Adorable COUPLE [Yaoi]

ตอนที่ 2 : Adorable 02 - 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 334
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    14 ก.ค. 59

Adorable 02

 



ท้องฟ้าที่เคยสดใสกลายเป็นสีเข้ม ผมกับไอ้ภามแวะไปรับมุกที่หอ ก่อนจะเดินมาสบทบกับปิงที่มายืนรออยู่ก่อนแล้ว

 

แล้วเราจะไปกินอะไรดีปิงถามขึ้น ผมเองก็ยังไม่ได้คิดเหมือนกัน

 

มีอร่อยหลายร้านเหมือนกันไอ้ภามบอก แล้วหันไปทางมุก มุกอยากกินอะไร

 

เราก็ไม่รู้อ่ะ ยังไงก็ได้ อร่อยแล้วก็ไม่แพงจะดีมากมุกบอกด้วยรอยยิ้ม

 

งั้นอาทิตย์นี้เราตระเวนกินทีละร้าน แล้วค่อยมาหาร้านประจำกันดีป่ะปิงเสนอความคิด ก่อนที่ทุกคนจะเห็นด้วย

 

ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มจากร้านนั้นดีหรือเปล่าผมถาม พร้อมกับชี้ไปทางร้านอาหารตามสั่งที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อย เขาทำอร่อยเหมือนกัน

 

อืมมุกบอก ก่อนที่จะเดินนำไปยังร้านที่หมายตาเอาไว้

 

 

++++++++++

 

 

พวกเราใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงในการกินอาหารเย็น ก่อนจะแยกย้ายกันอีกครั้ง โดยที่ผมกับไอ้ภามเดินไปส่งมุกก่อน

 

ไอ้พาย เดี๋ยวมาที่ห้องกูก่อนไอ้ภามพูดขึ้น หลังจากเดินออกมาจากซอย

 

มีอะไรผมถามกลับ หอพักของไอ้ภามอยู่คนละซอยกับหอพักของผมครับ

 

ไปเอาของที่ห้องไอ้ภามตอบ ก่อนจะเดินนำผมไปอีกทาง

 

แล้วทำไมกูต้องไปด้วยวะ มึงก็นอนห้องมึงไปเลยดิผมบอก แต่ก็ยอมเดินตามมันมาอยู่ดี

 

ที่ห้องไม่มีอะไร กูแอบขนไปห้องมึงหมดแล้ว ไม่สังเกตเลยหรือไงไอ้ภามหันมาบอกต่อ ผมก็ถอนหายใจออกมา

 

อันที่จริงแล้วการที่มีของแปลกตาในห้องเพิ่มขึ้น ก็ไม่ได้ทำให้ผมคิดอะไรครับ นอกจากห้องรกกว่าเดิม เพราะไม่คิดว่ามันจะมาอยู่ถาวร แถมยังวางแผนเข้ามาสิงที่ห้องของผมตั้งแต่แรก

 

สรุปว่ามึงจะย้ายมาอยู่กับกูจริงหรือวะผมถามกลับเพื่อความแน่ใจ ถึงจะมั่นใจส่วนหนึ่งแล้วว่า มันเอาจริง

 

อืม กูหาคนมาเช่าต่อได้แล้วไอ้ภามบอก ก่อนจะเดินนำผมเข้ามาในห้องของมัน

 

มึงไปหาที่ไหนมาวะผมถามกลับด้วยความสงสัย แล้วมองห้องของมันที่เพิ่งมาเป็นครั้งแรก

 

ในเว็บบอร์ดไอ้ภามตอบ ก่อนจะส่งโน้ตบุ๊กมาให้ผมถือ เดี๋ยวเก็บเสื้อผ้าแป๊บนึง

 

มึงจะย้ายออกคืนนี้เลย?” ผมถามอีกครั้ง พลางมองไอ้ภามที่เก็บของ ซึ่งก็ไม่มีอะไรนอกจากเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวบางอย่าง แล้วเรื่องเงินมัดจำ

 

อืม เดี๋ยวเอากุญแจไปคืน พรุ่งนี้คนที่เช่าต่อจะมาเอา ส่วนเงินมัดจำ...กูให้เขาโอนเข้าบัญชีให้แล้วไอ้ภามบอก ผมก็ได้แต่ตอบรับในลำคอ

