Adorable COUPLE [Yaoi]

ตอนที่ 5 : Adorable 05 - 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 267
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    14 ก.ค. 59

Adorable 05

 



เพราะความจริงอิงนิยายแค่นิดเดียวครับ ตัวละครไม่สำคัญอย่างผมเลยทำได้แค่หลบฉากออกมา ปลายเท้าที่กำลังขยับไปข้างหน้าในตอนแรกจึงเปลี่ยนเป็นถอยหลังแทน ผมไม่มีความกล้ามากพอจะทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้เดินเข้าไปเหมือนไม่รู้เรื่องได้

 

เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ยังสร้างความตกตะลึงอยู่ในใจ ผมเลยเลือกที่จะโทรศัพท์ไปหาไอ้ภาม แล้วบอกให้ไปเจอที่ห้องแทน ด้วยเหตุผลข้าศึกบุกด่านสุดท้ายแบบไม่ทันตั้งตัว

 

ผมไม่รู้ว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อไอ้ภามกลับมาถึงห้อง ใบหน้าที่มักแต้มไปด้วยความร่าเริงกลับแสดงความอึดอัดเหมือนคนท้องผูกมาหลายวัน

 

"เป็นไงมึง ท้องเสียเหรอ" ไอ้ภามถาม พร้อมกับเดินไปนั่งบนเตียงข้างผม

 

"เปล่า ก็ออกปกติ" ผมตอบ พลางมองสีหน้าของมัน "แล้วมึงเป็นอะไร ปวดขี้ก็ไปเข้าห้องน้ำไป"

 

"กวนตีนนะไอ้พาย" ไอ้ภามว่าด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยจริงจังนัก ก่อนจะทำท่าเหมือนจะพูดบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ปิดปากเงียบ

 

อันที่จริงผมจะทำมึนเหมือนมองไม่เห็นความผิดปกติของมันก็ได้ครับ เพราะผมพอจะรู้สาเหตุดีอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่ถามเลยจะทำให้มันสงสัยได้ ในเมื่อคนตรงหน้าแสดงอาการออกมาทางสีหน้าขนาดนั้น 

 

"แม่งมีเรื่องยุ่งว่ะ" ไอ้ภามพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยสบอารมณ์นัก ก่อนจะถอนหายใจออกมา

 

"เรื่องอะไรวะ" ผมถามต่อ พลางมองอีกฝ่ายด้วยความสงสัย บางครั้งผมก็เล่นบทตอแหลตีมึนบ้างครับ ถึงจะไม่ค่อยถนัดก็เถอะ

 

"เฮ้อ....มุกขอกูเป็นแฟนว่ะ" ไอ้ภามตอบเสียงอ่อย ผมก็เลิกคิ้วขึ้น

 

สรุปว่าคบกันจริง?!

 

"เอ่อ...มุกก็น่ารักดี มึงเนี่ยโชคดีว่ะ" ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามสดใส แต่มันไม่ค่อยเป็นอย่างที่หวังสักเท่าไร

 

"ไม่ใช่แบบนั้น มุกให้กูคบแบบหลอกๆ" ไอ้ภามบอก พร้อมกับทำสีหน้าไม่ค่อยพอใจ "กูไม่ชอบเลยว่ะ แต่ปฏิเสธไม่ได้"

 

หลังจากนั้นมันก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ผมฟัง ตั้งแต่ตอนไปธนาคาร แล้วเจอกับพี่เนยจนกระทั่งเหตุผลที่มันต้องรับหน้าที่เป็นแฟนจำเป็น โดยไม่เอ่ยถึงฉากสำคัญที่ยังติดค้างอยู่ในความทรงจำของผมแจ่มชัด

 

เอาน่า...ก็ถือว่าช่วยเพื่อนผมพูดปลอบใจ แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้คนฟังสีหน้าดีขึ้น

 

ช่วยก็ได้อยู่หรอก แต่ต้องทำอีกนานแค่ไหนวะ ดูท่าคนที่มาจีบมุกแม่งตื้อสุดๆไอ้ภามว่า แล้วถอนหายใจออกมาอีกรอบ

 

ถ้ามึงอึดอัดที่ต้องแกล้งคบ ก็คบกันจริงจังไปเลยดิผมบอกไปตามที่คิด ไอ้ภามก็หันมาสบตากับผม แล้วกูก็คิดว่า มุกคงไม่ปฏิเสธมึงหรอก

 

กูแค่เสนอทางเลือก ทำไมมึงต้องมองตาขวางแบบนั้นด้วยวะ?

