ลำนำรักบุปผาสวรรค์ จบแล้ว

ตอนที่ 30 : ตอนที่ 27 ประลอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,197
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 179 ครั้ง
    10 ก.ย. 60

ตอนที่ 27 ประลอง




     วันนี้เป็นวันแรกที่เธอจะได้เข้าเรียนในสำนักศึกษาหลวง แต่พอมาถึงห้องเรียนกลับพบแต่ ลานโล่งๆกว้างๆ ได้ยินแต่เพียงเสียงของสายลมที่พัดผ่านหูไปเท่านั้น

     “นั้น ศิษย์สายเวทย์ยุทธ์นิ แล้วมาทำอะไรที่นี้

     ศิษย์คนหนึ่งพูดขึ้นพร้อมกับชี้ไปทางที่ศิษย์สายเวทย์ยุทธ์เดินเข้ามา พร้อมกับกลุ่มของศิษย์พี่ และ 1 ในกลุ่มของศิษย์พี่นั้นก็มี องค์ชายหยูผิง องค์ชายซุนไท่ องค์ชายซูเหวินและพี่มู่หมิง

     เธอสังเกตุเห็นศิษย์หญิงคนอื่นๆกำลังหน้าแดงให้กับกลุ่มขององค์ชายหยูผิง

     “โอ้ว 4 หนุ่ม 4 มุม 4 หนุ่มฮอตประจำสำนักศึกษาหลวงเธอพูดออกมาเบาๆและมองไปยังกลุ่มขอองค์ชายหยูผิง

     “ศิษย์สายเวทย์ยุทธ์และศิษย์สายเวทย์รักษาทุกคน มาเข้าแถวตรงนี้เร็วศิษย์พี่สายเวทย์ยุทธ์คนหนึ่งพูดขึ้น

     เมื่อศิษย์ทั้งสองสายได้ยินก็เริ่มวิ่งไปเข้าแถวตามคำสั่งของศิษย์พี่

     “เงียบ ถ้าเข้าแถวเสร็จแล้วก็อยู่เงียบๆศิษย์พี่อีกคนพูดขึ้น

     “ที่จริงแล้ววันนี้ทางสำนักศึกษาหลวงไม่มีการสอนใดๆ

     “อ้าว

     ศิษย์ทั้งสองสายต่างก็ร้องออกมาอย่างขัดใจกับคำพูดของศิษย์พี่ เพราะถ้าไม่มีการเรียนการสอนก็ควรจะปล่อยให้พักผ่อนสิหรือไม่ก็ปล่อยให้นอนโง่ๆในห้องไปเลย จะเรียกออกมาทำไม

     “พวกเจ้าทุกคนคงจะสงสัยว่าเรียกมาทำไม

     มากเธอตอบภายในใจ

     “ที่ข้าเรียกมานั้น เพราะอยากให้พวกเจ้าทุกคน ศิษย์สายเวทย์ยุทธ์และศิษย์สายเวทย์รักษาทำความรู้จักกัน โดยทำการประลองกันระหว่างศิษย์ทั้งสองสาย

     เกิดเสียงซุบซิบขึ้นเมื่อทุกคนได้ยินสิ่งที่ศิษย์พี่คนนั้นพูดขึ้น

     “เอาล่ะทุกคนไปหยิบกระบี่มา

     เมื่อศิษย์ทั้งสงสายทุกคนได้ยินก็ไปเลือกกระบี่ไม้และกลับมาเข้าแถวดังเดิม

     เมื่อเห็นว่าศิษย์น้องทั้งสองสายเลือกกระบี่และกลับมาเข้าแถวอย่างเรียบร้อยแล้วก็พูดขึ้น

     “ข้าไม่รู้ว่าศิษย์สายเวทย์รักษาคนใดที่พอมีฝีมือบ้าง แต่ข้าไม่ใช่ผู้ที่จะเลือกคู่ในการลอง แต่จะเป็นศิษย์ทั้งสองสายที่เป็นผู้เลือก เริ่มจากศิษย์สายเวทย์รักษาเลือกคู่ที่จะมาประลองได้

     สิ้นคำของศิษย์พี่ศิษย์สายเวทย์รักษาต่างก็หันไปมองหน้ากันว่าจะทำเช่นไร ถึงแม้ว่าศิษย์สายเวทย์รักษาจะพอมีวรยุทธ์บ้างแต่ก็เพียงแค่ป้องกันตัว เอาตัวรอดได้เท่านั้น ไม่ได้เก่งกาจที่จะประลองกับคนที่มีพลังด้านเวทย์ยุทธ์

