ย้อนเวลามาเป็น.....หมอเทวดา (จบแล้ว) (เปิดสั่งจองหนังสือ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2561 )

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 406,792 Views

  • 2,084 Comments

  • 9,323 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    533

    Overall
    406,792

ตอนที่ 145 : ภาค 5 บทที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2643
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    1 ส.ค. 60




สำนักวายุเทพ

“เจ้าหมายความว่ายังไงคนที่ข้าส่งให้ไปติดตามเฟยหลงเวลานี้ ต่างหาตัวเฟยหลงไม่พบ”ฟางเซียนจ้องมองเจิ้นหู่ที่เข้ามารายงานเรื่องนี้ให้นางรู้ หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมครั้งใหญ่ที่เตรียมรับมือหากเกิดเรื่องผิดพลาดเกี่ยวกับท่านอ๋องฟง

“คนของเราบอกว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาขัดขวางขอรับ ทำให้ไม่สามารถติดตามท่านหมอต่อได้”เจิ้นหู่รายงานทุกอย่างที่เขาได้รับรายงานมาให้เจ้าสำนักรู้ พร้อมกับสงสัยว่าหญิงสาวที่เข้ามาขัดขวางนั้นแท้จริงเป็นผู้ใดกันแน่ หวังดีหรือมีจุดประสงค์ร้ายต่อท่านหมอ

“ให้ซู่เม่ยมาดูแลเรื่องท่านอ๋องฟงแทนข้าที เดี๋ยวข้าจะไปที่หอเทียนหลง”ฟางเซียนหลังจากที่ได้รับการช่วยเหลือจากเฟยหลงในการรักษา ทำให้ระดับลมปราณในร่างของนางเพิ่มขึ้นมาเป็นลำดับต้นๆเหมือนเจ้าสำนักคนอื่น

“ท่านเจ้าสำนักใจเย็นๆก่อนขอรับ ตอนนี้เหลียนคุนได้ออกเดินทางล่วงหน้าไปก่อนแล้วรอข่าวจากเหลียนคุนก่อนขอรับ”เจิ้นหู่รีบรายงานถึงการตัดสินใจเดินทางอย่างเร่งด่วนของสหายอีกคน ที่เมื่อรู้เรื่องนี้ก็ได้ออกเดินทางทันที ทิ้งให้เขาต้องมารับมือกับอารมณ์ของท่านเจ้าสำนักเพียงลำพัง

“งั้นข้าจะรอข่าวจากเหลียนคุนก่อน ระหว่างนี้พวกเจ้ารีบส่งคนของเราเข้าไปในจวนอ๋องให้ได้ ข้าต้องการให้เรื่องท่านอ๋องฟงจบภายในสามเดือน”เจิ้นหู่ที่ได้ยินอย่างนั้นรีบคุกเข่าลงรับคำสั่ง พร้อมกับรีบเดินออกไปข้างนอก ปล่อยให้เจ้าสำนักคนเก่งของพวกเขาได้ใช้เวลาศึกษาตำราต่อ

ฟางเซียนมองเจิ้นหู่ที่เดินออกไปแล้วได้แต่ถอนหายใจ นางเป็นห่วงไม่รู้ว่าเวลานี้เฟยหลงจะเป็นยังไงบ้าง การที่คนของนางไม่สามารถติดตามเฟยหลงไปได้แบบนี้ ทำให้ฟางเซียนสงสัยในตัวตนของหญิงสาวผู้เข้ามาขัดขวาง

“นางเป็นใครกัน แล้วทำไมต้องขัดขวางการติดตามคนของข้าด้วย”ฟางเซียนพึมพำออกมาเบาๆ ก่อนที่นางจะหันไปสนใจในเสียงร้องของนกพิราบที่บินมาเกาะอยู่ที่ขอบหน้าต่าง

“เจ้านี้ลงมือเร็วจริงๆเลยหลิวเมิ่ง”

