ลำนำรักบุปผาสวรรค์ จบแล้ว

ตอนที่ 27 : ตอนที่ 24 พระจันทร์...1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,261
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 184 ครั้ง
    3 ส.ค. 60

ตอนที่ 24 พระจันทร์...1




พลึ่บ

     “อะ...

     “ชูว์...อย่าส่งเสียงร้องออกมาเชียวนะฮวาฮวา

     เธอยังไม่ทันได้พูดอะไรออกไปองค์ชายหยูผิงก็ยกมือขึ้นมาปิดปากเธอเสียก่อน อีกทั้งยังเอ่ยเตือนเธอเสียงเบา เธอจึงพยักหน้าเพื่องบอกว่าเธอจะไม่ส่งเสียงร้องออกมาองค์ชายหยูผิงจึงปล่อยมือที่ปิดปากเธอออก

     “องค์ชายทรงมาทำอะไรที่นี้เพคะ

     “ข้าออกมาเดินเล่นชมจันทร์ แต่พอเห็นเจ้าเลยขึ้นมาทักทาย

     เธอถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อได้ยินคำตอบขององค์ชายหยูผิงและพลางคิดขึ้นได้ว่า เธอไม่ได้ปิดหน้าไว้และนี้เป็นครั้งที่สองที่องค์ชายหยูผิงได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเธอ

     “ถ้าพระองค์จะทรงชมจันทร์ หม่อนฉันก็ขอตัวก่อนเพคะ

     เธอพูดและย่อกายลงพร้อมกับเตรียมเดินกลับเข้าไปในห้อง แต่ก็ต้องหยุดเพราะแรงยึดที่ข้อมือเธอจึงต้องกลับหันไปมอง

     “เจ้าชมจันเป็นเพื่อนข้าได้หรือไม่ฮวาฮวา

     “คงไม่เหมาะกระมังเพคะ ชายหญิงไม่ควรอยู่ใกล้กันหรืออยู่ด้วยกันเพียงลำพัง มันไม่เหมาะและไม่งามเพคะ

     ในตอนนี้นั้นความเป็นกุลสตรี เพียบพร้อมดั่งผ้าพับไว้กำลังเข้าสิงเธอ พร้อมกับพยายามบิดข้อมือให้หลุดจากมือใหญ่ของบุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้า แต่กลับไม่ได้ผล

     เข้าเดินเข้าไปใกล้ๆนาง พอถึงเข้าก็ใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่โอบเข้าที่เอวของนางและรั้งตัวนางเข้ามาหา จนใบหน้าของนางนั้นปะทะเข้ากับหน้าอกของเขา

     โอ๊ย ไอ้องค์ชายบ้าดึงเข้มาแรงขนาดนี้กะจะให้เธอดั้งหัก ดั้งแหมบรึไง อกนั้นก็ใช่ว่าจะนิ่มๆเธอได้แต่บ่นและก่นด่าอยู่ภายในใจ

     เขาก้มมองนางก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา ก่อนจะก้มลงและกระซิบเบาๆที่ข้างหูของนาง

     “แล้วข้าควรทำอย่างไรเล่าถึงจะเหมาะสม หรือว่าต้องหมั้นกันก่อนข้าถึงจะอยู่กันเจ้าตามลำพังได้ ฮวาฮวา

     เธอถึงกับหน้าแดง หูแดงไปหมดกับคำพูดขององค์ชายหยูผิง เธอจึงหันไปกะว่าจะต่อว่าสักหน่อย แต่กลับกลายเป็นว่าเมื่อเธอหันไปจมูกและปากของเธอก็ประทับเข้ากับแก้มขององค์ชายหยูผิงแทน ซึ่งเธอก็ได้แต่เบิกตาโตออกมาเท่านั้น

     นิ...นี่ข้าหอมแก้มเข้าหรอ

     “หลอกกินเต้าหู้ข้ารึเขาพูดออกมาและมองสีหน้าของนางที่ทำให้เข้าอดที่จะหัวเราะออกมาเบาๆไม่ได้

