อุบัติ...เหตุหัวใจ (สนพ.Sugar Beat เครือสถาพรบุ๊คส์)

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 5 เปิดตัวรึเปล่า (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,850
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    14 ก.พ. 60




5

เปิดตัวรึเปล่า

 
 

ในรถคันหรูซึ่งมีนักธุรกิจหนุ่มหล่อเป็นสารถี กำลังเหล่มองสาวสวยที่กำลังเดินหน้าจีบนอนหลับอยู่ข้างกายในเบาะข้างคนขับ ก่อนจะหันไปมองถนนเบื้องหน้าต่อทว่าบนใบหน้าก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มหญิงสาวมีอะไรให้เขาแปลกใจอยู่เสมอ โดยเฉพาะก่อนหน้านี้ที่เขาได้ร่วมโต๊ะทานอาหารกับเธอ



มันน่าเสียดายอยู่ไม่น้อยกับอาหารมื้อแรกที่ได้ร่วมโต๊ะกันน่าจะเป็นเดตที่แสนโรแมนติกดังเช่นที่เขาวางแผนไว้ ทว่าก็ไม่เป็นไรเมื่อเดตแรกของเราแม้ไม่ได้อยู่กันตามลำพังทว่าก็ทำให้เขาเห็นหลายๆ มุมในตัวเซเลน่าที่ไม่ได้มีแค่สีหน้าเรียบเฉยคอยกันผู้คนให้ห่างจากตนไว้



ตลอดเวลาที่นั่งร่วมโต๊ะเขาเป็นเพียงผู้ฟังที่ดี รับฟังเรื่องราวต่างๆ ที่ทีมงานต่างผลัดกันเล่าอย่างสนุกสนาน แม้หญิงสาวจะไม่ได้ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวของตัวเองซึ่งเขาก็ไม่แปลกใจอะไร ทว่าเธอก็ยังร่วมผสมโรงให้บรรยากาศดูครึกครื้นเป็นกันเองได้อย่างดี



รอยยิ้มที่มีประดับใบหน้าตลอดเวลาทำให้เขาไม่สามารถละสายตาไปจากหน้าหวานได้ แม้รอบข้างจะมีคนมากมายก็ไม่ได้ดึงความสนใจเขาไปจากรอยยิ้มสดใสนั้นได้ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับหายไปเมื่อยามที่เธออยู่กับเขาลำพัง แถมใบหน้าหวานที่เคยสดใสกลับเรียบนิ่งยามอยู่กับเขาอีกเช่นกัน



อย่างเช่นตอนนี้



“แอบยิ้มอะไร”



ไม่ใช่แค่รอยยิ้มหายแล้วหน้านิ่งโผล่ ทว่าเสียงแข็งเย็นชาก็งอกขึ้นมาตามลำดับ



“เปล่า” ชายหนุ่มปฏิเสธ แสร้งหันไปตั้งใจขับรถเช่นเดิม



“ฉันเห็นหรอกน่า”



เธอไม่ได้หลับลึกพอจะไม่รู้ว่าตนเองกำลังถูกแอบมอง แต่ก็ยังคงนิ่งไว้เพราะคิดว่าอีกไม่นานเขาคงเลิกรา ทว่าเธอกลับคิดผิดเมื่อชายหนุ่มยังมองอย่างเอาเป็นเอาตายแม้จะขับรถอยู่ก็ตาม เธอรู้ได้อย่างไรน่ะหรือก็เงาที่สะท้อนจากกระจกประตูรถไรล่ะ



“คุณจะให้ผมไปส่งที่ไหรครับ” คาร์ลอสเฉไฉไปเรื่องอื่นเมื่อถูกจับได้



“เจ้าสองแสบบอกคุณว่าไงล่ะ” หญิงสาวถามกลับ



“พวกเขาแค่วานให้ผมมารับคุณกลับบ้าน เพราะมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับบอดี้การ์ดของคุณ”



“เหอะ น่าเชื่อตายล่ะ”



ลองได้วางแผนกันมาดิบดีซะขนาดนี้ เจ้าพวกนั้นคงเตรียมการไว้หมดแล้วนี่คือเหตุผลที่เธอกล้าขึ้นรถมากับคนแปลกหน้าที่เพิ่งเจอหน้ากันเพียงข้ามวัน



ไม่บ่อยนักที่สองแฝดจะไว้ใจใครถึงขนาดวางแผนให้มารับเธอกลับบ้านเช่นนี้ และแม้จะยอมให้ชายหนุ่มอยู่ใกล้ชิดเธอขนาดนี้ ทว่าก็ไม่รอดพ้นสายตาของเจ้าพวกนั้นไปได้และเหมือนว่าคนข้างกายก็พอจะรู้



“น้องคุณนี่หวงคุณมากเลยนะครับ”



