Tamed ( HUNHAN )

ตอนที่ 26 : complete : Tamed - 24 ( 100% )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,646
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    29 เม.ย. 60








เคยได้ยินคำกล่าวที่ว่าอย่ามองโลกแค่ด้านเดียวไหม ?

 

 

คนไม่แสดงออกว่าเสียใจ แปลว่าไม่เสียใจ ใช่หรือเปล่า ?

 

 

เซฮุนทอดสายตามองสภาพอากาศขมุกขมัวนอกหน้าต่างกระจกแบบเต็มบานด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสน เขาเป็นทุกข์กับปัญหามากมายภายในใจที่ไม่อาจกำจัดมันไปได้เลย มือใหญ่ยกหยิบบุหรี่ออกมาจากกล่องบนโต๊ะ จุดซิปโป้ให้ปลายมวนแดงวาบ กระจายควันสีขาวทั่วห้องปิดทึบทั้งๆ ที่รู้ว่ามันไม่สมควรทำ เขาพยายามอย่างมากที่จะออกห่างจากวัตถุทำลายสุขภาพชนิดนี้ ทว่าทุกครั้งยามเกิดปัญหา หรือเครียดจนสมองหาทางไปต่อไม่ได้ สมองก็มักจะสั่งให้ร่างกายลงมือทำตามนิสัยเดิมอยู่ร่ำไป

 

 

แม้ชายหนุ่มจะปิดเปลือกตาตลอดทั้งคืน แต่ใครจะรู้ว่าเขาตื่นตลอดเวลา ในหัวสมองคิดแต่ว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร และชีวิตเราทั้งคู่จะดำเนินไปในทางไหนกัน เซฮุนไม่เคยอยากให้มันเป็นเช่นนี้ แต่ในเมื่อเรื่องเล็กๆ ที่เขาลงมือทำมันกลับบานปลาย สร้างผลกระทบให้ทั้งลู่ฮานและเขาอย่างแสนสาหัส ซึ่งมันคงไม่ดีนักหากปล่อยให้คาราคาซังเช่นนี้ เลยเป็นหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เซฮุนต้องเริ่มทำอะไรสักอย่าง

 

 

เขามองเห็นคนในอ้อมกอดกำลังอยู่ในห้วงนิทราดูท่าว่าจะหลับสบาย มือใหญ่เลยเกลี่ยแก้มใสเบาๆ ด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกตัว ลู่ฮานตอนแรกพบช่างร้ายกาจ สามารถชักนำให้เซฮุนลงมือทำลายได้โดยไม่รู้สึกรู้สาอะไร ทว่าเมื่อได้อยู่ร่วมกันนานวันเข้าก็กลับรู้สึกสงสารเด็กคนนี้จับใจ ทุกการแสดงออกที่อีกฝ่ายแสดงให้เห็นเป็นเพียงหน้ากากอันฉาบฉวย ซึ่งถูกสร้างด้วยความผิดหวัง ที่ทำให้เห็นว่าเข้มแข็งคือการแกล้งทำ ไม่ใช่แก่นแท้ของลู่ฮานเลยสักนิดเดียว

 

 

ลู่ฮานเป็นเพียงเด็กวัยรุ่นที่มีอารมณ์อ่อนไหว ไม่ได้รับความรัก หรือการแสดงออกว่าใส่ใจจากบิดามารดาที่มีภาระงานมากมายให้รับผิดชอบมาตั้งแต่ไหนแต่ไร สุดท้ายเลยตัดสินใจทำอะไรผิดๆ ลงไป โดยหวังเอาไว้ว่าผลที่ตัวเองจะได้รับคือความเอาใจใส่หรือห่วงใยจากพวกท่าน ทว่าทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด เพราะหมอใหญ่ทั้งสองคิดเพียงแค่ว่าลูกอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านหรือเลือกคบเพื่อนใหม่ แล้วงานก็ล้นมือมากมายจนไม่ได้สนใจแม้กระทั่งสภาวะครอบครัวของตัวเอง วันๆ ขลุกอยู่แต่ในโรงพยาบาล อุทิศทั้งกายและใจเพื่อผดุงชีวิตของคนไข้มากมายให้ราบรื่น

 

 

เซฮุนเข้าใจทั้งสอง แล้วก็เข้าใจลู่ฮานเองเช่นกัน โตมาแบบนั้นจะไม่ให้รู้สึกแบบนี้ได้อย่างไร การได้สัมผัสตัวตนอันอ่อนแอภายใต้เปลือกของอีกฝ่ายทำให้กำแพงทิฐิสูงใหญ่พังทลายลง ความเกลียดชังกลับกลายเป็นความรู้สึกสงสาร และมันยังพัฒนาเป็นความรักที่เขาเองก็ไม่รู้ว่ามันถูกหว่านเมล็ดลงในส่วนลึกของหัวใจตั้งแต่เมื่อไรแน่ รู้แค่น้ำตาของน้องส่งผลโดยตรงต่ออารมณ์ของเขา บ่อยครั้งที่แววตาเศร้าสร้อยทำให้เซฮุนอยากจะดึงร่างเล็กๆ นั่นเข้ามากอดปลอบ

 

 

รู้ดีว่าการอยู่ใต้ชายคาร่วมกันก็ไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดีขึ้น แต่อย่างน้อยเซฮุนก็รู้ว่าเวลาเราใช้เวลากันบนเตียง ลู่ฮานได้ปลดปล่อยอะไรต่อมิอะไรออกมาไม่มากก็น้อยในช่วงหลัง น้องกลายเป็นแค่เด็กชายธรรมดาๆ คนหนึ่งที่แสดงออกให้เห็นทางแววตาอย่างเด่นชัด จนเขาไม่อาจแสร้งทำเป็นเมินเฉยได้ แต่ก็ไม่อาจแสดงอารมณ์อะไรไปมากกว่าการลดดีกรีความเลวร้ายลงเพื่อให้อีกฝ่ายใช้ชีวิตไม่ลำบากเหมือนแต่ก่อน

เขาอยากให้เวลาหยุดเดินอยู่เท่านี้ ไม่อยากให้ทุกอย่างดำเนินต่อไปถึงฉากที่ไม่มีใครต้องการเห็น ซูยองจะได้ไม่จากไป ไม่มีใครต้องร้องไห้เสียใจ ไม่ต้องนั่งระทมกับผลซึ่งตามติดราวกับเป็นเจ้ากรรมนายเวร ทว่าในความจริงนั้นเราไม่อาจบังคับให้ทุกอย่างเป็นไปตามใจได้ ท้ายที่สุดไม่อาจมีอารมณ์ใดอยู่เหนือกว่าความถูกต้อง และเชื่อเถิดว่าเซฮุนลำบากใจเหลือเกินที่จะลงมือจบเรื่องวิปลาสดังกล่าวนี้

 

 

ลู่ฮานลงไปข้างล่างได้พักใหญ่แล้ว ส่วนเขาก็กำลังอัดควันเข้าปอดเพราะอยากบำบัดความรู้สึกแย่ๆ นับพันที่ปะทุขึ้นในใจ พลันแว่วได้ยินเสียงฝีเท้าที่เริ่มย่างก้าวเข้ามาใกล้ นาฬิกาในหัวจึงเริ่มนับถอยหลัง บานประตูถูกเปิดออกกว้าง เห็นร่างเล็กถือถาดอาหารเข้ามาในห้องผ่านกระจกสะท้อน

 

 

" ตื่นแล้วหรือ หิวไหม ? ฉันชงกาแฟมาให้ "

 

 

ก่อนวางมันลงบนโต๊ะตัวเตี้ย หยิบออกมาจัดวางเสียดิบดี และนั่นมันคือการกระทำอันแสนโง่เง่า ไม่รู้เลยหรือไงว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ถึงได้ทำตัวเหมือนทุกอย่างมันปกติแบบนั้น อีกฝ่ายเปิดปากถามพร้อมทั้งส่งยิ้มกว้าง เซฮุนนึกเกลียดมันอย่างไร้เหตุผล เขาเมินคำถามดังกล่าวนั้นและคิดว่าคนที่ยืนอยู่ด้านหลังไร้ตัวตน ไม่ตอบสิ่งใดกลับไปนอกจากการสูบบุหรี่อย่างต่อเนื่อง

 

 

กระทั่งเวลาล่วงเลยไปพอสมควร เซฮุนว่าร่างเล็กมีสีหน้าไม่ดีนัก แต่ก็ยังรวบรวมสติและดึงใบหน้าให้กลับมาสดใสดังเดิมได้

 

 

" แล้ววันนี้ต้องไปทำงานไหม ? ฉันเตรียมน้ำร้อนไว้ให้นะ "

 

 

ดูเอาเถิดว่าลู่ฮานเป็นแบบนี้ แล้วเซฮุนจะต้องทำตัวอย่างไร คนที่เขารู้จักเมื่อหลายเดือนก่อนเคยเป็นดั่งเสือโคร่งในคณะละครสัตว์ ซึ่งทำให้เขาเชื่อว่าแม้จะถูกเฆี่ยนตีอย่างหนักก็ไม่อาจเชื่องได้โดยง่าย แต่วันนี้ลู่ฮานในสายตาของเซฮุนกลายเป็นเพียงแค่แมวเชื่องๆ แมวโง่ที่ทำตัวเหมือนหมารอเจ้าของ ยอมแลกอิสรภาพ แลกทุกสิ่งอย่างเพื่อคำชมหรือการเกาคางให้เท่านั้น ไม่น่าเชื่อว่าความรักจะเปลี่ยนแปลงอะไรหลายต่อหลายอย่าง มันหอมหวาน ขณะเดียวกันก็ไม่ต่างอะไรจากยาพิษ ยิ่งเสพติดก็ยิ่งเป็นอันตรายต่อตนเอง

 

 

" เซฮุน... "

 

 

" ออกไป "

 

 

แม้เซฮุนจะไม่เห็นดวงหน้าของลู่ฮาน แต่เขาเข้าใจดีว่าคำพูดดังกล่าวอาจทำร้ายอีกฝ่ายอย่างแสนสาหัส และในขณะเดียวกันมันก็บีบหัวใจใต้อกของตัวเองเช่นกัน

 

 

" ฉัน-- "

 

 

" ออกไปซะ "

 

 

จะต้องให้ย้ำเสียอีกกี่ทีเซฮุนก็ยังยืนยันว่าตัวเองจะพูดคำเดิม มันควรจะจบลงได้แล้ว ลู่ฮานควรได้รับอิสระ ควรได้กลับไปมีชีวิต ควรได้มีความสุขและได้รักกับใครสักคนที่ดีพอและไม่คิดจะทำร้ายอีกฝ่ายทั้งร่างกายและจิตใจ

 

 

บรรยากาศภายนอกขมุกขมัวไม่ต่างกับหัวใจของคนสองคน กระจกหน้าต่างพอที่จะสะท้อนเงาเลือนลาง เห็นลู่ฮานปิดเปลือกตาลงแล้วกำมือแน่น น้ำตาคงใกล้ไหลอยู่รอมร่อ แต่สุดท้ายก็ไม่ยอมแสดงอะไรออกมาให้เห็น นอกจากการสะกดกลั้นอารมณ์ไว้ในใจ ถ้าเป็นในเวลาปกติที่เซฮุนยังไม่ตัดใจจบเรื่องดังกล่าวนี้ เขาคงก้าวไปปลอบประโลมอีกฝ่ายแล้ว ทว่าในเมื่อเราเลือกจะตัดก้านบัว ก็อย่าเหลือเยื่อใยไว้เลยดีกว่า

 

 

เห็นว่าน้องสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ เปิดตาขึ้นและเผยให้เห็นสีแดงก่ำภายในนั้นซึ้งบ่งบอกได้ว่าข้อสันนิษฐานของเซฮุนไม่ผิดเพี้ยนไปเลยสักนิดเดียว

 

 

" ยังไง...ก็อย่าลืมกินข้าวนะ ไม่มีอะไรตกถึงท้องนายเลยตั้งแต่เมื่อวาน "

 

 

น้องหยัดกายยืนขึ้นจากที่นั่งอยู่บนพื้น อ่อนแอแต่ก็ยังมีใจนึกเป็นห่วงเขาที่ไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เมื่อวาน ที่งานซูยองก็ยุ่งมาก มัวแต่ดูแลแขก ดูแลทุกคนจนละเลยตัวเอง คำถามของเซฮุนคือลู่ฮานไม่ห่วงตัวเองบ้างเลยหรือไร ? ข้าวก็ไม่ได้กินเหมือนกัน แถมยังร้องไห้บ่อย ไหนจะภารกิจบนเตียงเมื่อคืนอีก

 

 

" น้ำร้อนก็รีบไปอาบ เดี๋ยวมันจะเย็นเสียหมด เสื้อผ้าฉันก็แขวนเอาไว้ให้ที่เดิมเรียบร้อยแล้วนะ "

 

 

ลู่ฮานทิ้งท้ายทุกคำด้วยความห่วงใย ก่อนจะหันหลังเปิดประตูออกไปตามที่เขาสั่ง ทุกวินาทีที่เรื่องนี้เกิดขึ้น ราวกับเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาเดินช้าลงจนแทบหยุดนิ่ง หนึ่งใจเซฮุนก็อยากสะบั้นทุกกฎเกณฑ์บนโลกเพื่อเก็บกอดน้องเอาไว้ ให้เราอยู่ด้วยกันเหมือนวันวานเคยมี ได้เริ่มใหม่ ได้ลืมเรื่องราวร้ายๆ มากมายในอดีต แต่อีกใจก็สั่งให้ปล่อยไป รักที่ไร้อิสระเรียกไม่ได้ว่าเป็นรัก ตราบาปบางอย่างก็ไม่อาจลบเลือนไปได้โดยง่าย

 

 

เสียงปิดประตูดังก้องในโสตประสาทของเซฮุน

 

 

และมันไม่ต่างอะไรจากเสียงสุดท้ายบอกชายหนุ่มว่า...

