่อยากมองหน้า แต่จะให้ออกไปอยู่นอกวัง ความคิดเห็นก็ตรงกันว่าหากเกิดคนล่วงรู้ ราชวงศ์แห่งต้าเหวินจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เรื่องน่าอับอายขนาดนั้น หากเมื่อไปกราบทูลฝ่าบาทกลับมีแค่รับสั่งให้เป็นไปตามประสงค์ชินอ๋อง แบบนี้มันเกินไปแล้ว แต่ครั้นไปจะไปขวาง  เพียงได้สบตาตัวก็สั่นเทาแข้งขาอ่อนแรงทรุดฮวบอยู่ตรงนั้น

 

 

                ชินอ๋องจุนเหมี่ยนน่ากลัวยิ่งนัก ดวงหน้าขาวหมดจดละมุนตา ไม่เข้ากับวาจาเยือกเย็นเด็ดขาดบาดหัวใจไม่ไว้หน้าผู้คนเอาเสียเลย

 

 

                .

 

 

                .

 

 

                .

 

 

                "เจ้าชอบม้าไหมแต่ยังเล็กเกินกว่าจะขี่ม้านี่นะ แล้วเคยนั่งเรือหรือเปล่า ที่ตำหนักมีสระน้ำให้เจ้านั่งเรือดูปลา มีปลาโค่ย เต่ายักษ์ ในสวนมีนกยูง มีกรงเสือ สิงโตด้วย เจ้าอยากเห็นไหม"

 

 

                บนรถม้าที่ออกจากวังหลวงมีเสียงนุ่มถามเรื่องนู่นเรื่องนี้กับเด็กน้อยที่ยึดครองพื้นที่บนตักอ๋องหนุ่ม องค์ชายจ้องคนตัวโตตาแป๋ว มือน้อยกำยึดเสื้อไม่ยอมปล่อย ยิ่งจุนเหมี่ยนถามหรือเล่าถึงอะไรก็ตามที่จะพบเจอเมื่อไปถึงตำหนักหมิงอัน ซื่อชุนก็ยิ่งตื่นเต้นตาเรียวเบิกขึ้นอย่างน่าเอ็นดู จนจุนเหมี่ยนก้มลงไปฟัดแก้มหลายครั้งหลายครา แม่นมผิงที่นั่งข้างๆยิ้มอย่างปลาบปลื้มกับความเมตตาที่ท่านอ๋องมีต่อองค์ชายของนาง ดีเหลือเกิน แบบนี้นับว่าไม่มีสิ่งใดต้องกังวลอีกแล้ว

 

 

                "ข้าไม่เคยขี่ม้าเลย ไม่เคยนั่งเรือ ไม่มีที่นั่งสำหรับข้า" สีหน้าใสบริสุทธิ์แต่ความหมายกลับชวนให้หัวใจเจ็บปวดจากซื่อชุน ทำให้จุนเหมี่ยนยิ้มออกมา

 

 

                "งั้นหรือ หึหึ" จุนเหมี่ยนลูบหัวเด็กน้อยบนตัก ในใจนึกกาหัวไว้ทีละคนสำหรับการกลั่นแกล้งหลานชายหมาดๆของตนเอง แต่ดวงหน้ากลับพรายยิ้มสดใส "ก่อนถึงตำหนักจะผ่านตลาด เจ้าอยากลงไปดูหรือไม่"

 

 

                ตลาดในเมืองหลวงต้าเหวินมีผู้คนมากมาย พ่อค้าต่างถิ่น ของเล่น ของใช้ คณะละครสัตว์ ล้วนแปลกตา เป็นสิ่งที่องค์ชายในวังหลวงไม่เคยพบเจอ ยิ่งมีคนอุ้มพาเดินอย่างจุนเหมี่ยนที่พร้อมจะเอาอกเอาใจทุกอย่าง แอปเปิ้ลเชื่อมเคลือบน้ำตาลหวานอร่อยอยู่ในมือซ้าย มือขวาเป็นโคมกระดาษรูปปลาระบายสีสันสวยงาม สายตาหันไปทางนู้นทีทางนี้ทีตามที่จุนเหมี่ยนชี้ให้ดู  ซื่อชุนตัวน้อยยิ่งรู้สึกราวกับฝันไป  ดวงหน้าเล็กๆมีรอยยิ้มแต่งแต้มและเสียงหัวเราะกังวานใสยามเห็นอะไรถูกใจ ทำให้จุนเหมี่ยนยิ้มและหัวเราะตาม...

