กลร้ายสะดุดรัก (สองพี่น้องตระกูลแบรดลีย์)

ตอนที่ 12 : ตอน ขยายสายพันธุ์ (เต็มตอน)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,553
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 268 ครั้ง
    26 ก.พ. 62



ตอนที่ 6 ขยายสายพันธุ์

 

เดวิดเองก็อารมณ์เสียไม่น้อยที่ทำร้ายผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งเข้า แต่เขาก็ให้คำตอบตัวเองแล้วว่าถ้าหากย้อนเวลากลับไปได้ เขาจะทำแบบนี้ไหม คำตอบคือเขาก็จะทำแบบนี้ เขาไม่เคยเสียเวลาปลอบใจผู้หญิงคนไหน

เพราะมันน่าเบื่อ เสียเวลา ผู้หญิงคนนี้มีบางสิ่งบางอย่างดึงดูดเขาเข้าไปหา เขาไม่เคยเจอใครที่ทำให้เกมรักบนเตียงน่าสนใจเท่าเธอมาก่อน หรือเป็นเพราะเขาติดใจอะไรบางอย่างในตัวผู้หญิงคนนี้ ตั้งแต่แวบแรกที่เขาเจอเธอในสวน เห็นเธอกัดกินแอปเปิลผลโตราวกับว่าทุกอย่างกำลังจะหยุดเคลื่อนไหว

“บ้าไปแล้ว เดวิด คนอย่างแกรู้จักคำว่าตกหลุมรักเป็นกับเขาด้วยเหรอ” เขาไม่ใช่ผู้ชายประเภทอ่อนหวานโรแมนติก แล้วออกจะรำคาญพวกแม่สาวช่างฝัน แต่ทำไมแวบแรกที่เขาเห็นเธอถึงคิดว่าเธอเหมือนสโนวไวท์ที่หลุดออกมาจากโลกนิทาน

เดวิดกลับเข้ามาที่ห้องนอนอีกครั้งก็พบว่าห้องถูกล็อกไปแล้ว เขายิ้มพลางส่ายหน้า เดินไปที่ห้องทำงาน หยิบพวงกุญแจ เลือกดอกสำรองขึ้นมาแล้วไขเข้าไป ดวงตาคมดุมองหาคนตัวเล็ก เขาโล่งใจที่เธอไม่หนีไปไหนแต่แต่งตัวเรียบร้อยนอนอยู่บนเตียง

เขาเดินเข้าไปใกล้จึงเห็นว่าเจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้มหลับใหลไปแล้ว ยามเธอหลับดูน่ารัก ไร้พิษสง ไม่เหมือนคนที่ด่าเขาปาวๆ เมื่อครู่ นี่คงอ่อนเพลียมาก จึงหลับสนิท เดวิดจับปอยผมที่เลื่อนลงมาปิดเปลือกตาของเธอออก เขามองเห็นรอยเปื้อนของคราบน้ำตามันทำให้คนแข็งกระด้างอย่างเขารู้สึกหัวใจอ่อนยวบ

วันนี้เธอแผลงฤทธิ์จนเขาเองก็เหนื่อยเหมือนกัน เดวิดขยับตัวไปนอนข้างๆ อย่างแผ่วเบา วาดแขนไปกอดร่างเล็กไว้หลวมๆ เธอคงเพลียจัดจนไม่รู้การมาของเขา ส่วนเขาเองวันนี้ก็เหนื่อยมากก่อนจะหลับตามไปอีกคน

 

เดือนนาราลืมตาขึ้นตอนที่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวเบาๆ คล้ายมีคนอยู่ร่วมกับเธอในห้อง เปลือกตาบางใสลืมขึ้น มองรอบๆ ห้องก็จำได้ทันทีว่าไม่ได้อยู่ที่บ้านที่รัฐโอเรกอน แต่เธอกำลังนอนอยู่บนเตียงของคนแปลกหน้าที่เขาบอกว่าให้เป็นที่ซุกหัวนอนของเธอชั่วคราว ความรู้สึกเสียใจถาโถมกลับมาอีกหนผลักดันให้เดือนนาราหยัดกายลุกขึ้น

พลางเตรียมก้าวลงจากที่นอน ดวงหน้าหวานเศร้าหมอง แม้ใจอยากพาหลานกลับไปด้วย แต่ว่าเธอคงพาไปด้วยไม่ได้แล้ว

“เอิ๊กอ๊าก

เสียงเล็กๆ ที่ดังอยู่ข้างเตียงทำให้คิ้วเรียวขมวดมุ่น เธอกำลังปีนลงจากเตียงทางด้านขวา แต่เสียงปริศนาดังอยู่ทางด้านซ้าย เดือนนาราอยากรู้จึงรีบก้าวลงจากเตียง แต่ต้องเบ้หน้าเพราะความรู้สึกแสบที่หว่างขาแล่นพุ่งขึ้นมา

