ลำนำรักบุปผาสวรรค์ จบแล้ว

ตอนที่ 39 : ตอนที่ 36 งานประลองยุทธ์ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,988
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 160 ครั้ง
    13 ต.ค. 60

ตอนที่ 36 งานประลองยุทธ์ 3




     “กระหม่อมต้องการประลองกับเจ้าสำนักเพลิงบุปผาสักครั้งพ่ะย่ะคะ

     เกิดเสียงดังฮือฮาขึ้นเมื่อทุกคนได้ยินคำพูดและสิ่งที่ต้องการขององค์ชายหยูผิง แม้กระทั้งเธอเองก็ยังตกใจ ไม่คิดว่าองค์ชายหยูผิงจะขอประลองกับเธอ แทนที่จะเอาของรางวัลพวกนั้น

     ที่เขาละทิ้งของรางวัลพวกนั้นและเลือกที่จะประลองกับเจ้าสำนักเพลิงบุปผานั้น เพียงแค่ต้องการพิสูจน์สิ่งที่เขาสงสัยก็เพียงเท่านั้น ไม่ได้มีความคิดที่จะลบลู่หรืออยากจะวัดฝีมือใดๆทั้งสิ้น เพราะเขาสงสัยว่าเจ้าสำนักเพลิงบุปผาคริสตัลผู้นี้ จะใช่ฮวาฮวาดั่งที่เขาคิดหรือไม่ และสิ่งที่ทำให้เขาสงสัยที่สุดคือดวงตาของเจ้าสำนักเพลิงบุปผาที่เหมือนดวงตาของฮวาฮวาราวกับใช้ดวงตาดวงเดียวกัน

     ในหัวของเธอคิดว่าทำไมองค์ชายหยูผิงถึงขอเธอประลองแทนที่จะเอาของรางวัลพวกนั้นไป หรือว่าองค์ชายหยูผิงเกิดสงสัยขึ้นมาว่าเธอคือชิงจิงฮวา

     “เจ้าขอประลองกับเจ้าสำนักเพลิงบุปผาแทนที่จะของรางวัลพวกนี้อย่างนั้นรึหยูผิง

     “พ่ะย่ะคะฝ่าบาท

     “เหตุที่เจ้าขอท้าประล่ะ

     “กระหม่อมเพียงแค่สงสัยบางอย่างเท่านั้นพ่ะย่ะคะ จึงอยากจะพิสูจน์

     “งั้นรึ

     “พ่ะย่ะคะ

     “นายหญิงหรือว่าองค์ชายหยูผิงจะ...

     “เงียบก่อนต๋าเฉิง

     “ขอรับ

     “เจ้าว่าอย่างไรเจ้าสำนักเพลิงบุปผา เจ้ายินดีรับคำท้าประลองนี้จากโอรสแห่งข้าหรือไม่

     เธอยืนขึ้นและกล่าวออกไป

     “เป็นเกียรติของหม่อมฉันยิ่งเพคะที่จะได้ประลองกับองค์ชายหยูผิง หม่อมฉันรับคำท้าประลองเพคะ

     เธอตอบและยิ้มออกมาภายใต้ผ้าปิดหน้าผืนบาง แต่ทว่าภายในใจของเธอนั้นอยากจะหายตัวออกไปจากตรงนี้ยิ่งนัก

     “ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มเลย

     สิ้นคำของฮ่องเต้แห่งแคว้น เธอและองค์ชายหยูผิงก็เดินขึ้นไปยังเวทีประลอง

     



     ทุกคนที่อยู่ในลานประลองไม่มีใครละสายตาหรือกระพริบตาเลย เพราะถ้ากระพริบตาเพียงนิดอาจจะพลาดฉากสำคัญไป ในใจของทุกคนนั้นดีใจยิ่งที่จะได้เห็นการฝีมือขององค์ชายหยูผิงอีกครั้ง แต่อีกใจก็ใคร่รู้ว่าเจ้าสำนักเพลิงบุปผาผู้นี้จะมีวรยุทธ์สูงสักแค่ไหน

     เมื่อเธอและองค์ชายหยูผิงเดินขึ้นมายังเวทีประลองก็โค้งทำความเคารพกัน ก่อนที่องค์ชายหยูผิงจะเป็นฝ่ายพูดขึ้น