 

 

                เสียงกุกกักและแรงสะเทือนของรถม้าไม่ได้ทำให้ร่างเล็กจ้อยที่หลับไหลอยู่บนตักของแม่นมผิงตื่นขึ้นมา และผู้ใหญ่สองคนที่อยู่ในรถก็คิดว่าไม่จำเป็นจะต้องปลุก แม้รถม้าจะเข้าสู่อาณาเขตกว้างขวางของตำหนักหมิงอันแล้วก็ตาม

 

 

                เด็กเวลานอนตัวจะหนักขึ้น จุนเหมี่ยนจึงรับร่างซื่อชุนมาอุ้มไว้เอง ปล่อยให้ไฉ่จ้าวเป็นคนประคองแม่นมผิงลงจากรถ ตัวเองอุ้มซื่อชุนเดินเข้าตำหนักที่มีนางกำนัลสาวน้อยและเหล่าองครักษ์ยืนรอรับ

 

 

                "กลับมาแล้วหรือเพคะท่านอ๋อง"

 

 

                ท่ามกลางผู้คนที่ยืนรอรับ หญิงนางหนึ่งงดงามโดดเด่นกว่าใครทั้งหน้าตาและเสื้อผ้าอาภรณ์ก้าวออกมา ริมฝีปากอวบอิ่มแดงสดแย้มยิ้มหวานปานจะหยดให้ผู้เป็นเจ้าของตำหนัก

 

 

                "ข้ากลับมาแล้วไป๋หลิง"  จุนเหมี่ยนยิ้มตอบ ขยับเด็กน้อยในอ้อมแขนให้ดูยามนางชะโงกหน้ามามอง "น่ารักเหลือเกินเพคะท่านอ๋อง" เสียงไพเราะสมความงามเอ่ยชม ธรรมชาติของสตรีมักชอบเด็กอยู่แล้ว นางเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เพียงแต่ไป๋หลิงคือหญิงที่ไม่จำเป็นจะต้องยืนรอรับชินอ๋องจุนเหมี่ยนอย่างนอบน้อม หรือลอบชื่นชมความน่ารักขององค์ชายน้อยอย่างนางกำนัลผู้อื่น

 

 

                'ไป๋หลิง' คือพระสนมคนโปรดของท่านอ๋องแห่งตำหนักหมิงอัน

 

 

                มือเล็กบอบบางวางบนแขนเอ่ยชวนผู้เป็นเจ้าของตำหนักเข้าข้างใน เสียงอ่อนหวานเอ่ยถามแผ่วเบาเพื่อไม่ให้รบกวนการนอนของเด็กชาย

 

 

                "หลับสนิทเลยนะเพคะ คงจะเหนื่อยกับการเดินทาง"

 

 

                "เล่นจนเหนื่อยต่างหาก ระหว่างทางพาแวะเที่ยวตลาด ข้าอุ้มเดินซะทั่ว ไม่เหนื่อยจนหลับอย่างไรไหว"

 

 

                จุนเหมี่ยนตอบพลางวางร่างเล็กๆลงกับเตียง ถอดรองเท้าออกให้ เลื่อนผ้าผวยขึ้นคลุมหน้าอก เสร็จสรรพ หันกลับมาเจอดวงหน้าหญิงงามมองมายิ้มๆ ก็ทำหน้าไม่ถูก เสไปทักแม่นมผิงที่เดินตามไฉ่จ้าวเข้ามาแทน

 

 

                "แม่นมห้องพักเป็นอย่างไรบ้าง อะไรขาดเหลือสั่งพวกนางกำนัลได้เลยอย่าเกรงใจ"

 

 