เจ็บ

เดือนนาราเบ้หน้าสูดปากเบาๆ นึกถึงคนที่ทำให้เจ็บตัวก็ต้องกำมือแน่น โชคดีที่อีกฝ่ายไม่อยู่แล้ว ไม่งั้นเธอคงอาละวาดเขาอีกรอบ

แต่แล้วเสียงเล็กๆ ดังขึ้นมาเดือนนาราหันกลับไปมองบนเตียงอีกฟากแล้วรีบย่อตัวลงไปอุ้มเจ้าหนูน้อยขึ้นมา

“ดิโน่หนูมาได้ยังไง” แน่ละดิโน่ยังเดินไม่ได้ เจ้าหนูน้อยเองก็เหมือนจะชอบ อยากให้น้าสาวคนสวยอุ้ม

“แอ้ แอ้”

ร่างจ้ำม่ำยิ้มให้แต่วันนี้สีหน้าดิโน่ไม่ค่อยสดใสเท่าที่เธอเห็นเมื่อวาน

“ดิโน่หนูเข้ามาในห้องน้าได้ยังไงคะ”

“ฉันอุ้มเข้ามาเอง”

คนที่ตอบไม่ใช่ดิโน่แต่เป็นคนที่เดินอวดหุ่นกำยำออกมาจากห้องน้ำ ท่อนบนของเขาเปล่าเปลือย เห็นไรขนสีน้ำตาลอ่อน ใบหน้าหล่อเหลาไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ

เดือนนาราหันไปมองด้วยความตกใจ คิดไม่ถึงว่าคนบ้าป่าเถื่อนจะยังอยู่ในห้อง “คุณ”

“ฉันวางเจ้าตัวแสบไว้เอง เผลอแป๊บเดียวคลานมาหาเธอเลยหรือ” เดวิดว่า เมื่อครู่เขาไปอุ้มดิโน่มาจากห้องนอนที่อยู่ข้างๆ กัน ตั้งใจจะอุ้มลงไปกินข้าวรอเธอตื่น แต่ดิโน่กลับฉี่ใส่เสื้อจนเลอะราวกับจงใจแกล้งเขา เขาเลยเช็ดทำความสะอาดให้แก เสร็จเรียบร้อยจึงเข้าไปในห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตา

“แกเป็นลูกของพี่อร พี่สาวของฉัน”

“ผู้หญิงที่ทิ้งลูกให้เป็นภาระคนอื่นน่ะหรือ”

เดือนนาราขมวดคิ้ว จ้องตาคนพูดขวางหูเขม็ง “กรุณาพูดถึงพี่สาวของฉันให้สุภาพด้วยค่ะ” เดือนนาราเม้มปากแน่นด้วยความไม่พอใจ พี่สาวเธอเสียชีวิตไปแล้ว อย่างน้อยเขาควรให้เกียรติคนตายบ้าง แต่เขาคงไม่รู้และเธอก็ไม่อยากอธิบายตอนนี้ เป็นจังหวะเดียวกับที่เจ้าตัวเล็กเปลี่ยนจากส่งเสียงอ้อแอ้เป็นค่อยๆ ร้องไห้จ้าออกมาราวกับว่าแกไม่ค่อยสบายตัว

“เป็นอะไรไปครับดิโน่” เดือนนาราโอ๋ แต่เจ้าตัวน้อยก็ไม่ยอมหยุดร้อง เดวิดเดินเข้ามาใกล้แล้วขอไปอุ้ม “แกคงหิว คุณชงนมให้แกที”

เดวิดมองอย่างตะลึง “ใช้ฉันเหรอ”

“ใช่ค่ะ หรือคุณจะไม่ชงให้”

“ชงสิ” เขาตอบห้วนๆ แล้วหายไปพักหนึ่ง

เจ้าตัวเล็กเพิ่งตื่นนอนและอาจหิวนมแต่พอได้ซบความอบอุ่นที่อ่อนนุ่มของอกน้าสาว ก็หลับตาพานจะหลับต่อไป

เดวิดกลับมาพร้อมขวดนมและน้ำอุ่นเขาเห็นเจ้าตัวกลมกำลังซุกอยู่ในอกน้าเลยอดแซวแกไม่ได้

“ระวังเถอะดิโน่ เอาหน้าไปซุกอกภูเขาไฟ เดี๋ยวก็โดนนมทับตายหรอก”

เดือนนาราหันมาค้อนขวับ เธอรู้ดีว่าเป็นคนมีรูปร่างบอบบางแต่กลับมีหน้าอกอวบอิ่มเกินตัว แต่สาบานได้มันไม่ได้ใหญ่จนจะทำให้หลานหายใจไม่ออก

“คนบ้า คิดแต่เรื่องอกุศล คนดีๆ เขาไม่คิดแบบที่คุณคิดหรอกนะ”