ชายหนุ่มชวนคุยเมื่อเหลือบมองกระจกหลังก็ยังเห็นรถคันเดิมป้ายทะเบียนเดิมขับตามมาตลอดทาง ตั้งแต่ไปรับหญิงสาวออกจากสตูดิโอและก็พอจะเดาได้ว่าเป็นคนของใคร



“แน่นอนว่าฉันยังเป็นธนาคารให้พวกมันรีดไถได้อยู่ถึงได้หวงขนาดนี้” หญิงสาวว่าอย่างประชดประชันไปถึงตัวแผนการ ทว่าก็ไม่ลืมคาดโทษไว้ “แต่หลังจากวันนี้อย่างได้แม้แต่หวังว่าจะรีดไถกันได้สำเร็จอีก”



“พวกเขาออกจะเป็นเด็กดี” ชายหนุ่มพูดออกไปอย่างตรงข้ามกับความรู้สึก และคำตอบของหญิงสาวก็ทำให้เขาเห็นด้วยไม่น้อย



“มันชอบทำหน้าซื่อตาใสไปอย่างนั้นแหละ ความจริงพวกมันเจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าอะไร ยิ่งมาแบบแพ็คคู่นี่ไม่ต้องพูดถึง อยู่ที่ไหนปวดหัวที่นั่น”



คาร์ลอสยิ้มคนขี้บ่น แม้จะพูดมาเสียยืดยาว ทว่าทุกคำพูดของเธอก็เต็มไปด้วยความรักความเอ็นดู แต่ก็อย่างว่าล่ะใครเจอสองแฝดเข้าก็ต้องกุมขมับกันบ้างล่ะ และเขาก็เป็นหนึ่งในนั้น



เจด้าเงียบเสียงลงทันทีเมื่อเผลอพูดเรื่องส่วนตัวให้ชายหนุ่มฟัง จึงเปลี่ยนเรื่องโดยการตอบคำถามของเขา “ไปส่งฉันที่คอนโดฯ



เมื่อบอกสิ่งที่ต้องการจนครบและคิดว่าเขาคงไปถูกก็หลับตาลงทันทีเป็นการตัดบทสนทนาและดูเหมือนว่าชายหนุ่มเองก็ไม่ทู่ซี้แต่อย่างใด



คาร์ลอสยอมหยุดบทสนทนาตามที่เจ้าหล่อนต้องการ แม้เธอจะพยายามกันเขาให้ออกจากตัวมากแค่ไหน เขาก็จะยิ่งเข้าไปใกล้เธอให้มากขึ้นเท่านั้น




 

ภายในบ้านเซอร์คิโอทุกคนต่างก็ตั้งใจฟังข่าวบันเทิงที่กำลังรายงานผ่านทีวีอยู่ในตอนนี้ เนื่องจากคนที่เป็นประเด็นให้พูดถึงคือลูกสาวคนโตของบ้าน



มีคนตาดีเห็นอีกแล้วค่าว่านางแบบสาว ฉายานางฟ้าน้ำแข็งควงคู่หนุ่มหล่อไปทานข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง แม้จะไม่ได้ไปเพียงลำพัง แต่ก็ยอมพาชายหนุ่มหล่อนักธุรกิจชาวสเปนไปเปิดตัวต่อหน้าทีมงานของหนังสือเล่มหนึ่งที่สาวเจ้าไปเป็นนางแบบขึ้นปก แถมฝ่ายชายก็ยอมรับอย่างแมนๆ ว่ากำลังเดินหน้าจีบเจ้าหล่อนอยู่ แถมฝ่ายหญิงของเราก็ไม่ปฏิเสธเสียด้วยสิ เอ๊ะ! นี่เป็นการเปิดตัวรึเปล่าคะสาวเซเลน่าแถมชายหนุ่มรูปหล่อคนนี้ยังเป็นคนเดียวกันกับที่เป็นข่าวกับนางฟ้าเมื่อวันก่อนอีกต่างหาก งานนี้ต้องมีซัมธิงรองบางอย่างแน่นอนแล้วคุณพ่อจอมหวงอย่างทอเร็ตโต้ว่าอย่างไรบ้างเอ่ย…’




“ฉันก็จะเอาเลือดหัวมันออกที่กล้ามายุ่งกับลูกสาวของฉันไง”




ทอเร็ตโต้หรือคุณพ่อจอมหวงตอบกลับคำถามจากนักข่าวในทีวีด้วยอาการเลือดขึ้นหน้าที่มีหนุ่มหล่อกล้ามาขายขนมจีบให้ลูกสาวตน




“เรื่องของหนุ่มสาวน่าแบค เจด้าก็โตแล้ว ลูกจะมีแฟนก็ไม่ใช่เรื่องแปลก” ญาตาวีขัดคนเป็นสามีจอมหวง