 

ดูมึงเตรียมการมาดีผมพูดขึ้น พร้อมกับมองไอ้ภามที่เดินตรวจเช็กของในห้องอีกครั้ง ถ้ากูไม่ให้อยู่ มึงจะทำยังไง

 

มึงใจดีจะตาย ยังไงก็ให้กูอยู่ด้วยอยู่แล้วไอ้ภามตอบ แล้วส่งยิ้มมาให้ โอเค ไปกันเถอะ

 

ผมเดินตามไอ้ภามมาหาเจ้าหน้าที่ของหอพัก หลังจากจัดการธุระเรียบร้อย พวกเราก็เดินกลับหอพักของผมต่อ

 

ตอนนี้ก็เกือบสองทุ่มแล้วครับ เวลานี้เมื่ออาทิตย์ที่แล้วยังเงียบเหงา แต่ตอนนี้บรรยากาศกลับคึกคักเพราะการเปิดเทอมที่เริ่มต้นขึ้น

 

ถ้าที่บ้านมึงรู้ กูว่าได้เรื่องแน่ผมพูดขึ้น เมื่อนึกถึงแม่ของมันที่ดูเหมือนจะใจดีแต่ก็เข้มงวดมาก

 

ไม่รู้หรอกไอ้ภามหันมาบอก แล้วหันไปมองถนนเบื้องหน้า ถึงจะรู้ แค่บอกว่าเพิ่งย้ายมาอยู่กับมึง ก็ไม่มีปัญหา

 

เรื่องของมึง ถ้ามีปัญหา กูไม่ช่วยผมบอกอย่างตัดช่องน้อยแต่พอตัว ไอ้ภามก็หัวเราะออกมา

 

เห็นพูดแบบนี้ทีไร เวลามีปัญหาก็เสือกช่วยกูอยู่เรื่อยไอ้ภามพูดขึ้นต่อ แล้วหันมายักคิ้วใส่ผมเหมือนกวนประสาท

 

หึ! เพราะมึงชอบเอากูไปอ้างรับผิดกับมึงด้วยต่างหากผมว่ากลับ ไอ้ภามก็แค่ยิ้มรับ ก่อนที่พวกเราจะเดินมาถึงห้องพักของผม

 

 

++++++++++

 

 

ผมมองไอ้ภามที่กำลังจัดเก็บของของตัวเองในห้องของผมอย่างไร้ความเกรงใจ แล้วนึกถึงเรื่องเมื่อสมัยก่อน

 

ผมกับไอ้ภามไม่ใช่นักเรียนที่ดีเท่าไรนัก แต่ก็ไม่ได้ก่อเรื่องร้ายแรงอะไร นอกจากเรื่องเล็กน้อยของเด็กวัยรุ่นทั่วไป ถึงจะไม่ใช่ขาประจำของห้องปกครอง แต่ก็ไปแวะเวียนเป็นครั้งคราวครับ

 

สาเหตุส่วนใหญ่ก็มาจากไอ้ภามที่ชอบแหกกฏเล่น แล้วชวนผมทำผิดด้วยกัน เวลาซวยจะได้ไม่เดือดร้อนคนเดียว

 

กูอาบน้ำอีกรอบดีกว่าไอ้ภามพูดขึ้น หลังจากเก็บของเสร็จเรียบร้อย

 

มึงรู้หรือเปล่าว่าค่าน้ำแพงผมถาม ไอ้ภามที่กำลังเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวก็หันกลับมามอง

 

จะกลัวอะไรวะ กูก็ช่วยจ่ายไงมันตอบ ก่อนจะอมยิ้มออกมา มึงจ่ายค่าหอ กูออกค่าน้ำกับค่าไฟเอง

 

เอาแบบนั้นก็ได้ผมตอบรับอย่างว่าง่าย พอมาคิดดูแล้ว คนขี้ร้อนแบบมันจะต้องเปิดแอร์กระหน่ำแน่ครับ ผมก็จะได้ผลพลอยได้ไม่ต้องมาประหยัดไฟให้ทรมานใจตัวเองเล่น

 

ถ้างั้นกูไปอาบน้ำได้แล้วใช่เปล่าวะไอ้ภามถามขึ้น แล้วมองผมด้วยสายตากวนประสาท

 

