[VENOM] Because of you Venom × Eddie

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,116 Views

  • 12 Comments

  • 53 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    44

    Overall
    2,116

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

เมื่อเอ็ดดี้ไม่มีซิมไบโอตอยู่ในร่างกาย


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
จริงๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เรารู้สึกว่าแต่งพลาด 555555 แต่ก็อุตส่าห์นั่งแต่งตั้งนาน เลยคิดว่าเอามาอัพเถอะเนอะ

เชิญอ่านได้เลยค่า

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 14 ต.ค. 61 / 16:25

บันทึกเป็น Favorite


Because of you

Pairing : Venom x Eddie

Tag : #Veddie #Symbrock

RG : 13







อาจจะมี spoil เล็กน้อยนะคะ










‘ผมตื่นขึ้นมาในทุกๆ เช้า โดยที่มักเผลอนึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาเสมอ’


‘บางอย่างที่ผมคิดว่ามันขาดหายไปจากชีวิตของผม’




‘คุณทานยาครบตามที่แดนสั่งรึเปล่า?’

เสียงของหญิงสาวดังขึ้นจากปลายสายอย่างเป็นห่วง เจ้าของโทรศัพท์เปิดลำโพงแล้ววางมันไว้ข้างๆ กายก่อนจะนั่งพิมพ์งานบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ไปพลาง

“แน่นอน”

‘อย่าหักโหมนักล่ะ’

“เข้าใจแล้ว”

‘...โอเค งั้นไม่กวนแล้วนะ’

แอนนี่วางสายไปเมื่อเห็นว่าบทสนทนาคงไม่สามารถยืดเยื้อไปได้มากกว่านี้อีก ตอนนี้ ‘เอ็ดดี้ บร็อค’ จึงตั้งหน้าตั้งตาโฟกัสกับงานตรงหน้าได้เสียที

“อา...เอาอีกแล้ว”


จู่ๆ ความเจ็บปวดก็แล่นขึ้นมาในสมอง เอ็ดดี้ใช้นิ้วทั้ง 5 นวดที่ขมับแรงๆ ไปครู่นึง และเมื่อเห็นว่าอาการยังไม่หายดีเขาจึงเดินไปหยิบยาที่วางเกลื่อนอยู่บนโต๊ะหน้าโซฟา ร่างของชายหหนุ่มทิ้งตัวลงอย่างหมดแรงพลางควานหายาแก้อาการปวดหัวอย่างเฉียบพลันนี้จนกระทั่งเจอสิ่งที่ต้องการ

ถึงอย่างนั้นยาที่กินเข้าไปก็ไม่ได้ออกฤทธิ์ในทันที เขาต้องทนกับอาการแบบนี้ไปอีกซักพักกว่ามันจะหายและทำให้เขากลับมาทำงานต่อได้ เอ็ดดี้จึงใช้เวลานี้ไปกับการนั่งพักผ่อนและดูทีวี ก็นะ ตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลมาเขาก็ต้องเคลียร์งานต่างๆ อย่างหนัก แทบไม่มีเวลาพักผ่อนเลย

เดือนที่แล้วเอ็ดดี้ประสบอุบัติเหตุ เขาขับรถชนและเกิดระเบิดขึ้น เขาจึงต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนานหลายสัปดาห์ ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าการที่เอ็ดดี้รอดมาได้โดยไม่ได้รับผลกระทบอะไรนั้นเรียกได้อย่างเดียวว่าเป็นปาฏิหาริย์
แต่เอ็ดดี้ก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก


“หิว...”