     เธอได้สติกลับมากก็ตอนที่ได้ยินเสียงขององค์ชายหยูผิงเธอจะรีบละลักละล้ำตอบออกไป

     “มะ...ไม่ หาไม่เพคะ

     “อย่าปฏิเสธเลยฮวาฮวา ถ้าหากว่าเจ้าอยากจะกินเต้าหู้ข้าขนาดนั้นบอกข้าตรงๆก็ได้ ข้าพร้อมและเต็มใจให้เจ้ากินเต้าหู้ข้าตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าและ...เขาเว้นวรรคไปช่วงหนึ่งก่อนจะเชยคางของนางขึ้นมาเพื่อให้มองหน้าเข้า ก่อนจะพูดออกไป

     “และทุกๆส่วนของร่างกายของข้าเป็นของเจ้าคนเดียว ฮวาฮวา

     พูดจบเขาก็ก้มลงประกบปากบางของนางทันที จูบที่ทำให้เขามีความสุข สัมผัสที่หอมหวามหาที่ใดเปรียบไม่ได้ จูบที่ทำให้เขาหลงใหลตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้สัมผัส

     จากแค่ว่าคิดจะจูบโดยที่ไม่มีการรุกล้ำใดๆ แต่เหมือนตัวเขาจะยังไม่พอจึงค่อยใช้ลิ้นดันเขาไปในโพรงปากของนางเพื่อหาความหวานและก็เป็นอย่างที่เขาคิด เมื่อนางเปิดปากออกตามความต้องการของเขา เขาก็ไม่รอช้าที่จะใช้ลิ้นเข้าไปสำรวจและกวาดเอาความหอมหวานนั้น

     และดูเหมือนว่าจูบนี้ไปปลุกสัญชาตญาณดิบภายในกายของเขาให้ตื่นขึ้น เขาจึงต้องพยายามหักห้ามใจและความต้องการของร่างกายและละออกจากริมฝีปากของนางอย่างจำใจ และซบลงที่ซอกคอที่หอมกลุ่นของนางพลางหายใจอย่างหอบถี่เพื่อระงับอารมณ์ความปรารถนาที่เกิดขึ้น

     ตอนนี้เธอกำลังรู้สึกมึนงงเป็นอย่างมาก เมื่อครู่นี้องค์ชายหยูผิงจูบเธอใช่ไหม และเขามาจูบเธอทำไมกัน แล้วทำไมเธอถึงยอม ทำไทไม่ขัดขืนล่ะ

     เธอก้มมององค์ชายหยูผิงที่ซบหน้าเข้ากับซอกคอของเธอและหอบหายใจอยู่ และยังรู้สึกว่าริมฝีปากขององค์ชายหยูผิงจะไม่อยู่เฉยนี้ซิ เธอจึงเอ่ยเรียกออกไป

     “องค์ชายเพคะ องค์ชาย

     เธอเห็นว่าองค์ชายหยูผิงไม่ตอบจึงพยายามใช้มือพลั่กไปที่หน้าอกของเขาแทน แต่เธอไม่รู่เลยว่าการกระทำของเธอนั้นกำลังทำให้เขาลำบาก

     “อย่า

     เขาพูดออกมาเบาๆที่ซอกคอของนาง เมื่อรู้สึกถึงฝ่ามือน้อยๆนั้นกำลังพลั่กเขาออก แต่เพียงแค่นี้ก็ทำให้กายของเขาร้อนและปั่นป่วนอีกครั้ง ราวกับธาตุไฟกำลังเข้าแทรก

     “อยู่นิ่งซักพักแล้วข้าจะปล่อย

     “พะ...เพคะเธอตอบออกไปและได้แต่ยืนนิ่งๆให้องค์ชายหยูผิงกอดอยู่อย่างนั้น

     แต่...แต่ทำไมหัวใจของเธอถึงได้เต้นรงขนาดนี้และเธอก็รู้สึกว่าใจของเธอกำลังยิ้ม ยิ้มให้กับการกระทำและการแสดงออกองค์ชายหยูผิงที่มีต่อเธอ

ผ่านไปสักพักองค์ชายหยูผิงก็ผละใบหน้าออกมาจากซอกคอของเธอ แต่ก็ยังไม่ยอปล่อยกอดเธออยู่ดี