 

ไม่ล่ะ กูตกลงกับมุกแล้วว่าจะแกล้งคบแค่เดือนเดียว ถ้าไอ้นั่นมันยังตื้ออีก ก็แก้ปัญหาด้วยวิธีอื่นเอาไอ้ภามบอก แล้วเอนหลังนอนบนเตียง

 

พวกเราปล่อยให้ความเงียบวิ่งผ่าน เพราะไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เพื่อนทั้งสองคนของผมจะต้องจัดการกันเองครับ แต่พอมานึกทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นอีกครั้ง บางทีมุกก็อาจจะชอบไอ้ภามอยู่ก็ได้ ถ้าไม่มีใจให้เลยก็คงไม่กล้าทำแบบนั้นหรอก

 

ผมตั้งใจจะลุกไปอาบน้ำให้สดชื่นขึ้น แต่ทว่าก็มีเสียงข้อความจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้นมาก่อน และเมื่อผมเปิดอ่านก็ต้องนึกแปลกใจกับเจ้าของที่ส่งมา

 

พี่เนย...

 

ถึงจะเคยทิ้งช่องทางให้ติดต่อกันนับตั้งแต่วันที่ไปกินข้าวด้วยกันในตอนนั้น แต่พี่เนยก็ไม่ได้ติดต่อมาเลยจนกระทั่งวันนี้

 

 -คืนนี้ไปแดกเหล้ากัน กูเลี้ยง-

 

ผมอ่านข้อความ แล้วคาดเดาว่า ความอยากแอลกอฮอล์ของรุ่นพี่คนนี้ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของมุกแน่ ถึงผมจะไม่ใช่สมาชิกศุกร์หรรษา ดื่มเหล้าเป็นสรณะ แต่ก็ไม่เคยปฏิเสธคำชวนใคร ทว่าถ้าหากผมไป ไอ้ภามก็ต้องตามไปด้วย แล้วถ้าสองคนนั้นเจอกันจะเป็นอย่างไร เพราะตอนนี้ยังไม่มีแผนรับมือ ก็คงต้องเลี่ยงไปก่อนครับ

 

-คืนนี้ผมไม่ว่างนะพี่ ขอโทษที-

 

หลังจากที่ผมส่งข้อความไป อีกฝ่ายก็อ่านแล้วตอบกลับมาทันที ทั้งที่เป็นเพียงข้อความแต่ผมก็คาดเดาน้ำเสียงจากคำพูดที่ถ่ายทอดผ่านตัวอักษรได้

 

-งั้นเหรอ เพราะมึงเป็นคนดี กูเลยคิดว่ามึงจะไม่ปฏิเสธซะอีก กูคงคาดหวังมากไป หรือว่ามึงอ่อน แดกเหล้าไม่เป็นวะ-

 

ไอ้พี่เนย...นี่มึงกำลังกดดันกูอยู่ใช่ไหม?

 

ไอ้พาย มึงคุยกับใครวะ

 

ผมละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะหันไปมองไอ้ภามที่ยังทำหน้าเซ็งแต่แววตาแสดงความสงสัยออกมา และมันก็กำลังจะขยับเข้ามาดูสิ่งที่มันอยากรู้ด้วย

 

คนรู้จัก ไม่มีอะไร แล้วมึงไม่ไปอาบน้ำเหรอ เห็นทุกทีกลับปุ๊บอาบน้ำปั๊บ

 

ผมเก็บโทรศัพท์มือถือเหมือนไม่ได้สนใจอีก เอาไว้รอให้ไอ้ภามไปอาบน้ำก่อนครับ แล้วค่อยมาเคลียร์กับพี่เนยต่อ

 

ใช่คนที่มึงไปกินข้าวด้วยเมื่อวันก่อนหรือเปล่า

 

ก็ใช่ ทำไม

 

สนิทกันเหรอ

 

ก็ไม่ได้สนิท เขาแค่ทักมาเล่นๆ

 

ไอ้ภามมองผมนิ่ง ผมก็ไม่ได้หลบสายตาไปไหน ผมรู้จักมันดีพอที่จะรับมือกับความสงสัยของอีกฝ่ายครับ หากผมยิ่งปิดบัง มันจะยิ่งขุดคุ้ย ทางที่ดีตอบออกไปตามตรง แต่อย่าบอกหมดกลบประเด็นสำคัญที่ไม่อยากไห้มันรู้ก็พอ ไอ้ภามชอบสงสัยแต่ก็ไม่ได้สนใจมาก ถ้าผมไม่ได้ทำทีมีความลับกับมัน

 

อืม เอาไว้พากูไปรู้จักหน่อย อยากรู้เป็นคนยังไง

 

เออ

 