                "ไม่มีอะไรขาดหรอกเพคะ เยอะเกินไปเสียด้วยซ้ำ ท่านอ๋องกรุณาหม่อมฉันนัก" แม่นมผิงย่อตัวถอนสายบัวมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ให้แก่ชายตรงหน้า สิ่งที่ท่านอ๋องเตรียมไว้ให้ช่างมากมาย แม้แต่นางที่เป็นนางกำนัลชั้นเอก ความเป็นอยู่ในวังหลวงสุขสบายเพราะได้ชื่อว่าเป็นแม่นมของฮ่องเต้ ยังตื่นตากับความสุขสบายที่ได้รับ ยิ่งห้องที่ท่านอ๋องเตรียมไว้ให้องค์ชายน้อย ทั้งสวยงาม กว้างขวาง เต็มไปด้วยของมีค่า และของเล่นแปลกตา ที่ถ้าองค์ชายตื่นขึ้นมาเห็นคงจะชอบใจนัก ไม่ต้องบอกก็รู้ได้ว่าทุกอย่างถูกเตรียมไว้ให้อย่างตั้งใจเพียงใด

 

 

                "ขอบพระทัยเพคะท่านอ๋อง"

 

 

 

                .

 

 

                .

 

 

                .

 

 

                ที่นี่ที่ไหน

 

 

                ตาเรียวเล็กปริบปรือลืมขึ้น เห็นเพดานห้องไม่คุ้นตา มองรอบตัวก็ไม่ใช่ห้องเดิมที่เคยอยู่  ร่างเล็กจ้อยผุดลุกขึ้นนั่งอย่างตกใจ แต่พอมองไปเห็นแม่นมผิงหลับอยู่บนตั่งเล็กไม่ไกลนักก็สงบลง และนึกได้ว่าไม่ได้อยู่ที่ตำหนักเหลียนอิงอีกต่อไป

 

 

                ท่านอ๋องบอกว่าจะพาไปอยู่ที่ตำหนักหมิงอัน งั้นก็คงเป็นที่นี่

 

 

                ปากเล็กฉีกยิ้มเมื่อนึกถึงท่านอ๋อง  ท่านอ๋องที่เพิ่งเคยเจอแต่กลับพาซื่อชุนมาอยู่ด้วยนั้นใจดีมาก นอกจากแม่นม ท่านอ๋องดีกับซื่อชุนที่สุดเลย

 

 

                ทั้งปกป้องซื่อชุน

 

 

                อุ้มซื่อชุน

 

 

                หอมแก้มซื่อชุน

 

 

                พาซื่อชุนไปเที่ยว

 

 

                ซื่อชุนชอบท่านอ๋อง

 

 

                ซื่อชุนมีความสุขมากเหมือนฝันเลย หรือซื่อชุนกำลังฝันอยู่นะ

 

 

                พลันหูแว่วเสียงบางอย่างลอยมาตามลม ซื่อชุนมองซ้ายมองขวาเห็นแม่นมหลับ มองผ่านบานหน้าต่างที่มีม่านบางเบาปิดไว้เห็นข้างนอกมืดแล้ว แต่มีแสงไฟวับแวมและเสียงคนดังมา ก็หย่อนขาลงจากเตียง เดินไปชะโงกมองที่ริมหน้าต่าง

 

 

                ผ่านม่านบางๆ ศาลากลางน้ำจุดไฟสว่างไสว นางกำนัลหลายคนส่งเสียงหัวเราะระรื่น บางคนร้องเพลง บางคนกำลังร่ายรำ บ้างก็ลอยเรือกระดาษสีสวยบนผิวน้ำแข่งกัน

 

 

                กลางวงล้อมนางกำนัลเหล่านั้นคือท่านอ๋อง

 

 

                ชื่อชุนอยากไปหาท่านอ๋อง

 

 

                "เอ๊ะ นั่นองค์ชายน้อยหรือเปล่าเพคะ"

 

 

