Lamplighter
ดู Blog ทั้งหมด

เพชรกวีคู่เมืองสยาม

เขียนโดย Lamplighter
"เพชรกวีล้ำค่ามหาครู สุนทรภู่คู่ถิ่นแผ่นดินไทย"
นี่คือคำขวัญที่แต่งให้เพื่อนส่งอาจารย์ตอน ม.2
ปรากฏว่าได้ที่ 1 ส่วนที่แต่งใช้ชื่อตัวเองไม่ได้รางวัล(เอากะตูสิ)
ไม่ได้เกียรติบัตร แต่ภูมิใจโคตรๆ ไม่คิดว่าจะได้..

ปีที่แล้ว จำได้ดี
วันสุนทรภู่ นั้นตรงกับ วันจันทร์พอดี ตามวันที่ท่านเกิด
แต่ที่น่าอัศจรรย์คือ ตรงกับ แรม 1 ค่ำ เดือน 8
วันเกิดของท่านจริงๆ ตรงกัน ถึง 3ประการ นับแล้วครบ 220 ปีของท่านพอดี
ส่วนปีนี้เคลื่อนไปเป็นวันอังคาร(วันนี้แล..)
ที่โรงเรียนก็มีกิจกรรมสดุดีกันเล็กน้อย
ผลการทำกิจกรรม ไม่เห็นประกาศเลย...ออกงงๆ

ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่า
ตกลงท่านเกิดที่เมืองแกรง หรือวังหลังกันแน่
สำหรับเราก็ไม่มีความคิดเห็น เพราะไม่ใช้นักวิชาการ
สนใจประวัติและผลงานของท่านมากกว่า
ท่านเป็นกวีของไทย ที่ได้เป็นกวีเอกของโลก(ปลื้มใจจริงๆ)
สำนวนภาษากลอนของท่าน อ่านแล้วละมุนละไมมาก
แต่ละคำอย่างที่เขาว่าเอามาร้อยไว้จริงๆ
ที่ประทับใจคือนิราศภูเขาทอง ที่เรียนตอนม.1
อ่านต้นๆแล้วอารมณ์เศร้ามาก น้ำตาแทบไหล โดยเฉพาะท่อน
"ถึงหน้าวังดังหนึ่งใจจะขาด
คิดถึงบาทบพิตรอดิศร
โอ้ผ่านเกล้าเจ้าประคุณของสุนทร
แต่ปางก่อนเคยเฝ้าทุกเช้าเย็น"

"จะสร้างพรตอตส่าห์ส่งส่วนบุญถวาย
ประพฤติฝ่ายสมถะทั้งวสา
เป็นสิ่งของฉลองคุณมุลิกา
ขอเป็นข้าเคียงพระบาททุกชาติไป"

"เคยหมอบใกล้ได้กลิ่นสุคนธ์ตลบ
ละอองอบรสรื่นชื่นนาสา
สิ้นแผ่นดินสิ้นรสสุคนธา
วาสนาเราก็สิ้นเหมือนกลิ่นสุคนธ์"

จบไดฯวันนี้ด้วยบทกลอนของท่านจากนิราศภูเขาทองเช่นกัน
"ไม่เมาเหล้าแล้วแต่เรายังเมารัก
สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน
ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป
แต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืน"

ป.ล.วันนี้อาจารย์มาชวนไปเข้าค่ายนักเขียน
แม้จะไม่มั่นใจ แต่อาจารย์ยืนโอกาสมา ก็ต้องคว้าไว้ก่อนล่ะนะ ^^

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น