     “ข้าโจซิ่วอี้ ของท้าประลองกับ เว่ยเฉียงอู่

     องค์หญิงซิ่วอี้เดินขึ้นไปยังเวทีที่มีศิษย์พี่ยืนอยู่บนนั้นและประกาศชื่อของผู้ที่ตนต้องการประลองด้วยเสียงดัง

     เจ้าของชื่อได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจนิดหน่อยไม่คิดว่าองค์หญิงผู้นี้จะกล้าท้าประลองกับเขา แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็อยากจะลองดูจึงเดินขึ้นไปบนเวทีอย่างเต็มใจ ด้วยท่วงท่าการเดินที่คิดว่าสามารถตรึงตาตรึงใจสตรีทุกนางที่อยู่ในที่นี้

     “ขี้เก๊กซะไม่มีเธอพูดออกมาเบาๆเมื่อเห็นท่วงท่าการเดินขององค์ชายเฉียงอู่

     “บ้าโดยแท้องค์หญิงซิ่วอี้ เฉียงอู่นั้นถือว่าเป็นคู่ต่อสู้และคู่ประลองที่มีมือสูสีและทัดเทียมกับเสด็จพี่ซูเหวิน แต่นางกลับ เฮ้อ...เป็นสตรีที่บ้าจริงๆ เจ้าว่าอย่างนั้นหรือไม่จิงฮวา

     เธอหันไปมององค์หญิงลี่หมินที่กำลังพูดราวกับกำลังพูดอยู่คนเดียว แต่ท้ายประโยคกลับหันมาพูดกับเธอ

     “หม่อมฉันขอไม่ออกความคิดเห็นดีกว่าเพคะ

     “เจ้านี้องค์หญิงลี่หมินพูดแค่นั้นและหันไปมองยังเวทีต่อ

     “การประลองนี้มีกฎกติกาแค่ 1 ข้อ คือ หากอีกฝ่ายเอ๋ยว่ายอมแพ้หรือไม่สามารถที่จะทำการประลองได้ ให้หยุดการประลองโดยทันที หากฝืนจะมีการลงโทษ เริ่มได้

     เมื่อสิ้นคำของศิษย์พี่ ทั้งสองก็เดินวนไปวนมาเหมืนนักมวยที่เดินดูเชิงของอีกฝ่ายว่าจะมาไม้ไหน สักพักก็เป็นองค์หญิงซิ่วอี้ที่เป็นฝ่ายเริ่มก่อน โดยการพุ่งตัวเข้าไปด้วยความเร็วที่ไม่มีใครมองเห็น

     ปลายดาบไม้ที่ชี้พุ่งเข้าหาองค์ชายเฉียงอู่ด้วยความเร็ว ตาองค์ชายเฉียงอู่ก็เบี่ยงตัวหลบได้ทันและใช้ดาบไม้ของตนปัดดาบไม้ขององค์หญิงซิ่อี้ออกไปอย่างง่ายดาย

     องค์หญิงซิ่วอี้หัยกลับมาเผชิญหนกับองค์ชายเฉียงอู่ ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ความเร็วที่ใช้นั้นมากกกว่าครั้งแรก

     แต่สำหรับองค์ชายเฉียงอู่แล้วความเร็วเท่านี้เขาสามารถมองออกจึงตัดสินใจรอบตัวขององค์หญิงซิ่วอี้ไว้จากทางด้านหลังเมื่อองค์หญิงเข้ามาใกล้

     โดยที่ไม่รู้ตัวตัวขององค์หญิงซิ่วอี้ก็ถูกองค์ชายเฉียงอู่รวบไว้จากทางด้านหลังเสียแล้ว และรู้ได้ทันทีว่าตนนั้นแพ้แล้ว เพราะดาบไม้นั้นพาดอยู่ที่ลำคอของตน

     “ข้าขอยอมแพ้องค์หญิงซิ่วอี้พูดออกมาพร้อมกับทิ้งดาบไม้ในมือลงพื้น

     เมื่อองค์ชายเฉียงอู่ได้ยินดังนั้นก็ละดาบไม้ออกจากคอขององค์หญิงซิ่วอี้พร้อมทั้งถอยห่างออก ก่อนที่ทั้งสองจะโค้งตัวให้แก่กัน