“ใช่ ก็ฉันมันเป็นคนไม่ดี เคยบอกแล้วนี่จำไม่ได้หรือไง” เขาย้ำแล้วจิ้มนิ้วชี้เข้าหาตัว “ฉันเป็นคนไม่ดี และเธอก็ส่งดิโน่มาให้ฉัน ฉันจะให้ดิโน่กินนม ดูสิ ทำท่าจะหลับไปอีกแล้ว”

เดือนนาราเริ่มเอะใจ “หลับหรือคะ แกเพิ่งตื่น” แล้วก้มหน้าลงไปมองหลานที่นอนซบอก “ทำไมหน้าตาไม่สดชื่น”

ด้วยประสบการณ์ของพี่เลี้ยงเด็ก เดือนนารามองเห็นริมฝีปากของหลานรู้สึกว่าแดงผิดปกติเหมือนเด็กเริ่มมีไข้ พอพามือลงไปทาบที่ศีรษะก็พบว่า

“ดิโน่ ตัวรุมๆ ค่อนข้างไปทางร้อน แกไม่สบาย”

เดวิดหน้าเหวอ “ให้ผมดูซิ แต่เมื่อครู่แกยังเล่นอยู่เลย คุณก็เห็น”

“เด็กก็แบบนี้ แกไม่มีมารยา ไม่มีไข้ก็เล่น พอไข้ขึ้นก็นอนซม”

เดือนนารามองเขาอยู่ครู่ ก่อนยื่นหลานให้เขา เดวิดเอาหลานมาอุ้มไว้ในวงแขนแล้วก้มมองอย่างเป็นห่วง

“ดิโน่เป็นอะไร ตี่นสิครับ หิวนมไม่ใช่เหรอ” เขาพยายามจะปลุก แต่ผลตอบรับคือแกลืมตามาครั้งหนึ่งแล้วร้องไห้จ้า

“แงๆ แงๆ”

“ร้องไห้ทำไม ฉันอุตส่าห์ชงนมให้เต็มขวด ไม่รีบกินเข้าไปล่ะ”

ดิโน่ไม่เอามือมาไล่คว้าขวดนมเช่นเคย เจ้าตัวแสบยังร้องไม่หยุด เดือนนาราขมวดคิ้วมอง ท่าทางของเด็กน้อยเหมือนไม่สบาย ใบหน้าแดงก่ำบิดเบ้

“แกไม่สบาย คุณพาแกไปตากแดดตากลมที่ไหนมาบ้างหรือเปล่า หรือเอาอะไรแปลกๆ ให้แกกินบ้างไหม”

เดวิดทำหน้าครุ่นคิด ก่อนนึกขึ้นได้ว่าดิโน่อยู่ในวัยชอบเอาของเข้าปาก เมื่อวานเขาพาไปขี่รถเล่น ก็เอาลิ้นมาเลียกับพวงมาลัยรถยนต์

“ฉันพอจะนึกออกแล้ว เมื่อวานพาแกไปซื้อของด้วยในเมือง ระหว่างทางแกเอาลิ้นไปเลียกับพวงมาลัยรถ มันคงสกปรก” เดวิดพูดแล้วถอนใจ “พอถูกดุ แกก็หยุด พอขับไปเผลอๆ แกก็อ้าปากงับพวงมาลัยเล่นอีก”

เดือนนาราคิดแล้วภาพตาม เกิดคำถามขึ้นมาทันที “ทำไมหลานถึงไปเลียพวงมาลัยได้ อย่าบอกนะว่าคุณไม่มีคาร์ซีต แล้วอุ้มดิโน่ไปด้วยขณะขับรถ”

“คาร์ซีตฉันซื้อมาแล้ว แต่ดิโน่ไม่ชอบนั่งในคาร์ซีต เขาชอบให้ฉันสอนขับรถ” เดวิดจะอุ้มดิโน่ด้วยแขนข้างหนึ่ง และดิโน่จะใช้มือสองข้างเกาะยึดพวงมาลัยเล่น

“พระเจ้า! เลี้ยงเด็กแบบนี้ได้ยังไง แกจะรอดปีนี้ไปถึงปีหน้าได้หรือเปล่า”

แต่พอหันไปมองหน้าหลาน ความเป็นห่วงทำให้เดือนนาราต้องพักยกเรื่องการเลี้ยงดูเด็กของเขาเอาไว้ก่อน

“ตอนนี้ฉันว่าเรารีบพาแกไปหาหมอก่อนเถอะ”

“ฉันจะพาดิโน่ไปหาหมอ ส่วนเธอรออยู่ที่นี่”

“ไม่ค่ะ ฉันขอตามไปด้วย ฉันห่วงหลาน คุณปล่อยปละละเลยแกแบบนี้ได้ยังไง”

