อุบัติ...เหตุหัวใจ (สนพ.Sugar Beat เครือสถาพรบุ๊คส์)

ตอนที่ 15 : ตอนที่ 10 หัวใจเริ่มเอนเอียง (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,666
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    3 เม.ย. 60




10

หัวใจเริ่มเอนเอียง

 
 

“คุณจะยอมให้ผมยืนข้างๆ คุณไปตลอดรึเปล่า



“น้ำเสียงคุณจริงจังจนฉันแปลกใจนะคะ”



คนอย่างคาร์ลอสน่ะหรือที่พูดประโยคเมื่อกี้ออกมา แม้จะเพียงไม่กี่วันที่รู้จักกับหนุ่มหล่อคนนี้ แต่เขาเป็นพวกที่แสดงออกทุกอย่างที่คิดทั้งการกระทำและคำพูด และสิ่งที่เธอได้เรียนรู้ในความเป็นเขา



ชายหนุ่มที่มองความรักเป็นเพียงเรื่องเห็นแก่ตัว ไม่ชอบยึดติดกับใคร ดังนั้นไม่มีทางที่เขาจะยอมสละชีวิตที่ชอบมายึดติดกับผู้หญิงเพียงคนเดียวแน่



“ก็ผมพูดความจริงนี่”



“คุณพร้อมจะหยุดอยู่ที่ผู้หญิงคนเดียวแล้วหรือ” เจด้ายิ้มเยาะไม่เชื่อกับคำพูดเชิงยอมรับของคาร์ลอส ก่อนจะหุบยิ้มทันควันเมื่อได้ยินคำตอบของเขา



“คุณเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าที่รัก” คาร์ลอสถาม ยิ้มขำกับคำถามเธอเมื่อครู่ “คำพูดของผมอาจจะทำให้คุณเข้าใจอะไรผิดบางอย่างนะ แต่ผมขอยืนยันคำเดิมว่าผมไม่เหมาะกับความรักหรอก หรือถ้าผมยอมให้ผู้หญิงสักคนมายืนข้างกาย นั่นอาจจะเพราะความจำเป็นหรืออะไรก็แล้วแต่ ผมว่าเธอคงเป็นผู้หญิงที่น่าสงสารที่สุดในโลกเลยล่ะ”




นั่นไงล่ะ คาร์ลอสยังไงก็คือคาร์ลอส



“ที่แท้ที่ขอยืนข้างๆ ฉันก็คงเป็นแค่ชั่วคราวจนกว่าคุณจะได้สิ่งที่ต้องการสินะ”



ชีวิตเธอมันช่างน่าสมเพชจริงๆ พอรักใครเขาก็ไม่สนใจ แถมพอมีคนมาสนใจก็เพียงเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง ความรักคงไม่มีไว้เพื่อคนอย่างเธอสินะ



“แล้วเมื่อไหร่ผมจะได้สิ่งที่ต้องการล่ะ”



“ฝันไปเถอะ” หญิงสาวสบัดมือหนาที่กุมไว้ทิ้งแล้วเดินฝ่าฝูงชนออกไป




ทำไมเธอต้องผิดหวังกับคำพูดของเขาด้วยเจด้า มันไม่สมกับความเป็นเธอเลยนะหญิงสาวคิดในใจ โดยที่เท้าไม่หยุดหรือชะลอความเร็วลงเลย ไม่สนใจแม้แต่เสียงของคาร์ลอสที่เรียกอยืทางด้านหลัง ยิ่งได้ยินเสียงเขาเท้าของเธอก็เร่งความเร็วขึ้นไปอีก ก่อนที่เสียงรอบตัวจะค่อยๆ เบาลงและเงียบไปในที่สุด




ตืดๆ ตืดๆ




“สวัสดีค่ะ”




หญิงสาวรับสายโดยไม่ดูว่าใครเป็นคนโทรเข้ามา ทว่าเสียงทุ้มที่ดังขึ้นก็บอกว่าใคร




“เธออยู่ไหนเจด้า เราโทรหาก็ไม่ยอมรับสาย ไปหาที่คอนโดฯ ก็ไม่เจอ โทรไปที่บ้านแม่เธอก็บอกไม่อยู่ รู้ไหมเราเป็นห่วงเธอแค่ไหนที่ติดต่อไม่ได้”




“ใจเย็นๆ นะแมท เราไม่ได้เป็นอะไร ปลอดภัยดี”




เมื่อเพื่อนรัวคำพูดมาชุดใหญ่จึงต้องรีบบอกไม่ให้ชายหนุ่มต้องกังวลและเป็นห่วง แมทธิวมักเป็นแบบนี้เสมอและมันยิ่งทำให้เธอตัดใจไม่ได้เสียที แม้เขาจะพูดในฐานะเพื่อนก็ตาม




“ตอนนี้เธออยู่ที่ไหนเราจะไปหา”




คำถามของแมทธิวทำให้หญิงสาวต้องมองไปรอบๆ ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหน เพราะตอนเดินก็ไม่ได้มองด้วยสิว่าตนมุ่งหน้าตรงไปทางใด แถมตอนนี้ผู้ชายที่ตัวติดเธอมาทั้งวันก็หายไปแล้วด้วย แต่ทำไมเธอต้องสนใจด้วยเล่า



“เดี๋ยวฉันแชร์โลเคชั่นไปให้ก็แล้วกัน”



“เดี๋ยวเราจะรีบไปหานะ”



“อืม”



หญิงสาวเก็บโทรศัพท์ไว้แล้วเดินไปเรื่อยไปตามริมฝั่งแม่น้ำเทมส์ นี่เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่เธอชื่นชอบ ยามว่างมักจะมาเดินเล่นแบบนี้อยู่บ่อยๆ ได้คิดอะไรเรื่อยเปื่อยคนเดียวก็ทำให้ผ่อนคลายขึ้น แต่ครั้งนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้นเพราะในหัวเธอตอนนี้กลับคิดถึงแต่ใครคนหนึ่งที่ไม่ใช่แมทธิวอีกต่อไป