เชิญมึงตามสบายผมบอก ไอ้ภามก็พยักหน้ารับอย่างวางท่า แล้วเดินเข้าห้องน้ำต่อ

 

 

++++++++++

 

 

คาบเช้าในวันนี้มีเรียนวิชาเคมี นอกจากทฤษฏีแล้ว พวกเราก็ต้องเรียนแล็บกันด้วย โดยจะแยกเป็นกลุ่มละสามคนเรียงตามรหัสนักศึกษา ซึ่งรหัสนักศึกษาก็เรียงจากชื่อของนักศึกษาตามลำดับตัวอักษร แล้วก็บังเอิญที่ชื่อของผมกับไอ้ภามติดกัน เราสองคนก็เลยได้รหัสนักศึกษาต่อกัน แต่ทว่า...

 

อะไรวะไอ้ภามบ่นออกมา เมื่อมันต้องอยู่คนละกลุ่มกับผม

 

ก็ตัดตรงรหัสกูพอดี แต่มึงก็ได้อยู่กับมุกไงผมบอก แล้วเดินไปหยิบอุปกรณ์สำหรับการทดลอง

 

มีแค่กูกับพายที่โดนฉายเดี่ยวปิงพูดขึ้น แล้วหันไปมองไอ้ภาม มึงโชคดีที่ยังได้อยู่กับมุก

 

แต่...กูไม่ชอบแบ่งกลุ่มแบบนี้เลยว่ะไอ้ภามบ่นต่อ แล้วเดินมาหยิบบีกเกอร์ข้างผม ก่อนจะเดินหน้าเซ็งกลับโต๊ะของตัวเอง

 

มันเป็นอะไรวะ ก็แค่อยู่คนละกลุ่มกับมึงปิงถามขึ้นด้วยความสงสัย

 

มันบ้า อย่าไปสนใจเลยผมตอบ แล้วเดินกลับโต๊ะของตัวเอง

 

หลังจากอาจารย์แนะนำขั้นตอนแล้วปล่อยให้นักศึกษาทำการทดลองกันเอง ผมก็หันไปมองโต๊ะที่อยู่ข้างกันเล็กน้อย ตอนนี้ไอ้ภามกำลังคุยกับมุกเรื่องการทดลอง แล้วก็มีเพื่อนอีกคนที่ผมไม่เคยคุยด้วยช่วยเทสารเคมี ผมมองท่าทางปกติที่ยังร่าเริงดีของมัน ก่อนจะหันกลับมาสนใจกลุ่มของตัวเอง

 

พาย เดี๋ยวมึงช่วยจับเวลาหน่อย

 

อืม

 

++++++++++

 

 

หลังจากผ่านมาได้สองอาทิตย์ ชีวิตประจำวันฉบับนักศึกษาของผมก็ลงตัวครับ การเรียนในระดับมหาวิทยาลัยไม่ค่อยแตกต่างจากตอนมัธยมเท่าไรนัก นอกจากชั่วโมงเรียนและอิสระที่มากขึ้น รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆ สำหรับเด็กปีหนึ่งก็คงหนีม่พ้นการเข้าเชียร์และรรับน้อง

 

เย็นนี้มีประชุมเชียร์ ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงปิงพูดขึ้น ตอนนี้พวกเรากำลังนั่งกินอาหารกลางวันอยู่ที่โรงอาหารของคณะครับ

 

คงไม่เท่าไหร่มั้งผมพูดขึ้นบ้าง ก่อนจะกินก๋วยเตี๋ยวต้มยำของตัวเอง ผมเองก็พอจะได้ยินกิตติศัพท์การรับน้องมาบ้าง แต่คณะของผมคงไม่ได้เข้มงวดเหมือนพวกวิศวะที่ขึ้นชื่อเรื่องระบบโซตัส

 

ตื่นเต้นเนอะมุกพูดเสริม แล้วยกแก้วน้ำส้มขึ้นมาดูด

 

ก่อนจะถึงตอนเย็น คาบต่อไปมีสอบเขียนโปรแกรมที่ต้องสนใจมากกว่าไอ้ภามบอกตัดหัวข้อการสนทนา และทำให้พวกเราเริ่มเข้าสู่โลกของความจริงอีกครั้ง

 