     “ขอเจ้าสำนักเพลิงบุปผาโปรดชี้แนะและออมมือด้วย

     “เป็นหม่อมฉันที่ต้องขอคำชี้แนะจากพระองค์ และขอให้พระองค์ออมมือให้กับหม่อมฉันเพคะ

     “เจ้าสำนักเพลิงบุปผากล่าวเกินไปแล้ว

     เธอไม่ตอบเพียงแค่ก้มหน้าลงเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น

     “เริ่มการประลองได้

     เมื่อเสียงผู้ประกาศพูดจบ องค์ชายหยูผิงก็ใช้ธาตุน้ำแข็งสร้างดาบน้ำแข็ง และบริเวณโดยรอบขององค์ชายหยูผิงนั้นก็ค่อยๆกลายเป็นน้ำแข็ง พร้อมกับตรงมายังเธอ

     เริ่มเลยหรอเนี่ย ไม่คิดจะออมมือสินะเธอคิดในใจและก้มมองน้ำแข็งที่กำลังไล่ตรงมาหาเธอ ก่อนจะเงยหน้ามององค์ชายหยูผิง

     เธอใช้ธาตุไปเสกกระบี่ออกมา กระบี่ที่มีเปลวเพลิงสีแดงอมส้ม ก่อนจะใช้กระบี่นั้นทำการวาดวงกลมรอบตัวเธอ เมื่อน้ำแข็งเหล่านั้นเข้ามาใกล้ในรัศมีของเปลวเพลิงก็ละลาย

     เมื่อเขาเห็นดังนั้นก็เพิ่มพลังน้ำแข็งเข้าไปอีก จนเริ่มเห็นเปลวเพลิงเจ้าสำนักเพลิงบุปผาค่อยๆเกาะกลายเป็นน้ำแข็ง

     เธอยิ้มออกมาภายใต้ผ้าปิดหน้าผืนบาง พลางคิดในใจไปด้วย

     สงสัยจะเอาจริงกว่าตอนที่สู้กับเหล่าคนชุดดำพวกนั้นสินะ

     เธอเงยหน้าขึ้นและมองไปยังองค์ชายหยูผิงอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะพูดออกมาเบาๆและเธอก็หายไปจากตรงนั้น

     บุปผาไร้เงา

     “หายไปไหน

     ทุกคนต่างก็มองหาเจ้าสำนักเพลิงบุปผา เพราะเมื่อครู่ยังอยู่ในวงล้อมของน้ำแข็ง แต่ตอนนี้กลับหาบไปเสียแล้ว


พลึ่บ


     เธอมาปรากฏตัวต่อหน้าองค์ชายหยูผิง ซึ่งห่างกันเพียงแค่หนึ่งช่วงแขนเท่านั้น

     เขาทั้งแปลกใจและตกใจ เพราะไม่สามารถจำสัมผัสของเจ้าสำนักเพลิงบุปผาได้ อีกทั้งยังมปรากฏตัวต่อหน้าเขาในระยะประชิดเช่นนี้อีก

     เธอยกกระบี่เพลิงของเธอขึ้นและฟันลงไปหาองค์ชายหยูผิงอย่างแรง แต่องค์ชายหยูผิงก็สามารถยกดาบน้ำแข็งของตนขึ้นมาป้องกันได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน จนเป็นเธอที่เป็นฝ่ายกระโดดถอยออกมา

     เขาพุ่งตัวเขาไปหาเจ้าสำนักเพลิงบุปผาอย่างรวดเร็ว ผู้คนที่เห็นคงเห็นเป็นเพียงแค่เงาสีดำกำลังเคลื่อนไหวเท่านั้น

     เธอเห็นองค์ชายหยูผิงที่พุ่งตัวเข้ามาหาก็เบี่ยงตัวหลบเพื่อให้พ้นรัศมีของดาบน้ำแข็ง แต่ไม่คาดว่าปลายของดาบน้ำแข็งนั้นจะเฉียดเข้ากับแขนของเธอ จนเลือดไหลซึมออกมาเปื้อนแขนเสื้อสีขาว

     เธอก้มมองแขนของตัวเองที่มีเลือดไหลออกมา ก่อนจะหันไปมององค์ชายหยูผิง และสลายกระบี่เพลิงไป

     เขางุนงงว่าทำไมเจ้าสำนักเพลิงบุปผาถึงสลายกระเพลิงไป แต่และความสงสัยของเขาก็กระจ่าง เมื่อ...