ไอ้ภามลุกขึ้นจากเตียง แล้วเดินเอื่อยไปคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าไปในห้องน้ำ ผมถอนหายใจออกมา ก่อนจะเปิดหน้าจอโทรศัพท์ที่ไม่ได้มีข้อความอะไรเพิ่ม

 

-แดกเป็นครับ แต่รอวันหยุดหน้าก็แล้วกัน-

 

ถึงจะเป็นพวกเรื่อยเปื่อย แต่ผมก็ไม่ยอมให้ใครมาหยามว่าอ่อนได้หรอกครับ

 

-เอางั้นก็ได้ เลื่อนเป็นวันศุกร์นี้แล้วกัน-

 

-ไม่ได้ครับ มีนัดเลี้ยงสาย-

 

วันศุกร์นี้ผมมีนัดเฉลยพี่รหัส แล้วก็จะพาไปแนะนำรุ่นพี่ในสายรหัส คงมีกินเลี้ยงฉลองต้อนรับกันยาว

 

-งั้นว่างเมื่อไหร่-

 

-ศุกร์หน้า-

 

-นานไป วันเสาร์นี้แล้วกัน นะครับคนดี-

 

กูจะไม่โอเคตรงที่มึงเรียกกูว่า 'คนดี' เนี่ยแหละ

 

-พี่เลิกเรียกผมว่าคนดีสักทีเถอะ ได้ยินแล้วแปลกๆ-

 

-ฮ่าๆ ก็มึงนิสัยดี จะให้กูเรียกว่าคนเลวหรือไงวะ-

 

-พี่ก็เรียกชื่อผมสิ-

 

-แต่กูอยากเรียกแบบนั้นนี่ ถือว่าเป็นฉายาที่กูตั่งให้นะ คนดีของกู-

 

ผมได้แต่ขมวดคิ้ว ยิ่งพิมพ์ตอบกับพี่เนยก็ชักเพลียจิต ก่อนจะสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อรู้สึกได้ถึงไอเย็นและหยดน้ำในระยะประชิด ไอ้ภามกำลังก้มหน้าลงมาอ่านข้อความโต้ตอบในโทรศัพท์มือถือของผมจากด้านหลังครับ

 

"มึงทำอะไร" ผมถามเสียงแข็ง พร้อมกับปิดพักหน้าจอของอุปกรณ์สื่อสารที่อยู่ในมือ

 

"เห็นมึงตั้งใจแชท กูเลยจะดู" ไอ้ภามก็ตอบตามตรง พร้อมกับเอาผ้าขนหนูเช็ดเส้นผมที่เปีนกของตัวเองไปด้วย

 

"แล้วมึงได้ทันอ่านหรือเปล่า" ผมถามต่อ พลางสบนัยน์ตาสีดำของมันเขม็ง

ถึงจะไม่ได้อยากปิดซ่อนอะไร แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่ไอ้ภามควรรู้ครับ

 

"ก็ยัง แต่มึงทำตัวแปลก" ไอ้ภามบอก ใบหน้าดูดีของมันเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

 

"กูว่ามึงสงสัยมากเกินปกติป่ะวะ" ผมย้อนถาม ไอ้ภามก็กะพริบคาทีหนึ่ง แล้วถอนหายใจออกมา

 

"งั้นเหรอวะ" ไอ้ภามตอบเสียงเบา ก่อนจะสบตากับผม "กูรู้สึกเซ็งว่ะ กูแค่รู้สึกทำตัวไม่ถูก"

 

"มึงแค่ทำตัวปดติก็พอ ไม่ต้องคิดมาก" ผมบอก แล้วส่งยิ้มให้กำลังใจ ไอ้ภามก็ระบายยิ้มออกมาเล็กน้อย

 

"ขอจูบหน่อยดิ" ไอ้ภามพูดขึ้น ทว่ายังไม่ทันที่ผมจะเอ่ยปากอะไร มันก็เลื่อนริมฝีปากแนบชิดทันที

 

ความนุ่มนิ่มที่คุ้นเคยซึมซาบทั่วริมฝีปาก และไม่ทันที่ผมจะขยับใบหน้าหนี ฝ่ามือของมันก็ล็อกตันคอของผมเอาไว้ พร้อมกับรสสัมผัสที่รุนแรงมากขึ้น

 

ความร้อนผ่าววิ่งทั่วใบหน้าของผม การเคลื่อนไหวเนิบช้าของกลีบปากที่ดูดดึงกันและกันสร้างเสียงสัมผัสให้ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความวาบหวามที่ลุกโชนในร่างกายทำให้หัวใจของผมเต้นระรัว ก่อนที่ผมจะเริ่มหายใจไม่ทัน เมื่อลิ้นของมันที่พันเกี่ยวในปากไล่ต้อนลิ้นของผมจนอึดอัด

 

"อื้อ!"