แล้วการบ้านแคล พวกมึงทำกันหรือยังวะปิงถามต่อ พลางกินข้าวของตัวเองไปด้วย

 

กูว่าจะทำคืนนี้ผมบอก แล้วหันไปมองไอ้ภามที่พยักหน้ารับ

 

แล้วยังมีการบ้านภาษาอังกฤษด้วยนะมุกบอกต่อ มาถึงตอนนี้สรุปว่ามีการบ้านทุกวิชาเลยนี่หว่า

 

แต่ยังไงก็ต้องมีคนให้ลอกอยู่แล้วปิงพูดขึ้นด้วยท่าทีครุ่นคิด

 

"ถ้าปิงลอกเสร็จ เราต่อคิวเลยนะ" มุกบอกด้วยท่าทางกระตือรือร้น ก่อนจะเบ้หน้าออกมา "ไม่ค่อยถูกกับเลขจริงๆ อ่ะ"

 

อืม เราเป็นมือหนึ่งเรื่องลอกเร็วอยู่แล้ว" ปิงหันไปบอกกับมุกที่พยักหน้ารับอย่างแข็งขัน แล้วอมยิ้มออกมา

 

เรื่องแบบนี้ มึงควรภูมิใจหรือไงวะไอ้ภามแซว ก่อนที่ปิงจะหัวเราะออกมา

 

กูว่ารีบกินเถอะ เดี๋ยวเข้าสายผมบอก เมื่อเหลือเวลาอีกสิบหาที ก่อนจะเข้าเรียนคาบบ่าย

 

 

++++++++++

 

 

 

ผู้หญิงเก็บผมให้เรียบร้อย ติดกระดุมเม็ดบนด้วย

 

เสียงของรุ่นพี่คนหนึ่งประกาศเสียงดังด้วยท่าทีขึงขัง ก่อนจะเรียกนักศึกษาปีหนึ่งของคณะวิทยาศาสตร์ทุกคนมาเข้าแถว แล้วเริ่มอธิบายกฎการเข้าเชียร์ต่อ

 

สมุดเชียร์ที่พวกน้องไดัรับเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพกติดตัวเอาไว้เสมอ ห้ามทำหายเด็ดขาด เข้าใจไหมครับ

 

ครับ/ค่ะ

 

ทุกคนนั่งลง เดี๋ยวเราจะมาเริ่มฝึกร้องเพลงกัน"

 

ผมเปิดสมุดเชียร์ที่ได้รับมาแบบผ่านๆ ก่อนจะดูเนื้อร้องตามที่รุ่นพี่บอก แล้วฝึกร้องไปตามเรื่องตามราว ทุกอย่างก็เหมือนจะไม่มีอะไรครับ จนกระทั่งผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง บรรยากาศเบาสบายก็เหมือนถูกเมฆฝนครอบงำ เมื่อสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า พี่ว้ากมายืนเรียงหน้ากระดาน แล้วสั่งให้พวกเราทุกคนลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางไม่ต่างจากพัสดีที่คุมนักโทษ

 

ผมยืนฟังพวกคุณมาพักใหญ่แล้ว แต่ผมก็ไม่เห็นว่าพวกคุณจะมีพัฒนาการอะไรขึ้นมา พวกคุณทำได้แค่นี้หรือไงครับ!

 

เสียงตะโกนที่ดังก้องท่ามกลางความเงียบสร้างความอึดอัดได้เป็นอย่างดี ก่อนที่รุ่นพี่ว้ากจะมองกราดเหมือนพวกผมไปฆ่าญาติของพี่เขา แล้วตวาดขึ้นอีกครั้ง

 

ผมถาม! ทำไมพวกคุณไม่ตอบครับ!

 

จะให้กูตอบอะไรวะ?

 

ผมได้แต่ถามพี่เขากลับอยู่ในใจ พลันสายตาก็ดันไปปะทะกับรุ่นพี่ผู้หญิงที่ยืนคุมเข้มโดยบังเอิญ และผมก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองทำสีหน้าอย่างไรออกไป อีกฝ่ายถึงจ้องเขม็งแล้วเดินตรงมาหาผม

 

คุณมีปัญหาคะ!

