ย้อนเวลามาเป็น.....หมอเทวดา (จบแล้ว) (เปิดสั่งจองหนังสือ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2561 )

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 406,598 Views

  • 2,083 Comments

  • 9,321 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    339

    Overall
    406,598

ตอนที่ 143 : ภาค 5 บทที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3195
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    27 ก.ค. 60



“เฟยหลงนั้นใช่สมุนไพรที่เจ้ากำลังตามหาอยู่หรือเปล่า”เฟยหลงที่กำลังยืนหาสมุนไพรอยู่อีกฝั่ง รีบเดินกลับมาหาหนีหวงเพื่อดูว่าใช่หรือเปล่า หลังจากที่ติดอยู่ในถ้ำสองวันเพื่อรอให้หนีหวงปรับตัวเองได้แล้ว วันนี้เป็นวันแรกที่เขากับหนีหวงออกมาสำรวจหาสมุนไพรบนภูเขาน้ำแข็งแห่งนี้

“ใช่เลยนี้คือสมุนไพรที่ข้ากำลังหาอยู่”เฟยหลงมองสมุนไพรที่ขึ้นเป็นกออยู่ข้างหน้าของเขา สมุนไพรที่ขึ้นมาท่ามกลางภูเขาน้ำแข็งแห่งนี้ ทำให้วิธีเก็บมักจะยุ่งยากกว่าปกติ หากเขาขุดออกมาไม่ได้ จะทำให้สมุนไพรเสียหายได้

เฟยหลงวางตะกร้าพร้อมหยิบเอาอุปกรณ์ที่ใช้ขุดออกมาวางเตรียมเอาไว้ ก่อนที่เขาจะหยิบเอากล่องไม้สำหรับใส่สมุนไพรที่อยู่ในแหวนออกมา พร้อมกับพับผ้าวางเป็นฐานรองเพื่อป้องกันไม่ให้สมุนไพรบอบช้ำ

“ให้ข้าช่วยอะไรไหมเฟยหลง”หนีหวงที่เห็นเฟยหลงกำลังจัดเตรียมของเพื่อเก็บสมุนไพร ถามเพื่อต้องการอยากรู้ว่ามีอะไรตรงไหนที่นางสามารถช่วยเฟยหลงได้บ้าง

“เดี๋ยวเจ้าช่วยระวังข้างหลังให้ข้าที หากทันทีที่ข้าเริ่มเก็บหมิงเซียน ข้าไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ หากว่ามีอะไรเข้ามาโจมตี”เฟยหลงมองกอของต้นหมิงเซียนตรงหน้า ทันทีที่เขาเริ่มเข้าใกล้ในตำราของท่านอาจารย์ได้บอกไว้ว่า ให้ระวังข้างหลังให้ดี เพราะกลิ่นของต้นหมิงเซียนนั้นสามารถเรียกให้สัตว์ป่าที่อยู่ใกล้คลั่งและเข้ามาจู่โจมได้ เขาต้องรีบเก็บเข้าไว้ในกล่องเพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นของต้นหมิงเซียนแพร่กระจายไปมาก

“ข้าเข้าใจแล้ว”หนีหวงเมื่อได้ยินแบบนั้น มือข้างซ้ายที่ถือกระบี่ของนางถูกจับกุมไว้ด้วยท่วงท่าเตรียมพร้อม สายตาของนางคอยเฝ้ามองทิศทางรอบๆ เพื่อป้องกันอันตรายให้กับเฟยหลง หนีหวงปลดปล่อยจิตสังหารของตัวเองออกมาเพื่อเตรียมพร้อม

เฟยหลงขยับตัวเข้าไปใกล้ๆต้นหมิงเซียน เขาค่อยกวาดเอาหิมะที่ปกคลุมต้นหมิงเซียนออกไปอย่างช้าๆจนหมด แล้วค่อยมองหาว่าพื้นที่ตรงไหนที่พอจะขุดลงไปได้บ้าง เพียงแค่จอบอันเล็กของเฟยหลงปักลงสู่พื้นดิน บรรยากาศรอบๆของเฟยหลงและหนีหวงก็เปลี่ยนแปลงไป กลิ่นของต้นหมิงเซียนถูกปล่อยออกมา

หนีหวงที่เตรียมพร้อมอยู่นั้นรีบหันมองรอบ ก่อนที่นางจะมองเห็นว่ารอบๆนั้นต่างมีดวงตาหลายคู่ที่เฝ้ามองพวกนางสองคนอยู่ หนีหวงกระชับกระบี่ในมือของตัวเองเอาไว้ เพียงแค่กระพริบตาเดียว เบื้องหลังของเฟยหลงก็เกิดการต่อสู่ระหว่างหนีหวงกับสัตว์ป่าที่ได้กลิ่นของต้นหมิงเซียน

เฟยหลงพยายามบังคับใจตัวเองไม่ให้หันกลับไปมองข้างหลัง เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นจะยิ่งทำให้การเก็บชักช้าขึ้นไปอีก ระหว่างนี้สิ่งที่เขาควรทำคือการเชื่อใจหนีหวง เฟยหลงรีบลงมือขุดอย่างรวดเร็วและพยายามที่จะไม่ทำให้สมุนไพรเกิดความเสียหาย