เรื่องความรักเราไม่สามารถกำหนดให้เป็นอย่างที่เราต้องการได้ โดยเฉพาะความรักของคนอื่นหรือแม้แต่ลูกของตัวเอง เพราะลูกเราเลี้ยงได้แค่ตัวส่วนเรื่องหัวใจก็เป็นสิทธิ์ของเขาเป็นคนตัดสินใจเอง และหากเจด้าจะมีแฟนสักคนเธอก็ยินดี เพียงแค่ลูกสาวเจ็บน้อยลงและลืมเพื่อนสนิทที่อยู่ในใจมาตลอดหลายปีได้บ้างก็เป็นพอ




“ไม่ ผมไม่ยอมหรอกนดา”




“แต่ผู้ชายคนนี้อาจจะช่วยให้ลูกเราเจ็บน้อยลงก็ได้นะแบค” ญาตาวีพูดตรงประเด็นอย่างที่คิด ทำให้ทอเร็ตโต้เงียบเสียงลงนึกตามที่ภรรยาพูด




เขารู้ดีว่าลูกสาวของเขาหลงรักแมทธิวเพื่อนสนิทตั้งแต่เริ่มเป็นสาว ทว่าก็ต้องผิดหวังเมื่อชายหนุ่มมีใจให้โรสเพื่อนสนิทสาวอีกคน แต่แม้ว่าแมทธิวจะไม่ได้มีใจตรงกันแต่เจด้าก็ยังคงปักใจกับเพียงแมทธิวคนเดียว แต่เวลาจะผ่านมาหลายปีแต่เจด้าก็ยังไม่เคยคิดเปลี่ยนใจ แม้เพื่อนหนุ่มกำลังจะเข้าประตูวิวาห์ในไม่ช้านี้ก็ตาม




“คุณก็รู้ว่าพวกผู้ชายเหล่านั้นเข้าหาลูกสาวเราเพราะอะไร ถ้าไม่ใช่เพราะความสวยของเจด้าที่พวกมันหวังพาขึ้นเตียงเท่านั้น”




“เพราะตอนหนุ่มๆ คุณก็เป็นแบบนั้น” คนเป็นภรรยาอดจะประชดประชันไม่ได้ ก็ผู้ชายตรงหน้าเมื่อตอนยังหนุ่มนั้นเจ้าชู้น้อยเสียเมื่อไรล่ะ




“ผมยอมรับที่รักและตั้งแต่มีคุณผมก็เลิกอย่างเด็ดขาด” ชายหนุ่มยืดอกรับไม่ลืมที่จะหยอดคำหวานให้ภรรยา “แต่พวกมันไม่ได้คิดเหมือนผมไงที่รัก”




“ฉันรู้ว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่นั้นย่อมห่วงลูก ฉันเองก็เป็นห่วงลูกเหมือนคุณ” ญาตาวีว่าอย่างเข้าใจสามี “แต่คุณอย่าลืมนะคะว่าชีวิตเป็นของลูก เจด้าโตพอจะตัดสินใจอะไรด้วยตัวเองได้แล้ว และไม่ว่าผู้ชายพวกนั้นจะเข้าหาเธอด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม หากลูกเราไม่ยอมซะอย่างพวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้ อย่างเคสที่แล้วๆ มาไงคะ”




ใช่ คนเป็นพ่ออย่างเขารู้ดีว่าลูกสาวมีนิสัยอย่างไร และจะไม่ห่วงเลยถ้าผู้ชายคนนี้มันดูไก่อ่อนหรือหน้าตาพอไปวัดไปวาได้ ทว่าผู้ชายคนนี้กลับดูเจ้าเล่ห์เหลี่ยมจัดแถมหน้าตาก็หล่อเหลา อย่างนี้จะให้เขามองดูอย่างสบายใจได้หรือ




“ถึงอย่างไรผมก็เป็นห่วงลูก”



“ฉันรู้ค่ะแบคและถึงอนาคตลูกเราจะเป็นอย่างไร เราเป็นพ่อเป็นแม่ก็พร้อมอยู่เคียงข้างลูกเสมอ




ญาตาวีนึกไปถึงเรื่องของตนเองเมื่อวันที่ทำให้บิดามารดาเสียใจที่สุด เด็กสาววัยยี่สิบเข้าไปหาพวกท่านพร้อมบอกว่าตนเองท้องไม่มีพ่อ แม้จะรู้ว่าพวกท่านผิดหวังในตัวเองมากเพียงใด แต่พวกท่านก็ยังยืนเคียงข้างและดูแลเธออย่างดีเสมอในวันที่อ่อนแอ




และเมื่อเธอได้เป็นแม่บ้างก็อยากเป็นที่พึ่งให้ลูกในวันที่พวกเขาอ่อนแรงและพร้อมประคับประคองให้กลับมาเข้มแข็งดังเดิม