ฟางเซียนอ่านข้อความในกระดาษแผ่นเล็กจบแล้วก็เผาทิ้ง พร้อมกับเดินกลับไปที่โต๊ะเพื่อเขียนจดหมาย ส่งข่าวไปให้เจ้าสำนักกระบี่เทียนจง ถึงการลงมือของหลิวเมิ่งในครั้งนี้

 

“ข้าเปลี่ยนไปมากหรือไม่เฟยหลง”เฟยหลงมองหน้าหนีหวงที่เวลานี้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว อันที่จริงยาที่เฟยหลงทำขึ้นมานั้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงไปมากกว่าการเร่งให้ใบหน้าให้มีอายุมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งนั้นทำให้เฟยหลงยังไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่ยาของเขาทำได้เพียงแค่นี้

“ไม่เลยหนีหวง ใบหน้าของเจ้าไม่ได้เปลี่ยนไปตรงไหนเลย”เฟยหลงบอกให้หนีหวงสบายใจ ตอนนี้ใบหน้าของหนีหวงจากเดิมที่ว่างดงามล่มเมืองอยู่แล้ว เวลานี้ทำเอาเฟยหลงแทบหยุดหายใจ ก่อนหน้านี้หนีหวงอาจสวยงามอย่างเหมาะกับวัย แต่เวลานี้หนีหวงกับเปล่งประกายความงดงามออกมาแทบสะกดสายตาของเขาเอาไว้ที่นางเพียงแค่คนเดียว

“โล่งอกไปที ข้านึกว่าตัวเองจะดูไม่ได้เสียแล้ว”หนีหวงยิ้มออกมาเมื่อเห็นการแสดงออกของเฟยหลงที่มีต่อใบหน้าของนาง สิ่งที่หนีหวงหวาดกลัวคือเฟยหลงจะรับไม่ได้หากเมื่อถึงเวลาที่ตัวนางอายุมากขึ้น ซึ่งแตกต่างจากเฟยหลงที่แม้ว่าจะอายุมากขึ้นแต่ใบหน้าของอีกฝ่ายกับดูคมคาย  และยังดูเหมาะสมกับท่าทางของเฟยหลงที่มักจะดูเป็นผู้ใหญ่เกินวัย

“สำหรับข้า ไม่ว่าเวลาไหนเจ้าก็ดูงดงามเสมอ เพราะว่าข้ารักที่เจ้าเป็นเจ้า ไม่ใช่เพราะหน้าตาที่สวยงามของเจ้าหนีหวง”ถ้อยคำที่เอ่ยออกมาของเฟยหลง ทำให้หนีหวงเขินอาย ไหนจะแววตาของเฟยหลงที่จ้องมาที่นางอีก ทำให้หนีหวงลุกเดินหนีไปดูว่าเวลานี้ท่านหญิงฟื้นหรือยัง

เฟยหลงที่เห็นหนีหวงลุกเดินหนีเขาไปแบบนั้น จึงหัวเราะออกมา เขาไม่คิดเลยว่าหนีหวงจะมุมแบบนี้อยู่ด้วย หนีหวงที่ได้ยินเฟยหลงหัวเราะนางแบบนั้น หันมายกนิ้วชี้บอกให้เขาหยุดหัวเราะนางเดี๋ยวนี้ นั้นยิ่งทำให้เฟยหลงไม่สามารถหยุดหัวเราะได้เลย

“เฟยหลง เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้นะ”หนีหวงร้องบอกเฟยหลงที่ไม่ยอมหยุดหัวเราะนาง สีหน้าบึ้งตึงของหนีหวงทำให้เฟยหลงที่มองมาบังคับตัวเองให้หยุดหัวเราะได้แล้ว พลางหยิบเอานกย่างที่สุกได้ที่แล้วถือขึ้นมา พร้อมกับเดินไปหาหนีหวง

“ข้าว่าเราควรเปลี่ยนชื่อเรียกขานกันดีหรือไม่”หนีหวงที่ได้ยินเฟยหลงบอกแบบนั้นก็นึกขึ้นได้ ถึงแม้ว่าใบหน้าของนางจะเปลี่ยนไปไม่คล้ายดังเดิม แต่หากยังใช้ชื่อเดิมย่อมทำให้ผู้คนจับผิดได้