     เธอสลายกระบี่เพลิงก่อนจะใช่ธาตุน้ำแข็งเสกดาบน้ำแข็งออกมาแทนกระบี่เพลิง

     “นี้ เจ้าสำนักเพลิงบุปผาสามารถใช้ธาตุได้ถึงสองธาตุเชียวรึ

     เสียงพูดของเจ้าสำนักคนหนึ่งพูดขึ้นเมื่อเห็นเธอเสกดาบน้ำแข็งออกมาแทนกระบี่เพลิง

     “หม่อมฉันคิดว่าการที่หม่อมฉันใช้ธาตุตรงข้ามกับพระองค์นั้นทำให้หม่อมฉันเสียเปรียบ

     “ท่านก็เลยเปลี่ยนมาใช้ธาตุน้ำแข็งงั้นรึ

     “เพคะ

     “ท่านคงรู้ว่าข้าใช้ธาตุมืดได้

     เธอยิ้มออกมาและพูดออกไป

     “เพคะ หม่อมฉันทราบว่าพระองค์สามารถใช้ธาตุมืดได้ อีกทั้งสัตว์เวทย์ แต่ว่าความมืดย่อมแพ้ความสว่าง ใช่หรือไม่เพคะองค์ชาย

     “ท่านคงไม่ได้จะบอกข้าว่า ท่านสามารถใช้ธาตุแสงได้ ใช่หรือไม่

     “ทรงรอทอดพระเนตรเองดีกว่าเพคะองค์ชาย

     เธอพูดจบก็พุ่งตัวเข้าไปหาองค์ชายหยูผิง และทุกๆการเคลื่อนไหวของเธอก็จะเกิดน้ำแข็งขึ้นรอบๆตลอดเวลา ไม่ว่าเธอจะเคลื่อนตัวไปทางไหนก็ตาม จนดาบน้ำแข็งของเธอปะทะเข้ากับดาบน้ำแข็งขององค์ชายหยูผิงอย่างแรง

     เมื่อเขาเห็นว่าเจ้าสำนักเพลิงบุปผาอยู่ใกล้ในระยะที่มือเอื้อมถึง จึงใช้มืออีกข้างที่ว่างเอื้อมออกไปเพื่อจะดึงผาปิดหน้าขงเจ้าสำนักเพลิงบุปผาออกมา แต่ไม่คาดว่าเจ้าสำนักเพลิงบุปผาจะดีดตัวออกไปอย่างรวดเร็ว

     เธอถึงกับขมวดคิ้ว เมื่อครู่องค์ชายหยูผิงจะดึงผ้าปิดหน้าของเธอใช่หรือไม่ หรือว่าที่องค์ชายหยูผิงขอท้าประลองกับเธอก็เพื่อต้องการพิสูจน์ว่าเธอคือชิงจิงฮวางั้นรึ

     ขณะที่เธอกำลังคิดอยู่นั้น องค์ชายหยูผิงก็พุ่งตัวเข้ามาหาเธออีกครั้งโดยที่เธอไม่รู้ตัว มารู้สึกตัวก็เมื่อได้ยินเสียงของหลางหลงร้องบอก

     ด้วยอารามที่ตกใจที่เห็นองค์ชายหยูผิงพุ่งตัวเข้ามาหาเธอด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิม เธอจึงยกดาบน้ำแข็งขึ้นมาป้องกนโดยที่เธอเผลอใช้ธาตุสายฟ้าเข้าไปด้วย แต่ไม่คาดว่าการที่เธอยกดาบน้ำแข็งขึ้นมาป้องกันนั้นจะเป็นการทำร้ายองค์ชายหยูผิง ดาบน้ำแข็งของเธอเสียบอยู่ที่อกขององค์ชายหยูผิง

     ทุกคนต่างเงียบเมื่อเห็น เพราะไม่คาดว่าองค์ชายหยูผิงจะบาดเจ็บเช่นนี้

     เธอเบิกตากว้างอย่างตกใจ ก่อนจะตั้งสติและสลายดาบน้ำแข็งไป และเข้าไปประคององค์ชายหยูผิง

     “องค์ชาย

     “ฝีมือของท่านยอดเยี่ยมนัก

     “อย่าเพิ่งตรัสอะไรเลยเพคะ เลือดไหลออกมาเยอะเช่นนี้พระองค์ควรได้รับการรักษาโดยเร็ว

     “การประลองยังไม่จบ คงต้อง...