เหมือนที่พ่อแม่ฉันทำเมื่อวันนั้น”




“ผมรู้แล้วที่รัก ผมรู้แล้ว”




ทอเร็ตโต้คว้าตัวภรรยามากอดไว้แน่น เมื่อรู้ว่าเธอกำลังนึกถึงเรื่องของตัวเองและคนที่ผิดก็คือเขาเอง แม้ตอนนี้เขาและเธอจะกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ มีลูกๆ ที่น่ารัก ทว่าเรื่องราวในอดีตก็เป็นบทเรียนให้เราดำเนินชีวิตได้ถูกทางมากยิ่งขึ้น




“เราจะคอยดูลูกอยู่ห่างๆ แล้วกันเนอะ”




ทอเร็ตโต้ว่าอย่างยอมแพ้ รู้ดีว่าไม่ต้องให้ถึงมือเขาจัดการเองหรอก เพราะลูกๆ ของเขาเตรียมการพร้อมอยู่แล้วหากดูไม่ชอบมาพากล โดยเฉพาะเจซซี่ที่หวงน้องยิ่งกว่าอะไร




“แต่ถ้าพี่เขาได้เป็นแฟนพี่เจด้าก็ดีสิคะแด๊ดดี้ เพราะพี่เขาหล๊อหล่อ” เซเนริต้าสาวน้อยวัยสิบเก้าปีเอ่ยกับบิดาด้วยท่าทางเพ้อฝัน




“รู้ไหมริต้าว่าความหล่อมันกินไม่ได้” คนพ่อจอมหวงที่ได้ฟังลูกสาวชมผู้ชายอื่นว่าหล่อก็ออกอาการ




“ทำไมจะกินไม่ได้คะแด๊ดดี้ มันทำให้เราอิ่มอกอิ่มใจยามมอง”




“งั้นริต้าก็อิ่มอกอิ่มใจยามมองแด๊ดดี้สินะ” คนมั่นใจในหน้าตัวเองพูดอย่างไม่เคอะเขิน ทว่าก็ต้องหน้าตึงเมื่อได้ฟังคำตอบของลูกสาวตัวแสบ




“ถ้าเมื่อยี่สิบปีก่อนอาจจะใช่ค่ะ เพราะตอนนี้แด๊ดดี้แก่แล้ว”




“หนอยริต้ายัยเด็กแสบ” ทอเร็ตโต้ตะโกนไล่หลังลูกสาวที่วิ่งออกไปไกลแล้ว“แด๊ดยังหนุ่มอยู่นะ”




“แต่ลูกก็พูดถูกนะคะแบค”ญาตาวีพูดสนับสนุนลูกสาวจนคุณพ่อลูกสี่หน้าตึง ทว่าก็ค่อยๆ ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ออกมา




“ทุกคืนผมก็พิสูจน์ให้คุณเห็นแล้วนี่ว่าผมไม่ได้แก่ตามอายุหรือถ้าคุณไม่เชื่อผมจะพิสูจน์ให้ดูตรงนี้ก็ได้นะ”



“จะบ้าหรือไงแบค”




ญาตาวีรีบออกจากอ้อมแขนของเขาทันที รู้ว่าสามีนั้นพูดจริงทำจริงเสมอ แม้เขาจะเข้าสู่วัยกลางคนแล้วแต่ทอเร็ตโต้กลับไม่ได้แก่อย่างที่เธอเย้าแต่อย่างใด เขายังดูหนุ่มแน่นทั้งร่างกายและใบหน้า แถมยังพิสูจน์ให้ประจักษ์ทุกคืนเสียด้วยว่าเขานั้นยังหนุ่มยังแน่น





“แต่ก็น่าลองนะ” พูดเพียงเท่านั้นก็ตวัดตัวภรรยาสาวมาไว้ในอ้อมแขนพร้อมกับวางลงบนโซฟาตัวยาวสุด “ไม่มีใครกล้าเข้ามาหรอกน่า ลูกๆ ก็ไปเรียนหมดแล้ว”




เมื่อเห็นภรรยาสาวคล้อยตาม ทอเร็ตโต้ก็เตรียมก้มลงไปชิมปากหวานที่เขาติดใจไม่รู้เบื่อ ทว่าเมื่อเกือบได้ลิ้มรสหวานก็ต้องครางออกมาด้วยความเซ็งจัดเมื่อถูกขัดจังหวะจากพ่อนักร้องหนุ่มสุดหล่อ




“บนห้องก็ได้มั้งแด๊ด”




 




 