“ไม่ได้ปล่อย แต่ที่นี่ไม่เคยมีเด็กอ่อน ฉันถึงได้ประกาศหาคนเลี้ยงเด็กอยู่นี่ไงล่ะ” เดวิดอธิบาย เขารู้สึกผิดเหมือนกันที่ดูแลดิโน่ไม่ดีพอจนทำให้แกไม่สบาย แต่เขาก็พยายามเต็มที่แล้ว เขาเลี้ยงเด็กไม่เป็น ที่เลี้ยงดิโน่มาได้เกือบเดือนก็เพราะช่วงแรกๆ ต้องช่วยกันเลี้ยงหลายคน มีทั้งเขา ทั้งนิโคลัส และป้าแมรี่ แต่ทุกคนล้วนแล้วไม่เคยมีลูกมาก่อน นิโคลัสก็ยังหนุ่มโสด ป้าแมรี่ก็เป็นสาวแก่ไม่มีสามี

เดือนนาราส่ายหน้า “งั้นส่งแกมาให้ฉันอุ้มเถอะค่ะ แล้วคุณไปเอารถออก ฉันสัญญาจะไม่พาแกหนีไปหรอก” เดือนนาราออกคำสั่งกลายๆ จ้องมองเดวิดราวกับวัดใจกันไปเลย ถ้าเขายอมให้อุ้มดิโน่ก็เท่ากับเขายอมให้เธอไปด้วย

เดวิดส่งร่างป้อมที่ร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆ ราวมีไฟอังให้กับเดือนนารา พอเดือนนารารับหลานมาแล้ว ก็ใจร้อนเพราะว่าผิวกายของดิโน่ร้อนมาก

“โรงพยาบาลอยู่ไกลไหมคะ ฉันว่าเรารีบไปกันเถอะ”

เดวิดเองก็ร้อนใจไม่แพ้กัน เพราะดิโน่ร้องไห้ไม่หยุด เรื่องความปลอดภัยของดิโน่สำคัญที่สุด เขาคว้าข้อมือเธอให้เดินตาม

“ไม่ไกล ไปเถอะ  อุ้มแกดีๆ ละกัน ผมจะขับรถพาไปเอง”

เดวิดเดินแกมวิ่งลงมาที่ชั้นล่างของบ้าน ผ่านหน้าของแมรี่ที่ยืนรออยู่ตรงบันไดแล้วมองอย่างงงปนสงสัยว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร ปกติผู้หญิงที่คุณเดวิดเรียกมาใช้บริการ เขาไม่เคยให้แตะดิโน่สักนิด

“ป้าเตรียมอาหารของคุณเดวิด กับของคุณหนูดิโน่ไว้แล้วค่ะ เอ๊ะ แล้ว...หนูคนนี้ใคร” ผู้สูงวัยหยุดพูดเมื่อเห็นผู้หญิงอีกคนเดินตามเจ้านายลงมาด้วย ร้อยวันพันปีนางไม่เคยเห็นเจ้านายจูงมือผู้หญิงคนไหนสักคน

“แมรี่ฉันไม่มีเวลาอธิบาย ดิโน่ไม่สบาย ฉันจะพาไปหาหมอก่อน ไปเรียกนิคมาหาฉันด้วย” เดวิดสั่งอย่างรวดเร็ว แล้วเดินนำคนที่อุ้มดิโน่ไปที่โรงจอดรถข้างๆ บ้าน

เดือนนาราไม่สนใจสายตาสงสัยของใครทั้งนั้น ตอนนี้เธอสงสารหลานจับหัวใจ เพิ่งเจอหน้ากัน หลานก็มาป่วย เด็กเล็กเป็นแบบนี้ต้องดูแลใกล้ชิดตอนแรกๆ แกยังหัวเราะ พออาการไข้ขึ้นมา แกก็ซึมและงอแง ช่างน่าสงสารนัก นี่ถ้าวันนี้เธอไม่ได้อยู่ที่นี่ เดวิดจะรู้หรือเปล่าว่าดิโน่ไม่สบาย ยิ่งคิดยิ่งห่วง แม้พอจะมองออกว่าเดวิดดูรักดิโน่มากก็ตาม แต่การเลี้ยงดูนี่สิไม่ไหว คนเป็นน้าปานจะขาดใจเมื่อเห็นแกเอาแต่ซึม ลืมตามามองหน้าน้าครั้งหนึ่งแล้วก็หลับไปต่อ

เธอสัญญากับตัวเองไว้แล้วว่าจะต้องพาน้องแดนกลับไปอยู่ด้วยกันที่เมืองไทยตามเจตนาของพี่สาวก่อนตาย ดูจากอาการก็คงเป็นไข้ไม่ถึงรุนแรง แต่เด็กเล็กยังไงก็ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ เพราะสามารถเกิดอาการแทรกซ้อนได้ง่าย