“ข้าลืมไปเลยเฟยหลง”หนีหวงหันมามองเฟยหลง พร้อมกับรับไม้ที่เฟยหลงยื่นมาให้นาง พร้อมกับคิดหาชื่อที่จะใช้ในการสื่อสาร หากว่าอยู่ในเมือง

“ข้านึกออกแล้วว่าเจ้าควรจะใช้ชื่อว่าอะไรหนีหวง เฟยเซียน”เฟยหลงนึกถึงชื่อที่ครั้งหนึ่งเขาเคยอ่านเจอ เฟยเซียนแปลว่านางฟ้าที่โบยบิน ซึ่งเป็นชื่อที่เขาคิดว่าเหมาะกับหนีหวง

หนีหวงที่กำลังหลับตาคิดชื่ออยู่เมื่อได้ยินที่เฟยหลงบอก จึงลืมตาขึ้นมาพร้อมกับคิดถึงความหมายของชื่อที่อีกฝ่ายตั้งให้แล้ว หนีหวงทำได้เพียงยิ้มออกมา

“ในเมื่อเจ้าตั้งชื่อข้าแล้ว ข้าต้องเป็นคนตั้งชื่อให้เจ้า ข้าคิดดูแล้วชื่อที่เหมาะกับเจ้านั้นต้องเป็น หยางหลง เจ้าว่าชื่อนี้เป็นยังไงเฟยหลง”หนีหวงหันมาถามเฟยหลงที่ก้มหน้าทานอาหารอยู่ เฟยหลงเมื่อได้ยินที่หนีหวงถามก็รีบเคี้ยวอาหารให้เสร็จ ก่อนจะตอบคำถามของนาง

“งั้นต่อไปข้าจะใช้ชื่อว่าหยางหลง เจ้ารีบทานเถอะเดี๋ยวจะหายร้อนไปซะก่อน”เฟยหลงรีบบอกให้หนีหวงทานนกย่างได้แล้ว หากขืนทานช้ากว่านี้ความร้อนอาจหมดไปก่อน

“หยางหลง หยางหลง หยางหลง”หนีหวงลองเรียกชื่อของเฟยหลงดู เพื่อที่ต่อไปนางจะได้ไม่เรียกเขาผิดพลาด

“เฟยเซียน เวลานี้เจ้าควรรีบทานอาหารของเจ้าได้แล้ว”เมื่อได้ยินที่อีกฝ่ายเอ่ยย้ำอีกครั้ง หนีหวงจึงลงมือทานอาหารตามที่เฟยหลงบอก

เวลานี้ข้างนอกถ้ำนั้นมีลมพัดแรงดูคล้ายกับว่าคืนนี้จะเกิดพายุ ทำให้เฟยหลงต้องหันไปมองว่าไม้ที่เตรียมไว้นั้น เพียงพอสำหรับคืนนี้หรือไม่ เฟยหลงยังไม่อยากนำไม้ที่เก็บไว้ในแหวนออกมาใช้ ไม้ในนั้นเฟยหลงคิดจะใช้ในยามจำเป็นเท่านั้น

“หยางหลง....”เสียงเรียกของหนีหวงทำให้เฟยหลงที่กำลังคำนวณไม้อยู่นั้นหันไปมอง ก่อนที่เขาจะเห็นว่าร่างกายของท่านหญิงฟางหรู่ตอนนี้ดูจะเริ่มขยับตัวบางแล้ว เฟยหลงจึงรีบลุกขึ้นเข้าไปดูอาการว่าเวลานี้เป็นยังไงบ้าง

“เดี๋ยวเจ้าช่วยเอายาไปต้มให้ข้าทีนะ”เฟยหลงส่งห่อยาที่เขาค้นออกมาจากตะกร้าสมุนไพรที่วางอยู่ข้างบนหัวของท่านหญิงฟางหรู่ให้กับหนีหวง นำไปต้มเตรียมเอาไว้เพื่อเตรียมพร้อมไว้ให้นางได้ดื่มในยามที่ฟื้นขึ้นมา