เอ็ดดี้บ่นขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อรู้สึกมวนๆ ในท้อง จะว่าไปเขายังไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เช้าแล้ว นี่ก็ปาเข้าไปเกือบ 3 ทุ่ม คงไม่แปลกที่จะรู้สึกไส้กิ่วขนาดนี้

“คุณนายเฉินคงยังไม่ปิดร้านนะ”




ซานฟรานซิสโกในยามค่ำคืนแบบนี้ไม่ได้เงียบสงบเท่าไหร่ ยิ่งถ้าเป็นย่านนี้ที่เอ็ดดี้อาศัยอยู่ล่ะก็ยิ่งคึกครื้นเชียวล่ะ ชายหนุ่มเดินตามทางเดินมาเรื่อยๆ อย่างเหม่อลอย อาการปวดหัวนั้นดีขึ้นบางแล้วแต่ก็ยังไม่หายสนิท เอ็ดดี้เชื่อว่าบางทีขนมขบเคี้ยวกับน้ำอัดลมอาจจะพอช่วยได้

“ไงเอ็ดดี้ มาซะป่านนี้เชียว”

“สวัสดีครับคุณนายเฉิน มื้อดึกน่ะ” เขาเอ่ยทักทายหญิงวัยกลางคนตามมารยาทพลางเดินดูของว่างในร้านสะดวกซื้อ เวลาแบบนี้ควรทานอะไรถึงจะทำให้หัวแล่นได้กันนะ








‘เอาช็อกโกแลตกับมันฝรั่งทอด’







“…เอ๊ะ?”

เอ็ดดี้เบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อจู่ๆ เขาก็รู้สึกราวกับว่าเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อน เขาเคยออกมาหามื้อดึกทานแบบนี้ กำลังยืนเลือก แล้วก็...
มีใครซักคนบอกให้เขาหยิบช็อคโกแลตและมันฝรั่งทอด


อะไรน่ะ...ความรู้สึกที่คุ้นเคยแบบนี้




“เฮ้ย! ส่งเงินแกมายัยแก่”


เสียงคำรามของชายร่างสูงเรียกสติเอ็ดดี้กลับมา ชายหนุ่มหันไปทางต้นเสียงก่อนจะพบว่าคุณนายเฉินกำลังถูกโจรจี้อยู่ เอ็ดดี้ค่อยๆ ย่องมาหลบมุมตรงชั้นวางของเพื่อไม่ให้โจรคนนั้นรู้ตัว

เขาจะทำยังไงดี…ช่วยดีไหม? แต่เขาจะทำอะไรได้ล่ะ?






‘นั่นคนเลวใช่ไหม?






อีกแล้ว...

ความรู้สึกที่เหมือนเดจาวูแบบนี้ เอ็ดดี้มั่นใจว่าเขาต้องเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนแน่ๆ แต่มันเมื่อไหร่กันล่ะ แล้วใครเป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์กับเขากัน?


น้ำเสียงแหบแห้งและน่าเกรงขาม ใครเป็นเจ้าของเสียงนั้นกัน?



“เฮ้ย! แกมีปัญหาอะไร!?”


“…ห๊ะ?”

เอ็ดดี้รู้สึกราวกับว่าเมื่อครู่เขาสติหลุดหายไป เพราะตอนนี้อยู่ดีๆ ปลายกระบอกปืนก็มาจ่ออยู่ตรงหน้าเขา โจรคนนั้นจ้องมาที่เอ็ดดี้เขม็งจนเขาเสียวสันหลัง

อะไรกัน...ทำไมจู่ๆ เขาก็เดินมาอยู่ตรงนี้ละ?

เดินมาตามสัญชาตญาณเหรอ?


“อยู่ดีๆ ก็ไม่ต้องเดือดร้อนแล้ว รึแกอยากจะให้เงินฉันแทน?” โจรคนนั้นเอ่ยพลางดันกระบอกปืนเข้ามาใกล้เอ็ดดี้อีก เขาตกใจจนเผลอถอยหลังเซไป “ได้ งั้นเอาเงินแกมาให้หมด เดี๋ยวนี้เลยไอ้เวร”

สถานการณ์เสี่ยงเกินกว่าที่เอ็ดดี้จะทำอะไรได้ เขาจึงยอมส่งเงินให้มันแต่โดยดีเพื่อรักษาชีวิตของเขาและคุณนายเฉินไว้ เอ็ดดี้อุตส่าห์รอดตายจากอุบัติเหตุมาได้ เขาจะไม่ยอมทิ้งชีวิตไปง่ายๆ หรอก

