ลำนำรักบุปผาสวรรค์ จบแล้ว

ตอนที่ 44 : ตอนที่ 41 บุกชิงตัวกบฏ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,153
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 159 ครั้ง
    15 ต.ค. 60

ตอนที่ 41 บุกชิงตัวกบฏ




     “ข้าจะไปกับท่านด้วยคุณชายมู่

     เธอเดินออกมาจากเรือนพักและยืนข้างๆองค์ชายหยูผิง

     “เจ้าสำนักเพลิงบุปผาพี่มู่หมิงพูดออกมาเมื่อเห็นเธอ

     “เจ้าจะทำอะไรฮวาฮวาเขาก้มลงพูดที่ข้างหูของนาง

     “ข้าจะไปช่วยท่านพ่อและท่านแม่เธอตอบกลับเบาๆ

     “แต่มันอันตราย

     “ถึงมันจะอันตรายยังไงข้าก็ต้องไป

     “ถึงข้าจะห้ามเจ้า เจ้าก็คงไปอยู่ดี

     เธอพยักหน้าตอบ

     “ได้ มู่หมิงข้าจะไปช่วยท่านแม่ทัพและฮูหยินกับเจ้าด้วย

     เธอหันไปมององค์ชายหยูผิงอย่างรวดเร็ว

     “หยูผิง

     “ข้าไม่ยอมให้เจ้าไปเสี่ยงอันตรายคนเดียวแน่เขาพูดและยิ้มให้กับนาง

     หลังจากนั้นทุกคนก็ตกลงกันว่ามีใครจะไปบ้าง จนบทสรุปที่ได้ออกมาคือ  ไปทุกคนยกเว้นพี่มู่เหมย องค์หญิงซิ่วอี้และองค์หญิงลี่หมิน โดยการเดินทางนั้นเธอขอให้หลางหลงพาไปจะได้ถึงเร็ว

     เมื่อทุกคนคุยและตกลงกันเสร็จก็มารวมตัวกันอยู่ที่ลานกว้างของสำนักเพลิงบุปผา หลังจากนั้นเธอก็เรียกหลางหลงออกมา

     “หลางหลง

     ครั้งนี้หลางหลงปรากฏตัวออกมาในรูปลักษณ์ของมังกรทองโดยทันที ราวกับรู้ว่าเธอต้องการะไร ทุกคนตลึงตาค้างได้ไม่นานก็กระโดดขึ้นหลังของหลางหลงไป ส่วนเธอยืนอยู่ที่ส่วนหัวของหลางหลง โดยที่เธอไม่ทันได้ออกคำสั่งหรือพูดอะไร หลางหลงกูพุ่งทะยานขึ้นบนฟ้าและบินออกไปทันที




เมืองหลวง




     การประหารแม่ทัพชิงและฮูหยินใหญ่นั้นจัดอยู่ที่กลางตลาด เพื่อที่จะให้ทุกคนได้รับรู้ว่า แม่ทัพผู้นี้คิดก่อกบฏโค่นบัลลังก์ หลังจากที่ทำการประหารก็จะมีการเสียบหัวประจานที่ประตูเมืองเป็นเวลา 7 วัน 7 คืน

     และการประหารในครั้งนี้มีองค์ชายเจิ้งโจวเสด็จมาดูด้วยตนเอง

     องค์ชายเจิ้งโจวแหงนหน้ามองท้องฟ้าแล้วก็พูดออกมา

     “ถึงเวลาแล้ว ประหารได้องค์ชายเจิ้งโจวพูดออกมาและมองไปยังแท่นประหารตรงหน้าและยิ้มออกมา

     แต่ก่อนที่เพชฌฆาตจะลงดาบบั่นคอแม่ทัพชิงฮูหยิน บนท้องฟ้าก็บังเกิดเงาขนาดใหญ่ทาบทับบริเวณลายประหารโดยรอบ จนทุกคนอดไม่ได้ที่จะแหงนหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้า

     บนท้องฟ้าในขณะนี้ได้ปรากฏมังกรตัวสีทองอร่าม จนผู้คนที่เห็นตลึง หยุดนิ่งทำอะไรไม่ถูก