     “ดึกมากแล้วเจ้าเข้าไปนอนเถอะฮวาฮวา

     “เพคะเธอพูดออกมาอย่างแปลกใจนิดหน่อย

     อะไรกันเมื่อครู่ยังจูบเธออย่างดูดดื่มอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับมาไล่เธอให้ไปนอนซะล่ะ

     “แล้วพระองค์ล่ะเพคะ

     “ข้าก็จะกลับตำหนักไปนอนเช่นกัน หรือเจ้าอยากให้ข้านอนกับเจ้าที่นี้

     เขาพูดและใช้มือจับไปที่ปอยผมของนางขึ้นมา 1 ช่อ และยกขึ้นมาประทับกับริมฝีปากของตน ก่อนจะเอาไปทัดไว้ที่ใบหูของนาง

     “ไม่ ไม่เพคะ

     “หึหึ...ไปนอนเถอะ

     “เพคะ

     “ฝันดี ฮวาฮวาของข้า

     เขาพูดและจูบเบาๆที่หน้าผากของนางก่อนจะผละออกมา และทะยานตัวออกไป

     เธอได้แต่ยืนมองตามหลังของบุรุษที่เพิ่งจะออกไปก่อนจะยิ้มออกมา

     “ฝันดีเพคะ องค์ชายเธอพูดออกมาไล่หลังและเดินกลับเข้าไปยังห้องพักของตน




วันรุ่งขึ้น




     วันนี้เธอโดนพี่มู่เหมยและพี่มู่หมิงกักบริเวณโดยให้อยู่แต่ภายในวังมรกต เป็นเหตุให้ในตอนนี้เธอมานั่งอยู่ที่ศาลาริมสระน้ำ นั่งมองปลาว่ายไปว่ายมา และนั่งมองดอกบัวและนั่งนับดอกบัวที่อยู่ในสระไปถึง 3 รอบ แต่เธอเบื่อ ไม่ใช่เบื่อธรรมดาแต่เบื่อมากด้วย

     “เฮ้อ...

     “รอบที่ 203”

     เหมยลี่นั่งนับการถอนหายใจของคุณหนูของตนในช่วงเช้าของวัน เพียงแค่ช่วงเช้าเท่านั้นคุณหนูของตนก็ถนหายใจออกมาเป็นร้อยรอบแล้ว

     “ข้าถอนหายใจไป 200 กว่ารอบแล้วหรอ

     “เจ้าค่ะคุณหนู ถ้าคุณหนูยังถอนหายใจเช่นนี้แผ่นดินคงยุบเป็นแน่เจ้าค่ะ

     “ไม่ขนาดหรอกมั่งเหมยลี่

     “ไม่แน่นะเจ้าคะคุณหนู

     “เฮ้อ...

     “รอบที่ 204”

     “กลับห้องเถอะ ข้านั่งมองปลามองดกบัวจนเบื่อแล้ว

     “เจ้าค่ะ

     “เจ้าไปพักเถอะเหมยลี่ ข้าต้องการอยู่เงียบฝึกสมาธิ

     “เจ้าค่ะคุณหนู

     หลังจากที่เหมยลี่ออกไปเธอก็เปิดมิติและเข้าไปปรุงยาพร้อมทั้งฝึกพลังทั้งวิชาต่างๆที่เทพผู้ให้กำเนิดให้มา รวมทั้งฝึกใช้ธาตุต่างๆให้คล่อง อีกทั้งยังฝึกเพื่อที่จะเลื่อนระดับพลัง

     เมื่อเธอเข้ามาเธอก็เริ่มปรุงยาให้กับศิษย์ในสำนัดเพลิงบุปผาไว้เป็นจำนวนมาก ใช้เวลาพอสมควรในการปรุงยาต่างๆเมื่อเสร็จเธอบรรจุใส่ขวดและเก็บไว้ในแหวนมิติ หลังจากนั้นเธอก็นั่งฝึกพลังต่อ จึงจวนใกล้จะถึงเวลาที่เหมยลี่จะเข้ามาตามเธอเพื่อไปทานอาหารกลางวันตามรับสั่งขององค์รัชทายาทลี่กุน เธอจึงออกจากมิติ