เมื่อได้เงินมากพอโจรคนนั้นก็ออกจากร้านไป เอ็ดดี้ถอนหายใจเล็กน้อยอย่างอารมณ์เสีย เขาเสียเงินกับเรื่องไม่เป็นเรื่องไปเสียแล้วสิ ชายหนุ่มหมุนตัวเดินกลับไปที่ชั้นวางของเพื่อจะนำสินค้าที่หยิบมาไปวางคืน เขาไม่มีเงินพอจะซื้อพวกมันแล้ว

“เอาไปเถอะเอ็ดดี้ ขอบใจที่ช่วย”

เสียงของคุณนายเฉินทำให้เอ็ดดี้หยุดเดิน เขายกมือขึ้นเกาท้ายทอยเล็กน้อยเพื่อแก้เขิน ก็แหม ปกติเอ็ดดี้ไม่ใช่คนดีอะไรแบบนี้หรอก แต่ครั้งนี้มันเหมือนเป็นสัญชาตญาณมากกว่า

“ขอบคุณครับ”

“นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เธอช่วยฉัน ให้ฉันได้ตอบแทนเถอะน่า ก็นะ ถึงแม้ว่าครั้งแรกจะน่ากลัวไปหน่อยก็เถอะ”
คำพูดของคุณนายเฉินทำให้เอ็ดดี้เกิดความสงสัยขึ้นมา

“ครั้งแรกเหรอครับ?”

“ใช่ไง”

“เอ่อ...ผมเคยทำอะไรแบบนี้ด้วยเหรอ?”

“ใช่ จำไม่ได้เหรอ? ก็นายเพิ่งออกจากโรงพยาบาลนี่นะ คงยังช็อกๆ อยู่เลยจำอะไรไม่ค่อยได้ล่ะมั้ง”
คุณนายเฉินว่าอย่างไม่ใส่ใจ เอ็ดดี้เห็นดังนั้นจึงเดินออกมาจากร้านเพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน



เคยทำเหรอ?



เอ็ดดี้รู้สึกว่าชิ้นส่วนของความทรงจำจางๆ ของเขามันกำลังเริ่มก่อตัวขึ้นมาแล้ว









‘เอ็ดดี้ แกจะไปไหน!?’


‘หยุดน่า! แกกำลังทำอะไรบ้าๆ’


‘เอ็ดดี้!!!’






ใครบางคนกำลังเรียกชื่อของผม...










ติ๊ดดด ติ๊ดดดด

เสียงของนาฬิกาปลุกปลุกเอ็ดดี้จากความฝันที่น่าสับสน ชายหนุ่มบิดขี้เกียจเล็กน้อยพลางนึกถึงความฝันที่กำลังจะเลือนหายไปจากความทรงจำในไม่ช้า

“…เสียงใครกันนะ?”



วันนี้เป็นวันหยุด เอ็ดดี้ใช้เวลาไปกับการทำความสะอาดห้องที่รกเสียจนเขาทนไม่ไหว เอ็ดดี้แทบจะลืมเรื่องความฝันประหลาดไปเสียสนิทเพราะเหนื่อยกับการปัดการเช็ดถูห้องเหลือเกิน เมื่อใช้พลังงานในตอนเช้าไปจนหมดเอ็ดดี้จึงคิดว่าวันนี้เขาจะทำสเต็กทานเป็นมื้อเที่ยง

“เนื้อๆๆ อยู่ตรงไหนกันนะ?” เอ็ดดี้มองหาเนื้อในช่องแช่แข็งก่อนจะหยิบมันออกมา ลงมือปรุงเล็กน้อยก่อนจะเริ่มย่างมันในกระทะ กลิ่นหอมของออริกาโนลอยคลุ้งไปทั่วห้องครัว เอ็ดดี้แทบรอไม่ไหวที่จะได้ลิ้มรสมัน

สเต็กหน้าตาธรรมดาถูกเสิร์ฟลงบนโต๊ะ เอ็ดดี้เริ่มจัดการลงมือลิ้มรสมันในทันที เมื่อเนื้อหนานุ่มนั้นแตะที่ต่อมรับรส เอ็ดดี้ก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก เขาเองก็พอมีฝีมืออยู่บ้างแหละน่า

“แต่ว่าเนื้อสุกเกินไปรึเปล่านะ”

เขาบ่นขึ้นมาลอยๆ ทั้งที่ยังกินไม่หยุด แต่แล้วความสงสัยอย่างนึงก็แล่นเข้ามาในหัวของชายหนุ่ม


สุกเกินไปเหรอ?