     “มังกรทองหลางหลง

     จอมมารฉางเหอพูดออกมาและมองไปยังทองฟ้า และไม่นานก็ปรากฏร่างทั้ง 7 ลอยตัวลงมาจากหลังของมังกรทองและหยุดยืนอยู่ที่แท่นประหาร

     “ท่านพ่อ ท่านแม่

     “หมิงเอิอร์ หมิงเอ๋อร์ใช่หรือไม่

     “ลูกเองขอรับมู่หมิงพูดและแกะผ้าปิดตาของทั้งสองออก

     “มัวยืนอึงอะไรกันอยู่ รีบจับตัวพวกมันทุกคนเร็วเข้า พวกมันคิดจะช่วยกบฏ

     เธอหันไปมองตามเสียง ก็พบว่าเจ้าของเสียงที่พูดออกมาเมื่อครู่นั้นก็คือ ฮูหยินรอง

     “เลี้ยงเสียข้าวสุก ขนาดเลี้ยงหมา หมามันยังรู้จักตอบแทนบุญคุณผู้เลี้ยงโดยการเฝ้าบ้าน กระดิกหางต้อนรับ แต่กับงูเห่า เลี้ยงให้ดียังไงก็ยังเป็นงูเห่าอยู่วัยยังค่ำ สุดท้ายก็หันกลับมาแหวงกัดผู้มีพระคุณเธอพูดออกไปและมองไปยังฮูหยินรองอย่างอาฆาต

     “เจ้าสำนักเพลิงบุปผา นี้ไม่ใช่เรื่องของท่าน ถ้าท่านช่วยกบฏสองคนนั้น ทางราชสำนักก็จะถือว่าท่านคิดก่อกบฏเช่นกันเธอหันไปมององค์ชายเจิ้งโจว

     “องค์ชายเจิ้งโจว พระองค์ตรัสออกมาเช่นนี้ พระองค์กล่าวหาตัวพระองค์เองหรือเพคะ ว่าก่อกบฏ

     “เจ้า...

     “ถ้าแม่ทัพที่ทำเพื่อแผ่นดินคนนี้เป็นกบฏ คิดโค่นราชบัลลังก์จริง ข้าเจ้าสำนักเพลิงบุปผาก็จะขอเป็นกำลังสำคัญให้แก่แม่ทัพผู้นี้เธอพูดออกไปเสียงดังจนผู้คนที่อยู่โดยรอบได้ยิน

     “มัวรออะไรอยู่ รีบจับพวกมันเร็วเข้า

     “งูเห่าตัวนี้ ช่างแส้หาเรื่องดีนัก

     พูดพูดออกมาและใช้วิชาบุปผาไร้เงาหายตัวไป สักพักก็มาปรากฏตัวต่อหน้าฮูหยินรอง

     “เจ้า...

เพียะ

     “เจ้า...

เพียะ

     ทุกครั้งที่เธอตบเธอจะแฝงพลังของธาตุไฟเข้าไปด้วย เธอตบไปสองครั้งซ้าย ขวา ใบหน้าทั้งสองข้างของฮูหยินรองเป็นแผลผุผองจนน่ารังเกียจ

     “ท่านแม่

     มู่ลี่พยายามเข้าไปช่วยมารดาของตน แต่ก็โดนพลังที่คล้ายธาตุสายลมผลักออกมา

     เมื่อเธอหันกลับมา ก็เห็นว่าฮูหยินรองยกมือขึ้นกำลังจะตบหน้าของเธอกลับ เธอจึงใช้ธาตุน้ำแข็งเสกดาบน้ำแข็งออกมา และก่อนที่ฝ่ามือนั้นจะปะทะเข้ากับใบหน้าของเธอ เธอก็ยกดาบน้ำแข็งขึ้นมาและตัดไปที่มือขวาของฮูหยินรอง