ตืดๆ ตืดๆ




เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้งแต่คราวนี้ไม่ใช่แมทธิว ทว่าเป็นคนที่กำลังอยู่ในหัวเธอตอนนี้ หญิงสาวลังเลว่าจะรับสายเขาดีหรือไม่ แต่เมื่อตัดสินใจจะรับสายเสียงทุ้มคุ้นหูก็ดังขึ้นเสียก่อน พร้อมกับแรงรัดดึงที่ข้อมือ



“อยู่นี่นี้เอง”



“แมท” เจด้าเรียกชื่อเพื่อนหนุ่ม เธอเพิ่งแชร์สถานที่อยู่ให้เขาไม่ถึงห้านาที ทว่าแมทธิวกลับปรากฏตัวได้อย่างรวดเร็ว “นายมาเร็วไปหรือเปล่า ฉันเพิ่งแชร์โลเคชั้นให้ไม่ถึงห้านาทีเลยนะ”



“เรารู้ว่าเจด้าต้องมาที่นี่และมันก็จริง” ชายหนุ่มบอก แต่ก็ไม่ใช่คำตอบที่หญิงสาวต้องการ จึงอธิบายต่อ “ตอนคุยกับเจด้า เราก็อยู่แถวๆ นี้เลยมาหาได้ไว”



“อ้อ”



และอีกอย่างที่เธอไม่ชอบใจเอาเสียเลยนั่นคือแมทธิวรู้ใจเธอไปเสียทุกอย่าง ไม่ว่าจะทำอะไรเพื่อนหนุ่มก็รู้ใจไปเสียทุกเรื่องแม้ก่อนหน้านี้เขาจะมึนตึงใส่เธอ แต่สุดท้ายเพื่อนคนนี้ก็ยังเป็นห่วงเธอเสมอ



“ไม่สบายใจอีกแล้วเหรอ” แมทธิวชวนคุยพร้อมกับออกเดินข้างกายเพื่อนสาวที่ดูเศร้าแปลกๆ“มีอะไรบอกเราได้นะเจด้า”



“เปล่า แค่ไม่ได้มาที่นี่นานเลยมาเสียหน่อย”



“เราขอโทษที่พูดไม่ดีกับเธอก่อนหน้านี้นะ”แมทธิวพูดด้วยความรู้สึกผิดจริงๆ “เราแค่เป็นห่วงเธอ กลัวผู้ชายคนนั้นจะเข้าหาเธอด้วยความไม่หวังดี”



“ขอบคุณที่เป็นห่วงเรานะแมท” หญิงสาวว่าอย่างซาบซึ้งใจ พร้อมกับเปิดข้อความในมือถือที่ถืออยู่ไปด้วย



ทำไมไม่รับโทรศัพท์ผม



 จากใครล่ะถ้าไม่ใช่คาร์ลอส หึ ปล่อยให้บ้าอยู่คนเดียวไปเถอะ



ทำไมไม่ตอบกลับข้อความผม



ถ้าคุณไม่ตอบผมจะยึด Porsche 911 Turbo S ของคุณ



หนอยมีการเอารถมาขู่เหรอ แต่อย่าหวังว่าฉันจะเดินไปตามเกมคุณ ไม่มีทางซะหรอก



คุณโกรธผมเรื่องอะไรเนี่ยเจด้า



นั่นสิ เธอโกรธเขาเรื่องอะไรล่ะ



เอาล่ะที่รักผมไม่กวนใจคุณแล้วก็ได้ แต่พรุ่งนี้ผมบินกลับสเปนแล้ว หวังว่าเก้าโมงเช้าผมจะได้เห็นหน้าคุณก่อนกลับนะ ผมหวังแบบนั้นจริงๆ




และหลังจากข้อความนี้ถูกส่งมาก็ไม่มีข้อความอื่นตามมาอีกเลย



“หึ เก้าโมงอย่างนั้นเหรอ อย่าคิดว่าจะได้เจอฉันเลย”



“เธอว่าอะไรนะ”



“เปล่าหรอก” หญิงสาวปฏิเสธ “เรากลับกันเถอะแมท ฉันอยากพักผ่อนเต็มทีแล้ว”




“โอเคครับเจ้าหญิง”




แมทธิวว่าพร้อมกับโอบบ่าเพื่อนสาวด้วยความเคยชิน ก่อนที่ทั้งสองจะเดินไปด้วยกันด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่ดังขึ้นเป็นพักๆซึ่งคนที่ยืนดูเหตุการณ์ได้แต่กันฟันกรอดด้วยความไม่ชอบใจ

          




“ดีอ้อน ออสติน ไอ้ผู้ชายที่ชื่อแมทมันเป็นใคร” คาร์ลอสถามขึ้นทันทีที่ได้รับเสียงตอบรับจากปลายสาย เพราะทนเก็บความสงสัยไว้แทบไม่อยู่




“ทำไมต้องทำเสียงดุด้วยล่ะเฮีย”ดีอ้อนพูดเสียงขยาด แม้จะถูกข่มขู่มานักต่อนักก็ตามเถอะ แต่มันก็ทำใจให้ชินไม่ได้เสียที




“ฉันถามว่าไอ้คนชื่อแมทมันเป็นใคร” คาร์ลอสถามย้ำอีกครั้ง




หลังจากที่เจด้าเดินหนีไปอย่างไม่มีเหตุผลใช่ว่าเขาไม่ตามหาเธอ ทว่าทางที่เจ้าหล่อนเดินไปนั้นผู้คนพลุกพล่านทำให้คลาดจากกันจนได้ ไม่ว่าจะตามหาที่ใดก็ไม่พบจึงตัดสินใจโทรหาทว่าสาวเจ้ากลับไม่ยอมรับโทรศัพท์เสียนี่ ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ และในที่สุดเขาก็พบเธอจนได้