 

 

 

กว่าจะรู้ว่ารักลู่ฮาน ก็ช้าเกินไปเสียแล้ว





----




เปลวเพลิงแห้งนรกภูมิในใจกำลังแผดเผาจิตวิญญาณของเซฮุนให้เป็นจุล

 

 

เขาเคยเป็นนายแพทย์ที่สมบูรณ์แบบ ไม่เคยลางานจนกระทั่งวันหยุดตกค้างในระบบอยู่มากมาย เคยอุทิศทั้งกายใจให้กับการช่วยเหลือชีวิตคนอื่น แต่ในเวลานี้ชายหนุ่มกลับละอายใจที่จะกลับไปทำหน้าที่ดังกล่าวนั้น เพราะเขาได้ผิดคำปฏิญาณซึ่งเคยให้ไว้ตั้งแต่ตัวเองก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการเป็นแพทย์ เขาทำร้ายลู่ฮาน ใช้วิชาชีพทำร้ายผู้คน ละเลยศีลธรรมอันดี ประสงค์ร้ายในแง่ความสัมพันธ์ทางเพศ กักขังหน่วงเหนี่ยว จำกัดอิสระ และทำให้ชีวิตๆ หนึ่งแปดเปื้อนไปตลอดกาล

 

 

เขาโศกเศร้าเกินกว่าจะแบกรับเรื่องราวเหล่านี้ไหว หัวใจมันเจ็บปวดราวกับมีใครบีบกำเอาไว้ ขนาดหยิบจับอะไรยังคุมให้มืออยู่นิ่งไม่ได้ นับประสาอะไรกับการจับมีดผ่าตัดที่ต้องใช้ความแม่นยำสูง เขาขาดสติ ขาดการตัดสินใจที่ดี ร่างกายไม่พร้อมจะทำอะไรนอกจากสูบบุหรี่และดื่มเหล้า เซฮุนเคยคิดจะเลิกมัน เพราะสารพิษเหล่านี้จะส่งผลในระยะยาวอย่างแสนสาหัส แต่ก็เห็นได้ชัดว่าแผนมันพังไปแล้ว

 

 

เซฮุนติดอยู่กับความทุกข์ใจตั้งแต่ลู่ฮานก้าวขาออกไปจากบ้าน เขานอนน้ำตาไหลเหมือนคนบ้าในทุกๆ วัน เกลียดกลิ่นอายของร่างเล็กที่ยังติดตรึงแน่นอยู่ทุกมุมบ้าน แล้วยิ่งพยายามขับไล่ไปมากเท่าไร มันก็จะกลับมาหลอกหลอนเขาไวขึ้นเท่านั้น โกรธตัวเองที่ในอดีตเคยตัดสินใจทำเรื่องโง่เง่า เกลียดที่เราเจอกันช้าไป เกลียดที่ตัวเองเคยแต่ทำอะไรเลวร้ายใส่ลู่ฮาน เกลียดที่ผลักไสอีกฝ่ายแต่สุดท้ายก็เป็นคนทุกข์ทรมาน เกลียดน้ำตาบ้าๆ ที่ไม่หยุดไหลเสียที

 

 

บ้านหลังใหญ่อ้างว้างและกว้างเกินกว่าเขาในเวลานี้จะแสร้งเห็นว่ามันถูกเติมเต็มเป็นปกติ อาหารทั้งสดและแห้งเคยถูกเตรียมพร้อมไว้สำหรับสองคนถูกทิ้งไว้โดยชายหนุ่มไม่นึกแยแสหรือแคร์มันว่าราคาค่างวดตอนที่ซื้อหามานั้นจะแพงขนาดไหน เซฮุนกวาดรวบมันทิ้งลงถุงขยะแล้วโยนมันออกไปนอกบ้าน ดึงกระชากผ้าปูออกจากฟูกนอนอย่างบ้าคลั่งหลังจากพยายามสะกดกลั้นไม่ให้น้ำตาไหลออกมา เขาฉีกหมอนขนเป็ดจนไส้ในของมันทะลักไหลออกมา เขวี้ยงผ้าห่มผืนหนาลงกับพื้น ก่อนจะทรุดนั่งลงอย่างอ่อนล้า หยิบเหล้าขึ้นมากระดกรวดเดียวจนสำลัก ก่อนจะปาขวดแก้วอัดข้างฝาจนมันแหลกละเอียดไม่ต่างจากหัวใจใต้อก

 

 

เขาพยายามกลั้นสะอื้นจนไหล่สั่น กัดฟันคำรามอยู่ในคอ บีบกำมือแน่นจนเส้นเลือดขึ้น ส่วนน้ำตาลูกผู้ชายก็ไหลออกมาไม่หยุดหย่อน เซฮุนยอมรับทั้งใจว่าตัวเองรักลู่ฮาน ยอมรับทั้งใจว่าเหตุการณ์เหล่านี้ถ้าจะมีใครสักคนที่ต้องรับผิดก็คือเขาเอง ยอมรับทั้งใจว่าตัวเองกำลังทนไม่ได้กับอะไรที่เผชิญอยู่ หากย้อนเวลากลับไปได้ เขาจะอ้อนวอนไม่ให้อีกฝ่ายจากไป กล้าบอกว่ารักได้อย่างซื่อสัตย์ จะใช้สองแขนนี้รั้งความสัมพันธ์ในครั้งนี้เอาไว้โดยไม่สนใจว่ามันจะทำให้เจ็บแสบอย่างแสนสาหัสถึงเพียงไร แต่เหนือสิ่งอื่นใด ความละอายใจเป็นกำแพงสูงชะลูดที่ครานี้เขาไม่กล้าก้าวข้ามไปอีกครั้ง

 

 

เซฮุนไม่รู้ว่าเมื่อไรกันที่เขาทำร้ายลู่ฮานแล้วตัวเองไม่รู้สึกสะใจ แต่กลับรู้สึกหนักอึ้งข้างในเหมือนมีใครเอาหินก้อนใหญ่มาถ่วงให้ดำดิ่ง ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่น้ำตาหยดเล็กๆ เหล่านั้น กลายเป็นสายนทีขนาดใหญ่ที่สามารถชักพาอารมณ์เขาไปในจุดที่สูงสุด และต่ำสุดได้อย่างง่ายดาย ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่ตัวเองอยากเห็นแววตาสดใสสมวัยมากกว่าแววตาหม่นแสงที่ได้พบเจอในทุกๆ วัน ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่ตัวเองใส่ใจอีกฝ่ายถึงขนาดซื้อเสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัวมาเก็บเอาไว้ให้ราวกับเราจะไม่มีวันได้พรากจากกัน ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่ความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความต้องการ ผลักดันให้เกิดสัมพันธ์ทางกายนับครั้งไม่ถ้วน

 

 

เซฮุนไม่รู้ว่าเมื่อไรที่ตัวเองนึกชอบกลิ่นกายของอีกฝ่ายมากกว่าสบู่หอมในห้องน้ำ ไม่รู้ว่าตัวเองจะดุลู่ฮานเรื่องทำครัวพังไปเพื่ออะไรกันในเมื่อเขาชอบเวลาที่น้องลงมือทำอะไรบางอย่างด้วยความตั้งใจ ไม่รู้ว่ากี่ครั้งแล้วยามน้องม่อยผล็อยหลับไป ก็เป็นเขาเองที่ประคองให้ร่างน้อยย้ายมานอนอยู่ในอ้อมแขนตัวเอง ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่รู้สึกว่าบ้านคือบ้าน บ้านคือสถานที่ที่มีคนกำลังรอให้เขากลับไปถึง ไม่ใช่บ้านหลังเปล่าๆ ที่ร้างผู้คน และไม่มีใครคอยรอให้เขากลับไป ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่ทุกอากับกิริยาของลู่ฮานมีอิทธิพลกับหัวใจอย่างยิ่งยวด

 

 

เซฮุนไม่รู้ว่าเมื่อไรที่ตัวเองมีแต่คำขอโทษอยู่ในใจมากกว่าคำบริภาษด่าทอ ไม่รู้ว่าทำไมถึงชอบแอบมองอีกฝ่ายบ่อยๆ ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่หัวใจกระวนกระวายยามไปทำงาน นึกกลัวเสมอว่าลู่ฮานจะหาทางหนีออกไปอีก ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่ความห่วงใยแทนที่ความโกรธและเกลียดชัง ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่รัก และเริ่มอยากแก้ไขทุกสิ่งที่เคยได้ลงมือทำลงไป แต่รู้เสมอว่าความหวังสูงสุดในใจลึกๆ ไม่มีทางเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน

 

 

ร่างสูงล้มตัวลงนอนกับพื้นแข็งราวกับคนหมดแรง ใบหน้าหล่อเหลาซูบซีดไร้สีเลือดฝาดอย่างเคยเป็น ความอ่อนแอไหลกลั่นออกมาเป็นน้ำตามากมาย พร้อมกับหัวใจที่ค่อยๆ ตายลง เซฮุนรู้ดีว่าความปวดร้าวที่ตนเองเผชิญอยู่เทียบไม่ได้ถึงเศษเสี้ยวที่ลู่ฮานเคยประสบ สารพัดคำว่าร้าย การป้ายสีที่ชายหนุ่มรู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่เคยเป็นความจริง การทุบตี กดขี่ ทำร้ายทั้งร่างกายและหัวใจ ทั้งหมดนั้นถูกแบกรับโดยผู้ชายตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ซึ่งพบเจอกับความทรมานมาทั้งชีวิต ต้องสวมใส่หน้ากากของความเข้มแข็ง หลบซ่อนอยู่ใต้เปลือกอันฉาบฉวย แสดงด้านที่คนอื่นอยากเห็นออกไป ทว่าภายในกลับระทมทุกข์ราวกับตกอยู่ในขุมนรกตลอดเวลา

 

 

เซฮุนเคยคิดว่าลู่ฮานเป็นเด็กกร้านโลก เป็นเด็กสารเลวที่แม้เขาจะลงมือทำร้ายไปมากเท่าไร อีกฝ่ายก็จะสามารถลุกขึ้นมายืนได้ใหม่โดยไม่ยี่หระ แต่ความเป็นจริงที่เขาได้พบเจอมากกว่าครึ่งปีที่ผ่านมามันกลับลบล้างทุกความเชื่อในใจ ทุกครั้งที่เขาแรงออกไป แทบนับครั้งได้เลยที่น้องจะต่อต้าน นอกนั้นอีกฝ่ายเลือกจะยอมแพ้เหมือนกับลูกกวางไร้ทางสู้ เหล่านั้นเคยทำให้เขาลำพองใจ เคยทำให้รู้สึกว่าอำนาจซึ่งอยู่ในมือสามารถชี้ชะตาชีวิตน้องได้ หากทว่าวันนี้มันกระจ่างแจ้งแล้วว่าคนที่มีอำนาจในมือที่แท้จริงคือลู่ฮานที่จากไปพร้อมกับหัวใจของเขา

 

 

ทุกแห่งหนในบ้านนี้มีตัวตนของลู่ฮานตราตรึงอยู่ ทุกตารางนิ้วในหัวใจใต้อกก็ไม่ต่างกัน เซฮุนดื่มเหล้า เสพของมึนเมาจนเห็นภาพหลอนไปทั่ว เขาเห็นน้องอยู่ในครัว นอนหลับตาอยู่ข้างกาย ได้ยินเสียงร้องไห้ทุกที่ หูอื้อเพราะประโยคสุดท้ายซึ่งเล่นวนเวียนราวกับเทปที่ถูกกรอซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วคำถามหนึ่งก็เกิดขึ้นมากกว่าร้อยครั้ง ว่าเด็กที่แสนอ่อนแอคนนั้นต้องใช้ความเข้มแข็งขนาดไหน เพื่อจะเดินออกไปจากชีวิตคนที่ตัวเองรักทั้งหัวใจ ต้องใช้ความอดทนสร้างเกราะป้องกันขึ้นมากเท่าไร เพื่อยืนหยัดอยู่ในสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยความทรงจำอันเลวร้าย เพียงเพราะต้องการยืดเวลาอยู่กับเขาให้นานที่สุด

 

 

ลู่ฮานกล้าหาญจนเขานึกละอายแก่ใจ มีโอกาสเป็นพันล้านครั้งที่จะเริ่มต้นใหม่แต่ก็เอาอัตตาเป็นใหญ่ผลักดันให้ความรู้สึกตรงนั้นหายไป แล้วใช้ความแค้น อารมณ์แรงๆ มาสาดใส่กันแทน ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันไม่ส่งผลดีกับฝ่ายใดเลยสักฝ่าย ซูยองรู้เสมอว่าชายหนุ่มโกรธและเกลียดชังถึงเพียงไหน ทุกครั้งที่เขาแวะเข้าไปหาเธอจะพยายามเตือนสติ บอกความจริงให้ฟังซ้ำๆ ว่าถ้าจะหาตัวคนกระทำความผิด คำตอบนั้นแน่นอนว่าไม่ใช่ลู่ฮาน แต่เป็นตนเองที่ตัดสินใจเข้าไปอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงอันตราย หากคิดจะลงมือทำอะไร ให้คิดถึงใจของเธอเองและพ่อแม่ของอีกฝ่ายให้มากๆ ตอนเซฮุนกับครอบครัวรู้ว่าน้องถูกข่มขืน หัวใจก็แหลกสลาย แล้วหากเป็นฝ่ายลู่ฮานถูกกระทำบ้าง จะมีอีกกี่คนที่ต้องเสียใจ และเซฮุนจะต่างอะไรจากพวกที่ทำร้ายซูยอง

 

 

ใช่...แล้วเขาต่างอะไรกับเดนนรกพวกนั้น ?

 

 

ถ้าจะวัดกันที่ความเลวทราม ตอบได้เลยว่าเดนนรกยั้งน้อยเกินไปที่จะนิยามการกระทำทั้งหมดที่เซฮุนทำกับลู่ฮาน เขายัดเยียดทุกอย่างให้กับเด็กชายที่แสนอ่อนแอคนนั้น โดยไม่คิดถึงสภาวะที่คาดไม่ถึงซึ่งอาจเกิดขึ้นเมื่อไรก็ได้ในอนาคต ไม่คิดถึงจิตใจหมอใหญ่ทั้งสองว่าจะทรมานแค่ไหนหากความจริงไปถึงหูว่าลูกชายที่เฝ้าฟูมฟัก ทำงานหนักเพื่อหาทุกอย่างมาบันดาลให้ถูกกระทำชำเราทั้งร่างกายและจิตใจจนยับเยิน

 

 

นึกถึงเท่าไรหัวใจก็ยิ่งเจ็บ โปรดรู้เอาไว้ว่าเขาอยากจะทวงคืนทุกความทรมานที่ฝากไว้กับลู่ฮานมาแบกรับเสียเองหากทำได้ แต่นี่คือความจริงไม่ใช่ในนิยาย เขาหมุนนาฬิกาเอาเวลาที่ผ่านไปกลับมาไม่ได้ ย้อนไปแก้ไขสิ่งใดไม่ได้เช่นกัน ทุกอย่างต้องดำเนินไปตามทางที่มันควรเป็นเท่านั้น และแค่เรารักกันมันไม่เพียงพอ

 

 

เซฮุนอยากให้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความฝัน ที่เพียงแค่เขาลืมตาก็พบว่าทั้งหมดคือฝันไป เขาไม่เคยจับลู่ฮานมาทำร้าย ซูยองไม่ได้ถูกข่มขืน เราจะได้เริ่มต้นกันใหม่โดยไม่ต้องนึกถึงอะไรที่ต้องเผชิญอยู่ในตอนนี้ เนื้อแท้ของน้องทำให้เขาตกหลุมรักได้อย่างง่ายดาย เมื่อเราหันหน้าเข้าหากันโดยไม่มีหน้ากากปิดบังอาจเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่สุดเท่าที่ชายหนุ่มพานพบ ทว่ามันกลับตาลปัตร ผิดเพี้ยนไปหมด เพราะความรู้สึกชั่ววูบและภาวะขาดความยับยั้งชั่งใจที่เกิดขึ้นกับเซฮุนนับครั้งไม่ถ้วน

 

 