ฉึบ


     “อ๊ากกก มือ มือข้า มือข้า...เจ้า...ฮูหยินรองเงยหน้ามองเธอด้วยสายตาที่อาฆาตแค้น

     แต่ในขณะที่เธอสนใจอยู่กับฮูหยินรองอยู่นั้น เธอไม่รู้เลยว่าองค์ชายเจิ้งโจวกำลังจะโจมตีเธอทางด้านหลังขณะที่เธอเผลอ พอเธอรู้สึกตัวองค์ชายเจิ้งโจวก็อยู่ในระยะประชิดเสียแล้ว แต่ปลายกระบี่ขององค์ชายเจิ้งโจวกลับเฉียดแขนของเธอไป เธอจึงหันไปมองก็พบว่าคนที่เบี่ยงแบนทิศทางกระบี่ขององค์ชายเจิ้งโจวก็คือ จอมมารฉางเหอ แต่แต่ไม่ได้รู้สึกขอบคุณหรือซาบซึ้งใจสักนิด เธอจึงตัดสินใจหลบและไปรวมกับองค์ชายหยูผิง

     “เจ้าเป็นอะไรหรือไม่

     เขาจับแขนางมาดูก็เห็นเลือดไหลออกมาเป็นทางยางจนชุ่มแขนซ้ายของนาง และเขาก็เห็นอีกว่าบุรุษผู้นั้น จอมมารฉางเหอที่เบี่ยงแบนทิศทางกระบี่ของเจิ้งโจว

     “ข้าไม่เป็นไร

     “เจ้าไม่มีสิทธิทำร้ายนาง

     จอมมารฉางเหอพูดออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว พร้อมกับปล่อยแรงกดดันมหาศาลพุ่งตรงไปยังองค์ชายเจิ้งโจว จนอีกฝ่ายฝืนยืนทนไม่ไหวจนทรุดเข่าลงกับพื้นและกระอักเลือดออกมากองใหญ่

     “ข้า ข้า...

     องค์ชายเจิ้งโจวพูดยังไม่ทันจบ จอมมารฉางเหอเพียงแค่สะบัดมือหนึ่งคราร่างทั้งร่างขององค์ชายเจิ้งโจวก็ปะทะเข้ากับเสาของกระโจมอย่างแรง

     “เจ้าสำนักเพลิงบุปผา ถ้าท่านพาตัวกบฏสองคนนั้นไป ทั้งท่านและสำนักของท่านจะขึ้นชื่อว่าเป็นกบฏจอมมารฉางเหอพูดและมองมาที่เธอ

     “ถึงข้าจะได้ชื่อว่าเป็นกบฏ ข้าก็ยอม

     จอมมารฉางเหอค่อยๆคลี่ยิ้มออกมา และพูดขึ้น

     “ท่านอย่าได้พูดเช่นนั้น ถ้าท่านยอมปล่อยตัวกบฏสองคนนั้นและมาอยู่กับข้า ข้าจะช่วยท่านให้พ้นจากความผิดนี้

     “ข้าไม่ต้องการ ต่อให้ข้าได้ชื่อว่าเป็นกบฏหรือตายไป ข้าก็ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเจ้า

     “ได้ ถ้าข้าทำอย่างนี้เจ้าจะยอมหรือไม่

     พูดจบจอมมารฉางเหอก็จ้องไปที่องค์ชายหยูผิง ไม่นานองค์ชายหยูผิงก็ทรุดเข่าลงกับพื้น พร้อมทั้งอาการที่หายใจติดขัด

     “หยูผิง หยูผิงท่านเป็นอะไร

     “ข้า ข้า...

     เขาพยามที่จะตอบนางและแค่นพลังออกมาเพื่อต้านพลังของจอมมารฉางเหอ แต่กลับไม่เป็นผล ครั้งนี้ทำให้เขารู้ว่า เขานั้นไม่ได้แข็งแกร่งหรือเก่งอย่างที่ใครๆพูดกัน เขายังอ่อนหัดนัก

     เธอหันไปมองจอมมารฉางเหอด้วยสายตาที่เย็นชา

     “ปล่อยเขาจอมมารฉางเหอยังคงอยู่เฉย ไม่ทำตามคำที่เธอพูด

     เธอไม่รีรอ พุ่งตัวเข้าไปหาจอมมารฉางเหอโดยเร็ว จนจอมมารฉางเหอละสายตาออกจากองค์ชายหยูผิง