ห้องโถง


     เมื่อทุกคนมาครบองค์รัชทายาทลี่กุนก็เป็นคนเปิดพิธีในการทานอาหารกลางวันโดยลงมือเป็นคนแรกและคนอื่นๆก็เริ่มทานกัน

     โดยคนที่นั่งฝั่งตกข้ามของเธอนั้นคือองค์ชายหยูผิง และพอเงยหน้าแต่ละครั้งเธอก็จะเจอหน้าขององค์ชายหยูผิง ที่นั่งกินไปยิ้มไป อีกทั้งยังมองมาที่เธอ

     “มองอยู่ได้

     “เจ้าพูดอะไรรึฮวาเอ๋อร์ พี่ได้ยินม่ค่อยชัด

     “เปล่าเจ้าค่ะ ท่านพี่คงหูฝาดไปเธอหันไปตอบพี่มู่หมิง

     หลังจากที่ทานของคาวเสร็จก็ต่อด้วยของหวาน ซึ่งองค์รัชทายาทลี่กุนบอกว่า ของหวานนี้ได้สั่งมาจากโรงเตรียมบุปผาเหมันต์ ซึ่งขนมพวกนี้เป็นขนมไทยที่เธอได้สอนพ่อครัวแม่ครัวให้ทำ และที่นำมาวันนี้มีทั้งหมด 4 อย่าง คือ ขนมหยกมณี ขนมเกสรลำเจียก ขนมถั่วแปบและขนมต้มแก้วมังกร โดยมีผู้ดูแลโรงเตี๊ยมมาเป็นผู้แนะนำและอธิบายด้วยตนเอง

     เธอมองดูผู้ดูแลโรงเตี๊ยมซึ่งผู้ดูแลโรงเตี๊ยมนั้นก็มองมาที่เธอเช่นกัน และคงจะสงสัยว่า เธอใช่คนเดียวกันกับนายหญิงครัสตัลเจ้าขอโรงเตี๊ยมบุปผาเหมันต์หรือไม่ เมื่อผู้ดูแลโรงเตี๊ยมอธิบายรายชื่อของหวานแต่ละอย่างเสร็จ องค์รัชทายาทก็บอกให้กลับและให้ไปรับเงินกับผู้ดูแลวังมรกต

     หลังจากผู้ดูแลโรงเตี๊ยมออกไปทุกคนก็เริ่มลงมือทานของหวานที่อยู่บนโต๊ะ เพียงแค่ชั่วพริบตาของหวาน 4 อย่างก็หมดลง และทุกคนก็แยกย้ายกันไป

     เธอกลับมานั่งอยู่ที่ศาลาหลังเรือนที่พักในวังมรกตซึ่งเป็นสวนดอกไม้ ด้วยเพราะอยากจะนั่งอ่านตำราคนเดียว เธอจึงบอกให้เหมยลี่ออกไป และเธอก็หยิบตำราวิชา กระบี่บุปผาพิฆาต ออกมาอ่าน และอีกมือก็หยิบของว่างเข้าปากไปเรื่อยๆ จนตำราที่ควรจะอยู่บนมือเพื่ออ่าน กลับมาอยู่บนหน้าเพื่อบังแสงแทน

     “เจ้าจะไปไหนหยูผิงรัชทายาทลี่กุนถามขึ้นเมื่อเห็นน้องชายลุกขึ้น

     “เดินเล่นพ่ะย่ะคะ

     “เดินเล่นทำไม ดูพี่กับซุนไท่เดินหมากดีกว่า

     “เชิญเสด็จพี่เถอะพ่ะย่ะคะ น้องขอตัวพูดเสร็จเขาก็เดินออกไปทันที โดยไม่ฟังเสียงพี่ชายที่กำลังเรียกตนเลย

     เจ้าแน่ใจรึหยูผิงว่าเจ้าจะไปเดินเล่น

     ทำไม่เจ้าพูดแบบนั้นล่ะเฮยหลงเขาตอบเฮยหลงผ่านทางจิต

     ก็ข้ารู้อย่างไรเล่าว่าเจ้าจะไปไหน คงไม่พ้นไปหานาง

     ถ้าข้าไปหานางแล้วอย่างไร

     รุกนาง หลอกกินเต้าหู้นางบ่อยๆระวังนางจะเกลียดเจ้าเข้าสักวัน

     ข้าจะไม่มีทางทำให้นางเกลียดข้า แต่ข้าจะทำให้นางรักข้า

     ในที่สุดเขาก็เดินมาถึงเรือนที่พักของนาง แต่ทำไมนางถึงไม่ได้อยู่กับสาวใช้ของนางล่ะ หรือว่านางจะอยู่ในห้องนอน