 

ผมส่งเสียงประท้วงผ่านริมฝีปากที่ยังถูกผนึกจากจูบเอาไว้ และไอ้ภามก็ตอบรับด้วยการนวดคลึงที่ต้นคอของผมเบาๆ เหมือนกำลังช่วยให้ผ่อนคลาย

 

ไอ้ห่าภาม! กูไม่ได้เมื่อยคอ แต่หายใจไม่ออกโว้ย!

 

เพราะอดทนต่อความเอาแต่ใจของมันมาถึงขึดสุด ผมเลยตัดสินใจดึงผมที่ยังเปียกหมาดของคนตรงหน้าเพื่อยุติบทจูบที่ทรมานจนใจสั่นไม่หยุด

 

ไอ้ภามถอนริมฝีปากออกมาเพียงเล็กน้อย ก่อนจะกดซ้ำย้ำสัมผัสที่ริมฝีปากของผมอีกครั้ง แล้วใช้ปลายลิ้นตวัดช้อนน้ำลายที่ไหลผ่านปลายคางของผมเข้าปากของตัวเอง ลมหายใจกระชั้นรินรดระหว่างเราสองคน

 

"ไอ้้เหี้ย...มึงเป็นบ้าอะไรเนี่ย" ผมด่ามันเสียงพร่า พร้อมกับปรับจังหวะของลมหายใจให้ปกติจากจูบที่เหมือนสูบพลังชีวิตเกือบหมด

 

"จูบมึงไง" ไอ้ภามตอบ นัยน์ตาเชื่อมแสงสบกับผมที่ถลึงตาใส่ ก่อนริมฝีปากวาวจะระบายยิ้มออกมา "ก็มึงบอกให้กูทำตัวปกติ ไม่ต้องคิดมาก"

 

ไอ้เหี้ยภาม! นี่คือปกติของมึงเหรอ?!

 

ผมสบถด่ามันอีกครั้งด้วยความไม่พอใจ แต่ไอ้ภามก็แค่หัวเราะรับ ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียง แล้วเดินออกไปที่ระเบียงด้วยท่าทีสบายอกสบายใจ

 

ผมเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมา ถึงแม้จะรู้สึกขัดใจกับการกระทำของไอ้ภาม แต่มันคงอึดอัดใจของตัวเองจนเพี้ยน เลยระบายอารมณ์ด้วยการทำแบบนี้ ผมจะถือว่าช่วยเพื่อนคลายเครียดแล้วกันครับ ไม่ว่าอย่างไรผมก็ชอบใบหน้าเปื้อนยิ้มกวนประสาทของมันมากกว่านิ่งเฉยบึ้งตึงอยู่ดี

 

ก็แค่จูบ...

 

พอคิดมาถึงตรงนี้ ผมก็นึกย้อนไปถึงฉากชวนตกใจเมื่อตอนเย็น แล้วเผลอคิดขึ้นมาไม่ได้ว่า ระหว่างจูบของผมกับมุก มันจะชอบของใครมากกว่ากัน

 

 

++++++++++

 

 

ถึงเมื่อวานนี้จะเกิดเรื่องที่ทำให้ไอ้ภามดูไม่สบอารมณ์ ทว่าในเช้าวันนี้คนที่มักร่าเริงแจ่มใสก็ยังคงภาพลักษณ์เเหมือนเดิม ผมลอบมองมุกที่เหมือนมีท่าทางลำบากใจ แล้วหันไปทางปิงที่ดูเหมือนจะตกข่าวสำคัญของกลุ่ม ถึงได้พูดจ้อเป็นปกติ ผมนึกลังเลใจว่าควรจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นดีหรือเปล่า แต่มุกก็เดินมาหาผมเสียก่อน

 

"พาย เราขอคุยด้วยหน่อยสิ"

 

"มีอะไรเหรอ"

 

มุกไม่ได้ตอบคำถาม นัยน์ตากลมเลื่อนไปทางไอ้ภาม ก่อนจะดึงแขนของผมให้เดินแยกไปอีกทาง ผมก็ไม่ได้ฝืนแรงของอีกฝ่าย นอกจากสบตากับเพื่อนสนิทเล็กน้อย

 

มุกพาผมเมาหยุดยืนที่ระเบียงใกล้บันไดที่ไม่ค่อยมีคนใช้บริการนัก ก่อนใบหน้าน่ารักจะเจือไปด้วยความกังวลมากกว่าเดิม

 

"พาย ภามได้เล่าเรื่องอะไรให้ฟังบ้างหรือเปล่า"

 