     เธอพยายามใช้ดาบน้ำแข็งทั้งฟันทั้งแทงจอมมารฉางเหอ แต่ทุกครั้งเขาก็หลบได้ เธอเพิ่งตระหนักขึ้นมาได้ตอนนี้เองว่า ฝีมือของเธอนั้นช่างด้อยนัก

     เขาเห็นนางสู้กับจอมมารฉางเหอจึงพุ่งตัวเข้าไปช่วย พอเขาเข้าไปจอมมารฉางเหอก็เปลี่ยนเป้าหมายจากนางมาโจมตีเขาทันที การโจมตีแต่ละครั้ง รุ่นแรงและหมายถึงชีวิต

     เขาเบี่ยงตัวหลบปลายกระบี่ขอ

     จอมมารฉางเหอ แต่พอเขาหันกลับไปอีกครั้งก็พบกับบอลไฟที่แฝงพลังของธาตุมืดกำลังพุ่งตรงเข้ามาหาเขา ซึ่งอยู่ในระยะที่เขาไม่สามารถหลบได้ทัน แต่แล้วก็มีสตรีชุดขาวเข้ามาขว้างไว้ เขาใจแทบสลายเมื่อนางเอาตัวเข้ามาขว้าง

     จอมมารฉางเหอเห็นว่านางเอาตัวเข้ามาขว้างองค์ชายหยูผิงจึงใช้พลังธาตุลม พัดบอลไฟที่แฝงพลังธาตุมืดนั้นออกไป

     “ทำไม ทำไมเจ้าต้องเอาตัวเข้ามาขว้างด้วย

     “เพราะข้าทนไม่ได้ที่จะต้องเห็นเขาเป็นอะไรไป

     “เจ้า...

     จอมมารฉางเหอพูดไม่ออก เขาได้แต่นิ่งและมองไปที่ทั้งสองคน

     เธอค่อยๆเดินถอยหลังออกมาเรื่อยๆจนมาถึงยังลานประหารที่มีทุกคนสู้กับเหล่าทหารอยู่

     จอมมารฉางเหอเพิ่งเรียกสติตนเองได้และสั่งออกไป

     “จับตัวเจ้าสำนักเพลิงบุปผาให้ข้า นอกนั้นฆ่าให้หมด

     ทหารทุกคนล้วนพุ่งตรงมาที่เธอ เธอจึงหันไปมองหลางหลงที่ใช้ปีกเขี่ยทหารเล่นทีละคนสองคน

     “หลางหงพาทุกคนไป

     ทุกคนหันมามองเธอและกำลังจะพูด แต่ถูกปีกของหลางหลงกวาดให้ขึ้นไปอยู่บนหลังเสียแล้ว และหลางหลงก็บินออกไปทันที และตรงนี้ก็เหลือแค่เธอและองค์ชายหยูผิง

     เธอและองค์ชายหยูผิงต่อสู้ไปเรื่อยๆ แต่ทหารพวกนี้ไม่ว่าจะฆ่าให้ตายไปมากสักเท่าไรก็ไม่มีลดน้อยลงเลย จนตอนนี้ร่างกายของเธอจะหมดแรงอยู่แล้ว เธอจึงหันไปหาองค์ชายหยูผิงที่สู้อยู่ข้างๆ

     “หยูผิง ท่านสามารถเรียกเฮยหลงออกมาได้หรือไม่

     “ได้ ทำไมรึ

     “ข้าจะใช้ธาตุลมพัดทหารพวกนี้ออกไป ช่วงเวลานั้นท่านต้องเรียกเฮยหลงออกมา เราจะอาศัยช่วงเวลานั้นหนีออกไปจากวงล้อมนี้

     “ได้เขาตอบและพยักหน้าให้กับนาง

     เธอรวบรวมสมาธิ ไม่นานในมือทั้งสองข้างของเธอก็ปรากฏกระแสแห่งสายลมวนอยู่บนฝ่ามือทั้งสองข้าง