เขากำลังดำดิ่งในทะเลน้ำตา รู้สึกว่าตัวเองสำลักความทุกข์แล้วสะท้อนใจ ลู่ฮานเจออะไรแบบนี้มาตลอดแต่ไม่เคยแม้แต่จะปริปากพูดว่าตัวเองทนไม่ได้ รับไม่ไหว ในขณะที่เซฮุนร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลัง อยากจะร้องตะโกน ทำลายข้าวข้องทุกสิ่งทุกอย่างให้พังทลายเหมือนกล้ามเนื้อข้างใต้อก ชายหนุ่มหยัดกายลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก แทบจะล้มแหล่ไม่ล้มแหล่แต่ก็พยายามจนสำเร็จได้ แล้วพยายามพยุงตัวเองให้เดินไปออกไปยังโถงทางเดินชั้นสองด้านนอก เหยียบเศษแก้วแหลกละเอียดบนพื้นจนฝ่าเท้าเกิดแผลเหวอะหวะแต่ไม่นึกสนใจ นึกแต่จะไปหาเครื่องดื่มดับความทรมาน ลงบันไดทีละขั้นสองขั้นอย่างไม่มั่นคง กระทั่งพลาดตกไปกองอยู่ที่พักตรงกลางชั้น ทว่าก็ยังลุกขึ้นยืนเดินต่อไปถึงชั้นล่างจนได้

 

 

เซฮุนยังมีแอลกอฮอล์ในกระแสเลือด แต่เขารู้สึกว่ามันไม่มากพอ เลยตรงไปในครัว เปิดตู้เย็น กวาดเอาเหล้าเบียร์สารพัดยี่ห้อมาวางบนเคาน์เตอร์ เปิดดื่มทีละชนิดราวกับนักเดินทางกลายทะเลทรายที่กระหายน้ำ คว้าบุหรี่จุดอันควันเย็นๆ เข้าปอดอย่างเอาเป็นเอาตาย หวังให้มันช่วยเยียวยาความเจ็บในใจให้จางลงไปบ้างก็ยังดี ทั้งสูบทั้งกระดกสำลักจนหน้าดำหน้าแดง น้ำหูน้ำตาไหลเหมือนคนบ้า ครางในลำคอเหมือนหมา กวาดทุกอย่างที่สายตามองเห็นลงกับพื้น ทุบประตูตู้เย็น ทุบแผ่นหินจนแขนขึ้นสีแดง

 

 

ยืนจะไม่ไหวอยู่แล้ว ทว่ามันก็ยังฤทธิ์ไม่มากพอที่จะสยบความทรมาน เซฮุนรื้อหาภาชนะที่ใหญ่ที่สุดที่ตัวเองมีมาวางเอาไว้ เทสารพัดเครื่องดื่มลงไปอย่างไม่กลัวตาย ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันอันตราย นึกแต่ว่ามันคงทำให้เขาหลับได้หลังจากที่นอนตาค้างร้องไห้มาหลายต่อหลายคืน ขณะที่กำลังพยุงยกมันเพื่อหมายจะกระดก กลับมีมือปริศนายื่นเข้ามาผลักจนโหลขนาดใหญ่หล่นลงพื้นแตกกระจาย พร้อมเสียงตะโกนอย่างเกรี้ยวกราดซึ่งแม้จะเมาแค่ไหนก็ยังจำได้ ว่าไม่ใช่ใครอื่น

 

 

" มึงอยากตายนักหรือไงวะ ! "

 

 

จงอินยืนอยู่ตรงนั้นกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยอารมณ์โกรธและไม่พอใจ ที่ท่อนแขนมีมือหนาของชานยอลยึดไว้ไม่ให้เพื่อนผิวแทนพุ่งเข้าไปประชิดตัวเซฮุนที่กำลังถูกแอลกอฮอล์เจือจางระดับสติให้ลดน้อยถอยลง

 

 

" แล้วมึงจะเ.สือกอะไร ! "

 

 

แรงมาเซฮุนก็แรงกลับ เพราะเขาไม่ใช่คนเดิมที่ใจเย็นอีกต่อไปแล้ว ความหวังสุดท้ายที่จะช่วยให้เขาจบความเจ็บปวดแตกกระจายไหลท่วมพื้นด้วยน้ำมือเพื่อนที่เพิ่งมาถึง ชายหนุ่มส่งหมดหนักๆ ซึ่งหมายให้เขากลางเป้าตรงช่วงกรามของจงอินทว่ามันกลับไร้ทิศทางและควบคุมได้ยากจนทำให้อีกฝ่ายสวนกลับเข้าที่มุมปากด้านซ้าย ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก แรงกระชากมหาศาลจากร่างโปร่งเจ้าของผิวสีแทนทำให้ชานยอลไม่อาจยั้งอยู่

 

 

" ถ้ามึงไม่ใช่เพื่อนกูกูจะไม่เ.สือกเลยไอ้เหี้ย ! "

 

 

อีกหมัดตรงเข้าตรงสันกรามของเซฮุนด้วยน้ำมือของจงอิน

 

 

" ทำเหี้ยอะไรลงไปมึงรู้ตัวไหม ! น้องมึงตายคนเดียวยังไม่พอหรือไง ! "

 

 

ตามด้วยอีกหมัดตรงมุมปากมุมเดิม

 

 

" มึงอยากตายนักมึงมาตายด้วยมือ ด้วยตีนกูนี่ ! ดีไหมเซฮุน ! ดีไหมไอ้เหี้ย ! "

 

 

จงอินกัดฟันกรอด ยกเท้าขึ้นถีบยอดอกจนเซฮุนที่ไร้สติไม่มีทางสู้ต้านทานแรงขนาดนั้นได้ไหวจนล้มลงไปนอนกองกับพื้น

 

 

" จงอิน มึงพอ เดี๋ยวมันก็ตายห่าขึ้นมาจริงๆ หรอก ! "

 

 

ชานยอลกระชากเพื่อนไว้ได้ทันท่วงที ก่อนมันจะตั้งท่าเหมือนต้องการเข้าไปซ้ำยำตีนใส่ไอ้บ้าที่ตั้งใจกระดกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สารพัดชนิดซึ่งมีสิทธิ์หมดสติหรือช็อคเข้าโรงพยาบาลได้เลย

 

 

" มึงอย่ามาห้าม ดูมันทำสันดาน ! "

 

 

" เห่าเหี้ยไรหนักหนาวะจงอิน "

 

 

" เซฮุน มึงเงียบปากไปเลยนะ อย่าให้กูบ้าขึ้นมาอีกคน "

 

 

จงอินกระแทกลมหายใจแรงๆ หลังถูกชานยอลห้ามไว้ไม่ให้เข้าไปทำร้ายเซฮุนต่อได้ ส่วนไอ้คนที่นอนจมกองเศษแก้วและเครื่องดื่มสารพัดชนิดก็ดันสวนขึ้นมาอย่างไม่กลัวตาย ร้อนถึงตัวชายหนุ่มที่ต้องขึ้นเสียงขู่ให้เลิกกัดกันเป็นหมาเสียที

 

 

" ไงล่ะมึง ลุกไหวไหม "

 

 

" มึงไม่ต้องเสือก "

 

 

ชานยอลทรุดตัวหวังลงไปช่วยพยุงให้เซฮุนได้ลุกขึ้นจากกองเศษแก้ว แต่ก็ยังไม่วายถูกสวนกลับมาด้วยประโยคที่ทำให้หน้าเกือบหงาย โชคดีที่เขาไม่ใช่ประเภทโมโหแล้วลุยแบบไม่สนหน้าอินหน้าพรหมเหมือนจงอิน ไม่งั้นไอ้บ้านี่คงจมลงพื้นหินอ่อนไปโดยการกระทืบของเขาแน่

 

 

" ปากดี โดนตีนจงอินยังไม่พอใช่ไหม เอาของกูอีกสักทีสองทีไหมล่ะ "

 

 

ถึงจะพูดจาไม่ดีใส่เพื่อนอย่างไร เซฮุนก็รับความช่วยเหลือจากชานยอลในที่สุด พร้อมกับจงอินที่เดินทำหน้าบอกบุญไม่รับมาช่วยพยุงอีกแรง

 

 

" คิดทำอะไรเหี้ยๆ กูอยากกระทืบมึงให้ตาย ก้นกรองเต็มบ้านไปหมด แดกเหล้าเป็นน้ำยังไม่พอ จะรมควันตัวเองด้วยหรือไง "

 

 

โมโหเท่าไรสุดท้ายก็เพราะเหตุผลเดียวคือห่วงเพื่อน จงอินกระทุ้งสีข้างคนเมาที่ยังพอพูดจารู้เรื่องไปหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้

 

 

" แล้วมึงเป็นบ้าอะไร ของกระจัดกระจายเต็มบ้าน งานก็ไม่ไปทำ "

 

 

" เรื่องของกู "

 

 

ชานยอลส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยหน่าย เขากับจงอินไม่ได้พยุงเซฮุนไปนั่งที่โซฟา แต่กลับตรงเข้าห้องน้ำใหญ่อย่างทุลักทุเลเพราะความไม่ร่วมมือของเพื่อน ก่อนจับร่างสูงยัดเข้าไปในตู้อาบน้ำ แล้วเปิดน้ำเย็นจัดสาดใส่ หวังล้างเนื้อล้างตัวและช่วยให้สร่างเมาไม่มากก็น้อย

 

 

" เมียมึงไปไหนเสียล่ะ ? "

 

 

" กูไม่มีเมีย "

 

 

" น้อยไปสิมึง ยังกล้าพูดว่าเขาไม่ใช่เมีย "

 

 

" กูบอกว่ากูไม่มีเมียไงวะ ! "

 

 

เห็นว่าเริ่มกรึ่มๆ จนเกือบไม่มีสติแล้ว ชานยอลเลยไล่ให้จงอินขึ้นไปหาเสื้อผ้ามาตระเตรียมให้เซฮุนเปลี่ยน สั่งให้แวะหยิบกล่องสำหรับปฐมพยาบาลเพราะสังเกตเห็นแผลจำนวนไม่น้อยบนร่างกายของอีกฝ่าย หาถุงน้ำเกลือซึ่งเซฮุนสั่งมาเก็บไว้ที่บ้านเป็นประจำสำหรับซูยองทุกเดือนพร้อมสายและเข็มเจาะมาให้พร้อมเพราะตั้งใจจะไล่แอลกอฮอล์ออกไปโดยการให้ของเหลวเข้ากระแสเลือดโดยตรง วันนี้เขามีธุระและเรื่องตึงเครียดที่จำเป็นต้องพูดกับเพื่อนให้รู้เรื่อง ขืนปล่อยให้มันเมาไม่รู้เรื่องแล้วสร่างเองคงไม่ได้ความ

 

 

ทั้งจงอินและตัวเขาเองมีกุญแจบ้านที่เซฮุนเคยให้เอาไว้สมัยยังไม่ได้ซื้อคอนโดแล้วแยกไปอยู่กันคนละทาง เลยได้เข้าบ้านโดยไม่ต้องกดกริ่งขออนุญาต ซึ่งคราวนี้เป็นเคราะห์ดีที่เข้ามาเห็นตอนอีกฝ่ายคิดทำอะไรบ้าๆ พอดี เลยห้ามได้ทันท่วงทีโดยแลกมาด้วยแผลฟกช้ำเล็กน้อยบนใบหน้าหล่อๆ นั่น ชายหนุ่มยืนกอดอกมองสภาพนายแพทย์ที่เขารู้จักอย่างเวทนา ตั้งแต่ร่วมหัวจมท้ายเป็นเพื่อนกันมา ไม่เคยเลยที่เซฮุนแสดงความอ่อนแอให้เห็นหนักถึงเพียงนี้ คงด้วยอะไรหลายต่อหลายอย่างซึ่งถาโถมจนยากยอมรับ แข็งแรงขนาดไหนก็มีเซ มีเจ็บหนักกันบ้าง

 

 

ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจเต็มไปด้วยหยาดน้ำ แดงก่ำเหมือนร้องไห้ติดต่อกันมาหลายวันหลายคืน สุขภาพผิวและสภาพภายนอกที่ประเมินได้จากสายตาย่ำแย่ ซึ่งชานยอลเชื่อว่าถ้าตรวจกันจริงจัง อวัยวะกับระบบภายในคงพังเป็นแถบ หลักฐานคือสารพัดก้นกรองบุหรี่ ขวดแก้วที่วางอยู่แทบทุกที่ในบ้าน ยังกังวลอยู่เลยว่าตลอดเวลาที่เซฮุนหยุดพัก นอกจากสิ่งบั่นทอนสุขภาพเหล่านี้แล้ว เพื่อนจะมีอาหารจริงๆ ตกถึงท้องบ้างหรือไม่

 

 

เมื่อเห็นว่าเปียกได้ที่ มากกว่านี้จะพาลไม่สบาย ชานยอลจึงดึงให้อีกฝ่ายลุกขึ้นยืน ขณะเดียวกันจงอินก็เข้ามาพร้อมกับเสื้อผ้าลำลองสบายๆ ในมือ อันที่จริงไม่มีใครรังเกียจหรืออายที่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คนเมาอย่างเซฮุน แต่ไม่ว่าจะอย่างไรเจ้าตัวก็ไม่ยอมให้ยุ่งย่าม เลยต้องระเห็จออกมารอข้างนอก เก็บกวาดอะไรที่พอทำได้รอจนกว่าเพื่อนจะเสร็จ ระหว่างนั้นก็ต้องเงี่ยหูฟังเสียงในห้องน้ำเพราะกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น

 

 

ไม่นานนักเซฮุนก็เดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพไม่ดีนัก โดยมีชายหนุ่มทั้งสองคอยประคองให้เดินไปนั่งบนโซฟาได้อย่างตลอดรอดฝั่ง จงอินกวาดขยะบนเบาะลงไปกองที่พื้น ยกเสาแขวนเสื้อโค้ทมาตั้งเอาไว้ข้างๆ ขณะที่ชานยอลกำลังใช้แขนช่วยให้เพื่อนเอนหลังนอน ยกถุงน้ำเกลือแขวนให้ได้ระดับ ก่อนที่หมอเด็กอย่างเขาจะนั่งมองหมอศัลย์ฯ เจาะเข็มเข้าเส้นเลือดของคนเมาโดยไม่มีพิธีรีตอง

 

 

" แดกซะ "

 

 

โชคดีที่จงอินเดาว่าเซฮุนอาจจะเมาได้ถูก เลยแวะซื้อสารพัดของที่อาจช่วยให้สร่างเมาได้ง่าย เขายัดช็อคก็แลตนมรสหวานใส่มืออีกฝ่าย เพราะเกรงว่าถ้ายื่นกระป๋องน้ำอัดลมให้แล้วคนเมาจะกระดกทั้งยังเอนนอน ขืนเป็นแบบนั้นต้องสำลักแน่

 

 

" ดูไม่ได้เลยมึง รู้สึกยังไงบ้าง "

 

 

" คนเมามันควรจะรู้สึกยังไงวะ "

 

 

" ลู่ฮานกลับไปอยู่บ้านแล้วใช่ไหม ? "

 

 

เมื่อคำถามที่ถามไปไม่ได้รับคำตอบ เอาจึงเพิกเฉยแล้วเริ่มตั้งคำถามใหม่ เอาเป็นว่าเขารู้แล้วกันว่าตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเซฮุนลงมือทำอะไร มันเลวทรามแค่ไหน เหนือสิ่งอื่นใดคือจงอินพยายามแล้วที่จะตักเตือน แต่ใครๆ ก็รู้ว่าเพื่อนคนนี้มันดื้อ สุดท้ายเขาก็ผิดอยู่ดีที่ไม่ยอมออกหน้าดึงลู่ฮานออกจากสถานการณ์บ้าบอแบบนั้น ทุกอย่างจึงเป็นไปตามวิถี เป็นไปอย่างที่มันควรเป็น และก็ได้เห็นโดยทั่วกันแล้วว่าตอนจบมันไม่ได้สวยงามอย่างที่หวังเอาไว้