เอ็ดดี้ก้มมองเนื้อที่เหลือในจาน สีสันและรสชาติก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากสเต็กทำเองทั่วไป อีกทั้งปกติแล้วเอ็ดดี้ไม่ทานของที่กึ่งสุกกึ่งดิบอยู่แล้วด้วย



แล้วทำไมจู่ๆ เขาก็คิดว่าเนื้อมันสุกเกินไปขึ้นมากันล่ะ


มื้ออาหารมื้อนั้นจึงดำเนินต่อไปกับความสงสัยในใจของเอ็ดดี้ที่เพิ่มมากขึ้นทุกที







คืนนี้เอ็ดดี้นอนไม่ค่อยหลับ

ทีวีถูกเปลี่ยนช่องไปมาเรื่อยๆ อย่างน่าเบื่อหน่าย เอ็ดดี้พยายามข่มตาหลับแล้วแต่มันไม่ได้ผล เขาจึงมานั่งดูอะไรแก้เบื่อนิดหน่อย แต่เวลาดึกขนาดนี้ก็ไม่ค่อยจะมีรายการน่าสนใจเท่าไหร่นักหรอก เขาจึงทำได้เพียงนั่งดูข่าวรอบดึกเผื่อมันจะเป็นประโยชน์ต่องานของเขาบ้าง


‘เมื่อกลางวันนี้เกิดเหตุเพลงไหม้ที่ตึก x ค่ะ ไฟนั้นได้ลามไปทั่วชั้น 10 และ 11 เจ้าหน้าที่ใช้เวลาหลายชั่วโมงในการอพยพคนในตึกและดับไฟค่ะ มีผู้บาดเจ็บ...’


ในทีวีปรากฏภาพตึกสูงระฟ้าที่มีเพลิงไหม้อยู่ 2 ชั้น ภาพนั้นซูมเข้าไปใกล้กองเพลิงอีกเพื่อให้ได้เห็นความชัดเจน เอ็ดดี้มองเปลวไฟในทีวีอย่างไม่วางตา








‘อะ...เอ็ดดี้ อดทนไว้!’






“อ๊ะ!”

จู่ๆ เสียงแหบแห้งนั้นก็ตามมาหลอกหลอนเขาอีกครั้ง คราวนี้เอ็ดดี้มีอาการปวดหัวขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน เขาหูอื้อและไม่สามารถพยุงตัวเองได้ เอ็ดดี้ใช้มือทั้งสองข้างกุมศีรษะของตนเพื่อพยายามไล่ความเจ็บปวด

“อะ…เจ็บ!”

เอ็ดดี้กรีดร้องออกมาอย่างหนัก น้ำตาไหลอาบแก้ม เขาทรมานมาก มันปวดไปหมดเหมือนมีใครกำลังใช้เข็มเล่มเล็กๆ หลายพันเล่มทิ่มแทงเข้ามาในสมองของเขา






‘เอ็ดดี้! ระวัง!’






“ใครน่ะ!? เสียงใคร!?”

เอ็ดดี้ตะโกนออกมาราวกับเสียสติ เขาได้ยินเสียงของคนคนนั้นอีกแล้ว แต่คราวนี้มันกลับดังและชัดมากขึ้น คนคนนั้นต้องมีตัวตนอยู่จริงแน่ๆ แต่เป็นใครกันล่ะ?




‘แกน่ะมันงี่เง่า โง่ แล้วก็ขี้แพ้ เรื่องแค่นี้ยังไม่รู้อีกรึไง?’