 

เปล่าครับ

 

ผมตวัดสายตากลับไปมองรุ่นพี่ที่กำลังแผ่อำนาจสร้างความกดดันด้วยคำพูดไม่หยุด ก่อนสิ่งมีขีวิตประเภทพี่ว้ากจะจากไป แล้วความผ่อนคลายก็กลับคืนมาอีกครั้ง

 

พวกน้องไปฝึกร้องให้คล่องนะ แล้วพรุ่งนี้เจอกันเวลาเดิม

 

ครับ/ค่ะ

 

ผมถอนหายใจออกมา ก่อนจะเอาสมุดเชียร์ใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วลุกขึ้นยืนด้วยความเบื่อหน่าย

 

พี่ว้ากน่ากลัวอ่ะมุกพูดขึ้น แล้วทำหน้าแหยออกมา

 

เมื่อกี้กูก็คิดว่ามึงจะโดนแล้วว่ะพายปิงพูดขึ้นบ้าง แล้วถอนหายใจออกมา จนกว่ารับน้องจะจบ อย่าไปมีเรื่องกับพี่วว้ากดีที่สุด

 

กูไม่ได้ทำอะไรผมบอกออกไปตามตรง ก่อนจะเดินออกจากหอประชุม

 

มึงคงทำสีหน้าแบบว่า 'พวกมึงทำเหี้ยอะไร' ให้พี่เขาเห็นล่ะสิ" ไอ้ภามบอกเหมือนไม่ค่อยสนใจ พลางมองนาฬิกาข้อมือของตัวเอง "ตอนนี้จะทุ่มนึงแล้วหรือวะ"

 

อืม พวกเราไปหาอะไรกิน แล้วค่อยกลับนะมุกบอก ก่อนจะยิ้มออกมา วันนี้ไปกินสเต๊กร้านนั้นเถอะ

 

 

++++++++++

 

 

ไอ้พาย มึงไม่ทำการบ้านหรือไงวะ

 

ผมละสายตาจากหน้าจอโทรทัศน์ที่กำลังฉายหนังสัตว์ประหลาดใต้ทะเล แล้วหันไปมองไอ้ภามที่นั่งลงบนเตียงด้วยกัน

 

มึงทำ เดี๋ยวกูลอกผมบอก พร้อมกับหันกลับมาสนใจหนังที่กำลังดูอยู่ต่อ

 

ไอ้พายครับ อย่ามั่วนิ่มไอ้ภามว่า ผมก็หันไปมองเล็กน้อย

 

งั้นรอดูหนังจบก่อนผมต่อรอง ก่อนจะโดนไอ้ภามตบหัวทิ่ม ไอ้เหี้ย!

 

นี่มันห้าทุ่มครึ่งแล้ว เมื่อไหร่จะเสร็จวะไอ้ภามว่าต่อ ผมก็ขมวดคิ้วออกมา

 

เออๆ ทำก็ทำผมตอบอย่างจนใจ แล้วหยิบการบ้านที่ต้องส่งพรุ่งนี้ขึ้นมาทำ มันเป็นการบ้านวิชาแคลคูลัสที่ผมเคยเรียนตอนมัธยมปลายมาแล้ว

 

ผิดแล้วมึงไอ้ภามบอก แล้วเอาปากกาเคาะลงบนหนังสือของผม

 

กูไม่ถนัดผมบ่นออกมา แล้วนั่งแก้ตามที่มันบอก

 

เรียนมหาลัยไม่มีคะแนนเก็บช่วย เดี๋ยวก็ได้แดกเอฟหรอกไอ้ภามว่า ก่อนจะอธิบายเนื้อหาให้ผมฟังอีกรอบ

 

ถึงไอ้ภามจะกวนประสาทไปบ้างแต่มันเรียนเก่งกว่าผมครับ ผลการเรียนที่ผ่านมา ก็มีมันช่วยติวให้ตลอด

 

มึงเข้าใจหรือเปล่าไอ้ภามถาม หลังจากสอนเรื่องแก้โจทย์ให้ผมฟัง

 

อืม เดี๋ยวกูทำต่อเองผมบอก ก่อนจะเริ่มทำการบ้านของตัวเองต่อ

 

ทุกครั้งที่ไอ้ภามติวให้ผม มันจะอธิบายอย่างละเอียดเท่าที่มันจะถ่ายทอดออกมาให้ผมเข้าใจได้ แล้วปล่อยให้ผมทำเองเพื่อยืนยันว่า ผมไม่ได้ตอบว่าเข้าใจแบบขอไปที