ครืดๆ ครืดๆ




เสียงมือถือเครื่องเล็กกำลังสั่นครืดบนโต๊ะซึ่งเจ้าของสาวปิดเสียงไว้ ทว่าก็เพียงไม่นานเมื่อคนที่กำลังเข้าครัวเดินออกมารับสาย




เจด้ามองชื่อของคนที่โทรเข้ามาด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะรีบรับสายเพราะกลัวอีกฝ่ายคอยนานจนสายหลุดไป




“ว่าไงแมท




“เราแค่คิดถึงเจด้า”




เสียงปลายสายตอบกลับมา แม้จะรู้ว่าเป็นความคิดถึงแบบเพื่อน แต่หัวใจเจ้ากรรมที่มันไม่รักดีกลับตื่นเต้นเสียงจนต้องยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ แม้แมทธิวจะมีแฟนทว่าชายหนุ่มกลับไม่เคยลดความสำคัญของเธอลงเลย




“ฉันก็คิดถึงนาย” แบบที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะคิดถึงผู้ชายคนหนึ่งได้ หญิงสาวต่อในใจ “ว่าแต่นายมีอะไรหรือเปล่าถึงโทรหาเรา”




“ตั้งแต่เดินแบบคราวก่อนเราก็ไม่ได้เจอกันเลยนะเจด้า”แมทธิวเอ่ยเสียงเศร้าด้วยความน้อยใจ “ปกติเรานัดเจอกันทุกอาทิตย์”





“พอดีช่วงนี้เรางานยุ่งน่ะแมท” เจด้าให้เหตุผล แม้มันจะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เธอถอยห่างจากเพื่อนหนุ่ม แต่ความจริงแล้วคือเธออยากถอยออกมาทำใจเสียมากกว่า ก่อนที่ทุกอย่างจะถลำลึกลงไปมากกว่านี้





“เราเห็นข่าวแล้วนะเจด้า ยินดีด้วยนะ”




“ข่าว? ข่าวอะไรหรือ”





เธอไม่รู้จริงๆ ว่าเพื่อนหนุ่มพูดถึงข่าวไหน และข่าวแบบไหนแมทธิวถึงแสดงความยินดีกับเธอ นอกจากพี่ชายจะไม่ยอมเลิกเจ้าชู้ แถมเจ้าสองแฝดยังวุ่นวายกับเธอไม่เลิก เช่นนั้นจะมีข่าวดีอะไรหนอ แต่แล้วเธอก็ได้คำเฉลยในเวลาต่อมา




“เจด้ากำลังคบกับนักธุรกิจชาวสเปนนี่”





“ฉันน่ะหรือ”





หญิงสาวถามกลับอย่างไม่แน่ใจ ขนาดตัวเธอยังไม่รู้เลยว่าตัวเองมีแฟน แล้วนักธุรกิจชาวสเปนคือใคร





“คนที่เจด้าควงไปทานข้าวกับทีมงานหนังสือเมื่อวานไง”





“อ้อ ฉันเข้าใจแล้ว”




เจด้าครางรับเมื่อรู้ว่าคนหรือนักธุรกิจชาวสเปนที่แมทธิวหมายถึงคือใคร ถ้าไม่ใช่คุณสุภาพบุรุษที่ชวนเธอขึ้นเตียงตั้งแต่วันแรกที่พบกัน




“ปกติเห็นเธอไม่ค่อยยอมให้ผู้ชายหน้าไหนเข้ามาวุ่นวายในชีวิตนอกจากฉัน”




เธอกำลังคิดไปเองหรือเปล่าที่แมทธิวเหมือนกำลังหึงเธออย่างไรอย่างนั้น แต่มันจะเป็นไปได้หรือเมื่อชายหนุ่มกำลังจะแต่งงานกับโรสในไม่ช้านี้และถึงจะเป็นแบบนั้นทว่าเธอก็ยอมอธิบายให้เพื่อนหนุ่มเข้าใจ





“มันไม่มีอะไรหรอกแมท แค่เรื่องบังเอิญน่ะ” แม้จะเป็นเรื่องบังเอิญที่ถูกจัดฉากขึ้นจากน้องชายเธอก็ตาม




“แต่เธอก็ยอมให้มันเข้าใกล้ ทั้งที่กับผู้ชายคนอื่นเธอไล่ตะเพิดเสียหมด”




“มันจำเป็นน่าแมท”




หญิงสาวเอ่ยเสียงอ่อนเมื่อแมทธิวเริ่มพูดเสียงดัง เธอรู้ว่าเขาเป็นห่วงในฐานะเพื่อนที่คบกันมานาน แต่เธอก็อดจะดีใจไม่ได้อยู่ดีหมดกันกับการพยายามทำใจ




“แต่เธอไม่ควรให้มันเข้าใกล้ พวกผู้ชายมันก็หวังหลอกฟันเธอทั้งนั้น”




“มันจะมากไปแล้วนะแมท”