     “ข้าขอยอมแพ้

     เธอประกาศออกมาเสียงดัง เพราะต้องการให้การประลองในรอบนี้จบลงโดยเร็วที่สุด

     เขามองหน้าเจ้าสำนักเพลิงบุปผาอย่างงุนงง ทั้งๆที่กำลังจะชนะอยู่แล้ว แต่ทำไมถึง...

     “ทำไมท่านถึงทำเช่นนี้ ทั้งๆที่กำลังชนะ

     “ชีวิตของพระองค์สำคัญมากกว่าการชนะเพคะ

     เธอประคององค์ชายหยู่ผิงเดินไปข้างเวทีและส่งให้กับหมอหลวง แต่ก็ยังกระวนกระวายเพราะความเป็นห่วง ก่อนเธอจะตัดสินในและเดินตามไป

     เมื่อจงอันและต๋าเฉิงเห็นคุณหนูของตนเดินตามองค์ชายหยูผิงไป ก็รีบตามไปอย่างรวดเร็ว

     ส่วนเวทีประลองก็เงียบ สำนักต่างๆก็แยกย้ายกันไปร่วมทั้งสำนักเพลิงบุปผาที่จงอันบอกให้ศิษย์ทุกคนกลับไปรอที่โรงเตี๊ยมบุปผาเหมันต์



     องค์ชายหยูผิงถูกพามายังห้องที่เอาไว้รับรองผู้ที่ขึ้นไปลองที่ได้รับบาดเจ็บ แต่ห้องขององค์ชายหยูผิงนั้นเป็นแบบส่วนตัวไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บคนอื่นอยู่

     เมื่อเธอเดินเข้ามาถึงก็พบกับฮ่องเต้ องค์รัชทายาท องค์ชาย องค์หญิงทุกพระองค์ พี่มู่หมิงและหมอหลวงที่กำลังทำการรักษาองค์ชายหยูผิงอยู่

     “เจ้าสำนักเพลิงบุปผาองค์หญิงลี่หมินเห็นเธอจึงทักขึ้น

     “ถวายบังคมฝ่าบาท องค์รัชทายาท องค์ชาย องค์หญิงทุกพระองค์เพคะ คารวะคุณชายมู่

     “ท่านเข้ามาในนี้มีอะไรอย่างนั้นรึเจ้าสำนักเพลิงบุปผา

     “หม่อมฉันเป็นห่วงองค์ชายหยูผิงเพคะเธอตอบองค์รัชทายาท แต่มองไปที่องค์ชายหยูผิง

     เธอเห็นหมอหลวงผละออกมาจากองค์ชายหยูผิงจึงรีบถามขึ้น

     “ท่านหมอ อาการของหยู...เอ่อ องค์ชายหยูผิงเป็นอย่างไรบ้าง

     “เจ้าสำนักเพลิงบุปผาดาบน้ำแข็งของท่านช่างร้ายแรงยิ่งนักอีกทั้งยังมีธาตุสายฟ้าแฝงอยู่ ตอนนี้นั้นร่างกายขององค์ชายหยูผิงนั้นปั่นป่วนเพราะธาตุสายฟ้า หากไม่ได้ยามารักษา เกรงว่าคงถูกธาตุไฟเข้าแทรกหรือไม่ธาตุสายฟ้าคงทำร้ายธาตุอื่นๆ

     เมื่อเธอได้ยินหัวใจของเธอราวกับกำลังแตกสลาย เธอไม่คิดว่าการที่เธอใช้ธาตุพิเศษถึงสองธาตุในช่วงเวลาเดียวกันจะอันตรายและมีผลรุนแรงถึงเพียงนี้

     “ยารักษาเลาหมอหลวง

     “ทูลฝ่าบาท ยารักษานั้นใช้แค่สิ่งเดียวพ่ะย่ะคะ แต่หายากยิ่ง แต่สิ่งที่หายากยิ่งกว่ายารักษาคือผู้ที่จะมาทำการรักษาพ่ะย่ะคะ