“ได้”หนีหวงเดินไปที่ก่องไฟซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นอน พร้อมกับหยิบเอาหม้อต้มยาและเตาที่เฟยหลงวางไว้แถวนั้นมาใส่ฟืนลงไปและนำน้ำเทลงไปในหม้อต้มยา รอให้น้ำเดือดสักพักหนีหวงถึงได้เทยาลงไปทั้งห่อ

เฟยหลงหันมามองหนีหวงที่กำลังเฝ้าหม้อต้มยาให้เขาอยู่ ก่อนจะหันมาสนใจเมื่อรู้สึกว่าเหมือนมีใครกำลังจ้องมองเขาอยู่ หันมาแล้วเฟยหลงก็เจอกับสายตาของท่านหญิงฟางหรู่ที่มองมาด้วยความสงสัย และยิ่งเห็นท่าทีระวังตัวของอีกคน เฟยหลงจึงรีบบอกให้รู้ว่าทำไมนางถึงได้มานอนอยู่ที่นี้

“ข้าเห็นเจ้าสลบอยู่ตรงทางขึ้นเขา จึงได้พาเจ้าขึ้นมารักษาบนนี้”น้ำเสียงที่เฟยหลงเอ่ยออกมา ทำให้หญิงสาวผ่อนคลายตัวเองลง เมื่อครู่นี้นางแอบดึงลมปราณมาไว้ที่ฝ่ามือ และยิ่งเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีคุกคามอะไร แต่หญิงสาวก็ไม่คิดจะลดการระวังตัวลงไปสักนิด

“เฟยเซียน เจ้ามาดูนางที เดี๋ยวข้าต้มยาเอง”หญิงสาวหันไปมองดูก็เห็นว่าตรงนั้นมีร่างของหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งนางน่าจะชื่อว่าเฟยเซียนตามที่ชายหนุ่มคนนี้เอ่ยเรียกเมื่อครู่

หนีหวงรีบเดินเข้าไปแทนที่เฟยหลง พร้อมกับพูดคุยซักถามว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ท่านหญิงฟางหรู่ ผู้สมควรอยู่ในวังหลวง ถึงได้มานอนสลบอยู่กลางภูเขาน้ำแข็งแห่งนี้ แม้ตอนแรกหนีหวงจะหวั่นใจว่าอีกคนจะจดจำตัวนางได้ แต่เมื่อเห็นว่าท่านหญิงฟางหรู่ไม่ติดใจสงสัยอะไร หนีหวงก็ผ่อนคลายตัวเองลง

เฟยหลงมองหญิงสาวทั้งสองคนพูดคุยกันเบาๆ ก็ได้แอบใช้ลมปราณของตัวเองในการเร่งไฟให้แรงมากขึ้น และใส่สมุนไพรลงไปเพิ่มสามชนิด เมื่อครู่นี้จากที่เขาได้แอบใช้ลมปราณตรวจสอบดูร่างกายของท่านหญิงฟางหรู่ ทำให้เขารู้ว่ามีตรงไหนบ้างที่สมควรจะบำรุงร่างกายของอีกคนให้แข็งแรงขึ้น

 

 


 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #1903 YamParis (@YamParis) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 22:19
    อิอิ รอค้าาาาาา อะไรคือเหตุผลที่นางมาสลบอยู่ที่ปลายเขาหวาาาา รอจ้า
    #1903
    0
  2. #1902 Eiko_ (@taechaam) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 21:01
    อีกตอนนโอ้ยยยยค้างง
    #1902
    0
  3. #1901 แว่นใส (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 20:55
    ชื่อคล้ายเดิมเลยนะ
    #1901
    0
  4. #1900 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 20:53
    สนุกดีครับ
    #1900
    0
  5. #1899 กิ่งพฤกษาสวรรค์ (@wanakonth) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 20:15
    ขอบคุณครับ
    #1899
    0