 

 

" มึงเห็นเขาไหมล่ะ "

 

 

" เลิกพูดจากวนส้นตีนสักทีได้ไหม "

 

 

เซฮุนจิ๊ปากด้วยความรำคาญ ก่อนตอบคำถามกระแทกเสียงพร้อมใบหน้าไม่พอใจ " เออ ! "

 

 

" หมอใหญ่เอามึงตายแน่ "

 

 

ชานยอลพูดโดยไม่มองหน้าเพื่อนเลยสักนิด เพราะเขากำลังวุ่นวายอยู่กับการใส่ยาลงบนแผลที่ฝ่าเท้าของเซฮุน

 

 

" อะไร ? "

 

 

" กูไม่รู้ว่าเขารู้เรื่องที่มึงทำกับลูกชายเขาไหม ในสถานการณ์แบบนี้ทุกคนเข้าใจว่ามึงกำลังไม่โอเคเรื่องซูยอง หมอใหญ่คงไม่อยากเรียกมึงเข้าไปหาเพื่อชื่นชมหรืออะไร แต่เขามาถามหามึงกับกูหลายวันแล้ว แถมยังบอกด้วยว่าเป็นเรื่องด่วน หน้าตาแกไม่สบายใจเลย "

 

 

เซฮุนหยุดเคี้ยวช็อคโกแลตโดยอัตโนมัติ เพราะสะดุดกับประโยคบอกเล่าที่ชานยอลพูดมา กล้าพูดเลยว่าตัวเองสร่างเมาแล้วเสี้ยวหนึ่ง เลยมีสติพอจะเข้าใจว่าเพื่อนกำลังหมายถึงเรื่องอะไร

 

 

" แล้วไง ? "

 

 

" ยังทำเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่ได้ ถ้าเขารู้ว่ามึงทำอะไรลูกชายเขา มือดีแค่ไหนก็หมดอนาคต "

 

 

" กูทำไปแล้วหรือเปล่าวะชานยอล ไม่ว่าเขาจะรู้หรือไม่ความจริงก็คือกูทำลงไปแล้ว "

 

 

ถึงเซฮุนจะเศร้าเรื่องที่ลู่ฮานจากไปแค่ไหนแต่เขาก็ไม่คิดเอาเรื่องตรงนี้มาปิดบังหรือเอาเปรียบครอบครัวของอีกฝ่าย ใจจริงก็อยากไปสารภาพอยู่หลายต่อหลายครั้งแล้วทว่าไม่เคยมีครั้งไหนที่กล้าเผชิญหน้าเลยสักครั้ง ซึ่งสำหรับเขามันน่าละอายเหลือเกิน ล่วงละเมิด เอาเปรียบลู่ฮานไปแล้วเป็นร้อยเป็นพันครั้ง เรียกว่าหน้าด้านได้เลยหากกล้าทำงานต่อภายใต้การควบคุมของหมอใหญ่

 

 

" กูทำร้ายลูกเขา ลูกชายคนเดียวของเขา ถ้าเขาจะไล่กูออกมันก็แฟร์แล้ว กูยอม "

 

 

" แล้วทำไมก่อนทำมึงไม่คิดวะ "

 

 

จงอินที่นั่งเงียบอยู่นาน และรู้เรื่องตั้งแต่เริ่มต้นเป็นฝ่ายอยากพูดขึ้นมาบ้าง

 

 

" หรือมึงคิดแค่ว่าทำร้ายเขาแล้วทุกอย่างจะจบ เวลาจะย้อนกลับ ซูยองจะแข็งแรง จะไม่มีใครต้องทุกข์ใจกับเรื่องนี้ "

 

 

ชายหนุ่มเจ้าของผิวแทนขมวดคิ้ว ยกแขนขึ้นกอดอกและกดแผ่นหลังเอนไปตามทิศทางของโซฟาหนัง

 

 

" สิ่งที่มึงเจอตอนนี้ไม่ใช่อย่างที่ฝันเลยใช่ไหม เรื่องคือมึงรักเขา แต่มันเป็นไปไม่ได้ สุดท้ายคนเสียใจไม่ได้ลดลงเลย ทุกอย่างมันกำลังแย่ มันพังไปหมด ทั้งหน้าที่การงานที่ควรเจริญรุ่งเรืองของมึง ชีวิตของมึง คุ้มไหมล่ะ "

 

 

ถึงเซฮุนจะนอนนิ่งเหมือนไม่รู้สึกอะไร แต่สมองกลับรันทุกอย่างกระจัดกระจายในหัว เขาเกลียดชังที่ต้องรู้สึกเศร้าทุกครั้งเมื่อนึกย้อนกลับไปว่าตัวเองลงมือทำสิ่งใดลงไปกับลู่ฮาน เกลียดชังที่ทุกคำพูดของเพื่อนนั้นไม่มีแม่แต่เสี้ยวเดียวที่ไม่ใช่ความจริง เกลียดที่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นแต่ไม่หยุดมัน

 

 

" มันไม่คุ้ม แต่กูทำอะไรไม่ได้ "

 

 

" เพราะเวลามึงมีโอกาสมึงไม่คว้าไว้ไงเซฮุน กูบอกหลายครั้งแล้วว่ากูเห็นมันในแววตามึง ความรัก ความสงสาร ความห่วงใย อะไรแบบนั้นมันไม่ควรเกิดขึ้นกับคนที่เกลียดกันไม่ใช่หรือไงวะ ลู่ฮานยอมอยู่กับมึงตั้งนานสองนาน ทั้งๆ ที่เขาก็สามารถหนีออกมาได้หลายต่อหลายครั้ง แล้วถ้ามึงไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร กูจะเอาใบประกอบวิชาชีพมึงไปเผา "

 

 

" เออ กูรักเขา เขารักกูแล้วยังไง เรื่องมันไม่ได้เริ่มจากเราคุยกัน ชอบกัน ตกลงคบกันนะมึง "

 

 

" แต่ประเด็นคือเขาให้โอกาสมึงไงเซฮุน มึงเริ่มต้นใหม่ได้ ไม่ต้องลืม เวลาจะเยียวยาทุกอย่าง มึงกับเขาจะช่วยกันทำให้มันดีขึ้น "

 

 

มีเรื่องราวหลายหลากรบกันอยู่ในหัวของชายหนุ่ม ฝั่งหนึ่งตะโกนกร้าวว่าเรื่องรักครั้งนี้ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะมันเริ่มต้นจากความสงสาร เห็นใจ และความรู้สึกผิดที่ตนได้ทำเลวทรามไว้กับใครอีกคนอย่างไม่มีเหตุผล เหนือสิ่งอื่นใด รักเป็นเหมือนไฟ เริ่มไหม้ที่ใดก็ลุกลามไปทั่วจนควบคุมได้ยาก เซฮุนเองก็ไม่อาจต้านทานเปลวเพลิงเหล่านั้น อีกฝั่งหนึ่งจึงร้องให้เขาทำตามหัวใจ กล้ากล่าวขอโทษ กล้าก้าวข้ามความกลัวไป และกอดลู่ฮานด้วยความรักโดยไม่โกหกตัวเองสักครั้ง

 

 

" มึงไม่เข้าใจ เขาอยู่กับกูไปก็ไม่มีความสุข "

 

 

" ก็เพราะมึงเหี้ยใส่เขาไง ! "

 

 

จากที่นั่งคุยกันด้วยอารมณ์ปกติ จงอินก็เริ่มจะมีน้ำโหขึ้นมาบ้างเพราะความโง่เง่าของเซฮุน เขากระแทกลมหายใจเสียงดัง จิ๊ปากกัดฟันกอดอกแน่น ถ้าไม่ติดว่าเกรงใจชานยอลคงซัดมันอีกรอบ

 

 

" ใจเย็นๆ มึง จงอิน แค่นี้มันก็รู้สึกแย่พอแล้ว "

 

 

มือใหญ่ทิ้งสำลีชุบยาชิ้นสุดท้ายลงในถุงพลาสติกเล็กๆ เอ่ยปรามจงอินที่อารมณ์แกว่งจนต้องดึงสติให้กลับมาอยู่เรื่อย ชานยอลรู้ดีว่าเรื่องนี้ทั้งสองฝ่ายคงเจ็บปวดไม่ต่างกัน ต่างคนต่างทรมานไปคนละแบบ ซึ่งเรื่องแบบนี้ไม่มีใครยื่นมือเข้าไปช่วยได้ ถึงแม้จะเป็นเพื่อนสนิทอย่างพวกเขาทั้งคู่ก็ตามที เซฮุนกับลู่ฮานจำเป็นต้องจัดการปัญหาเหล่านี้ด้วยตัวเอง และเขาหวังเหลือเกินว่าทุกอย่างจะลงเอยอย่างราบรื่น ชานยอลไม่อยากเห็นเพื่อนกลายเป็นบ้า ไม่อยากเห็นหมอใหญ่ทุกข์ใจ ไม่อยากเห็นใครต้องสูญเสียอีก

 

 

" ส่วนมึงนะเซฮุน ก่อนจะทำอะไรก็ตัดสินใจให้มันดีๆ ต่อจากนี้มึงแก้อะไรไม่ได้แล้วนะ แล้วถ้ามึงรักเขา มึงอย่าปล่อยให้เขาหลุดมือไป เพราะลู่ฮานรับตัวตนที่เหี้ยที่สุดของมึงได้ ยอมมึงแทบทุกอย่าง แถมยังรักมึงลง คนแบบนี้มึงลองถามใจตัวเองดูว่าจะมีอีกสักกี่คนบนโลก "

 

 

ชายหนุ่มระบายลมหายใจ เงยหน้ามองดวงตาแดงก่ำฉ่ำน้ำของเพื่อนด้วยแววตาหนักแน่น

 

 

" อย่าเสียเวลา อย่าเสียโอกาส เพราะมึงอาจจะไม่ได้รับมันอีกเลย "





-----





เคยได้ยินคำกล่าวที่บอกว่า ปัญหาไม่เคยหายไป มันเพียงแค่ซ่อนตัวและรอวันกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งกันไหม ?

 

 

เซฮุนเชื่อแบบนั้น เชื่อมันมาตลอดตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น ซึ่งมันทำให้เขาตัดสินใจเดินออกมาจากเงามืด เพื่อกำจัดมันอย่างจริงจังด้วยวิธีการเผชิญหน้า และเนื่องด้วยวันนี้ก็หมดกำหนดวันลาของเขาแล้ว ชายหนุ่มจึงฝืนตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้าตรู่พร้อมอาการปวดหัวซึ่งเป็นผลกระทบมาจากวิธีทำให้สร่างอย่างรวดเร็วของชานยอล ร่างสูงอาบน้ำแต่งตัวใส่ชุดสุภาพอย่างที่เคยเป็นประจำ ซึ่งโชคดีเหลือเกินที่แผลบนเท้าไม่ได้ลึกขนาดที่สามารถสร้างความเจ็บปวดอย่างยิ่งยวดจนไม่อาจเหยียบย่างไปไหนได้ เขาจึงได้สวมถุงเท้าตามด้วยรองเท้าหนังออกจากบ้าน ขับรถยนต์ทะยานไปตามทางซึ่งทอดตัวเข้าเมืองใหญ่

 

 

ชายหนุ่มมีความคิดที่ยุ่งเหยิงตลอดเวลาที่ขับรถช่วงเช้าท่ามกลางบรรยากาศขมุกขมัว ฝนคงจะตกในอีกไม่ช้า และทุกอย่างที่อัดอั้นภายในหัวของเขาก็ไม่ต่างกับสภาพอากาศภายนอก แม้สายตาจะจับจ้องอยู่บนถนนแต่ใจกลับลอยไปหาลู่ฮานด้วยความเป็นห่วง จะมัวแต่ร้องไห้อยู่จนไม่ได้กินข้าวหรือไม่ จะไม่เอาใครต่อใคร เก็บตัวเงียบ นอนซังกะตายในห้องหรือเปล่า

 

 

นึกดูดีๆ เผลออีกทีเราก็ไม่ได้เจอหน้ากันครบหนึ่งสัปดาห์แล้ว หนึ่งสัปดาห์ที่ต่างคนต่างไม่รู้ความเป็นไปของกันและกัน ทว่าก็คงผ่านช่วงเวลาอันแสนทรมานอย่างยากลำบากไม่ต่างกันเท่าไร ก่อนลู่ฮานจะไป เซฮุนเห็นความผิดหวัง เสียใจอยู่ในแววตาที่สะท้อนมาผ่านกระจก น้องต้องเป็นทุกข์มากแน่ๆ แล้วถ้าเลือกได้ก็คงเลือกที่จะไม่จากไปอีกครั้ง ทว่าเพราะเรื่องซูยองยังคงใหม่ ความรู้สึกผิดสารพัดที่เขาตอกย้ำให้ฟังมาโดยตลอดเลยเริ่มสำแดงฤทธิ์เดช ผลักดันให้อีกฝ่ายยอมล้มเลิกความดันทุรัง เข้าใจว่ารักที่ใฝ่ฝันไม่มีทางเป็นไปได้

 

 

เขากำพวงมาลัยแน่น คิดว่าตัวเองเข้มแข็งแต่ก็อ่อนแอไม่เหมือนคนเดิม เพราะทันทีที่คิดถึงเรื่องเก่าๆ ในอดีตน้ำตาก็คลอเอ่อขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล เซฮุนถามคำถามเดิมๆ ซ้ำๆ ว่าทำลงไปได้อย่างไร เขาลงมือทำร้ายเด็กหนุ่มที่เปราะบางราวกับแก้วอย่างเลือดเย็นโดยไม่รู้สึกผิดมานานแค่ไหน เขาป้ายสีให้กับดวงวิญญาณกระทั่งมันแปดเปื้อนเกินเยียวยา เหยียบขยี้หัวใจจนแหลกสลายหมดสิ้นชิ้นดี ที่เป็นตลกร้ายคือเขารักเด็กคนนั้น แต่กว่าจะรู้ตัวทุกอย่างมันก็ดำเนินไปไกลชนิดที่ไม่ว่าจะกู้คืนด้วยวิธีใด ความรู้สึกของอีกฝ่ายก็ไม่มีวันถูกซ่อมแซมให้เหมือนเดิม

 

 

หักเลี้ยวเข้าลานจอดรถของโรงพยาบาลด้วยหัวใจอันหนักอึ้ง เห็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยิ้มทักทายแต่เขากลับยิ่งรู้สึกหมองหม่น หลังจากตรวจตราว่ารถราถูกล็อคเรียบร้อยแล้ว ช่วงขายาวทั้งสองข้างก็พาเจ้าของร่างเข้าอาการขนาดใหญ่ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้า ลมเย็นของแอร์ลอยปะทะใบหน้าพร้อมกับภาพผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลที่วุ่นวายพลุกพล่านตั้งแต่เช้า เซฮุนตรงดิ่งไปยังลิฟต์โดยสารที่อยู่ไม่ไกลโดยไม่หยุดทักใครสักคน เพื่อจะขึ้นไปยังแผนกของตนเหมือนเช่นเคยเป็น

 

 