     “แล้วยารักษานั้นมันคืออะไรเล่า ส่วนคนรักษาก็คือเจ้าหมอหลวง

     “คนรักษานั้นไม่ใช่กระหม่อมพ่ะย่ะคะ ส่วนยารักษานั้นคือดอกจิงฮวาพ่ะย่ะคะ

     “ดอกจิงฮวาเราก็มีองค์รัชทายาทพูดขึ้น

     “แต่ต้องใช้ดอกจิงฮวาถึง 4 ดอกพ่ะย่ะคะ

     “4 ดอก

     “พ่ะย่ะคะ ดอกจิงฮวาสีแดงแทนธาตุไฟ ดอกจิงฮวาสีขาวแทนธาตุน้ำแข็ง ดอกจิงฮวาสีเหลืองแทนธาตุสายฟ้าและดอกจิงฮวาสีรุ้งแทนธาตุมืดหมอหลวงพูดและเว้นไปช่วงหนึ่ง และมองทุกคนว่ามีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อได้ยิน ก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง

     “อีกทั้งผู้ที่จะมารักษาต้องมีธาตุทั้ง 4 นี้พ่ะย่ะคะ เพื่อที่จะดูดซับพลังของดอกจิงฮวาได้ดีที่สุด

     เมื่อทุกคนได้ยินก็เงียบไป ดอกจิงฮวาที่ว่าหายากมากแล้ว แต่คนที่มีธาตุทั้งสี่นั้นหายากยิ่งกว่า เพราะใน 3 แคว้นนี้จะมีสักกี่คนกันที่เกิดมาแล้วมีพรสวรรค์ถือครองธาตุได้ถึง 3 ธาตุ

     “ข้าจะเป็นคนรักษาองค์ชายหยูผิงเอง

     “นายหญิง

     จงอันและต๋าเฉิงร้องออกมาพร้อมกันเมื่อได้ยินคำพูดของคุณหนูของตน เพราะการทำเช่นนี้ต้องเสียงระดับพลังของตนที่สั่งสมมา

     ทุกคนต่างก็หันมามองเธอเป็นตาเดียวและไม่เชื่อ

     “เจ้าสำนักเพลิงบุปผา เทาที่ข้ารู้และเห็น ท่านนั้นใช้ธาตุไฟ ธาตุน้ำแข็ง ธาตุแสงและธาตุสายฟ้าที่แฝงอยู่ในตัวของโอรสข้า แต่ธาตุมืดนั้นท่านไม่มี ท่านจะรักษาโอรสข้าดะ...

     ฮ่องเต้แห่งแคว้นพูดยังไม่ทันจบประโยค ก็เห็นลูกกลมๆถึง 5 ลูกลอยวนอยู่รอบๆตัวของเจ้าสำนักเพลิงบุปผา สีแดงแทนธาตุไฟ สีขาวแทนธาตุแสง สีฟ้าใสแทนธาตุน้ำแข็ง สีเหลืองแทนธาตุสายฟ้าและสีดำแทนธาตุมืด

     “นี้...

     ทุกคนต่างก็พูดไม่ออก รวมทั้งองครักษ์ทั้งสองก็เช่นกัน เพราะไม่รู้ว่าคุณหนูของตนนั้นถือครองธาตุได้ถึง 5 ธาตุ เพราะปกติแล้วคุณหนูนั้นใช้เฉพาะธาตุแสง

     “ข้าขอบคุณท่านมากเจ้าสำนักเพลิงบุปผาที่ช่วยโอรสของข้า ข้าจะไม่ลืมบุญคุณในครั้งนี้ แต่ก็มีอีกสิ่งหนึ่งที่หายากยิ่ง

     “ถ้าพระองค์หมายถึงดอกจิงฮวาทั้งสีดอก ไม่ต้องหาหรอกเพคะ

     “ท่านหมายความว่าอย่างไร

     เธอไม่ตอบองค์รัชทายาท เพียงแค่เปิดแหวนมิติและหยิบเอาดอกจิงฮวาออกมา 4 ดอก สีแดง สีขาว สีเหลือง และสีรุ้ง ซึ่งสีรุ้งเป็นดอกจิงฮวาที่น้อยและหายากมากที่สุด

     “นี้...