เกือบจะโล่งใจที่เธอยังปลอดภัยดี ทว่าก็ต้องโมโหเป็นบ้าเมื่อข้างกายผู้หญิงของเขาตอนนี้มีผู้ชายอื่นมาอยู่เคียงข้าง แถมยังทำให้ผู้หญิงหน้าเดียวอย่างเจด้ายิ้มตอบได้ ไอ้คนชื่อแมทนี้มันต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ




“เกี่ยวข้องยังไงกับเจด้า”




“ถ้าไอ้คนชื่อแมทที่เฮียหมายถึงคือคนเดียวกับ แมทธิว ชอร์ ล่ะก็ เขาคือเพื่อนรักของเจ้เซเอง”




“แมทธิว ชอร์” คาร์ลอสหันหน้าไปมองผู้ชายคนนั้น แม้จะเห็นเพียงหลังที่ไกลออกไปเรื่อยๆ ก็ตาม “เพื่อนรักของเจด้าอย่างนั้นเหรอ”




“ก็ประมาณนั้น”




ดีอ้อนบอกปัด แต่เหมือนว่าคนฉลาดอย่างคาร์ลอสจะไม่ยอมให้ปล่อยผ่านไปได้ง่ายๆ




“ดูเหมือนว่ามันจะมีมากกว่าที่นายบอกฉัน”





“ก็มีนิดหน่อย” ดีอ้อนบอก แม้ความจริงมันจะไม่นิดหน่อยอย่างที่พูดก็เถอะ “เฮียอย่ารู้เลย”





“นายจะบอกฉันผ่านโทรศัพท์หรือจะให้ฉันไปเอาคำตอบด้วยตัวเอง แต่ฉันไม่ถนัดถามด้วยปากด้วยสิ แต่ถนัดใช้อย่างอื่นถามมากกว่า”





“มีใครเคยบอกไหมว่าขู่เด็กมันไม่แมนเอาเสียเลย”





“ดูท่านายอยากให้ฉันไปเอาคำตอบด้วยตัวเองสินะ”




“โนๆๆ!!! เค้าบอกแล้วๆ”




ดีอ้อนรีบแบรกความเข้าใจผิดของคาร์ลอส หากมาจริงเขาอาจจะน่วมอย่างที่ชายหนุ่มขู่ไว้ก็ได้ คนอย่างคาร์ลอสล้อเล่นด้วยได้เสียที่ไหนล่ะ





“รีบๆ พูดมา”





“นี่ก็เร่งจัง” ดีอ้อนอดจะประชดไม่ได้ แต่เมื่อรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายไม่เล่นด้วยจึงรีบบอก “เจ้เซชอบพี่แมทตั้งแต่เริ่มแตกเนื้อสาว แม้พี่แมทจะเป็นแฟนกับพี่โรสเพื่อนสนิทอีกคนก็เถอะ”




“เหอะ รักสามเศร้าสินะ”





“อีกไม่กี่อาทิตย์พี่แมทก็จะแต่งงานแล้ว เจ้เซคงเสียใจน่าดู”





“ที่นายยอมช่วยฉันจีบพี่สาวตัวเองเพราะหวังว่าฉันจะทำให้พี่สาวนายตัดใจจากแมทธิวได้สินะ” นี่คงเป็นคำตอบของการกระทำสุดแปลกของสองแฝดและมาดามเซอร์คิโอ “แต่เหมือนว่ามันไม่ค่อยได้ผลเสียเท่าไหร่นะ พี่สาวนายยังคงลืมแมทธิวไม่ได้”





“เฮียนี่ฉลาดจริงๆ เลยนะ ผมไม่เสียใจเลยถ้าได้เฮียมาเป็นพี่เขย” ดีอ้อนเอ่ยชมอย่างจริงใจ เพราะคาร์ลอสมองสถานการณ์ได้อย่างเฉียบขาด“แถมจะดีใจมากๆ ด้วยซ้ำ”




“ขอบใจในคำตอบก็แล้วกัน” ชายหนุ่มตัดบทและตัดสายไป สิ่งที่เด็กหนุ่มบอกทำให้เขาคิดไม่ตก “แล้วทำไมฉันต้องไปอิจฉามันด้วยเนี่ย”




ใช่ เขายอมรับว่าตัวเองอิจฉาแมทธิวที่เจด้ามีใจให้มัน แถมยังเป็นรักที่มั่นคงเอาเสียด้วย เพราะแบบนี้สินะเธอถึงไม่สนใจผู้ชายคนอื่นเลย แม้กระทั่งเขาเองก็ด้วย




“ฉันไม่ทำให้นายผิดหวังแน่ดีอ้อนที่เลือกฉัน แต่ไม่รับปากหรอกนะว่าจะเป็นพี่เขยให้ได้หรือเปล่า”คาร์ลอสหมายมาดในใจ ก่อนจะกดส่งข้อความไปหาหญิงสาวอีกครั้ง




เอาล่ะที่รักผมไม่กวนใจคุณแล้วก็ได้ แต่พรุ่งนี้ผมบินกลับสเปนแล้ว หวังว่าเก้าโมงเช้าผมจะได้เห็นหน้าคุณก่อนกลับนะ ผมหวังแบบนั้นจริงๆ










*****************





 

“ทำไมตื่นแต่เช้าจังเลยลูก วันหยุดทั้งทีทำไมไม่พักผ่อนให้พอ”



ญาตาวีที่กำลังปรุงอาหารอยู่หน้าเตาเอ่ยถามคนที่เข้ามาสวมกอดเอวเธอจากทางด้านหลัง ก่อนจะชะโงกหน้าข้ามบ่ามองไปที่หม้อซึ่งกำลังเดือนปุดอยู่บนเตาด้วยความอยากรู้ เพราะนั่นหมายถึงอาหารเช้าที่สาวเจ้าจะได้ทานในอีกไม่ช้าต่อจากนี้



คนที่ถูกถามยังไม่ตอบคำถามเพราะสิ่งที่อยู่ในหม้อนั้นเรียกน้ำย่อยดีเสียเหลือเกิน เพราะมัวแต่คิดถึงข้อความสุดท้ายของคาร์ลอสจนไม่เป็นอันหลับนอน รู้ตัวอีกทีก็เข้าวันใหม่เสียแล้ว