เพราะด้านบนนี้พลุกพล่านน้อยกว่าด้านล่าง เหล่าพยาบาลและแพทย์ที่คุ้นหน้าค่าตากันเป็นอย่างดีจึงส่งเสียงทักทายบ้าง ทว่าเซฮุนทำเพียงแค่ส่งยิ้มบางเบาไปให้คนเหล่านั้นแทนคำตอบ หากใครหยุดเพื่อชวนคุยก็จะขอตัวออกมาก่อนเพราะตนเองมีธุระสำคัญต้องรับผิดชอบ นอกจากต้องพบหมอใหญ่แล้ว วันนี้ชายหนุ่มยังต้องเข้าเวรทำหน้าที่ต่อในส่วนที่ร่างกายยังพอไหว ถ้ามันหนักหนาจริงๆ คงต้องส่งต่อให้คนอื่นรับช่วงต่อแทน

 

 

คราแรกเขาตั้งใจจะแวะเข้าห้องพักเพื่อนำกระเป๋าไปเก็บและจัดการแฟ้มผู้ป่วย ทว่าวันนี้โชคไม่ช่วยเพราะระหว่างทางที่กำลังเดินนั้นดันเจอกับหมอใหญ่เข้าพอดิบพอดี แถมมาถึงสองคนชนิดที่เซฮุนคงไม่อาจหลบหนีหน้าพ้น ร่างสูงจึงยอมล้มเลิกความตั้งใจนั้น แล้วเดินตรงเข้าไปหาท่านโดยไม่ต้องให้เรียก ซึ่งสีหน้าของผู้ใหญ่ในโรงพยาบาลทั้งสองดูไม่สู้ดีนักเมื่อเห็นชายหนุ่มอยู่ในสายตา จากที่เดินคุยๆ กันมาปกติ

 

 

" ชานยอลบอกผมว่าหมอใหญ่เรียกหา มีอะไรหรือเปล่าครับ ? "

 

ถามตามมารยาทเพราะไม่รู้แน่ว่าที่แท้ทั้งสองมีเหตุผลอะไร แต่ร้อยละเก้าสิบในใจก็คิดว่าน่าจะไม่พ้นเรื่องลู่ฮานซึ่งอาจถึงหูเรียบร้อยแล้ว

 

 

" เข้าไปคุยกันในห้องดีกว่านะหมอโอ "

 

 

เซฮุนเดินตามหลังผู้อาวุโสเข้าห้องพักส่วนตัวของท่าน ก่อนหย่อนตัวลงนั่งหลังจากทั้งสองจัดการตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาวางกระเป๋าลงข้างเก้าอี้ โยกย้ายความสนใจไปอยู่ด้านหน้า เห็นสายตาไม่สบายใจของคนที่มอบโอกาสในการทำงานให้แล้วก็ยิ่งรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่ คุณนายลู่เดินไปยังโต๊ะวางเครื่องดื่มด้านหลังแล้วหยิบน้ำสะอาดในขวดรินใส่แก้วมาให้ เลื่อนวางเอาไว้บนโต๊ะ เธอพยายามวาดยิ้มแต่งแต้มใบหน้าแสร้งทำเป็นว่าในใจไม่มีอะไร ทว่านั่นไม่ได้มีน้ำหนักพอให้ชายหนุ่มเชื่อได้ลงเลย

 

 

" ผมเสียใจด้วย เรื่องน้องสาวของคุณ "

 

 

" ขอบคุณครับ "

 

เขาค้อมหัวอย่างนอบน้อมรับถ้อยคำแสดงความเสียใจจากหมอใหญ่ เพียงฟังก็รู้ได้ว่ามันออกมาจากก้นบึ้งของจิตใจ หาใช่เพียงบทสนทนาตามมารยาทเท่านั้น

 

 

" แล้วคุณเป็นอย่างไร รู้สึกดีขึ้นบ้างไหม ? "

 

 

" ดีขึ้นมากแล้วครับ "

 

 

" ผมดีใจที่ได้ยินแบบนั้น แต่ถ้าคุณยังรู้สึกไม่สบายใจ ผมอนุญาตให้คุณใช้วันลาต่อได้ ระหว่างนี้เดี๋ยวผมจะเรียกตัวศัลยแพทย์จากโรงพยาบาลพันธมิตรเรามาประจำการแทนคุณก่อนได้ "

 

 

" ไม่เป็นไรครับ ถ้างานไม่ใหญ่มากผมทำได้ แต่ถ้าใหญ่ผมคงต้องรบกวนให้หมอใหญ่โอนเคสไปให้ชานยอลทำแทน "

 

 

เซฮุนรู้ว่าตัวเองยังสามารถทำหน้าที่ได้ดี แต่ช่วงนี้พิษแอลกอฮอล์ยังคงหลงเหลืออยู่ สุขภาพก็ไม่สู้ดีนักเพราะอาหารที่ดีและมีประโยชน์แทบไม่ตกถึงท้องเลยทั้งอาทิตย์ ไม่ได้ฟิตร่างกาย กล้ามเนื้อเลยคล้ายจะทำงานได้ไม่เท่าขีดจำกัดเดิม

 

 

" แล้วแต่คุณแล้วกันนะ ถ้าไหวก็ทำ ถ้าไม่ไหวผมก็ไม่ได้ว่าอะไร "

 

 

" ครับ "

 

 

เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความคลางแคลงใจ เซฮุนก็รู้ได้ว่าหมอใหญ่พยายามหาทางเข้าเรื่องที่ตนเองอยากพูด ผู้ใหญ่คงไม่ต้องการตรงประเด็นอย่างไม่แสดงความเห็นอกเห็นใจทั้งๆ ที่น้องสาวก็ได้จากไปไม่นาน แต่ชายหนุ่มไม่อยากให้หลายอย่างยืดเยื้อ เขามาที่นี่เพื่อเผชิญหน้าความจริง พร้อมจะสารภาพและยอมรับผลของทุกสิ่งที่ตนเองกระทำลงไป

 

 

" หมอใหญ่เรียกหาผมเพราะเรื่องลู่ฮานใช่ไหมครับ ? "

 

 

" คุณรู้ ? "

 

 

" เขาปลอดภัยดีไหมครับ กลับบ้านแล้วทานอาหารได้บ้างไหม ? พักผ่อนเพียงพอหรือเปล่า ? "

 

 

" แล้วสิ่งที่คุณทำกับลูกชายผมมันควรจะส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาแบบนั้นไหม ? "

 

นั่นคือการตอบปฏิเสธกลายๆ ของผู้อาวุโสที่ไม่จำเป็นต้องอธิบายความเพิ่ม

 

 

" ผมเสียใจที่ต้องพูดเรื่องนี้ครับ แต่ท่านจำเป็นต้องทราบ , ท่านอาจจะคิดว่าเราคบหาดูใจแล้วเพิ่งเลิกรากัน อาจจะคิดว่าพวกเราทะเลาะกันอย่างรุนแรงและผมทำร้ายลู่ฮาน ความจริงแล้วมันไม่ใช่อะไรผิวเผินแบบนั้นเลยครั้บ "

 

 

เซฮุนปวดใจกับการต้องมานั่งสารภาพความผิดกับบุพการีของเด็กชายที่เขารักและลงมือทำร้ายได้อย่างเลือดเย็น แต่เหล่านี้คือสิ่งที่เขาครุ่นคิดมาเป็นอย่างดีแล้วว่าจะสามารถรับมือมันได้ เวลานี้ลู่ฮานควรได้รับความยุติธรรม ชีวิตและศักดิ์ศรีที่เขายึดมาเก็บไว้เป็นของตัวเองคืนกลับไปได้แล้ว

 

 

" สำหรับผมลู่ฮานเมื่อแรกพบหน้าเขาคือศัตรู คือผู้ร้ายที่มีอำนาจมากจนไม่อาจมีกฎหมายใดดำเนินคดีตามความผิดได้เลยสักคน เขาไม่ใช่คนที่ผมจะทำใจรักลงได้เลย ทิฐิสูง คลั่งวัตถุนิยม อยู่ในสังคมที่คบกันด้วยเปลือก ผมเกลียดเขา เกลียดมาก และยิ่งเกลียดเข้าไปใหญ่เมื่อรู้ว่าเขาเป็นต้นเหตุการตายของน้องสาวผม "

 

 

ชายหนุ่มยังจำความรู้สึกเกลียดชังอันแรงกล้านั้นได้ เขาเคยนึกอยากฆ่าลู่ฮานให้ตายแน่นั่นมันยังไม่สาสมกับสิ่งที่อีกฝ่ายทำ เซฮุนวางแผนทุนขั้นตอนล่วงหน้าไว้อย่างชานฉลาด คิดไว้จนแน่ใจว่าระหว่างที่อยู่ร่วมกันอีกฝ่ายจะต้องรู้สึกราวกับตกนรกทั้งเป็น ต้องผ่านวันแต่ละวันไปอย่างยากเย็น สูญสิ้นความหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ต้องทุกข์ทรมานกับการถูกเห็นเป็นของเล่นโดยไม่ถูกถามความยินยอมเลยสักครั้ง ต้องได้ลิ้มรสชาติของความพ่ายแพ้ เรียนรู้ที่จะอยู่กับคนเหนือกว่าเสียบ้าง และเข้าใจว่าโลกนี้ไม่ได้ได้ดั่งใจไปเสียทุกอย่าง

 

 

" ผมรู้ว่าจะไม่มีใครคิดถึงเขา ไม่แม้แต่ครอบครัวหรือเพื่อนฝูง เขาใช้ชีวิตแบบนั้น และพวกคุณทั้งคู่เองก็ยุ่งกับหน้าที่การงานเกินกว่าจะตามดูแลลูกชายที่ไม่เคยอยู่บ้านให้เห็นหน้า ส่วนเพื่อนฝูงที่มีมากมายก็ไม่ได้รักหรือจริงใจกับเขามากพอที่จะสนใจว่าลู่ฮานหายไปเพราะอะไร ซึ่งนั่นทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น "

 

 

เซฮุนอยู่กับลู่ฮานร่วมเจ็ดเดือนกว่าๆ ทุกอาทิตย์เขาจะแวะไปสังเกตพฤติกรรมของคนรอบตัวน้องว่ารู้สึกอะไรบ้างไหม และคำตอบคือไม่ พวกเขาก็ยังคงใช้ชีวิตกันปกติ เมาเละเทะ ปาร์ตี้สุดเหวี่ยงเหมือนวันพรุ่งนี้จะไม่ได้ตื่นขึ้นมาเจอแสงอาทิตย์อีก ไม่มีใครพูดถึงลู่ฮาน ซึ่งถึงจะพูดแต่มันก็ไม่มีความหมายใดๆ ไม่มีความจริงใจ ไม่มีใครคิดถึง เป็นคนที่มีตัวตนเมื่ออยู่ตรงหน้า และจางหายไปตามเวลาเมื่อไม่มีใครพูดถึง

 

 

" ผมทำไม่ดีกับลู่ฮานหลายอย่าง ทำร้ายทั้งจิตใจและร่างกายสารพัด ตลอดเวลาที่เขาถูกกักตัวอยู่ที่บ้าน สิ่งเดียวที่ผมเห็นจากสายตาคู่นั้นคือความสิ้นหวัง โศกเศร้าเสียใจ ทุกข์ตรมอย่างยิ่งยวด ผมไม่เคยนึกสงสารเขาจนกระทั่งได้นั่งอยู่กับตัวเอง ทบทวนทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำลงไป ลดอคติและมองย้อนกลับไปถึงเด็กผู้ชายที่ผมคิดว่าผมรู้จัก เด็กคนนั้นหัวรั้น มั่นใจในตัวเอง เข้มแข็ง ไม่แคร์ความรู้สึกใคร สนุกสนาน ไม่มีวันยอมลดราวาศอกให้กับความพ่ายแพ้ "

 

 

หัวใจเซฮุนหนักอึ้ง ตัวชาตั้งแต่หัวจรดเท้า เห็นคุณนายลู่เริ่มบีบมือสามีแน่นแล้วก็นึกสงสารเธอที่ต้องมารับฟังอะไรเช่นนี้ ถึงจะไม่ใช่มารดาที่ใกล้ชิดลูกชายมากเท่าที่ควรเป็น แต่เธอก็ยังคงเป็นแม่ของลูก มีหัวใจและรักอันบริสุทธิ์ให้กับลู่ฮานอยู่เป็นนิจ

 

 

" แต่สิ่งที่ผมเห็นมันขัดกับทุกความเชื่อมั่นในใจ ลู่ฮานไม่ใช่อะไรแบบนั้นเลยในสายตาผม เมื่อผมตัดความหวังจนเขาไม่เหลืออะไรเป็นที่พึ่ง เขาก็แสดงความอ่อนแอที่แท้จริงออกมา เขาไม่ใช่คนเข้มแข็ง เขาอ่อนแอ ร้องไห้เสียน้ำตาง่ายๆ เมื่อรู้สึกแย่ ซึมเศร้า แบกรับเรื่องวุ่นวายจากโลกทั้งใบไว้ด้วยสองบ่า ทั้งๆ ที่มันหนักจนกดให้ร่างกายจมลงไปในดินแล้วมากกว่าครึ่งตัว ลู่ฮานพ่ายแพ้มาโดยตลอด พ่ายแพ้ให้กับทุกๆ เรื่อง เพราะเขาไม่เคยรับมันได้ไหว เหมือนคลื่นยักษ์นับพันลูกที่ซัดเข้ามาจนกระทั่งเขาล้มลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า "

 

มือใหญ่สอดประสานไว้ที่หน้าตัก ก้มหน้าลงอย่างละอายใจ

 

 

" ซึ่งนั่นทำให้ความคิดของผมที่มีต่อเขาเปลี่ยนไปในทางที่ไม่ควรเป็น ผมเริ่มเห็นใจเขา เริ่มสงสาร เริ่มไม่พูดจาแย่ๆ ใส่เขา เราอาศัยร่วมบ้านเหมือนคนรู้จักกันอย่างผิวเผิน ทานข้าวเย็นด้วยกัน นอนร่วมเตียงเดียวกัน หยิบเสื้อผ้าจากตู้หลังเดียวกัน และเริ่มทำอะไรหลายต่อหลายอย่างร่วมกันอีกมาก วันหนึ่งเมื่อผมมองลึกเข้าไปในแววตาที่แสนโศกเศร้านั้น ผมก็พบว่ามันมีความรู้สึกอันผิดบาปบางอย่างแฝงเร้นปะปนอยู่ "

 

 

ความรักระหว่างเราทั้งคู่คือความรู้สึกที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย มันไม่มีทางเป็นไปได้ ไม่ว่าจะนำเหตุผลใดๆ มาหักล้างก็ตาม เซฮุนเหยียบขยี้หัวใจลู่ฮานมาตั้งแต่เริ่มต้นเรื่อง แม้เขาจะหยุดเมื่อตอนกลางเรื่องทว่ามันก็ไม่อาจถูกเยียวยาให้หายขาด

 

 

" ทั้งหมดนั้นทำให้ผมละอายใจครับ ละอายใจที่ตัวเองจับเขามาทำร้าย เพราะถ้าเรื่องนี้จะมีใครสักคนที่ผิด มันก็ไม่ใช่ลู่ฮานเลย อาจจะเป็นผมเองที่ไม่ยอมรับความจริง เป็นผมเองที่ผิดตั้งแต่เริ่มต้น เขาไม่ควรประสบกับอะไรแบบนั้น ไม่ควรได้เจอเรื่องราวที่ยิ่งทำให้ตัวเองเจ็บปวดใจ เด็กคนนั้นสมควรได้รับอะไรที่ดีกว่านี้ ดีกว่าที่ทุกคนทำกับเขา เขาจะได้ไม่ต้องสร้างเปลือกนอกเหล่านี้มาปกคลุมความอ่อนแอเหล่านี้ให้พ้นจากสายตาคนรอบตัว "