“น้องแดน หนูไม่เป็นอะไรหรอกนะครับ พอหนูหายแล้วน้าจะพาหนูกลับเมืองไทย

นิโคลัสวิ่งมาถึงพอดีตอนที่เดวิดกำลังก้าวเท้าขึ้นรถ “นิค ดิโน่ไม่สบาย ฉันจะพาไปหาหมอ นายดูแลการจัดส่งแอปเปิลล็อตใหญ่วันนี้แทนฉันด้วย ไม่รู้จะได้กลับกี่โมง”

“ครับเจ้านาย แล้วนั่น...” นิโคลัสมองไปที่ผู้หญิงที่เจ้านายบอกว่าให้พาไปส่งตำรวจตอนเช้าแต่ทำไมกลายเป็นว่าอุ้มคุณหนูดิโน่ไปกับเจ้านายด้วย

“ไม่ต้องถามอะไรตอนนี้ รอฉันกลับมาก่อน” แต่แล้วเดวิดเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ กระซิบเสียงเบากับคนสนิท “นายไปสืบอะไรให้ฉันหน่อย ด่วนที่สุด” เขาอยากรู้ความจริงเกี่ยวกับน้าของดิโน่มากกว่านี้

นิโคลัสรีบรับคำ “ได้ครับ คุณเดวิดไม่ต้องห่วง”

เดวิดวางใจให้นิโคลัสทำงานทุกอย่างแทนเขาได้ เพราะเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก และงานสืบประวัติคนก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร เพราะนิโคลัสจะประสานงานกับคนของแดเนียลน้องชายเขาเอง รายนั้นเป็นเจ้าพ่อไอที สามารถสืบค้นเรื่องราวทุกอย่างบนโลกใบนี้ได้แค่เพียงปลายนิ้วสัมผัส

ทันทีที่ถึงโรงพยาบาล เดือนนาราที่อุ้มดิโน่ไว้กับตัวโดยไม่ยอมวางในคาร์ซีตแล้วก็รีบเดินนำเข้าโรงพยาบาลทันที พยาบาลที่รับเรื่องทำหน้าสงสัยเมื่อเห็นเดวิด แบรด์ลีย์ เดินตามหลังเข้ามา

“เด็กเป็นอะไรมาคะคุณพ่อคุณแม่”

เดือนนารานิ่งค้างไปครู่หนึ่งก่อนส่ายหน้าหวือ “ฉันเป็นน้าของแกค่ะ แกน่าจะไม่สบาย แต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไรมีอาการซึม แล้วก็ร้องไห้ไม่หยุดเลยค่ะ”

“งั้นคุณพ่อไปลงทะเบียนประวัติที่เคาน์เตอร์ก่อนนะคะ ส่วนคุณน้าตามดิฉันมาค่ะ”

ไม่มีเวลาอธิบายความเข้าใจผิดของพยาบาลอีกแล้ว เดือนนาราหันมองเดวิด เขาพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต เธอจึงเดินตามพยาบาลไป ตอนนี้หัวใจของเธอร้อนรุ่มด้วยความสงสารหลานไปหมด ดิโน่ยังไม่ยอมหยุดร้องไห้เลยนับตั้งแต่ขึ้นรถมา

ระหว่างที่แพทย์ทำการตรวจ เดือนนารานั่งฟังด้วยความตั้งใจตลอด แต่คนที่คอยตอบหมอคือเดวิด เพราะเขาคือคนที่อยู่ใกล้ชิดกับดิโน่ที่สุดในเวลานี้

“ผมเป็นลุงของดิโน่ครับ ส่วนเธอคือ” เขามองหน้าเธอแวบหนึ่ง “น้าของเด็กครับ แต่ดิโน่อยู่ในความดูแลของผม ผมเป็นคนเลี้ยงดูแกอยู่ในตอนนี้”

“นั่นมันเมื่อก่อนค่ะ แต่หลังจากนี้ดิโน่จะอยู่ในความดูแลของฉันค่ะ”

“เอ๊ะ นี่คุณทำไมพูดไม่รู้เรื่อง ดิโน่ต้องอยู่กับผม”

“ดิโน่เป็นหลานฉันก็ต้องอยู่กับฉันสิคะ”

“ดิโน่ก็หลานผมเหมือนกัน”

“พอแล้วค่ะ” คุณหมอที่ทำการรักษาเอ่ยเสียงแข็ง ทั้งลุงและน้ามองหน้ากันรู้สึกผิดที่มาเถียงกันต่อหน้าหมอ แต่เพราะมีอารมณ์ค้างกันมาเรื่องแย่งหลานกัน แต่ในที่สุดก็ยอมหยุด

คุณหมอเห็นเหตุการณ์สงบแล้วจึงเลือกที่จะอธิบายให้ฟังทั้งสองคน อาการที่หนูน้อยเป็นคืออาการติดเชื้อจึงทำให้ปวดท้อง แต่โชคดีที่มาหาหมอเร็ว และไม่ใช่เชื้อชนิดรุนแรง จึงยังไม่เป็นอะไรมาก

“ทานยาตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด เด็กก็จะไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ สบายใจได้นะคะ คุณลุง คุณน้า”

“ขอบคุณคุณหมอมากนะครับ”

“ขอบคุณมากนะคะ”

ทั้งสองบอกแล้วเดินไปหาพยาบาลที่เพิ่งป้อนยาเสร็จเรียบร้อย

“มามะ มาให้น้าอุ้มหน่อยนะคะน้องแดนคนดี สุดหล่อของน้าไม่เจ็บแล้วใช่ไหม” เพราะนอกจากกินยาแล้วยังถูกฉีดยาให้ด้วย เดือนนารารู้สึกสงสารหลานจับใจเพราะผิวแกยังบาง คงจะเจ็บมาก

เพราะตั้งแต่เดวิดได้หลานมาอยู่ด้วยก็ยังไม่ได้พามาฉีดวัคซีนตามที่เด็กแปดเดือนควรจะฉีดเลย

“แอ๊ะ...แอ๊ะ”

เด็กน้อยหยุดร้องไห้แล้ว ไม่ร้องงอแง แต่ยังไม่สดใสร่าเริงเท่าเดิม เดวิดที่แยกไปจ่ายค่ายาแล้วเดินกลับมาเห็นท่าทางซึมๆ ไม่ซุกซนของเจ้าตัวน้อยก็รู้สึกผิด

“ซนให้มันน้อยๆหน่อยนะเจ้าไดโนเสาร์น้อย เราจะได้ไม่ต้องมาให้หมอฉีดตูดอีกนะ” คนดิบเถื่อนตั้งใจจะบอกว่าเขาเป็นห่วงดิโน่มาก เห็นหลานเจ็บก็รู้สึกเจ็บแทน แต่คำพูดมันออกมาแนวกวนๆ แทนคำพูดหวานๆ แต่หากเดือนนารามองเห็น แววตาคู่คมนั้นฉายประกายอ่อนโยนออกมาเธอก็จะเข้าใจความเป็นเขา

“เพราะคุณดูแลดิโน่ไม่ดี ยังจะว่าแกอีก”

“ฉันไม่อยากเถียงกับเธอตรงนี้ เราไปเถียงกันต่อที่บ้านเถอะ เพราะเธอยังกลับบ้านของเธอตอนนี้ไม่ได้ ถ้าฉันยังไม่อนุญาต”

“ฉันไม่ใช่ทาสคุณนะคะ ที่จะต้องมาคอยฟังคำสั่งคุณ”

“แต่เธอเป็นเมียฉันไปแล้วหรือเปล่า เพราะฉะนั้น เธอต้องฟังคำสั่งฉัน”

เป็นเมียแล้วยังไง เป็นเมียต้องคอยฟังคำสั่งด้วยเหรอ

นี่มันยุคไหนแล้ว

อเมริกาเป็นประเทศเสรีนิยมไม่ใช่เหรอยะ

เดือนนาราจึงไม่ขอทนต้องตอกหน้าเขากลับไปบ้าง “เรื่องที่คุณรังแกฉัน ฉันจะไม่นับว่าเรามีพันธะต่อกัน”

พอได้ยินเธอพูดแบบนั้นคนตัวใหญ่โมโหขึ้นมาทันที “อะไรนะ ให้ฟรีเลยเหรอ เธอนี่ใจดีนะ คิดจะแจกไปทั่วอย่างนั้นเหรอ”

“ทุเรศ ฉันไม่ได้แจกไปทั่ว แต่ไม่อยากมีผัวชั่วๆ แบบคุณ”

เดวิดถอนใจพรืดยาวเขากลายเป็นผัวชั่วไปแล้ว

“ผัวชั่ว ก็ผัวเธอนะ แล้วถ้าไม่อยากให้คนเขารู้ว่าเธอมีผัวแล้ว” เดวิดมองไปรอบๆ ตัวเห็นสายตาหลายคู่มองมาที่เขากับเธอ “ก็เงียบปากและตามฉันไปขึ้นรถซะ ยังไงเธอก็ต้องพาดิโน่กลับพร้อมฉัน จะกลับได้หรือยัง” เดวิดบอกห้วนๆ ตามไสตล์ จบแล้วก็เดินไปเปิดประตูรถรอ เขามองเธอนิ่งๆ ว่าจะอุ้มดิโน่มาคืนแล้วหันหลังจากไป หรือว่าจะอุ้มดิโน่ขึ้นรถแล้วเดินทางกลับพร้อมกันถ้าอุ้มหันหลังแล้ววิ่งหนีไป ยังไงถ้าคิดหนี เขาก็วิ่งตามไปลากตัวกลับมาแน่นอน