     คิดได้ดังนั้นเขาจึงเดินไปอีกทางที่เขาเข้าไปเมื่อคืน แต่พอกำลังจะดินเข้าไปใกล้กับเรือนนอนของนาง สายตากลับเห็นสตรีนางหนึ่งอยู่ที่ศาลา และถ้าให้เดาก็คงจะเป็นนาง เขาจึงเปลี่ยนทางและเดินเข้าไปยังสาลานั้นอย่างเบาฝีเท้าที่สุด

     เมื่อมาถึงสาลาเข้าก็พบว่าตำราที่ควรจะอ่านแต่นางกลับเอามาปิดหน้าบังแสงแทนเสียนี้ เขาจึงเอื้อมมือหวังจะหยิบตำรานั้นออก แต่กลับกลายเป็นว่าเขาสบตากับนางเข้าอย่างจัง

     เธอรู้สึกว่ามีใครบางคนบุกรุกเข้ามาในศาลา แต่ไม่ได้มีเจตนาร้ายหรือรังสีฆ่าฟันใดๆเธอจึงอยู่นิ่งไว้ แต่กับรู้สึกว่าผู้บุกรุกคนนี้เข้าใกล้เธอมากเกินไป เธอจึงตัดสินใจลดตำราที่ปิดหน้าลง แล้วเธอก็รู้ว่าคนที่บุกรุกเข้ามาในศาลาคือองค์ชายหยูผิง และเป็นเหตุให้เธอสบตาเข้ากับองค์ชายหยูผิงเข้าเต็มๆ

     “อะ...องค์ชายเธอพูดพร้อมกับลุกขึ้นและย่อตัวทำความเคารพ

     “ไม่ต้องทำความเคารพข้าหรอกข้าไม่ถือ นั่งเถอะ

     “ขอบพระทัยเพคะเมื่อเธอเห็นองค์ชายหยูผิงนั่งลงเรียบร้อยแล้วเธอก็นั่งลงตาม

     “เจ้ากำลังทำอะไรอยู่รึ

     “เอ่อ...คือ หม่อมฉันกำลังศึกษาและทบทวนตำราสมุนไพรเพค่ะ

     เธอพูดพร้อมกับทำการสับเปลี่ยนตำราฝึกยุทธ์กับตำราสมุนไพรทันทีและเอาขึ้นมาวางบนโต๊ะ

     “งั้นรึ แล้วเจ้าเจ้าใจและจดจำได้หรือไม่

     “นิดหน่อยเพคะ หม่อมฉันยังต้องฝึกฝนอีกมาก

     “นั่นสินะ ยังต้องฝึกอีกมากกว่าจะปรุงยาระดับสูงและมีความบริสุทธิ์เม 10 คงต้องใช้เวลาอีกนานเขาพูดพร้อมกับยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาจิบ และมองดูนาง

     “เอ่อ...

     จิกกัดเบาๆนิ่มๆแต่เจ็บนะเพค่ะองค์ชาย

     “เจ้าว่างหรือไม่

     “เพคะ...

     “ตอนนี้เจ้าว่างหรือไม่

     “ว่าเพคะเธอได้ยินคำถามในรอบที่สองเธอก็ตอบออกไปอย่างทันที

     ที่ตอบไวไม่ใช่เพราะอยากไปกับคนหล่อหรอกนะ เอ่อ..นั่นก็ส่วนหนึ่ง แต่เหตุผลหลักๆคือเธออยากออกไปข้างนอกมากกว่า

     “จะไม่ถามหน่อยหรอว่าข้าถามเจ้าทำไม

     “เพคะ เอ่อ...แล้วองค์ชาย...เธอยังไม่ทันได้พูดอะไรองค์ชายหยูผิงก็พูดขัดขึ้นมาเสียก่อน

     “ไปเถอะ ข้าจะพาเจ้าออกไปข้างนอก

     “เพคะ แล้ว...