 

กี่โมงแล้ววะผมถามขึ้น หลังจากทำการบ้านข้อสุดท้ายเสร็จ

 

เกือบตีหนึ่งแล้วไอ้ภามตอบ แล้วเอาหนังสือไปวางไว้บนโต๊ะ

 

ผมบิดขี้เกียจ แล้วเดินไปทำธุระส่วนตัวก่อนเข้านอน เมื่อดวงไฟที่เคยสว่างหยุดทำงาน ผมก็เดินมานอนที่เตียง ซึ่งมีเพื่อนร่วมห้องนอนอยู่ก่อนแล้ว 

 

ความง่วงและอ่อนเพลียพาผมเข้าสู่โหมดของการพักผ่อน แต่ทว่าเมื่อผมหลับตาได้เพียงไม่นาน ก็มีสิ่งก่อกวนจนทำให้ประตูแห่งความฝันของผมปิดลง

 

มึงจะทำอะไร

 

กูแค่อยากกอด

 

หมอนข้างก็มี ทำไมมึงไม่ไปกอดวะ

 

เพราะรู้จักนิสัยเสียเวลานอนของเพื่อนสนิทดี ผมเลยเตรียมการล่วงหน้าด้วยการชวนมันไปซื้อหมอนข้างครับ จะได้ไม่มารบกวนผมเวลานอน แต่อุปกรณ์เสริมชิ้นนี้ก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้เพียงไม่กี่คืน ก่อนที่มันจะกลายเป็นของเกะกะที่อยู่บนเตียงแทน

 

ก็หมอนข้างไม่อุ่นแบบมึงไอ้ภามบอก แล้วหาวออกมา กูจะหลับแล้ว อย่ามากวน

 

แต่มึงกำลังกวนกูอยู่...

 

ผมต่อว่าไอ้ภามอยู่ในใจ พลางมองคนที่ปิดเปลือกตาสนิทเหมือนหลับไปแล้วเล็กน้อย ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง โดนมีอ้อมแขนที่กอดเอวของผมเอาไว้

 

เมื่อก่อนผมต้องจำใจเป็นหมอนข้างให้มันเป็นบางครั้ง เวลาที่พวกเรานอนค้างด้วยกัน ก็ถือว่าทนมากพอแล้ว แต่ตอนนี้ผมต้องกลายเป็นของให้มันนอนกอดทุกคืน ซึ่งเป็นอะไรที่เลวร้ายจนไม่อยากจะคิดให้สุขภาพจิตเสียโดยใช่เหตุ

 

เฮ้อ...หรือนี่จะเป็นชะตากรรมและความลำบากของเพื่อนสนิทอย่างผมที่ต้องแบกรับ?

 

ถ้างั้น...ลาออกจากสถานะ 'เพื่อนสนิท' เป็นแค่ 'คนรู้จัก' ตอนนี้ยังทันไหมวะ

 

 

++++++++++

 

 

กิจกรรมประชุมเชียร์ที่มีทุกวันหลังเลิกเรียนเริ่มเล่นงานผมครับ โดยเฉพาะเมื่อวานนี้ที่พวกเราถูกสั่งให้วิ่งรอบสนามจนขาลากเพราะร้องเพลงเสียงไม่ดังพอ

 

นี่ผมเป็นนักศึกษาหรือนักเรียนเตรียมทหารกันแน่...

 

ถึงแม้จะโอดครวญร้องหาความเห็นใจสักแค่ไหน แต่ผมก็ทำได้แค่ยอมรับครับ ถึงอย่างนั้นในขณะที่ต้องอดทนกับช่วงเวลาที่แสนเหนื่อยยากหลังเลิกเรียน ก็ยังมีสิ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยงให้เด็กปีหนึ่งยังมีแรงฮึดต่อไป

 

พี่รหัส!