 

 

ชายหนุ่มถอนหายใจ บีบกำมือตัวเองแน่น ปล่อยให้น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมาต่อหน้าบิดามารดาของคนที่ตัวเองเกลียดชัง ที่ตนลงมือทำร้ายอย่างเลือดเย็น และเป็นคนเดียวกันกับคนที่เขารัก

 

 

" และผมละอายใจยิ่งกว่าที่เพิ่งรู้สึกตัวว่ารักลู่ฮาน... ในวันที่ได้ลงมือทำร้ายหัวใจเขาจนแหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี "

 

 

แววตาของเซฮุนแสดงความรู้สึกผิดอย่างเต็มหัวใจ แต่นั่นเทียบไม่ได้กับแววตาของผู้ใหญ่ทั้งสองซึ่งเต็มไปด้วยความผิดหวังส่งมาให้

 

 

" คุณทำได้ยังไง โอเซฮุน... ทำลงไปได้ยังไง "

 

 

" … "

 

 

" นั่นลูกชายของเรา ลูกชายคนเดียวของเรา คุณทำร้ายเขาทำไม "

 

 

" … "

 

 

" คุณทำมันใต้จมูกเรา เจอหน้าเรา ทักทายเราทุกวัน แต่ลับหลังคุณกลับทรมานเขา กักขังเขา ฉันเป็นห่วงลูกแทบตาย รอลูกกลับบ้านทุกวัน คิดว่าเขาคงมัวแต่ใช้ชีวิตเลยไม่อยากโทรไปรบกวน "

 

 

คุณนายลี่จูกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่เมื่อได้รู้ความจริงิง ว่าเจ็ดเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมานั้นลูกชายของเธอไม่ได้มัววุ่นอยู่กับการเรียนหรือเรื่องผองเพื่อน แต่กลับถูกคุณหมอคนโปรดของสามีกักขังหน่วงเหนี่ยวเอาไว้แล้วทำร้ายสารพัด มันเหมือนเธอถูกตบหน้า ถูกหักหลังจากคนที่ไว้ใจ และช่างเป็นตลกร้ายที่เจ้าตัวกลับมานั่งบอกว่ารักลูกชายเขาต่อหน้าอยู่ตอนนี้

 

 

" ผมขอโทษครับ "

 

 

" คุณพูดได้แค่คำขอโทษหรือโอ เซฮุน "

 

 

ไม่แปลกเลยที่หมอใหญ่จะโกรธ

 

 

ไม่แปลกเลยจริงๆ

 

 

" กล้ามากที่ทำแบบนี้ คุณกล้ามาก.. "

 

 

ตั้งแต่ทำงานร่วมกับหมอใหญ่มา ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่เซฮุนจะเห็นท่านโมโหจนต้องถึงขั้นขึ้นเสียงใส่ใคร ในสายตาพยาบาลและแพทย์ท่านดูใจดีและมีเมตตา บารมีล้นเหลือจนลูกน้องให้ความเคารพนับถือ แต่กับเรื่องลูกชายคนเดียวถูกทำร้าย เป็นใครก็เย็นไม่ลง ซึ่งตอนนี้เองก็เช่นกัน แม้หมอใหญ่จะยังคงน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าในแววตาสีเข้มนั้นมีเปลวเพลิงลุกไหม้อยู่

 

 

" ผมไล่คุณออก มีผลตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป "

 

 

เซฮุนรู้ว่าความจริงจะทำลายชีวิตของเขา รู้มาตั้งแต่ตัดสินใจมาเข้าทำงานวันนี้ นี่คือสิ่งเดียวที่ชายหนุ่มพอทำได้เพื่อคืนความยุติธรรมให้แก่ลู่ฮาน แม้มันจะเทียบไม่ได้กับความเลวทรามซึ่งเคยกระทำกับอีกฝ่าย แต่อย่างน้อยเขาก็ได้ชดเชยให้ ดีกว่าปล่อยให้เรื่องมันคาราคาซัง

 

 

" ครับ "

 

 

ชายหนุ่มหยัดกายลุกขึ้นยืน หยิบกระเป๋าทำงานมาสะพายพาดบ่า มองหน้าผู้เป็นบิดามารดาของลู่ฮานด้วยความรู้สึกผิด เขาตัดสินใจจะเอ่ยบอกถ้อยคำสุดท้ายทิ้งไว้ให้แก่ผู้อาวุโส ทว่าไม่ได้มีเจตนาจะลบหลู่หรือหยามเกียรติ

 

 

" ถ้าพวกท่านรักลู่ฮานแล้ว ได้โปรดรักเขาให้มากขึ้นอีก ถ้าพวกท่านห่วงลู่ฮานแล้ว ได้โปรดห่วงเขาให้มากขึ้นอีก และอย่าเก็บมันไว้ภายในใจเลยนะครับ เรื่องแบบนี้บางทีเราไม่แสดงออกมา กว่าจะรู้ตัวก็สายเกินกว่าจะทวงอะไรต่อมิอะไรคืนแล้ว "

 

 

เซฮุนอยู่กับลู่ฮานมานาน ถึงแม้จะไม่นานเท่าหมอใหญ่ทั้งสอง แต่เขาก็เห็นน้องในมุมอ่อนแอมากกว่าพวกท่าน ได้เรียนรู้นิสัยใจคอที่แท้จริง มองเห็นทั้งเปลือกและแก่นแท้ข้างใน ซึ่งหากคำพูดสุดท้ายเหล่านี้จะช่วยยกระดับความสัมพันธ์ของครอบครัวนี้ ชายหนุ่มก็พร้อมยอมเป็นคนไม่ดีในสายตาผู้ใหญ่ และถือโอกาสสร้างความเข้าอกเข้าใจให้ด้วย ร่างสูงหันหลังเดินเปิดประตูจากไปโดยไม่แวะกลับเข้าห้องส่วนตัวเพื่อเก็บสิ่งใด คิดเอาไว้ว่าคืนอดีตให้กับผู้มีพระคุณทั้งคู่แทนคำขอโทษจากก้นบึ้งของหัวใจ แม้จะเทียบไม่ได้กับสิ่งที่ลงมือกระทำ

 

 

ทุกย่างก้าวหนักอึ้งราวกับมีตรวนรั้ง การตัดสินใจในครั้งนี้ไม่ต่างอะไรจากการพาตัวเองออกจากวงโคจรของลู่ฮานโดยสมบูรณ์ วันหนึ่งเซฮุนจะกลายเป็นชายใจร้ายคนหนึ่งในความทรงจำของน้อง กลายเป็นคนที่อีกฝ่ายต้องเสียน้ำตาเมื่อนึกถึง กลายเป็นรอยแปดเปื้อนในชีวิตหนึ่งชีวิตจนสุดสิ้นลมหายใจ ชายหนุ่มไม่มองหน้าหรือสนทนากับผู้ใดที่เดินผ่านเขาไปแม้จะสนิทชิดเชื้อกันมาก่อน เขามุ่งตรงไปยังลานจอดรถทั้งๆ ที่เพิ่งจากมาไม่นาน กดรีโมตปลดล็อคประตูแล้วก้าวเข้าไปหย่อนตัวนั่งบนเบาะหนัง

 

 

เขาสตาร์ทรถ แนบแผ่นหลังกับพนักพิง นั่งนิ่งปิดเปลือกตา พยายามบอกตัวเองซ้ำๆ ในหัวว่าทุกอย่างที่ทำนั้นดีที่สุดแล้ว ทว่าในห้วงขณะเดียวกัน ก็มีความคิดที่ว่าจริงๆ แล้วเซฮุนทำได้ดีกว่านี้ เริ่มลงมือทำได้ไวกว่านี้ และสามารถเปลี่ยนตอนจบของเรื่องนี้โดยไม่มีใครต้องเจ็บช้ำ และต่อให้สิ่งที่เขาทำมันเลวร้ายถึงเพียงใด แต่หากหยุดมันได้อย่างทันท่วงที ชีวิตรักของเราอาจมีแสงสว่างเล็กน้อยส่องพอให้เห็นทางไป มิใช่มืดบอดราวกับอยู่ในอุโมงค์ปิดทึบเช่นนี้

 

 

หยาดน้ำตาลูกผู้ชายไหลหล่นลงบนฝ่ามือ

 

 

และนั่นคือสัญญาณแห่งการยอมแพ้ต่อผลกรรมที่แท้จริงของเซฮุน...

 

 

 

---

 

 

 

 

หยดน้ำที่เกาะบนกระจกหน้าต่างกำลังทำให้ลู่ฮานรู้สึกอ้างว้าง

 

 

เขานั่งอยู่บนเบาะรองนั่งข้างหน้าต่าง พร้อมโกโก้ร้อนที่เด็กรับใช้ในบ้านนำมาวางให้ตามคำสั่งของผู้เป็นมารดาตั้งแต่ช่วงเช้า กระทั่งบ่ายก็ยังไม่ได้หยิบดื่มจนมันเย็นชืดจืดไร้รสชาติไปเสียแล้ว เห็นท้องฟ้ามืดครึ้มตั้งแต่ตอนย่ำรุ่งก็พอเดาได้ว่าคงมีฝนตกแน่ ลู่ฮานที่ไม่นึกอยากทำสิ่งใดเลยหย่อนตัวนั่งลงตรงนี้เพื่อมองความเป็นไปของสภาพอากาศ มองสายน้ำในสระกระเพื่อมตามแรงลมกรรโชก มองยอดไม้ไหว มองใบไม้ที่หล่นโรยลงมาบนพื้นหญ้า มองนกกาที่แวะบินโฉบลงมาหาอาหารพร้อมกับจิตใจซึ่งล่องลอยออกไปไกล

 

 

จู่ๆ ฝนฟ้าก็โปรยปรายลงมาในตอนบ่ายแก่ๆ แสงสีขาวสว่างแลบแปลบปลาบกระจายทั่วแผ่นฟ้า เสียงครางครืนดังโครมครามจนดูน่าหวาดกลัวไปทุกหย่อมหญ้า มีฟ้าแลบฟ้าผ่าบ้างประปราย พวงแก้มสีชมพูอมแดงวางแนบลงหัวเข่าที่ตั้งชันขึ้นมา ดวงตากลมโตเหม่อมองทัศนวิศัยที่ไม่ค่อยดีนักภายนอกหน้าต่าง ยกแขนขึ้นกอดตัวเองเพราะอากาศเย็นยะเยือกไม่เพียงได้ทำให้ผิวกายสั่นสะท้าน มันยังแช่แข็งหัวใจใต้แผ่นอกบางให้หนาวเหน็บไปตามๆ กัน

 

 

ลู่ฮานหวนคิดถึงห้วงเวลาที่ตัวเองได้อยู่ร่วมชายคากับเซฮุน ยามดึกดื่นที่ต้องห่อกายกกกอดตัวเองให้หายหนาวก็มักมีอ้อมแขนแข็งแรงมาช่วยบรรเทา ไออุ่นจากผิวกายชายหนุ่มยังทิ้งรอยเอาไว้ให้รู้สึก ยามที่ฝืนขืนปิดเปลือกตาไม่ลงก็มีมือใหญ่คอยประคองเคียงใกล้ไม่ห่าง ยามผล็อยหลับไม่รู้สติอยู่บนโซฟากลางบ้านก็มีคนใจร้ายคนเดิมคอยแบกอุ้มขึ้นไปบนห้อง ยามป่วยไข้ไม่สบายก็ยังเป็นพี่เขาที่คอยเยียวยารักษาให้หายขาด ถึงปากจะบอกว่าเกลียดทว่าในยามยากก็ยังดูแลลู่ฮานได้ดียิ่งกว่าที่ใครเคยกระทำ

 

 

เขาเคยโหยหาอิสระมาตลอด จนกระทั่งมีมันอยู่ในครอบครองแล้วใยจึงรู้สึกอยากส่งคืนกลับไปให้อีกฝ่าย ร่างเล็กอาจมีความสุขเมื่อได้รับความห่วงใยจากพ่อแม่ อาจสบายใจเมื่อได้อยู่ใต้ชายคาเคหสถานอันปลอดภัย ทว่าชีวิตของเขาเปลี่ยนไปแล้วหลังจากที่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในบ้านของเซฮุน ลู่ฮานกลับไปเป็นเด็กชายคนก่อนหน้าที่แสนอ่อนแอ สิ้นไร้ความทระนงในตนซึ่งเคยมี ศักดิ์ศรีก็ถูกพังทลายไปจนหมดสิ้น ที่เห็นว่ายังนิ่งเฉยอยู่ได้ไม่ใช่ไร้ความรู้สึก หากแต่เป็นเพราะน้ำตาไหลข้างในใจ โศกเศร้าจนไม่รู้ว่าตนควรแสดงออกอย่างไรนอกจากการปิดปากและปิดกั้นโลกภายนอก

 

 

เกือบหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา ลู่ฮานกินข้าวน้อยลง เก็บตัวอยู่ในห้องมากขึ้น และคิดถึงแต่คนใจร้ายคนนั้น พ่อกับแม่ท่านก็ดูร้อนใจ เข้ามาบังคับให้กินอะไรต่อมิอะไรบ้างเป็นบางหน ซึ่งร่างเล็กก็ต้องจำทนรับมันเข้าไปเพราะไม่อยากให้ผู้ปกครองต้องมีเรื่องหนักหนามาใส่ใจอีก เท่าที่ต้องทนเห็นเขาเป็นเช่นนี้ก็คงระทมทุกข์มากพออยู่แล้ว ไหนจะเรื่องหน้าที่การงานตั้งมากมายอีก เขาจึงเลือกจะแสดงออกให้ถูกที่ถูกเวลา แม้รู้ลึกๆ ในใจว่าท่านคงมองขาดว่าอาการปกติซึ่งเขาแสดงเป็นการแสร้งทำทั้งหมดทั้งสิ้น

 

 

ซึ่งเหล่านั้นเป็นผลพวงมาจากอาการตรอมตรมที่เกิดขึ้นเพราะความไม่เข้าใจในตัวอีกฝ่าย จะห่วงใยหรือใส่ใจเขาไปเพื่อเหตุผลใดในเมื่อเราไร้สิ้นซึ่งความรักต่อกัน สู้ดึงให้เขาทุกข์ระทมจนตายตกนรกหมกไหม้ไปเสียจะดีกว่า ทว่าจะโทษแต่เซฮุนก็คงไม่ได้ ในเมื่อหัวใจมันไม่รักดีไปรักพี่เขาเอง แล้วต้องก็มานั่งเจ็บช้ำอยู่อย่างนี้ไม่มีจบสิ้น

 

 