     “ท่านพร้อมหรือยัง

     “พร้อม

     “อืม

     เธอตอบรับและปล่อยพลังธาตุลมออกไปทั่งทุกทิศทาง จนทหารทั้งหมดปลิวออกไปไกล

     “เฮยหลง

     หลังสิ้นคำเรียกของเขา เฮยหลงก็ปรากฏตัวออกมาในร่างของมังกรดำ เขาจึงพุ่งตัวเข้าไปหานางรวบเอวของนางและกระโดดขึ้นไปบนหลังของเฮยหลง และบอกว่าให้ไปยังสำนักเพลิงบุปผา

     เธอหันไปมองก็เห็นว่าจอมมารฉางเหอเหาะตามมา

     “จอมมารฉางเหอ

     เขาหันไปมองตามที่นางพูด ก็เห็นจอมมารฉางเหอกำลังเหาะตามเขาและนางมา เขากำมือแน่น

     “เวทย์พรางตา

     “เจ้าทำอะไร

     “ข้าก็แค่ใช้เวทย์พรางตา ให้จอมมารฉางเหอหลงอยู่ในนั้น แต่ข้าคิดว่าสำหรับจอมมารฉางเหอเวทย์พรางตาคงไม่สามารถขว้างเขาได้นาน

     “ถูกต้อง เวทย์พรางตาใช้ได้กับจมมารฉางเหอได้แค่ครึ่งวันเท่านั้นเฮยหลงพูด

     “แค่นี้ก็เพียงพอแล้วเธอพูดและยิ้มออกมา และหันไปพูดกับองค์ชายหยูผิง

     “ท่านได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่

     “ไม่ แต่เจ้า ทำไมต้องเอาตัวเข้ามาขว้างด้วย ถ้าเจ้าเป็นอะไรไป ข้าจะทำเช่นไร

     “ข้าขอโทษ แต่ตอนนั้นข้าคิดแค่ว่า ถ้าข้าเอาตัวข้าไปขว้าง จอมมารฉางเหอก็คงไม่ทำอะไรข้า

     “แต่...

     “ท่านไม่ต้องกังวลหรอกหยูผิง ตอนนี้ข้าก็ไม่เป็นอะไรแล้วเธอยิ้มอ่อนหวานให้กับองค์ชายหยูผิง

     “ต่อไปเจ้าห้ามทำเช่นนั้นอีก

     “อืม

     เขาดึงนางเข้ามากอดแนบอก และก็นึกขึ้นได้ว่านางได้รับบาดเจ็บที่แขน จึงผลักนางออก

     “แผลของเจ้า

     “อ่อ...

     “เจ็บมากหรือไม่

     เขาพูดและจับเบาๆบริเวณรอบๆแผล เกรงว่าถ้าเขาจับแรงเกินไปนางจะเจ็บเอาได้

     “นิดเดียวเท่านั้น ใส่ยาพักผ่อนสักหน่อยก็หายแล้ว

     “แต่เลือดของเจ้าออกเยอะมาก

     เขาฉีกชายแขนเสื้อมาพันรอบแผลของนางไว้

     เธอได้แต่ยิ้มกับการกระทำและการแสดงออกขององค์ชายหยูผิง ทุกครั้งที่เธออยู่กับองค์ชายหยูผิง เธอมีความสุขและอุ่นใจยิ่งนัก เธอคิดไม่ออกเลยว่าหากวันใดที่เธอไม่มีองค์ชายหยูผิงเคียงข้าง เธอจะเป็นเช่นไร จะยังยิ้มแบบนี้ได้อยู่อีกหรือไม่

     “ถึงแล้ว

     เธอและองค์ชายหยูผิงได้สติเมื่อได้ยินเสียงของเฮยหลง




สำนักเพลิงบุปผา

 



     เมื่อเธอลงมาจากหลังของเฮยหลงก็เห็นจงอันและต๋าเฉิง ยื่นรออยู่

     “นายหญิง

     ทั้งสองพูดพร้อมกัน ก่อนที่สายตาของต๋าเฉิงจะเหลือบไปเห็นผ้าสีดำที่พันต้นแขนของคุณหนูของตน