เจด้าเสียงแข็งขึ้นเมื่อได้ยินประโยคที่ไม่เข้าหูเมื่อครู่ ความดีใจที่เขาเป็นห่วงมลายกลายเป็นความไม่พอใจแทน เมื่อคำพูดที่เพื่อนพูดมาเมื่อครู่มันเหมือนดูถูกเธอเสียอย่างไรอย่างนั้น




“เราขอโทษเจด้า เราแค่เป็นห่วงเธอมากไปหน่อย”




แมทธิวว่าเสียงอ่อนลงเมื่อเผลอพูดสิ่งที่ไม่ควรออกไป จะทำอย่างไรได้เมื่อเขาเป็นห่วงเจด้ามากกว่าที่ต้องมาคอยเตือนเธอดีๆ




“ขอบคุณในความเป็นห่วงนะแมท แต่ฉันโตแล้วและดูแลตัวเองได้”




“ถึงอย่างไรเธอก็เป็นผู้หญิง แถมยังเป็นเพื่อนรักฉันอีก ฉันก็อดจะห่วงตามประสาเพื่อนไม่ได้” ชายหนุ่มอธิบายเพราะรู้ว่าเพื่อนสาวเริ่มจะโกรธขึ้นมาจริงๆ แล้ว




“ขอบคุณแมท แต่ฉันต้องวางสายแล้วทำอาหารติดพันอยู่ แล้วเจอกันนะ” หญิงสาวกดตัดสายทิ้งทันทีโดยไม่รอให้ชายหนุ่มกล่าวลา




“เฮ้อ เธอก็เป็นแบบนี้อยู่เรื่อยเลยนะเจด้า ทำไมทำใจไม่ได้เสียที”




หญิงสาวต่อว่าตัวเองกับความไม่เด็ดขาดพอที่จะตัดเพื่อนคนนี้ให้ออกไปจากใจเสียที และเธอก็รู้ว่าเพราะอะไรถึงยังเป็นแบบนี้




นั่นก็เพราะความห่วงใย ความเอาใจใส่ของแมทธิวที่มันยังเหมือนเดิม ที่สำคัญใจเธอก็พร้อมโอนอ่อนไปกับเขาอยู่เรื่อย แม้เขาจะพูดไม่เข้าหูในบางครั้ง เธอก็หาเหตุผลมาลบล้างจนได้




ครืดๆ ครืดๆ




แรงสั่นจากโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในมือทำให้เธอกดรับสายโดยไม่ดูว่าใครเป็นคนโทรเข้ามา เพราะคนที่จะสามารถโทรมาเบอร์นี้ได้มีเพียงครอบครัวและเพื่อนสนิทที่มีไม่กี่คนเท่านั้น ทว่าบางทีมันก็ไม่เสมอไป




“รับสายเร็วเชียวนะคุณ หรือเพราะรู้ว่าเป็นผม”



เสียงที่เอ่ยเย้ามาตามสายทำให้เธอนึกออกทันทีว่าเขาคือใคร




“ถ้าฉันรู้ว่าเป็นคุณคงไม่รับตั้งแต่แรก” หญิงสาวบอกความจริงไป ไม่เพียงแค่แมทธิวที่เธอพยายามถอยห่าง แต่มันรวมถึงผู้ชายอย่างเขาก็ด้วย




“ผมเสียใจนะเนี่ย” คาร์ลอสแสร้งทำเสียงเศร้า



“เหอะ คราวนี้ติดสินบนอะไรพวกเด็กแสบนั่นล่ะ” หญิงสาวไม่สนใจเสียงแสร้งทำนั่น แต่กลับเอ่ยบางอย่างอย่างรู้ทัน



“ถ้าผมบอกว่าไม่มีอะไรเลยล่ะคุณจะเชื่อไหม” ชายหนุ่มไม่ตอบทว่าถามกลับ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าเขาได้เบอร์มาจากสองแฝดจริงๆ



“ฉันไม่คิดว่าเจ้าเด็กพวกนั้นจะใจดีไม่คิดราคา”



“นั่นก็ถูก”



“ฉันคิดผิดเสียที่ไหนล่ะ” หญิงสาวพูดติดเสียงเยาะ ใครก็รู้กิตติศัพท์เจ้าเด็กพวกนี้ดี ขี้งกเป็นที่สองรองจากกวนประสาทเก่ง และครั้งนี้เจ้าแกงค์ต้มตุ๋นคงไม่ยอมขาดทุน



“คุณซื้อพวกมันด้วยอะไร”



“ผมไม่ได้จ่ายพวกเขาด้วยเงินหรือสิ่งของ ผมมีเพียงความจริงใจที่มีต่อพี่สาวพวกเขาเท่านั้น”