     “ศิษย์สายเวทย์ยุทธ์ชนะ

     สิ้นคำของศิษย์พี่ ศิษย์สายเวทย์ยุทธ์ต่างก็โห่ร้องและปรบมือกันเสียงดัง

     “ศิษย์น้องเจ้าอยากจะประลองกับศิษย์สายเวทย์รักษาอีกหรือไม่

     องค์ชายเฉียงอู่คิดชั่วครู่ก่อนจะพูดออกมาเสียงดัง

     “ข้าขอท้าประลองกับศิษย์สายเวทย์รักษา ชิงจิงฮวา

     เธอสะดุ้งตัวขึ้นมาเมื่อองค์ชายเฉียงอู่เรียกชื่อเธอ  นี้องค์ชายเฉียงอู่ขอเธอท้าประลองงั้นหรอ

     “เราสนิทกันจนท่านมาขอข้าท้าประลองแล้วรึองค์ชายเฉียงอู่เธอได้แต่ร้องค้านในใจพลางจ้องไปยังองค์ชายเฉียงอู่ที่ยืนยิ้มอยู่บนเวทีประลอง

     สายตาของเขาแข็งกร้าวขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินชื่อของสตรีที่เขารักจะต้องขึ้นไปประลอง ฝีมือของเฉียงอู่นั้นไม่อาจที่จะดูเบาได้เลย ถึงขั้นที่เทียบได้กับฝีมือของซูเหวินได้เลยทีเดียว

     “ฮวาเอ๋อร์

     มู่หมิงได้แต่ร้องเรียกชื่อน้องสาวของตนออกมาอย่างกับคนละเมอ ที่ต้องรู้ว่าน้องาวของตนจะต้องขึ้นประลงกับองค์ชายเฉียงอู่

     “ชิงจิงฮวา ศิษย์สายเวทย์รักษาศิษย์พี่คนนั้นพูดชื่อของเธอขึ้นพร้อมทั้งมองมาที่เธอที่ยืนอยู่กับองค์หญิงทั้งสอง

     “ฝู่เธอพ่นลมหายใจออกมาแรงๆและก้าวเดินไปยังเวทีประลอง

     เมื่อขึ้นมาถึงยังเวทีประลองเธอก็โค้งตัวทำความเคารพองค์ชายเฉียงอู่อย่างสวยงาม

     “โปรดชี้แนะ

     “เป็นหม่อมฉันต่างหากเพคะที่ต้องของคำชี้แนะจากพระองค์

     “เริ่มการประลองรอบที่สอง

     เธอยืนนิ่งๆโดยมือขวาที่ถือดาบไม้นั้นไม่ได้มีการตั้งท่าหรือตั้งรับใดๆและมองท่าทีขององค์ชายเฉียงอู่ไปด้วย

     ไม่นานก็เป็นองค์ชายเฉียงอู่ที่เริ่มและพุ่งตัวเข้ามาหาเธอพร้อมทั้งปลายของดาบไม้ก็ชี้ตรงมายังเธอ แต่เมื่อปลายของดาบไม้ใกล้จะถึงและโดนตัว เธอก็ก้มตัวลงต่ำเพื่อหลบ เธอพยายามทำให้การหลบของเธอเป็นการหลบที่เฉียดฉิว

     และไม่ว่าจะกี่ครั้งๆที่องค์ชายเฉียงอู่พุ่งตัวเข้ามาหาเธอ เธอก็จะทำการหลบแบบเฉียดฉิวทุกครั้งไป

     แต่ครั้งนี้เธอคิดว่ามันแปลก เพราะฝีเท้าขององค์ชายเฉียงอู่นั้นเร็วกว่าครั้งก่อนๆมาก อีกทั้งปลายของดาบไม้ถ้าสังเกตดีๆยังมีประกายไฟอีกด้วย

     ครั้งนี้ก็เช่นกันเธอสามารถหลบได้ทัน แต่เธอก็ต้องยืนนิ่งก้มหน้าไม่ขยับและหันหลังให้กับองค์ชายเฉียงอู่ เพราะเธอรู้สึกถึงผ้าปิดหน้าของเธอหลุดออกไป และรับรู้ได้ถึงความเจ็บบนใบหน้าของตนเอง