     “คุณหนูได้รับบาดเจ็บหรือขอรับ

     “เล็กน้อยเท่านั้น ทุกคนล่ะ

     “อยู่ที่ห้องโถงใหญ่ขอรับ

     “อืม พวกเจ้าไปบอกให้คนเตรียมห้องไว้ด้วย แล้วค่อยตามข้าไปยังห้องโถง

     “ขอรับ

     เธอเดินไปยังห้องโถงใหญ่พร้อมกับองค์ชายหยูผิงและเฮยหลงที่กลายร่างเป็นมนุษย์แล้ว

     เมื่อเธอมาถึงก็เห็นทุกคนอยู่ครบ พร้อมทั้งหลางหลง เยี่ยหง ที่เธอไม่รู้ว่าออกมาตอนไหน

     เธอเดินเข้าไปและหยุดยืนอยู่ตรงหน้าท่านพ่อ ท่านแม่ของเธอ และหางตาก็เห็นจงอันกับต๋าเฉิงกำลังเดินเข้ามา เธฮจึงส่งสายตาให้ทั้งสองเดินมาตรงที่เธออยู่

     เมื่อองครักษ์ทั้งสองมายืนอยู่ด้านข้างขอเธอทั้งสองข้าง เธอจึงคุกเข่าลงต่อหน้าท่านพ่อและท่านแม่ พร้อมทั้งองครักษ์ทั้งสอง

     ทุกคนต่างตกใจ ว่าเพราะเหตุใดเจ้าสำนักเพลิงบุปผาถึงต้องคุกเข่าลงเช่นนี้ ควรเป็นพวกเขาไม่ใช่รึที่ต้องคุกเข่า จะมีก็แต่องค์ชายหยูผิงเท่านั้นที่ไม่ได้แปลกใจอะไร

     “เจ้าสำนักเพลิงบุปผา ท่านลุกขึ้นเถอะ เหตุใดท่านต้องคุกเข่าเช่นนี้ ควรเป็นข้า ฮูหยินและบุตรของข้ามากกว่าที่ควรของคุกเข่าและขอบคุณท่านแม่ทัพชิงพูดและพยายามดึงตัวเจ้าสำนักเพลิงบุปผาให้ลุกขึ้น

     “ไม่ใช่ เป็นข้าที่สมควรคุกเข่า เป็นข้า

     “เจ้าสำนักเพลิงบุปผา ท่านพูดอะไร

     เธอเงยหน้าขึ้นมองท่านพ่อ ท่านแม่และท่านพี่ทั้งสอง ก่อนจะดึงผ้าปิดหน้าออก และคลายเวทย์เปลี่ยนใบหน้า เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง ใบหน้าที่มีความงามล้มสามภพ พร้อมกับองครักษ์ทั้งสองที่ถอดหน้ากากออก

     “ฮวาเอิอร์/จิงฮวา จงอัน ต๋าเฉิงทุกคนพูดออกมาพร้อมกัน

     “ลูกอกตัญญูยิ่งนักที่ไปช่วยท่านพ่อ ท่านแม่ช้าไป จนทำให้ท่านทั้งสองถูกทรมานถึงขนาดนี้เธอพูดพลางน้ำตาก็ไหลออกมา

     “ฮวาเอ๋อร์ ไม่เป็นไรๆไม่ใช่ความผิดของเจ้า พ่อและแม่ก็ปลอดภัยแล้ว อย่าร้องไห้ไปเลยแม่ทัพชิงพูดและเช็ดน้ำตาให้กับบุตรีของตน

     “แต่ลูก...