คำถามที่ผมก็พอจะคาดเดาได้แล้วพุ่งตรงเข้าใส่ ผมเงียบอยู่ครู่หนึ่งเพื่อรวบรวมความคิด ก่อนจะมองเพื่อนสาวตรงหน้า

 

"หมายถึงเรื่องไหนล่ะ มันก็เล่าหลายเรื่อง"

 

"เรื่องของเราเมื่อวานนี้ พายรู้เรื่องหรือยัง"

 

ผมมองใบหน้าน่ารักที่แสดงความจริงจังขึ้น ทว่าสายตากลับวูบไหวเหมือนไม่มั่นใจ แต่ถึงอย่างนั้นมุกก็เป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างตรงไปตรงมาพอสมควรครับ

 

"ก็พอรู้มาบ้าง"

 

"แล้วพายคิดว่ายังไง เมื่อวานภามโกรธเราหรือเปล่า"

 

ผมนึกย้อนไปถึงท่าทีของคนที่เป็นหัวข้อสนทนา จะว่าโกรธก็ไม่ใช่ อาจจะแค่ไม่พอใจมากกว่า

 

"เราก็บอกไม่ถูก แต่มันไม่ได้โกรธมุกหรอก"

 

อันที่จริงผมก็ยังไม่เคยเห็นไอ้ภามโกรธใครเลยด้วยซ้ำ เพราะเวลาที่มันไม่พอใจ มันก็จะมีวิธีบำบัดอารมณ์ของตัวเองเสมอครับ ยกตัวอย่างเช่น อยู่ดีๆ ก็มาจูบผมเหมือนเมื่อวานนี้ของมัน เพราะหลังจากนั้นคนชอบฉวยโอกาสก็ดูจะอารมณ์ดีกวนประสาทได้เป็นปกติ

 

"งั้นเหรอ"

 

มุกมีสีหน้าเหมือนกำลังใช้ความคิด ก่อนที่เธอจะหันมาสนใจผมอีกครั้ง

 

"เรารู้ดีว่า ตัวเองทำไม่ถูกเกี่ยวกับเรื่องนั้น ภามคงลำบากใจที่ต้องแกล้งคบกับเรา" มุกพูดเสียงอ่อน นัยน์ตากลมสบมองผมด้วยความจริงจังมากขึ้น พร้อมกับผิวแก้มใสที่ซับสีเลือดขึ้นทีละน้อย "แต่...เราคิดว่า...เราชอบภามอยู่จริงๆ"

 

ผมไม่ได้ตกใจกับคำสารภาพของมุกมากนัก แต่ประหลาดใจมากกว่าครับ เพราะไม่คิดว่าเธอจะมาบอกผมแบบนี้

 

"เมื่อคืนนี้เราลองคิดดูแล้ว แต่เราก็ยังไม่กล้าพอที่จะบอกความรู้สึกกับภามตรงๆ เพราะเรากลัวโดนปฏิเสธ" มุกบอก ก่อนจะหลบสายตาของผมเล็กน้อย "แต่เราก็อยากจะใช้โอกาสนี้ ทำให้ภามชอบเราบ้าง เราดูเห็นแก่ตัวไปหรือเปล่า"

 

"ก็ไม่หรอก" ผมบอก แล้วนึกถึงไอ้ภามที่ยังคุยเล่นกับปิงอยู่ในห้องเรียน

 

ตอนนี้ผมไม่รู้ว่า ควรจะทำอย่างไรดี เพราะเมื่อวานนี้เพื่อนสนิทของผมก็ออกปากชัดถึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างมันกับมุกที่เป็นได้แค่เพื่อน ทว่าคนที่อยู่ตรงหน้ากลับต้องการมากกว่านั้น แล้วทั้งสองคนก็เป็นเพื่อนที่ผมไม่อยากทำให้ลำบากใจและเสียใจ

 

"ขอบใจนะพายที่ฟังเราเพ้อเจ้อ" มุกพูดขึ้น แล้วถอนหายใจ "ที่เรามาพูดกับพายแบบนี้ เพราะพายสนิทกับภามมาก คิดว่าเวลาหนึ่งเดือนนี้ เราจะพอมีหวังไหม"

 

ผมมองมุกที่กำลังแสดงความคาดหวังและไม่แน่ใจ ก่อนจะส่งยิ้มให่อย่างเป็นกำลังใจ

 

"เรื่องนี้ตอบยาก แต่มีอะไรอยากให้เราช่วยก็บอกแล้วกัน"

 

"ขอบใจนะพาย"

 

ผมมองใบหน้าน่ารักที่แต้มรอยยิ้มจนเห็นรอยบุ๋มข้างแก้มชวนมอง แล้วนึกทอดถอนใจกับตัวเอง

 

หาเรื่องยุ่งใส่ตัวจนได้...