     “ถ้าเรื่องพี่หญิงมู่เหมยและมู่หมิงล่ะก็ข้าจะพูดให้เอง

     “ขอบพระทัยเพคะ ถ้าอย่างนั้นพระองค์ทรงรอหม่อมฉันสักครู่ หม่อมฉันขอเวลาไม่นานในการเปลี่ยนเสื้อผ้า

     “อืม ข้าจะรอเจ้าที่ห้องโถงในเรือน

     “เพคะเธอพูดและวิ่งออกไปโดยที่ไม่ได้เห็นรอยยิ้มบุรุษที่สนทนาด้วย

     เขาบอกสาวในเรือนของนางไปบอกกล่าวแก่พี่ทั้งสองของนางว่า เขาจะพานางออกไปข้างนอก และยังบอกต่อไปอีกว่าเขาจะดูแลนางอย่างดี ไม่ให้มีรอยกัดหรือรอยขีดข่วนใดๆทั้งสิ้น

     

     “หม่อมฉันต้องขออภัยที่ทรงทำให้พระองค์รอนานเพคะ

     เขาเงยหน้าขึ้นมองนางและเห็นว่าชุดที่นางใส่นั้นคือ ชุดกระปรงสีชมพูอ่อน เสื้อสีขาวที่ปักรูปดอกไม้ไว้พองาม ทรงผมที่เก็บม้วนไว้พองามและมีเพียงปิ่นปักผมอันเดียวเท่านั้น ซึ่งทำให้นางงดงาม อ่อนหวานยิ่งนัก

     “องค์ชาย องค์ชายเพคะเธอเรียกองค์ชายหยูผิงอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะได้ยินที่เธอเรียกเลย

     “เอ่อ...

     “หม่อมฉันพร้อมแล้วเพคะ

     “งั้นก็ไปกันเถอะ

     เมื่อออกมาถึงหน้าเรือนเธอก็เห็นเจ้ายูกาที่ยืนอย่างทรงสง่า เชิดหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอยู่

     “เจ้าคงไม่ว่าข้าหรอกนะที่ข้าให้คนไปพายูกามา

     “หาไม่เพคะ

     “ขึ้นมาเถอะ

     เขาพูดและเดินเข้าไปหายูกาที่พอเห็นเขาและนางเดินเข้ามาก็หมอบตัวลง เขาจึงขึ้นไปก่อนแล้วก็ดึงนางขึ้นมาทีหลัง และให้นางนั่งข้างหน้าของตน

     “ย้ะ

     เมื่อออกมาถึงตลาดเธอก็เห็นผู้คนมากมายทั้งสองข้างทางที่เดินชมเลือกของและพูดคุยกันตลอดทาง และมารู้ตัวอีกทีก็มาหยุดที่หน้าโรงเตี๊ยมบุปผาเหมันต์ และเธอก็เห็นบ่าวที่เธอจำได้ว่าเป็นบ่าวประจำตำหนักขององค์ชายหยูผิง และเมื่อเห็นเธอและองค์ชายหยูผิงก็เดินเข้ามาพร้อมกับยื่นกล่องๆหนึ่งให้องค์ชายหยูผิง ก่อนที่องค์ชายหยูผิงจะโบกมือเชิงบอกว่าให้ไปได้

     “เจ้ามีแหวนมิติ

     “เอ่อ..เพคะ หม่อนฉันมี

     “เก็บเข้าแหวนมิติของเจ้าซะ

     “เพคะ

     แล้วเธอก็รับกล่องและห่อผ้ามาจากมือขององค์ชายหยูผิงและเก็บเข้าแหวนมิติทันที หลังจากนั้นองค์ชายหยูผิงก็สั่งยูกาให้ไปได้

     

     ใช้เวลาราวๆเกือบ 2 ชั่วโมง เธอกับองค์ชายหยูผิงก็มาถึงหุบเขาแห่งหนึ่ง ที่มีทุ่งดอกไม้หลากหลายชนิดหลากหลายสี และที่สำคัญคือสวยมาก