“ต้มยำกุ้งน่าทานมากค่ะหม่ามี้”เจด้ามองไปที่กุ้งตัวโตในหม้อก็น้ำลายส่อ “มีอะไรให้เจด้าช่วยไหมคะ”



“หนูไปนั่งพักก่อนเถอะลูก” ญาตาวีว่า เหลือบมองนาฬิกาบนฝาผนังก็เป็นเวลาเช้านัก “นี่ก็เพิ่งเจ็ดโมงเช้าเอง แต่ถ้าหนูมีธุระที่ไหนจะทานก่อนหม่ามี้จะได้เตรียมให้”



“ไม่มี๊! เจด้าไม่มีธุระที่ไหนหรอกคะ หนูแค่ไม่ได้ทานอาหารฝีมือหม่ามี้นานไปหน่อยก็อดจะตื่นเต้นไม่ได้ ฮ่าๆ”



เจด้าพยักหน้ายอมรับเหตุผลข้างๆ คูๆ ของตัวเอง พยายามทำให้มารดาเชื่อว่าตนนั้นพูดจริง แต่อาการท่าทางของท่านกลับไม่ได้คล้อยตามเธอเสียเท่าไหร่จึงได้แต่ยิ้มแหยๆ ส่งให้ท่านไป



“หนูไม่จำเป็นต้องร้อนตัวนี่ลูก” คนที่ผ่านน้ำร้อนมาก่อนหยอกเย้า “รู้รึเปล่าว่าตัวเองถูกจับได้เสียแล้ว ไม่เนียนเอาซะเลยลูกสาวหม่ามี้”



“หม่ามี้น่ะ” คนถูกจับได้หน้างอ แต่มีหรือคนอย่างเจด้าจะยอมรับง่ายๆ “ถูกจับได้อะไรกัน หนูแค่อยากตื่นเช้ามาช่วยหม่ามี้ทำอาหารก็แค่นั้น จริงๆ นะคะ”




“จ๊ะ หม่ามี้เชื่อหนูก็ได้ค่ะ”




แม้ปากจะบอกว่าเชื่อ ทว่าใบหน้าทีมีรอยยิ้มรู้ทันประดับอยู่ก็ทำให้คนปากแข็งหน้างอหนักไปกว่าเดิมทว่าประโยคต่อมาของเธอก็ทำให้เจด้าตาโต




“ป่านนี้คาร์ลอสคงกำลังลุ้นว่าหนูจะไปส่งเขาหรือเปล่า”




“หม่ามี้รู้ได้ไงคะ” เจด้าตกใจเพราะคิดว่าไม่มีใครเห็นข้อความนั้นนอกจากเธอ แล้วท่านรู้ได้อย่างไร “เจ้าแกงค์ต้มตุ๋นมันฟ้องหม่ามี้หรือคะ หรือคาร์ลอสโทรหา แต่ก็ไม่น่าจะใช่ ต้องเป็นเจ้าสองแฝดแน่ๆ เลย หนอยเจ้าเด็กพวกนี้”



“พอก่อนเจด้า พอก่อนลูก” ญาตาวียิ้มขำกับอาการของลูกสาว ท่าทางคาร์ลอสจะมาทำให้นางฟ้าน้ำแข็งของเธอเริ่มละลายเสียแล้วสิ และไอ้อาการที่แสดงออกทุกอย่างงของเจด้าที่แม้แต่เจ้าตัวยังไม่รู้ตัว ไม่ต้องมีใครมาบอกก็รู้ได้ “ไม่มีใครโทรมาฟ้องหม่ามี้หรอกค่ะ ทั้งสองแสบแล้วก็คาร์ลอส”




“งั้นหม่ามี้รู้ได้ยังไงคะ”




เจด้าสงสัย แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มของท่านแล้วก็รู้ว่าตัวเองนั้นพลาดเสียแล้ว ไม่ใช่ใครหรอกที่บอกท่านแต่เป็นตัวเธอเองไงเล่า




“หม่ามี้หลอกถามหนู!  ตายๆ เจด้า ปล่อยไก่อีกแล้วหรือเนี่ย”




“หนูจะไปตามคำขอของคาร์ลอสหรือเปล่า” ญาตาวีหยั่งเชิง พร้อมกับปิดแก๊สยกหม้อลงซึ่งคนถูกถามแสร้งทำไม่สนใจหันไปสนใจของในหม้อเมื่อครู่มากกว่า แต่ก็ยังตอบคำถามเธอเพื่อไม่ให้ผิดปกติ




“ทำไมหนูต้องไปคะ ก็อย่างที่หม่ามี้บอกวันหยุดทั้งทีต้องพักผ่อนให้เพียงพอ จะออกไปข้างนอกให้เหนื่อยทำไม จริงไหมคะ”




“แม่แล้วแต่หนูเลยจ๊ะ” ญาตาวีเออออไปตาม พนันได้เลยว่าไอ้อาการดูไม่สนใจแบบนี้ อีกไม่เกินหนึ่งชั่วโมงต้องรีบร้อนออกจากบ้านแน่ๆ จึงอดจะเย้าไม่ได้ “ถึงวันนี้จะเป็นวันหยุดหนู แต่คนอื่นก็ยังทำงานนะจ๊ะ ถ้าหนูไม่อยากไปถึงสนามบินช้าก็รีบออกแต่เช้านะคะลูก”




“หม่ามี๊!