     เป็นอีกครั้งที่ทุกคนตกกลึงและพูดไม่ออก แม้แต่องครักษ์ทั้งสองของเธอก็เข่าอ่อนแทบทรุดลงกับพื้น

     เขาได้ยินเสียงทุกคนที่พูดกัน และพยายามลืมตาขึ้นมองก็เห็นว่าเจ้าสำนักเพลิงบุปผาหยิบเอาดอกจิงฮวาออกมาจากแหวนมิติ แค่นี้ก็ทำให้เขามั่นใจขึ้นมาถึง 6 ส่วนว่าเจ้าสำนักเพลิงบุปผาคนนี้คือฮวาฮวา

     “ให้หม่อมฉันรักษาองค์ชายหยูผิงได้หรือยังเพคะ

     “ได้...ได้

     “ถ้าอย่างนั้น หม่อนฉันของให้ทุกพระองค์และทุกคนออกไปรอข้างนอกก่อนเพคะ

     “ได้

     เป็นฮ่องเต้แห่งแคว้นพูดออกมา และทุกคนก็เดินออกไปจากห้องทันที

     เธอเดินเข้าไปหาองค์ชายหยูผิงที่นอนหลับตาอยู่บนเตียง และนั่งลงที่ข้างเตียงและใช้มือลูบไล้ไปที่ใบหน้าที่แสนหล่อเหลาขององค์ชายหยูผิง

     “ข้าขอโทษที่ทำให้ท่านบาดเจ็บถึงเพียงนี้ หยูผิง

     เขาอยากจะยิ้มออกมายิ่งนัก ถึงตอนี้เขารู้แล้วว่าเจ้าสำนักเพลิงบุปผาก็คือฮวาฮวาของเขา

     เธอนั่งขัดสมาธิและดึงพลังของธาตุทั้งสี่ออกมา พร้อมกับใช้พลังดึงร่างขององค์ชายหยูผิงให้ลุกขึ้นนั่ง และใช้พลังของธาตุทั้งสี่ดึงดอกจิงฮวาทั้งสี่ให้ลอบอยู่ตรงกลางระหว่างเธอและองค์ชายหยูผิง

     



     เธอทำอย่างนั้นไปสักพักและมั่นใจว่าองค์ชายได้ดูซับเอาพลังจากดอกจิงฮวาไปแล้ว จนดอกจิงฮวาทั้งสี่ดอกหมุนวนรอบๆตัวขององค์ชายหยูผิง ก่อนจะสลายหายเข้าไปในตัวขององค์ชายหยุผิง อีกทั้งแผลขององค์ชายหยูผิงก็สมานหายเป็นปกติ และที่เธอสัมผัสได้พลังขององค์ชายหยูผิงก็เลื่อนขั้นขึ้นไปอีกถึง 4 ขั้น จากสีแดงขั้นสูง (ขั้น 8 ) เป็นสีชมพูขั้นต้น (ขั้น 3 )

     แต่กลับกันกับเธอ ที่ระดับพลังของเธอลดลงจากสีส้มขั้นสูง (ขั้น 9 ) ลงไปเป็นสีส้มขั้นกลาง (ขั้น 5 )

     เธอมององค์ชายหยูผิงที่ค่อยๆลืมตาขึ้นมา

     เขาลืมตาขึ้นมาและมองเห็นนางนั่งอยู่ตรงหน้า สีหน้าของนางบ่งบอกว่าเหนื่อยแค่ไหนกับการรักษาเขาในครั้งนี้ อีกทั้งระดับพลังของนางยังลดลงไปอีก

     “พระองค์รู้สึกเช่นไรบ้างเพคะ

     เขายิ้มออกมาก่อนจะตอบ

     “ข้าดีขึ้นแล้ว

     “ถ้าพระองค์ดีขึ้นแล้ว อย่างนั้นหม่อมฉันขอตัวเพคะเธอพูดพร้อมกับลุกขึ้น และพยายามทำให้ร่างกายเป็นปกติที่สุด

     แต่ยังไม่ทันที่เธอจะลุกออกไปจากเตียงก็รู้สึกถึงอ้อมแขนแกร่งที่โอบกอดเข้าที่เอว และรั้งร่างของเธอให่นั่งลง แต่ที่นั่งลงนั้นคือตักขององค์ชายหยูผิง

     “องค์ชาย ทรงทำอะไรเพคะเธอพูดและพยายามแกะมือขององค์ชายหยูผิงออก

     “ทำอะไร ข้าก็กอดคู่หมั้นของข้าอย่างไรเล่า

     เธอตัวแข็งทื่อเมื่อได้ยินองค์ชายหยูผิงพูดคำนี้ออกมา ไม่จริงน่า องค์ชายหยูผิงคงไม่รู้หรอก