                ดวงหน้าสวยงามทั้งจากเครื่องประทินโฉมและความงามที่มีอยู่แต่เดิม รวมกันเพียงพอให้ผู้คนตกตะลึงยามได้ยลโฉมงดงามราวนางฟ้านางสวรรค์ ผู้นั่งหัวเราะอยู่ใกล้ชิดจุนเหมี่ยนมากที่สุดร้องทักร่างเล็กๆริมเสา เรียกความสนใจจากชายเพียงหนึ่งเดียวให้หันมอง ก่อนเจ้าของตำหนักจะลุกขึ้นเดินเร็วๆไปหาร่างเล็กจ้อยที่เกาะเสามองมา

 

 

                "เด็กน้อย ดึกดื่นไม่หลับไม่นอนได้อย่างไร" ทิ้งตัวลงนั่งอีกครั้ง บนตักจุนเหมี่ยนก็มีร่างเล็กจ้อยนั่งอยู่ อ๋องหนุ่มแสร้งทำเสียงดุ แต่สีหน้ากลับมีแต่รอยยิ้ม มือรับนมอุ่นผสมน้ำผึ้งจากไป๋หลิงที่สั่งให้คนไปเตรียมมาตั้งแต่เห็นองค์ชายน้อย ป้อนให้ถึงปาก

 

 

                ซื่อชุนดื่มนมรสหวานหอมเข้าไปอึกใหญ่ ตามด้วยขนมแป้งหนานุ่มไส้ผลไม้กวนที่จุนเหมี่ยนป้อนให้อีกหลายชิ้น แก้มขาวพองออก ริมฝีปากเล็กเคี้ยวหมุบหมับน่ารักสุดใจ จุนเหมี่ยนก้มลงไปฟัดแก้มซ้ำอีกหลายที จนไป๋หลิงอดหัวเราะไม่ได้  "ท่าทางจะหลงไม่เบาเลยนะเพคะ"

 

 

                "ก็น่าหลงน้อยอยู่หรือ" จุนเหมี่ยนตอบคนโปรดยิ้มๆ เช็ดคราบขนมบนแก้มขาวอย่างรักใคร่ "อิ่มแล้วใช่หรือไม่ ข้าจะให้ไฉ่จ้าวพาไปนอน"

 

 

                "ข้าไม่อยากตื่น" เสียงเล็กตอบแล้วก็เอาแต่จ้องหน้าไม่ยอมละสายตาจนจุนเหมี่ยนแปลกใจ

 

 

                "ตายจริง นี่ละเมอรึนี่ เมื่อกี้ท่านอ๋องป้อนทั้งนมทั้งขนม ดีนะเพคะที่ไม่สำลัก" ไป๋หลิงร้องออกมา แต่จุนเหมี่ยนกลับไม่คิดแบบนั้น

 

 

                "ทำไมเจ้าถึงไม่อยากตื่นเล่า"

 

 

                "ถ้าตื่น ข้าจะหาท่านอ๋องไม่เจอ"

 

 

                "เหตุใดจึงหาไม่เจอ"

 

               

                "คนที่รักและปกป้องข้า จะพบเจอได้แค่ในฝันเท่านั้น"

 

 

                "แต่เจ้าไม่ได้ฝัน" จุนเหมี่ยนรั้งซื่อชุนเข้ามากอด รัดแนบแน่นให้ร่างกายรับรู้ว่าไม่ได้หลับฝัน ใช้ปลายคางคลึงเส้นผมนิ่มละเอียดแผ่วเบา "ท่านอ๋องอยู่ตรงนี้อย่างไรเล่า อยู่ข้างๆเจ้าซื่อชุน ข้าอยู่ตรงนี้และจะอยู่ตรงนี้ตลอดไป  ไม่ว่ายามหลับหรือยามตื่น จะปกป้องเจ้าทุกคืนวันไปจนสิ้นชีวิต จะไม่ยอมให้ใครหรืออะไรทำร้ายเจ้าได้อีก  ต่อไปนี้ที่นี่คือบ้านของเจ้า เด็กน้อย..."