“คุณพูดได้ดีมากค่ะ ถ้าฉันไม่รู้มาก่อนว่าจุดประสงค์ของคุณคืออะไร ฉันคงซาบซึ้งไม่น้อย”






ต่อ 100% ค่า




“คุณซื้อพวกมันด้วยอะไร”



“ผมไม่ได้จ่ายพวกเขาด้วยเงินหรือสิ่งของ ผมมีเพียงความจริงใจที่มีต่อพี่สาวพวกเขาเท่านั้น”



“คุณพูดได้ดีมากค่ะ ถ้าฉันไม่รู้มาก่อนว่าจุดประสงค์ของคุณคืออะไร ฉันคงซาบซึ้งไม่น้อย”



“มันเป็นเรื่องปกติของหนุ่มสาวเมื่อคบกันก็ต้องมีเรื่องอย่างว่า หรือคุณว่าผมพูดผิดตรงไหน”



คาร์ลอสถามความเห็นหญิงสาว เพราะสิ่งที่เขาพูดมาทั้งหมดนั้นคือเรื่องจริง หากแฟนจะมีอะไรลึกซึ้งต่อกันก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย



“นั่นเพราะพวกเขารักกันและคบหากันด้วยใจ แตกต่างจากคุณที่เข้าหาฉันเพราะเรื่องใต้สะดือ”




“ความรักมันไม่มีอยู่จริงหรอกเจด้า เพราะผมคิดว่าความรักกับความเห็นแก่ตัวมันคือสิ่งเดียวกัน ไม่เช่นนั้นคงไม่มีเรื่องเลิกรากันเพราะมือที่สาม นั่นเพราะคนใดคนหนึ่งเกิดเห็นแก่ตัวขึ้นมาไง”




“คุณเป็นคนมองเรื่องความรักได้ติดลบมาก”




เธอยอมรับว่าสิ่งที่เขาพูดมานั้นถูกไม่น้อยและมันมีอยู่จริงตามสังคมทั่วไป ทว่ามันก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะคนที่เขาอยู่ด้วยกันเพราะความรักก็มีอยู่ถมเถไปเช่นพ่อแม่ของเธอ




แม่ท่านทั้งสองจะมีเรื่องเข้าใจผิดจนต้องแยกกันอยู่ไปหลายปี ทว่าสุดท้ายความรักที่เขาเปรียบเป็นการเห็นแก่ตัวก็ทำให้ท่านทั้งสองกลับมาสร้างครอบครัวและอยู่ด้วยกันตลอดจนถึงทุกวันนี้เพราะความรัก




เธอเองก็ไม่คิดว่าความรักเป็นสิ่งสวยงาม เพราะความรักที่เธอมีตอนนี้ทำให้เธอทุกข์มากกว่าจะมีความสุข แต่เธอก็ยังเชื่อมั่นเสมอว่าคนเราอยู่ได้เพราะมีความรักหล่อเลี้ยงจิตใจ ไม่ใช่แค่ความรักฉันท์ชู้สาว ทว่ายังมีความรักความห่วงใจจากครอบครัวและคนรอบข้าง




“แต่สำหรับฉัน ฉันเชื่อว่าความรักมันมีอยู่จริง”




“ถึงเราจะมีความเชื่อกันคนละอย่างในเรื่องความรัก แต่ผมเชื่อว่าเราคงเข้ากันได้ดีในเรื่องอื่น”



“สุดท้ายคุณก็วกกลับมาเรื่องนี้จนได้ คุณนี่น่าทึ่งมาก”



“เรื่องนั้นผมรู้ตัว และคุณจะทึ่งจัดกว่านี้หากยอมใจอ่อนยอมคบกับผมเสียที”




“ยากค่ะ” หญิงสาวตอบกลับอย่างไม่ต้องคิด การยอมคบกับเขามีความหมายเดียวกับคุณยอมขึ้นเตียงกับผม หากเธอตอบตกลงก็บ้าเต็มที



“วันนี้คุณไม่มีงาน” ชายหนุ่มเกริ่นเปลี่ยนเรื่อง ทว่าก็ไม่ลืมถูกแขวะจนได้



“นี่เจ้าพวกนั้นยอมให้เบอร์โทรศัพท์ฉันยังไม่พอ ยังให้ตารางงานอีกหรือ” น้องชายเธอมันเหลือเกินจริงๆ เจอหน้าเมื่อไหร่ล่ะเธอจะเล่นงานรายตัวเลย



“ถ้าเจ้าพวกนั้นรู้จุดประสงค์ของคุณคืออะไรพวกมันคงไม่ทำแบบนี้”



“แล้วคุณคิดว่าพวกเขาไม่รู้รึไง” ชายหนุ่มพูดเสียงขัน เมื่อหญิงสาวสบประมาทน้องชายตัวเองเกินไป มองแวบเดียวเขาก็รู้แล้วว่าสองแสบนั่นน่ะร้ายใช่ย่อย