 

 

++++++++++

 

 

หลังจากรับปากจะช่วยเป็นสะพานความรักให้กับมุก ตอนพักกลางวันเธอก็เล่าเรื่องแฟนกำมะลอให้ปิงฟังครับ แน่นอนว่าคนที่รู้เรื่ิองทีหลังก็ตกใจไปตามระเบียบ ส่วนไอ้ภามก็ไม่ได้พูดอะไรมากเหมือนไม่ค่อยสนใจด้วยซ้ำ

 

"งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะ" มุกพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มบาง ก่อนจะเดินไปอีกทางพร้อมกับไอ้ภามที่รับหน้าที่แฟนชั่วคราวไปส่งที่หอพัก เพราะพี่เนยอยู่หอพักเดียวกับมุก ถ้าบังเอิญเจอจะได้สมจริงมากขึ้นครับ

 

พอคิดมาถึงตรงนี้ ผมก็นึกย้อนไปถึงวันแรกที่เจอกับรุ่นพี่ประหลาด ในวันนั้นพี่เนยวิ่งไปเอาเงินที่ห้องของตัวเองมาคืนผม ซึ่งมันคนละที่กับหอของมุกครับ

 

"พาย ถ้าจะให้ใครสักคนเลิกยุ่ง ต้องทำขนาดนี้เลยหรือวะ" ปิงถามขึ้น ผมที่กำลังเหม่อกับความคิดของตัวเองหันไปมองคนที่นั่งอยู่ข้างกัน

 

ตอนนี้ผมกับปิงมานั่งบนพื้นรับลมเย็นใกล้สนามบอลของมหาวิทยาลัยครับ สายตาก็มองคนที่มาออกกำลังกายและทำกิจกรรมต่างๆ ไปเรื่อย

 

"กูก็ไม่รู้ว่ะ มันคงจำเป็นจริงๆ มั้ง" ผมตอบไปตามเรื่ิอง

 

ถ้าถามกันอย่างจริงจัง ผมคิดว่า การทำแบบนี้มันดูยุ่งไปหน่อยอย่างที่ไอ้ภามเคยบ่นเอาไว้ครับ แต่ในเมื่อมุกจูบมันต่อหน้าพี่เนยไปแบบนั้นแล้ว จะให้มันปฏิเสธว่าไม่ใช่ ก็ดูเป็นคนเลวที่กล้าหักหน้าผู้หญิงที่เป็นเพื่อนในกลุ่มของตัวเองมากไปหน่อย ในสถานการณ์แบบนั้น ก็คงต้องไหลตามน้ำไปก่อน

 

"เออ แต่กูว่าภามมันไม่โอเคว่ะ" ปิงพูดขึ้นต่อ ใบหน้าเชื้อสายจีนมองผมอย่างขอความเห็น "มันบอกกูว่า อีดอัด"

 

"อืม มันก็เป็นแบบนั้นนั่นแหละ มันไม่ชอบทำอะไรที่ต้องฝืนใจตัวเองเท่าไหร่" ผมบอกเสียงเอื่อย แล้วหันไปมองทิวทัศน์ที่อยู่เบื้องหน้าต่อ

 

ไอ้ภามเป็นคนที่ไม่ชอบบังคับตัวเอง เพราะเป็นแบบนั้นมันเลยเอาแต่ใจ อยากทำอะไรก็ทำ จนทำให้ผมปวดหัวอยู่บ่อยๆ ครับ

 

ผมนั่งตุยเล่นกับปิงจนแสงอาทิตย์สุดท้ายเริ่มหายไป ก่อนเราสองคนจะตกใจ เมื่อมีกระป๋องชามะนาวตกเข้ามากลางวง

 

"เฮ้ย!"

 

ผมกับปิงร้องขึ้นเกือบจะพร้อมกัน ก่อนที่เราสองคนจะลุกขึ้นยืน โดยที่ผมหยิบกระป๋องชามะนาวยี่ห้อคุ้นตาขึ้นมาด้วย พร้อมกับเสียงตะโกนที่ดังขึ้น

 

"กูซื้อมาคืนให้!"

 

พี่เนย!