 

 

                ถ้อยคำที่คนฟังย่อมรับรู้ ว่าองค์ชายน้อยซื่อชุนสำคัญเพียงไรต่อผู้เป็นนายและได้กลายเป็นเจ้านายอีกคนแห่งตำหนักหมิงอัน

 

 

                ไป๋หลิงมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้ม

                 

 

                    จากนี้ไปทุกข์ใดๆจะกล้ำกรายองค์ชายน้อยซื่อชุนได้ เมื่อกำแพงสูงใหญ่ชื่อจุนเหมี่ยนตั้งตระหง่านถึงเพียงนี้




TBC...


#ฟิคบ่วงฮฮ


     มาครบแล้วค่ะ ซื่อชุนไปอยู่กับท่านอ๋องแล้ว อีกไม่นานก็โต จากนี้เลยอยากให้รี้ดเก็บเกี่ยวความน่ารักของซื่อชุนตอนเด็กเอาไว้ อ่านกันให้สนุก คอมเม้นเป็นกำลังใจให้ไรต์บ้างนะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ

     ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นนะคะ น่ารักมากๆเลย  ดีใจ องค์ชายน้อยน่าสงสาร ฝ่าบาทเซิงหลงก็โหดร้ายเดี๋ยวซื่อชุนไปอยู่กับท่านอ๋องแล้ว  เซิงหลงก็ไม่ค่อยมีบทหรอกค่ะ555 เซิงหลงเป็นตัวแทนของความหมายที่ว่า "ไม่มีคำว่ายุติธรรมสำหรับคนที่เกลียด" ค่ะ ท่านอ๋องเลยต้องยุติธรรมและรักซื่อชุนแทน สำหรับตอนนี้ก็เหมือนกับการลำดับญาติ อย่างที่อ่านกัน นอกจากท่านอ๋องจะเคะลุง(ห่างกัน15ปีแหน่ะ เสียงคุกๆดังมาเลย555)ที่สำคัญยังเป็นญาติกันด้วย แหะๆ บาปเนอะ ยังไงก็ขอฝากฟิคบาปที่เต็มไปด้วยรักเรื่องนี้ด้วยนะคะ คอมเม้นเป็นกำลังใจหรือไปเมาท์กันใน #ฟิคบ่วงฮฮ ได้นะคะ เจอกันครั้งต่อไปกับที่เหลือค่ะ  


     เกร็ดเล็กๆบ่วงรักร้อยใจ

     “ไข่มุกราตรีมีชื่อจารึกอยู่ในประวัติศาสตร์จีนโบราณ บันทึกทางโบราณคดีเก่าแก่ บันทึกไว้ว่าในตำนานของจักรพรรดิเหยียน (炎帝) หรือ เทพกสิกร (神农氏) ที่ชาวจีนเชื่อกันว่าเป็นบรรพกษัตริย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์จีน มีการกล่าวถึง หยกเรืองแสงที่ชื่อว่า "เย่หมิง" (夜明= สว่างยามราตรี)

              มุกราตรีเป็นแร่หินประเภทหนึ่งที่ประกอบด้วยสารเรืองแสงภายในพวกฟลูออร์สปาร์ทำให้สามารถเรืองแสงได้ในที่มืด ปรากฎให้เห็นครั้งแรกในช่วงทศวรรษที่ 80 หลังจากนั้นมีการขุดพบแร่มุกราตรีขึ้นเรื่อยๆ แต่เป็นการขุดพบแร่หิน ไม่ใช่มุกราตรีโบราณอย่างแท้จริง 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