การต่อสู้ของหนีหวงและสัตว์ป่าใช้เวลาไปเกือบครึ่งชั่วยาม สัตว์ป่าที่เมื่อครู่ยังดุร้ายอยู่นั้นก็สงบลง เมื่อกลิ่นของต้นหมิงเซียนที่ทำให้พวกมันคลั่งอยู่นั้นหายไป หนีหวงที่เห็นดังนั้นรีบหันกลับไปมองที่เฟยหลง แต่หนีหวงยังไม่วางใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำอย่างเมื่อครู่ นางค่อยๆเดินถอยหลังไปหาเฟยหลงอย่างช้าๆ

“ไปกันเถอะหนีหวง”เฟยหลงที่เก็บข้าวของที่เขานำออกมาวางระหว่างเก็บสมุนไพรเมื่อครู่ลงตะกร้าเสร็จหมดแล้ว ก็รีบชักชวนหนีหวงเดินทางต่อ ก่อนจะเดินจากไปจากตรงนี้เฟยหลงหันไปมองสัตว์ป่าที่บางตัวกำลังล้มตัวนอนตามพุ่มหญ้าหรือต้นไม้ บางตัวก็เดินกลับไปยังทิศทางเดิมที่พวกมันมา

“แล้วสัตว์พวกนี้ล่ะเฟยหลง”หนีหวงซักถามเฟยหลงด้วยความสงสัย ว่าจะทำยังไงดีกับสัตว์พวกนี้กัน

“ปล่อยไว้อย่างนี้แหละ เรารีบเดินทางกันต่อเถอะ ข้าอยากขึ้นไปให้ถึงยอดภูเขาแห่งนี้แล้ว”เฟยหลงเงยหน้ามองยอดภูเขาที่เห็นอยู่ลางๆ นั้นคือจุดหมายแรกที่เฟยหลงต้องการจะเดินทางไปให้ถึง ที่นั้นตามที่เขาได้ฟังคำบอกเล่ามาจะมีต้นไม้และแหล่งน้ำให้พวกเขาได้พักหรือหาอาหารทานได้ง่ายกว่าข้างล่าง

แม้ว่าแถบนี้จะมีต้นไม้หรือสมุนไพรขึ้นอยู่ แต่อาหารที่สามารถนำมากินได้นั้น หาได้ยากลำบากกว่าข้างบน และอีกอย่างคือแถวนี้ยังเต็มไปด้วยอันตรายจากสัตว์หรือพายุที่พัดผ่านในตอนกลางคืน

“ไปกันเถอะ”หนีหวงพุ่งทะยานไปตามเฟยหลงที่ใช้วิชาตัวเบาอยู่ สองหนุ่มสาวต่างใช้วิชาตัวเบาที่ติดตามกันไปอย่างใกล้ชิด จนถึงกลางทางเฟยหลงเปลี่ยนให้หนีหวงนำอยู่ข้างหน้าของตัวเองส่วนเขาคอยคุ้มครองอยู่ข้างหลัง

“เฟยหลง ข้างหน้านั้น”หนีหวงบอกเฟยหลงเมื่อสังเกตเห็นว่าข้างหน้าของนาง เหมือนว่าตรงนั้นมีคนนอนสลบอยู่ท่ามกลางหิมะที่กำลังร่วงหล่นลงมา

เฟยหลงรีบหันไปมองตามทิศทางที่หนีหวงชี้ ก่อนที่เขาจะพยักหน้าให้กับหนีหวง ทั้งสองร่างตัดสินในใจเปลี่ยนทิศทางมุ่งตรงไปยังคนที่นอนสลบอยู่ เฟยหลงส่งสัญญาณบอกให้หนีหวงมาหลบที่ข้างหลังของเขา

เพียงแค่หนึ่งเค่อเฟยหลงและหนีหวงก็มาถึงตรงที่หนีหวงมองเห็นว่าใครนอนสลบอยู่ เฟยหลงไม่ได้เดินเข้าไปทันที เขาพยักหน้าให้หนีหวง ก่อนที่ทั้งคู่จะใช้ลมปราณตรวจสอบดูว่า ไม่ได้มีใครแอบหลบซ่อนอยู่แถวนี้ ถึงแม้ว่าต้องการช่วยเหลือคนแต่เฟยหลงก็ไม่คิดจะปล่อยให้ตัวเองต้องตกไปสู่อันตราย และยิ่งข้างกายของเขามีหนีหวง เฟยหลงยิ่งต้องรอบคอบมากกว่าเดิม

“ข้าตรวจสอบแล้ว รอบๆนี้ไม่มีใครอยู่”หนีหวงหันมาบอกเฟยหลง แต่มือของนางก็ยังกระชับกระบี่ในมือของตัวเองแน่น ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ร่างของคนที่นอนสลบอยู่เท่าไหร่หนีหวงยิ่งระมัดระวังตัวเมื่อขึ้น เมื่อนางพบว่าร่างที่นอนสลบอยู่นั้นได้ปล่อยจิตสังหารออกมาไม่ขาดสาย