‘เอ็ดดี้...ไม่ต้องกลัวไปหรอก’





ไฟ...


และความมืด







เอ็ดดี้มองเห็น...




“อ้ากกก!”

ร่างของชายหนุ่มทรุดลงกับพื้นอย่างหน้าสงสาร คราวนี้เอ็ดดี้เห็นภาพอะไรบางอย่างในหัว เขาเห็นไฟ แล้วก็อะไรบางอย่างที่มืดสนิท แต่นั่นไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลยซักนิด



‘อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ! ลดความเร็วลงเดี๋ยวนี้!’



‘เอ็ดดี้...’





เอ็ดดี้พยายามจะขานรับเสียงนั้น...เสียงที่คุ้นเคย








ในหัวของเขาขาวโพลน...และรู้สึกเหมือนกล่องความทรงจำที่ถูกปิดไว้ได้เปิดออก












‘แกเกือบถูกไอ้ชั่วนั่นรีดไถเอา ถ้าไม่ได้ฉันช่วยจะเป็นยังไง? ทำไมแกถึงระวังตัวไม่เป็นเลย’

‘อย่ามาทวงบุญคุณนะ! ฉันไม่ได้ขอซักหน่อย อีกอย่างถ้าจะช่วยโดยการกินหัวเขาแบบนั้นล่ะก็ไม่ต้องช่วยหรอก’

‘เหอะ ทำปากดีไปเถอะ’

‘นี่ ระวังคำพูดบ้างนะ ฉันชักจะเหลืออดกับแกแล้วนะ’

‘เหลืออดเหรอ? แล้วแกทำอะไรได้? ถ้าไม่มีฉันแกก็เป็นแค่ไอ้ขี้แพ้เท่านั้นแหละเอ็ดดี้!’

‘…’

‘...เอ็ดดี้ เมื่อกี๊ไม่ได้หมายความว่า—’

‘ฉันไม่ได้ขี้แพ้’

‘…’

‘ถึงไม่มีนายฉันก็อยู่ได้!!’

‘เอ็ดดี้ แกจะไปไหน!?’

เอ็ดดี้กำลังวิ่ง เขาวิ่งไปที่มอเตอร์ไซด์คู่ใจแล้วขับออกไปด้วยความเร็วสูงจนแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังคาดไม่ถึง

‘หยุดน่า! แกกำลังทำอะไรบ้าๆ’

‘อย่ามาออกคำสั่งนะ’

‘เอ็ดดี้’

เส้นใยสีดำเหนียวหนึบพุ่งออกมาจากมือของเอ็ดดี้และควบคุมแฮนด์รถเอาไว้เพื่อพยายามชะลอความเร็วลง แต่เอ็ดดี้ไม่ยอมแพ้ เขาต่อต้านมันอย่างเต็มที่

‘อย่าขัดขืนฉัน!’

‘ฉันจะทำ เพราะฉันไม่ใช่ไอ้ขี้แพ้อย่างที่นายพูด’

‘เข้าใจแล้ว! หยุดรถซักที’

เจ้าของสายใยสีดำไม่สามารถควบคุมอีกฝ่ายได้อย่างเคย เอ็ดดี้ต่อต้านเขา มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน








ทันใดนั้น...







‘เอ็ดดี้! ระวัง!’









โครมมมม!!






เจ็บ...

นี่คือความรู้แรกที่เอ็ดดี้ได้รับ หลังจากนั้นก็คือเขาชาเสียจนขยับตัวไม่ได้
และมันก็มืดมากๆ ด้วย...


‘แกมันบ้า’

‘...นาย?’

‘แกอยู่ในตัวฉัน แต่อีกไม่นานนักหรอก ไฟกำลังลามแล้ว อีกไม่นานฉันคงทนไม่ได้’

‘เดี๋ยวสิ! หมายความว่ายังไง!?’

‘เมื่อกี๊รถบรรทุกแก๊สขับมา แกชน แล้วมันระเบิด ฉันเลยคลุมแกไว้ แล้วก็รักษากระดูกแกไปในตัว’

‘ปล่อยฉันออกไป! นายทนไฟไม่ได้นะ!’