318 ความคิดเห็น

  1. #288 wpwptnk (@wpwptnk) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:49
    มีสนมด้วย ว้าวเลย
    #288
    0
  2. #250 nroparan (@plidpliwnaraporn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 11:51
    อ่านเรื่องนี้โคตรได้ความรู้5555
    #250
    0
  3. #133 Mint_wrsr (@Mint_wrsr) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 15:19
    "คนที่รักและปกป้องข้า จะพบเจอได้แค่ในฝันเท่านั้น" คำพูดนี้ทำเราร้องไห้เลยค่ะ รู้เลยว่าชีวิตที่ผ่านมาของซือชุนต้องผ่านความลำบากและเจ็บปวดอะไรมาบ้าง ต่อไปนี้ท่านอ๋องจะดูแลและปกป้องหนูเองนะลูกก 
    #133
    0
  4. #84 ToshioH (@amptoshioh) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 23:37
    น้องซื่อชุนไปอยู่กับท่านอ๋องแล้ว ดีแล้วเนอะ ต่อจากนี้ท่านอ๋องจะได้ปกป้องซื่อชุนไม่ให้มีใครมาร้ายใส่อีก แต่เด็กก็ยังเป็นเด็ก คำพูดแย่ๆ การกระทำเลวๆที่โดนกระทำใส่มันคงจะหายไปไม่หมด เชื่อว่าเวลาคงจะรักษาแผลเหล่านั้นแต่มันไม่หายไปแน่นอน คงกลายเป็นตะกอนขุ่นๆอยู่ก้นสำนึก สงสารอะ อยากจะฟินใจจะขาดแต่คำพูดของซื่อชุนกลับทำให้ต้องคิดหนัก ที่บอกว่าไม่อยากตื่นเพราะคนที่ดีด้วยจะอยู่แค่ในฝันเท่านั้น ตรงนี้เราตะเตือนใจเลย5555555 สงสารน้อง แต่ก็เชื่อใจว่าท่านอ๋องจะต้องดูแลซื่อชุดอย่างดีที่สุดอยู่แล้วใช่มั้ย...
    #84
    0
  5. #73 aong (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 11:22
    ตอนเด็กก็รักกันขนาดนี้ แล้วตอนโตจะขนาดไหนล่ะเนี่ย
    #73
    0
  6. #70 benz wu (@fata1998) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 10:38
    น่ารักอะไรขนาดนี้
    #70
    0
  7. #66 Wandah (@PiyaphasKiwaron) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 00:47
    ท่านอ๋องต้องสปอยล์หลานมากขนาดไหนกันคะ ตามใจเหลือเกิน หอมแก้ม ซื้อขนม นั่งตก ฮือ โตขึ้นดูซิว่าจะตามใจกันขนาดไหน องค์ชายคงไม่เสียคนหรอกค่ะ แต่ก็รู้ว่าท่านอ๋องเนี่ยให้ได้ทุกอย่าง555 ตอนอ่านไปเจอนางสนม อิฉันตาลุกโพลงไปด้วยไฟริษยา อยากจะดึงท่านอ๋องออกมาแล้วยกให้องค์ชาย แล้วก็อยากจะดึงแก้มน้อยๆขององค์ชายจังเลยค่ะ หวังว่าท่านอ๋องจะกรุณาไม่หยิบดาบมาตัดมืออิฉัน ,_,
    #66
    0
  8. #47 PICKYPOUNCE (@pickypounce) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 18:25
    โง้ยยยย ท่านอ๋องละมุนกับซื่อชุนมาก เป็นช่วงหลงหลานของเคะลุงที่น่าเอ็นดูเว่อออ 555555
    #47
    0
  9. #46 itou8 (@itou8) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 13:14
    ใม่รู้จะอธิบายยังไง ไรท์เก่งมากอ่ะ
    สนุกมาก ไม่ได้อ่านแนวย้อนยุคนานมากแล้วเป็นคู่ชิบด้วย ฟินมากเลยค่ะ
    ซื่อชุนต้องรักจุนมยอนมากๆนะ
    รอติดตามเลย สู้ๆนะคะ
    #46
    0
  10. #45 piploy309 (@piploy309) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 17:50
    ซื่อชุนรีบๆโตน้า รีบโตให้ทันท่านอ๋องมาปกป้องท่านอ๋อง อยากเห็นโมเม้นสวีทกันใจจะขาด สู้ๆนะคะ ภาษาสวยมาก ชอบค่ะ ~
    #45
    0
  11. #44 PafaiKanyanat (@PafaiKanyanat) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 10:07
    ซื่อชุนรีบโตนะ จะได้ดูเเลท่านอ๋องอย่างที่ท่านอ๋องเคยดูเเลไง