แม้สภาพทัศนวิสัยภายนอกจะแย่แค่ไหนแต่ลู่ฮานก็ยังพอมองเห็นว่าข้างนอกเป็นอย่างไร นี่เพิ่งจะบ่ายกว่าๆ วันนี้พ่อกับแม่มีเข้าเวรประจำวันถึงเย็น ท่านเองก็บอกเอาไว้ตั้งแต่เช้า ไหงรีบกลับมาก่อนเวลาไวถึงเพียงนี้ ร่างเล็กรีบหยัดกายขึ้นยืนเพราะรู้ดีว่าทั้งสองต้องแวะมาหาแน่ แล้วเดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตาให้ดูสดใส เทโกโก้ซึ่งถูกชงเอาไว้ตั้งแต่เช้าใส่อ่างล้างหน้าให้เครื่องดื่มไหลลงท่อน้ำทิ้ง เพื่อเสแสร้งแสดงว่าตนเองดื่มหมดแก้ว เปิดทีวีแล้วย้ายตัวเองมานั่งอยู่บนที่นอนแทนพื้น ตบตาให้ท่านเข้าใจว่านั่งดูโทรทัศน์อยู่พักใหญ่แล้ว

 

 

ยังไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นหน้าห้อง ลู่ฮานกล่าวบอกผู้มาเยือนซึ่งเดาได้ว่าเป็นใครว่าตนเองไม่ได้ใส่กลอนเอาไว้ ให้เปิดเข้ามาด้านในได้เลย เจ้าของใบหน้าสวยหวานหันไปหาทั้งบิดาและมารดาด้วยรอยยิ้มเหมือนไม่รู้สึกอะไร เห็นท่านสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีก็คิดได้ว่าคงเครียดมาจากที่ทำงาน เลยทักทายอย่างปกติดั่งที่ท่านต้องการจะได้เห็นจากลูกซึ่งเอาแต่ซึมเศร้ามาทั้งอาทิตย์

 

 

" กลับเร็วจังครับ ไหนว่ามีเวรถึงเย็นไง "

 

 

หญิงวัยกลางคนทรุดกายลงนั่งเคียงข้าง ใช้สองแขนตระกองกอดลูกชายอันเป็นดวงใจเอาไว้โดยไม่ปริปากพูดอะไรสักคำ ทำเอาลู่ฮานนิ่งงันเป็นหุ่นปั้นเพราะไม่เข้าใจว่าสถานการณ์ที่เผชิญอยู่นั้นคืออะไรกันแน่ เลยตัดสินใจกอดแม่กลับด้วยใจคิดว่านางคงห่วงจนต้องแวะเข้ามาหา หรือไม่ก็อยากกลับมาดูให้แน่ใจว่าร่างเล็กมิได้จะตัดสินใจคิดสั้นฆ่าตัวตาย

 

 

" ทำไมไม่บอกพ่อ "

 

 

" ครับ ? "

 

 

" พ่อถามว่าทำไมแกไม่บอกพ่อ "

 

 

" อะไรครับพ่อ ? ผมงงไปหมดแล้ว พ่อกับแม่เป็นอะไรไปครับ ? "

 

ลู่ฮานเห็นพ่อกอดอก ถอนลมหายใจ ท่านมีทีท่าเหมือนไม่พอใจแต่ไม่ได้ใส่อารมณ์กระแทกเสียง

 

 

" เขาทำกับแกขนาดนี้แล้วยังจะปกป้องเขาอีกหรือยังไง "

 

 

" ใคร...ใครทำอะไรผมครับ ? "

 

 

" พ่อรู้เรื่องแกกับโอ เซฮุนหมดแล้ว ลู่ฮาน "

 

 

ชาไปทั้งตัว

 

 

ลู่ฮาน...ชาไปทั้งตัว

 

 

ทั้งๆ ที่พยายามปกป้องความลับนี้เอาไว้เพราะไม่อยากให้อนาคตของอีกฝ่ายจบลง อยากให้เซฮุนยังคงดำรงตำแหน่งแพทย์มือดีในโรงพยาบาลชื่อดังต่อไปโดยจะไม่มีใครรับรู้เรื่องเลวทรามพรรคนี้ แต่ดูเหมือนฟ้าจะไม่ให้โอกาสลู่ฮานได้ทำหน้าที่คนรักที่ดี ด้วยวันนี้ความจริงมันได้แพร่กระจายทำลายทุกสิ่งอย่างที่เขาเฝ้าถนอม

 

 

" พ่อครับ ระหว่างผมกับเซฮุนเราไม่ได้มีอะไรกันนะครับ "

 

น้ำตาก็ไหล ปากก็สั่น ละล่ำละลักโกหกคำโตออกไป หากนี่เป็นหนังสงครามบนจอใหญ่ ตอนนี้ลู่ฮานคงดึงดันสู้ศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าตัวเองหลายเท่าตัวด้วยมือเปล่า

 

 

" เรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้วแกยังจะปกป้องมันอีกหรือไง ! "

 

ไป่หานพยายามเหลือเกินที่จะทำตัวเย็นยะเยือกเป็นสายน้ำตลอดเวลาที่อยู่หน้าโอ เซฮุน คิดว่ากลับบ้านมาจะได้รับคำบอกเล่าจากลูกชาย คุยกันให้เรื่องง่ายดายยิ่งขึ้น แต่ลูกกลับทำให้เรื่องยากขึ้นด้วยการโกหกปกป้องคนเช่นนั้น

 

 

" แต่... "

 

 

" มันมาสารภาพกับพ่อเอง สารภาพทุกๆ อย่างที่มันทำระยำกับแก พ่อไม่เข้าใจเลยว่าทำไมแกถึงไม่บอกความจริงกับพ่อ ! "

 

 

" … "

 

 

" มันทำเลวกับแกขนาดนั้น ทำไมแกไม่บอกพ่อกับแม่ ตอบมาสิลู่ฮาน ตอบพ่อ ! "

 

ลู่ฮานตัวสั่นงันหงกเป็นลูกนกตกน้ำในอ้อมแขนของลี่จู แต่ก็ยังยืนยันหนักแน่นทั้งๆ ที่น้ำตาเต็มใบหน้า " พ่อ...เซฮุนไม่ได้ทำอะไรผม "

 

 

" ถึงขนาดนี้แล้วแกยังจะโกหกอีกหรือไง ! "

 

 

" พ่อครับ ผมยอมให้พี่เขาทำเอง พี่เขาไม่ได้บังคับผมให้แบกรับอะไรแบบนั้นเลย "

 

 

เซฮุนอาจเคยบังคับให้ลู่ฮานเป็นทาสบำเรอกามอารมณ์ก็จริง แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าบางครั้งเขาก็รู้สึกชื่นชอบมันมากกว่าที่ควรเกลียดชัง แล้วยิ่งพักหลังที่ไม่ได้มีความแค้นเข้ามาเกี่ยวข้องในความสัมพันธ์อันแปลกประหลาดเหล่านี้นัก ยิ่งเป็นอะไรที่ร่างเล็กเต็มใจถูกกระทำมากกว่าการบังคับเหมือนคราแรก หลายครั้งที่อีกฝ่ายออกปากไล่ไปให้ไกล ยื่นข้อเสนอจะคืนอิสระให้เขาก็สลัดมันทิ้ง ทั้งๆ ที่เป็นสิ่งที่นักโทษทุกคนพึงได้รับ

 

 

" ลู่ฮาน ! "

 

 

" พี่เขาไล่ผมออกมาตั้งนานแล้วครับพ่อ พี่เขาไม่ได้บังคับให้ผมอยู่ต่อเลยด้วยซ้ำ ถ้าพ่อจะว่าก็ว่าผมนะครับ พี่เขาไม่ผิด "

 

 

ภาพที่คุณไป่หานเห็นตอนนี้มีแต่จะทำให้เขาใจสลาย อยากจะโยนหน้าที่แพทย์ผู้รักษาไว้ซึ่งชีวิตของคนไข้ทิ้งเพื่อฆ่าคนเลวๆ แบบนั้นให้ตายกันไปข้าง ลู่ฮานเอาแต่แก้ต่างให้เซฮุน ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาที่เจ้าตัวลงทุนแบกหน้ามาสารภาพซึ่งๆ หน้า แถมน้ำตายังไหลไม่หยุด ซึ่งการกระทำเหล่านั้นส่งผลกระทบถึงภรรยาของเขาที่รักลูกชายยิ่งกว่าอะไรดี ให้นั่งร่ำไห้พร้อมทั้งตระกองกอดบุตรเอาไว้ คล้ายเปรียบตัวเองเป็นกำแพงป้องกันความโศกเศร้ามิให้กล้ำกรายลูกได้อีก

 

 

" ผมรักเขา ผมรักเซฮุนครับพ่อ "

 

 

สายตาคนเป็นพ่อ ไม่ใช่ไม่รู้ว่าทั้งสองฝ่ายรักกันแค่ไหน ชายวัยกลางคนมองแก้วตาสีรัตติกาลของเซฮุนเมื่อเช้าในตอนที่สำลักความจริงออกมาจนหมดสิ้นแล้วก็เห็นเพียงแต่ความรักที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ทุกถ้อยคำสารภาพมีน้ำหนักและมาจากใจจริงหาใช่การเสแสร้งแกล้งทำไม่  ส่วนบุตรชายของตนก็เอาแต่นั่งร้องห่มร้องไห้ ข้าวปลาไม่กิน พูดกันชนิดที่ว่านับคำได้ ถึงจะสร้างละครฉากใหญ่ให้พ่อแม่เชื่อว่าตัวเองสบายดี ทว่ามีหรือที่สายตาคู่นี้จะมองไม่ขาดว่านั่นคือการตบตา

 

 

" คนดีๆ มีตั้งมากมาย ทำไมไม่รักล่ะลูก "

 

 

ลี่จูที่นั่งเงียบน้ำตาไหลอยู่นานเริ่มพูดขึ้นบ้างเพราะกำลังไม่เข้าใจ ลู่ฮานหาคนที่ดีกว่านี้ได้ตั้งมากมาย แต่ทำไมจึงผูกใจเจ็บกับโอเซฮุนที่ลงมือทำร้ายกันได้อย่างเลือดเย็น

 

 

" เซฮุนเป็นคนดีนะครับแม่ เวลาผมไม่สบายหรือร้องไห้เพราะมีเรื่องหนักใจ ไม่เคยมีสักครั้งเลยที่เขาจะนิ่งเฉยหรือซ้ำเติม เขาปลอบผม คอยอยู่ข้างๆ ผม และผมคงไม่เลิกทำตัวแย่ๆ แน่ถ้าไม่มีเขามาเปลี่ยนอะไรต่อมิอะไรหลายต่อหลายอย่าง "

 

 

ฝ่ามือของมารดาประคองใบหน้าน่ารักซึ่งถอดแบบมาจากตนทุกกระเบียดนิ้วอย่างทนุถนอม ปาดเกลี่ยน้ำตาที่ไหลลงมาราวดับน้ำตกพลางฟังคำจากปากลูก

 

 

" ถ้าเขาบอกพ่อกับแม่ว่าเขาไม่ดี เขาทำร้ายผม โปรดรู้เถิดครับว่าทุกอย่างมีเหตุผลในตัวมันเอง ผมทำกับเขาไว้มาก ทำให้เขาสูญเสียสิ่งสำคัญหลายอย่าง ถ้านี่จะช่วยทำให้เขารู้สึกดีขึ้นบ้างผมก็ยอมครับ เราต่างผิดกันทั้งคู่ และความผิดก็ทำให้เกิดเรื่องราวเหล่านี้ "

 

 

หญิงวัยกลางคนที่นั่งประจันหน้ากับบัตรชายอันเป็นที่รักผ่อนลมหายใจ ลู่ฮานพูดไปสะอื้นไป และนางไม่อาจทำใจให้ไม่เชื่อคำพูดทุกคำของลูกได้เลย อยู่กับลูกมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก ดังนั้นจะจับโกหกแกไม่ใช่เรื่องยาก ซึ่งครานี้ลี่จูกล้าการันตีว่ามันคือความจริงแท้ไม่ใช่การปั้นแต่งคำพูดให้ดูสวยหรูเพื่อปกป้องเซฮุนเท่านั้น ใจบิดามารดามีแต่จะรู้สึกยินดีที่ลูกมีความรัก ถ้าลูกเลือกแล้วว่าใช่ก็ไม่เคยเสียใจที่จะรักแฟนของลูกด้วย ทว่าเรื่องระหว่างสองคนนี้มันซับซ้อนมากกว่าที่คิดนัก แม้ลู่ฮานจะรักอีกฝ่าย หากเซฮุนก็ยังมีคดีที่นางและสามียังทำใจให้อภัยไม่ได้

 

 

" ดังนั้นพ่อกับแม่อย่าทำอะไรเซฮุนเลยนะครับ...ผมขอร้อง "

 

 

" พ่อไม่ได้รักมันอย่างแก ไม่ต้องมาขอร้อง "

 

 

" พ่อ... "

 

 

ลู่ฮานครางเสียงอ่อนในลำคอ ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตา มองชายวัยกลางคนที่ยืนกอดอกท่าทางไม่พอใจด้วยแววตาซึ่งเต็มไปด้วยคำอ้อนวอน

 

 

" สิ่งที่พ่อทำก็ปรานีมันมากแล้ว ถ้าไม่ติดที่พ่อมีภาระอีกมากต้องรับผิดชอบ ไม่ติดที่พ่อต้องดูแลแกและแม่ ตอนนี้โอ เซฮุนคงตายคามือพ่อไปแล้ว "

 

 

ไป่หานจะไม่ยอมให้น้ำตาลูกมาทำให้เรื่องนี้มันผิดแผกไปจากความตั้งใจของเขา ไม่ว่าลู่ฮานจะล้มลงไปกอดขา หรือร้องไห้จนน้ำตาท่วมหัวอกบิดาอย่างเขา ทุกสิ่งทุกอย่างที่ชายวัยกลางคนได้ลั่นวาจาออกไปจะยังคงเดิม

 

 

" ส่วนแก ถ้าอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิมๆ แล้วมันไม่มีอะไรดีขึ้น พ่อจะส่งไปเรียนเมืองนอก ออกจากความทรงจำเลวๆ พวกนี้ ไปมีชีวิตใหม่ เรียนจบแล้วก็หางานทำที่นู่น ไม่ต้องกลับมา "

 

 

" เราไม่ได้คุยกันเอาไว้แบบนี้นะคะคุณ ลูกเพิ่งกลับเข้ามาอยู่ในอ้อมอกเรา จู่ๆ คุณจะผลักเขาออกไปเป็นครั้งที่สองแบบนี้ไม่ได้ "

 

 

ลี่จูหันไปมองสามีด้วยความไม่เข้าใจ ทั้งๆ ที่ตอนนั่งรถกลับมาจากโรงพยาบาลก็เหมือนจะคุยกันเข้าใจแล้วว่าไม่หาวิธีแก้ทางอื่นที่ไม่ใช่ส่งลูกออกไปใช้ชีวิตต่อด้วยตัวเอง นางเคยทำพลาดไปแล้วหนึ่งหน และครานี้ประวัติศาสตร์จะไม่มีวันซ้ำรอยอีก

 

 

" หรือคุณมีทางเลือกที่ดีกว่านี้ ลี่จู ? "

 

 

" ที่แน่ๆ คือฉันไม่เลือกแบบคุณแน่ "

 

 