     “ที่นี้คือ

     “ที่ๆทำให้ข้ารู้สึกปลอดโปร่ง สงบและข้าก็ชอบที่นี้ แล้วเจ้าเล่าชอบที่นี้หรือไม่

     “ชอบเพคะ ที่นี้สวยมากเอตอบออกไปแต่สายตากลับมองทุ่งดอกไม้ข้างหน้า

     “ลงเถอะ เจ้าคงอยากจะเดินเล่น

     “เพคะ

     ยูกาหมอบตัวลงเพื่อให้เธอและองค์ชายหยูผิงลงจากหลังของมัน

     “อย่าไปไหนไกลล่ะยูกา เข้าใจไหมเธอพูดดกับยูกาและคำตอบที่ได้คือ มันพยักหน้าตอบรับเชิงเข้าใจและหันหลังเดินออกไปทันที

     เมื่อยูกาเดินออกไป เธอก็ไม่ได้สนใจอะไรอีกแม้แต่บุรุษที่พามายามนี้ยังเป็นแค่เพียงธาตุอากาศเท่านั้น ตอนนี้เธอสนใจเพียงอย่างเดียวคือเดินเล่นชมดอกไม้เท่านั้น

     เมื่อเธอเดินชมดอกไม้ ไล่จับผีเสื้อไปสักพักก็ฉุกคิดถึงคนที่พาเธอมาจึงหันไปหาและพบว่า องค์ชายหยูผิงกำลังนอนหลับอยู่ใต้ต้นไม้ และเธอก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้น

     “แกล้งองค์ชายนี้ผิดไหม จะถูกเฆี่ยนหรือประหารหรือเปล่า คงไม่หรอกมั่ง แค่แกล้งเอง

     เธอพูดและยิ้มออกมา ก่อนจะหยิบเอาชาดทาปากสีแดงออกมาจากแหวนมิติ สองตาก็ก้มมองสลับระหว่างชาดทาปากและมงกุฎดอกไม้ที่เธอทำขึ้นให้พี่มู่เหมย ซึ่งเธอทำขึ้นมาสองอันมีของเธอและของพี่มู่เหมย แต่ตอนนี้ขอใช้แกล้งองค์ชายหยูผิงก่อนแล้วกัน

     คิดได้ดังนั้นเธอก็รีบวิ่งเข้าไปและพอใกล้จะถึงเธอก็ค่อยก้าวเดินเข้าไปช้าๆและเบาที่สุด จนมาหยุดอยู่ตรงหน้าและค่อยๆนั่งลง เธอจึงใช้โอกาสนี้มองพินิจพิจารณาใบหน้าขององค์ชายหยูผิง

     ใบหน้าที่ขาวเนียนยิ่งกว่าสตรีบางคน คิ้วกระบี่ที่เรียงตัวสวย จมูกที่โด่งรับกับใบหน้าที่เรียวได้รูป ริมฝีปากที่ไม่หนาไม่บางเกินไป หล่อ คำเดียวที่คิดได้ในตอนนี้

     แต่พอมองไปที่ริมปากขององค์ชายหยูผิงแล้วใบหน้าของเธอกลับเห่อร้อนขึ้นมา

     “โอ๊ย จะไปคิดถึงเรื่องเมื่อคืนไปทำไมเนี่ย หยุดๆๆ

     เธอสะบัดหน้า 2-3 ที เพื่อสลัดความคิดเรื่องเมื่อคืนออกจากหัว ก่อนจะใส่มงกุฎดอกไม้ลงบนศีรษะขององค์ชายหยูผิง และใช้นิ้วชี้แต้มชาดสีแดงในตลับ เพื่อจะใช้แต้มไปที่ใบหน้าขององค์ชายหยูผิง แต่แล้ว...


หมับ


เจ้าจะทำอะไร











ชุดที่นางเอกเราใส่


ทุ่งดอกไม้ที่พระเอกพานางเอกไป








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 184 ครั้ง

699 ความคิดเห็น

  1. #152 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 02:06
    ไรท์สู้ๆๆๆๆนะคะ
    #152
    0
  2. #135 risuki666 (@risuki666) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 01:06
    แกล้งไม่สำดร็จ อิอิ
    #135
    0
  3. #134 เอมิ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 19:36
    เป็นกำลังใจให้นะค่ะ รออยู่นะค่ะ
    #134
    0