แต่แล้วเธอก็เลือกที่จะขึ้นรถไปกับเขาแม้จะไม่เต็มใจก็ตาม เดือนนาราคิดว่าคนนิสัยแบบนี้ถ้ายิ่งแข็งใส่เขายิ่งพยายามเอาชนะสู้เธอเฉยไว้ก่อนรอดูสถานการณ์ไปก่อนเธอยังมีสิทธิ์ได้หลานกลับไป

ท่าทางของเดือนนาราที่ยอมตามมาแต่ค้อนปะหลับปะเหลือกทำให้เดวิดลอบขำในใจ แววตาคู่หวานเหมือนอยากกินเลือดกินเนื้อเขาอย่างไรอย่างนั้น

“ที่ฉันยอมกลับไปที่สวนกับคุณ นั่นเพราะฉันปล่อยให้หลานไปอยู่กับคนใจร้าย และเลี้ยงหลานฉันไม่ได้เรื่องอย่างคุณไม่ได้หรอก ฉันจะรอให้คุณตรวจดีเอ็นเอแล้วฉันจะพาหลานกลับทันที” บอกจบ คนที่จำใจกลับไปที่สวนด้วยก็ปีนขึ้นไปนั่งที่เบาะหน้าคู่คนขับคอแข็ง แต่เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าตอนนี้แดเนียลน้องชายของเขาหายตัวไปอย่างลึกลับ

“ฉันถามอีกเรื่อง ถ้าน้องชายคุณไม่กลับมา แล้วคุณจะทำยังไง จะพิสูจน์ยังไง”

เดวิดมองเธอด้วยท่าทางราวกับจะชวนหาเรื่อง “นี่ถามจริง ชีวิตรู้อะไรบ้าง ในกรณีที่ร้ายที่สุด หากแดเนียล น้องชายฉันหายไปแล้วไม่กลับมาอีกหรือเรียกง่ายๆ ว่าตาย  ดิโน่สามารถตรวจดีเอ็นเอเทียบกับฉันซึ่งเป็นพี่ชายแท้ๆ ของแดเนียลได้”

“แล้วถ้ามันเกิดแกไม่ใช่ล่ะ” เดือนนาราหลุดพูดออกไป พี่สาวเธอมีคนรักอยู่แล้ว แต่ภายหลัง เธอไม่รู้ว่าทำไมอรนาราถึงไปมีสัมพันธ์กับแดเนียล แบรดลีย์ จนกระทั่งปล่อยให้มีหลานชายคนนี้ 

เดวิดอมยิ้ม เขาก็คิดมาตลอดถ้าเกิดคดีพลิก ดิโน่ไม่ใช่หลานเขา เขาจะใจแข็งส่งไอ้อ้วนตัตตัวแสบคืนไปให้กับญาติของดิโน่ได้ไหม แต่เวลานี้ เขาไม่สนใจแล้ว เขาชนะเห็นๆ




          เห็นแต่ชัยชนะใสๆ ว่าจะไอ้อุปถัมภ์ไอ้อ้วนไปอีกนาน

“ยังไง ดิโน่ก็เป็นหลานฉันอยู่ดี ถ้ามันไม่ใช่ลูกของแดเนียลแต่มันก็ยังเป็นหลานของฉัน”

เดือนนารามองหน้าเขาอย่างแปลกใจ “อะไรกันคุณ ถ้าดิโน่ไม่ใช่ลูกน้องชายคุณ แกจะเป็นหลานคุณได้ยังไง”

เดวิดส่งสายตาเจ้าเล่ห์มามองเดือนนารา หญิงสาวหน้าแดงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเริ่มคิดออก เธอไม่น่าเปิดโอกาสให้เขาวกเข้าเรื่องเมื่อคืนเลย

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ในเมื่อเธอเป็นเมียฉัน ดิโน่ก็กลายเป็นหลานเมีย หลานเมียก็หลานฉันเหมือนกัน ตอนนี้ไม่ว่าดิโน่จะเป็นลูกใคร ยังไงก็เกี่ยวพันกับฉัน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง มีสองทางระหว่าง เป็นหลานลุง หรือหลานเมีย”

เดือนนาราอ้าปากค้าง ไม่อยากจะคิดในแง่ลบว่าเรื่องเมื่อคืนนอกจากความหื่นและความชั่วร้ายของเขาเองที่ทำลงไป สิ่งที่เดวิด แบรดลี่ย์ทำลงไปอาจเป็นเพราะเขาอยากหาทางเหนี่ยวรั้งหลานของเธอเอาไว้ที่นี่

“อย่าบอกนะเรื่องเมื่อคืนแผนของคุณ

 เพราะท่าทางเขาดูจะออกอาการหวงดิโน่ไม่น้อย

“ไม่มีทาง ฉันไม่นับญาติกับคุณหรอก”