 

ตอนนี้พี่เนยอยู่ในชุดลำลองธรรมดา และกำลังหัวเราะพลางส่งยิ้มมาให้แต่ไกลด้วยท่าทางอารมณ์ดี

 

"ใครวะ" ปิงกระซิบถาม พลางเหล่สายตามองผมเล็กน้อย ก่อนจะเลื่อนไปมองพี่เนยที่เดินเข้ามาใกล้ทุกขณะ

 

"พี่เนย รุ่นพี่ที่เพิ่งรู้จักกัน" ผมตอบในระดับเสียงเดียวกัน ปิงก็ตอบรับในลำคอ

 

"แล้วทำไมต้องทำแบบนี้วะ จะซื้อคืนก็ส่งมาให้ดีๆ สิวะ" ปิงถามต่อด้วยน้ำเสียงสงสัยและไม่เข้าใจ

 

"กูก็ไม่รู้" ผมตอบไปตามตรง แต่ผมคิดว่ารุ่นพี่กำลังกวนประสาทอยู่ครับ

 

เราสองคนใช้เวลากระซิบกระซาบกันเพียงไม่กี่วินาที พี่เนยก็เดินเข้ามาใกล้ ก่อนที่ผมกับปิงจะยกมือไหว้ตามประสารุ่นน้องที่มีสัมมาคารวะ ซึ่งรุ่นพี่ตรงหน้าก็แค่พยักหน้ารับด้วยสีหน้าสบายอารมณ์

 

"เมื่อกี้พวกมึงนินทากูเหรอ" พี่เนยถามขึ้น นัยน์ตาคมมองผมกับปิงอย่างข่มขู่ที่พอจะมองออกว่าแหย่เล่น ก่อนสายตาคู่นั้นจะหยุดที่ใบหน้าของผม "เป็นคนดี อย่ามานินทากูต่อหน้าสิวะ"

 

ก็กูไม่ใช่คนดีไง! แล้วกูก็นินทาในใจต่อหน้ามึงตลอดนั่นแหละ...

 

"แล้วพี่เล่นอะไรเนี่ย ทำไมต้องขว้างของใส่กันด้วย" ผมถามเสียงเอือม พี่เนยก็หัวเราะรับ ใบหน้าที่เหมือนนักเลงช่างกลเปื้อนเหงื่อและรอยยิ้มจนดูสว่างไสวอย่างบอกไม่ถูก

 

"ก็แค่ซื้อคืนให้ พรอมกับทดสอบความแม่นของตัวเองไปด้วย แล้วพวกมึงทำอะไร นั่งหม้อสาวเหรอ" พี่เนยถาม พลางมองไปรอบตัว

 

"แค่มานั่งเล่นกับเพื่อน" ผมตอบ ก่อนจะแนะนำปิงที่ไม่มีบทพูดให้พี่เนยรู้จัก

 

"อืม แล้วมึงเป็นคนดีหรือเปล่าวะ" พี่เนยหันไปถามปิงที่ทำหน้างง ถ้าเจอคำถามแบบนี้ ผมก็งงเหมือนกันครับ

 

"ไม่รู้เหมือนกันครับ" ปิงตอบเสียงเก้อด้วยสีหน้าปั้นยาก พี่เนยก็แค่ยกยิ้มขึ้น

 

"ขอเงินสองร้อยดิ' พี่เนยพูดขึ้นต่อ ก่อนจะแบมือมาตรงหน้าปิงที่ทำหน้าเหวอ

 

นี่มึงจะไถเงิน้พื่อนกูหรือไงวะ?!

 

"อ่า..." ปิงพูดไม่ออก ก่อนจะหันมาทางผมเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่คนอย่างผมจะไปช่วยอะไรได้วะเนี่ย

 

"คิดอะไรมากวะ หรือมีไม่ถึงสองร้อย งั้นขอร้อยเดียวก็ได้" พี่เนยบอก ก่อนจะเลิกคิ้วมองหน้าของปิง "เร็วๆ กูแบมือนานจนตะคริวแดกแล้ว"

 

ไอ้เหี้ย! ประเด็นไม่ใช่ตรงนั้นโว้ย!

 

"ทำบ้าอะไรของพี่วะ มาไถเงินเพื่อนผมเฉย" ผมถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ พี่เนยก็หันมามองผม

 

"งั้นมึงเอามาสามร้อย" พี่เนยบอกเสียงเรียบ ก่อนจะแบมือมาทางผทแทน

 

แล้วทำไมกูโดนไถเงินเยอะกว่าปิงวะ!

 

"พอเถอะครับ เอาของผมนี่แหละ" ปิงพูดขึ้น ใบหน้าของมันงุนงงและไม่ค่อยพอใจนัก แต่ก็ส่งแบงค์ร้อยสองใบให้พี่เนยแต่โดยดี

 

"ก็แค่นี้ ให้รอนานอยู่ได้" พี่เนยว่า พลางยกยิ้มเก็บเงินใส่กระเป๋ากางเกงของตัวเองหน้าตาเฉย

 

มึงเป็นรุ่นพี่ประเภทไหนกันแน่วะ!