 

นักศึกษาปีหนึ่งก็เหมือนเด็กน้อยผู้อ่อนแอในรั้วมหาวิทยาลัยครับ ทั้งการเรียนเฉพาะทางที่ยากขึ้นแบบก้าวกระโดดหรือการเป็นน้องเล็กที่อาจโดนรุ่นพี่ข่มได้ตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้การจะก้าวผ่านเรื่องราวที่ยากลำบากต่างๆ อย่างสดใสจึงจำเป็นต้องมีพี่รหัสคอยดูแล

 

ถึงตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาทื่พี่รหัสจะเปิดเผยตัว แต่สิ่งของเล็กน้อยที่แสดงถึงมิตรภาพและความห่วงใยก็ถูกส่งมาให้ และทำให้เพื่อนร่วมชั้นปีของผมหลายคนตื่นเต้นไม่น้อย

 

ก็แค่เพื่อนร่วมชั้นปีของผม...แต่ไม่ใช่ผมหรอกนะครับ

 

ผมไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทั้งที่พี่รหัสคนอื่นพยายามซ่อนตัวกันสุดฤทธิ์ แต่พี่รหัสของผมกลับมาแสดงตัว หลังจากที่ผมจับฉลากได้เพียงวันเดียว

 

 "พาย!"

 

เสียงคุ้นเคยของพี่รหัส ทำให้ผมต้องหันหลังกลับไปมอง ก่อนที่ผมขะยกมือไหว้ พร้อมกับได้รับรอยยิ้มหวานของพี่แยมตอยกลับมา

 

"ว่าจะไปหาที่ห้องพอดี แล้วนี่กำลังจะไปไหนจ้ะ"

 

"เพิ่งไปเข้าห้องน้ำมาครับ"

 

"โชคดีจัง ไม่งั้นต้องฝากของไปให้แทน ก็พี่อยากเจอพายนี่น่า"

 

ผมก็แค่ยิ้มรับท่าทางน่ารักของรุ่นพี่ตรงหน้าเล็กน้อย ก่อนจะรับกระเป๋าผ้าที่พี่แยมส่งมาให้ ซึ่งบรรจุสิ่งที่เรียกว่า 'มรดกจากรุ่นสู่รุ่น' เอาไว้

 

"ขอบคุณครับ" ผมบอก ก่อนจะมองสิ่งของที่ได้รับ พี่แยมยังมีรอยยิ้มเปื้อนใบหน้า "เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมเอากระเป๋ามาคืนนะครับ"

 

"ไม่เป็นไนไรจ้ะ พายเอาไปเลย" พี่แยมบอก ก่อนจะส่งถุงขนมมาให้ "อันนี้เอาไว้กินเล่นนะ"

 

ผมบอกขอบคุณอีกครั้ง ก่อนที่พี่แยมจะถามไถ่เรื่องทั่วไปอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเดินจากไป

 

ผมเดินกลับมาที่ห้องเรียน ก่อนจะเข้ามายังที่นั่งของตัวเองที่อยู่ระหว่างปิงกับไอ้ภาม โดยที่มุกนั่งข้างเพื่อนสนิทตัวแสบอีกทีหนึ่ง แล้ววางของที่เพิ่งได้จากพี่รหัสไว้บนโต๊ะ

 

"มึงเจอพี่แยม?" ไอ้ภามถาม พลางมองผมเล็กน้อย

 

"อืม มึงกินป่ะ" ผมตอบ พร้อมกับส่งถุงขนมไว้บนโต๊ะของมัน

 

"พี่แยมเอาใจมึงดีจนน่าอิจฉาเลยว่ะ" ปิงพูดขึ้น พลางยกมือขึ้นเท้าคางของตัวเอง "ว่าแต่เขาจะเฉลยพี่รหัสเมื่อไหร่วะ"

 

"วันศุกร์หน้า" มุกตอบ แล้วถอนหายใจออกมา "แต่เรื่องเข้าเชียร์เนี่ย ไม่รู้จะจบเมื่อไหร่"

 

ผมก็นึกเห็นด้วย เรื่องร้องเพลงก็พอไหว แต่ต้องมารับมือกับพี่ว้าก เฮ้อ...มันไม่ใช่อ่ะครับ

 

"ทนอีกวัน พรุ่งนี้ก็หยุดแล้ว" ไอ้ภามบอก ก่อนจะแกะลูกอมกินอย่างเฉื่อยชา

 

"พรุ่งนี้ไปเที่ยวกันไหม" มุกถามขึ้น แล้วยิ้มออกมา "พวกเรายังไม่เคยไปเที่ยวด้วยกันเลย"