     “หยุดเถอะ ยังไงซะแม่และทุกคนก็ปลอดภัยแล้ว เจ้าอย่ากังวลอีกเลย

     “ท่านแม่เธอยิ้มให้กับแม่ของตน

     “ฮวาเอ๋อร์ ทำไมเจ้าถึงกลายเป็นเจ้าสำนักเพลิงบุปผาได้ล่ะ

     คำพูดของพี่มู่หมิงดึงสติของทุกคนกลับมาและส่งสายตาสงสัยมาให้กับเธอ

     เธอยิ้มออกมาและเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้ทุกคนฟัง ทั้งเรื่องพลังของเธอ สัตว์เวทย์ ตัวตนของยูกา เรื่องที่เธอเป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมบุปผาเหมันต์และร้านบุปผาวสันต์ และเหตุผลที่เธอก่อตั้งสำนักเพลิงบุปผาขึ้นมา

     เมื่อทุกคนได้ฟังก็ทำเพียงพยักหน้าตอบรับ แต่สายตาขององค์รัชทายาทเห็นน้องชายของตนที่ทำเพียงแค่แสดงสีหน้าเรียบเฉย นิ่ง ไม่แสดงความรู้สึกใดๆออกมา แม้แต่อาการตกใจเพียงเล็กน้อยก็ไม่มี ราวกับว่ารู้เรื่องราวเหล่านี้มาก่อนแล้ว

     “หยูผิง เจ้าไม่ตกใจหรือแปลกใจเลยรึกับเรื่องราวที่ได้ยินเมื่อครู่ เจ้าทำราวกับว่ารู้เรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว













ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 159 ครั้ง

699 ความคิดเห็น

  1. #607 Lukiris Tink (@kimchi9) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 20:56
    อ่านเพลินดีค่ะ
    #607
    0
  2. #303 Satan Angel (@ballgod-devil) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 18:54
    สนุกมากเลย รอน่าไรท์
    #303
    0
  3. #289 Jane Churhtha (@didolj) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 15:14
    รอค่ารอออ ชอบๆๆสนุกมากๆเลยค่ะ
    #289
    0
  4. #287 SryAom-zz (@SryAom-zz) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 08:50
    รอออออ
    #287
    0
  5. #283 veraya2099 (@veraya2099) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 00:29
    นั่นแน่ หยูผิงแอบรู้คนเดียวได้ไงน่ะ
    #283
    0
  6. #282 06Lookpad (@06Lookpad) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 23:43
    ใช่ซี่ พระเอก ย่อมรุ้ก่อนอยู่เเล้ววว
    #282
    0
  7. #281 ueamporn2518 (@ueamporn2518) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 23:13
    รอรอรอรอ..นะคะ
    #281
    0
  8. #280 kantaya1304 (@kantaya1304) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 22:34
    รออย่างมีความหวัง
    #280
    0
  9. #278 ชื่อ 'นัน (@natthana-baby) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 21:30
    ต่อเร็วๆๆนะค่ะ
    #278
    0
  10. #277 ดิเดียร์ (@pdeer11) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 21:20
    กำตอนบนสวรรคยังสุ้ไม่ไหวเลยต้องผนึกนี่ลงมาเกิดจะไหวรึคงต้ งให้จอมมารยอมแพ้ไปเองละมั้ง
    #277
    0
  11. #276 KittiyaSantawe (@KittiyaSantawe) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 21:13
    มาต่อเร็วๆนะคะ
    #276
    0
  12. #275 K-OeiOei (@K-OeiOei) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 20:53
    มีความลุ้นหนักมาก มาต่อไวๆนะคะไรต์
    #275
    0
  13. #273 อี้ชิง (@Pitchanant2547) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 20:39
    ต่อให้นะ
    หยูผิง: ใช่ ข้ารู้คำตอบมาก่อนแล้ว
    ฮวา:คำตอบอันใดรึ หยูผิง
    หยูผิง:คำตอบที่ว่า ข้าจะรักเจ้าเพียงคนเดียว

    ไรท์อย่าใส่ใจเลยค่ะ นี่เป็นเพียงมโนของรีดล้วนๆ 555
    #273
    0
  14. #272 Rung (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 20:20
    ขอบคุณค่ะ.... จะสู้จอมมารได้มั้ยเนี่ย
    #272
    0
  15. #271 wk.khing (@Khingsoi) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 19:59
    เค้ารู้กันนานแล้วทุกคนรู้ช้าไปเอง~~~~~~
    #271
    0