“เดือนนาราเธอนับญาติกับฉันไม่ได้หรอก เธอไม่ใช่ญาติ แต่เป็นเมีย” เขายื่นมือไปจับคางเธอแล้วหันไปส่งยิ้มให้ด้วยท่าทางกวนๆ แต่มองอย่างไร เขาก็ยังคงหล่อทุกมุม

ทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาต้องการ เขามองไปที่คนนั่งหน้างอง้ำ แต่ท่าทางที่ดูแลดิโน่นั้นเต็มไปด้วยความห่วงหาอาทรโดยไม่แสแสร้ง

“เธอนี่ก็ดูรักหลานน่าดูนะ ถ้ามีลูกของตัวเอง สงสัยจะหวงน่าดู ไม่รู้ว่าเล็งพ่อพันธุ์เอาไว้บ้างหรือยัง”

เดือนนาราหันมามองค้อนเขาด้วยสายตาเกรี้ยวกราด “เล็งหรือไม่ มันเรื่องของฉัน แต่ที่สำคัญ พ่อพันธุ์ไม่ใช่คุณ”

เดวิดยิ้มไม่ออก เขามองเธอด้วยสีหน้าไม่พอใจ แล้วหันกลับไปขับรถ “ปากดี ไม่แน่นะ เมื่อคืนนี้อาจกำลังมีสายพันธุ์ของฉันเข้าไปขยับขยายสายพันธุ์ในท้องเธอแล้วก็ได้”

เดือนนาราคิดตามคำเขาแล้วหน้าถอดสี เขาไม่ได้ป้องกัน ส่วนเธอก็ไม่ได้ป้องกัน “งั้นเจอร้านขายยา ช่วยจอดที”

“ทำไม หมอจัดยาให้ดิโน่แล้วนี่”

“ฉันไม่ได้ให้คุณจอดรถซื้อยาให้ดิโน่ ฉันจะซื้อยาคุมฉุกเฉินกิน”

คำพูดของเดือนนาราเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ รถที่เขาขับกำลังผ่านไปตามเขตชุมชนซึ่งมีร้านขายยาตามที่เธอต้องการ แต่เขาใช้ทางลัดที่แทบไม่มีร้านรวงปรากฏให้เห็น

“เสียใจด้วย แถวนี้ไม่มีร้านขายยาหรอก เก็บเอาไว้ลุ้นก็แล้วกัน ว่าสายพันธุ์ของฉันติดยากหรือติดง่าย”

เดือนนาราพยายามอดทนอดกลั้นนั่งเฉยๆ อุ้มหลานไปนิ่งๆ แล้วแต่ในที่สุดก็ทนฟังไม่ได้จนต้องแหวใส่เขา

“คนบ้า! พันธุ์แบบคุณมันน่าจะสูญพันธุ์ไปได้แล้ว”

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 268 ครั้ง

1,197 ความคิดเห็น

  1. #1193 Phingthing (@Phingthing) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 13:09
    55555555555
    #1193
    0
  2. #400 IamAtom (@IamAtom97) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:33
    อ่านไม่ได้ค่ะ ปิดตอนไว้ต้องทำไงค่ะ
    #400
    1
    • #400-1 บุษบาบัณ (@maneemala) (จากตอนที่ 12)
      26 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:48
      พรุ่งนี้เช้าเปิดตอนให้ค่ะ ไรท์แก้ไขเนื้อหา ทามไลน์ให้ตรงกับอีกเรื่องแล้วรวมตอนเเก่าให้เป็นเต็มตอนเป็น และจะอัพของใหม่ต่อเนื่องให้เลย พรุ่งนี้เช้าเปิดมาเจอตอนใหม่ต่อเนื่องของเก่าเลยค่ะ
      #400-1
  3. #200 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:47
    55555 เดวิดได้ใจสุดๆ-อีกต่างหาก
    #200
    1
    • #200-1 บุษบาบัณ (@maneemala) (จากตอนที่ 12)
      17 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:18
      งั้นเอาใจมาแลกกับเฮียเลย555
      #200-1
  4. #199 NO2H (@NO2H) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:53
    คาดว่าตอนเด็กๆแม่จะรีดพิษงูเห่ากรอกปาก...ลุงเลยทั้งดุและจองจะฉกอย่างเดียวเลย...
    น้าคงต้องจับรีดพิษก่อน..ถึงจะน่ารักมุ้งมิ้งขึ้นมาบ้าง...

    ภาพเด็กน่ารัก...น่าฟัดสุดๆ
    #199
    1
  5. #125 Noknok111 (@Noknok111) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:43

    จะรอดปลิดภัยไหมเดือนนารา

    #125
    1
    • #125-1 บุษบาบัณ (@maneemala) (จากตอนที่ 12)
      9 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:06
      รอดน่ะรอด แต่ออกไปแบบมีของแถมเปล่าไม่รับรอง
      #125-1
  6. #124 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:38
    55555 และเเล้วได้พี่เลี้ยงดิโนแล้วสินะอิลุง
    #124
    0