 

"โทษที เราไม่ว่างอ่ะ มีนัดกับที่บ้าน" ปิงหันไปบอกมุก ซึ่งเธอก็คลายรอยยิ้มของตัวเองลงเล็กน้อย

 

"ไม่เป็นไรมุก ไปกันสามคนก็ได้ เรากับไอ้พายก็กะว่า จะไปอยูแล้วเหมือนกัน" ไอ้ภามบอก ก่อนที่มุกจะหันมามองผมที่พยักหน้ารับ

 

"งั้นพวกเราไปกันสามคนเนอะ ไม่ต้องสนใจปิงหรอก" มุกพูดขึ้น แล้วหันไปแลบลิ้นใส่คนที่ไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกันในวันพรุ่งนี้

 

"โหย...แทนที่จะรอไปด้วยกัน" ปิงบ่นออกมา แล้วทำหน้ายุ่ง "เบี้ยวนัดไม่ได้ด้วย"

 

"ไม่เห็นต้องคิดมาก ว่างเมื่อไหร่ค่อยไปดด้วยกันก็ได้" ผมบอก ปิงก็คลายสีหน้ายุ่งของตัวเองลง

 

"ก็อย่างที่ไอ้พายบอก" ไอ้ภามบอกต่อ ก่อนจะยกยิ้มออกมา "แต่หนังที่จะรอดูกับมึง กูขอไปดูก่อนแล้วกันว่ะ"

 

"จำไว้เลยมึง" ปิงว่า พร้อมกับส่งสีหน้าคาดโทษแบบทีเล่นทีจริงออกมา

 

"เดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟังนะ" มุกพูดแหย่เล่นต่อ ก่อนที่คคนที่โดนทิ้งจะทำหน้าเหนื่อยใจใส่

 

"มุกก็คิดจะแกล้งเราหรอ" ปิงหันไปว่า แล้วหันมาทางผม "แล้วมึงไม่คิดจะเยาะเย้ยกูเลยหรืิอไงวะ"

 

"กูไม่ชอบซ้ำเติมใคร" ผมบอกเสียงเอื่อยอย่างไม่ค่อยสนใจนัก

 

"กูกะแล้วว่ามึงต้องนิสัยดีกว่าภาม" ปิงบอกด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับโอบไหล่ของผมเอาไว้

 

"มึงเข้าใจผิดแล้ว" ไอ้ภามบอก แล้วหัวเราะออกมาเบาๆ "มันแค่ขี้เกียจพูดเรื่องซ้ำกับที่กูพูดไปแล้วต่างหาก"

 

"ไอ้ภามพูดถูก" ผมบอกต่อ ปิงเลยผลักหัวของผมเบาๆ เหมือนลงโทษ ก่อนจะยิ้มออกมา

 

"ภามกับพายสนิทกันมากเลยนะ" มุกพูดขึ้น พร้อมกับมองผมกับไอ้ภามสลับกัน

 

"อืม บนโลกนี้ไม่มีใครรู้จักไอ้พายมากกว่าเราแล้ว" ไอ้ภามหันไปบอก ก่อนจะหันมายักคิ้วใส่ผมอย่างวางท่า

 

"โม้แล้วมึง" ผมว่าอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะหันไปสนใจปิงที่ชวนให้ดูคลิปตลกในโทรศัพท์มือถือแทน

 

 

TBC ++++++++++

 

 

Marionetta >>> รีไรท์ตอนที่ 2 ค่ะ เนื้อหาไม่เปลี่ยนจากเดิมมาก แต่พยายามแก้คำผิดให้หมดค่ะ ^^ สามารถแนะนำและติชมได้นะคะ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ จะทยอยเอามาลงเรื่อยๆ จ้า

ปล. ตอนนี้ยังหาบทให้เพื่อนผู้หญิงอีกคนไม่ได้ค่ะ แฮะๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

85 ความคิดเห็น

  1. #8 tityjiu (@tityjiu) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 13:08
    แบบว่าไม่อยากให้มุกมาสนใจหนึ่งในสองหนุ่มเลยให้ตายรุ่นพี่ด้วย ภามเนี่ยเนียนสุดๆไปเลย พายก้อซื่ออย่างไม่น่าเชื่อ ชอบอ่าาาาา
    #8
    0