เมื่อมารดาไม่มีทีว่าจะเลิกล้อ เธอก็ทำได้เพียงถอยทัพออกไปตั้งหลักเสียก่อน ไม่งั้นได้ถูกท่านล้อไม่หยุดแน่ ฉะนั้นต้องรีบหนีให้ไวที่สุด




“หนูออกไปดูเจซซี่ถูกแด๊ดดี้ดุดีกว่า” ทันทีที่พูดจบหญิงสาวก็รีบสาวเท้าออกจากห้องครัวให้ไวที่สุด ทว่าก็ไม่พ้นถูกมารดาล้อ




“จะรีบไปบอกคนรถให้เตรียมรถหรือเจด้า แต่ถ้าหนูกลัวไม่ทันหม่ามี้แนะนำให้หนูจัดการเองเลยดีกว่า”




แม้จะบอกมารดาว่าไม่สนใจในคำขอร้องของคาร์ลอส ทว่าตลอดระยะเวลาที่นั่งฟังบิดาอบรมลูกชายคนโตของบ้านซึ่งฟังแทบไม่ได้ความเพราะมัวแต่สนใจนาฬิกาบนฝาผนังสลับกับนาฬิกาบนข้อมือ รู้ตัวอีกทีก็ถูกทั้งพี่ชายและบิดาจ้องมองด้วยความสนใจ




“เอ่อแด๊ดดี้ดุเจซซี่เสร็จแล้วหรือคะ ฮะๆ ทำไมวันนี้ทำเวลาดีจัง” หญิงสาวถามเสียงแหยๆ และหัวเราะแห้งๆ ไป แต่ดูเหมือนสองหนุ่มจะไม่ตลกด้วยนี่สิ




“เราเป็นอะไรเจด้า แด๊ดดี้เห็นอาการหนูแล้วไม่มีอารมณ์ด่าพี่ชายหนูเลย แม้มันจะไปมีเรื่องต่อยตีกับชาวบ้านเขาเมื่อคืนก็เถอะ แถมยังถูกจับขึ้นโรงพักเสียด้วยสิ มันน่านัก”




แม้จะพูดไปแบบนั้น ทว่าก็ไม่ลืมหันไปแยกเขี้ยวใส่เจ้าลูกชายตัวดีที่นั่งประคบแผลที่หน้าหล่ออยู่ด้วยความไม่ทุกข์ร้อน ทั้งที่ตัวเองเพิ่งไปก่อเรื่องมาแท้ๆ




“นี่ขนาดไม่มีอารมณ์ด่านะ” คนก่อนเรื่องยังไม่วายส่งเสียงแต่เมื่อเห็นคนเป็นพ่อไม่เล่นด้วยจึงหันไปเอาเรื่องน้องสาวแทน “ยูเป็นอะไรเจด้า ไอเห็นยูจ้องแต่นาฬิกาอยู่พักใหญ่แล้วนะ”




“นั่นสิ หนูนัดใครไว้หรือเปล่าทำไมดูกระวนกระวายพิกล”




“นั่นน่ะสิ หนูนัดใครไว้หรือเปล่าเอ่ย”




คนรู้เรื่องทุกอย่างที่เพิ่งออกมาจากครัวผสมโรงไปด้วย คนถูกรุมจึงได้แต่คิดหาทางออก มารดารู้ไม่เท่าไหร่ ถ้าบิดาและพี่ชายรู้เรื่องเข้าคงได้อาละวาดแน่ โดยเฉพาะคนเป็นพ่อที่ไม่ค่อยชอบหน้าคาร์ลอสเสียเท่าไร หลังจากรู้ว่าชายหนุ่มเป็นคนเดียวกับที่เดินชนภรรยาตัวเองจนมีการถูกเนื้อต้องตัวกันเข้า




“หม่ามี้เตรียมอาหารเสร็จแล้วเราไปทานข้าวกันดีกว่านะคะ” หญิงสาวชวนเปลี่ยนเรื่อง ก่อนจะเดินเข้าไปโอบเอวบิดาพาท่านเดินไปยังห้องทานอาหาร “เรารีบไปกันเถอะค่ะแด๊ดดี้ ป่านนี้พวกเด็กๆ คงรอแย่แล้ว”




“งั้นก็รีบไปเถอะลูก แด๊ดเองก็หิวแล้วเหมือนกัน ออกไปทำงานสายกว่านี้เดี๋ยวรถติด”




“ใช่แล้วค่ะแบค ออกสายมากๆ รถจะติดเอานะคะ” ญาตาวีพูดกับสามีก็จริง ทว่าสายตากลับมองไปที่ลูกสาวซึ่งกำลังชั่งใจหรือคิดตามก็แล้วแต่





“ไปกันค่ะแด๊ดดี้” เจด้าลากแขนบิดาให้เดินตามตัวเอง





“หม่ามี้ต้องรู้อะไรดีๆ มาแน่” เจซซี่จับผิดมารดา เพราะสายตาที่ท่านใช้มองน้องสาวเขานั้นมันช่างดูเจ้าเล่ห์เสียจริง “บอกผมบ้างสิฮะ”





“หม่ามี้รู้อะไรฮึเจ้าลูกชาย” ไม่พูดเปล่าแต่มือเล็กกลับบิดไปที่สีข้างของคนอยากรู้ จนเจ้าตัวได้แต่ดิ้นร้องขอความเมตตา





“โอ๊ยยย! หม่ามี้มันเจ็บนะฮะ ปล่อยๆ นะฮะ เจซเจ็บๆ”





แต่มือหรือคนเป็นแม่จะคิดเห็นใจ




“มันน่าโดนไหมล่ะ ไปมีเรื่องชกต่อยกับคนอื่นให้เจ็บตัวทำไม หน้าตาหล่อๆ ของหนูที่หม่ามี้แสนภูมิใจมันต้องเขียวต้องช้ำแบบนี้มันสนุกไหมฮะ”




“ไม่สนุกฮะๆ โอ๊ยๆ”เจซซี่รีบตอบเพื่อเอาใจ แต่ดูเหมือนท่านจะยังไม่พอใจ เพราะจากแรงบิดมือข้างเดียวกลายเป็นสองข้างไปแล้ว “เจซยอมแล้วคร้าบ เจซจะไม่ทำอีกแล้ว”