‘ฉันรู้...’

เอ็ดดี้รู้สึกได้ว่าขอบตาของเขาร้อนผ่าว ใจของเขาเองก็เต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ภายในของเหลวเหนียวสีดำนี้มันช่างหายใจลำบากเหลือเกิน

‘เราต้องออกไปจากที่นี้ นายจะตายนะ’

‘มันไม่ทันแล้วเอ็ดดี้…’

‘…หมายความว่ายังไง

‘อีกไม่นานกู้ภัยจะมา คงทันเวลาพอดีที่จะช่วยแกได้’

‘ไม่นะ...ทำแบบนี้ทำไม?’

‘แกน่ะมันงี่เง่า โง่ แล้วก็ขี้แพ้ เรื่องแค่นี้ยังไม่รู้อีกรึไง?’

‘...’

‘แกถึงได้ไม่รู้ไง ว่าฉันรู้สึกกับแกยังไง’

‘อย่า...ทำแบบนี้ นายจะไม่รอดนะ...’


‘เอ็ดดี้...ไม่ต้องกลัวไปหรอก แกจะไม่ต้องรู้สึกผิดอะไรทั้งนั้น’







‘ชีวิตของฉันและความทรงจำในครั้งนี้ มันจะหายไปพร้อมๆ กันเอง’









‘ทั้งหมดก็เพื่อแกนะ เอ็ดดี้’




‘…เวน่อม’




‘...ลาก่อน







เอ็ดดี้จำได้แล้ว

อุบัติเหตุในวันนั้น เปลวเพลิงในซากรถ และของเหลวสีดำที่เคลือบร่างกายของเขาเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ได้เอ็ดดี้ได้รับบาดเจ็บหนักถึงตาย
เวน่อม...เอาความทรงจำของเขาไป พร้อมกับชีวิตของตัวเองอย่างที่หมอนั่นบอก

“…อะไรกัน”


ทั้งหมดนี่เพียงเพื่อแลกกับชีวิตของเขางั้นเหรอ?

แลกกับชีวิตขี้แพ้ของเขางั้นเหรอ?

เพียงเพราะความอารมณ์ร้อนและจองหองในศักดิ์ศรีของเขาอย่างนั้นเหรอ?



“เวน่อม...”





ซิมไบโอตจากต่างดาวที่อาศัยร่างของเขาเป็นพาหะเพื่อดำรงชีวิตอยู่ในโลก

มันคงฟังดูน่ากลัวสินะ



...แต่นี่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นเพียงสิ่งที่มีค่าสิ่งเดียวในชีวิตของเอ็ดดี้








และตอนนี้เวน่อมตายไปแล้ว...เพราะเขา






ฉันแข็งแกร่ง...เพราะนาย

ฉันไม่โดดเดี่ยว...เพราะนาย

ฉันปลอดภัย...เพราะนาย

ฉันได้รับปาฏิหาริย์...เพราะนาย

ฉันมีชีวิตอยู่ต่อได้...ก็เพราะนาย



แต่ที่ฉันตอบแทนนาย…คือความตายอย่างนั้นเหรอ?









“ทำไมชีวิตที่ไม่มีนาย...ถึงได้รู้สึกเหงาขนาดนี้กันนะ"











END

อันนี้คือฟิคที่เราเคยบอกไว้ว่าแต่งไว้ค่ะ คิดไปคิดมาอุตส่าห์แแต่งแล้วก็ลงไปเถอะเนอะ 
งงมั้ยคะ แงงงงง กลัวทุกคนงงจังเลย พล็อตมันเขียนยากชะมัด ไม่ค่อยเหมือนที่นึกภาพในหัวเลยอ่ะ

เอาเป็นว่าใครงง มาอ่านตรงนี้เพิ่มเติมนะคะ!