    อยากจะบอกว่า ใช้ภาษาดีมากค่ะ เเนวนี้หาอ่านยากจริงๆ เเนะนำถ้าจบให้รวมเล่มนะคะ เก็บตังรอค่ะ ><
    #44
    0
  12. #43 Winter April (@winterapril) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 23:48
    อบอุ่นจนน้ำตาซึมเลยค่ะ
    ดีใจแทนองค์ชายน้อยจริงๆ ที่จะได้สัมผัสความสุขบ้างแล้ว
    ไม่อยากให้โตเลยแฮะ กลัวท่านอ๋องต้องเสียใจ 55
    ภาษาก็สวย การบรรยายก็ไหลลื่น อ่านแล้วรู้สึกละมุนละไมมากค่ะ
    เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #43
    0
  13. #42 gene_pa (@pathaimas-p) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 17:43
    ชอบค่ะ เราจะร่วมบาปไปด้วยกันค่ะ ซื่อชุนน่ารักน่าเอ็นดู คำก็อ่านง่ายด้วย รอเจอตอนหน้าอยู่นะคะ
    #42
    0
  14. #41 somo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 17:31
    เหนือความละมุน อ่อนหวาน เอาใจของจุนเหมี่ยน และความน่ารักไร้เดียงสาของซื่อชุนแล้ว คือการ ช็อคที่จุนเหมี่ยนมีสนมอยู่แล้ว 55555
    #41
    0
  15. #40 AkuB (@akub) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 15:37
    โห้ย ชอบมาก ทั้งท่านอ๋อง ทั้งซื่อชุน บรรยากาศน่ารักน่าเอ็นดู ท่านอ๋องก็แสนดี ต่อไปนี้ไม่มีใครทำอะไรได้แล้วเนอะ
    #40
    0
  16. #39 Fahmyfriend (@Fahmyfriend) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 14:02
    น่ารักมากๆแงงงง
    #39
    0
  17. #38 มยอนฟัคเก็ต (@taohoexo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 07:30
    พอโตแล้วจะไม่น่ารักแน่ๆ.. แต่หล่อจนท่านอ๋องใจสลาย555555555 จะดื้อกว่าเดิมมั้ย นิสัยจะแบบเท่แมนๆงี้มั้ย ซื่ชุนนน~ รีบโตมากินท่านอ๋องได้แล้ว
    #38
    0
  18. #37 준'NIE♥ (@9956799567) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 06:56
    ละมุนมากกกก ชอบมากๆๆๆๆค่ะ ^^
    #37
    0
  19. #36 rose za (@goykondee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 06:34
    ไปอยู่กับลุงแล้ว โอ๋กันน่าดูแล้ว ท่านอ๋องมีสนมด้วยรึ ดีนะที่สนมนางเป็นคนดี แต่ต่อไปถ้า องค์ชายโตขึ้นหละ จะไม่แย่งท่านอ๋องกันรึ
    #36
    0
  20. #35 Eveyuwa (@Eveyuwa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 03:39
    ฮืออออออ ไรท์~
    #35
    0
  21. #33 patta (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 11:44
    อยากเห็นจุนเหมี่ยนเลี้ยงซื่อชุนใจจะขาดแล้วค่ะ

    ต้องสปอยน่าดูแน่ๆเลย องค์ชายตัวเล็กๆจะได้รับ

    ความรักแล้วนะคะ ดีต่อใจจริงๆ
    #33
    0
  22. #32 มยอนฟัคเก็ต (@taohoexo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 08:07
    ทำไมรู้สึกว่าจะมีรางร้ายๆเกิด555555555555
    #32
    0
  23. #31 준'NIE♥ (@9956799567) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 07:23
    ชอบมากก เป็นพีเรียดที่รักเลยค่ะ
    #31
    0
  24. #30 rose za (@goykondee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 05:34
    จะนำตัวกลับไปแล้วองค์ชายน้อยจะได้ไม่ต้องถูกรังแก เพราะโต้ป็นหนุ่มจะไปรังแกลุงแทนใช่มั๊ย
    #30
    0
  25. #29 gene_pa (@pathaimas-p) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 05:25
    เรื่องน่าสนใจดีค่ะ ชอบๆๆ
    #29
    0