ความน่ากลัวของมารดาเป็นเหตุผลหนึ่งที่เขาไม่อยากแต่งงาน ใครว่าผู้หญิงเรียบร้อยจะว่านอนสอนง่าย เขาเถียงสุดใจ ดูจากคนที่ทำร้ายร่างกายเขาอยู่ตอนนี้สิ ความน่ากลัวเป็นที่หนึ่งไม่เป็นสองรองใคร ผู้ชายอกสามศอกอย่างบิดาเขายังยอมสยบแทบเท้าให้ผู้หญิงตัวเล็กที่ชื่อญาตาวี




“ไอ้คำนี้หม่ามี้ได้ยินมากี่ครั้งแล้ว”




“เจซไม่ได้นับครับ แต่ถ้าหม่ามี้อยากรู้เจซจะเริ่มนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”





“ยังจะมาพูดเล่น” เมื่อบิดจนเมื่อยมือจึงยอมปล่อยเอวหนาในที่สุด “อย่ามีคราวหลังให้หม่ามี้เห็นอีกนะ ไม่งั้นไม่เจอแค่สีข้างถลอกแน่ลูกรัก”




“คร้าบบบ” เจซซี่รับปากเสียงยาว เข้าไปกอดเอวท่านด้วยความประจบประแจง “คราวต่อไปเจซจะระวังไม่ให้มีรอยบนหน้าหล่อๆ ที่หม่ามี้แสนภูมิใจ”




“วาเลนติโน่!




เสียงคำรามจากมารดาทำให้เจซซี่ต้องรีบวิ่งตามบิดาและน้องสาวไปอย่างรวดเร็ว เพื่อรักษาชีวิตสีข้างที่มันเจ็บปวดไปทุกที่




“แด๊ดดี้! เจด้า! ไอหิวข้าว!




ต่อ 100% ค่า






แปดโมงครึ่ง


จะไปหรือไม่ไปดีนะ



เจด้าคิดในใจมองหน้าฬิกาพร้อมกับประตูหน้าบ้านที่มีรถจอดอยู่ คาลอสพูดจริงที่เขาบอกจะยึดรถเธอ เพราะป่านนี้ Porsche 911 Turbo S ก็ยังจอดอยู่ที่คอนโดฯ ชายหนุ่ม



คาร์ลอสไม่แม้แต่จะโทรมาเหมือนทุกวันหรือแม้แต่ส่งข้อความมาก็ไม่มี นี่เขากะจะให้เธอเป็นประสาทตายเพราะเรื่องของเขาเลยใช่ไหม และแน่นอนว่ามันได้ผล



“ไปก็ไปวะ” เจด้าลุกขึ้นจากโซฟา กำลังจะเดินไปยังรถที่จอดหน้าบ้านก็ต้องรีบเบรกตัวเองแล้วหมุนมานั่งที่โซฟาเหมือนเดิม



“จะไปไหนหรือเจด้า” เจซซี่ที่เดินเข้ามาหาน้องสาวถามขึ้นเมื่อเห็นน้องสาวกำลังจะออกจากบ้าน “วันนี้ยูไม่มีงานที่ไหนนี่”



“แล้วยูไม่มีงานหรือไง ปกติไม่มีงานยูก็ไปเที่ยว แล้วนี่คิดยังไงถึงกลับบ้านได้ล่ะ” เจด้าไม่ตอบแต่ถามกลับ แสร้งหยิบหนังสือบนโต๊ะมาเปิดอ่านด้วยความสนใจ


“พอดีมีเรื่องนิดหน่อย”



“แต่แด๊ดดี้คงไม่คิดว่านิดหน่อย” ถ้านิดหน่อยจริงอย่างที่พี่ชายว่า บิดาของเธอคงไม่ให้ลูกน้องไปลากตัวพี่ชายกลับบ้านหรอก



“อย่าพูดเรื่องของไอเลยน่า เอาเรื่องยูดีกว่า” เจซซี่ทิ้งตัวนั่งลงข้างน้องสาว ก่อนจะมองอย่างจับผิด “ยูนัดใครไว้เหรอ ใช่ไอ้คนที่มาจีบยูหรือเปล่า”



นั่นไงล่ะ เรดาร์พี่ชายจอมหวงเริ่มทำการแล้ว




“เปล่านี่” เจด้าปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แม้พี่ชายจะพูดความจริงมาก็เถอะ




“แล้วเมื่อกี้จะลุกไปไหน”



“ไม่ได้จะไปไหน”




“แต่ยูทำตัวมีพิรุธนะเจด้า” เจซซี่แย้ง เพราะสิ่งที่หญิงสาวพูดมานั้นมันขัดแย้งในตัว ทั้งการกระทำและการแสดงออก คนที่เกิดมาพร้อมกันมีหรือแค่นี้จะไม่ผิดสังเกต และถ้าให้เดาสิ่งที่เขาถามไปตั้งแต่ต้นนั้นถูกหมดทุกอย่าง ทว่าแม่น้องสาวตัวดีไม่ยอมรับแค่นั้น




อย่าหวังจะได้ออกไปหามันเลยเจด้าเจซซี่คิดในใจ ก่อนจะส่งยิ้มหวานให้น้องสาว




“วันนี้ไปเที่ยวกันไหม”




“ไม่ไปอ่ะ” หญิงสาวปฏิเสธออกไปอย่างไม่ต้องคิด อาการของพี่ชายทำให้เธอรู้ว่าเขารู้ทันแล้วทุกอย่าง ยิ่งไอ้อาการที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือก็ช่วยยืนยันได้เป็นอย่างดี




“เราไม่ค่อยได้เจอกันเลยนะเจด้า” เจซซี่โอด ทว่าคนมองก็รู้ว่าเสแสร้งเพียงใด “ออกไปกินข้าวกันเฉยๆ ก็ได้”




“บางทียูอาจจะลืมไปว่าเราเพิ่งกินข้าวกันไปเมื่อกี้”




“ก็นั่นแหละ ไอกินไม่ค่อยอิ่มเท่าไหร่ เราออกไปหาของกินที่ตลาดโบโร่แบบที่ยูชอบกันไหม”




“ไม่!