เวน่อมกับเอ็ดดี้ทะเลาะกันเรื่องที่เอ็ดดี้ไม่ระวังตัวเอง ชอบเอาตัวเข้าไปเสี่ยง พอทะเลาะกันเรื่องขึ้นหน้าเวน่อมเลยปากเสียด่าเอ็ดดี้ว่าเป็นพวกขี้แพ้ เอ็ดดี้โกรธเลยขับมอเตอร์ไซด์ออกไปอย่างเร็ว เวน่อมควบคุมเอ็ดดี้ไม่ได้เพราะเอ็ดดี้โกรธมากๆ และสามารถต่อต้านเวน่อมได้ แต่เถียงกันไปๆ มาๆ ก็พุ่งชนรถบรรทุกแก๊สทำให้เกิดระเบิด เวน่อมจึงกห่อเอ็ดดี้ไว้เพือไม่ให้ได้รับอันตราย แต่ตัวเวน่อมนั้นพ่ายแพ้ต่อไฟ เวน่อมจึงเลือกที่จะเอาชีวิตเข้าแลกให้เอ็ดดี้รอด พร้อมกับเอาความทรงจำของเอ็ดดี้ที่เกี่ยวกับเวน่อมออกไปด้วย พอเอ็ดดี้ฟื้นขึ้นมาก็จำอะไรเกี่ยวกับเวน่อมไม่ได้ แต่สภาพแวดล้อมก็กระตุ้นให้เอ็ดดี้จำได้ในที่สุด

ประมาณนี้แหละค่ะ แงงงง ฟิคเรื่องนี้คือไม่มั่นใจจริงๆ เลย ยังไงถ้าใครมีอะไรอยากชี้แนะหรือแนะนำบอกกันได้เลยนะคะ

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Tanpopo159 จากทั้งหมด 12 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

12 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 20:53

    ช้อตนี้ขอตายได้มั้ย ฮือT∆T เศร้าเกินไป เค้ารับไม่ได้!!! ไตจะวาย แงงงงงงง ไรท์ใจรว้ายที่สุด!!!

    #12
    0
  2. #11 Hanasano
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 18:40

    มันน้ำตาซึมมม ฮืออออ ToT เศร้าเกินปัยยย~~

    #11
    0
  3. วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 22:51

    น้ำตาไหลเลย ไรท์ใจร้ายยยยย

    #10
    0
  4. #9 ออออออ
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 19:55

    ม่ายยยยยยยยยย

    #9
    0
  5. วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 23:39

    น้ำตาไหลเลยอ่ะ
    #8
    0
  6. วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 21:36

    โอ้... //ปาดน้ำตา
    ตัดจบได้ปวดตับมากค่ะTT
    #7
    0
  7. วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 13:51

    น้้ำตามาเลย ฮืออออออ~~~ (╥﹏╥)

    #6
    0
  8. วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 20:54

    //กุมไต

    #5
    0
  9. #4 Mizuru_San (@Mizuru_San) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 20:23
    ไม่นะไตน้อง//กุมไต ไรท์!!!!ทำไมทำร้ายรีดได้ลงคอ แง ทั้งคอมมิคก็หลายเวออยู่นะที่ทั้งคู่ตายเนี่ย เจ็บปวดดด
    #4
    0
  10. #3 Mizuru_San (@Mizuru_San) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 20:23
    ไม่นะไตน้อง//กุมไต ไรท์!!!!ทำไมทำร้ายรีดไก้ลงคอ แง ทั้งคอมมิคก็หลายเวออยู่นะที่ทั้งคู่ตายเนี่ย เจ็บปวดดด
    #3
    0
  11. วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 18:24
    ซึ้งอะ ไม่นะเวน่อมอยากทิ้งเอ็ดไว้คนเดียวสิ เขาน่าสงสารมากเลยนะ ฮือๆ
    #2
    0
  12. #1 ฮืออออออ~
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 17:47

    คือตอนเเรกอ่านเเล้วเเอบงงกับเหตุการณ์นิดหน่อยพอกลางเรื่องนี่...โอโห ตาหยด เเหมะๆๆเลยฮะ ฮืออออออออออออ~\(ToT \)

    #1
    0