ลู่ฮานแทบจำครั้งสุดท้ายที่พ่อกับแม่ทะเลาะกันไม่ได้ ท่านเป็นคู่รักที่มีแต่ความเข้าใจให้กันและกัน สร้างชีวิตคู่ด้วยความรัก ความรับผิดชอบ หน้าที่ ถึงจะมีเรื่องให้บาดหมางใจแต่ก็เป็นเพียงการงอนง้อกันเท่านั้น ไม่ใช่ต่างฝ่ายต่างคิดกันไปคนละอย่างเหมือนที่ท่านกำลังทำกันอยู่ตอนนี้ เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นปัญหา กลับมาบ้านกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ไม่เคยทำให้ท่านเย็นใจ ดีแต่เอาอะไรมาทับมาถมให้บุพการีทั้งสองผิดใจและต้องทะเลาะกันเป็นเรื่องราวใหญ่โต

 

 

น้ำตาเอ่อทะลักเหมือนพนังกั้นเขื่อนแตกแหลกสลาย ลู่ฮานตระหนักรู้ในนาทีนั้นว่าปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นล้วนมีเขาเป็นเหตุผล และมันคงจะดีกว่าอย่างที่พ่อว่าให้ไปเริ่มชีวิตใหม่ ไกลจากสภาพแวดล้อมเดิมๆ ไกลจากรักที่รังแต่จะมอบความเจ็บปวดให้ ไกลจากพ่อกับแม่ที่หัวใจกลายเป็นผุยผงไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งเพราะการกระทำของลูกเนรคุณคนนี้

 

 

" แม่... ให้ผมไปเถิดนะครับ "

 

 

" ลู่ฮาน... "

 

 

" ผมไม่อยากมีชีวิตอยู่แบบนี้ ไม่อยากมีลมหายใจอยู่อย่างทรมาน บางทีออกไปเปิดหูเปิดตา เจออะไรใหม่ๆ บ้าง มันคงจะดีขึ้นมากเลยครับ "

 

 

หัวใจลู่ฮานก็หนักอึ้งเกินกว่าจะแบกรับปัญหาเหล่านี้ วิ่งหนีอาจเป็นทางออกที่ง่ายกว่าการยอมรับ ความรักเป็นเรื่องน่ากลัว มันสามารถพาเราขึ้นสวรรค์หรือตกนรกหมกไหม้ก็ได้ และร่างเล็กหวังเหลือเกินว่าการเปลี่ยนแปลงที่พ่อคิดจะมอบให้คือทางออกที่ดีที่สุด

 

 

" รู้แบบนั้นก็ดี เสร็จจากเรื่องวุ่นๆ ที่โรงพยาบาลพ่อจะให้คนจัดการเรื่องเรียนและที่อยู่ให้เร็วที่สุด "

 

 

" คุณคะ ! "

 

 

" แม่ครับ ไม่เป็นไร "

 

 

ฝืนยิ้มทั้งๆ ที่สภาพดูไม่เหมือนคนมีความสุขเลยสักนิด สองแขนโอบกอดร่างบอบบางของมารดาเอาไว้คล้ายจะปลอบให้นางสบายใจ ไม่คิดมากเรื่องผลักไสเขาไปใช้ชีวิตคนเดียวเหมือนที่เคยเป็นมา

 

 

" แต่ผมอยากขออะไรพ่อสักอย่างหนึ่งครับ... "

 

 

ก็ยังมีข้อต่อรองที่ต้องการให้พ่อมีเมตตาเปิดใจทำให้ ลู่ฮานรู้อยู่ในใจลึกๆ ว่าบัดนี้เซฮุนคงพ้นสภาพการเป็นนายแพทย์ในโรงพยาบาลของพ่อแล้วแน่ และอ้างอิงจากคำพูดที่ว่าท่านปรานีอีกฝ่ายมากแล้วเขาก็คงคิดเป็นอื่นอีกไม่ได้

 

 

" พ่ออย่าขึ้นชื่อเซฮุนเป็นบัญชีดำเลยนะครับ ถ้าเป็นแบบนั้นโรงพยาบาลอื่นๆ คงไม่รับเขาเข้าทำงานแน่ คนเป็นหมอ เล่าเรียนมาตั้งนานนม พยายามมากกว่าผู้อื่นตั้งกี่เท่าต่อกี่เท่า จู่ๆ ถูกตัดมือตัดเท้าแบบนั้นคงไปหางานอื่นนอกจากหน้าที่แพทย์ที่ตนเลือกไว้ตั้งแต่แรกไม่ได้ "

 

 

ถึงขนาดนี้แล้วบุตรชายก็ยังคงพูดจายกผลประโยชน์ให้จำเลยอยู่ร่ำไป ไป่หานถอดถอนลมหายใจอย่างกลัดกลุ้มเพราะทุกคำที่หลุดออกมาจากปากลู่ฮานนั้นล้วนแล้วแต่เป็นความจริงทั้งสิ้น บุคลากรแพทย์ฝีมือดีอย่างเซฮุนถือเป็นสมบัติที่ควรค่าแก่การรักษาเอาไว้ ขยันเล่าเรียนและทำงานดีจนใครต่อใครก็อยากได้ตัวไปร่วมงานด้วยทั้งนั้น ครั้งหนึ่งนั้นเขาเคยคิดว่าโรงพยาบาลโซลโชคดีที่มีชายคนนี้คอยช่วยเหลือแผนกศัลยกรรม เริ่มทำงานได้ไม่นานก็ฉายแววประสบความสำเร็จจนได้เลื่อนขั้น ทว่าวันนี้หลังจากที่ไป่หานกับภรรยารู้ความจริงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของสองคนนี้ ความไว้เนื้อเชื่อใจและแรงชื่นชมในวันวานกลับหายไปจนหมดสิ้น ซึ่งก็ไม่แน่ใจนักว่าชาตินี้จะกู้มันกลับคืนมาได้หรือไม่

 

 

" พ่อไม่รับปาก "

 

 

หัวใจลู่ฮานตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม เห็นแววอนาคตของเซฮุนมืดบอด ตนตระหนักรู้ว่าพ่อเป็นคนจริงจังแค่ไหน และบางทีคำขอในครั้งนี้อาจจะทำให้ท่านไม่พอใจมากยิ่งขึ้น

 

 

" แต่ถ้ามันจะทำให้แกรู้สึกดีขึ้น พ่อจะเก็บไปคิดดู "

 

 

ร่างเล็กเผยยิ้มออกมาหลังจากได้ยินน้ำเสียงที่ติดจะอ่อนใจของผู้เป็นบิดา แต่น้ำตาก็ยังเต็มหน้าอยู่ ร่างเล็กเบาใจได้ไปเปราะหนึ่งที่อย่างน้อยแม้เซฮุนจะถูกไล่ออกจากโรงพยาบาลโซลแล้วเจ้าตัวก็ยังหางานที่โรงพยาบาลอื่นทำได้อีก ลู่ฮานทำให้เซฮุนลำบากใจมามากแล้ว หากมีอะไรที่เขาพอช่วยชดใช้ให้ได้ในตอนนี้ตนก็พร้อมจะทำไม่ว่าต้องแลกด้วยสิ่งใด ก่อนที่เราทั้งสองจะกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกันและกันในอนาคต

 

 

ลู่ฮานซุกซบลงบนอกแม่ ยอมแพ้ต่อโชคชะตาที่ไม่เข้าข้างความรัก ปล่อยให้ความเจ็บช้ำกัดกินดวงใจจนกระทั่งมันเต้นช้าลงเรื่อยๆ เพื่อเพียงพอต่อลมหายใจอันแผ่วเบาของหนึ่งชีวิตที่แทบสูญสิ้นทุกสิ่งให้เป็นทุกข์ราวกับตกนรกทั้งเป็นจนกระทั่งวินาทีสุดท้ายของช่วงชีพจร ฝันร้ายและฝันดีดังกล่าวนี้จะติดตามหลอกหลอนร่างเล็กไม่ว่าจะหลบหนีไปที่ใด

 

 

เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะหยุดร้องไห้เมื่อไร ไม่รู้ว่าจะหยุดคิดถึงเซฮุนได้ตอนไหน รวมถึงไม่รู้ว่าเมื่อไรหัวใจจึงจะหยุดรักชายคนนั้น

 

 

แต่เขารู้ว่าในสักวัน...

 

 

สักวัน...ทุกอย่างมันจะต้องดีขึ้นกว่านี้




talk.

29/04/2016

แบ่งตอนฟิคขาดๆ เกินๆ เรื่องนี้ไว้ใจอ๋อค่ะ

อะไรก็ไม่รู้ ช่วงนี้สติไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอย สงสัยต้องโทรหาพี่อ้อยพี่ฉอดบ้างแล้ว 555555555

สักวันมันก็ต้องดีขึ้นเนาะ เป็นกำลังใจให้นายเอกของเราด้วย

ตอนหน้า ( มีความเป็นไปได้ว่า ) จะเครียดน้อยลงแล้วค่ะ

เพราะคนแต่งหมดแรงแล้วววว ฮือ 

:-)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

2,963 ความคิดเห็น

  1. #2949 10.58a.m (@kongkoigigi) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 09:08
    ฮืออออ คิดถึงแล้ววว
    #2949
    0
  2. #2907 linonan_ (@linonan) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 01:25
    ต่างคนต่างเจ็บอ่ะ แหลกพอกันทั้งคู่เลย คนอ่านนี่ได้แต่นั่งปวดหนึบใจ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือเซฮุนยอมรับตัวเองสักทีว่ารักลู่หานขนาดไหน ยกความดีความชอบให้ชานยอลกับจงอินเลย
    #2907
    0
  3. #2848 JACKIE J. (@HOODIEGIRL6116) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 15:03
    ห่างกันไปทบทวนอะไรแล้วค่อยกลับมาเจอกันใหม่ในวันที่พร้อมแล้วทั้งคู่ก็ดีนะ กลับไปอยู่ด้วยกันตอนนี้ทั้งพ่อแม่น้องเองก็คงจะไม่ยอมอะ ไหนจะต่างฝ่ายต่างคิดว่าเป็นความผิดคัวเองอีก มห้เวลาแต่ละคนได้ทบทวนตังเองซักปีสองปี ถ้ายังรักกันอยู่แล้วค่อยมาจับมือกันสู้ต่อก็คงไม่สาย
    #2848
    0
  4. #2724 AIR_KORN (@kornkanok_air) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 15:47
    ไรท์จ๋าาาาาา มาแค่บอกว่าจะไม่หายไปไหนก็ยังดี ฮรุก มีคนรออ่านและให้กำลังใจอยู่เยอะเลยน้าาาา TT
    #2724
    0
  5. #2720 EClairWong (@EClairWong) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 23:15
    รอไรต์มาต่อนะเนี่ยยย อย่าหายไปนะ
    #2720
    0
  6. #2717 hipster_lh7 (@hipster_zaii) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 14:59
    ไรท์ๆๆๆๆๆ มาต่อๆๆๆ
    #2717
    0
  7. #2716 lai.k (@07112219) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 14:40
    ค้างง มาต่อเร็วๆเด้ออ
    #2716
    0
  8. #2709 Aeemmii'z (@aeem-saranporn) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 00:48
    รออยู่ตลอดนะคะ
    #2709
    0
  9. #2706 BEGINHH (@BEGINHH) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 15:11
    ยังรออยู่เสมอเลยนะคะ คิดถึงน้าา
    #2706
    0
  10. #2705 cherL (@1999999) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 06:24
    รออยู่น้าาา ฮือ
    #2705
    0
  11. #2704 cherL (@1999999) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 06:24
    รออยู่น้าาา ฮือ
    #2704
    0
  12. #2702 Hinatachan9490 (@morningdeer9490) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 23:58
    ยังรอไรท์มาอัพน้าา คิดถึงพี่เซฮูนล้าววว~
    #2702
    0
  13. #2697 FirstAugust (@FirstAugust) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 03:49
    ยังรออยู่เสมอ นานแค่ไหนก็รอได้ เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์นะคะ หวังว่าสักวันคงกลับมาอัพเรื่องนี้ต่อ ตอนนี้ก็กลับมาอ่านวนไปค่ะ
    #2697
    0
  14. #2694 AIR_KORN (@kornkanok_air) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 15:05
    เราคิดถึงนะ อยากให้ไรต์รู้ว่ามีคนคอยให้กำลังใจ รออ่านอยู่เสมอ
    #2694
    0
  15. #2692 whereismin (@minnie42141) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 22:25
    พึ่งเจอเรื่องนี้สนุกมากเลย ชอบภาษา ชอบการบรรยากาศ ชอบปมเรื่อง อินมาก ขอบคุณที่แต่งเรื่องสนุกๆแบบนี้นะคะ เป็นกำลังใจให้นะคะ กลับมาอัพนะ เรารอ
    #2692
    0
  16. #2674 @aizerza (@aizerza) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2560 / 14:19
    ไรท์ควรกับมาแต่งต่อได้แล้ว อินมากกกก รอไรท์อยู่นะค่ะ
    #2674
    0
  17. #2673 Ncy__fuji (@Ncy__fuji) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 12:58
    ไรต์คะยังมีคนรออยู่นะคะ ฮืออออออ รี้ดรอให้ไรต์มาต่อนะ ไม่ใช่แค่รี้ดที่รอนะคะ ตัวละครก็รอที่จะให้ไรต์มาต่ออยู่ สู้ๆนะคะ เราเป็นกำลังใจให้ไรต์
    #2673
    0
  18. #2669 LMEDT (@shineedeary) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 00:33
    ไรต์จ๋าาาาาาา มาอัพต่อเถอะน้าาาาาา คิดถึงจะร้องไห้แล้ววว ฮืออออ เรื่องในดวงใจเลยอ่าาา อย่าเทเลยนะคะขอร้องง TT
    #2669
    0
  19. #2667 ohsenny (@ohsenny) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 02:47
    เหตุผลของตัวละครเหตุผลของการกระทำทุกอย่างชัดเจน
    #2667
    0
  20. #2659 XXSHX94 (@XXSHX94) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 23:06
    ใกล้จะจบแล้วใช่มั้ยอ่า อยากให้ไรท์มาต่อนะ รอเรื่องนี้อัพทุกวันเลย โคตรคิดถึงอะเอาจริงๆ ;___;
    #2659
    0
  21. #2658 exo love exo l (@123-4-5-6) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 11:29
    รออยู่นะคะ สู้ๆค้าา
    #2658
    0
  22. #2657 shineedeary (@shineedeary) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 04:47
    ไรต์ ฮืออออออออ คิดถึงแล้วววววว มาต่อเถอะน้าาาาาาาาาาาาาาาาา
    #2657
    0
  23. #2648 minminjank (@thawanratt) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 19:02
    สงสารทั้งคู่เลยยย อ่านไปร้องไป
    #2648
    0
  24. #2643 Jessie Li (@jezz) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 21:46
    ตอนนี้มันหนักหนามาก อ่านไปถึงกับต้องหยุดเลื่อน แหงนหน้ามองเพดาน สูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วค่อยอ่านต่อ เซฮุนก็เจ็บปวดและรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกัน TT
    #2643
    0
  25. #2639 prsh (@ohlu_) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 19:49
    สงสารทุกฝ่ายเลย เข้าใจคนเป็นพ่อแม่เหมือนกันนะคือลูกเราทั้งคน แต่เซฮุนกับลู่หานเขาก็รักกัน เมื่อไหร่เขาสองคนจะรักกันแบบไม่มีอุปสรรคกันนะ หมอจะยอมแพ้จริงๆหรอ จะทิ้งน้องจริงๆหรอวะ
    #2639
    0