     ทุกคนต่างก็ตกตลึงและมองไปที่ปลายดาบขององค์ชายเฉียงอู่ที่มีผ้าปิดหน้าของชิงจิงฮวา อีกทั้งถ้ามองดีๆจะเห็นว่ามีหยดเลือดติดอยู่

     เขาถึงขั้นตกใจและเบิกตากว้างขึ้นมา เพราะถ้าผ้าปิดหน้าของนางหลุดทุกคนในที่นี้ก็จะเห็นใบหน้าของนาง ซึ่งเขาไม่มีวันยอมเด็ดขาด

     “บ้าเอ้ย หลุดจนได้ เวทย์เปลี่ยนใบหน้าก็ยังช้าไม่ได้ แล้วจะทำยังไงล่ะทีนี้

     องค์ชายเฉียงอู่คิดว่าเขาคงจะชนะแล้วหาเขาพุ่งตัวเขาไปหานางอีกครั้ง และเพียงแค่เอาดาบไม้นี้พาดไปที่คอของนางและให้นางเอ่ยคำว่ายอมแพ้ออกมา เขาก็จะชนะ

     คิดได้ดังนั้นเขาก็พุ่งตัวเขาไปหานาทันทีพร้อมทั้งรอยยิ้ม

     เธอรับรู้ได้ถึงพลังขององค์ชายเฉียงอู่ที่กำลังพุ่งเข้ามาหาเธอ เมื่อเข้ามาใกล้ในจุดที่เธอยืน เธอจึงเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย ทำให้ดาบไม้ขององค์ชายเฉียงอู่พลาดเป้า

     และเพื่อไม่ให้องค์เฉียงอู่ตั้งตัว เธอจึงใช้ดาบไม้ของเธอปักลงกับพื้นเวทีประลอง เอียงตังให้ลำตัวตั้งฉากกับพื้นและใช้เท้าซ้ายแตะไปที่คอขององค์ชายเฉียงอู่อย่างเต็มแรงไม่มีการออมแรงใดๆ เป็นเหตุให้องค์ชายเฉียงอู่กระเด็นตกเวทีไป แล้วเธอก็กลับมายืนปกติ

     ทุกคนที่อยู่ในที่นี้ไม่ได้ตกตะลึงที่เห็นองค์ชายเฉียงอู่ตกลงจากเวทีเพียงแค่เจอฝ่าเท้าแค่ครั้งเดียวจากสตรี แต่ที่ทุกคนตกใจและตะลึงนั้นก็เพราะใบหน้าของชิงจิงฮวา

     คงเพราะศิษย์ของสำนักศึกษาหลวงส่วนมานั้น ต้องมัดผมโดยการรวบตึง มัดทรงสูงเหมือนมัดผมหางม้า ด้วยเพราะเหตุนี้ทุกคนจึงได้เห็นใบหน้าของชิงจิงฮวาได้อย่างชัดเจน

     ใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติ งามเสียยิ่งกว่าใครๆ งามยิ่งกว่าสตรีที่ถูกขนานนามว่าเป็นสตรีที่มีความความล่มแคว้น ล่มสามแคว้น แล้วนางเล่าจะเรียกว่างามล่มอะไร

     เธอรับรู้ถึงความผิดปกติ เพราะทุกคนนั้นต่างเงียบไปหมดไม่มีเสียงใดๆที่หลุดออกมา เธอจึงหันไปมองรอบๆว่าทุกคนเป็นอะไรไป จนเธอฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ผ้าปิดหน้าของเธอหลุด เธอจึงยกมือทั้งสองข้างจับไปตมใบหน้าของตนเอง



พลึ่บ



     เธอเงยหน้าขึ้นมาว่าใครที่ขึ้นมายังเวที เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นก็พบกับบุรุษที่เธอคุ้นเคย บุรุษเพียงคนเดียวที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรง องค์ชายหยูผิง

     เธอได้แต่มององค์ชายหยูผิงอยู่อย่างนั้น และเธอก็มารู้สึกตัวตอนที่องค์ชายหยูผิงดึงตัวเธอเข้าไปกอด และกดศีรษะของเธอให้ซบเข้ากับแผ่นอกกว้างๆของเขา

     “ทุกคนที่อยู่ในที่นี้จงลืมเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ไปซะ ถ้าข้ารู้หรือได้ยินใครพูดเรื่องในวันนี้ออกมา แม้จะเพียงน้อยนิดก็ตาม อย่าหาว่าข้าใจร้าย