“นี่กะจะออกไปหามันจริงๆ ใช่ไหมเจด้า” จากเสียงอ้อนๆ กลายเป็นเสียงแข็งทันที “หึ อย่าหวังเลยว่ายูจะได้ออกจากบ้าน”




“ไอก็ไม่ได้จะไปไหนนี่” เจด้าพูดเสียงอ่อนลง




“อย่ามาโกหกให้ยากเลย”




“จริงๆ นะเจซ” เจด้าเขยิบเข้าไปใกล้พี่ชาย ทำหน้าตาออดอ้อนเขา แต่กลับไม่ได้ผลซะงั้น




“อย่า-มา-อ้อน”




เจซซี่หันไปมองทางอื่นเพราะทนเห็นสายตาออดอ้อนของน้องสาวไม่ไหว แม้จะอายุเท่ากัน แต่เขาก็ยังมองว่าเธอยังเด็กสำหรับเขาเสมอ และเขาก็มีหน้าที่ปกป้องน้องๆ ทุกคน




แม้เจด้าจะดูเย็นชาในสายตาคนอื่น แต่คนในครอบครัวเช่นเขารู้ดีว่าเธอก็เป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่แสนออดอ้อนเหมือนผู้หญิงทั่วไป และทุกครั้งที่เจด้าแสดงบทบาทนั้น พวกเขาก็แพ้ราบคาบไปทุกทีเช่นกัน โดยเฉพาะผู้ชายที่ชื่อทอเร็ตโต้ เซอร์คิโอ รายนั้นแค่พูดอ้อนหน่อยก็ยอมทำตามทุกอย่างแล้ว




“คุยอะไรกันอยู่จ๊ะสองพี่น้อง”




ญาตาวีเดินเข้ามาหาสองหนุ่มสาวที่เหมือนจะดูตกลงบางเรื่องกันไม่ลงตัว เมื่อเห็นหน้าลูกสาวก็รู้ได้ทันทีว่าเรื่องอะไร




“หนูยังไม่ออกไปซื้อของให้หม่ามี้หรือคะเจด้า”




“ใช่สิ หนูลืมไปเลยค่ะหม่ามี้” เจด้าไหลตามน้ำที่มารดาส่งมาให้ และเมื่อท่านเปิดโอกาสให้ขนาดนี้ก็ต้องรีบคว้าไว้ “งั้นหนูไปก่อนดีกว่าค่ะ”




พูดจบหญิงสาวก็รีบวิ่งออกไปทันที ไม่ลืมที่จะขอบคุณท่านด้วยสายตา ผู้หญิงคนนี้เข้าใจเธอทุกอย่างและไม่คิดจะห้ามหากเรื่องนั้นเธอได้ตัดสินใจด้วยตัวเองแล้ว แม้ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นแบบใด ท่านก็พร้อมจะเข้าใจและยืนเคียงข้างเสมอ




“ขับรถดีๆ นะลูก”




ญาตาวีตะโกนไล่หลังลูกสาวด้วยรอยยิ้ม บางทีการหนุนหลังคาร์ลอสในครั้งนี้อาจจะทำให้เธอได้ลูกสาวที่น่ารักสดใสคนเดิมกลับมาก็ได้ ทว่าเมื่อหันมาเจอหน้าลูกชายคนโตก็ต้องรีบปรับเปลี่ยนสีหน้า




“ทำไมมองหม่ามี้แบบนั้นคะลูกชายแม่”




“หม่ามี้ไม่น่าตามใจเจด้าเลย”




ชายหนุ่มรู้ว่าน้องสาวตนไม่ได้ไปซื้อของให้มารดาอย่างที่เจ้าตัวอ้าง แต่ก็ไม่อยากขัดเมื่อท่านเป็นคนออกโรงเสียเอง




“เราจะเชื่อใจผู้ชายคนนั้นได้แค่ไหน เจด้าเจ็บมามากพอแล้วนะฮะ”




ที่เขาห้ามไม่ใช่ว่าไม่อยากให้น้องมีคนรัก แต่ความเจ็บปวดของเจด้าเรื่องของแมทธิวทำให้เขากลัวว่าเธอจะเจ็บปวดอีกครั้ง และครั้งนี้มันอาจจะมากกว่าก็ได้




“หม่ามี้ก็ห่วงเจด้าไม่แพ้หนูหรอกลูก แต่เจด้าโตแล้ว โตพอที่เขาจะเลือกด้วยตัวเอง”



ญาตาวีรู้ว่าเจซซี่รักเจด้ามาก และความรักที่มากของเขาอาจทำให้เจด้าใช้ชีวิตในทางที่เขาเลือกลำบาก เพราะต่างคนก็มีทางเดินของตัวเอง ไม่เว้นแม้แต่เจซซี่เองก็ตาม




“ขนาดหนูแม่ยังไม่เคยไปห้ามอะไรเราเลย แม้หนูจะใช้ชีวิตให้หม่ามี้ปวดหัวทุกวันก็ตาม นั่นก็เพราะหม่ามี้เคารพในการตัดสินใจของหนู ถือว่านั่นคือสิ่งที่หนูเลือก”



แม้จะเคารพในการตัดสินใจในสิ่งที่ลูกชายเลือก ทว่าทุกครั้งตั้งแต่เด็กจนโตเธอก็ไม่ลืมจะสอนให้เขาเป็นคนดี ไม่ทำอะไรให้คนอื่นเดือดร้อน เจซซี่ทำได้ดีทุกอย่างยกเว้นเรื่องผู้หญิงที่ทำให้เธอปวดหัวเช้าเย็น




“โอ๊ย ผมรู้สึกปวดแผลขึ้นจังเลยฮะหม่ามี้ งั้นผมขอตัวไปหายากินดีกว่าเนอะ”




คนถูกดุทางอ้อมเอาตัวรอดโดยการออกเดินทันที หากอยู่ตรงนี้นานคงถูกมารดาจิกกัดจนพรุนแน่ ส่วนเรื่องเจด้าวันนี้เขาจะปล่อยไปก่อน แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะยอมรามือ




แล้วเจอกันคาร์ลอส




เจด้า! เธอรู้รึเปล่าว่าตัวเองอ่ะอาการออกมากกกกกก 
เด็กอนุบาลดูยังรู้เลยว่าเธอแอบหวั่นไหวไปเรียบร้อยแล้ว
แล้วมาลุ้นกันว่าเก้าโมงเธอจะไปตามที่อิป๋าขอร้องรึเปล่า

ฝากติดตามด้วยจ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

991 ความคิดเห็น

  1. #575 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 / 12:57
    หม่ามี้น่ารักสุดๆ เข้าใจลูก แมทเมื่อไหร่นายจะปล่อยเจด้า
    #575
    0
  2. #562 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 10:55
    แอร้ยยยยย น่สนักกันจริงๆครอบครัวนี้ อิอิอิ

    อ้าวรีบๆเลยเจด้า ชอบ อิป๋า เ้ล่วใช่มะ
    #562
    0
  3. #268 Sana (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 23:24
    หัวใจเริ่มเอนเอียง = หัวใจแมดเอนไปหาเจด้า? หัวใจเจด้าเอนไปหาคาร์ล/ หัวใจคาร์ลเอนไปหาเจด้า/
    #268
    0
  4. #265 MyMod09 (@MyMod09) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 20:20
    รถติดเลย ให้คาร์ลรอซะบ้าง
    #265
    0
  5. วันที่ 2 เมษายน 2560 / 00:55
    รออออออ
    #264
    0
  6. #263 Chariyaiem (@Chariyaiem) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 23:37
    ไม่น่าไป น่าจะปล่อยให้คลั่งตายไปเลย หนอยยยยทำปากพร่อยหวังจะลากขึ้นเตียงอย่างเดียว
    #263
    0
  7. #262 นาอานาเอ (@nongjariya) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 22:26
    รู้สึกเหมือนว่าคาร์ลอสก้ไม่แพ้กัน ส่วนแมทธิวนี้ยังไงน้าาคิดไรกับเจด้าหรือเรารู้สึกไปเอง
    #262
    0
  8. #261 Toon (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 18:51
    คงไม่ใช่เริ่มเอนเอียงมั้งตอนนี้ หัวใจไปอยู่กะอีกคนแล้วแน่ๆ
    #261
    0
  9. #259 somluck (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 15:29
    ไม่ควรไปนะคะ ผช.ที่หวังชวนขึ้นเตียงอย่างเดียว ตัดใจไปเถอะ
    #259
    0
  10. #258 ฟ้าใสตะวันใหม่ (@aor222) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 10:49
    เจด้ารีบไปนะเดี๋ยวรถติดไปไม่ทันสงสารอิป๋าเถอะป่านนี้ชะเง่อคอยาวเป็นยีราฟแล้วมั้ง555+
    #258
    0
  11. วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 01:29
    รอออออ
    #257
    0
  12. #256 Toon (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 09:35
    ออกอาการไม่แพ้ฝั่งเฮียคาร์ลเลยนะเจด้า
    #256
    0
  13. #255 junenichachat (@junenichachat) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 00:47
    บ้านนี้น่ารักอ่ะ...
    #255
    0
  14. #254 เกลียดเพลรัก (@idonlove21) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 07:08
    เฮียรักเค้าแล้วก็บอก 555
    #254
    0
  15. #253 ฟ้าใสตะวันใหม่ (@aor222) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 22:34
    แหมทำไรไม่ได้ก็ไปข่มขู่เอากับเด็กนะป๋านิสัยแบบนี้น่าให้กินแห้วแทนกินเจด้าจริงๆ

    ปล.ตอนนี้เบื่ออิป๋ามากค่ะไรท์ไหนๆก็ไหนๆแล้วข้ามไปตอน 11เลยได้ไ-ากได้หวานๆรีดใจร้อน555+
    #253
    0
  16. #252 kumiko_chan (@monkeyfly) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 11:59
    หมั่นไส้เฮียจริงๆ
    #252
    0
  17. #251 kakfern23 (@kakfern23) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 11:47
    เก้าโมงเหรอ รอไปเถอะ
    #251
    0
  18. #250 MyMod09 (@MyMod09) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 04:58
    คุณคาร์ลสมควรต้องง้อนะ
    #250
    0
  19. #249 Pannikaa (@Pannikaa) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 01:03
    ต้องให้ป๋าออกโรงแล้ว ต้องทำให้เจ้เซตัดใจจากแมทให้ได้นะ แล้วตัวเองต้องหลงหัวปักหัวปัมเจ้เซต่อ

    ตอนนี้โกรธป๋าพูดไม่คิด !!!!
    #249
    0
  20. #248 tea666 (@tea666) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 21:04
    เห็นด้วยนะว่าแมททิวแปลกๆอะ
    #248
    0
  21. #247 Yuiครัช (@kirono_karoei) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 20:24
    เอ๋ทำไม่รู้สึกสมน้ำหน้าป๋า555
    #247
    0
  22. #246 junenichachat (@junenichachat) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 17:47
    บอกได้เลยนะป๋า...สมน้ำหน้า...ทำตัวเองล้วนๆ
    #246
    0
  23. #245 Irish66 (@Irish66) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 17:46


    แมทธิวแปลกๆ 

    #245
    0
  24. #244 Chariyaiem (@Chariyaiem) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 15:10
    ปากพาจนจะโทษใครได้ล่ะ บอกได้เลย สมน้ำหน้ามากกกกกกก
    #244
    0
  25. #243 ฟ้าใสตะวันใหม่ (@aor222) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 15:05
    โอ๊ยตบปากอิป๋าทีค่ะใช้สมองคิดก่อนนะป๋านะพูดกับเจด้าแบบนี้สมควรแล้วที่โดนเทชิๆๆๆ

    ปล.ไหนหวานๆค่ะไรท์นอกจากจะงอนอิป๋าแล้วตอนนี้งอนไรท์หนักมากบอกเลยเชอะ
    #243
    1