 

"พาย กูกลับหอก่อนแล้วกัน" ปิงหันมาบอก ผมก็ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย

 

"ไหนว่าจะไปกินข้าวด้วยกันไง" ผมถามถึงสัญญาที่เราสองคนตกลงกันก่อนหน้านี้ ปิงก็ถอนหายใจเล็กน้อย

 

"โทษทีว่ะ กูรู้สึกคันตีนขึ้นมา กลับห้องไปพักก่อนดีกว่า" ปิงบอก ก่อนจะเดินแยกไปอีกทางโดยไม่ได้บอกลารุ่นพี่อีกคนที่จ้องตามหลังอยู่

 

"เพื่อนมึงกวนตีนนะ" พี่เนยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังนัก ผมก็นึกเซ็งขึ้นมา

 

พี่นั่นแหละที่กวนตีน อยู่ดีๆ ก็มาไถเงิน!

 

"แล้วพี่มาทำอะไร ออกกำลังกายเหรอ" ผมถามเปลี่ยนเรื่อง ถึงจะไม่ใช่ความผิดของผม แต่ก็คงต้องเอาเงินไปคืนปิงที่รับเคราะห์ครับ

 

"อืม มาออกกำลังกาย" พี่เนยตอบ แล้วยืนขยับตัวเหมือนกำลังคลายกล้ามเนื้อ "วันนี้มึงว่างป่ะ"

 

"มีอะไรอีก ก็นัดกันวันเสาร์ไง" ผมย้อนถาม พลางมองคนตรงหน้าที่ยังมีท่าทีสบายๆ อยู่

 

"กูเปลี่ยนใจแล้ว ถ้ามึงว่าง คืนนี้ก็ไปกันเลย" พี่เนยพูดขึ้นอย่างเอาแต่ใจ ผมก็ขมวดคิ้วใส่

 

"อะไรของพี่วะ" ผมร้องถามด้วยความไม่พอใจ แต่ยังไม่ทันได้บ่นอะไรต่อ พี่เนยก็เข้ามากอดไหล่ของผมเอาไว้

 

"เรื่องแดกเหล้า กูจัดไปสองคืนพอแล้ว" พี่เนยบอก แล้วส่งยิ้มมาให้ในระยะประชิด "ไปดูหนังกัน"

 

TBC++++++++++

 

Marionetta >>> เอามาลงจนครบแล้วค่ะ เย้ๆ

ตอนนี้อะไรก็ไม่รู้ แต่พี่เนยน่ารักอ่ะ อิอิ ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้นะคะ มีแรงฮึดเยอะเลยจ้า  ^^ ตอนต่อไปก็จะมาในเร็ววัน อิอิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

86 ความคิดเห็น

  1. #83 19112511 (@19112511) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 21:07
    ทีมพี่เนยแล้วกัน หน้าด้านดี
    #83
    0
  2. #38 MATTANA10123 (@MATTANA10123) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2559 / 19:57
    มุกโคตรหน้าด้านอ่ะ จงใจให้เป็นแบบนี้รึเปล่าเนี่ย
    แล้วแกล้งทำเป็นลำบากใจ
    #38
    0
  3. วันที่ 26 มิถุนายน 2559 / 03:10
    ขอพายให้เราเถอะนะทั้ง ภาม ทั้ง พี่เนย เราชอบอ่ะคนดีของน้องงง
    #15
    0
  4. #14 tityjiu (@tityjiu) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2559 / 00:43
    พายนี่เป็นคนดีจริงๆทั้งที่นิสัยภายนอกไม่น่าใช่ แล้วเฮียเนยนี่เอาไงจะจีบพายอ่อหวงนะ(โดนภามเอาไม้เขี่ย)55555 
    #14
    0
  5. #13 ซอ ไอริน (@hylin) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 23:16
    พี่เนยอ่าาา ทำไมน่ารัก(?)งี้อ่ะ
    #13
    0
  6. วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 18:33
    เลือกไม่ถูกกกกก//เดี๋ยวนะ เขาไม่ได้จีบแก 555555555555 พายยยยยย เธอจะน่ารักไปไหน ไม่ได้มีบทน่ารักอะไรแต่รู้สึกว่าน่ารัก โอ้ยย ชอบ
    #12
    0
  7. #11 tityjiu (@tityjiu) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 15:34
    ติดนิยายเรื่องนี้อย่างช่วยไม่ได้ แต่พายนู๋ต้องรู้ใจตัวเองบ้างได้แล้วนะลูก คุนแม่เป็นห่วง (มโนแรง)55555
    รอต่ออย่างกดดัน คึๆๆๆ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 22 มิถุนายน 2559 / 15:37
    #11
    0
  8. #10 tityjiu (@tityjiu) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 13:35
    ฟินเล็กๆกับคนดีของกู 5555 
    #10
    0