     พูดเสร็จเขาก็โอบเอวนางและเหาะออกไปจากที่นี้โดยทันที โดยมุ่งตรงไปยังวังมรกต

     ทุกคนยังตกตะลึงไม่หายกับการเห็นใบหน้าของชิงจิงฮวา แต่ก็ต้องมาตกใจราวกับหยุดหายใจอีกครั้งกับคำพูดกับคำพูดที่องค์ชายหยูผิงพูดทิ้งท้ายไว้

     องค์หญิงซิ่วอี้และองค์หญิงลี่หมินหันมามองหน้ากันราวกับคนบ้า ไม่มีสติ ในหัวกำลังคิดถึงคำพูดของชิงจิงฮวาที่พูดว่า ใบหน้าของตนนั้นอัปลักษณ์ยิ่งนัก แล้วสิ่งที่เห็นเมื่อครู่นี้มันคืออะไร นั้นคืออัปลักษณ์แล้วรึ

     ไม่ต่างไปจากองค์ชายซุนไท่ องค์ชายซูเหวิน องค์ชายเฉียงอู่ที่นิ่งงเป็นหินเมื่อได้เห็นใบหน้าที่งดงามของชิงจิงฮวา

     แต่กับมู่หมิงนั้น ในหัวมีแต่เรื่องที่ว่าหลังจากนี้คงมีเรื่องวุ่นวายและปัญหาเข้ามามากมายเป็นแน่ และเขาต้องเขียนจดหมายไปบอกท่านพ่อและท่านแม่

     “ซุนไท่ ใบหน้านั้น ใบหน้าของชิงจิงฮวา ทำไมข้าถึงรู้สึกเหมือนเคยเห็นมาก่อนองค์ชายซูเหวินพูดออกมา

     “ข้าก็รู้สึกเช่นเจ้าเหมือนเคนเห็นที่ไหนมาก่อน เหมือน...เหมือนกับนางในฝันของหยูผิง

     หลังจากที่องค์ชายซุนไท่พูดจบทุกกคนก็หันไปยังมู่หมิงที่ยังนั่งนิ่งอยู่




วังมรกต




     หลังจากที่เขาออกมาจากลานประลองแล้ว ก็มุ่งตรงมายังวังมรกตทันทีและเป้าหมายก็คือตำหนักของเขา

     เมื่อมาถึงห้องนอนภายในตำหนัก เขาก็วางนางลงยังเตียงนอนของเขา และเดินไปยังตู้เก็บยาเพื่อหายามาทาที่ใบหน้าของนาง

     เมื่อเขาได้ยาตามที่ต้องการแล้วก็เดินมาที่เตียงและนั่งลงบนเตียงข้างๆนาง และใช้นิ้วชี้ที่ได้แต้มยาไว้แล้ว ก่อนจะบรรจงแต้มลงไปที่แผลบนใบหน้าของนาง

     “เจ้าเจ็บหรือไม่ฮวาฮวาเขาถามขึ้น เพราะเขากลัวว่ามือจะหนักและทำให้นางเจ็บ

     “ไม่เจ็บเพคะ พระองค์มือเบามาก เอ่อ...ให้หม่อมฉันทำเองดีกว่าเพคะเธอพูดและยื่นมือเพื่อจะเอากล่องยามาจากมือเขาองค์ชายหยูผิง แต่องค์ชายหยูผิงกลับชักมือหนี

     “ให้ข้าทำให้เจาเถอะ ข้าอยากทำให้เจ้าเขาพูดพร้อมกับยิ้มให้นางอย่างอ่อนโยนก่อนจะทายาให้นางต่อ

     เธอเห็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนขององค์ชายหยูผิง ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตอบ

     “ขอบพระทัยเพคะ

















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 179 ครั้ง

699 ความคิดเห็น

  1. #245 veraya2099 (@veraya2099) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 02:52
    นางเอกแลดูลามกทีแรก แต่ทำไมยังกล้าๆกลัวๆอยู่ ควรพุ่งชนนะ ไม่ควรสะดุ้งตกใจบ่อย นิสัยขัดกับภาพลักษณ์นิดๆนะคะ
    #245
    0
  2. #155 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 02:15
    เผยหน้าจริงแล้ว555
    #155
    0