“ใช่สิ ฉันก็ลืมไปว่าเจ้าพวกนั้นมันร้ายพอๆ กับคุณ เอาอย่างกันดีนัก”




ท้ายประโยคหญิงสาวบ่นไปถึงน้องชายที่มีเจซซี่เป็นต้นแบบ แถมยังเอาเยี่ยงอย่างเสียทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง นี่อายุแค่สิบแปดยังร้ายขนาดนี้ แล้วโตขึ้นมันจะขนาดไหน




“ตกลงคุณจะออกไปไหนหรือเปล่า”




“ถึงฉันจะออกไปไหน แต่รับรองได้ว่าไม่ได้ไปกับคุณแน่นอน” หญิงสาวตอบอย่างชัดเจน นั่นทำให้คาร์ลอสยิ้มขำกับการตัดโอกาสของเขาอย่างไม่เหลือเยื่อใย




“ดูคุณจะไม่อยากเจอผมเหลือเกินนะเจด้า” ชายหนุ่มเย้า



ถือวิสาสะเรียกชื่อเล่นเธอโดยไม่ขออนุญาต แม้จะถูกต่อว่าอยู่หลายครั้งที่ทำตัวสนิทสนม แต่มีหรือคนอย่างเขาจะฟัง ดังนั้นหญิงสาวจึงยอมเงียบในที่สุดเพราะรู้ว่าพูดไปเขาคงไม่ฟัง



“ฉันขอตอบตรงๆ ว่าใช่ค่ะ ฉันขออนุญาตวางสายนะคะและหวังว่าคุณจะไม่โทรมารบกวนฉันอีก” หญิงสาวตัดสายทิ้งทันที ทว่าก่อนวางก็ได้ยินเสียงทุ้มหัวเราะอย่างชอบใจ



“คนประหลาด”



เจด้าเตรียมจะเดินกลับไปที่ครัวเช่นเดิม ทว่าก็ต้องหันไปคว้ามือถือเจ้าปัญหามากดรับสายอีกครั้งเมื่อมีสัญญาณว่าคนโทรเข้ามาและคงไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากชายหนุ่มที่เธอเพิ่งตอกหน้าไปเมื่อกี้




“นี่โทรกลับมาเพื่อเอาคืนฉันใช่ไหม”



ไม่รู้เธอคิดได้อย่างไรว่าเขาต้องการเอาคืนเธอ แต่ก็พูดออกไปเสียแล้ว และเสียงที่ตอบกลับมายังคงเป็นเสียงหัวเราะเช่นเดินเหมือนก่อนจะตัดสาย



ทว่ากลับเป็นคนละเสียงกัน !



“หม่ามี้จะเอาคืนอะไรหนูจ๊ะเจด้า”



 
ป๋าจะพูดอะไรสาวเขาก็รู้ทันไปหมดแล้ววววว
แล้วตอนไหนจะจีบเขาติดเนี่ย แล้วไอ้คำหวานๆ ที่พูดมานั้น
แน่ใจแล้วใช่ไหมว่ามันหมายจริงๆ ไม่ได้ดูน่าหมั่นไส้

ฝากติดตามด้วยจ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

991 ความคิดเห็น

  1. #556 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 09:40
    กวนได้ใจจริงๆเข้าสองแสบก็นะ อิอิอิ แหม่แดดดี๊ หม่ามี้ก็กวานกันซะ
    #556
    0
  2. #541 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 13:17
    สาวฉลาดรู้ทันแบบนี้ป๋าจะรับมือยังไง
    #541
    0
  3. #105 MyMod09 (@MyMod09) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:59
    คุณคาร์ลจะรู้มั้ยสาวเจ้ามีคนในใจแล้ว
    #105
    0
  4. #104 sanakosana (@sanakoty01) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:06
    ผมนี่รอเลยครัช
    #104
    0
  5. #103 kumiko_chan (@monkeyfly) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:33
    ป๋าแบคไม่เกรงใจลูกเลย 5555
    #103
    0
  6. #102 KTjutha (@aomjutha) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:00
    ป๋าแบคนี่ก็ยังหื่นเหมือนตอนหนุ่มๆ
    #102
    0
  7. #101 _prikprik_ (@_prikprik_) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:48
    ชอบละซิคาร์ลอส
    #101
    0
  8. #100 Kung_Supatcharee (@kungdeva) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:03
    ป๋าเริ่มหลงเสน่ห์ละสิ้
    #100
    0
  9. #99 lion (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:34
    อยากเห็นป๋าหึงหน้าสั่น 5555555
    #99
    0
  10. #98 cattycall (@catty_call) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:15
    ขอบคุณ
    #98
    0