“เฟยหลงระวังตัวด้วย”หนีหวงบอกเฟยหลงที่เดินเข้าไปยังร่างที่นอนนิ่งอยู่นั้น ไม่เกรงกลัวกับจิตสังหารที่ถูกปล่อยออกมา ดูท่าว่าคนที่นอนสลบอยู่นั้นจะต้องเป็นคนมีฝีมือคนหนึ่ง

เฟยหลงพลิกร่างที่นอนคว่ำอยู่นั้นให้หงายขึ้นมา เฟยหลงจ้องมองร่างของหญิงสาวที่นอนสลบอยู่ เขาได้แต่คิดว่าทำไมหญิงสาวคนนี้ถึงมาที่หอเทียนหลงเพียงลำพังและผู้ติดตามของนางหายไปไหน ก่อนที่เขาจะรีบจับตรวจชีพจรบนต้นคอ ตรวจสอบดูว่าสาเหตุอะไรถึงทำให้นางมาสลบอยู่ท่ามกลางความเหน็บหนาวแห่งนี้

“ท่านหญิงฟางหรู่”หนีหวงที่เห็นว่าใครที่นอนสลบอยู่นั้นร้องออกมาด้วยความตกตะลึง ก่อนที่หนีหวงจะรีบค้นหาผ้าขึ้นมาปิดบังใบหน้าของตัวเองเอาไว้

“นางเป็นใครหรือหนีหวง ทำไมเจ้าถึงตกใจเยี่ยงนี้”เฟยหลงรีบหันมาสอบถามหนีหวงทันที ยิ่งเห็นว่าหนีหวงหาผ้าขึ้นมาปิดใบหน้าครึ่งหนึ่งของตัวเอง เฟยหลงก็คิดว่านางต้องเป็นใครสักคนที่เคยพบกับหนีหวงแน่นอน

“ท่านหญิงฟางหรู่ เป็นน้องสาวขององค์จักรพรรดิ”เฟยหลงที่ได้ยินแบบนั้นถอยตัวออกมาเพียงเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะตัดสินใจปลดตะกร้าที่สะพายบนหลังส่งไปให้หนีหวง ก่อนที่เขาจะจับร่างของหญิงสาวผู้เป็นน้องสาวขององค์จักรพรรดิขึ้นบนหลังเพื่อเตรียมหาสถานที่รักษาตัวให้นางหายดี

“เรารีบขึ้นไปข้างบนนั้นเถอะ”หนีหวงพยักหน้าเข้าใจการตัดสินใจของเฟยหลง เมื่อคิดถึงสภาพแวดล้อมบริเวณที่พวกนางยืนกันอยู่ สองร่างต่างเร่งทะยานไปด้วยความเร็วไม่ได้ลดน้อยลง เพื่อไปให้ถึงบนยอดเขาแห่งนี้

 

“ถอนตัวคนที่กำลังติดตามเฟยหลงกลับมาให้หมด ไม่ต้องตามอีกต่อไป”จางหู่ที่ได้ฟังคำรายงานของคนที่สั่งให้คอยติดตามเฟยหลง ตัดสินใจเรียกคนของเขากลับมาให้หมด จางหู่ยังไม่ต้องการให้เกิดการแตกหักระหว่างเขากับท่านแม่เฒ่า

“ขอรับท่านเจ้าสำนัก”หัวหน้าทีมที่คอยติดตามเฟยหลงมาตลอดรับคำสั่ง ก่อนที่เขาจะรีบหลบออกไป เมื่อมองเห็นว่าสหายของท่านเจ้าสำนักของตนอย่างท่านแม่ทัพใหญ่กำลังวิ่งมาทางนี้

“เกิดเรื่องใหญ่แล้วจางหู่”หยวนกงที่วิ่งเข้ามาภายในห้องโถงของสำนักกระบี่เทียนจงเอ่ยออกมา เมื่อข่าวที่เขาได้รับมานั้นทำให้เขาไม่สามารถสงบใจให้นิ่งได้

“เรื่องใหญ่อะไรของเจ้า”

“ท่านอ๋องฟง”เพียงแค่ประโยคเดียวของหยวนกง ก็ทำให้จางหู่รีบชักชวนอีกฝ่ายไปนั่งคุยที่ศาลากลางน้ำ อันเป็นสถานที่ที่พวกเขามักใช้พูดคุยธุระเรื่องราว เพื่อป้องกันการแอบฟังของบุคคลภายนอก













ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #1892 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 19:09
    สนุกดีครับ
    #1892
    0
  2. #1891 แว่นใส (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 / 20:07
    เกิดอะไรขึ้นนะ
    #1891
    0
  3. #1890 Piggy (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 22:04
    รักษาสุขภาพด้วยนะครับผู้แต่ง ติดตามเสมอครับ แต่งได้มืออาชีพมากครับ
    #1890
    0
  4. #1889 นักอ่านนิยายจีน (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 19:20
    ขอบคุณค่ะ
    #1889
    0
  5. #1888 กิ่งพฤกษาสวรรค์ (@wanakonth) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 13:31
    ขอบคุณครับ
    #1888
    0