     “พระองค์ทังตรัสอะไรเพคะ ใครเป็นคู่หมั้นของพระองค์

     “ก็เจ้าอย่างไรเล่าฮวาฮวา หรือจะให้ข้าเรียกเจ้าว่าเจ้าสำนักเพลิงบุปผาหรือนายหญิงคริสตัลดี

     เขาพูดและปลดผ้าปิดหน้าของนางออกอย่างรวดเร็วและไม่ทันให้นางได้ตั้งตัว

     “องค์ชาย

     เธอหันไปมององค์ชายหยูผิงทันที เมื่อผ้าปิดหน้าของเธอถูกปลดออก

     มือเร็วนักเธอได้แต่คิดในใจ

     “เป็นเจ้าจริงๆคนดี

     เธอขมวดคิ้วเข้าหารกันอย่างรุนแรง เธอจำได้ว่าตอนนี้เธอยังใช้เวทย์เปลี่ยนใบหน้าอยู่ ยังไม่ได้คลายแล้วทำไมองค์ชายหยูผิงถึงพูด...

     เธอชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะนึกถึงคำพูดของเทพผู้ให้กำเนิดขึ้นมา ถึงข้อห้ามของการใช้เวทย์เปลี่ยนใบหน้าที่คลายออก 1 คืนพระจันทร์เต็มดวงและคือเดือนดับเวทย์เปลี่ยนใบหน้าจะเสื่อมคลาย และ 2 เมื่อท่านมีใจที่รักใครและคนๆก็รักท่าน คนๆนั้นจะเห็นใบหน้าที่แท้จริงของท่านของท่าน

     หรือว่านี้คือข้อพิสูจน์ ถ้าองค์ชายหยูผิงเห็นใบหน้าที่แท้จริงของเธอทั้งๆที่ไม่ใช่คือพระจันทร์เต็มดวงหรือคืนเดือนดับ นั้นก็หมายความว่า องค์ชายหยูผิงและเธอมีใจต่อกัน

     เธอคิดและหันไปมององค์ชายหยูผิง ที่ยังกอดเธอและมองหน้าเธออยู่















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 160 ครั้ง

699 ความคิดเห็น

  1. #692 Kurokawaii (@ApasaraTonthong) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 22:50
    ฟินมากๆ แต่สำนักไหนชนะอ่ะ หน้าจะต่อการประลองต่ออีกนอด
    #692
    0
  2. #515 nechari (@nechari) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 08:17
    จริงๆเรื่องนี้ถ้าแต่งแบบแฟนตาซีเต็มตัวคือมันจะเทพเมพยิ่งกว่สเทพทรู มากๆ ค่ะ พระนางเกิดมาเพื่อฆ่าคน
    #515
    0
  3. #231 06Lookpad (@06Lookpad) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 22:21
    แล่วๆๆๆ เทพทรู ถือกำเนิด ศัตรู มาเพิ่ม อีก เปนโขยงงง
    #231
    0
  4. #227 MaySansuwan (@MaySansuwan) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 22:05
    สนุกมากเลยค่ะไรท์ รอตอนต่อไปนะคะ
    #227
    0
  5. #226 Noomimin (@Noomimin) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 21:23
    รอๆๆค่าไรท์
    #226
    0
  6. #225 K-OeiOei (@K-OeiOei) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 20:35
    มาต่อไวๆนะคะไรต์ จิกหมอนหนักมากกกก
    #225
    0
  7. #224 THIP02112528 (@T02112528) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 20:08
    ฟินนนนน
    #224
    0
  8. #222 ManutsanunPm (@ManutsanunPm) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 19:57
    คงต้องรอ อย่านานนะคะ ไรท์ รออ่านอย่าใจจดใจจ่อ
    #222
    0
  9. #221 farreena (@farreena) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 19:54
    รออออออออ
    #221
    0
  10. #219 Neeni Ninee (@neeni123) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 19:43
    รอน้าา
    #219
    0
  11. #218 Protonnaja (@Best2559) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 19:34
    กำลังสนุกเลย รอค่าาา
    #218
    0
  12. #217 19895 (@19895) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 19:21
    สนุกมากเลยค่ะมาต่อไวไวน่ะค่ะ
    #217
    0
  13. #215 LowSugarPink (@LowSugarPink) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 18:53
    กำลังสนุก
    #215
    0